ชีวิตครั้งที่แล้วฉันพลาดไปที่อ่อนแอแต่เมื่อได้ย้อนเวลากลับมาครั้งนี้ฉันจะไม่ยอมเป็นที่รองมือรองเท้าใครอีกแม้กระทั่งแม่สามีที่เกลียดชังฉันกับลูกเข้าไส้ ฉันจะทวงความยุติธรรมและสิ่งที่ลูกสาวสมควรได้คืนมา คำนำ เฟิงมี่ลูกสะใภ้คนรองของตระกูลมู่ ต้องมาจบชีวิตอย่างไร้ความเป็นธรรม จิตสุดท้ายที่เธอเป็นห่วงคือลูกสาวตัวน้อย กลัวว่าจะถูกกลั่นแกล้งรังแกเมื่อไม่มีเธอคอยปกป้องดูแล และคนที่รังแกและรังเกียจไม่ใช่ใครอื่นไกลแต่เป็นย่าของเธอ เพียงเพราะคิดว่าฮว๋าเย่ลูกของเฟิงมี่เป็นลูกของชายชู้ เธออ้อนวอนต่อสวรรค์จนลมหายใจสุดท้ายเธอได้หมดลง แต่ใครจะไปคิดว่าเธอจะได้ยินเสียงลูกสาวเรียกเธออีกครั้ง เธอลืมตาขึ้นดูใบหน้าที่เต็มด้วยหยาดน้ำตาของลูกสาว เธอโอบกอดแนบแน่นคิดว่าชาตินี้ทั้งชาติจะไม่ได้กลับมาหาลูกน้อยอีกแล้ว และเธอก็ได้รับรู้ว่าตอนนี้เธอได้ย้อนเวลากลับ แต่ทว่าครั้งนี้เธอจะไม่ยอมให้มันเป็นเหมือนเดิมอีกต่อ คนอ่อนแอให้แม่สามีกับพี่สะใภ้รังแกจะไม่มีอีกต่อไป ต่อจากนี้จะมีเพียงเฟิงมี่ที่สู้คนและจะทวงความยุติธรรมให้แก่ลูกสาว เรียกร้องในส่วนที่ฮว๋าเย่ลูกสาวไม่เคยได้รับมันเมื่อครั้งที่แล้ว
View Moreบทที่ 25 ครอบครับอบอุ่นหลายวันต่อมาผลเลือดของหย่งอี้ออกมาแล้วและพบว่าผลเลือดของเขาไม่เข้ากันกับไคฉีแม้แต่น้อย ไคฉีเสียใจมากหลายวันมานี้เขาเอาแต่ดื่มเหล้าจากคนที่ติดงานต้องลางานหลายวัน จนหลวนหลงต้องเข้าไปให้สติ ส่วนซูเจี้ยนหลังจากที่เธอฟื้นเธอตรอมใจเหลือเกินไม่ว่าจะเป็นเรื่องของซูหรงและการกระทำชั่วร้ายที่เธอได้ทำลงไปกับเฟิงมี่เพราะเชื่อคำพูดของซูหรงจนหมดใจ ยิ่งเธอมารู้ว่าหย่งอี้ไม่ใช่สายเลือดของเธอ ตอนนั้นเหมือนโลกทั้งใบแตกสลายเธอทำดีเอาอกเอาใจรักมากที่สุดแต่ทว่าเด็กคนนั้นไม่สายเลือดของเธอเลยแม้แต่น้อยกลับกันเธอทำเลวระยำต่ำช้ากับหลานแท้ ๆ ของตัวเองมาตั้งแต่ที่เธอเกิดแม้แต่ของเล่นชิ้นเดียวเธอยังไม่เคยซื้อให้ เธอจำได้ฮว๋าเย่ให้กระดาษเธอแผ่นหนึ่งก่อนย้ายออกจากบ้านเธอรีบสั่งให้สาวใช้ไปเอาให้เธอไม่ได้เอามันทิ้งแต่เก็บเอาไว้ในตู้ เมื่อเธอเปิดดูน้ำตาไหลพรากอย่างพูดไม่ออก ในใจของเธอเจ็บช้ำไปหมดเพราะกระดาษแผ่นนั้นคือรูปวาดครอบครัวของฮว๋าเย่ ที่มีทุกคนอยู่ในนั้นรวมถึงเธอด้วย“อึก อึก เป็นฉันเองที่โง่งม ฉันมันเลวร้ายที่สุดฉันทำร้ายจิตใจเด็กคนนี้มาตั้งแต่เกิดแม้แต่ความรักยังไม่เคยมอบให้ แถมยังเค
บทที่ 24 ความจริงถูกเปิดแผยซูหรงสะลึมสะลือลืมตาขึ้นมาเห็นสีหน้าของซูเจี้ยนที่จ้องมองเธออย่างโกรธเกรี้ยว เธอเลยเอ่ยถามด้วยความสงสัย“คุณแม่ทำไมคุณแม่ถึงมองฉันแบบนั้นละคะ เอ๊ะ! แล้วฉันมานอนตรงนี้ได้ยังไงกัน” ไม่ทันได้พูดจบดวงตาของซูหรงเบิกโพลงเพราะตอนนี้ร่างกายของเธอไร้เสื้อผ้านุ่งห่มยิ่งไปกว่านั้นคือฉู่อี้ที่นอนเปลือยเปล่ากอดร่างกายเธอแน่นอีกด้วย“ฉันต่างหากที่ต้องถามแก แกทำไมถึงทำแบบนี้กันห่ะ”“คุณแม่ฟังฉันก่อนนะ ฉันไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นต้องเป็นฝีมือของนังเฟิงมี่ที่วางยาฉัน นี่แกนังเฟิงมี่ฉันอุตส่าห์ทำดีกับแกคิดว่าชีวิตแกน่าสงสารทำไมแกถึงทำอย่างนี้ หรือเพราะแกอยากได้สมบัติทุกอย่างของตระกูลมู่ เลยหาทางกำจัดฉันออกไป คุณแม่อย่าไปเชื่อมันนะคะ ผู้ชายคนนี้ฉันไม่รู้จักด้วยซ้ำเพราะนังเฟิงมี่วางแผนถ้าฉันจะมีชู้จริง ๆ ฉันไม่โง่มาทำที่นี่ให้ถูกจับได้หรอกค่ะ”“ฮึ ฮึ ใช่แล้วล่ะ ถ้าพี่ซูงหรงมีชู้คงไม่ทำที่นี่แต่ที่ทุกคนเห็นคือแผนการของแกนังซูหรง แกตั้งใจวางแผนให้ฉันกินน้ำที่แกใส่ยานอนหลับไว้ คิดดูว่าถ้าหากฉันโง่และหลงกลกินน้ำที่แกผสมยานอนหลับไว้คนที่นอนอยู่ตรงนั้นจะเป็นใครหากไม่ใช่ฉัน เรื่องนี้ฉันม
บทที่ 23 ใครกันแน่ที่โง่ไม่นานนักซูหรงได้เดินออกมาจากห้องน้ำนั่งลงตรงหน้าของเฟิงมี่“กับข้าวเย็นหมดแล้ว ฉันต้องขอโทษพี่ซูหรงด้วยนะคะ เป็นเพราะฉันแท้ ๆ เลย”“ไม่เป็นอะไรหรอกน่าเรื่องเล็กน้อยเรามากินข้าวกันเถอะ”“ได้ค่ะ ” เฟิงมี่หยิบตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารใส่จานตัวเองกินอย่างเอร็ดอร่อย เธอรู้สึกตลอดเวลาว่าถูกสายตาของซูหรงจ้องมองว่าเมื่อไหร่เธอจะกินน้ำ เธอจึงวางตะเกียบลงหยิบแก้วน้ำมาดื่มจนหมดแก้ว“อึก อึก วันนี้เป็นเพราะมีพี่ซูหรงมานั่งกินด้วยกันหรือเปล่าทำให้ฉันกินข้าวได้มากกว่าทุกวัน “ซูหรงยิ้มกริ่มเมื่อเห็นอีกฝ่ายดื่มน้ำจนหมดแก้วไม่นานยานอนหลับคงออกฤทธิ์นี่คือแผนที่เธอวางเอาไว้กับฉู่อี้วันนี้เธอรู้มาว่าหลวนหลงเข้ากรมช่วงเช้าเพราะวันนี้เธอได้ทำการโทรเลขไปหาหลวนหลงว่าแม่ของเขาป่วยหนักให้เขามาหาที่บ้านตระกูลมู่ และแผนการนี้เธอได้บอกแม่สามีหลังอาหารมื้อเที่ยงให้เธอพาหลวนหลงกลับมาที่นี่ของเขาให้ได้จะได้มาเห็นว่านังเฟิงมี่นั้นตอนเริงรักกับชู้ในตอนที่เขาออกไปทำงาน เพียงเท่านี้แผนการของเธอก็สำเร็จ ส่วนเรื่องโฉนดที่ดินนั้นเอาไว้หลังจัดการนังเฟิงมี่เสียก่อน“เธอกินข้าวได้เยอะฉันเองก็ดีใจ ตอนนี้
บทที่ 22 แกล้งโง่หลังจากที่ซูหรงกลับเฟิงมี่ได้ออกไปที่ตลาดเมื่อเห็นว่าตอนนี้ยังมีเวลาอีกมากกว่าที่ฮว๋าเย่จะกลับจากโรงเรียน เธอไปที่ร้านของเล่นที่เคยเห็นซูหรงกับฉู่อี้อยู่ด้วยกัน ไม่คิดเลยว่าการมาที่ตลาดของเธอในครั้งนี้จะได้เห็นกับตาว่าซูหรงอยู่กับชายชู้ของเธออีกครั้ง เฟิงมี่ค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ ๆ แอบฟังทั้งสองพูดคุยกันและเป็นความโชคดีที่ฉู่อี้เป็นคนพูดจาเสียงดังไม่กลัวว่าใครจะมาได้ยิน เพราะถิ่นนี้เป็นถิ่นของเขา“ดีมาก เธอค่อยไปหานังเฟิงมี่บ่อย ๆ จะได้รู้ว่าวันไหนที่สามีเธอไม่อยู่ เราจะได้หาทางเข้าไปที่บ้านหลังนั้นทำตามแผนที่วางเอาไว้”“นั่นสิ ฉันละสะอิดสะเอียนอยากจะให้แผนสำเร็จเร็ว ๆ ไม่อยากจะพูดดีกับนางนั่นเลยด้วยซ้ำ คนอะไรน่าโง่จริง ๆ ไม่ว่าฉันจะพูดอะไรก็เชื่อไปหมด ส่วนนังแก่ที่บ้านก็เริ่มเมายาที่พี่ให้ไปแล้ว ตอนนี้ฉันต้องการยาเพิ่มเอามาให้ฉันหน่อยสิ”“ได้เดี๋ยวฉันจะให้เพิ่ม ใส่ให้กินทุกวันจะได้ลงแดงตอนนั้นเธอจะให้มันทำอะไรนังแก่นั่นก็ทำให้ทุกอย่าง ”“ฮึ ฮึ ฉันละอยากให้วันนั้นมาถึงเร็ว ๆ เสียจริง”“อีกไม่นานแล้วยอดรักของพี่” เฟิงมี่แอบฟังทั้งสองได้ยินแผนการความชั่วช้าของทั้งคู่รีบ
บทที่ 21 ตีสนิทท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี เฟิงมี่ขยับกายไปมาบนเตียงลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือกวาดมองไปรอบห้องพบว่ามีเพียงเธอที่อยู่ในห้องนี้ ลุกขึ้นจ้องมองร่างกายที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความรักที่หลวนหลงมอบให้ เธอค่อย ๆ ลุกจากเตียงไปอาบน้ำล้างตัวคิดว่าตอนนี้หลวนหลงคงอยู่กับฮว๋าเย่ข้างนอกหลังจากที่อาบน้ำเสร็จแล้วเธอเดินออกมาภายในบ้านเงียบราวกับว่าไม่มีใครอยู่จึงเดินออกไปที่หน้าประตูเห็นทหารยืนอยู่ตรงนั้นจึงรีบเข้าไปถามทันที“เอ่อ ...ไม่ทราบว่าคุณเห็นสามีกับลูกสาวของฉันมั้ยคะ”“นายผู้หญิงตื่นแล้วหรือครับ ท่านนายพลฝากแจ้งนายหญิงเมื่อตื่นว่าท่านนายพลพาคุณหนูออกไปหาอะไรกินข้างนอก ไม่นานจะกลับเข้ามาครับและฝากบอกให้คุณหญิงแต่งหน้าแต่งตัวรอท่านด้วยชุดที่ท่านเตรียมไว้ให้อยู่ในห้องคุณหนูครับ” เฟิงมี่พยักหน้ารับรู้พร้อมเดินไปที่ห้องของฮว๋าเย่เห็นชุดที่เขาเตรียมไว้ให้สวมใส่ไปงานเลี้ยงในคืนนี้ ช่างเป็นชุดที่สง่าจริง ๆเฟิงมี่ถือชุดเดินออกมาพบว่าตอนนี้สองพ่อลูกได้กลับเข้ามาแล้ว เสียงพูดคุยหัวเราะอย่างชอบใจของฮว๋าเย่ทำให้เฟิงมี่มีความสุขเหลือเกิน จนเธอคิดขึ้นได้ว่าเธอเคยผ่านเรื่องเลวร้ายอะไรมา‘ฉันออกมาอย
บทที่ 20 ของขวัญฝั่งด้านหลวนหลงหลังจากที่พาเฟิงมี่กับลูกสาวเดินทางมาถึงบ้านที่ทำการซื้อไว้จัดแจงที่พักและห้องนอนให้ฮว๋าเย่โดยมีลูกน้องของเขามาช่วยเหลือไม่นานบ้านหลังใหม่ที่ย้ายมาอยู่ก็เสร็จสมบูรณ์ห้องของฮว๋าเย่เต็มไปด้วยตุ๊กตามากมาย"ว๊าวว^ ^ นี่ห้องของหนูเหรอคะ ""ใช่แล้วลูกชอบมั้ย""ชอบมากเลยค่ะ นั่นอะไรคะ" ฮว๋าเย่มองไปเห็นของใช้มากมายที่วางอยู่ตรงหน้าชี้นิ้วถามพ่อด้วยความสงสัย"ก็อุปกรณ์การเรียนไง พ่อได้ยินมาจากแม่ของลูกว่าตอนนี้ได้สมัครเรียนไว้ให้เสื้อผ้ากระเป๋าก็มีแล้ว พ่อเลยเลือกซื้อของที่ลูกยังไม่มีเอาไว้ให้""คุณไปเตรียมของพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน" เฟิงมี่ยืนอยู่นั้นก็สงสัยไม่ต่างจากลูกสาวเขาอยู่กับเธอตลอดเอาเวลาตรงไหนไปซื้ือของมากมายพวกนี้กันนะ"ฉันเป็นนายพลแค่สั่งลูกน้องไม่กี่คนของพวกนี้ก็ถูกจัดการตามคำสั่งแล้วล่ะ ฮว๋าเย่ลูกสำรวจห้องของตัวเองอย่างเต็มที่เลยนะ ดูสิว่ามีอะไรที่ลูกอยากได้บ้างพ่อมีเรื่องจะคุยกับแม่ของลูกหน่อย""ได้ค่ะ" หลวนหลงจับมือของเฟิงมี่ให้ตามเขาไปที่ห้องนอนของทั้งสอง เฟิงมี่เดินตามไปด้วยความงุนงง"เรามีเรื่องอะไรจะคุยกันอีกหรือคะ""มีสิ ฉันมีของขวัญขึ้นบ
บทที่ 19 ทุกอย่างต้องเป็นของหย่งอี้ซูเจี้ยนกำมือแน่นสูดลมหายใจเข้าออกเพื่อระงับอารมณ์จ้องมองรถยนต์เคลื่อนออกไปข้างนอกจนพ้นสายตา ซูหรงเดินลงมากับหย่งอี้ได้ยินเสียงรถยนต์ออกไปรีบเดินมาหาซูเจี้ยนด้วยความอยากรู้“คุณแม่คะเมื่อครู่นี่เสียงรถยนต์ของหลวนหลงออกไปทำงานหรือคะ”“ใช่รถยนต์ของหลวนหลงแต่ไม่ใช่ไปทำงาน ลูกชายของฉันเป็นถึงนายพลยิ่งใหญ่ทำไมโง่ดักดานดูไม่ออกว่าผู้หญิงคนนั้นมันเป็นคนชั่วร้ายแถมยังสวมเขาให้ลูกชายฉันอีกด้วย” ซูเจี้ยนพูดออกมาอย่างหัวเสียมือที่ถือกระดาษของฮว๋าเย่มอบให้เมื่อครู่เผลอใส่กระเป๋าเสื้ออย่างไม่รู้ตัว“อย่าบอกนะคะว่าตอนนี้นังเฟิงมี่ย้ายออกไปแล้ว แล้วแผนที่คุณแม่ป่วยไม่สามารถเรียกร้องให้หลวนหลงอยู่ที่นี่ต่อได้หรือคะ นังเฟิงมี่มันมีดีอะไรที่ทำให้หลวนหลงหลงเธอได้ขนาดนี้กัน”“นังนั่นมันร้าย มันจับได้นะสิว่าฉันแกล้งป่วยเธอรู้มั้ยเมื่อวานมันเอาข้าวต้มใส่เกลือเค็มปี๋ไปให้ฉันกิน ฉันล่ะอยากตบเธอสักฉากแต่ก็กลัวว่าหลวนหลงจะมาเห็นเข้าและคิดว่าฉันรังแกนังเฟิงมี่แค่นี้ลูกชายของฉันก็เชื่อมันจนหมด ถ้าเกิดรู้ว่าฉันเป็นคนลงไม้ลงมือรังแกนังเฟิงมี่คงไม่อยากจะเจอหน้าฉันอีกต่อไปแน่ ๆ เฮ
บทที่ 18 อบอุ่น“ลูกไม่ตื่นหรอกนะ รู้มั้ยว่าทุกคืนวันฉันคิดถึงเธอขนาดไหน ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าที่งดงามน้ำเสียงที่นุ่นนวลสายตาที่จ้องมองฉันด้วยความรัก ฉันคิดถึงเธอจนแทบบ้า เฟิงมี่ฉันรักเธอ” หลวนหลงพูดจบไม่เปิดโอกาสให้เฟิงมี่ได้พูดต่อก้มลงจูบอย่างนุ่มนวลที่ริมฝีปากอวบอิ่มน่าดึงดูดของเฟิงมี่ ค่อย ๆ กวาดชิมลิ้มรสความหอมหวานที่เขาคนึงหามาตลอดเวลา5 ปีที่ผ่านมา ร่างเล็กสั่นสะท้านลมหายใจเริ่มติดขัด ลิ้นสากของเขาควานไปทั่วดูดดื่มน้ำหวานรุนแรงมากกว่าเดิม มือข้างขวาค่อย ๆ ขยับเลื่อนเข้ามาในเสื้อบางของเธออย่างคุ้นชิน เลื่อนมาจับที่หน้าอกอวบอิ่มจนร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยอย่างสั่นทะท้านเมื่อเขาสัมผัสที่ยอดปทุมถันใช้นิ้วคลึงเล่นหลอกล้อโดยไม่สนอีกฝ่ายที่ดิ้นทุรนทุรายด้วยความเสียวซ่าน ทำได้เพียงส่งเสียงประท้วงผ่านลำคอ“อื้อ อือ” สองมือของเธอดันอกของเขาเอาไว้ตอนนี้เรี่ยวแรงของเธอแทบไม่มีร่างกายอ่อนระทวยไปหมด หลวนหลงแม้ไม่อยากจะหยุดแต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายหายใจไม่ทันจึงค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออก“แค่จูบก็ทำให้เธออ่อนระทวยไปหมดแล้วหรือ ? อย่าพึ่งหมดแรงสิคืนนี้ทั้งคืนฉันจะไม่ให้เธอนอนเลยชดเชยเวลาที่เราไม่ได้เจอกันหลายปี
บทที่ 17 ปากหวาน“แกคิดว่าทำอย่างนี้แล้วฉันจะกลัวแกหรือไงกัน ไม่มีทางคอยดูเถอะฉันจะเอาคืนให้สาสมนังเฟิงมี่ไม่ว่าจะตอนนี้หรือตอนไหนฉันไม่มีทางนับญาติกับคนอย่างแกแน่นอน” ซูเจี้ยนพูดสถบตามหลังเฟิงมี่อย่างโกรธแค้นเฟิงมี่เดินออกมาจากห้องของซูเจี้ยนพลางเดินไปหาสามีกับลูกของเธอเห็นว่าตอนนี้ทั้งสองกำลังเดินออกมาจากห้องพอดี“คุณแม่เป็นอย่างไรบ้าง”“คุณแม่ของคุณน่าจะหายดีแล้วล่ะ ฮว๋าเย่หิวมั้ยลูกเราลงไปกินข้าวกันเถอะ” เฟิงมี่ไม่อยากจะพูดว่าอาการป่วยของแม่สามีคือเรื่องโกหกจึงรีบเปลี่ยนเรื่องจับมือฮว๋าเย่เดินมาชั้นล่างโดยมีหลวนหลงเดินตามลงมา ตอนนั้นไคฉีกลับมาจากที่ทำงานพอดี เฟิงมี่จึงชวนกินข้าวด้วยกัน“พี่ไคฉีมาพอดีเลยเรากำลังไปกินข้าวกัน กินด้วยกันนะคะ”“เอาสิ วันนี้ทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน ที่ทำงานมีเรื่องให้ปวดหัวไม่เว้นวันเลยเดี๋ยวฉันขึ้นห้องเก็บของแล้วจะตามไปที่ห้องกินข้าวแล้วกัน” ไคฉีบอกกับเฟิงมี่ด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด“ได้ค่ะเดี๋ยวฉันจะเตรียมข้าวไว้รอ”“พี่ไคฉีปกติกลับบ้านเวลานี้ตลอดเลยรึ” หลวนหลงเอ่ยถามเฟิงมี่อย่างสงสัยเมื่อทั้งสามเดินมาถึงห้องอาหาร“เมื่อก่อนฉันไม่ค่อยรู้เพร
บทที่ 1 นังเด็กกาฝากณ.มณฑลเจิ้งไฉตระกูลมู่เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในมณฑลแห่งนี้ มู่ซูเจี้ยนผู้ที่เลี้ยงลูกมาตามลำพังหลังจากสามีตาย เธอเป็นแม่หม้ายที่สุขสบายเลยทีเดียวเธอมีลูกชายอยู่สองคน คนโตมีหน้าที่การงานเป็นนายอำเภอมีภรรยาและลูกชายที่น่ารัก เขามีชื่อว่ามู่ไคฉี ภรรยาที่เป็นสะใภ้ชื่อว่าซูหรงและลูกชายอายุ5 ขวบชื่อว่า หย่งอี้ เด็กชายคนนี้เกิดมาก็ได้ความรักจากคุณย่าเต็ม ๆ ต่างจาก ฮว๋าเย่ ลูกสาวของเฟิงมี่ภรรยาของลูกชายคนที่สองของตระกูล เพราะเธอมากจากตระกูลที่ยากจน ลูกชายของเธอมู่หลวนหลงได้รับราชการเป็นทหารและมียศเป็นถึงรองนายพลทำให้เธอไม่พอใจที่ลูกชายไปคว้าลูกสะใภ้บ้านนอกคนนี้มา ใจอคติของเธอคิดว่าหลานสาวตัวน้อยคนนี้ไม่ใช่หลานตัวเองจงเกลียดจงชังตั้งแต่ลืมตาขึ้นมามองโลกตอนนี้ฮว๋าเย่มีอายุน้อยกว่าหย่งอี้ 1 ปี แต่ทว่าความเฉลียวฉลาดพูดจาฉะฉานมากกว่าพี่ชายมากนักแต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะชื่นชอบ ซูหรงไม่อยากให้ลูกสาวของสะใภ้เล็กได้รับการยอมรับจากคนเป็นย่า จึงหาทางกลั่นแกล้งสารพัดทั้งพูดกรอกหูแม่สามีให้รังเกียจและเข้าใจผิดเฟิงมี่กับลูกอีกด้วย เนื่องจากหลังที่เฟิงมี่คลอดลูกสาวได้กี่เดือน หลวนหลงผู้...
Comments