ภายใต้ท่าทีสุขุมนุ่มลึกของเขา กลับซ่อนเสน่หาเร่าร้อนอันน่าหลงใหล ราวเชิญชวนให้เธอกระโจนเข้าหาอยู่ตลอดเวลา “พี่ไม่ได้คิดอะไร ทำไมต้องหวั่นไหว” “ไม่หวั่นไหวจริงเหรอคะ” เธอจงใจขยับเข้าไปเบียดเขาอีกหน่อยทั้งตัว ขณะหัวใจเต้นระรัวขึ้นกับความใจกล้าของตัวเอง “งั้นจูบรันได้ไหมคะ”
View More“ต่อจากเมื่อวานกันนะครับ”เอ่ยจบชายหนุ่มก็จูบซับกลีบปากอิ่ม เม้มแรงทั้งบนล่าง ปลายลิ้นอุ่นซอกแซกไล้ไปมาจนสามารถเข้ามาเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นเธออย่างเร่าร้อนมือหนาบีบเคล้นทรวงอวบที่ยังมีผ้าลูกไม้เกาะครึ่งเต้าทรวงก่อนปลายนิ้วแกร่งจะไล้ผ่านเนินขาวขึ้นไปเกี่ยวสายเส้นเล็กลงจากไหล่บางปล่อยสองทรวงอวบใหญ่ให้เผยต่อตา ใบหน้าคมคายซุกไซ้สูดกลิ่นกายสาวปะปนสบู่เหลวหอมสดชื่น เม้มผิวอ่อนบางตรงซอกคอแล้วไซ้ลงมาหายอดอกสีหวาน เบียดแก้มสากเสียดสีกระตุ้นเร้ากายสาว และเขาก็อยากสัมผัสอกอวบคู่งามที่สุดสำหรับตนให้เนิ่นนานปากอุ่นจัดขยับเม้มยอดทรวงราวหยอกเย้าจนชูช่อโดดเด่นทั้งสองข้าง ก่อนรวบก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นเข้าอุ้งปากตน ดูดดื่มเบาแล้วเพิ่มแรงขึ้นจนหญิงสาวครวญคราง มือบางขยุ้มผมเขาหากพีรพลไม่ได้รู้สึกเจ็บแต่อย่างใดชายหนุ่มไม่ได้ปลุกเร้าเพียงอกสาว เขาส่งมืออีกข้างสอดผ่านกางเกงขายาวเนื้อหนาของมิรันตีเข้าไปลูบโลมความสาวบอบบาง แล้วยังเคลื่อนเข้าไปแตะต้องจนถึงเนื้อใน ปลายนิ้วลากไล้ก่อนจะรุกรานอย่างย่ามใจเพราะขาเรียวสองข้างขยับกว้างเปิดทางอย่างไม่ต้องบังคับหรือบอกกล่าวมิรันตีครางเสียงเครือรับการปรนเปรอจากนิ้วแกร่ง แล
ประตูห้องเปิดผลัวะออกอย่างแรงพร้อมกับหมอนกระแทกเข้าใส่หน้าเขาเต็มๆ ทำเอานิติพลหน้าหงาย แต่ก็รับหมอนไว้ได้ก่อนหล่นลงพื้นพร้อมกับมองหน้าพี่ชายด้วยความงุนงง ทว่าพอเหลือบไปด้านหลังแล้วเห็นเจ้าของร่างอรชรรีบเดินตามมาใกล้พี่ชายที่ตีหน้ายักษ์ใส่เขาอยู่ก็เข้าใจได้ทันที“เอ่อ ผมไปนอนโซฟาข้างนอกก็ได้”เขาบอกพร้อมสีหน้ารู้สึกผิดมิรันตีรีบแทรกมายืนด้านหน้าพีรพลพลางยิ้มเจื่อนส่งสายตาขอโทษเพื่อนแล้วบอกสิ่งที่ตนตั้งใจในตอนแรก“ฉันแค่มาเช็กว่าพี่พียังมีไข้หรือเปล่าน่ะ แล้วก็จะกลับแล้ว”“เหรอ เช็กจนผมยุ่งไปหมดเลยเนอะ โอ๊ะ...”ร่างโปร่งของนิติพลผงะเซไปด้านหลังก้าวหนึ่งเพราะพี่ชายแอบยกเท้ามายันขา แล้วก็เป็นจังหวะให้มิรันตีรีบแทรกออกไปเมื่อมีพื้นที่ หญิงสาวก้มหน้างุดไม่มองใครอีก คนเป็นเพื่อนมองตามแล้วก็ถอนหายใจหันกลับมาก็เจอเข้ากับสายตาดุเข้มของพี่ชาย“นอนข้างนอกไปเลย”“โธ่พี่ ล้อเล่นนิดเดียว ไม่คิดว่ารันจะอายขนาดนี้”“น้องเวร เป็นเพื่อนยังไงวะ”“ขอโทษครับพี่”“ไปขอโทษรันโน่น”นิติพลหน้าซีด พลางส่ายหน้า“ตอนนี้รันงอนอยู่ เอาไว้พรุ่งนี้ใจเย็นก่อนดีกว่า”เขารู้ว่าควรง้อเจ้าตัวและเอาอกเอาใจเมื่อไร มิรันตีไ
เพราะเจ็บไม่น้อยวัชพลจึงให้พีรพลไปหาหมอที่อนามัยใกล้ๆ และกลับบ้าน แล้วให้กัญญาเฝ้าร้านกับเดือน เนื่องจากรู้ว่ามิรันตีก็ต้องตามไปดูแลเขากลับมาถึงบ้านหลังจากทำแผลที่สถานีอนามัยมิรันตีก็ประคองชายหนุ่มมานั่งที่โซฟาแล้วไปเอาน้ำมาให้เขา เธอพยายามเก็บอาการน้ำตาซึมกับสีหน้าที่เหมือนจะร้องไห้อยู่ตลอดเวลาของตัวเองเอาไว้อย่างที่สุด แต่เมื่อชายหนุ่มดื่มน้ำแทบไม่ได้ แม้แต่จับแก้วยังลำบากเธอก็น้ำตาไหลจนได้“โธ่ พี่พี”ปลายนิ้วเรียวแตะโหนกแก้มช้ำกับมุมปากที่แตกของชายหนุ่มแล้วเลื่อนมือลงมาจับมือหนาที่แตกทั้งสองข้างขึ้นดู“เจ็บมากสินะคะ”พีรพลหัวเราะในลำคอเบาๆ พลางยิ้มอ่อนเธอจึงหน้างอ“ยังจะหัวเราะอีก รันตกใจแค่ไหนรู้ไหมคะ ที่เห็นคุณแก้มพยุงพี่พีเข้ามาร้านในสภาพนั้น”หญิงสาวเสียงเครือแล้วก้มหน้าร้องไห้ น้ำตาหยดลงบนมือหนาถูกแผลทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งเบาๆ เพราะแสบแต่ก็ทนได้ ทว่าเขาไม่อยากให้เธอร้องไห้ พีรพลจึงเป็นฝ่ายเปลี่ยนมาประคองใบหน้าเรียวสวยเงยขึ้นเกลี่ยนิ้วโป้งเช็ดน้ำตาให้“ทำเพื่อรัน เจ็บตัวนิดๆ หน่อยๆ พี่ทนได้”“นิดหน่อยที่ไหนกันคะ”“เอาน่า อย่างน้อยพวกนั้นก็จะไม่มาเหยียบที่ไร่ดิฐวัฒน์อีก”มิรันตีม
“มึงคิดว่ามึงแน่เหรอ ฮะ!”หนึ่งในนั้นตะโกนขึ้น“มึงกล้ามีเรื่องกับลูกค้าอย่างพวกกูเหรอ”อีกคนพูดเสียงดังตรงจุดนี้เป็นส่วนที่คนเข้ามาถึงน้อยเพราะจัดเอาไว้อย่างเฉพาะ ซึ่งไม่ไกลจากที่จอดรถของพีรพลนัก และเวลานี้ก็ไม่มีคนอื่นมาสูบบุหรี่“เออ กูจะเอาให้พวกมึงไม่กล้าเห่าหอนถึงผู้หญิงเสียๆ หายๆ ได้อีก”พีรพลสวนกลับอย่างไม่กลัว“มึงมาเสือกอะไรวะ หรือว่า...”คนพูดกระตุกยิ้มมุมปาก“นั่นเมียมึง”ไม่ต้องอธิบายก็รู้ว่าอีกฝ่ายพูดถึงใคร พีรพลกระโดดยกขาเข้าไปหาในทันใดและมันก็กระโดดหลบ ขณะที่เพื่อนทั้งสองคนที่เหลือรีบเข้ามารุมจับเขา ชายหนุ่มสลัดออกก่อนหันไปต่อยอีกคน แต่ก็ถูกถีบสีข้างจนเกือบล้ม แล้วก็มีคนตามมากระชากไหล่ไปต่อยการเตะต่อยสามรุมหนึ่งเป็นไปอย่างชุลมุน พีรพลโดนทั้งถีบทั้งต่อยไปหลายครั้ง หากเขาก็เหวี่ยงหมัดเอาคืนทั้งสามไปอย่างไม่หยุดหย่อนราวเรี่ยวแรงไม่หดหาย ครู่หนึ่งจึงมีคนเข้ามาห้ามซึ่งเป็นวัชพลกับคนงานในไร่อีกสองคน“หยุดได้แล้ว”วัชพลเสียงเข้ม เข้าไปกระชากหนึ่งในลูกค้าล็อกแขนไว้ คนงานอีกสองคนก็จับสองคนที่เหลือ“ปล่อยสิวะ”แม้จะไม่มีใครยอมแต่เพราะทั้งเจ็บตัวทั้งอ่อนล้าทำให้สลัดวัชพลกับคน
‘แกคิดว่าแม่เห็นแกเป็นเครื่องผลิตเงินหรือไง’เมื่อไปรับมารดาที่บ้าน มิรันตีก็ขอโทษและท่านก็เอ่ยมาราวประชด แต่ก็ไม่ได้มีทีท่าโกรธเคืองเธอ ทั้งยังพูดกับพีรพลด้วยน้ำเสียงที่ดีขึ้น ไม่ได้ซักหรือถามไถ่เรื่องงานอีก ทว่าหลังจากมาติกาออกจากโรงพยาบาลในวันถัดมา ก่อนจะลากลับมารดากลับพูดในสิ่งที่ทำให้เธอถึงกับน้ำตาซึม‘ฝากรันด้วยนะคะ เด็กคนนี้ชอบทำเป็นเก่ง แต่ยังไงก็ต้องมีคนดูแล’หลายเดือนผ่านไป มิรันตีได้ฝึกชงกาแฟกับชาและเครื่องดื่มอื่นๆ เพิ่มอีกหลายเมนูจนคล่องแคล่ว แต่บาริสต้าหลักยังเป็นพีรพลและเดือนเป็นผู้ช่วย ส่วนเธอนั้นทำเมนูที่ไม่ยุ่งยากหลายขั้นตอน อีกอย่างที่นี่ก็มีเค้กที่ทำเองด้วย ซึ่งอุปกรณ์ครบพร้อมอยู่ด้านใน ส่วนนี้เดือนจะเป็นผู้ทำโดยมีเธอช่วย และเดือนก็รู้ถึงความสัมพันธ์ของเธอกับพีรพลดี‘ก็พอจะมองออกน่ะนะ’อีกฝ่ายยักไหล่พร้อมบอกอย่างไม่แปลกใจเมื่อเธอสารภาพกับเจ้าตัวหลังกลับจากกรุงเทพฯ ในเมื่อที่บ้านเธอเกิดเรื่องแต่ชายหนุ่มกลับตามไปด้วยอย่างไรก็ดูน่าแปลกวันนี้เป็นวันหยุดยาวนักขัตฤกษ์ในไร่จึงมีนักท่องเที่ยวค่อนข้างคึกคัก และนิติพลก็บอกว่าจะมาเยี่ยม แต่เขาจะมาวันพรุ่งนี้เพราะใช้เวลากับคน
ร่างอรชรถูกปล่อยลงใกล้เตียงนอนและชายหนุ่มก็กอดจูบลูบไล้เรือนกายนุ่มละมุน พร้อมปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเธอไปด้วย มิรันตีเองก็ดึงชายเสื้อชายหนุ่มจากเอวกางเกง ร่างสูงโปร่งถอยห่างเล็กน้อยจัดการกับชุดของเธอจนเหลือเพียงซับในสองชิ้นเขาก็ถอดเสื้อตนออกอย่างรวดเร็ว แล้วโอบพาเธอลงไปนอนบนเตียงมือหนาลูบแก้ม ไล้ปลายนิ้วโป้งบนกลีบปากอิ่ม ก่อนจะลากมือระเรื่อยผ่านลำคอบางมาถึงเนินอวบขาว ปัดป่ายเย้ายวนใจพร้อมริมฝีปากได้รูปประกบกับกลีบปากอิ่มที่เห่อแดงด้วยฤทธิ์จูบก่อนหน้านี้มิรันตีเปิดรับเมื่ออีกฝ่ายส่งลิ้นเข้ามาเกี่ยวรัดพัวพัน รับรู้ได้ถึงมือหนาเกาะกุมอกอวบเคล้นคลึง ขณะเดียวกันต้นขาแกร่งก็แทรกกลางร่างเสียดสีเร้าอารมณ์อย่างเร้าใจทำเอาเธอเกร็งไปทั้งตัวดื่มด่ำกับจูบหวานลึกซึ้งแล้วปากอุ่นก็ค่อยเคลื่อนแตะแผ่วพรมทั่วลำคอขาว ซุกซบดอมดม เม้มผิวอ่อนจนแดงเรื่อแล้วจึงไต่ลงต่ำจูบซับเนินอกสองข้าง และเริ่มปลดตะขอเปิดปลือยเต้าทรวง ความกลมกลึงอวบใหญ่กับยอดอกสีหวานชวนลิ้มลองปรากฏต่อหน้า ใบหน้าคมคายก็ถูไถจนได้ยินเสียงหวานครางผะแผ่ว“รันสวยที่สุด”ชายหนุ่มพึมพำแล้วไล้ลิ้นระรัวเหนือยอดอกสีหวานที่ชูชันตื่นตัวเต็มที่และย้ายไ
“ทำไมจะพูดไม่ได้ ฉันเป็นแม่แก คนเป็นแม่ก็ต้องช่วยลูกดูสิว่าผู้ชายจะเลี้ยงดูเราได้ไหม พาเราอยู่ด้วยกันได้ไปตลอดชีวิตไหม”“พอเถอะแม่”เธอพยายามตัดบทเมื่อเห็นว่ามารดายังพูดถึงพีรพลในแง่ไม่ดี แต่ท่านกลับหันไปบอกกับเขา“บอกตามตรงนะคะคุณ ฉันไม่คิดว่างานของคุณจะไปรอด ลองไปสอบข้าราชการดูไหมคะ อายุอาจจะเยอะไปหน่อย แต่ใต้โต๊ะก็น่าจะพอไหวนะคุณ ซื้อความมั่นคงให้ตัวเองกับครอบครัว น้าเองอยากให้รันมันทำจะแย่ แต่มันก็ไม่ทำ มัวถ่ายอะไรไร้สาระก็ไม่รู้”มิรันตีเผยอปากค้างที่มารดาตนล้ำเส้น เธอจับมือพีรพลทันทีด้วยห่วงความรู้สึกของเขา“แล้วนี่ยังพากันไปทำร้านกาแฟอีก โถ...จะเอาอะไรกินกันคะ”“งานราชการที่แม่อยากให้ทำนักหนาน่ะ เงินเดือนเท่าไรคะ”มารดาของเธออึกอักเล็กน้อยและเหมือนจะพูดบางอย่าง“ถึงจะมั่นคง แต่ก็ต้องเกษียณอยู่ดี แล้วจะทำอะไรหลังจากนั้นล่ะคะ คิดใหม่เริ่มใหม่ตอนอายุเยอะแล้วไม่ใช่ง่ายๆ นะคะ”“ยังไงก็มั่นคง มีสวัสดิการเยอะแยะ มีเงินหลังเกษียณ”“ก็ใช่ค่ะ รันยอมรับว่ามั่นคง ไม่ต้องกังวลตอนอายุมาก แต่รันขอร้อง อย่าดูถูกงานที่พี่พีทำ งานของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และคุณค่าก็ขึ้นอยู่กับความพอใจของตัวเรา ไม่ใ
‘เร็วๆ นะลูก แม่ทำอะไรไม่ถูกเลย น้องบอกว่าปวดท้องมาก แต่หมอกับพยาบาลบอกให้รอผลตรวจกับรอดูอาการ’มิรันตีบอกกับพีรพลว่าขอกลับกรุงเทพฯ หลังจากเปิดร้านได้ไม่ถึงชั่วโมงเพราะมารดาโทรมาบอกว่ามาติกาน้องสาวของเธอปวดท้องมากจนต้องไปโรงพยาบาล และท่านได้รู้จากเพื่อนร่วมงานจึงรีบตามไป แต่ก็ไม่รู้อะไรมากเธอไม่ได้บอกมารดาเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ท่านจึงไม่รู้ว่าเธอมาอยู่ที่อื่นแล้ว“พี่ไปด้วย”ชายหนุ่มถอดผ้ากันเปื้อนหลังหยุดคิดเพียงเล็กน้อย“แล้วร้านล่ะคะ”“พี่จะขอคุณวัช ฝากให้บัญชีของไร่มาดูแลแทนวันสองวัน”“จะดีเหรอคะ”“แต่ละเดือนจะมีวันหยุดที่พี่กับเดือนสลับกัน แล้วผู้จัดการไร่ก็จะให้คุณรินคนดูแลบัญชีกับคุณแก้มมาดูแทนอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าวันนั้นใครสะดวก แต่เพราะแบบนี้พี่ถึงปรึกษานายว่ารับคนมาช่วยเพิ่มดีกว่า หยุดคนนึงก็ยังมีอีกสองคนคอยรับลูกค้า”“ถ้างั้น รันมาอยู่ก็เหมือนไม่ได้ลดภาระน่ะสิคะ”มิรันตีรู้สึกว่าตัวเองหาเรื่องวุ่นวายมาให้พีรพล เพราะหากเขากับเธอไปไหนมาไหนด้วยกัน ก็ไม่ต่างจากเดิมเลย ทว่าชายหนุ่มก็เพียงยักไหล่“เอาเถอะ เดี๋ยวค่อยว่ากัน ตอนนี้มีเรื่องฉุกเฉิน พี่ไม่อยากให้รันไปคนเดียว”พี
มิรันรันตีหอบแรง รู้สึกเหมือนไฟสุมทั่วกาย เหงื่อท่วมตัว แต่ยิ่งพีรพลขยำหน้าอกด้วยมืออุ่นกระด้าง อีกข้างยังเคล้นสะโพก และดื่มกินยอดทรวงข้างที่เหลือเต็มปากเต็มคำเธอยิ่งอารมณ์กระเจิง แม้จะรู้สึกเหนื่อยหากกลับโหมสะโพกห่มลงหากายแกร่งถี่รัวมากขึ้น แล้วก็เป็นตนเองที่สะดุ้งเฮือกทั้งตัว พิษรักแล่นปราดทะยานสูงในกายทำเอาเป็นฝ่ายถึงฝั่งฝันก่อนชายหนุ่มมือบางวางเกาะเกี่ยวบ่าหนาขณะร่างอรชรทรุดฮวบ ใบหน้าเรียวสวยซุกลงซอกคอหนาและได้ยินเสียงหัวเราะเข้มต่ำในลำคอ อีกฝ่าย“ปล้ำพี่ แต่หมดแรงก่อนซะงั้น”พีรพลเย้าคนที่ตัวอ่อนราวไร้กระดูก ต้องซุกซบเขาเป็นที่พึ่ง“หลอกให้อยากแล้วจากไปเหรอ หืม?”“เปล่าค่ะ”มิรันตีที่ยังอยู่ในภวังค์ซาบซ่านทั้งกายใจรีบบอก เธออยากทำให้พีรพลมีความสุขด้วยแต่ยังอ่อนแรงขยับตัวแทบไม่ไหว หญิงสาวพยายามจะโยกไหวร่างกายต่อ ทว่ากลับถูกชายหนุ่มยกตัวขึ้น“อุ๊ย”เขาจับเธอให้นั่งหันหลังซ้อนตัก ทำเอามิรันตีเลิ่กลั่กกระทั่งสองกายหลอมรวมอีกครั้งเพราะชายหนุ่มจัดการเธอจึงเอนกายพิงอกหนาเพราะเนื้อตัวอ่อนระทวย พร้อมกับที่ชายหนุ่มกระทั้นเบียดชิดมาหา และอาการหวามลึกกลับมาพร่าผลาญเธออีกครั้งชายหนุ่มฝังริมฝ
“น็อต นั่นพี่ชายนายนี่”“งั้นสิ”คนใส่แว่นกันแดดยืนล้วงกระเป๋าพยักหน้าทื่อๆ แล้วรีบหันไปยกกระเป๋าสองใบใหญ่ไปหาผู้ชายร่างสูงโปร่งทว่าดูกำยำที่ลงจากรถแล้วก้าวตรงมาหาพวกเธอหญิงสาวที่กำลังอึ้งกลืนน้ำลาย รู้สึกเหงื่อซึมและก้าวขาไม่ออกขึ้นมา เธอคว้าแขนเพื่อนมาถามต่อไม่ได้ ไม่อยากทำตัวให้ดูผิดปกติ จำต้องเดินตามอีกฝ่ายไปยกมือไหว้พี่ชายของเขา หลังจากสองหนุ่มกอดทักทายตามประสาพี่น้องแล้ว“สวัสดีค่ะพี่พี”“ครับ สวัสดีครับรัน”ในแวบแรกที่สบตามิรันตีก็ใจเต้นรัวก่อนจะหลบสายตาคู่คมเข้ม ยังจดจำได้ถึงดวงตาแข็งกร้าวกับน้ำเสียงเข้มที่ดุกว่านี้ และก็ทำให้เธออายอย่างที่สุดในชีวิตสามปีที่แล้วงานเลี้ยงวันเกิดเล็กๆ ของนิติพลที่ปิดร้านอาหารแห่งหนึ่งเลี้ยง มิรันตีเมามาก เธอไม่ได้ตั้งใจดื่มแต่เพื่อนของชายหนุ่มที่สนใจเธอต่างก็เข้ามาชวนดื่ม เพราะไม่อยากให้งานกร่อยและนิติพลอาจผิดใจกับเพื่อนบางคนที่คิดว่าเธอหยิ่ง หญิงสาวจึงไม่ปฏิเสธ ที่สำคัญเจ้าของวันเกิดก็แทบเดินไม่เป็นเช่นกัน พีรพลพี่ชายของเขาจึงเป็นคนพาชายหนุ่มกับเธอไปส่งที่คอนโดของนิติพลและมิรันตีก็ทำในสิ่งที่เวลาปกติตนคงไม่กล้าทำ นั่นก็คือกอดคอดึงพีรพลซึ่งอุ...
Comments