เขาโทษว่าเป็นความผิดของเธอที่โทรมาตอนเข้ากำลังปั๊มหัวใจคนไข้ ทำให้เขาเสียสมาธิและเสียคนไข้ไป โดยไม่รู้เลยว่าที่เธอโทรหาก็เพราะเธอเองก็กำลังจะเสียบางอย่างไปเช่นกัน
View Moreวันนี้เป็นวันครบรอบการจากไปของคุณยายละมัยหนึ่งปี กรัณย์กรพาปิ่นปินัทธ์มาทำบุญให้คุณยายที่วัดกับญาติคนอื่นๆตอนนี้สถานะของทั้งสองคนคือคนที่กำลังศึกษากันอยู่ปิ่นปินัทธ์ไม่ใช้คำว่าแฟนหรือคนรักกับกรัณย์กรเพราะเธอกลัวว่าเหตุการณ์แบบเดิมจะกลับมาอีก แต่ชายหนุ่มก็พยายามจะพิสูจน์ให้เธอเห็นว่าตอนนี้เขาสามารถบาลานซ์เรื่องงานและเรื่องการใช้ชีวิตได้อย่างลงตัวตลอดเวลาที่ยายของหญิงสาวป่วยและรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูเกือบหนึ่งเดือน กรัณย์กรคอยดูแลเธออีกทั้งยังคอยช่วยดูแลคุณยายจนคุณลุงกับคุณป้าเห็นใจชายหนุ่มมากๆ และบอกให้ปิ่นปินัทธ์เปิดใจเพราะรู้สึกว่ากรัณย์กรจะจริงใจกับหลานสาวของตนเองมากหลังจากทำบุญให้กับคุณยายแล้วทุกคนก็มาทานข้าวกันที่บ้านของป้าก่อนจะแยกย้ายกันกลับ ส่วนกรัณย์และปิ่นปินัทธ์ยังอยู่ต่อเพราะป้าสาขอคุยกับชายหนุ่มเป็นการส่วนตัวส่วน“ป้าสามีอะไรกับผมครับ”“ป้าอยากจะถามว่าหมอรัณย์จริงใจกับปิ่นมากใช่ไหม”“ใช่ครับ ความรักครั้งนี้ผมจริงจังมาก ก่อนหน้านี้ผมยอมรับว่าตัวเองแบ่งเวลาไม่ดีทำให้ปิ่นต้องเสียใจ ผมทำให้เป็นรอนานถึงห้าปีแล้วถึงตอนนี้ถ้าปิ่นจะให้ผมรอนานแบบนั้นมั่งมันก็ไม่มีปัญหาเลย”“ป้า
ตลอดทั้งคืนปิ่นปินัทธ์นั่งสัปหงกอยู่บนเก้าอี้หน้าห้องไอซียูโดยมีกรัณย์กรนั่งอยู่ข้างๆกรัณย์กรเดินเข้าไปดูคุณยายเกือบจะทุกชั่วโมงอาการของท่านยังคงที่แต่ดูแล้วไม่ค่อยดีเท่าไหร่เขาไม่รู้จะพูดกับปิ่นปินัทธ์ไงว่าอาการของคุณยายเธอมันค่อนข้างหนักการจะให้คุณยายกลับมาหายดีมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ชายหนุ่มเดินเข้าออกห้องไอซียูอยู่หลายรอบจนกระทั่งเผลอหลับในเวลาตีสี่และตกใจตื่นในเวลาเกือบจะหกโมงเช้า“ผมว่าปิ่นกลับไปอาบน้ำล้างหน้าล้างตาก่อนดีกว่าไหม ไม่ต้องห่วงทางนี้หรอก”“อาการของคุณยายเป็นยังไงบ้างคะ” หญิงสาวรู้ว่าเขาเดินเข้าออกอยู่หลายหลายครั้ง“ก็ยังคงที่ครับวันนี้อาจจะต้องตรวจหลายหลายอย่างเพิ่ม ผมไม่ได้เป็นหมอที่ดูแลเคสของยายหรอกนะครับ ผมให้รุ่นพี่อีกท่านเป็นคนช่วยดูให้”“ทำไมละคะ”“เมื่อวานเป็นเวรของเขาครับ อีกอย่างการรักษาคนรู้จักหรือคนใกล้ชิดมันจะค่อนข้างกดดันเพราะเราจะเอาอารมณ์เข้าไปมีส่วนร่วมด้วย มันจะทำให้การตัดสินใจบางอย่างคลาดเคลื่อนได้ อีกอย่างผมก็อยากจะช่วยประสานงานให้มากกว่า”“ขอบคุณนะคะ ถ้าเมื่อคืนไม่ได้คุณคงแย่”“ไม่หรอกครับ หมอและพยาบาลรวมถึงเจ้าหน้าที่คนอื่นทำงานกันอย่างเต
“เกิดอะไรขึ้นเหรอปิ่น” กรัณย์กรถามหลังจากเธอวางสายและดูท่าทางรีบร้อน“ป้าสาโทรมาบอกว่าคุณยายเหนื่อยมากและเหมือนจะหายใจไม่ค่อยออกเลยกำลังพาไปโรงพยาบาลค่ะ”“โรงพยาบาลที่ทำงานใช่ไหม ปิ่นไปกับผมนะน่าจะไวกว่า”นาทีนี้หญิงสาวไม่ได้คิดอะไรอีกแล้วเพราะอยากจะรีบไปหายายให้เร็วที่สุด“ทำใจดีๆ ไว้นะปิ่นไม่น่าจะเป็นอะไรมากหรอก เมื่อตอนกลางวันผมคุยกับคุณยายท่านก็ดูปกติดี แต่ระหว่างทางเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาขอถามอะไรหน่อยได้ไหม”“หมอจะถามอะไรคะ”“ผมจะถามว่าช่วงนี้ยายมีอาการผิดปกติอะไรหรือเปล่า หรือมีโรคประจำตัวอะไรไหม”“ไม่มีค่ะยายแข็งแรงดี”“แล้วในครอบครัวล่ะมีเป็นโรคอะไรไหม เช่นเบาหวาน ความดันหัวใจหรือโรคมะเร็ง”“ปิ่นรู้แค่ป้าสาเป็นความดันโลหิตสูงค่ะ ส่วนเบาหวานไม่เคยได้ยินว่าใครเป็น”“ปิ่นลองนึกหน่อยนะว่าช่วงนี้ยายร่างกายเป็นยังไงบ้าง มีอะไรผิดปกติไหม เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ได้” กรัณย์กรไม่อยากเสียเวลาไปซักประวัติคุณยายที่โรงพยาบาล“ยายเป็นหวัดค่ะ”“แล้วได้กินยาอะไรไหม”“ไม่ค่ะ ยายแค่ไอแห้งๆ ปิ่นจะพาไปหาหมอยายก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่จิบน้ำอุ่นก็น่าจะหาย”“แล้วมีอย่างอื่นไหม มีไข้หรือเปล่า”“
“เปิดประตูให้ผมเข้าไปหน่อยสิปิ่น”“เป็นเราคุยกันแล้วนี่คะ ว่าหมอจะมาเฉพาะเวลาราชการเท่านั้นนี่มันค่ำแล้วนะ ที่บ้านก็ไม่มีใครอยู่หมอกลับไปก่อนเถอะค่ะถ้าอยากจะมาหาคุณยายค่อยมาเวลากลางวัน”“แต่ผมอยากคุยกับปิ่นจริงๆ นะผมคุยกับคุณยายแล้วคุณยายอนุญาตให้ผมมาหาคุณได้”“หมายความว่ายังไงคะ”“ขอเข้าไปคุยกันข้างในได้มั้ย ยืนคุยอยู่แบบนี้คนอื่นมาเห็นคงไม่ดีเท่าไหร่”“มันไม่ดีทั้งแต่หมอเข้าออกบ้านของปิ่นห้าปีก่อนแล้วล่ะค่ะ”“ปิ่นอย่าพึ่งโมโหสิ ถ้าปิ่นไม่ให้ผมเข้าไปผมก็จะยืนอยู่แบบนี้แหละแล้วผมจะบีบแต่รถให้ชาวบ้านเขาออกมาดูด้วย”“ทำไมหมอเป็นคนเข้าใจอะไรจะยากแบบนี้นะ”“ผมเข้าใจยากที่ไหน ปิ่นต่างหากที่เข้าใจยาก เปิดประตูให้ผมเข้าไปหน่อยนะปิ่น”เพราะกลัวว่าเขาจะทำอย่างที่พูดจริงๆปิ่นปินัทธ์เลยยอมเปิดประตูให้จากนั้นหญิงสาวเดินนำเขามายังห้องรับแขก“เอาล่ะคะจะพูดอะไรก็พูดปิ่นมีเวลาให้คุณไม่มากหรอกนะปิ่นยังต้องทำใบงานอีกเยอะ”“ให้ผมช่วยทำไหมล่ะ”“ปิ่นไม่รบกวนเวลาคุณหมอขนาดนั้นหรอกค่ะ เวลาทุกนาทีของหมอมันมีค่าอย่าเสียเวลามาทำใบงานเล็กๆ น้อยๆ เลย”“ปิ่นอย่าพึ่งประชดได้ไหม”“หมอจะพูดอะไรก็พูดสิคะ”“ผมอยากขอโอ
หลังจากไปเยี่ยมคุณยายของปิ่นปินัทธ์ที่บ้านแล้วกรัณย์กรก็รู้สึกว่าแปลกๆ เพราะที่บ้านของหญิงสาวไม่มีของเล่นเด็กเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ถ้าเด็กชายที่เขาเห็นเมื่อวันก่อนเป็นลูกของหญิงสาวจริงๆในบ้านหลังนั้นก็น่าจะต้องมีของเล่นสักชิ้นหนึ่งและดูเหมือนยายละมัยก็ไม่ได้บอกเขาว่าปิ่นปินัทธ์แต่งงานแล้วความจริงข้อนี้กรัณย์กรต้องหาทางพิสูจน์เพราะเขารู้ใจตัวเองแล้วว่ายังมีความรู้สึกดีๆ ให้กับปิ่นปินัทธ์และจะต้องพยายามเอาชนะใจของเธออีกครั้งครั้งนี้เขาจะเดินหน้าอย่างเต็มกำลังเพราะรักเธอมาก การห่างกันไปนานหลายปีไม่ได้ทำให้ความรักที่เขามีให้กับปิ่นปินัทธ์ลดน้อยลงเลย และตอนนี้เขาอยากขอโทษเธอที่ตนเองเห็นแก่ตัวเห็นงานสำคัญกว่าความรู้สึกของหญิงสาว แต่ตอนนี้เขาคิดว่าตัวเองจะมีเวลาให้เธอมากขึ้นกรัณย์กรอยากจะกลับมาคบกันปิ่นปินัทธ์อีกครั้งหนึ่ง เขาจะชดเชยเวลาทั้งหมดให้กับหญิงสาว การมาทำงานที่โรงพยาบาลนี้กรัณย์กรไม่ต้องอยู่เวรตลอด 24 ชั่วโมงเขาออกตรวจภายแผนกโอพีดี ราวน์คนไข้ และจะมีนัดคนไข้มาผ่าตัดหรือสวนหัวใจและทุกอย่างก็จะลงเวลานัดหมายเพราะการผ่าตัดประเภทนี้ต้องใช้เจ้าหน้าที่หลายแผนก อีกทั้งห้องผ่าตัดและห้องสวนห
ปิ่นปินัทธ์ไม่ได้บอกยายของตนเองว่าเจอกับกรัณย์กรเพราะกลัวว่าคุณยายจะไม่สบายใจและหญิงสาวก็คิดว่าเขาไม่มีมีทางจะมาหาคุณยายอย่างที่บอกกับเธอแน่ๆแต่ดูเหมือนว่าเธอจะคิดผิดเพราะเย็นวันหนึ่งหลังจากเธอกลับมาจากโรงเรียนก็เห็นบริเวณห้องรับแขกมีกระเช้าผลไม้และนมสำหรับผู้สูงอายุวางอยู่“คุณยายไปซื้อของพวกนี้มาเหรอคะ”“เปล่าหรอกลูกวันนี้มีคนแวะมาเยี่ยมยาย”“ใช่พี่ทศกับพี่แพรหรือเปล่าคะ พี่ทศบอกว่าก่อนจะกรุงเทพจะแวะมาหาคุณยายอีกครั้งหนึ่ง”“ทศเขาแวะมาจริงๆ นั่นแหละแต่ของพวกนี้ไม่ใช่ของทศหรอกนะลูก”“อ้าว....แล้วของใครล่ะคะคุณยาย”“ปิ่นลองเดาดูสิว่าวันนี้มีใครมาหายาย”“ปิ่นเดาไม่ถูกหรอกค่ะยายบอกปิ่นมาเถอะค่ะ”“วันนี้หมอรัณย์เขามาหายายที่นี่”“อะไรนะคะ เขามาหายายจริงๆ เหรอคะ”“ปิ่นรู้ใช่ไหมว่าเขาจะมาหายาย”“ค่ะยาย ปิ่นบังเอิญเจอเขาเมื่ออาทิตย์ก่อน แล้วเขาบอกว่าจะแวะมาหาคุณยายแต่ปิ่นไม่ได้บอกยายเพราะคิดว่ายังไงเขาก็คงไม่มาเวลาทำงานแน่ๆ”“เขามาหายายตอนเที่ยงจ้ะ”“ยายคุยอะไรกับเขาบ้างบอกเรื่องปิ่นไปหรือเปล่า”“ก็คุยเรื่องทั่วไป ยายไม่ได้บอกเรื่องอบปิ่นหรอกนะ ยายรู้ว่าปิ่นอยากให้เรื่องนี้มันเป็นความลับ”
หลังจากดูบ้านเสร็จแล้วกรัณย์กรกับมารดาและลดาพรก็มาอย่างร้านอาหารแห่งหนึ่งในเวลาบ่าย เมื่อมาถึงเขาก็ให้มารดาและลดาพรเข้าไปสั่งอาหารก่อนส่วนเขาขอตัวมาเข้าห้องน้ำที่อยู่ด้านข้างของร้านอาหารขณะเดินออกมาจากห้องน้ำก็สะดุดตากับผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังอุ้มเด็กอยู่เด็กชายหน้าตาน่ารักส่งเสียงอ้อแอ้ทำให้เขาเดินเข้าไปใกล้มากขึ้นโดยไม่รู้ตัวเลย แต่ยิ่งใกล้หัวใจก็รู้สึกชาวาบเมื่อผู้หญิงคนนั้นหันกลับมามองเขาไม่คิดเลยว่าจะมาเจอกับเธอที่นี่ผู้หญิงที่เขาคิดว่าจะกลับมาหาและเริ่มต้นกลับเธออีกครั้ง“หมอรัณย์” หญิงสาวตกใจมากที่เจอกับกรัณย์กรอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาสามปีกว่า“นี่สินะเหตุผลที่ทำให้คุณบอกเลิกผม”“หมอหมายถึงอะไร”“เร็วดีเหมือนกันนี่น่าจะเลิกกับผมได้ไม่นานก็ไปมีครอบครัวเลยใช่ไหม”ปิ่นปินัทธ์รู้สึกผิดหวังมากๆ กับคำทักทายที่ออกมาจากปากของคนที่ตัวเองรักอย่างสุดหัวใจ หญิงสาวฝืนยิ้มให้เขาทั้งที่ภายในหัวใจเจ็บปวด“ค่ะ มันก็อย่างที่คุณเห็น”“ชีวิตคุณคงมีความสุขมากใช่มั้ย”“ค่ะ ฉันมีความสุขมากหวังว่าหมอคงมีความสุขมากเช่นกันนะคะ”“ใช่สิผมมีความสุขมาก ตอนนี้ผมเรียนจบแล้วและกำลังจะกลับมาประจำอยู่ท
เวลาในแต่ละวันผ่านไปอย่างเชื่องช้ากว่าจะจบวันกรัณย์กรก็แทบสลบชายหนุ่มเรียนและทำงานอย่างหนักและไม่ได้ติดต่อกับ ปิ่นปินัทธ์อีกเลยตั้งแต่วันที่เธอโทรมายุติความสัมพันธ์ เพราะคิดว่าโทรไปก็จะต้องทะเลาะกันกรัณย์กรและลดาพรก็มีความสนิทสนมกันมากขึ้นแต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้คิดอะไรกับเธอมากเกินกว่าเพื่อนเพียงแต่ว่าตอนนี้เขาไม่มีใครแล้วเธอไม่มีใครทั้งสองก็เลยไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดตอนนี้กรัณย์กรเรียนจบแล้วและเย็นนี้เขาก็ชวนลดาพรมาทานอาหารเย็นที่บ้าน ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาหญิงสาวก็มักจะมาทานข้าวกับเขาและมารดาบ่อยๆ“จบแล้วรัณย์จะกลับไปทำงานที่สุพรรณบุรีเลยใช่ไหม”“ผมต้องกลับไปใช้ทุนน่ะแล้วอ้อมล่ะ”“อ้อมสมัครงานที่โรงพยาบาลเอกชนไว้แล้ว รัณย์น่าจะมาทำเอกชนนะรายได้น่าจะดีกว่า มาทำวันหยุดก็ได้”“เรื่องนั้นค่อยคิดทีหลังผมอยากหาประสบการณ์ให้มากกว่านี้ก่อนน่ะ”“อยากกลับไปเป็นหมอที่นั่นหรือจะกลับไปคืนดีกับแฟน”“ผมกับปิ่นไม่ได้ติดต่อกันมาเกือบสามปีแล้วครับแม่ แม่ไม่ต้องห่วงว่าผมจะกลับไปคุยกับเธออีก”“มันก็ไม่แน่นะ ลูกได้กลับไปอยู่ใกล้กันความรู้สึกเดิมๆ มันจะกลับมา”“ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของอนาคตเถอะครับแม่ ผมไปครั้ง
“หมอรัณย์เขายุ่งมากเลยเหรอปิ่น ขนาดหนูเข้าโรงพยาบาลหลายวันเขายังไม่มาเยี่ยมเลย”“อย่าพูดถึงเขาเลยค่ะยาย”“ทำไมล่ะทะเลาะกันเหรอ”“ปิ่นคิดว่าปิ่นกับเขาคงไม่เหมาะกัน”“เกิดอะไรขึ้น ปิ่นเล่าให้ยายฟังสิ ยายว่ามันแปลกนะ เรื่องที่หนูท้องเขารู้หรือเปล่า”“ไม่รู้ค่ะ”“ปิ่นไม่ได้บอกเขาเหรอ”“ปิ่นก็อยากบอกเขาค่ะ ปิ่นพยายามโทรหาเขาหลายครั้งแล้วแต่เขาไม่มีเวลาคุยกับปิ่น”“จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้บอกเขาใช่ไหม”“ค่ะยายเลย คืนนั้นที่ปิ่นปวดท้องมากเลยต้องตัดสินใจว่าจะรักษาแบบไหนปิ่นโทรหาแต่เขาก็ไม่รับปิ่นเลยคิดว่าปิ่นกับเขามันคงจบกันแค่นี้”“หนูใช้อารมณ์เกินไปหรือเปล่า”“ปิ่นยอมรับว่าใช่อารมณ์เกินไป แต่ในเวลาที่ปิ่นต้องการคำปรึกษาแล้วปิ่นปรึกษาเขาไม่ได้ กว่าเขาจะโทรกลับมาอีกครั้งก็บ่าย ปิ่นคิดว่ามีแฟนแล้วพึ่งพาไม่ได้แบบนี้มันก็ไม่ต่างจากการเป็นโสดเพราะฉะนั้นปิ่นจะมีแฟนไปทำไงคะยาย”“ลองคุยกันอีกทีตอนที่ใจเย็นดีไหม”“ไม่ค่ะ”“แล้วหนูจะเลิกกันเขาจริงเหรอ”“ค่ะยาย เขายุ่งก็ปล่อยให้เขาใช้ชีวิตของเขาไป ปิ่นก็อยู่แบบนี้ดีกว่าค่ะยาย”“ยายคิดว่าหนูโชคร้ายมากเลยที่ท้องนอกมดลูกแล้วต้องเอาเด็กออก แต่พอถึงวันนี้ยายค
“ครูปิ่นคร้าบ ครูปิ่นคร้าบ ช่วยด้วย ช่วยออมสินด้วย ออมสินล้มหัวมีแต่เลือดเลยครับ” ไออุ่นเด็กชายวัยเก้าขวบวิ่งหน้าตื่นเข้ามาในห้องเรียนในเวลาสิบห้านาฬิกา“อะไรนะไออุ่น ค่อยๆ พูดแล้วนั่นทำไมเสื้อมีแต่เลือด” คุณครูสาวถามด้วยความตกใจ“ออมสินครับครูปิ่น ออมสินล้มหัวมีแต่เลือดเต็มเลย” เด็กชายตอบพร้อมกับหอบเหนื่อย“แล้วล้มอยู่ที่ไหน ไออุ่นพาครูไปหน่อย”“ล้มที่สนามฟุตบอลครับครูปิ่นครูต้องไปช่วยออมสินนะครับ”“ไออุ่นนำครูไปเลย”ปิ่นปินัทธ์ครูสาววัยยี่สิบห้าปีบอกกับลูกศิษย์ก่อนจะรีบวางการบ้านที่กำลังตรวจอยู่แล้ววิ่งตามเด็กชายไออุ่นไปยังบริเวณสนามฟุตบอลซึ่งตอนนี้เด็กๆ หลายคนกำลังมุงดูอะไรบางอย่างอยู่จนมองไม่เห็นว่าตรงกลางนั้นคืออะไร“หลบหน่อย ครูปิ่นมาแล้ว” ไออุ่นตะโกนบอกเพื่อนก่อนที่ตัวเองจะวิ่งมาถึงเมื่อเด็กๆ กระจายตัวกันออกแล้วปิ่นปินัทธ์ก็เห็นว่าตอนนี้เด็กชายออมสินนักเรียนห้องของเธอนั่งอยู่บนพื้นและกำลังร้องไห้ เสื้อนักเรียนสีขาวเปื้อนเลือดเต็มไปหมด“ออมสินเป็นอะไร เจ็บตรงไหน เอามือออกก่อนนะขอครูดูหน่อย” คุณครูสาวพยายามจะดึงมือออกแต่เด็กชายออมสินก็ไม่ยอมปล่อยมือของตนเอง“มันมีแต่เลือดเลยครับ...
Comments