อัจฉริยะทางการแพทย์ยุคปัจจุบันเดินทางข้ามผ่านเวลากลายมาเป็นพระชายาอ๋องผู้ถูกทอดทิ้ง แม้แต่ลูกชายของตนยังถูกเรียกว่าลูกนอกสมรส! จ้าวสงครามที่สองขาพิการรังเกียจนางเยี่ยงมด แม้แต่การอยู่การกินของนางก็แสนระกำลำบาก! ดีที่นางมีมืออันวิเศษของหมออัจฉริยะ และพรแห่งห้วงเวลาอยู่ ถูกคนรับใช้ดูหมิ่น ก็ทำให้ตาบอดเสียเลย! พวกนางรับใช้ แม่นมรังแก ก็ตัดเส้นเอ็นข้อมือเสียให้! สามีขี้เผด็จการ ก็แขวนเขาไว้บนต้นไม้ซะสิ! หลิงอวี๋ถลกแขนเสื้อขึ้น ทำเสียจนตำหนักอ๋องอี้วุ่นวาย! อาศัยมือวิเศษคู่นั้นที่ช่วยชีวิตท่านเสนาบดี ช่วยชีวิตไทเฮา... ! ชนะใจชายหนุ่มผู้มากยศมั่งคั่งทั้งหลาย ในที่สุด นางก็ถูกสามีจ้าวสงครามต้อนจนมุมเสียได้ “ขโมยทั้งร่างกายทั้งหัวใจข้า ยังคิดที่จะหนีไปให้ไร้ร่องรอยอีกรึ?”
더 보기เย่หรงยืนดูอยู่ข้าง ๆ ในใจก็รู้สึกสับสนฮูหยินของตระกูลเฉิงจิตใจดีงามถึงเพียงนี้ แต่กลับถูกอนุภรรยาวางยาส่วนมารดาของตนเป็นอนุภรรยา ตนกลับถูกฮูหยินใหญ่วางยา เรื่องนี้หากจะกล่าวไปก็เป็นเพราะความริษยาและความโลภของตนที่ชักนำให้ก้าวผิดไปทีละก้าวมิใช่หรือ?“ท่านพ่อ ข้ามันเดรัจฉาน ข้าเพียงหลงผิดไปชั่วครู่ ข้ายินดีชดใช้ชีวิตให้ท่านแม่!”เฉิงหมิงกล่าวอย่างแน่วแน่“เฉิงหมิง เจ้าคิดว่าการทำเช่นนี้คือความกตัญญูหรือ?”หลิงอวี๋ส่ายหน้า “เจ้าคิดว่า หากเจ้ารับผิดแทนมารดาของเจ้าแล้ว นางจะยังได้อยู่อย่างสุขกายสบายใจไปตลอดชีวิตหรือ?”“ที่ท่านแม่ทัพเฉิงทำเช่นนี้ก็เพราะมิต้องการปรักปรำคนดี! หากเจ้าต้องการไถ่โทษให้มารดาของเจ้าจริง ต่อไปก็จงดูแลปรนนิบัติฮูหยินเฉิงให้ดี ดูแลน้องชายและน้องสาวให้ดี!”“พิษของฮูหยินเฉิง ข้าสามารถช่วยถอนพิษให้นางได้ แต่ถึงแม้จะถอนพิษแล้ว ร่างกายของนางก็มิอาจกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม! เจ้าเร่งรีบอยากตาย เป็นเพราะต้องการหลีกหนีความรับผิดชอบของตนหรือไร?”หลิงอวี๋เอ่ยอย่างจริงใจ “ตายไปอาจจะจบสิ้นทุกสิ่ง แต่การมีชีวิตอยู่จึงจะสามารถชดเชยความผิดที่มารดาของเจ้าก่อไว้ได้ หากเจ้าต้
“ไปตรวจค้น!”แม่ทัพเฉิงออกคำสั่ง ผู้คุ้มกันหลายคนที่ตามมาก็วิ่งไปค้นห้องของเฟิ่งอี๋เหนียงเฟิ่งอี๋เหนียงร้องเรียกอย่างน่าเวทนา “ท่านพี่ รีบให้ยาถอนพิษแก่เฉิงหมิงเถิด! เป็นความผิดของข้าเอง เฉิงหมิงหาได้รู้เรื่องอันใดไม่ ข้าเอาชีวิตเป็นประกันก็ย่อมได้ เรื่องนี้มิเกี่ยวข้องกับเขา!”“เฉิงซวี่ถูกพิษก็เป็นฝีมือเจ้าด้วยใช่หรือไม่?”แม่ทัพเฉิงถามเสียงดัง“เป็นข้าเอง! ข้ายอมรับทั้งหมด!”เฟิ่งอี๋เหนียงร้องไห้ “ข้าโลภมาก คิดจะแสวงหาอนาคตที่ดีให้สองพี่น้อง ข้า... ข้าจึงได้กระทำเรื่องเช่นนี้ลงไป!”“ท่านแม่ ท่านวางยาพิษท่านแม่ใหญ่และพี่ใหญ่จริง ๆ หรือ?”เฉิงหมิงถามอย่างมิอยากเชื่อเฟิ่งอี๋เหนียงเผชิญหน้ากับสายตาตำหนิของบุตรชายก็พูดมิออก ได้แต่ยกมือปิดหน้าร้องไห้เฉิงหมิงมองท่านแม่ทัพทีมองเฟิ่งอี๋เหนียงที ก่อนจะคุกเข่าลงอย่างเจ็บปวด“ท่านพ่อ เป็นข้าเองที่วางยา ท่านแม่เพียงแต่อยากรับผิดแทนข้า ข้าสมควรตาย หากท่านจะปลิดชีพก็ปลิดชีพข้าเถิด!”เฉิงหมิงก้มหน้าลง สีหน้าสิ้นหวังอย่างยิ่ง“เป็นข้าต่างหาก ท่านพี่ ท่านอย่าฟังเฉิงหมิงพูดเหลวไหล ข้าเป็นคนทำ ขอร้องท่านรีบให้ยาถอนพิษแก่เฉิงหมิงเถิด!”เ
แม่ทัพเฉิงเห็นท่าทางตื่นตระหนกของเฟิ่งอี๋เหนียงก็ลุกขึ้นเดินออกไป หลิงอวี๋ก็ตามออกไปเช่นกันแผนการได้ดำเนินไปตามขั้นตอนแล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับการแสดงของเฟิ่งอี๋เหนียง“ท่านพ่อ นี่มันเรื่องอันใดกัน?”เฉิงเหล่ยและเย่หรงรออยู่ด้านนอก เมื่อเห็นเฟิ่งอี๋เหนียงวิ่งออกไปหน้าตาตื่นตระหนกก็ถามด้วยความสงสัย“ไปดูประเดี๋ยวก็รู้เอง!”แม่ทัพเฉิงตอบด้วยสีหน้าเย็นชา แล้วเดินตามไปเมื่อกลุ่มคนเดินมาถึงห้องของเฉิงหมิงบุตรชายคนรอง ยังมิทันเข้าประตูไปก็ได้ยินเสียงร้องเรียกอย่างร้อนรนของเฟิ่งอี๋เหนียง “เฉิงหมิง เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง อย่าทำให้แม่ตกใจสิ!”“อ้วก!”สิ่งที่ตอบกลับเฟิ่งอี๋เหนียงคือเสียงอาเจียนแม่ทัพเฉิงเดินเข้าไปด้วยใบหน้าเคร่งขรึม เห็นเฉิงหมิงอาเจียนออกมาเป็นเลือดเต็มอก สีหน้าเริ่มซีดเขียว“ท่านพี่ เหตุใดท่านจึงทำกับเฉิงหมิงเช่นนี้?”เฟิ่งอี๋เหนียงเห็นแม่ทัพเฉิงเข้ามา ก็ร้องเรียกอย่างร้อนรน “ข้ากล้าสาบานต่อฟ้าดิน เฉิงหมิงมิเคยคิดร้ายต่อฮูหยิน เหตุใดท่านจึงให้เขากินยาพิษ?”แม่ทัพเฉิงกล่าวอย่างเย็นชา “ข้ามิปรักปรำผู้บริสุทธิ์อยู่แล้ว!”“วันนั้นหลังกลับจากสำนักศึกษาชิงหลง ข้าบอกว่าฮ
"คุณหนูสิง เจ้าว่ามาเถอะ!"แม่ทัพเฉิงสงบสติอารมณ์ลง เฟิ่งอี๋เหนียงนั้นน่าชังก็จริง แต่ภายใต้การอบรมสั่งสอนของนาง บุตรชายที่เกิดจากอนุภรรยาทั้งสองก็ได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาอย่างดี มีนิสัยซื่อตรง เคารพนบนอบต่อตน ทั้งยังรักใคร่ปรองดองกับเฉิงซวี่และเฉิงเหล่ยเสมือนคนในครอบครัวเดียวกันหากตนใจร้อนสังหารเฟิ่งอี๋เหนียงโดยไม่มีหลักฐาน บุตรชายทั้งสองก็จะตีตัวออกห่างจากตนตัวเขาอายุมากแล้วคงมิอาจมีบุตรเพิ่มได้อีก"ท่านต้องทำเช่นนี้..."หลิงอวี๋เข้าไปกระซิบแผนการที่ข้างหูแม่ทัพเฉิง แม่ทัพฟังไปก็พลางพยักหน้าไปเมื่อหลิงอวี๋พูดจบ แม่ทัพเฉิงก็เดินออกไป เรียกผู้คุ้มกันมาคนหนึ่ง มอบขวดที่หลิงอวี๋ให้แล้วให้อีกฝ่ายนำออกไปเฟิ่งอี๋เหนียงหอบรายการอาหารหลายเล่มเข้ามา เห็นผู้คุ้มกันถือขวดหน้าตาประหลาดนั้นเดินออกไปก็มองตามด้วยความสงสัย"คุณหนูสิง รายการอาหารที่เจ้าต้องการมาแล้ว!"เฟิ่งอี๋เหนียงนำรายการอาหารเข้ามาให้หลิงอวี๋ หลิงอวี๋เปิดดูเพียงผ่าน ๆเฟิ่งอี๋เหนียงมองท่านแม่ทัพ เห็นว่าท่านแม่ทัพนั่งอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้ามิสู้ดีนัก"ท่านพี่ มีกระไรผิดแปลกไปหรือ?"เฟิ่งอี๋เหนียงถามอย่างหยั่งเชิงด้วยใจ
แม่ทัพเฉิงฟังแล้วก็เผลอยกหมอนขึ้นแนบจมูกโดยมิรู้ตัว เมื่อได้ดม หมอนก็เป็นอย่างที่หลิงอวี๋พูดจริง ๆ ไม่มีกลิ่นใด ๆ ทั้งยังสะอาดหมดจด ไม่มีรอยคราบเหงื่อแม้แต่น้อย"หากหมอนใบนี้มิใช่หมอนที่ฮูหยินเฉิงเคยนอน ก็ต้องมีคนเปลี่ยนหมอนไปแล้ว!"หลิงอวี๋ยิ้มอย่างเย็นชา "หมอนอาจเปลี่ยนได้ แต่ฟูกรองนอนเปลี่ยนมิได้!"ว่าแล้วหลิงอวี๋ก็ปีนขึ้นเตียงพลิกผ้าปูที่นอนด้านบนขึ้น เผยให้เห็นฟูกรองนอนที่อยู่ด้านล่างหลิงอวี๋ชักกริชออกจากเอวตัดฟูกรองนอนออกมาหนึ่งชิ้นนางลงจากเตียง ยื่นให้แม่ทัพเฉิง ท่านแม่ทัพเห็นว่าฟูกรองนอนซึ่งเดิมเป็นสีขาว บัดนี้กลายเป็นสีเหลือง ทั้งยังมีคราบเหงื่อติดอยู่บ้าง"ท่านแม่ทัพเฉิง เชิญทางนี้!"หลิงอวี๋เดินไปที่ข้างหน้าต่างแล้วหยิบขวดแก้วหลายใบออกมาจากพื้นที่มิติ หนึ่งในนั้นมีน้ำยาอยู่หลิงอวี๋นำฟูกที่ตัดออกมาแช่ลงในน้ำยา แม่ทัพเฉิงก็เห็นว่าน้ำยาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง"นี่หมายความว่าอย่างไร?"แม่ทัพเฉิงถามด้วยความประหลาดใจ"น้ำยานี้ข้าปรุงขึ้นเอง สามารถแสดงให้เห็นพิษที่อยู่ในเครื่องนอนได้ ฮูหยินเฉิงถูกพิษจากตะกั่ว ตะกั่วจะทำให้ระบบประสาททำงานผิดปกติ และเกิดความเสียหายต่ออว
ส่วนทางด้านอนุภรรยาอีกคนนั้น รูปโฉมมิอาจเทียบอนุภรรยาผู้นี้ได้ เพียงเรียกได้ว่างามพอประมาณอาภรณ์ที่นางสวมใส่ก็มิหรูหราเท่าอนุภรรยาคนนี้ รูปร่างค่อนข้างผอมบาง ผิวพรรณออกคล้ำเล็กน้อย ดูขาดชีวิตชีวาไปบ้าง"พี่หญิงสิง นี่คือเฟิ่งอี๋เหนียง จางอี๋เหนียง!"เฉิงเหล่ยแนะนำให้หลิงอวี๋รู้จักหลิงอวี๋เหลือบมองแวบเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าเฟิ่งอี๋เหนียงคืออี๋เหนียงที่แต่งกายหรูหราผู้นั้น ในใจก็พอจะเข้าใจสถานการณ์แล้ว"พี่หญิงสิง? เสี่ยวเหล่ย นี่คือคุณหนูสิงแห่งสำนักศึกษาชิงหลง ศิษย์ของปรมาจารย์เย่ใช่หรือไม่?"ดวงตาของเฟิ่งอี๋เหนียงพลันฉายแววระแวดระวัง แม้จะหายวับไปในชั่วพริบตา แต่หลิงอวี๋ก็ยังสังเกตเห็นได้อย่างว่องไว"เจ้าค่ะ พี่หญิงสิงบอกว่ามีวิธีรักษาท่านแม่แล้ว จึงได้มาที่นี่!"เฉิงเหล่ยเอ่ยอย่างยินดี"อ้อ คุณหนูสิงทราบหรือว่าฮูหยินของพวกเราถูกพิษชนิดใด?"เฟิ่งอี๋เหนียงเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ "เมื่อวันก่อนท่านแม่ทัพกลับมาบอกว่าฮูหยินถูกพิษ พวกเราแทบมิอยากเชื่อ คิดว่าเจ้าวินิจฉัยผิดไป!""ฮูหยินเป็นคนจิตใจดีงามถึงเพียงนี้ ใครจะใจร้ายวางยาพิษฮูหยินได้ลงคอ!""สองวันมานี้ท่านแม่ทัพวุ่นอยู่กั
หลังจากพักผ่อนไปหนึ่งคืน เย่หรงก็ฟื้นตัวได้ครึ่งหนึ่งแล้ว เมื่อหลิงอวี๋มาเขาอาบน้ำแต่งตัวรอหลิงอวี๋ไว้แล้ว“ข้านำอาหารเช้ามาให้เจ้า กินเสร็จแล้วเราจะออกเดินทางกัน!”เมื่อหลิงอวี๋เห็นว่าใบหน้าของเย่หรงมีสีเลือดขึ้นมาแล้วก็รู้สึกสบายใจขึ้นและเมื่อเห็นว่ารอบ ๆ ตัวเย่หรงไม่มีคนรับใช้ นางจึงเอ่ยถามออกไป “ก่อนหน้านี้มีคนรับใช้อยู่กับเจ้ามิใช่หรือ? หายไปไหนเสียแล้วเล่า?”“ท่านหมายถึงเยวี่ยซานหรือ? เขามิใช่คนรับใช้ของข้า เขาเป็นสหายของข้า เขาอยู่ข้างนอกช่วยข้าจัดการการค้าอยู่!”เย่หรงยิ้มออกมา เขาเองก็เปิดร้านโอสถอยู่ข้างนอกสองแห่งเช่นกัน ที่คิดจะไปจากเมืองหลวงแดนเทพคราวนี้ก็ให้เยวี่ยซานช่วยขายยาให้โดยปกติแล้วเยวี่ยซานจะรับผิดชอบแค่การช่วยเขาจัดการกิจการเท่านั้น จึงมิค่อยมาที่ตระกูลเย่ ดังนั้นแม้แต่เย่ซวินและคนอื่น ๆ ก็มิรู้เช่นกันว่าเขามีร้านค้าอยู่ข้างนอกเย่หรงอยู่ในตระกูลเย่ก็เสียเปรียบไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงมิต้องการคนรับใช้ที่ตระกูลเย่มอบให้ และต้องการที่จะดูแลตนเองหลังจากกินอาหารเช้าที่หลิงอวี๋นำมาให้แล้วเย่หรงก็ออกไปกับหลิงอวี๋หลิงอวี๋คิดว่าเย่หรงได้รับบาดเจ็บ จึงให้หานเหมยเช
เย่ซื่อเจียงมีความรักต่อเลี่ยวหงเสีย ตอนเด็กเย่หรงยังไร้เดียงสามิเข้าใจเรื่องเหล่านี้ แต่ในช่วงเทศกาลหรือวันสำคัญ เขามักจะเห็นเย่ซื่อเจียงเข้าไปในห้องของเลี่ยวหงเสียแล้วอยู่ด้วยกันทั้งคืนแต่ตราบใดที่เย่ซื่อเจียงทำเช่นนี้ ในวันถัดไปเย่หรงก็จะถูกฮูหยินเย่ลงโทษด้วยวิธีต่าง ๆ หากมิบอกว่าเขาทำอะไรบางอย่างผิดแล้วจับเขาขังไว้ในห้องให้หิวโซ ก็จะหาข้อผิดพลาดของเขาแล้วตีเขาต่อมามีอยู่วันหนึ่งมิรู้ว่าเย่ซื่อเจียงไปถูกยั่วยุอะไรมา จึงไปทำลายห้องของเลี่ยวหงเสียจนพังยับเยิน หลังจากนั้นห้องนั้นก็ถูกลงกลอนไว้ แล้วเย่ซื่อเจียงก็มิเคยไปที่ห้องนั้นอีกเลยแต่ฮูหยินเย่ก็ยังมิปล่อยเย่หรงไป เมื่อเย่หรงอายุได้เจ็ดขวบ เย่ซื่อเจียงและเย่ซื่อฝานก็ออกไปซื้อเครื่องยาสมุนไพรกันข้างนอก ฮูหยินเย่ก็สั่งให้คนรับใช้วางยาพิษเย่หรงฮูหยินเย่กังวลว่าท่านผู้เฒ่าเย่จะพบเบาะแส พิษที่วางใส่เย่หรงจึงเป็นพิษที่คล้ายกับโรคฝีดาษ เพราะต้องการจะให้ร่างกายของเย่หรงพังทลายลงอย่างช้า ๆ และในที่สุดก็จะกลายเป็นไม่มีทางรักษาได้เย่หรงนอนอยู่อย่างโดดเดี่ยว พวกคนรับใช้ล้วนกลัวว่าจะติดเชื้อจึงไม่มีใครเข้าใกล้เขา เย่หรงคิดว่าตนเป็นโร
“เมื่อครู่เจ้าบอกว่าเย่ซวินเป็นหนี้พนันก้อนโต เป็นเรื่องจริงหรือ?”เย่ซื่อเจียงเอ่ยถามออกไปเย่หรงยกยิ้มมุมปากอย่างเยาะเย้ย แล้วเอ่ยออกมาอย่างเย็นชา “บ่อนการพนันมากมายในเมืองหลวงแดนเทพล้วนเปิดโดยสำนักซิงหลัวทั้งนั้น ท่านมิเคยไป จึงมิรู้ว่าบ่อนการพนันมีวิธีการพนันอะไรบ้างกระมัง!”“การทอยลูกเต๋าเป็นเพียงวิธีการเล่นธรรมดา ส่วนการแข่งม้า การเล่นไพ่และอื่น ๆ เป็นวิธีเล่นที่เสียเงินมากที่สุด เมื่ออยู่ข้างในหากท่านใช้เงินมาก ผู้คนในนั้นก็จะเห็นว่าท่านเป็นนายใหญ่ ยิ่งวิธีเล่นระดับสูงก็จะยิ่งเสียเงินมาก!“การสูญเสียเงินหลายแสนในนั้นภายในคืนเดียวมิถือว่าเป็นเงินหรอก! ท่านเข้าไปในนั้นแล้วลองไปถามดู แทบจะไม่มีใครที่มิรู้จักเย่ซวิน! เมื่อรวมเงินที่เขาเป็นหนี้อยู่ครั้งที่แล้ว อย่างน้อยเขาก็ทำกำไรให้สำนักซิงหลัวไปสิบกว่าล้านแล้ว!”หัวใจของเย่ซื่อเจียงจมดิ่งลง แม้ว่าเงินเหล่านั้นจะมิได้มากสำหรับตระกูลเย่ แต่ก็ยังเป็นจำนวนเงินที่มากอยู่ดี เย่ซวินยังหาเงินมิเป็น ก็กล้าใช้เงินราวกับน้ำเช่นนี้แล้วหรือ?“ท่านคิดว่าเป็นครั้งแรกที่เย่ซวินใช้เครื่องยาสมุนไพรปลอมมาหลอกลวงพวกท่านหรือ?”เย่หรงยิ้มเยาะแล้ว
“หลิงอวี๋!” “ในปีนั้นเจ้าวางแผนการชั่วร้ายใส่ข้าอย่างไร้ยางอาย… จากนั้นยังใช้ป้ายทองอาญาสิทธิ์ที่องค์จักรพรรดิพระราชทานให้มาบีบบังคับให้ข้าแต่งงานกับเจ้า...” “มาตอนนี้ยังลอบขโมยของล้ำค่าที่เสด็จแม่ของข้าทิ้งเอาไว้ เพื่อเติมเต็มสิ่งที่เจ้าขาดหายไป! ยิ่งไปกว่านั้นคือทำร้ายเฮยจื่อเสียจนปางตาย!” “หากว่าข้ายังไว้ชีวิตเจ้าอีก ข้าก็คงจะไม่แซ่เซียวแล้ว!” ใคร? ใครกำลังพูดอยู่กัน ขณะที่เธอกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงแส้ “เพียะ!” ดังขึ้น ทั่วทั้งตัวของหลิงอวี๋เจ็บปวดจนสั่นสะท้าน จนต้องลืมตาขึ้นมาทันที... จากนั้นเมื่อมองเห็นด้านหน้าของเธอ มีชายหนุ่มหล่อเหลา สูงส่งราวกับเทพเจ้านั่งอยู่บนรถเข็น จ้องมองยังเธออย่างแข็งกร้าว “โบย! ห้าสิบแส้! อย่าให้ขาดแม้แต่หนึ่ง!” “โบยให้ตาย แล้วจงลากไปโยนทิ้งที่สุสานรวมซะ!” เพียะ! เพียะ! เพียะ! เสียงแส้ดังออกมาพร้อมกับเสียงลมครั้งแล้วครั้งเล่ากระแทกลงบนกายของหลิงอวี๋ หลิงอวี๋เจ็บปวดจนดวงตามืดมน อีกเพียงนิดเกือบจะเป็นลมไป... หลิงอวี๋ที่เกือบจะสิ้นลมไป เธอนึกไม่ออกว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น? ท่านอ๋องอะไรกัน? เฮยจื่ออะไร? เมื่อคร...
댓글