เพราะไร้รัก ทั้ง 'เธอ' และ 'เขา' จึงต่างหมางเมิน แต่เมื่อได้รัก ทั้ง 'เธอ' และ 'เขา' จึงต่างเร่าร้อนในค่ำคืนแห่งรัก การถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่ไม่รัก นั่นย่อมไม่ใช่เรื่องน่าสนุก แต่ในเมื่อไม่อาจปฏิเสธพ่อและแม่ได้ จึงยอมให้ทุกอย่างเป็นไป แต่บ่าวสาวป้ายแดงยุคสองพันหรือจะยอมลงเอยแบบนี้ง่ายๆ ในเมื่อเขาทั้งคู่ต่างพร้อมใจกันหนีห้องหอ แต่ทว่าพรหมลิขิตกับขีดเส้นให้พวกเขานั้นหนีไปเจอกันเสียนี่
ดูเพิ่มเติมเมื่อกลับมาถึงบ้าน คราวนี้ก็เกิดศึกแย่งที่นอนเล็กๆ เพราะเตียงมีเตียงเดียว ฟูกที่ใช้ปูก็มีอันเดียว แม้จะกว้างพอที่จะนอนกันสองคนได้สบายๆแต่เพลงขวัญอยากนอนคนเดียวมากกว่า เธอกอดอกมองหน้าอชิ รอดูว่าชายหนุ่มจะพูดอะไร“ผมนอนพื้นให้ก็ได้อ่ะ”“ดีมาก”“นี่คุณจะไม่ค้านอะไรหน่อยเหรอ”“ไม่” เพลงขวัญยิ้มกริ่มยังไงคืนนี้เธอต้องนอนบนเตียงและต้องนอนคนเดียวด้วย ก่อนจะหยิบผ้าขึ้นมาปัดฝุ่นบนฟูกที่ปูทับเตียงไม้ไผ่ ชุดแต่งงานตอนนี้ถูกโยนใส่ตู้ชนิดที่เพลงขวัญไม่ได้สนใจมันแม้แต่น้อย ตามด้วยแหวนแต่งงานที่ถอดมันออกจากนิ้วแล้วโยนมันใส่กระเป๋าอย่างไม่ไยดีต่อราคาส่วนอชิเมื่อปูเสื่อเสร็จก็คว้ากระเป๋ามาทำเป็นหมอน จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนอนเช่นกัน แต่พอนึกขึ้นได้ว่ามีบางอย่างติดอยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายก็รีบถอดมันออกแล้วซุกไว้ใต้ฟูก จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง แม้จะแปลกที่ แม้จะได้ยินเสียงยุงบินก่อกวนอยู่ข้างๆ หู กัดตามลำตัวบ้าง แต่สุดท้ายเขาก็หลับแบบไม่รู้ตัวผิดกับเพลงขวั
“อยู่ตรงนี้นะคุณ ห้ามขยับไปไหน ห้ามขึ้นไปแอบดู ไม่งั้นตาย”“รู้แล้ว ต่อให้คุณไม่ห้ามผมก็ไม่ขึ้นไปหรอก เพราะมันไม่เห็นจะมีอะไรให้น่าแอบดูสักนิด” ฟังแล้วคนจะไปอาบน้ำก็ชักโมโห นี่ถ้าไม่ติดว่าต้องอาศัยกันและกันเพื่อความอยู่รอดปลอดภัย เธอจะกระโดดถีบผู้ชายปากเสียให้ตกหน้าผาตายเสียตอนนี้เลยเพลงขวัญสะบัดหน้าใส่ชายหนุ่ม ก่อนจะถือตะเกียงเจ้าพายุตรงไปยังห้องน้ำแบบโอเพ่นแอร์ พอมาถึงก็หันซ้ายหันขวามองหามุมวางตะเกียงในมือ จะวางไว้ใกล้มากไปก็กลัวจะไม่ดี ห่างไปก็กลัวจะมองไม่เห็น กระทั่งตัดสินใจวางไว้หลังก้อนหิน เธอขอแค่แสงสลัวๆ ส่องมาถึงก็พอจากนั้นก็ยืนรวบรวมความกล้าให้มากพออีกสักนิด เพราะตั้งแต่เป็นสาวมาก็ไม่เคยต้องแก้ผ้าอาบน้ำแบบนี้มาก่อน แม้ตอนเด็กๆ จะทำออกบ่อยก็เถอะ“เจ้าป่าเจ้าเขาเจ้าขา ลูกช้างไม่ได้มาเพื่อลบหลู่นะคะ ถ้าลูกช้างทำอะไรไม่ถูกไม่ควร ลูกช้างขอขมาท่านไว้ก่อนนะเจ้าคะ” เพลงขวัญยกมือขึ้นไหว้พร้อมกับเอ่ยขึ้น ก่อนจะสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ แล้วเริ่มถอดเสื้อผ้าออกอย่างเร็ว จากนั้นก็จัดการรีบอ
“เป็นไงบ้างกระแต” ทันทีที่เห็นน้องสาวเดินกลับมา โตที่รออยู่แล้วก็เอ่ยถามขึ้น“หล่อ”“ใครหล่อ” คำถามของพี่ชายที่ตัวโตเหมือนยักษ์ดังขึ้น พร้อมสีหน้างงๆ กับท่าทางของน้องสาวที่ดูแปลกไป“พี่อชิไง คนอะไรหล้อหล่อ หล่อราวกับเทพบุตร”“ผู้ชายหน้าตาจืดๆ แบบนั้นเหรอหล่อ” โตส่ายหน้าให้ นั่นเพราะในสายตาตนเองอชิไม่ได้หล่อเหลาเลยสักนิด ออกจะดูสำอางด้วยซ้ำไป“อื้อ...แบบนั้นแหละ สเปคฉันเลย อยากได้มาเป็นผัว” คำพูดที่ได้ยินทำเอาโตส่ายหน้าให้“เลิกฟุ้งซ่าน เพราะอชิมันแต่งงานแล้วไม่เห็นเหรอ”“ฉันรอพี่เขาเป็นพ่อหม้ายได้” กระแตตอบยิ้มๆ นั่นเพราะเวลานี้เธอปักใจรักอชิไปทั้งหัวใจแล้ว รักแรกพบก็ว่าได้ ต่อให้เขาจะมีคู่เธอก็พร้อมจะรอ“น้องกู ไปๆ จะไปไหนก็ไป ถามอะไรไปตอนนี้คงไม่ได้เรื่องได้ราว” เมื่อไล่น้องสาวไปแล้ว โตก็หันมาถามความกับจ้อยที่ให้ขึ้นไปสังเกตเพลง
“พออารายยย อาวววมา ฉานนยังไม่มาววววสักหน่อย” เพลงขวัญพยายามยื้อแก้วเหล้าคืนมาจากอชิ แต่ทำไมมือเขาถึงอยู่ไกลอย่างกับมือแม่นาคแบบนี้นะ“ไม่เมาสักหน่อยเลยครับ นั่นเพราะตอนนี้คุณเมาหนักมากแล้วต่างหาก” อชิส่ายหน้าให้คนเมาที่บอกว่าตัวเองไม่เมา“เมียเอ็งเมาขนาดนี้ ข้าว่ารีบพาไปนอนก่อนเถอะ”“จ้ะพี่” อชิเอ่ยรับคำของโต จากนั้นก็พยุงเพลงขวัญกลับมาที่บ้านเพื่อให้เธอนอนพัก โดยคนเมาโวยวายมาตลอดทางว่าไม่เมากระทั่งใกล้ถึงบ้านเพลงขวัญก็อ้วกเอาทุกอย่างที่กินไปออกมาจากท้องจนหมดอชิเห็นแล้วก็สงสารและคงปล่อยให้เพลงขวัญนอนทั้งๆ ที่เสื้อผ้าเลอะเทอะแบบนี้ไม่ได้ จึงไปเอาผ้ามาชุบน้ำแล้วนำมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้เธอ แต่ที่หนักใจคือจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เพลงขวัญยังไงนี่สิ“คุณไหม...ไหมตั้งสติหน่อย”“ตั้งสาติแล้ว” คนเมาพูดชัดบ้างไม่ชัดบ้าง“ผมจะถอดเสื้อผ้าตัวที่คุณใส่อยู่ตอนนี้ออกแล้วเอาตัวใหม่มาใส่ให้แทน โอเคนะ”“ม่ายยยโอเค”“แล้วจะให้ผมทำยังไง ไหนคุณบอกม
“พี่ชื่ออชิ ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะกระแต” จู่ๆ อชิก็ลุกขึ้นมาแนะนำตัวเองอย่างมีสติ ทั้งๆ ที่เพลงขวัญคิดว่าเขาหลับอยู่แท้ๆ แบบนี้คงแกล้งทำเป็นหลับแล้วนอนฟังมาตั้งแต่ต้นล่ะสิ“ยะ...ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะพี่อชิ” พอได้เห็นหน้าอชิ กระแตก็ถึงกับเพ้อ นั่นเพราะเธอไม่เคยเห็นใครหล่อเท่าเขามาก่อนเลยจริงๆ ผู้ชายในหมู่บ้านรวมไปถึงในตัวเมืองก็สู้ไม่ได้เลยสักคนเดียว“ผัวพี่หล่อจัง เกิดมาไม่เคยเจอใครหล่อแบบนี้มาก่อนเลย ถ้าพี่ไม่เอาแล้ว หนูขอนะ” ประโยคต่อมาของกระแตทำเอาอชิอึ้ง ส่วนเพลงขวัญยิ้มชอบใจ“เอาไปสิ พี่ยกให้ตอนนี้เลยยังได้”“จริงๆ นะพี่ไหม” จากที่หน้าตึงพูดจาห้วนๆ ใส่ ตอนนี้กระแตกลับเรียกเพลงขวัญว่าพี่ไหมอย่างเต็มอกเต็มใจ“ไม่จริงจ้ะ” อชิค้านทันทีเช่นกัน ชายหนุ่มหันมาถลึงตาใส่เพลงขวัญ ก่อนจะปรับน้ำเสียงแล้วสีหน้าเพื่อคุยกับกระแตอีกครั้ง“พอดีพี่ไหมเขาหิวจนสมองเบลอไปหมดแล้วนะจ้ะ อย่าไปสนใจคำพูดของคนสติไม
“ฮะ!…เมื่อฉันท้องเหรอ” ฟังคำตอบแล้วเพลงขวัญถึงกับอุทานออกมาเสียงดัง จู่ๆ ใบหน้าหวานก็แดงซ่านขึ้นมาเสียดื้อๆ เธอไม่มีทางท้องกับอชิแน่ๆ ไม่มีวัน “ข้าจะไปเก็บสมุนไพรในป่า”“แต่นี่มันค่ำแล้วนะย่าใหญ่” โตที่กำลังจะเดินไปโรงครัวได้ยินแบบนี้ก็รีบเดินเข้ามาถาม “เออ...รู้แล้ว แต่ต้องไปเพราะยาบางตัวมันต้องเก็บตอนกลางคืน บอกกี่ทีไม่เคยจำ” เอ่ยจบย่าใหญ่ก็ส่ายหน้าให้โต หลานชายเพียงคนเดียวที่เลี้ยงมาเองกับมือ ก่อนที่ชายหนุ่มจะหันมาสั่งลูกน้อง “ไอ้ชม ตามย่าใหญ่ไป”“จ้ะพี่” ชายที่ชื่อว่าชม ซึ่งคอยดูแลความเรียบร้อยภายในหมู่บ้านตอนที่โตและคนอื่นๆ ออกไปส่งของเอ่ยรับคำทันที “ส่วนเอ็งไอ้เจษฎาพร ไอ้จ้อยด้วยพาสองคนนี้ไปบ้านหลังท้ายหมู่บ้าน ให้มันสองคนอยู่ที่นั่นไปก่อน ถ้าคิดหนีก็ปล่อยมันตาย ไม่ต้องตามหาให้เสียเวลา”“ได้พี่” เจษฎาพรและจ้อยต่างเอ่ยรับคำแทบจะพร้อมๆ กัน ก่อนจะพาเพลงขวัญและอชิไปยังบ้านหลังที่ว่า ซึ่งอยู่ท้ายหมู่บ้านแต่เป็นจุดที่วิวดีที่สุดเพราะอยู่ริมหน้าผา เดินลงมาอีกนิดก็เป็นน้ำตก บ้านหลังนี้สร้างขึ้นเพื่อใช้รับรองแขกที่มาเยือนหมู่บ้านทั้งหมดเดินฝ่าความมืดกระทั่งถึงบ้านหลังที่ว่า เจษฎาพรจ
“ปากเสีย” เพลงขวัญหันมาแยกเขี้ยวใส่ ในขณะที่เท้าก็ยังคงเดินไปเรื่อยๆ แต่ทันทีที่ทั้งหมดเดินผ่านไร่ฝิ่นไร่กัญชาก็พบกับแนวต้นไม้หนา โตนำทีมเดินลัดเลี้ยวไปตามแนวต้นไม้ที่ถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นป่าวงกต ตั้งใจทำไว้เพื่อป้องกันคนนอกไม่ให้เข้าหมู่บ้านไปได้ง่ายๆแต่ถึงอย่างนั้นทุกวันก็จะมีผู้ชายผลัดเปลี่ยนกันออกมานั่งยามบนนั่งร้าน ที่ถูกสร้างขึ้นบนต้นไม้สูงเพื่อคอยสอดส่องความปลอดภัย รวมถึงคอยรับข่าวจากคนของเจ้านายด้วย และโตก็ออกคำสั่งให้ทุกคนในหมู่บ้านต้องจดจำเส้นทางเดินในป่าวงกตให้ได้ชนิดขึ้นใจ ต่อให้หลับตาก็ต้องเดินถูก เพราะถ้าหลงเพียงไม่กี่ก้าวก็จะเจอกับกับดักล่าสัตว์ ที่อันตรายถึงชีวิตเอาได้“ไอ้ชัย”“โธ่...พี่โต บอกกี่ทีแล้วว่าฉันชื่อเจษฎาพร” เจ้าของชื่อหันมาต่อว่าต่อขานลูกพี่ใหญ่ ที่ยังคงเรียกตนด้วยชื่อเดิม โดยลืมไปว่าตอนนี้ตนนั้นกำลังจะทำเรื่องผิดพลาด “มึงอยากตายมั้ย”“ไม่อยากจ้ะพี่”“ถ้าไม่อยากก็ถอนเท้าออกมา เร็วๆ” โตเอ่ยตอบเสียงห้วน นั่นทำให้เจษฎาพรรีบดึงเท้ากลับมาทันที เขาแค่เดินเป๋ออกนอกเส้นทางแค่สองสามก้าว หมายจะเข้าไปตัดหน่อไม้ข้างทางไปต้มกินกับน้ำพริกก็เท่านั้นเอง “จ้ะพี่จ้ะ”“ส
ข่าวเรื่องอชิกับเพลงขวัญถูกลักพาตัวเพิ่งเข้าหูสายป่าน นั่นเพราะเธอนอนเพิ่งตื่นนั่นเอง พอมีสติก็ถึงกับอุทานออกมาเสียงหลง “ว่าอะไรนะแม่”“เมื่อคืนคุณอชิกับเมียถูกลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ถึงในห้องหอ”“จะ...จริงเหรอ แล้วมีใครแจ้งตำรวจแล้วหรือยัง”“แจ้งแล้ว แต่ยังไม่ได้ข่าวอะไรคืบหน้า” สายปอกอดอกตอบ นี่ถ้าเธอถูกจับไปเรียกค่าไถ่บ้างแล้วลูกสาวรู้คนสุดท้าย มีหวังเธอได้ตายก่อนแน่ๆ “อยากรู้นักว่าใครกันมันกล้ามาเหยียบจมูกถึงที่แบบนั้น” สีหน้าของสายป่านเป็นเดือดเป็นร้อน นั่นเพราะเธอรักจึงห่วงอชิมาก“คุณอชิของแกคงไปเหยียบตาปลาใครเขาเข้ามั้ง ถึงได้เลือกมาเอาคืนถึงในห้องหอแบบนั้น”“ไม่จริงหรอก คุณอชิไม่ใช่คนหาเรื่องใคร คนที่หาเรื่องมาใส่จนคุณอชิพลอยติดร่างแหไปด้วยคือยัยไหมนั่นต่างหาก ขอให้มันตายๆ ไปเถอะ” สายปอแค่รับฟังแล้วยิ้มกับคำพูดของลูกสาว ดีไม่ดีเรื่องคราวนี้สายป่านอาจพูดถูกก็เป็นได้ เสียงโทรศัพท์มือถือของเพลงขวัญที่ดังขึ้นต่อเนื่องมาเป็นชั่วโมงๆ เริ่มทำให้โตหัวเสีย นั่นเพราะไม่รู้จะปิดเครื่องด้วยวิธีไหนดี ไอ้รุ่นที่ตัวเองใช้ก็โบราณไม่ได้ไฮเทคเท่าเครื่องที่เอาแต่ส่งเสียงน่ารำคาญหูอยู่ในตอนนี้“
“ทำไมฉันต้องทำตามคำสั่งของคุณด้วย” จู่ๆ มีใครก็ไม่รู้มาสั่งให้ออกไป มีหรือที่นรากรจะทำตามง่ายๆ นั่นเพราะทันทีที่รู้ข่าวจากพนักงานของที่นี่ว่าเพลงขวัญกับอชิถูกลักพาตัวไปจากห้องหอ เธอก็เป็นห่วงเพื่อนจนนั่งไม่ติดที่ “ก็เพราะผมเป็นตำรวจ แค่นี้พอมั้ย”“ตำรวจจริงหรือตำรวจเก๊ ไม่ใช่พวกโจรเข้ามาสอดแนมดูความเคลื่อนไหวหรอกนะ”“หน้าผมเหมือนโจรขนาดนั้นเลยเหรอคุณ” นายตำรวจหนุ่มส่ายหน้าให้ผู้หญิงตรงหน้า ที่กล่าวหาว่าเขาเป็นโจรซะงั้น “ใครจะไปรู้ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ”“นี่บัตรประจำตัวผม พอใจยัง” ก่อสกุลหยิบบัตรประจำตัวออกมาให้นรากรเห็นว่าเขาเป็นตำรวจจริง ไม่ได้เป็นสายโจรอย่างที่เธอเข้าใจ “คุณรู้หรือยังว่าใครจับเพื่อนฉันไปเรียกค่าไถ่” ทันทีที่รู้ว่าผู้ชายตรงหน้าเป็นตำรวจจริงๆ นรากรก็เอ่ยถามขึ้นทันที “ยังไม่รู้ครับ”“อ้าว!”“ให้เวลาผมทำงานก่อนสิคุณ ผมเป็นแค่ตำรวจธรรมดาๆ นะครับ ไม่ใช่ซูเปอร์ฮีโร เชิญคุณออกไปรอข้างนอกก่อนดีกว่า อีกเดี๋ยวตำรวจท้องที่คงเข้ามาสมทบผม” เสียงทุ้มเอ่ยบอก นั่นเพราะเขาเป็นคนแจ้งไปที่สถานีตำรวจเองว่าเกิดเหตุลักพาตัวเรียกค่าไถ่ “ค่ะ” นรากรเอ่ยรับอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทันทีที่รู้เร
ดึกสงัดของค่ำคืนเดือนแรม ร่างบอบบางกำลังนอนกระสับกระส่ายไปมาอยู่บนเตียง สีหน้าของเธอแม้จะหลับอยู่แต่ก็บ่งบอกได้ถึงความหวาดกลัวคิ้วสวยได้รูปขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบ เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผมจนเปียกชื้นไปทั้งหน้า แม้ตอนนี้อุณหภูมิในห้องนอนจะถูกตั้งไว้ที่ยี่สิบห้าองศาก็ตามที เสียงหายใจหอบเหนื่อยดังขึ้นให้ได้ยินเป็นระยะๆ มือเรียวขย้ำขยี้ผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ พร้อมกับขาที่ยกสูงแล้วปัดป่ายไปมาราวกับว่าในความฝันเวลานี้เธอนั้นกำลังต่อสู้อยู่กับใคร แล้วจู่ๆ ร่างบอบบางก็มีเหตุให้ลุกพรวดพราดขึ้นจากเตียงนุ่ม เปลี่ยนจากท่านอนมาเป็นท่ายืนพร้อมตั้งการ์ดเตรียมพร้อม “ตายเสียเถอะไอ้งูบ้า” แม้จะงัวเงียแถมเวลานี้ดวงตาก็ยังไม่ลืมเสียด้วยซ้ำ อาการของเธอนั้นช่างคล้ายกับคนละเมอ แต่เสียงที่เปล่งออกมานั้นกลับฟังชัด ก่อนจะกระทืบหมอนข้างอันโปรดสุดแรงเสียหลายครั้ง เพราะคิดว่าหมอนนั่นคืองูยักษ์สีแดงที่เลื้อยไล่ตามหลังเธอมาไม่ห่าง กระทั่งพอใจก็ล้มตัวลงนอนราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นใบหน้าสวยหวานพริ้มเพราะกำลังฝันดี ฝันว่าเธอกำลังนั่งเล่นอยู่ริมน้ำตกที่ไหนสักแห่ง แต่นั่นก็เพียงไม่นาน เพราะจู่ๆ...
ความคิดเห็น