อยู่ๆ ‘คู่กัด’ ปากสุนัขก็โผล่มา แถมยังอวดร่างกายเปลือยเปล่าสุดระทึกให้ได้ยลอีก ดวงนางร้ายยอดนิยมของเธอกำลังรุ่งหรือซวยขั้นสุดกันแน่นะ?
View More“อะ ให้มองเต็มๆ ตาอีกที แล้วคิดใหม่”“ไม่ดูแล้วย่ะ ฉันเห็นหมดแล้ว ไม่เห็นจะมีอะไรน่ามองสักนิด เลิกตอแยฉันแล้วก็ไปใส่เสื้อผ้าได้แล้ว ไป ชิ่ว”บราลีเบะปากพลางไล่อีกฝ่าย ทว่าชนนกลับกระตุกยิ้ม“นั่นไง วันนั้นเธอเห็นน้องชายเราจริงๆ ด้วย”คนถูกจับได้อึ้งไปทันใด ใบหน้าร้อนซ่าน ไม่แน่ใจว่าหน้าตัวเองแดงตามไปด้วยหรือเปล่า“เราไม่ยอมนะ เธอต้องรับผิดชอบ”“รับผิดชอบบ้าบออะไร ฉันไม่พูดกับนายแล้ว”หญิงสาวบอกปัดอย่างคนร้อนตัว ทั้งยังพยายามจะดึงมือตัวเองจากมือหนา แต่ชนนกระตุกพาร่างโปร่งอรชรกลับไปชิดกายแกร่ง รวบกอดเอวเล็กอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมเข้มขยับมาใกล้แม้บราลีจะพยายามเอนตัวหนีก็ยังห่างเพียงแค่คืบ“แค่ยอมรับว่าเธอก็สนใจเรา มันยากนักหรือไง”“ฉันน่ะเหรอสนใจนาย”เสียงหวานแข็งขึ้น เข้าใจว่าอีกฝ่ายหาเรื่องตนอีกแล้ว“เราจูบโบไปกี่ครั้งแล้ว”อยู่ๆ ชนนก็ถามขึ้นมา คิ้วเรียวสวยขมวดอย่างไม่เข้าใจ ทว่าประโยคต่อมาของเขาทำเอาเถียงไม่ออก“ถ้ารังเกียจกันจริง เราคงโดนตบคว่ำตั้งแต่แรกแล้ว จริงไหมล่ะ แถมเมื่อตอนบ่าย เธอยังเคลิ้มด้วย ถ้าแพรวไม่มาตามก่อนล่ะก็...”“ใครเคลิ้มไม่ทราบ”เธอแว้ดใส่อีกฝ่ายทันที แต่ชนนยังไม่หมด
มาถึงคอนโดปุ๊บชนนก็ออกไปข้างนอกต่อแม้ว่าจะหกโมงเย็นแล้ว ชายหนุ่มบอกว่าเพื่อนนัดคุยกับลูกค้าและอยากให้เขาไปเจอด้วยพร้อมกันบราลีไม่ได้ซักไซ้อะไร ใช้พลังในการแสดงกับสมองในการจำบทมาทั้งวันเธอเพลียและอยากพัก หญิงสาวอาบน้ำเสร็จก็เข้านอนทันทีรู้สึกตัวอีกครั้งในตอนดึก ดูหน้าจอโทรศัพท์มือถือก็เห็นว่าสี่ทุ่มครึ่งแล้ว ร่างโปร่งอรชรออกไปนอกห้องเพราะหิวขึ้นมานิดๆ เธอมีนมกล่องติดบ้านไว้ดื่มหลังกลับจากถ่ายละครอยู่แล้วเพราะไม่ทานอาหารดึกเสียงในห้องน้ำบอกให้รู้ว่าชนนอยู่ในนั้น หญิงสาวตั้งใจจะกลับเข้าห้องก่อนที่ชายหนุ่มจะออกมา ทว่าไม่ทันแล้ว ร่างสูงกำยำก้าวออกจากห้องน้ำโดยมีเพียงผ้าขนหนูผูกพันเอวไว้ชนนมองมายังเธอ บราลีเองก็มองหน้าคมเข้มกับเรือนกายกำยำที่มีน้ำเกาะพราว ขณะดูดนมที่เสียบหลอดจากกล่องแล้วกลืนเสียงดัง นั่นเองทำให้รู้สึกตัวว่าตนเผลอมองอีกฝ่ายเต็มตาหญิงสาวหันหน้าหนีทันทีแล้วเร่งรีบก้าวเท้าเร็วๆ ตรงเข้าห้องของตน แต่กลับต้องตัวแข็งทื่อ เพราะรับรู้ถึงความเย็นจัดจากหยดน้ำที่ซึมผ่านเนื้อผ้าชุดนอนพร้อมการโอบรัดจากด้านหลัง ร่างหนาด้วยมัดกล้ามแนบชิดทำเอาใจดวงน้อยหล่นวูบ“ทะ...ทำอะไร”เสียงหวานถามแ
มาถึงคอนโดปุ๊บชนนก็ออกไปข้างนอกต่อแม้ว่าจะหกโมงเย็นแล้ว ชายหนุ่มบอกว่าเพื่อนนัดคุยกับลูกค้าและอยากให้เขาไปเจอด้วยพร้อมกันบราลีไม่ได้ซักไซ้อะไร ใช้พลังในการแสดงกับสมองในการจำบทมาทั้งวันเธอเพลียและอยากพัก หญิงสาวอาบน้ำเสร็จก็เข้านอนทันทีรู้สึกตัวอีกครั้งในตอนดึก ดูหน้าจอโทรศัพท์มือถือก็เห็นว่าสี่ทุ่มครึ่งแล้ว ร่างโปร่งอรชรออกไปนอกห้องเพราะหิวขึ้นมานิดๆ เธอมีนมกล่องติดบ้านไว้ดื่มหลังกลับจากถ่ายละครอยู่แล้วเพราะไม่ทานอาหารดึกเสียงในห้องน้ำบอกให้รู้ว่าชนนอยู่ในนั้น หญิงสาวตั้งใจจะกลับเข้าห้องก่อนที่ชายหนุ่มจะออกมา ทว่าไม่ทันแล้ว ร่างสูงกำยำก้าวออกจากห้องน้ำโดยมีเพียงผ้าขนหนูผูกพันเอวไว้ชนนมองมายังเธอ บราลีเองก็มองหน้าคมเข้มกับเรือนกายกำยำที่มีน้ำเกาะพราว ขณะดูดนมที่เสียบหลอดจากกล่องแล้วกลืนเสียงดัง นั่นเองทำให้รู้สึกตัวว่าตนเผลอมองอีกฝ่ายเต็มตาหญิงสาวหันหน้าหนีทันทีแล้วเร่งรีบก้าวเท้าเร็วๆ ตรงเข้าห้องของตน แต่กลับต้องตัวแข็งทื่อ เพราะรับรู้ถึงความเย็นจัดจากหยดน้ำที่ซึมผ่านเนื้อผ้าชุดนอนพร้อมการโอบรัดจากด้านหลัง ร่างหนาด้วยมัดกล้ามแนบชิดทำเอาใจดวงน้อยหล่นวูบ“ทะ...ทำอะไร”เสียงหวานถามแ
แน่นอนว่าการแสดงออกของผู้จัดหนุ่มซึ่งอายุเข้าใกล้เลขสี่ ทว่ายังโสดสนิทนั้น คนในกองถ่ายต่างก็พอเดาได้ เพราะอีกฝ่ายใส่ใจบราลีมากกว่าใครตั้งแต่ละครเรื่องก่อนแล้ว แต่หญิงสาววางตัวปกติมีระยะห่าง หากก็ไม่มากเกินไปจนดูเหมือนรังเกียจผู้จัดหนุ่มไฟแรงที่กำลังขึ้นชื่อว่าทำเรื่องไหนก็ดังเปรี้ยงปร้างในช่วงสองสามปีมานี้ธนากรเป็นทายาทของผู้กำกับชื่อดังที่ไม่ได้เดินสายเดียวกันกับบิดา ชายหนุ่มเรียนจบบริหารธุรกิจและทำงานในสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศหลายปี แต่ด้วยบิดามีค่ายละครอยู่ชายหนุ่มจึงเข้ามาสานต่อเมื่อท่านอายุมากขึ้น ทว่าในฐานะผู้จัดแทนผู้กำกับ“ขอบคุณค่ะ เอ่อ...”“น้ำครับ”อยู่ๆ ร่างสูงกำยำของชนนก็แทรกเข้ามาพร้อมยื่นน้ำแก้วใหญ่ของหญิงสาวให้พร้อมกับพูดต่ออย่างไหลลื่น“เห็นเจ๊คิตตี้บอกว่า ช่างผมต้องทำผมคุณทรงใหม่ในฉากต่อไป ผมว่าไปเตรียมตัวดีกว่านะ ก่อนที่พี่บี๋ช่างผมจะยุ่ง”บราลีรับแก้วน้ำมาถือพลางมองเขาอย่างแปลกใจ แต่ก็พยักหน้ารับแล้วหันไปพูดกับธนากร“โบขอตัวไปเตรียมตัวก่อนนะคะ”ดูเหมือนชนนจะเข้ามาได้จังหวะพอดี หญิงสาวกำลังคิดว่าจะเลี่ยงอย่างไรไม่ให้ผู้จัดหนุ่มเสียหน้า เธอไม่อยากนั่งอยู่ตรงนี้
แม้จะขู่ชนนแต่สุดท้ายบราลีก็ไม่กล้าบอกเรื่องที่ชายหนุ่มบังคับจูบตนเองกับวิมาดาไป อายที่จะพูดเรื่องนี้กับคนอื่นแม้แต่ผู้จัดการที่รักเหมือนพี่สาวหญิงสาวไม่ยอมออกจากห้องอีกเลยกระทั่งเย็นชายหนุ่มมาเคาะประตูถามว่าจะทานอะไรเป็นมื้อเย็น เธอก็บอกว่าไม่หิว อีกฝ่ายเงียบหายไปพักใหญ่ มีเสียงเคาะอีกครั้ง บราลียังไม่ยอมเปิดเหมือนเดิม“เราซื้อสลัดอกไก่มาให้ ออกมากินเถอะ ถ้ากลัวเราดักปล้ำจูบล่ะก็ เราจะเข้าไปนั่งทำงานในห้อง”พูดจบเสียงข้างนอกก็เงียบไปเลยคนฟังอดค้อนชนนไม่ได้ที่รู้ทันว่าเธอระแวงเขา แต่ทนได้ไม่นานก็ต้องยอมแพ้เพราะท้องร้องประท้วงอย่างหนัก“แค่จูบใครกลัว ขืนมาขโมยจูบอีกแม่จะกัดเอาคืนเลยคอยดู”บราลีบ่นพึมพำปลุกใจตัวเอง บอกตัวเองว่าเพียงแค่ถูกชนนจูบไม่ทำให้เธอเสียศูนย์ง่ายๆ หรอกจากนั้นก็ออกไปข้างนอก แต่ไม่มีชายหนุ่ม เขาเข้าไปในห้องอย่างที่บอกจริง ใบหน้าสวยสะบัดใส่ประตูห้องอีกฝ่ายแล้วเดินไปยังโซนพื้นที่ครัวซึ่งมีสลัดวางอยู่บนโต๊ะ ชนนน่าจะทานจากข้างนอกมาแล้วเพราะเขาหายไปนาน เธอจึงจัดการอาหารของตนเพียงลำพัง หากก็คอยเหลือบมองประตูห้องของเขาอย่างไม่ไว้ใจ ทว่าชายหนุ่มไม่ออกมาอีกจนเธอกลับเข้าห้อ
“นายนน...อุ๊บ”ริมฝีปากอิ่มถูกปิดด้วยริมฝีปากได้รูป หลังจากมือหนาเลื่อนขึ้นมาล็อกท้ายทอยของเธอ แรงบดเบียดเม้มลงมาหนักหน่วงทำให้คนที่ตั้งตัวไม่ติดลมหายใจสะดุด แต่เมื่อดึงสติกลับมาได้บราลีก็เอียงหน้าหนี“อื้อ นายนน หยุดนะ”หากปากอุ่นยังไล่ตามบดขยี้เม้มกลีบปากเธอ หญิงสาวขยับหนีได้ไม่มากนักเพราะชายหนุ่มกดรั้งท้ายทอยตนไว้“อยู่ๆ มาว่าเราปากเหม็น ก็ให้มันรู้กันไปเลย ว่าเหม็นจริงหรือเปล่า”“ไอ้บ้า อื้อ”ชนนกดริมฝีปากจูบซับปากอิ่มอย่างไม่ลดละ ละเลียดชิมทั้งบนล่าง แม้หญิงสาวจะพยายามเลี่ยงเขาก็ไล่จูบแนบแน่น จนคนที่ขยับไปมาในอ้อมกอดเขาเริ่มหยุดนิ่ง หอบแรง มือกำเสื้อเขาดึงเบาๆ เห็นว่าร่างโปร่งอรชรตัวอ่อนยวบลง ชายหนุ่มจึงผละปากตน แต่ยังไม่ถอยห่างจากกลีบปากนุ่มละมุน“รังเกียจเรามากเหรอ”คนถูกถามมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาปรือปรอย ในหัวว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออก“เรารู้ว่าสมัยเรียนเธอไม่ชอบขี้หน้าเรา แต่ไม่คิดว่าจะรังเกียจมากขนาดนี้”“ฉัน...”บราลีกำลังเรียบเรียงคำพูดของตนทว่าอีกฝ่ายพูดต่อโดยไม่เว้นช่องว่างให้เธอ“ตอนนั้นเรามันก็แค่ไอ้เด็กเกเร เด็กหลังห้องไม่สนใจเรียน มีเรื่องชกต่อยให้ถูกทำโทษบ่อยๆ เด็กเรียนดี
“เรื่องวันนี้อย่าบอกพี่วินะ”บราลีเอ่ยขึ้นขณะรถเคลื่อนไปบนถนน“คิดว่าปิดปากเราได้ แล้วคนอื่นจะไม่พูดเหรอ เชื่อเหอะ ตอนนี้ไม่โปรดิวเซอร์ ก็ผู้ช่วยพี่วิ หรือไม่ ก็เจ๊คิตตี้นั่นแหละกดโทรรายงานเรียบร้อยไปแล้ว เห็นเจ๊แกบอกว่าซี้ปึ้กกับพี่วิไม่ใช่เหรอ”“อ๋อ แอบสัมภาษณ์กันมาแล้วสินะ”“ทำไมต้องแอบ เขาชวนคุย เราก็ตอบแค่นั้น”“แล้วเจ๊คิตตี้ถามเรื่อง...”“เรื่องอะไร”ชายหนุ่มถามกลับเพราะหญิงสาวชะงักคำพูดตัวเองไป ทว่าบราลีเพียงส่ายหน้า ชนนกำลังจะซักไซ้ต่อแต่เสียงโทรศัพท์มือถือของนักแสดงสาวดังขึ้นมาก่อน เธอจึงควานหาในกระเป๋าที่ชายหนุ่มวางไว้ข้างตน ไม่นานก็เจอและเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์วิมาดาก็หน้าจ๋อย ยกโทรศัพท์ตนให้ชนนดู“บอกแล้วว่าไม่ต้องรอให้เราพูดหรอก”ชายหนุ่มย้ำนางร้ายสาวได้เพียงถอนหายใจอย่างหนักใจ ก่อนจะรับสายในที่สุด วิมาดาถามไถ่อย่างห่วงใยกระทั่งมั่นใจว่าเธอไม่เป็นอะไรจริงๆ แต่ก่อนวางสายอีกฝ่ายกลับเอ่ยสิ่งที่ทำเอาบราลียิ่งหนักใจ‘พี่คิดถูกจริงๆ ที่ให้นนตามไปด้วย คงต้องฝากให้นนช่วยดูแลระหว่างที่โบถ่ายเรื่องนี้จนจบ เพราะต้องมีไปต่างจังหวัดด้วย’“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ค่ะพี่วิ เนี่ยแขนโบก็จะหายด
บราลีไม่อยากคิดเลยว่าถ้ากระถางนั่นหล่นมาโดนเธอเข้าพอดีจะเป็นอย่างไร จำได้ว่าตอนถ่ายฉากตรงระเบียงยังคิดอยู่เลยว่า บ้านสวนหลังนี้จัดตกแต่งได้น่ารักดี มีกระถางต้นไม้เล็กๆ ห้อยและวางที่ระเบียงเป็นมุมน่านั่งอีกมุมของบ้าน“น้องโบไม่เป็นอะไรแน่นะคะ”ปัทมาถามย้ำ เจ้าตัวเองหน้าถอดสีไปเลย เมื่อมาเกิดเรื่องอันตรายขึ้นกับบราลีซ้ำอีก“เฮ้ย คนจัดของข้างบน ระวังหน่อยสิวะ แล้วขยับอะไรจากตรงไหน ก็วางไว้ที่เดิมให้มันเข้าที่เข้าทางดีๆ”ผู้กำกับตะโกนขึ้นไป แล้วผู้ช่วยที่ชะโงกลงมามองตั้งแต่ได้ยินเสียงของตกตอบก็ตอบกลับ“ก่อนหน้านี้ไม่มีใครอยู่ตรงนี้นะพี่ เซตฉากกันอยู่ข้างใน”“ไม่มีใครอยู่ แล้วกระถางมันหล่นลงมาได้ยังไง ผีผลักหรือไง”“เอ้า พี่ชายทำไมปากหมะ...เฮ้อ...”คิตตี้ยั้งปากตัวเองได้ทันแล้วถอนหายใจเสียงดัง ถ้าเป็นคนอื่นพูดเจ้าตัวคงตีปากไปแล้ว“เปิ้ลไปเคลียร์กับเจ้าของบ้านไป ส่วนน้องโบ วันนี้กลับเลยก็ได้ เหลือฉากเดียวไม่ต้องถ่ายแล้ว ว่าแต่พรุ่งนี้ไหวไหม พี่ว่าจะถ่ายฉากที่ค้างครั้งก่อนไว้ มันโลเดียวกันพอดี”“ได้ค่ะ โบไม่เจ็บแขนแล้วค่ะ”“โอเค ไหวก็ไหว พี่จะให้เขาหลบแขนก็แล้วกัน”“ค่ะ สวัสดีค่ะพี่ชาย”ชนนเ
“คัต”“ขอซับหน้านักแสดงค่ะ”เสียงผู้กำกับสั่งตามด้วยเสียงของคอนทินิวไม่นานคิตตี้ก็ก้าวเร็วๆ เข้ามาซับหน้าที่มีเหงื่อซึมจนไหลลงข้างแก้มของบราลี เพราะถ่ายกันในบ้านไม้ อากาศช่วงบ่ายค่อนข้างร้อน“ขอน้ำค่ะ”นางร้ายสาวบอกสั้นๆ แม้จะเป็นฉากไม่หนักแต่เธอก็ต้องพูดบทยาวกับนักแสดงอีกคน“ขอน้ำให้พี่โบหน่อยค่า”คิตตี้ร้องบอกครู่หนึ่งร่างสูงกำยำก็ถือแก้วน้ำเก็บความเย็นส่วนตัวของบราลีเข้ามาส่งให้ หญิงสาวรับมาพลางขมวดคิ้วใส่ชายหนุ่ม เพราะหลายคนต่างจ้องมายังตน แม้แต่นักแสดงชายที่เข้าฉากด้วย เธอจิบน้ำเล็กน้อยก็ส่งคืนโดยไม่เอ่ยคำใด ชนน เองก็กลับออกไปยืนยังมุมของตนเงียบๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉยเช่นกัน แต่ไม่รู้เพราะอะไรบราลีกลับรู้สึกว่าใจของเธอไม่นิ่งเอาเสียเลย แม้จะพยายามวางสีหน้าปกติทว่าหญิงสาวกลับหงุดหงิดในใจ‘ทำไมเธอต้องใส่ใจสายตาคนอื่น’บราลีบ่นตัวเอง ใช้เวลาหลายนาทีกว่าจะรวบรวมสมาธิถ่ายฉากนั้นจนผ่านไปได้ระหว่างรอถ่ายอีกฉากหญิงสาวจึงแยกตัวออกมาสงบจิตใจตัวเอง เธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน แม้จะค่อนข้างระมัดระวังในเรื่องการวางตัวกับนักแสดงชายเพราะไม่อยากให้มีข่าวเสียหายแต่ก็ไม่ได้กลัวจนเกินเหตุ ต่างจากครั้
“คิดจะแย่งนายหัวไปจากฉัน ไม่ง่ายหรอก”มือบางบีบคางของคนที่ใบหน้าฟกช้ำจนปลายเล็บยาวจิกลงบนเนื้อแก้ม ผมเผ้ายุ่งเหยิงกระเซอะกระเซิง พร้อมมืออีกข้างค่อยๆ เลื่อนมีดคัตเตอร์ขึ้น แววตาที่จ้องอีกฝ่ายฉายแววดุร้าย“ต่อให้ฉันตาย นายหัวก็ไม่หันไปสนใจผู้หญิงร้ายกาจอย่างเธอ”คนที่ตกเป็นรองกัดฟันพูด ทว่าในดวงตามีแววของความหวาดหวั่น“หึ กลัวแต่ยังทำปากดีอีก ฉันจะไม่ให้แกตายง่ายๆ หรอก”เสียงหวานเค้นจนเข้มน่ากลัว มือเปลี่ยนไปจิกผมอีกฝ่ายดึงให้หน้าเชิดขึ้น“ในเมื่อมั่นใจนักว่ายังไงนายหัวก็รักฝังใจอยู่กับแก แทนที่จะฆ่าแก ฉันจะทำให้แกมีชีวิตอยู่กับใบหน้าที่ไม่ต่างจากผีนรก เพราะทำให้แกตายนายหัวก็ยิ่งลืมแกได้ยาก ฉันจะทำให้เขารังเกียจหน้าตาน่าเกลียดของแก แม้แต่กอดก็กอดไม่ลง”เห็นชัดว่าคนที่ถูกทำร้ายน้ำตาเอ่อคลอขึ้น คนมองยิ่งสะใจ ค่อยๆ เคลื่อนมีดไปชิดใบหน้าเนียนใสที่มีรอยช้ำ ราวช่วงเวลาวัดใจ“ถึงจะน่าเกลียดยังไง ความรักของนายหัวก็ไม่มีวันแบ่งปันไปที่เธอ”คนตกเป็นรองยังท้าทาย“นังนี่”พร้อมกับเข่นเขี้ยว ปลายมีดในมือก็ขยับไปใกล้ใบหน้าอีกฝ่ายเพิ่มขึ้น ในจังหวะนั้นเองเสียงสั่งก็ดังขึ้น“คัต!”มือที่ถือมีดคัตเตอร์...
Comments