ผ่านมาหลายวัน ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางไปไม่น้อย เว่ยเหนียนเหยาขีดฆ่าแผนงานต่างๆ ที่เสร็จเรียบร้อยไปแล้ว
ช่วงนี้เด็กๆ ก็ไม่ได้ออกมาวิ่งเล่นเหมือนแต่ก่อน เพราะอาเส้าบุตรชายคนโตของท่านลุงฟง ตกลงที่จะเข้ามาสอนหนังสือเด็กๆ ให้ เด็กทั้งสามเริ่มเรียนช้ากว่าเด็กทั่วไป ดังนั้นจึงต้องเพิ่มเวลาสอนขึ้นเป็นพิเศษ ตัวนางไม่เข้าใจเรื่องการศึกษาของคนยุคนี้เท่าไหร่ แต่โชคดีที่เจ้าของร่างเก่ามีความสามารถอ่านเขียนได้พอสมควร ไม่อย่างนั้นนางคงต้องไปนั่งเรียนพร้อมลูกๆ เป็นแน่ หลังจากที่ปรึกษาและตกลงเรื่องค่าจ้างกันเป็นที่เรียบร้อย อาเส้าก็ส่งรายละเอียดของหนังสือและอุปกรณ์ที่ต้องซื้อหามาให้ โชคดีที่ช่วงนั้นบ่าวรับใช้ของชุนเหมยนำรถม้าเข้ามาส่งพอดี บ่าวคนดังกล่าวส่งจดหมายให้กับนางอีกหนึ่งฉบับ ในจดหมายนั้นบอกให้เร่งสร้างหุ่นไม้ เพราะตอนนี้พี่สาวของนาง "สร้างกระแสนิยมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว" แถมยังเล่าให้ฟังอีกว่า ตอนนี้ร้านที่เมืองหลวงวุ่นวายมาก แต่ละวันมีคนเดินเข้ามาสอบถามเรื่องหุ่นไม้จำนวนไม่น้อย บางจวนคุณหนูที่ไม่ขาดเงินพวกนั้น ถึงกับจะขอซื้อหุ่นที่ตั้งอยู่ที่หน้าร้านในราคาตัวละห้าสิบตำลึงทองเลยทีเดียว แม้แต่ร้านสาขาย่อยในตอนนี้ก็เริ่มมีผู้คนเข้ามาสอบถามกันบ้างแล้ว นอกจากนี้ยังมียอดสั่งซื้อชุดผ้าปักเพิ่มเข้ามาหนึ่งร้อยชุด เพราะมีลูกสาวพ่อค้าเร่จากทางเหนือเข้ามาซื้อของที่ร้าน เห็นชุดผ้าปักเข้าก็ถูกใจ จึงกลับไปบอกบิดาให้เข้ามาดูกับตนหมายจะให้บิดาช่วยซื้อให้ เพราะสินค้าที่ขายตั้งราคาสูงอยู่ไม่น้อย แต่พ่อค้าคนนั้นกับหัวใส คิดเปิดช่องทางการค้าใหม่ เนื่องจากเขาต้องเดินทางไปค้าขายที่แคว้นอื่นๆ อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงอยากได้ชุดผ้าปักส่วนหนึ่งนำกลับไปด้วย เว่ยเหนียนเหยาอ่านจดหมายจบก็ถอนใจ กิจการการค้าเริ่มขยายตัวขึ้นมากกว่าที่นางคิดไว้ ดูท่าทางคงต้องวางแผนงานใหม่อีกครั้ง นางหยิบเงินส่งให้บ่าวทั้งสองคนที่นำรถมาส่งคนละห้าสิบอีแปะ วันนี้ชุนเหมยส่งบ่าวอีกคนขับรถม้าของทางร้านตามมาอีกคัน ทางหนึ่งเพื่อรับบ่าวคนที่ขับรถม้าของบ้านนางกลับไป อีกทางเพื่อดูว่า มีสินค้าตัวไหนสามารถนำกลับไปก่อนได้บ้าง เว่ยเหนียนเหยาเชิญให้คนทั้งคู่เข้าไปดื่มชารออยู่ในบ้านก่อน ส่วนนางและสามีจะรีบไปขนของบางส่วนออกมาให้ คนทั้งคู่ต่างปฏิเสธ อ้างว่านายหญิงของตนกำลังรอของอยู่อย่างร้อนใจ จึงขอไปช่วยขนของด้วยจะดีกว่า หญิงสาวจึงให้สามีเดินนำคนทั้งคู่ไปขนหุ่นไม้ที่นางทำเสร็จแล้วจำนวนสิบตัวขึ้นรถไป ส่วนนางก็เข้าไปนำห่อผ้าที่รวบรวมผ้าปักที่เสร็จแล้วนำมาให้คนทั้งคู่ นางยังไม่คิดจะบอกกลุ่มหญิงสาวที่ทำงานด้วย ว่ามียอดการสั่งเข้ามาเพิ่ม งานฝีมือต้องใช้สมาธิในการทำงาน เกรงว่าหากพวกนางทราบจะลนลานจนได้ไม่คุ้มเสีย ตอนนี้จำนวนการผลิตก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่นางพอใจ ภายในหนึ่งอาทิตย์ พวกนางสามารถผลิตชุดปักได้ถึงหกสิบชุดเลยทีเดียว มากกว่าที่นางคาดการณ์ไว้อีก ส่วนเรื่องการสร้างฐานหุ่น นางก็ได้ผูกขาดกับนายช่างหวังเป็นที่เรียบร้อย อีกทั้งยังให้นายช่างหวังช่วยสร้างเครื่องเรือนสำหรับบ้านใหม่ตามแบบที่นางร่างไว้อีกด้วย สิ่งที่นางกังวลไม่ใช่เรื่องงาน หากแต่เป็นเรื่องของแม่สามีนางต่างหาก คนพวกนั้นเงียบเกินไป แม้กระทั่งเรื่องที่ลูกชายนางไปลงชื่อสมัครเข้าสถานศึกษาก็ไม่ส่งคนมาสอบถาม อีกทั้งวันสองวันที่ผ่านมา ซินเซียงบอกว่าเห็นนางชิ่งเหมียน มารดาเลี้ยงของนางมาป้วนเปี้ยนแถวนี้อยู่บ่อยครั้ง หญิงสาวสลัดหัว ค่อยๆ เรียบเรียงความคิดใหม่ เรื่องแรกนางต้องจัดการเรื่องหาที่ทำงานขึ้นใหม่เสียก่อน งานของนางส่วนมากคนงานเป็นผู้หญิง หากใช้บ้านของนางเป็นสถานที่ทำงาน คงไม่ดีกับสามีของนาง และหญิงสาวเหล่านั้นเป็นแน่ นางคิดอยู่สักพัก ก็ตรงเข้าไปปรึกษากับสามี ให้ช่วยหาลู่ทาง หานตงสอบถามรายละเอียดที่ดินและโรงงานที่นางต้องการสร้าง เสร็จแล้ว เขาบอกให้นางร่างแบบอยู่ที่บ้าน ส่วนเรื่องอื่นๆ เขาจะจัดการเอง ตอนนี้สามีของนาง เริ่มกลับมาเป็นผู้นำอีกครั้ง ชายหนุ่มเริ่มจัดทำบัญชีรวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างคล่องแคล่ว หลายครั้งที่มีปัญหาติดขัดก็จะเดินเข้าไปสอบถามกับอาเส้าให้เขาช่วยแนะนำ จริงๆ งานบัญชีแบบนี้นางก็สามารถทำได้คล่องแคล่วยิ่งนัก เพียงแต่ แต่ละครั้งที่เห็นสามีนำสมุดบัญชีมาให้ดูด้วยความภาคภูมิใจ นางจึงปัดความคิดแบบนั้นออกไปเสีย หานตงเดินเข้าเดินออกบ้านผู้ใหญ่บ้านอยู่เป็นอาทิตย์ เนื่องจากการขอซื้อที่ เพื่อสร้างโรงงานแตกต่างจากการขอซื้อที่สร้างบ้านมากมายนัก การจะสร้างโรงงานต้องกรอกคำร้องยื่นให้ผู้ใหญ่บ้านรับทราบ รวมไปถึงต้องใส่รายละเอียดของกิจการลงไปในแผ่นคำร้องนั้นด้วย จากนั้นทางผู้ใหญ่บ้านจะนำคำร้องขอ เชื้อเชิญผู้นำตระกูลทั้งสี่ มาร่วมลงนามความเห็นชอบ หากสามในสี่ผู้นำตระกูลเห็นชอบ จึงจะอนุญาตให้ซื้อขายที่ได้ ผู้นำตระกูลหวังเพิ่งทราบว่าแท้จริงแล้วงานของหลานชายสายรองและหลานสาวสายสี่ของตนก็มาจากบ้านหานตงนี่เอง ตอนนี้นายช่างสายรองคนนั้นมีเงินเป็นกอบเป็นกำ เมื่อหลายวันก่อนยังมาซ่อมแซมบ้านให้ตนอย่างกตัญญู แถมยังซื้อเนื้อ ซื้อข้าวมาให้ตนอีกต่างหาก เสียดายก็แต่ลูกหลานสายหลักของตนนั้นทำแต่งานเกษตรกร จนถึงบัดนี้เพียงแค่ลืมตาอ้าปากได้เท่านั้น ผู้นำทั้งหลายไม่มีใครขัดข้องในการซื้อขายที่ดินของหานตง เพียงแต่บอกว่า ต่อไปถ้าหานตงเปิดรับคนเพิ่มขอให้เห็นแก่หน้าพวกเขาช่วยรับคนตระกูลหลักทั้งสี่ก่อนจะได้หรือไม่ หานตงใบหน้าอ่อนน้อม ชี้แจงให้ฟังว่า เนื่องจากเมื่อก่อนคิดว่าเป็นการค้าเล็กๆ จึงแค่บอกกล่าวกันในหมู่คนที่รู้จัก แต่ถึงกระนั้นทุกคนต่างก็ต้องเข้าร่วมการทดสอบก่อนจะรับเข้าทำงาน แต่ต่อไป หากเขาต้องการคนงานเพิ่ม จะมาแจ้งที่ห้องแจ้งข่าวตระกูลให้ทุกท่านได้ทราบ ผู้นำตระกูลทุกคนรู้สึกพอใจในคำตอบของหานตงไม่น้อย หานตรงยกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะล้วงมือเข้าไป นำเงิน5ตำลึงทองออกมาวาง "บ้านของข้าและภรรยา ขอเป็นคนออกค่าซ่อมแซมศาลบรรพชนของทั้งสี่ตระกูลเองขอรับ ปีนี้ฝนฟ้าแห้งแล้ง ลุงป้าน้าอาทั้งหลาย ล้วนแต่ทำมาหากินลำบาก หากแต่ข้ากับโชคดีได้รับความเอ็นดูจากบรรพชนเป็นพิเศษ จึงทำให้ทำการค้าครั้งนี้สำเร็จ เพื่อแสดงความกตัญญูจึงขอเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ในการซ่อมแซมศาลบรรพชนในครั้งนี้เองขอรับ" ท่านผู้นำตระกูลทั้งสี่ รวมไปถึงผู้ใหญ่บ้านตาลุกวาว ตอนที่ทำบันทึกปรับปรุง พวกเขาพยายามตัดจุดที่ต้องซ่อมแซมเล็กๆ น้อยๆ ออกทั้งหมด เนื่องจากรู้ดีว่า คนในหมู่บ้านประสบปัญหาขาดแคลนเพียงใด แม้แต่การเก็บเงินในเดือนหน้าพวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะมีกี่บ้านที่สามารถหาเงินมาจ่ายได้ การที่หานตงนำเงินออกมาช่วยเช่นนี้ ย่อมเป็นการช่วยเหลือคนในหมู่บ้านทุกคนไม่ให้เดือดร้อน แถมเงินก้อนมากมายขนาดนี้ ยังสามารถปรับปรุงซ่อมแซมให้ศาลบรรพชนของทุกตระกูลกลับมาสวยงามโอ่อ่ากว่าทุกหมู่บ้านอย่างแน่นอน ผู้นำตระกูลทั้งสามปรายตาไปมองผู้นำตระกูลเว่ย ที่ตอนนี้นั่งตัวตรง หน้าเชิด ฉีกยิ้มจนแทบจะถึงรูหู "อีกอย่าง ห้องแจ้งข่าว ของหมู่บ้านเราตอนนี้ก็ทรุดโทรมมากแล้ว ครอบครัวข้าและภรรยายินดีมอบเงินให้อีก 2ตำลึง เพื่อตกแต่งใหม่ขอรับ" คราวนี้ผู้นำตระกูลเว่ยยิ่งหน้าบานเข้าไปใหญ่ "เด็กดี เด็กดี ฮ่า ฮ่า ฮ่า" "เพียงแต่ข้าน้อยอยากให้เรื่องนี้รู้กันแค่พวกท่านก็พอนะขอรับ เกรงว่าหากป่าวประกาศออกไปอาจจะไม่ดี" ผู้นำตระกูลและผู้ใหญ่บ้านงุนงง มีด้วยหรือทำความดีแต่ไม่อยากป่าวประกาศ แต่เอาเถอะเมื่อเจ้าของเงินขอร้องพวกเขาก็ได้แต่ทำตาม ดังนั้นในห้องแจ้งข่าวหมู่บ้าน จึงมีการติดประกาศแจ้งยกเลิกการเก็บเงินซ่อมแซมศาลบรรพชน โดยแจ้งแค่ว่า ตอนนี้มีคนบริจาคมาเพียงพอแล้ว ผู้คนครึ่งหนึ่งของหมู่บ้านต่างโล่งอก เงินซ่อมแซมศาลบรรพชน หากพวกเขาไม่ยอมจ่ายออกไป ต้องโดนก่นด่าว่ามีใจไม่กตัญญูเป็นแน่ แต่หากจ่ายออกไปก็เหมือนกับเอาชีวิตคนทั้งบ้านไปแลก ตอนนี้เขาได้แต่กล่าวขอบคุณเหล่าคนผู้บริจาคเงินพวกนั้นอย่างซาบซึ้งใจ "ท่านพี่ตอนนี้เรื่องโรงงานเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ" "นายช่างใหญ่ส่งคนงานอีกชุดมาให้แล้ว แบบร่างที่เจ้าให้มาก็เป็นแบบง่ายๆ ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเหมือนการสร้างบ้าน เห็นบอกว่าตัวที่เป็นโรงงานกับโรงเก็บของน่าจะใช้เวลาแค่สิบวันเท่านั้น ส่วนของห้องน้ำกับห้องอาบน้ำที่เจ้าต้องการ ทางนายช่างใหญ่จะสลับใช้คนงานจากส่วนที่สร้างบ้านย้ายมาทำให้" "ถ้าอย่างนั้น หลังจากส่วนที่เป็นโรงงานกับโรงเก็บของเสร็จ ข้าจะเข้าไปทำความสะอาด และย้ายคนงานเข้าไปใช้ที่นั่นเลยจะดีกว่า" "พรุ่งนี้ท่านพี่ว่างหรือไม่เจ้าคะ ข้าจะนัดอาซวงกับมารดาของนางไปสั่งทำตะกร้าแบบที่ข้าต้องการมาไว้ใช้งาน" "พรุ่งนี้พี่ไม่ได้ไปไหน เจ้าไปนัดทางอาซวงกับมารดาของนางก็แล้วกัน" หลังจากที่นัดหมายกันเป็นที่เรียบร้อย ตอนเช้าอาซวงกับมารดาก็รีบมาหาหญิงสาวทันที นางหวังซื่อโย่ มารดาของอาซวงดีใจมาก เนื่องจากนางไม่เคยกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมของนางเป็นเวลานานแล้ว แถมการไปครั้งนี้ยังนำผลประโยชน์กลับไปให้บ้านเดิมอีกด้วย รถม้าใช้เวลาเดินทางครั้งนี้ถึงหนึ่งชั่วยามจึงเข้าไปถึงบ้านเดิมของนางซื่อโยว่ บิดาผู้เฒ่าของนางเห็นรถม้าคันใหญ่ก็ตกตะลึงทำอะไรไม่ถูก ยิ่งพอเห็นบุตรสาวที่แต่งออกไปก้าวเท้าลงมาจากรถม้าก็ยิ่งลนลาน "ยายเฒ่า เจ้าออกมาเร็ว ซื่อโยว่ ลูกเรากลับมาแล้ว" ภรรยาของผู้เฒ่าได้ยินว่าลูกสาวกลับมาบ้านก็ดีใจ สาวเท้าออกมาจากบ้านทันที "ซื่อโยว่เจ้ากลับมาอย่างไร แล้ว สามีเจ้าไม่ได้มาด้วยหรือ" "ท่านพ่อท่านแม่เจ้าคะ ข้ามาครั้งนี้มิได้มาเยี่ยมท่านเพียงอย่างเดียว แต่ยังพานายท่าน และนายหญิงของอาซวงมาด้วยเจ้าค่ะ" "ท่านผู้เฒ่าทั้งสอง" ผู้เฒ่าสังเกตดูหนุ่มสาวที่อยู่ตรงหน้า ทั้งสองแม้จะเยาว์วัย แต่กลับสง่างามและท่าทางเฉลียวฉลาดเป็นอย่างยิ่ง "นายท่าน นายหญิง ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ครอบครัวของข้ารับใช้ขอรับ" "ข้าทราบมาว่าลูกชายของท่านเป็นช่างสานของหมู่บ้านนี้ พอดีข้ามีงานให้เขาทำ ไม่ทราบว่าจะขอพบเขาหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ" "ได้ ย่อมได้แน่เจ้าค่ะ ตอนนี้เจ้าใหญ่ของข้า นำตะกร้าไปฝากพวกนายหน้าที่รับของที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน ตาแก่ รีบไปตามเจ้าใหญ่กลับมา อย่าให้นายท่านทั้งสองรอนาน" ผู้เฒ่าเจ้าบ้านเดินสาวเท้าออกไปทันที ในใจเริ่มมีหวัง ปีนี้ผลผลิตไม่ดี ทำให้ชาวบ้านไม่นำเงินทองออกมาใช้จ่าย ผลกระทบจึงตกมาถึงครอบครัวของเขาด้วย จากไปไม่นาน ชายชราก็เดินกลับมาพร้อมชายวัยกลางคนคนหนึ่ง "เจ้าใหญ่ รีบคารวะนายท่านทั้งสองเร็ว" "ข้าน้อย อู่จางเฉิง คารวะท่านทั้งสอง" "พวกท่านไม่ต้องเกรงใจ พวกเราล้วนเป็นคู่ค้า รบกวนนายช่างอู่ดูงานชิ้นนี้ให้ข้าหน่อยเจ้าค่ะ" สิ่งที่นางส่งให้พวกเขาดูคือตะกร้าสานคล้ายๆ กล่องไม้ มีฝาปิดอยู่ด้านบน "ท่านสามารถทำได้หรือไม่เจ้าคะ ส่วนขนาดข้าได้เขียนไว้ในกระดาษอย่างชัดเจนแล้ว" "แบบร่างที่ท่านให้ข้าดู ข้ายังไม่เคยทำมาก่อนเลยขอรับ ถ้ายังไงข้าต้องลองทำดูก่อน" "แล้วราคา นายช่างอู่คิดว่าจะอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่เจ้าคะ" "ตามปรกติ ตะกร้าที่ข้าสานจะมีขนาดย่อมกว่านี้เยอะมาก และไม่มีฝาปิด ข้าขายใบละ ห้าสิบถึงหกสิบอีแปะ สำหรับใบนี้ที่มีขนาดใหญ่กว่าและต้องทำฝาปิดด้วย ข้าขอคิดราคา หนึ่งร้อยอีแปะต่อใบขอรับ ท่านเห็นว่าเป็นยังไง" จริงๆ ราคาตะกร้าสานที่เขาแจ้งออกไปถือว่าถูกมากกว่าปรกติ แต่เนื่องจากเมื่อสักครู่ตอนที่เขานำของ ไปฝากขายกับนายหน้าที่เข้ามารับของในหมู่บ้าน นายหน้าบอกว่า ตอนนี้ของขายลำบากขึ้น เนื่องจากชาวบ้านไม่ค่อยนำเงินออกมาใช้จ่าย แถมยังขอเพิ่มราคาค่านายหน้าขึ้นมาเสียอีก ตอนนี้หากมีหนทางใดที่พอจะหาเงินเข้ามาได้เขาก็ต้องลองทำดู "แล้วต้องใช้เวลาทำนานเท่าใดเจ้าคะ" "ข้าขอเวลาสองวันขอรับ วันที่สามท่านสามารถเข้ามาตรวจดูของได้เลย" "งั้นตกลงตามนี้เจ้าค่ะ ท่านทำตัวอย่างให้ข้าดูหนึ่งตะกร้า หากว่าข้าพอใจข้าจะสั่งทำสินค้าชิ้นนี้ ห้าสิบตะกร้า ส่วนราคาข้าให้ท่านตะกร้าละ สองร้อยอีแปะเจ้าค่ะ" นางรู้ว่านายช่างอู่ท่านนี้ปรับราคาให้นางเป็นพิเศษ แต่นางไม่ได้อยากเอาเปรียบใคร ขอเพียงทำงานออกมาให้นางพึงพอใจได้ ราคาย่อมต้องสมเหตุสมผล ท่านผู้เฒ่าทั้งสอง พร้อมนายช่างอู่ต่างคุกเข่าลงขอบคุณหานตงและภรรยา ผู้เฒ่าทั้งคู่แทบจะหลั่งน้ำตาด้วยความโล่งใจ พวกเขารู้ว่าบุตรชายและลูกสะใภ้ทุกข์ใจเพียงใด บ้านของพวกเขามีอยู่ห้าชีวิต ตอนนี้ก็ไม่มีข้าวสารติดบ้านแล้ว ลูกสะใภ้กับหลานชายจึงเข้าป่าไปหาผักป่าเพื่อมาประทังชีวิตตั้งแต่เช้า "ท่านผู้เฒ่า นายช่างอู่รีบลุกขึ้นเถิด ข้าไม่อาจรับการคารวะได้ พวกเราเพียงทำงานแลกเปลี่ยนกัน จะถือว่ามีบุญคุณมากมายได้อย่างไรเจ้าคะ อาซวงรีบพยุงท่านตาท่านยายของเจ้าลุกขึ้นเร็ว" เมื่อทั้งหมดลุกขึ้นแล้ว หญิงสาวให้อาซวงเดินไปหยิบข้าวสาร เนื้อและไข่ มาให้ครอบครัวของท่านผู้เฒ่า "ท่านผู้เฒ่าทั้งสอง สิ่งของพวกนี้ ข้าขอเป็นตัวแทนของอาซวง แสดงความกตัญญูต่อพวกท่านเจ้าค่ะ" นางหวังซื่อโย่และอาซวงตาแดงก่ำ ยกมือขึ้นปิดปากกลั้นสะอื้น เนื่องจากเงินทองล้วนแต่เป็นสามีเก็บไว้ นางจึงไม่สามารถหาข้าวของมาแสดงความกตัญญูต่อบิดามารดาได้ อาซวงคุกเข่าลงโขกหัวแสดงความขอบคุณต่อหญิงสาวอย่างจริงจัง หลังจากกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัว สองสามีภรรยาจึงมีเวลาอยู่ด้วยกันตามลำพังซะที "อาเหยา วันนี้นั่งรถม้าไปกลับตั้งไกล เจ้าเหนื่อยมากหรือไม่" หญิงสาวเอนกายหอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นกุหลาบอ่อนๆ ซุกซบเข้าไปในอ้อมกอดสามี "ข้าไม่เหนื่อยหรอกเจ้าค่ะ ข้าควรถามท่านมากกว่า เพราะท่านต้องคอยบังคับม้าอยู่ด้านนอก" ชายหนุ่มกระชับอ้อมแขนให้แน่นเข้า แตะริมฝีปากเข้าที่หน้าผากของภรรยาอย่างแผ่วเบา "แค่นี้พี่ก็หายเหนื่อยแล้ว พี่รอแต่ว่า เมื่อไหร่เจ้าจะยอม มีลูกหญิงตัวน้อยให้พี่อีกสักคน" หญิงสาวหน้าแดงก่ำ นางมีหรือจะไม่เข้าใจสิ่งที่สามีต้องการสื่อออกมา เพียงแต่ว่าตอนนี้ทุกอย่างยังไม่พร้อม ลูกน้อยทั้งสองหลับอยู่ข้างๆ มีแค่กำแพงไม้บางๆ กั้น นางจึงอยากรอให้ ครอบครัวของนางย้ายเข้าไปอยู่บ้านใหม่เรียบร้อยเสียก่อน "ท่านพี่ รอให้เราย้ายเข้าไปอยู่บ้านใหม่เสียก่อน ตอนนั้นข้าจะตามใจท่านทุกอย่างเจ้าค่ะ" หญิงสาวทำใจกล้ากดริมฝีปากเข้าไปที่แก้มสากๆ ของสามีหนึ่งที "เจ้าสัญญากับพี่แล้วนะ ถ้าอย่างงั้นหลังจากที่ย้ายบ้านแล้ว เรามามีลูกกันสักอีกสามคนนะ" ยังไม่ทันที่ภรรยาสาวจะตอบรับ ชายหนุ่มก็ก้มตัวลงจุมพิตปิดปากนุ่มๆ ไว้ทันทีแทนคำตอบทั้งหมดที่ตนต้องการ มาเติมความหวานกันอีกรอบ💋"ท่านแม่ ท่านไม่คิดจะทำอะไรเลยหรือขอรับ ข่าวที่น้องเล็กสืบมา ก็บอกอยู่แล้ว ตอนนี้ครอบครัวของเจ้ารอง ทำการค้าได้เป็นกอบเป็นกำ""นั่นสิเจ้าคะ ท่านแม่ อีกไม่นานท่านพี่ก็ต้องเอาเงินไปจ่ายค่าสมัครเรียนของหานเอ่อแล้ว อย่างน้อยท่านก็ควรให้อาตงมอบเงินให้ท่านสัก หนึ่งร้อยหรือสองร้อยตำลึงทองนะเจ้าคะ"นางเว่ยหมัวหลานปรายตามองบุตรชายคนโตและลูกสะใภ้ ตีโพยตีพาย ที่เห็นนางไม่ขยับเขยื้อนทำอะไรบ้างเลย"พวกเจ้าสงบใจลงบ้างเถอะ ข้าก็บอกพวกเจ้าไปแล้ว ว่าข้ากำลังรอเวลา""ท่านแม่เจ้าขา ท่านรอเวลาอะไรเจ้าคะ ท่านดูสิ ตอนนี้อาตงปีกกล้าขาแข็งขนาดไหน นี่ก็เลยวันที่ท่านกำหนดให้มอบเงินส่วนกลางแล้ว ข้าไม่เห็นเขาจะส่งเงินกลับมาสักอีแปะ""จริงด้วยขอรับ อีกอย่างเรื่องที่เขาซื้อที่ทำโรงงาน ข้าก็ไปสืบมาแล้ว ว่าเป็นเรื่องจริง เห็นว่าพรุ่งนี้ก็จะย้ายคนงานเข้าไปทำงานที่นั่นแล้ว หากปล่อยให้เขาใช้เงินเป็นเบี้ยแบบนี้ต่อไป คงไม่ดีแน่ขอรับท่านแม่""นั่นสิขอรับท่านแม่ ตอนนี้เพื่อนที่อยู่ในเมือง ก็เชิญข้าร่วมทุนทำการค้า ในเมื่อพี่รองทำการค้าได้เป็นกอบเป็นกำเช่นนี้ ก็น่าจะช่วยเหลือเจือจุนให้พวกเราได้ลืมตาอ้าปากบ้าง"คราวนี้เป็นเสี
"พี่หานตง พี่หานตง ท่านผู้นำบอกให้ท่านกับพี่สะใภ้รีบไปที่ห้องแจ้งข่าวขอรับ ตอนนี้ท่านแม่ของท่านไปฟ้องร้องท่านข้อหา อกตัญญูต่อบิดามารดาขอรับ"หานตงหน้าซีดเผือด ไม่เคยมีบิดามารดาคนไหน ฟ้องร้องบุตรด้วยข้อหานี้มาก่อน เนื่องจากหากสืบสวนแล้วพบว่าบุตรผิดจริงบุตรคนนั้นจะต้องได้รับโทษตามกฎของหมู่บ้านและของทางการอีกด้วยตามกฎของหมู่บ้าน บุตรที่ได้รับโทษจะถูกโทษโบยห้าสิบไม้ หลังจากนั้นก็จะถูกนำชื่อออกจากตระกูลทั้งครอบครัว และขับไล่ออกจากหมู่บ้านส่วนผู้ใหญ่บ้านก็จะนำตัวไปส่งที่ศาลอาญากลางเมือง พร้อมข้อมูลความผิด คนผู้นั้นจะถูกตัดสินจองจำหนึ่งปี โทษโบยอีกห้าสิบไม้ ส่วนทรัพย์สินที่เป็นที่ดิน หรือกิจการที่เป็นชื่อตระกูล จะถูกโอนย้ายเข้าเป็นกองกลางของบ้านนั้นๆจะมีเพียงเงินทอง ของมีค่า หรือสิ่งที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า เป็นสิทธิ์ของตระกูล ที่คู่สามีหรือภรรยา สามารถนำติดตัวออกไปจากหมู่บ้านได้เท่านั้นหานตงแขนขาอ่อนแรง ทรุดนั่งลงกับพื้นตาแดงก่ำ จนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เขารู้ว่ามารดาไม่ค่อยจะรักเขานัก แต่ไม่เคยคิดเลยว่า มารดาจะกล้าทำถึงเพียงนี้เว่ยเหนียนเหยาก่นด่าแม่สามีภายในใจ ผู้หญิงคนนั้นยังเป
"หลังจากที่กลับมาจากบ้านท่านในวันนั้น สามีของข้าเห็นว่าครอบครัวกำลังจะอดตาย เกรงว่าผู้คนจะก่นด่า ท่านแม่สามีว่า เป็นหญิงชั่วช้า ใจดำอำมหิต จึงกระเสือกกระสนนำกระดาษแผ่นนี้ไปที่ศาลากลาง เพื่อตัดขาดครอบครัวออกจากบ้านใหญ่ ไม่ให้ผู้คนก่นด่าท่านได้"เชอะ! เรื่องกลับขาวเป็นดำ เอาความดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น นางก็ทำเป็นนางเว่ยหลัวหลานถลึงตาใส่ลูกสะใภ้คนกลาง มือไม้สั่นระริก เมื่อถูกหลอกด่าเว่ยหานหมิงเห็นว่าตอนนี้ครอบครัวของตนเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แผนการที่เขากับมารดาวางไว้ถือว่าไร้ที่ติ คาดไม่ถึงว่าเป็นเพราะเขาประมาทพี่รองจนเกินไป ทำให้อีกฝ่ายพลิกกลับมาชนะได้หานหมิงพิจารณาทุกอย่าง อย่างรอบคอบอีกครั้ง ไม่เพียงแต่พี่ชายของเขาที่เปลี่ยนไป แต่คนที่เปลี่ยนไปมากที่สุดคือ พี่สะใภ้หรือ คนรักเก่าของเขานั่นเองหานหมิงนึกทบทวนถึงสายตาของนางที่มองมายังเขา ความรัก ความห่วงหา อาลัยอาวรณ์ ที่เคยมี บัดนี้กับถูกแทนที่ด้วยความเย็นชา และเหินห่างหากเขารู้ว่า นางมากความสามารถเช่นนี้ เขาคงจะเกลี้ยกล่อมมารดาให้ได้แต่งงานกับนาง แทนที่จะปล่อยให้พี่รองแย่งวาสนาเขาไปเช่นนี้ในเมื่อตอนนี้ การใช้ไม้แข็งไปก็รังแต่จะแตกหั
เช้าวันนี้เว่ยเหนียนเหยารู้สึกตัวตื่นขึ้น เมื่อรู้สึกว่าคนที่นอนอีกด้านขยับกาย"เหตุใดถึงรีบตื่นละเจ้าคะท่านพี่ ฟ้ายังไม่ทันแจ้งเลย เมื่อวานท่านก็ทำงานมาทั้งวัน วันนี้ตื่นสายเสียหน่อยก็ได้เจ้าค่ะ""ตอนแรกพี่ว่าจะลงไปอาบน้ำที่ลำธารเสียหน่อย แต่ตอนนี้ไหนๆเจ้าก็ตื่นแล้ว พี่ว่า พี่พาเจ้าลงไปอาบน้ำด้วยดีกว่า เมื่อคืนเจ้าก็ผิดสัญญากับพี่แล้ว ตอนนี้ถือว่าให้รางวัลปลอบใจพี่นิดๆหน่อยก็แล้วกัน""เรื่องเมื่อคืนหาใช่ความผิดของข้าเสียหน่อย เอาเถอะไปก็ได้เจ้าค่ะ แต่ข้าไปอาบเป้ปเดียวนะเจ้าคะ เช้าๆแบบนี้ข้าว่า อากาศเย็นอยู่ไม่น้อย"หานตงจัดเตรียมสบู่ ก่อนจะจุดตะเกียงเดินนำภรรยาลงไปจากบ้านทางเดินไปลำธารถูกปรับให้เรียบ มีไม้ปักแขวนตะเกียงอยู่เป็นระยะ หานตงนำตะเกียงแขวนไว้ตรงไม้ที่ปักอยู่ริมน้ำบริเวณนี้หญิงสาวให้ช่างปรับไว้เป็นที่อาบน้ำบริเวณริมธาร สำหรับเด็กๆที่มักจะชอบมาว่ายน้ำเล่นหานตงถอดเสื้อผ้าออกเหลือแต่กางเกงข้างในติดกาย ก่อนจะช่วยภรรยา ถอดชุดด้านนอกออกบ้างชายหนุ่มตระกองกอดร่างงามให้เดินลงไปในน้ำลึกประมาณระดับอก"น้ำเย็นเหมือนกับที่เจ้าบอกจริงๆ มาเถอะพี่จะช่วยขัดถูตัวให้ เลือดลมจะได้เดินดี คล
รถม้าวิ่งผ่านกำแพงเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ร่างของนางลี่สือหลินที่เดินกระวนกระวายอยู่ พุ่งเข้ามาหาหานตงทันที"เกิดเรื่องใหญ่แล้ว อาตง"เสียงโวยวาย ทำให้หญิงสาวในรถม้า เปิดผ้าออกมาทันที"เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะท่านแม่ลี่ เหตุใดท่านถึงดูร้อนใจถึงเพียงนี้"สีหน้าท่าทางของนางลี่สือหลินไม่ดีเลย ทำให้นางรู้สึกตกใจไปด้วย"ที่บ้านอาหงเกิดเรื่อง วันนี้ลุงฟงเห็นว่าหลังคาบ้านที่พักอยู่เกิดรอยรั่ว เลยปีนขึ้นไปซ่อม ไม่รู้ว่าพลาดพลั้งยังไง ตกลงมา อาหงวิ่งมาตามอาเส้าที่นี่ เห็นว่าหมอจางรักษาไม่ได้ ต้องส่งเข้าไปรักษาที่ตัวเมือง ทางผู้ใหญ่ให้เกวียนของหมู่บ้านไปส่งสักพักแล้ว""แล้วเขาเอาไปรักษาที่ไหน ท่านแม่ลี่รู้รึไม่เจ้าคะ""ได้ยินมาว่า เป็นร้านยามู่ถาน""ท่านพี่ ท่านขับรถไหวหรือไหม ข้าอยากไปดูพวกเขาสักหน่อย""ข้าไหว งั้นเดี๋ยวข้ากับอาย้งจะรีบขนของลงจากรถม้าก่อน""ถ้าอย่างนั้นข้าขอขึ้นไปเตรียมของสักครู่"เว่ยเหนียนเหยาเดินขึ้นมาหยิบเงินติดไปมากหน่อย ตามที่ได้ยินอาการลุงฟงน่าจะหนักไม่น้อย จากรายได้ของคนทั้งสามที่ทำกับนางมา ถ้าจะใช้จ่ายอย่างประหยัด ก็น่าจะมีเงินเก็บอยู่บ้างแต่ร้านยาในตัวเมืองเห็นว่าค่ารักษาแพง
เพล้ง! เพล้ง! เสียงสิ่งของแตกหักดังออกมาจากในห้อง ทำให้ผู้เฒ่าเว่ยจื้อจงรีบเดินเข้ามาในห้อง"ยายเฒ่า เจ้าจะบ้าไปแล้วหรือ ทำไมถึงต้องขว้างปา ข้าวของเช่นนี้""ใช่ ข้ามันบ้าไปแล้ว ท่านพี่ ท่านดู บุตรชายสุดที่รักของท่านทำเข้า"ชายชรามองหน้าบุตรชายคนโต กับคนเล็กที่อยู่ในห้อง ก่อนถอนหายใจ"อาเวิ่น อาหมิง เจ้าเอาเรื่องอะไรมากวนใจแม่ของเจ้าอีก เหอะ""ท่านอย่ามาตวาดบุตรชายของข้านะ ท่านไปตวาดบุตรชายของท่านโน่น ตั้งแต่มีเงินก็ปีกกล้าขาแข็ง ไม่เห็นหัวพ่อแม่ ที่กับครอบครัวคนอื่น กับสอดไม้สอดมือช่วยเหลือวุ่นวายไปหมด"ชายชราถอนใจ ที่แท้ก็เป็นเรื่องครอบครัวตระกูลจงนี่เอง"ยายเฒ่าเอ๊ย ตาเฒ่าฟงประสบเคราะห์ร้าย ภรรยาและบุตรของเขาก็ทำงานอยู่กับอาตง อาตงคงเห็นแก่คนพวกนั้นจึงได้ช่วยเหลือก็ได้ เจ้าก็อย่าคิดมากเลย""ข้าคิดมากอะไร ตั้งแต่เรื่องค่าเช่าที่ดินแล้ว ที่พวกมันตั้งใจหลอกลวงข้า หากข้ารู้ว่า พวกมันเตรียมย้ายบ้าน ข้าจะไม่เรียกเงินแค่นั้นหรอก พูดแล้ว ก็เจ็บใจจริงๆ"นางเว่ยหมัวหลานแทบกระอักเลือดออกมา เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากที่กลับมาจากห้องแจ้งข่าว นางกับคนในบ้านก็อับอายจนไม่อยากออกไปไหนจ
"ท่านหมอเจ้าคะ ข้านำต้นโสมมาส่งเจ้าค่ะ"เว่ยเหนียนเหยายื่นกล่องโสม วางลงบนโต๊ะที่ท่านหมอนั่งอยู่"เจ้าไปเสียนาน ข้าคิดว่า เจ้าจะหามาไม่ได้เสียแล้ว"หมอชรานำกล่องโสมมาเปิดดู พอฝากล่องเปิดขึ้น ชายชราถึงกับมือไม้สั่นรีบประคับประคองกล่องโสมวางลงบนโต๊ะ"โสมต้นนี้สมบูรณ์มากนัก ข้าคิดว่ามันน่ามีอายุหลายสิบปีเลยทีเดียว ราคาของโสมต้นนี้น่าจะอยู่ที่เจ็ดร้อยถึงแปดร้อยตำลึงทอง ข้าคิดว่าเจ้าจะหาซื้อโสมต้นเล็กๆ มาเสียอีก""เดิมทีข้าก็คิดเช่นนั้น แต่สหายของข้าบอกว่ามีคนให้โสมต้นนี้กับเขามา แต่เขาไม่ได้ใช้ เลยให้ข้ามาอีกทีเจ้าค่ะ"" สหายดี! สหายดี! เจ้ามีสหายที่ดีเช่นนี้ ถือว่ามีบุญยิ่งนัก อะ เอาคืนไป ข้าใช้แค่รากโสมพวกนี้ก็พอแล้ว"หมอชราใช้กรรไกรตัดส่วนของรากที่ตนต้องการออกไว้ จากนั้นก็นำโสมใส่ลงไปในกล่อง และส่งให้เว่ยเหนียนเหยาคืน"มันจะพอหรือเจ้าคะ มิสู้ท่านเอาไว้ให้มากหน่อยดีกว่า"เว่ยเหนียนเหยาที่เห็นว่า ท่านหมอตัดแค่รากโสมไว้ก็เกรงว่าตัวยาจะไม่พอ คะยั้นคะยอให้ท่านหมอตัดเพิ่มไว้อีก"พอแล้ว พอแล้ว โสมนี้เจ้าก็เก็บไว้ให้ดี แล้วอย่าเที่ยวไปบอกใครละ เดี๋ยวจะเป็นภัยกับตัวเอง พรุ่งนี้ข้าจะเริ่มรักษาใน
"ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ ได้โปรดตื่นเถิด อย่าทิ้งข้ากับท่านพ่อไปนะขอรับ ฮือ ฮือ""ท่านพ่อ ทำไมท่านแม่ถึงนอนแน่นิ่งแบบนี้ ท่านพ่อช่วยปลุกท่านแม่หน่อยขอรับ"เสียงใครกัน หนวกหูชะมัด ฉันขอนอนนานๆหน่อยได้ไหม เว่ยเหนียนเหยา คิดในใจอย่างรำคาญ เมื่อวานนี้กว่าเธอจะปิดบัญชีของภัตตาคารหรูระดับห้าดาวเสร็จ เธอต้องเคร่งเครียดจนลืมกินลืมนอนไปหลายคืน " เจ้าใหญ่ เจ้ารอง หยุดร้องไห้ก่อนเถอะ เจ้าดูแม่เจ้าไว้ก่อน เดียวพ่อจะไปตามท่านหมอจางมาดูแม่เจ้า"เสียงอีกเสียงดังขึ้น ฟังดูก็รู้ว่า น่าจะเป็นชายหนุ่มอายุไม่เยอะเท่าไหร่ ว่าแต่ว่าพวกเขาพูดถึงใครกัน แล้วคนพวกนี้เข้ามาอยู่ในบ้านเธอได้ยังไง แย่แล้ว!!! หรือว่าจะเป็นโจร เว่ยเหนียนเหยาคิดอย่างตกใจ พยายามที่จะลืมตาขึ้น แต่กลับรู้สึกปวดหัว และเจ็บข้างหลังท้ายทอยเป็นอย่างมาก หญิงสาวค่อยๆยกมือ ลูบไปยังบริเวณที่เจ็บ พร้อมกับลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก แสงสว่างสาดเข้ากับดวงตา ทำให้ตาของเธอพร่าไปเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆคุ้นชิน หญิงสาวกวาดสายตามองดูโดยรอบนี่เธออยู่ที่ไหน ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้ หรือเธอถูกโจรจับมาเรียกค่าไถ่ สารพัดคำถามที่ไร้คำตอบดังขึ้นมาในหัว แต่ก่อนที
"ท่านหมอเจ้าคะ ข้านำต้นโสมมาส่งเจ้าค่ะ"เว่ยเหนียนเหยายื่นกล่องโสม วางลงบนโต๊ะที่ท่านหมอนั่งอยู่"เจ้าไปเสียนาน ข้าคิดว่า เจ้าจะหามาไม่ได้เสียแล้ว"หมอชรานำกล่องโสมมาเปิดดู พอฝากล่องเปิดขึ้น ชายชราถึงกับมือไม้สั่นรีบประคับประคองกล่องโสมวางลงบนโต๊ะ"โสมต้นนี้สมบูรณ์มากนัก ข้าคิดว่ามันน่ามีอายุหลายสิบปีเลยทีเดียว ราคาของโสมต้นนี้น่าจะอยู่ที่เจ็ดร้อยถึงแปดร้อยตำลึงทอง ข้าคิดว่าเจ้าจะหาซื้อโสมต้นเล็กๆ มาเสียอีก""เดิมทีข้าก็คิดเช่นนั้น แต่สหายของข้าบอกว่ามีคนให้โสมต้นนี้กับเขามา แต่เขาไม่ได้ใช้ เลยให้ข้ามาอีกทีเจ้าค่ะ"" สหายดี! สหายดี! เจ้ามีสหายที่ดีเช่นนี้ ถือว่ามีบุญยิ่งนัก อะ เอาคืนไป ข้าใช้แค่รากโสมพวกนี้ก็พอแล้ว"หมอชราใช้กรรไกรตัดส่วนของรากที่ตนต้องการออกไว้ จากนั้นก็นำโสมใส่ลงไปในกล่อง และส่งให้เว่ยเหนียนเหยาคืน"มันจะพอหรือเจ้าคะ มิสู้ท่านเอาไว้ให้มากหน่อยดีกว่า"เว่ยเหนียนเหยาที่เห็นว่า ท่านหมอตัดแค่รากโสมไว้ก็เกรงว่าตัวยาจะไม่พอ คะยั้นคะยอให้ท่านหมอตัดเพิ่มไว้อีก"พอแล้ว พอแล้ว โสมนี้เจ้าก็เก็บไว้ให้ดี แล้วอย่าเที่ยวไปบอกใครละ เดี๋ยวจะเป็นภัยกับตัวเอง พรุ่งนี้ข้าจะเริ่มรักษาใน
เพล้ง! เพล้ง! เสียงสิ่งของแตกหักดังออกมาจากในห้อง ทำให้ผู้เฒ่าเว่ยจื้อจงรีบเดินเข้ามาในห้อง"ยายเฒ่า เจ้าจะบ้าไปแล้วหรือ ทำไมถึงต้องขว้างปา ข้าวของเช่นนี้""ใช่ ข้ามันบ้าไปแล้ว ท่านพี่ ท่านดู บุตรชายสุดที่รักของท่านทำเข้า"ชายชรามองหน้าบุตรชายคนโต กับคนเล็กที่อยู่ในห้อง ก่อนถอนหายใจ"อาเวิ่น อาหมิง เจ้าเอาเรื่องอะไรมากวนใจแม่ของเจ้าอีก เหอะ""ท่านอย่ามาตวาดบุตรชายของข้านะ ท่านไปตวาดบุตรชายของท่านโน่น ตั้งแต่มีเงินก็ปีกกล้าขาแข็ง ไม่เห็นหัวพ่อแม่ ที่กับครอบครัวคนอื่น กับสอดไม้สอดมือช่วยเหลือวุ่นวายไปหมด"ชายชราถอนใจ ที่แท้ก็เป็นเรื่องครอบครัวตระกูลจงนี่เอง"ยายเฒ่าเอ๊ย ตาเฒ่าฟงประสบเคราะห์ร้าย ภรรยาและบุตรของเขาก็ทำงานอยู่กับอาตง อาตงคงเห็นแก่คนพวกนั้นจึงได้ช่วยเหลือก็ได้ เจ้าก็อย่าคิดมากเลย""ข้าคิดมากอะไร ตั้งแต่เรื่องค่าเช่าที่ดินแล้ว ที่พวกมันตั้งใจหลอกลวงข้า หากข้ารู้ว่า พวกมันเตรียมย้ายบ้าน ข้าจะไม่เรียกเงินแค่นั้นหรอก พูดแล้ว ก็เจ็บใจจริงๆ"นางเว่ยหมัวหลานแทบกระอักเลือดออกมา เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากที่กลับมาจากห้องแจ้งข่าว นางกับคนในบ้านก็อับอายจนไม่อยากออกไปไหนจ
รถม้าวิ่งผ่านกำแพงเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ร่างของนางลี่สือหลินที่เดินกระวนกระวายอยู่ พุ่งเข้ามาหาหานตงทันที"เกิดเรื่องใหญ่แล้ว อาตง"เสียงโวยวาย ทำให้หญิงสาวในรถม้า เปิดผ้าออกมาทันที"เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะท่านแม่ลี่ เหตุใดท่านถึงดูร้อนใจถึงเพียงนี้"สีหน้าท่าทางของนางลี่สือหลินไม่ดีเลย ทำให้นางรู้สึกตกใจไปด้วย"ที่บ้านอาหงเกิดเรื่อง วันนี้ลุงฟงเห็นว่าหลังคาบ้านที่พักอยู่เกิดรอยรั่ว เลยปีนขึ้นไปซ่อม ไม่รู้ว่าพลาดพลั้งยังไง ตกลงมา อาหงวิ่งมาตามอาเส้าที่นี่ เห็นว่าหมอจางรักษาไม่ได้ ต้องส่งเข้าไปรักษาที่ตัวเมือง ทางผู้ใหญ่ให้เกวียนของหมู่บ้านไปส่งสักพักแล้ว""แล้วเขาเอาไปรักษาที่ไหน ท่านแม่ลี่รู้รึไม่เจ้าคะ""ได้ยินมาว่า เป็นร้านยามู่ถาน""ท่านพี่ ท่านขับรถไหวหรือไหม ข้าอยากไปดูพวกเขาสักหน่อย""ข้าไหว งั้นเดี๋ยวข้ากับอาย้งจะรีบขนของลงจากรถม้าก่อน""ถ้าอย่างนั้นข้าขอขึ้นไปเตรียมของสักครู่"เว่ยเหนียนเหยาเดินขึ้นมาหยิบเงินติดไปมากหน่อย ตามที่ได้ยินอาการลุงฟงน่าจะหนักไม่น้อย จากรายได้ของคนทั้งสามที่ทำกับนางมา ถ้าจะใช้จ่ายอย่างประหยัด ก็น่าจะมีเงินเก็บอยู่บ้างแต่ร้านยาในตัวเมืองเห็นว่าค่ารักษาแพง
เช้าวันนี้เว่ยเหนียนเหยารู้สึกตัวตื่นขึ้น เมื่อรู้สึกว่าคนที่นอนอีกด้านขยับกาย"เหตุใดถึงรีบตื่นละเจ้าคะท่านพี่ ฟ้ายังไม่ทันแจ้งเลย เมื่อวานท่านก็ทำงานมาทั้งวัน วันนี้ตื่นสายเสียหน่อยก็ได้เจ้าค่ะ""ตอนแรกพี่ว่าจะลงไปอาบน้ำที่ลำธารเสียหน่อย แต่ตอนนี้ไหนๆเจ้าก็ตื่นแล้ว พี่ว่า พี่พาเจ้าลงไปอาบน้ำด้วยดีกว่า เมื่อคืนเจ้าก็ผิดสัญญากับพี่แล้ว ตอนนี้ถือว่าให้รางวัลปลอบใจพี่นิดๆหน่อยก็แล้วกัน""เรื่องเมื่อคืนหาใช่ความผิดของข้าเสียหน่อย เอาเถอะไปก็ได้เจ้าค่ะ แต่ข้าไปอาบเป้ปเดียวนะเจ้าคะ เช้าๆแบบนี้ข้าว่า อากาศเย็นอยู่ไม่น้อย"หานตงจัดเตรียมสบู่ ก่อนจะจุดตะเกียงเดินนำภรรยาลงไปจากบ้านทางเดินไปลำธารถูกปรับให้เรียบ มีไม้ปักแขวนตะเกียงอยู่เป็นระยะ หานตงนำตะเกียงแขวนไว้ตรงไม้ที่ปักอยู่ริมน้ำบริเวณนี้หญิงสาวให้ช่างปรับไว้เป็นที่อาบน้ำบริเวณริมธาร สำหรับเด็กๆที่มักจะชอบมาว่ายน้ำเล่นหานตงถอดเสื้อผ้าออกเหลือแต่กางเกงข้างในติดกาย ก่อนจะช่วยภรรยา ถอดชุดด้านนอกออกบ้างชายหนุ่มตระกองกอดร่างงามให้เดินลงไปในน้ำลึกประมาณระดับอก"น้ำเย็นเหมือนกับที่เจ้าบอกจริงๆ มาเถอะพี่จะช่วยขัดถูตัวให้ เลือดลมจะได้เดินดี คล
"หลังจากที่กลับมาจากบ้านท่านในวันนั้น สามีของข้าเห็นว่าครอบครัวกำลังจะอดตาย เกรงว่าผู้คนจะก่นด่า ท่านแม่สามีว่า เป็นหญิงชั่วช้า ใจดำอำมหิต จึงกระเสือกกระสนนำกระดาษแผ่นนี้ไปที่ศาลากลาง เพื่อตัดขาดครอบครัวออกจากบ้านใหญ่ ไม่ให้ผู้คนก่นด่าท่านได้"เชอะ! เรื่องกลับขาวเป็นดำ เอาความดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น นางก็ทำเป็นนางเว่ยหลัวหลานถลึงตาใส่ลูกสะใภ้คนกลาง มือไม้สั่นระริก เมื่อถูกหลอกด่าเว่ยหานหมิงเห็นว่าตอนนี้ครอบครัวของตนเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แผนการที่เขากับมารดาวางไว้ถือว่าไร้ที่ติ คาดไม่ถึงว่าเป็นเพราะเขาประมาทพี่รองจนเกินไป ทำให้อีกฝ่ายพลิกกลับมาชนะได้หานหมิงพิจารณาทุกอย่าง อย่างรอบคอบอีกครั้ง ไม่เพียงแต่พี่ชายของเขาที่เปลี่ยนไป แต่คนที่เปลี่ยนไปมากที่สุดคือ พี่สะใภ้หรือ คนรักเก่าของเขานั่นเองหานหมิงนึกทบทวนถึงสายตาของนางที่มองมายังเขา ความรัก ความห่วงหา อาลัยอาวรณ์ ที่เคยมี บัดนี้กับถูกแทนที่ด้วยความเย็นชา และเหินห่างหากเขารู้ว่า นางมากความสามารถเช่นนี้ เขาคงจะเกลี้ยกล่อมมารดาให้ได้แต่งงานกับนาง แทนที่จะปล่อยให้พี่รองแย่งวาสนาเขาไปเช่นนี้ในเมื่อตอนนี้ การใช้ไม้แข็งไปก็รังแต่จะแตกหั
"พี่หานตง พี่หานตง ท่านผู้นำบอกให้ท่านกับพี่สะใภ้รีบไปที่ห้องแจ้งข่าวขอรับ ตอนนี้ท่านแม่ของท่านไปฟ้องร้องท่านข้อหา อกตัญญูต่อบิดามารดาขอรับ"หานตงหน้าซีดเผือด ไม่เคยมีบิดามารดาคนไหน ฟ้องร้องบุตรด้วยข้อหานี้มาก่อน เนื่องจากหากสืบสวนแล้วพบว่าบุตรผิดจริงบุตรคนนั้นจะต้องได้รับโทษตามกฎของหมู่บ้านและของทางการอีกด้วยตามกฎของหมู่บ้าน บุตรที่ได้รับโทษจะถูกโทษโบยห้าสิบไม้ หลังจากนั้นก็จะถูกนำชื่อออกจากตระกูลทั้งครอบครัว และขับไล่ออกจากหมู่บ้านส่วนผู้ใหญ่บ้านก็จะนำตัวไปส่งที่ศาลอาญากลางเมือง พร้อมข้อมูลความผิด คนผู้นั้นจะถูกตัดสินจองจำหนึ่งปี โทษโบยอีกห้าสิบไม้ ส่วนทรัพย์สินที่เป็นที่ดิน หรือกิจการที่เป็นชื่อตระกูล จะถูกโอนย้ายเข้าเป็นกองกลางของบ้านนั้นๆจะมีเพียงเงินทอง ของมีค่า หรือสิ่งที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า เป็นสิทธิ์ของตระกูล ที่คู่สามีหรือภรรยา สามารถนำติดตัวออกไปจากหมู่บ้านได้เท่านั้นหานตงแขนขาอ่อนแรง ทรุดนั่งลงกับพื้นตาแดงก่ำ จนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เขารู้ว่ามารดาไม่ค่อยจะรักเขานัก แต่ไม่เคยคิดเลยว่า มารดาจะกล้าทำถึงเพียงนี้เว่ยเหนียนเหยาก่นด่าแม่สามีภายในใจ ผู้หญิงคนนั้นยังเป
"ท่านแม่ ท่านไม่คิดจะทำอะไรเลยหรือขอรับ ข่าวที่น้องเล็กสืบมา ก็บอกอยู่แล้ว ตอนนี้ครอบครัวของเจ้ารอง ทำการค้าได้เป็นกอบเป็นกำ""นั่นสิเจ้าคะ ท่านแม่ อีกไม่นานท่านพี่ก็ต้องเอาเงินไปจ่ายค่าสมัครเรียนของหานเอ่อแล้ว อย่างน้อยท่านก็ควรให้อาตงมอบเงินให้ท่านสัก หนึ่งร้อยหรือสองร้อยตำลึงทองนะเจ้าคะ"นางเว่ยหมัวหลานปรายตามองบุตรชายคนโตและลูกสะใภ้ ตีโพยตีพาย ที่เห็นนางไม่ขยับเขยื้อนทำอะไรบ้างเลย"พวกเจ้าสงบใจลงบ้างเถอะ ข้าก็บอกพวกเจ้าไปแล้ว ว่าข้ากำลังรอเวลา""ท่านแม่เจ้าขา ท่านรอเวลาอะไรเจ้าคะ ท่านดูสิ ตอนนี้อาตงปีกกล้าขาแข็งขนาดไหน นี่ก็เลยวันที่ท่านกำหนดให้มอบเงินส่วนกลางแล้ว ข้าไม่เห็นเขาจะส่งเงินกลับมาสักอีแปะ""จริงด้วยขอรับ อีกอย่างเรื่องที่เขาซื้อที่ทำโรงงาน ข้าก็ไปสืบมาแล้ว ว่าเป็นเรื่องจริง เห็นว่าพรุ่งนี้ก็จะย้ายคนงานเข้าไปทำงานที่นั่นแล้ว หากปล่อยให้เขาใช้เงินเป็นเบี้ยแบบนี้ต่อไป คงไม่ดีแน่ขอรับท่านแม่""นั่นสิขอรับท่านแม่ ตอนนี้เพื่อนที่อยู่ในเมือง ก็เชิญข้าร่วมทุนทำการค้า ในเมื่อพี่รองทำการค้าได้เป็นกอบเป็นกำเช่นนี้ ก็น่าจะช่วยเหลือเจือจุนให้พวกเราได้ลืมตาอ้าปากบ้าง"คราวนี้เป็นเสี
ผ่านมาหลายวัน ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางไปไม่น้อย เว่ยเหนียนเหยาขีดฆ่าแผนงานต่างๆ ที่เสร็จเรียบร้อยไปแล้วช่วงนี้เด็กๆ ก็ไม่ได้ออกมาวิ่งเล่นเหมือนแต่ก่อน เพราะอาเส้าบุตรชายคนโตของท่านลุงฟง ตกลงที่จะเข้ามาสอนหนังสือเด็กๆ ให้เด็กทั้งสามเริ่มเรียนช้ากว่าเด็กทั่วไป ดังนั้นจึงต้องเพิ่มเวลาสอนขึ้นเป็นพิเศษ ตัวนางไม่เข้าใจเรื่องการศึกษาของคนยุคนี้เท่าไหร่ แต่โชคดีที่เจ้าของร่างเก่ามีความสามารถอ่านเขียนได้พอสมควร ไม่อย่างนั้นนางคงต้องไปนั่งเรียนพร้อมลูกๆ เป็นแน่หลังจากที่ปรึกษาและตกลงเรื่องค่าจ้างกันเป็นที่เรียบร้อย อาเส้าก็ส่งรายละเอียดของหนังสือและอุปกรณ์ที่ต้องซื้อหามาให้โชคดีที่ช่วงนั้นบ่าวรับใช้ของชุนเหมยนำรถม้าเข้ามาส่งพอดี บ่าวคนดังกล่าวส่งจดหมายให้กับนางอีกหนึ่งฉบับ ในจดหมายนั้นบอกให้เร่งสร้างหุ่นไม้ เพราะตอนนี้พี่สาวของนาง "สร้างกระแสนิยมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว"แถมยังเล่าให้ฟังอีกว่า ตอนนี้ร้านที่เมืองหลวงวุ่นวายมาก แต่ละวันมีคนเดินเข้ามาสอบถามเรื่องหุ่นไม้จำนวนไม่น้อยบางจวนคุณหนูที่ไม่ขาดเงินพวกนั้น ถึงกับจะขอซื้อหุ่นที่ตั้งอยู่ที่หน้าร้านในราคาตัวละห้าสิบตำลึงทองเลยทีเดียว
"ท่านแม่ลี่ เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ"นางลี่สือหลินหันมายิ้ม พลางหยิบงานที่นางปักเสร็จขึ้นมาให้ดู"เจ้าลองดูก่อนว่าเป็นอย่างไรบ้าง"เว่ยเหนียนเหยาพิจารณาดูผ้าที่นางลี่หลินสือส่งมาให้ เห็นว่าฝีเข็มคล้ายของนางอยู่เก้าถึงสิบส่วนก็วางใจ ตอนนี้ทั้งซินเซียงและนางลี่สือหลินต่างขึ้นมาเป็นช่างปักเป็นที่เรียบร้อยแล้วส่วนลวดลายของผ้าปักทั้งหมด นางได้ให้สามีนำไปขึ้นทะเบียนที่หอการค้ากลางเป็นที่เรียบร้อยนางลี่สือหลินและซินเซียงขอร้องให้นางและสามี ร่างสัญญาการจ้างงานให้กับพวกนางด้วย เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย โดยให้กำหนดเพิ่มเข้าไปด้วยว่า จะต้องทำงานกับนางเป็นระยะเวลาสิบปี ห้ามสอนวิธีการปักนี้ให้กับใครตลอดสัญญา หากผิดสัญญาต้องเสียเงินค่าปรับเป็นจำนวนหนึ่งพันตำลึงทอง และรับโทษโบยที่มือห้าสิบไม้นางกับสามีปฏิเสธเพราะเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ได้สำคัญอะไรเลย สำหรับคนทั้งคู่ที่เป็นเหมือนมารดาและน้องสาว นางดูออกว่าทั้งสองคนเป็นคนยังไงแต่นางลี่สือหลินยืนกรานว่ายังไงก็ต้องทำ นอกจากจะเป็นความสบายใจของพวกนางแล้ว ยังถือว่าสัญญาพวกนั้นคือความคุ้มครองที่พวกนางจะได้รับอีกด้วยนางชี้แจงต่อไปว่า หากต่อไปมีคนไม่ประสงค