สาวการตลาดศตวรรษที่ 21 จับพลัดจับผลูมาเข้าร่างสาวบ้านนาที่มีย่าใจร้าย วันดีคืนดีไปเจอหนุ่มหล่อบาดเจ็บจึงเก็บกลับบ้านอย่างไม่เต็มใจ สาวน้อยจะช่วยครอบครัวอย่างไรมาดูกัน
View Moreชีวิตของตระกูลหลินกลับมาดำเนินไปตามปกติ หลินฉางหยูและหลินฉิงอันยังคงขึ้นเขาไปจับปลาและนำมาพักไว้ในบ่อก่อนที่จะนำไปส่งที่โรงเตี๊ยมไห่ถังเช่นเคย กิจวัตรประจำวันเหล่านี้ช่วยให้พวกเขามีรายได้เลี้ยงดูครอบครัววันหนึ่ง ขณะที่สองพ่อลูกกำลังเตรียมปลาเพื่อนำไปส่งที่โรงเตี๊ยมไห่ถัง หลินฉิงอันก็เอ่ยขึ้นด้วยความคิดที่อยู่ในใจมาสักพัก“ท่านพ่อเจ้าคะ วันนี้ข้าอยากจะพาน้องชายทั้งสองไปอำเภอด้วย” หลินฉิงอันกล่าว“ไปอำเภอหรือ? มีธุระอันใดหรือ อันเออร์?” หลินฉางหยูถามด้วยความสงสัย“ข้าอยากจะพาน้องๆ ไปสมัครเรียนที่สำนักศึกษาในอำเภอเจ้าค่ะ พวกเขาโตพอที่จะเริ่มเรียนหนังสือได้แล้ว” หลินฉิงอันอธิบายหลินฉางหยูพยักหน้าเห็นด้วย เขาเห็นว่าการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับลูกชายทั้งสอง และเขาก็อยากจะให้ลูกๆ ได้มีโอกาสเรียนรู้เมื่อหลินอ้ายได้ยินว่าหลินฉิงอันจะพาน้องชายทั้งสองไปสมัครเรียนที่อำเภอ
ผู้ใหญ่บ้านหลี่กล่าวอวยพรให้ลูกหลานทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรง และประสบความสำเร็จในชีวิต ลูกหลานก็อวยพรให้ผู้ใหญ่บ้านหลี่และภรรยามีสุขภาพแข็งแรงและอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกหลานไปนานๆเสียงหัวเราะและรอยยิ้มดังขึ้นเป็นระยะ บ่งบอกถึงความสุขและความอบอุ่นที่อยู่ในครอบครัวของผู้ใหญ่บ้านหลี่ แม้ว่าผู้ใหญ่บ้านหลี่จะใช้เวลาอยู่กับครอบครัวของเขา แต่เขาก็ยังคงนึกถึงตระกูลหลินและสิ่งที่พวกเขาได้ทำเพื่อหมู่บ้าน เขาคิดถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของตระกูลหลินที่ได้ช่วยเหลือเหิงจิ้งกั๋วและองครักษ์ของเขา รวมถึงการสร้างห้องเก็บของและการสนับสนุนชาวบ้านในการขายเกาลัดคั่ว ผู้ใหญ่บ้านหลี่รู้สึกขอบคุณตระกูลหลินที่ได้นำความเจริญและความสุขมาสู่หมู่บ้านต้าไห่บรรยากาศในวันปีใหม่ของหมู่บ้านต้าไห่จึงเต็มไปด้วยความสุข ความอบอุ่น และความหวัง ทุกคนต่างเริ่มต้นปีใหม่ด้วยจิตใจที่เบิกบานและมีความหวังในอนาคตที่ดีเมื่อเทศกาลปีใหม่ผ่านพ้นไป ชีวิตในหมู่บ้านต้าไห่ก็กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง หิมะยังคงโปรยปรายลงมาเป็น
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฤดูหนาวได้มาเยือนอย่างเต็มตัว หิมะเริ่มโปรยปรายลงมาปกคลุมทั่วผืนดิน บรรยากาศหนาวเย็นแผ่กระจายไปทุกหนทุกแห่ง แต่ชีวิตในหมู่บ้านต้าไห่ยังคงดำเนินต่อไปแม้ว่าจะเป็นช่วงหน้าหนาวแล้ว แต่ตระกูลหลินยังคงต้องเดินทางไปส่งปลาและถั่วงอกที่โรงเตี๊ยมไห่ถังตามปกติ พวกเขายังเหลือปลาที่ต้องส่งอีกเจ็ดรอบ ซึ่งเป็นจำนวนที่มากพอที่จะทำให้พวกเขาตัดสินใจฝ่าความหนาวเย็นเดินทางไปส่งสินค้าและรับเงินจากเถ้าแก่หลิวหลินฉางหยูและหลินฉิงอันเตรียมตัวสำหรับการเดินทางอย่างรอบคอบ พวกเขาสวมเสื้อผ้าหนาๆ หลายชั้น เพื่อป้องกันความหนาวเย็น หลินฉิงอันมีความกังวลเกี่ยวกับลาของพวกเขาที่ต้องเดินทางในสภาพอากาศหนาวเย็นเช่นนี้ นางกลัวว่าลาจะหนาวสั่นและเจ็บเท้า นางจึงขอให้หลินอ้ายช่วยเย็บถุงเท้าหนาๆ ให้กับลา โดยใช้วัสดุจากหนังสัตว์เก่าๆ ที่เก็บไว้ในบ้าน“ท่านแม่เจ้าคะ ข้าอยากจะขอให้ท่านแม่ช่วยเย็บถุงเท้าให้กับลาหน่อยเจ้าค่ะ อากาศหนาวเช่นนี้ ข้ากลัวว่ามันจะเจ็บเท้า” หลินฉิงอันกล่าว
เมื่อถึงยามอิ๋น แสงแรกแห่งวันใหม่ยังไม่ทันสาดส่อง แต่ภายในบ้านของตระกูลหลินกลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาแล้ว หลินฉางหยูและหลินฉิงอันตื่นขึ้นมาเตรียมปลาและถั่วงอกเพื่อนำไปส่งที่โรงเตี๊ยมไห่ถังตามปกติเหล่าองครักษ์ที่พักอยู่ในบ้านหลังเล็ก ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง พวกเขารู้สึกตัวและรีบลุกขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าหลินฉางหยูและหลินฉิงอันกำลังเตรียมของ พวกเขาก็ไม่รอช้าที่จะเข้าไปช่วยเหลือองครักษ์ส่วนหนึ่งช่วยสองพ่อลูกขนปลาและถั่วงอกขึ้นเกวียนลาอย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบ ส่วนองครักษ์อีกส่วนหนึ่งก็ไปช่วยหลินอ้ายตักน้ำใส่โอ่งและช่วยเตรียมอาหารในครัว เพื่อแบ่งเบาภาระของนางเหิงจิ้งกั๋วที่พักอยู่ในห้อง ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวต่างๆ ก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ เขารู้สึกอบอุ่นใจที่เห็นคนของเขารู้จักช่วยเหลือและมีน้ำใจต่อผู้อื่นไม่นานนัก หลินฉิงเฉิงและหลินฉิงหยางก็เดินเข้ามาในห้องของเหิงจิ้งกั๋ว พวกเขาถืออุปกรณ์ทำแผลมาด้วย“อรุ
หลังจากที่การขนย้ายสิ่งของเข้าห้องเก็บของเสร็จสิ้นลง หลินอ้ายก็สังเกตเห็นว่าภายในบ้านมีผู้คนอาศัยอยู่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ทั้งเหิงจิ้งกั๋วและองครักษ์ส่วนตัวของเขาอีกสิบคน ทำให้จำนวนคนในบ้านเพิ่มขึ้นอย่างมากหลินอ้ายเริ่มกังวลว่าวัตถุดิบอาหารที่มีอยู่จะไม่เพียงพอต่อความต้องการของทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง ซึ่งอาหารสดจะหายากขึ้นและมีราคาสูงขึ้น นางจึงตัดสินใจที่จะบอกหลินฉางหยูและหลินฉิงอันให้ไปซื้อวัตถุดิบอาหารเพิ่มเติมจากในตลาด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับช่วงฤดูหนาวและรองรับจำนวนคนที่เพิ่มขึ้นในบ้าน“ท่านพี่ อันเออร์ ข้าคิดว่าเราควรจะไปซื้อวัตถุดิบอาหารมาเพิ่มเสียหน่อย” หลินอ้ายกล่าวกับสองพ่อลูก“เพราะเหตุใดหรือเจ้าคะท่านแม่?” หลินฉิงอันถาม“ในบ้านของเรามีคนอยู่มากขึ้นกว่าเดิมมาก หากเราไม่เตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆ อาหารอาจจะไม่พอ และเมื่อถึงฤดูหนาว ราคาอาหารก็จะแพงขึ้น” หลินอ้ายอธิบายด้วยความเป็
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เหิงจิ้งกั๋วก็หันไปสั่งองครักษ์ของเขา“พวกเจ้าจงไปหาเสื้อผ้าแบบชาวบ้านมาสวมใส่เสียก่อน แล้วค่อยกลับมาพบข้าอีกครั้ง” เหิงจิ้งกั๋วกล่าวองครักษ์พยักหน้าเข้าใจ พวกเขารู้ว่าการแต่งกายแบบชาวบ้านจะช่วยให้พวกเขาไม่เป็นที่สังเกต และไม่ดึงดูดความสนใจจากผู้คน“แล้วท่านแม่ทัพจะไปที่ใดหรือขอรับ?” องครักษ์คนหนึ่งถาม“ข้าจะไปขอร้องคนในตระกูลหลินเสียก่อน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ข้าจะกลับมาพบพวกเจ้าที่นี่” เหิงจิ้งกั๋วตอบองครักษ์รับทราบคำสั่งและแยกย้ายกันไปหาเสื้อผ้าตามที่เหิงจิ้งกั๋วสั่ง ส่วนเหิงจิ้งกั๋วก็เดินกลับเข้าไปในบ้านด้วยความรู้สึกหนักใจ แต่ก็เต็มไปด้วยความหวังว่าตระกูลหลินจะให้ความช่วยเหลือ เขาตั้งใจที่จะอธิบายเหตุผลและความจำเป็นของเขาให้ตระกูลหลินฟังอย่างละเอียด และขอร้องพวกเขาด้วยความจริงใจเมื่อเหิงจิ้งก้าวเข้ามาในบ้าน เขาก็เห็นหลินอ้าย หลิน
ชาวบ้านรับเงินด้วยรอยยิ้มและกล่าวขอบคุณหลินฉางหยู พวกเขาดีใจที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนบ้านและได้รับค่าตอบแทนอย่างเหมาะสมหลินฉางหยูมองดูชาวบ้านที่เดินจากไปด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ เขาขอบคุณทุกคนที่มาช่วยเหลือเขาจนงานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เขารู้สึกโชคดีที่มีเพื่อนบ้านที่ดีเช่นนี้ในขณะที่หลินฉางหยูและชาวบ้านกำลังสร้างห้องเก็บของอย่างขะมักเขม้น อีกด้านหนึ่ง กลุ่มองครักษ์ส่วนตัวของเหิงจิ้งกั๋วนับสิบคน กำลังเดินทางอย่างเร่งรีบเพื่อตามหาแม่ทัพของพวกเขาหลังจากที่เหิงจิ้งกั๋วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย องครักษ์กลุ่มนี้ก็ไม่ลดละความพยายามในการตามหา พวกเขาออกเดินทางไปยังเมืองต่างๆ สอบถามผู้คน และตรวจสอบทุกหนทุกแห่งที่พวกเขาคิดว่าเหิงจิ้งกั๋วอาจจะไปในที่สุด พวกเขาก็ได้รับเบาะแสที่เมืองไห่ตง มีคนบอกว่าเห็นชายผู้มีลักษณะคล้ายกับเหิงจิ้งกั๋วได้รับการช่วยเหลือจากสองพ่อลูกจากหมู่บ้านต้าไห่เมื่อได้ยินเช่นนั้น องครักษ์ทั้งสิบก็ไม่รอช้า พวกเขารีบควบม้
หลังจากที่หลินฉางหยูและหลินฉิงอันกลับถึงบ้านได้ไม่นานนัก ก็มีเสียงเคาะประตูหน้าบ้านดังขึ้น เมื่อหลินฉางหยูเปิดประตูออกดูก็พบว่าเป็นผู้ใหญ่บ้านหลี่ พร้อมกับชาวบ้านอีกสิบคน“สวัสดีท่านผู้ใหญ่บ้าน เข้ามาก่อนขอรับ” หลินฉางหยูกล่าวต้อนรับผู้ใหญ่บ้านหลี่และชาวบ้านเดินเข้ามาในบ้าน หลินฉางหยูเชิญทุกคนนั่งลงในห้องโถง“ขอบคุณท่านมากที่มาช่วยเหลือ” หลินฉางหยูกล่าวด้วยความซาบซึ้ง“ไม่เป็นไรๆ พวกเรายินดีที่จะช่วยเหลือท่านอยู่แล้ว” ผู้ใหญ่บ้านหลี่ตอบจากนั้นหลินฉางหยูก็ได้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการสร้างห้องเก็บของให้ผู้ใหญ่บ้านหลี่และชาวบ้านฟัง เขาบอกขนาดของห้อง วัสดุที่ต้องการ และตำแหน่งที่จะสร้างผู้ใหญ่บ้านหลี่และชาวบ้านฟังอย่างตั้งใจ และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อมีข้อสงสัย“ข้าคิดว่าเราควรจะเริ่มสร้างจากตรงนี้ก่อน แล้วค่อยๆ ขยายไปทา
พวกเขาล้างมือล้างไม้ที่เปื้อนดินเปื้อนถ่านจนสะอาด ก่อนที่จะเข้าไปในบ้าน ขณะที่หลินฉางหยูกำลังเดินเข้าไปในบ้าน เขาก็สังเกตเห็นถังเพาะถั่วงอกที่วางเรียงรายอยู่ด้านข้างของครัว ถังเหล่านั้นวางอยู่กลางแจ้ง โดนแดดโดนน้ำค้าง ทำให้คุณภาพของถั่วงอกอาจไม่ดีเท่าที่ควรหลินฉางหยูขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาคิดว่าหากมีห้องเก็บของก็จะสามารถเก็บถังถั่วงอกเหล่านี้ได้อย่างมิดชิด ป้องกันแดดฝน และรักษาคุณภาพของถั่วงอกได้เป็นอย่างดี เขาจึงหันไปพูดกับหลินฉิงอันถึงเรื่องนี้“ฉิงเออร์ พรุ่งนี้หลังจากที่เราส่งปลาและถั่วงอกเสร็จแล้ว พ่อจะขอให้ผู้ใหญ่บ้านช่วยเรียกชาวบ้านมาช่วยกันสร้างห้องเก็บของให้เราสักหน่อย” หลินฉางหยูกล่าวหลินฉิงอันพยักหน้าเห็นด้วย นางก็คิดเช่นเดียวกันว่าการมีห้องเก็บของจะเป็นประโยชน์อย่างมาก“ข้าก็เห็นด้วยเจ้าค่ะท่านพ่อ ถ้ามีห้องเก็บของ เราก็จะสามารถเก็บถั่วงอกและสิ่งของอื่นๆ ได้อย่างเป็นระเบียบ และป้องกันแดดฝนรวมถึงหิมะได้” หลินฉิงอันกล่าว
จูฉิงอันเป็นเด็กกำพร้าที่ได้รับการเลี้ยงดูจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่เธอจำความได้ หลังจากอายุครบเกณฑ์ที่ต้องออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตอนอายุ 18 เธอก็หางานทำและเรียนไปด้วยจนกระทั่งจบปริญญาตรีด้านการตลาด ทุกปีจูฉิงอันจะนำเงินเก็บส่วนหนึ่งส่งกลับไปยังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเพื่อเลี้ยงดูน้อง ๆ เหมือนกับรุ่นพี่คนอื่น ๆ ที่ออกไปจากที่นี่เช่นเดียวกับเธอหลังจากเรียนจบและทำงานพาร์ทไทม์ต่อมาอีก 3 ปี จูฉิงอันก็มีโอกาสได้เข้าทำงานในบริษัทนำเข้าและส่งออกผลไม้รายใหญ่ของประเทศจากความสามารถของเธอเอง ทำให้จูฉิงอันสามารถซื้อคอนโดและรถยนต์ส่วนตัวได้จากเงินเดือนที่ได้รับในบริษัทใหญ่บริษัทนี้ในเวลาเพียงไม่ถึง 2 ปี นับว่าเธอตัดสินใจไม่ผิดที่ยอมทำงานประจำกับบริษัทนี้หลังจากที่เปรียบเทียบรายได้จากการทำงานพาร์ทไทม์หลายงานมานานหลายปี2 ปี ต่อมา ตำแหน่งของจูฉิงอันก็ได้เป็นผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายการตลาดตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้เธอต้องรับผิดชอบงานมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนหลายเท่านัก ยิ่งเธอขยันทำงานมากเท่าไหร่ เงินรายได้ของเธอก็ยิ่งได้รับจากการทำงานมากขึ้นเท่านั้น หัวหน้าแผนกยังไว้วางใจให้เธอเข้าร่วมงานสัมนาและการประชุมต่...
Comments