ในชาติก่อนนางหลงเชื่อคำลวงจากคำว่ารักของเขาจึงต้องจบชีวิตลงอย่างน่าสมเพช แต่ชาตินี้จะไม่เหมือนเดิม.. เมื่อเย่ปิงปิงได้โอกาสให้ย้อนคืนกลับมาเพื่อแก้ไขความผิดพลาด นางจะไม่เป็นสตรีที่โง่งมในรักอีกต่อไป!!
View Moreเย่ม่านตื่นขึ้นมาด้วยอาการเจ็บแปลบตรงกึ่งกลางกายสาว แต่เมื่อนางมองเห็นหยดเลือดพรหมจรรย์ของตัวเองบนที่นอน และค่ำคืนที่แสนร้อนแรงนั้น นางกลับยกยิ้มด้วยความพึงพอใจในวันนี้นางจะต้องไปคารวะฮ่องเต้และฮองเฮาที่พระราชวัง เย่ม่านจึงต้องลุกขึ้นมาแต่งกายตั้งแต่เช้า เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย นางก็เดินไปที่หน้าเรือนขององค์รัชทายาท แต่เย่ม่านกลับเห็นว่าองค์รัชทายาทกำลังหยอกล้อกับสตรีนางหนึ่งที่แต่งกายงดงามกว่าสาวใช้ทั่วไปมาก“องค์รัชทายาท แม่นางผู้นี้คือใครหรือเพคะ”เย่ม่านมิอาจทนเก็บความสงสัยเอาไว้ได้ ยิ่งเห็นใบหน้าที่งดงามหมดจดของสตรีนางนี้ หัวใจของนางพลันร้อนรุ่มด้วยความกังวลใจ“อ่า พระชายารองมาพอดี ข้าคงต้องไปแล้ว คืนนี้เจ้าก็เตรียมตัวให้พร้อมแล้วกัน”“เพคะ หม่อมฉันจะเฝ้ารอเวลาที่ได้ปรนนิบัติองค์รัชทายาทนะเพคะ" ลี่หลินหันกายไปคารวะเย่ม่าน "ถวายพระพรพระชายารองเพคะ” ลี่หลินเดินจากไปด้วยท่าทางสงบเย่ม่านทำได้เพียงพยักหน้า นางยังคงไม่ได้รับคำตอบจากกงหนิงหลง หัวใจของเย่ม่านพลันยิ่งร้อนรนไปกันใหญ่“นางเป็นใครเพคะ”เย่ม่านถาม
บทที่ 17ความผิดหวังของพระชายารอง เช้าวันใหม่อันสดใสของเย่ม่าน ขบวนของเจ้าบ่าวได้เดินทางมารับนางยังหน้าจวนตระกูลเย่ เจ้าสาวที่แต่งกายด้วยชุดสีแดงมงคล ประทินโฉมอย่างงดงามตั้งแต่เช้าตรู่ กลับต้องผิดหวังที่กงหนิงหลงหาได้มารับนางด้วยตัวเองไม่ แต่เป็นขันทีคนสนิทข้างกายแทน“ข้าน้อยมีนามว่าหลี่เจาขอรับ องค์รัชทายาทได้ส่งข้าน้อยให้มารับตัวคุณหนูรอง เนื่องจากพระองค์ติดงานราชกิจสำคัญขอรับ”“เข้าใจแล้ว ข้าขอฝากหลี่กงกงดูแลบุตรสาวของข้าน้อย”“ข้าน้อยจะดูแลว่าที่พระชายารองอย่างดีที่สุดเลยขอรับ”หลี่กงกงโค้งศีรษะด้วยความนอบน้อม หลังจากพูดคุยกันพอเป็นพิธี เย่ตงจื่อจึงได้ประคองเย่ม่านให้ขึ้นไปนั่งบนเกี้ยวเจ้าสาวสีแดงหกคนหาม สินเดิมและสินสอดที่เย่ม่านนำติดตัวมาด้วยนั้น น้อยกว่าเย่ปิงปิงถึงกึ่งหนึ่ง ทำให้ตอนนี้ภายในใจของเย่ม่านรู้สึกขมฝาดนัก“ออกเดินทางได้!!”เสียงเล็กแหลมของหลี่กงกงดังก้องไปทั่วบริเวณ ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวจ
“ขอแค่น้องหญิงส่งสายตามา พี่ก็พร้อมจะทำตามความปรารถนาของเจ้าทุกสิ่งทุกอย่าง”เย่ซานรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงอากาศธาตุ นี่เขาควรออกไปจากที่แห่งนี้ดีหรือไม่ บุรุษที่ไร้แม้กระทั่งคนรักและคู่หมายอย่างเขาก็รู้สึกอิจฉาตาร้อนเป็นเหมือนกันนะ“กระหม่อมยังนั่งอยู่ตรงนี้นะพ่ะย่ะค่ะ”“ข้ารู้แล้วน่า”กงซ่างเหว่ยนึกฉุนในใจ เขายังอยากจะอ้อนเย่ปิงปิงกว่านี้สักหน่อย แต่เย่ซานกลับเอ่ยขัดเขาเสียก่อน“คิกคิก เรามาคุยเรื่องสำคัญกันดีกว่าเพคะ” เย่ปิงปิงต้องเป็นฝ่ายเอ่ยเปลี่ยนเรื่อง “เรื่องที่น้องให้พี่ใหญ่ช่วยจัดการเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”เมื่ออยู่กันตามลำพังเย่ปิงปิงจึงหันมาพูดกับเย่ซานดังเดิมเหมือนตอนที่นางยังเป็นคุณหนูใหญ่“พี่ให้คนไปตรวจสอบตามที่พระชายาเขียนบอกในจดหมายแล้ว ตรงตามที่พระชายาแจ้งไว้ทุกประการ ตระกูลโจวลอบซ่องสุมกำลังพลกว่าหนึ่งหมื่นคน ตามสถานที่ต่าง ๆ รอบเมืองหลวง”เย่ซานเอ่ยบอกเรื่องที่เย่ปิงปิงได้ฝากให้เขาจัดการก่อนที่นางจะแต่งงาน เขาเองก็ประหลาดใจที่น้องสาวที่อยู่แต่ในเรือนกลับล่วงรู้เรื่องนี้ราวกับตาเห็น
บทที่ 16กำจัดเบี้ยของศัตรู จวนชินอ๋องกงซ่างเหว่ยแทบไม่ให้เท้าของเย่ปิงปิงแตะพื้นเลย เมื่อรถม้าจอดเทียบหน้าเรือนหลัก เขาก็อุ้มเย่ปิงปิงลงมาจากรถม้าแล้วตรงไปที่เรือนนอนของทั้งคู่ทันทีเกากงกงที่ทราบข่าวล่วงหน้าว่าพระชายาบาดเจ็บ เขาก็รีบจัดเตรียมท่านหมอมารออยู่ก่อนแล้ว กงซ่างเหว่ยที่เพิ่งวางเย่ปิงปิงลงบนที่นอน ท่านหมอที่รออยู่หน้าเรือนก็รีบเดินเข้ามาตรวจบาดแผลที่ฝ่ามือทั้งสองข้างของเย่ปิงปิง โดยเฉพาะปลายนิ้วทั้งสิบนิ้วที่ขึ้นรอยแดงชัดเจนมากเวลาผ่านไปชั่วน้ำในกาเดือด ท่านหมอก็ได้รายงานอาการของพระชายา“บาดแผลตรงฝ่ามือไม่ได้นักหนามากพ่ะย่ะค่ะ โชคดีที่ได้ทาขี้ผึ้งตำรับลับของตระกูลไป๋ของกุ้ยเฟย อาการจึงมีเพียงรอยแดงเท่านั้น เมื่อเอายาของกระหม่อมทาทุกเช้าเย็นก็จะหายเป็นปลิดทิ้งไม่ทิ้งรอยแผลเป็นแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”“แน่ใจนะว่าพระชายาจะไม่มีรอยแผลเป็น”กงซ่างเหว่ยกลัวว่าเย่ปิงปิงจะเสียใจถ้าหากมีรอยแผลเป็น เนื่องจาก
“ดี เอาตามที่พระชายาชินอ๋องว่ามา ทหาร! เอาตัวนางไปขังที่คุก แล้ววันพรุ่งค่อยโบยนาง 100 ไม้!!”“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ”“มะ ไม่นะเพคะ ฝ่าบาทไว้ชีวิตหม่อมฉันด้วย ฮองเฮาเพคะ ฮือ ๆ ช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ”นางกำนัลผู้โชคร้ายได้แต่ร่ำไห้ออกมาด้วยความเสียใจ โทษโบย 100 ไม้ ไม่พิการก็ต้องตาย นางเลือกทางอื่นได้หรือ“รินน้ำชามาใหม่”กงหนิงเจี้ยนเอ่ยสั่งนางกำนัลอีกคน นางตัวสั่นเล็กน้อยและทำตามคำสั่ง โดยระวังไม่ใช้น้ำชาจากอีกกาหนึ่งที่ถูกจัดเตรียมขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับพระชายาของชินอ๋อง พิธียกน้ำชาในเช้าวันนี้จึงผ่านไปได้ด้วยดีกงซ่างเหว่ยรีบทูลลาแล้วพาเย่ปิงปิงกลับจวนทันที ถึงแม้ว่าเขาจะได้ขี้ผึ้งจากไป๋กุ้ยเฟย แต่ทางที่ดีให้ท่านหมอมาตรวจอาการที่ฝ่ามือของนางจะดีกว่าทุกการกระทำของทุกคนล้วนตกอยู่ในสายตาของจวิ้นอ๋อง เขาเหม่อมองเย่ปิงปิงด้วยสายตาอันอบอุ่นตลอดเวลา ทั้งยังอดจะเป็นห่วงนางไม่ได้ แต่ที่ตรงนั้นหาใช่ที่ของเขาไม่กงเฟยหรงจึงได้แต่ส่งสายตาแสดงความห่วงใยให้แก่เย่ปิงปิง ภายในตำหนักเฉียนชิงเหลือเพียงกงหนิงเจ
บทที่ 15พิธียกน้ำชา หลังจากเย่ปิงปิงได้พักผ่อนร่างกายจนเกือบหายดีแล้ว กอปรกับได้ยาบำรุงที่ฮ่องเต้ทรงพระราชทานมาให้ ทำให้ตรงส่วนนั้นของนางที่บวมช้ำเริ่มหายดีในวันนี้นางจำเป็นต้องเข้าวังพร้อมกับชินอ๋อง เพื่อจะไปยกน้ำชาฮ่องเต้กับฮองเฮาตามพระราชประเพณี หลังจากที่ผลัดวันมานานกว่าห้าวันแล้ว“ชินอ๋องทรงพระราชทานอาภรณ์ชุดนี้ให้กับพระชายาเพคะ”ซีซีกระตือรือร้นรีบนำอาภรณ์ล้ำค่าสีม่วงอ่อนมามอบให้กับเย่ปิงปิง นางบรรจงช่วยเย่ปิงปิงแต่งกายเพื่อให้เหมาะสมกับฐานะใหม่“งามนัก ลวดลายก็ประณีตบรรจงจนข้าแปลกใจเชียว”“เป็นงานฝีมือของร้านหวงซุ่ยเพคะ”ซีซีเอ่ยตอบ ตอนแรกที่นางรู้ว่าชินอ๋องทรงเอาอกเอาใจเจ้านายของนางก็ดีใจนัก อาภรณ์จากร้านหวงซุ่ยขึ้นชื่อมากที่สุดในเมืองหลวง ปีหนึ่งจะตัดชุดออกมาเพียงสิบสองชุดเท่านั้น แต่ชินอ๋องกลับมีในครอบครองถึงสิบชุด และทุกชุดล้วนเป็นของพระชายาทั้งสิ้น!!
“ดี!! เช่นนั้นเรื่องพระชายาเอกของเจ้า แม่จะเป็นผู้เลือกเฟ้นให้เจ้าเอง คุณหนูไป๋อิงฮวาก็ดูเหมาะสมดี ถึงนางจะเป็นญาติกับนังไป๋มู่ตาน แต่ถ้าเราได้ไป๋อิงฮวามาอยู่ข้างเราก็คงจะดีไม่น้อย”“เสด็จแม่เลือกคนอื่นเถิดขอรับ เพราะไป๋อิงฮวาจึงทำให้แผนการของลูกผิดพลาด อีกอย่างตระกูลไป๋คงไม่ยอมเป็นแน่”กงหนิงหลงส่ายหน้าปฏิเสธ เขาไม่ชมชอบไป๋อิงฮวาเลยแม้แต่น้อย สตรีพูดมาก รู้มากเช่นนี้ เขาไม่คิดจะเอามาไว้ข้างกาย“เช่นนั้นก็คุณหนูรองหวังซิ่วอิง บุตรสาวของท่านเสนาบดีกรมพิธีการ”“ตามแต่เสด็จแม่จะบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”“ดี! ต่อไปนี้เจ้าก็ทำตัวให้มันดี ๆ หลังจากรับพระชายารองเข้ามาแล้ว อีกหนึ่งเดือนแม่จะให้เจ้ารับพระชายาเอกเข้ามาทันที เข้าใจหรือไม่”“พ่ะย่ะค่ะ”โจวซูเหวินระบายยิ้มเต็มหน้า อย่างน้อยพระโอรสของพระนางก็เชื่อฟังคำชี้แนะของพระนางเสมอ ในเมื่อเย่ปิงปิงไม่สามารถเป็นกำลังให้กับกงหนิงหลงได้ นางก็ไม่สมควรจะอยู่ให้เป็นเสี้ยนหนามตำใจ ยังมีเวลาอีกมากที่จะกำจัดเย่ปิงปิงให้พ้นทางโจวซูเหวินกระตุกยิ้มร้ายกับแผนการของตนเองในใจ
บทที่ 14ฮองเฮาโจวซูเหวิน แสงแดดอันอบอุ่นได้มาเยือนในเช้าวันใหม่ แต่เจ้าบ่าวเจ้าสาวกลับยังไม่ตื่นจากการหลับใหลเลย เกากงกงกับซีซีได้แต่กระวนกระวายใจ เพราะเช้านี้ทั้งสองจะต้องไปเยือนที่พระราชวัง เพื่อยกน้ำชาให้กับฮ่องเต้กงหนิงเจี้ยน แต่เวลานี้กลับสายมากแล้ว“เฮ้อ...ชินอ๋องทรงหักโหมนัก อย่างนี้ฝ่าบาทจะทรงกริ้วหรือไม่นะ”เกากงกงบ่นพึมพำ เมื่อคืนนี้บ่าวหน้าเรือนรายงานว่ากว่าในห้องจะเงียบเสียงลง ไร้ความเคลื่อนไหวก็ได้ล่วงเข้าสู่ยามอิ๋นแล้ว (03.00 - 04.59 น.)“ให้บ่าวไปเรียกคุณหนู...เอ่อพระชายาดีไหมเจ้าคะ”ซีซีออกความเห็นขึ้นมาซึ่งเกากงกงก็เห็นดีด้วย“ดีเหมือนกัน เจ้าเป็นสาวใช้คนสนิทของพระชายา ย่อมไม่โดนตำหนิแน่ อย่างไรชินอ๋องย่อมยอมปล่อยผ่าน”เกากงกงรีบดุนหลังซีซีให้เข้าไปในเรือนทันที “เอ่อ...พระชายาเพคะ หม่อมฉันซีซีนะเพคะ วันนี้มีกำหนดการต้องไปพระราชวังนะเพคะ”
ทันทีที่ท่อนเนื้ออันร้อนผ่าวดุนดันเข้าไปในร่องรักสีหวาน เย่ปิงปิงก็สะดุ้งเฮือกด้วยความเจ็บปวด“อึก...เจ็บ!!”ความเจ็บปวดนี้มันช่างทรมานนัก ราวกับกำลังจะฉีกทึ้งร่างกายของนางให้แหลกสลาย หยาดน้ำตาสีใสไหลปริ่มออกมาจากหางตาเรียวงามกงซ่างเหว่ยเองก็ปวดหนึบเช่นเดียวกัน เขากัดฟันแน่นเพื่อข่มกลั้นอารมณ์ของตนเอง ไม่ให้หุนหันเข้าไปในร่องรักที่บีบรัดแน่นตัวตนของเขาจนแทบจะแหลกละเอียด“อื้อ...น้องหญิงอย่าเกร็ง ปล่อยใจตามสบาย แล้วเจ้าจะรู้สึกดีขึ้น”กงซ่างเหว่ยเอ่ยปลอบน้ำเสียงอ่อนโยน เขาเองก็ทรมานไม่ต่างกัน กงซ่างเหว่ยจึงเข้ามาขบเม้มดูดดึงเม็ดทับทิมที่อยู่ตรงหน้า เย่ปิงปิงที่ถูกปรนเปรอที่หน้าอกจึงเริ่มคลายอาการเกร็งลงไปมาก เวลานั้นกงซ่างเหว่ยที่เข้าได้แค่ส่วนหัวจึงขยับแทรกตัวตนเข้าไปทีเดียวทั้งหมด“กรี๊ดดด!!”เย่ปิงปิงทุบที่ไหล่กว้างของชินอ๋องอย่างแรง นางมองค้อนการกระทำที่รุนแรงของเขา เวลานี้นางทั้งจุกทั้งเจ็บ จนแทบจะขยับตัวแทบไม่ได้ มันรู้สึกอึดอัดที่ช่องท้องไปหมดเลย“ขอโทษ”กงซ่างเหว่ยจูบซับหางตาที่มีหยดน้ำสีใสไหลออ
บทที่ 1สู่จุดเริ่มต้นในวันที่หิมะสีขาวโพลนตกลงมาโปรยปรายอย่างหนัก ท่ามกลางดวงจันทร์ที่สาดแสงเข้ามายังห้องหนังสือ โฉมสะคราญแห่งเมืองหลวงของแคว้นลั่วหยางได้ย่างกายเข้ามายังห้องหนังสือของจวนจวิ้นอ๋อง“เจ้ามาแล้วหรือคุณหนูเย่ นั่งก่อนสิ”‘กงเฟยหรง’ ผายมือให้นางนั่งลงบนเก้าอี้ในห้องหนังสือของเขา วันนี้เขานึกแปลกใจว่าเพราะเหตุใดนางถึงมาหาเขาในยามพลบค่ำ หรือว่านางจะมีเรื่องทุกข์ใจเหตุเพราะหลานชายของเขากันใจบุรุษรู้สึกร้อนรนขึ้นมาด้วยความเป็นห่วงสตรีตรงหน้า“หม่อมฉันนำยาบำรุงมาถวายเพคะ ได้ข่าวว่าจวิ้นอ๋องทรงประชวรเพราะอากาศเย็นลงเพคะ”น้ำเสียงของนางสั่นเทาเล็กน้อย แววตาคู่สวยหลุกหลิกไปมา นางไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองเขาด้วยความละอายในจิตใจกงเฟยหรงมองเย่ปิงปิงด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เขารู้ดีว่าวันนี้คงจะมาถึงสักวันหนึ่ง ในเมื่อนางตัดสินใจเช่นนี้ เขาก็พร้อมจะน้อมรับการตัดสินใจของนาง ครั้งหนึ่งนางเคยช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ หากครั้งนี้นางจะมาขอชีวิตของเขา เขาก็พร้อมยกให้นาง“ขอบใจเจ้ามากคุณหนูเย่ ข้าจะดื่มให้หมดเลย”กงเฟยหรงรับถ้วยยามาจากมือเล็กของเย่ปิงปิง เขาส่งยิ้มให้กับนางเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะตั...
Comments