หน้าหลัก / โรแมนติก / อบอวลรัก / 1.ถ้าใจบอกใช่ ทำไมต้องกลัว (1)

แชร์

1.ถ้าใจบอกใช่ ทำไมต้องกลัว (1)

ผู้เขียน: rasita_suin
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-02-22 23:11:30

“ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่”

มิรันตีเอ่ยทันทีหลังหลุดพ้นจากรถของพีรพลที่ทำให้เธอเหงื่อตกนั่งแทบไม่ติด กระทั่งนิติพลช่วยยกกระเป๋าเข้ามาให้เธอในห้องที่พี่ชายอีกฝ่ายเปิดให้และบอกว่าต้องรีบไปที่ร้าน แต่ทำอาหารกลางวันไว้ให้ทั้งสองคนแล้ว

“ไม่เอาน่า เราไม่มีทางเลือกมาก รันอยู่คนเดียวไม่ได้ แล้วก็ต้องอยู่กับคนที่ไว้ใจได้ด้วย”

นิติพลเดินมาจับไหล่สองข้างของเธอพูดอย่างจริงจัง

“ถามจริง มีปัญหาอะไรกับพี่พีกันแน่ รันเลี่ยงพี่พีตลอด เราสังเกตได้ แต่คิดว่าในเมื่อรันไม่สบายใจเราก็ตามใจ ถามพี่พีก่อนจะพารันมาเขาก็บอกว่าไม่มีปัญหา”

ริมฝีปากอิ่มเม้มพลางเมินหน้าไปทางอื่น แหงล่ะ เพราะคนที่มีปัญหาคือเธอ คนที่ขายหน้าคือเธอ พีรพลเข้าใจว่าเธอเป็นนางวันทองสองใจไปแล้วและเธอพูดความจริงออกไปไม่ได้ ตราบใดที่นิติพลยังไม่กล้าพูดเรื่องส่วนตัวของเขากับครอบครัว

“แต่ก็คงไม่ได้ยินดีต้อบรับฉันนักหรอก”

“ทำไมคิดแบบนั้น”

คราวนี้อีกฝ่ายจ้องเธออย่างสังเกตกว่าเดิม ก่อนจะดันให้ไปนั่งลงปลายเตียง แล้วกอดอกมองอย่างประเมิน

“หรือว่า...อยากได้ยินพี่พีบอกว่ายินดีรับรันมาอยู่ด้วย?”

รู้สึกราวถูกคำถามแทงใจ มิรันตีกะพริบตาและส่ายหน้าปฏิเสธ

“ฉันแค่หมายถึง...พี่พีคงไม่ค่อยชอบใจเท่าไร ที่อยู่ๆ คนอื่นก็มาอาศัยอยู่ด้วย เขาอุตส่าห์แยกตัวมาอยู่คนเดียวถึงที่นี่”

ท้ายประโยคเธอพูดเสียงเบาอย่างเกรงใจเพื่อน

“นั่นมันเรื่องภายในครอบครัว ไม่ได้เกี่ยวกับรันสักหน่อย”

นิติพลถอนหายใจหากก็ไม่ได้ขุ่นเคืองกับเรื่องที่เธอพูด

“เราไม่ใช่ตำรวจ ไม่ได้มีเซฟเฮ้าส์ แล้วเราก็มีพี่ชายที่ไว้ใจมากที่สุดอยู่ที่นี่ รันเองก็เชื่อใจพี่พีเหมือนเราใช่ไหมล่ะ”

เธอไม่ปฏิเสธในเรื่องนั้น

“รันอยากหนีจากชีวิตเดิมของตัวเอง อยากอยู่ในที่ที่ไม่มีใครสนใจ แล้วก็อยากเลิกทำงานนั้น อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง อยู่ที่นี่ไปก่อนนั่นแหละดีที่สุดแล้ว อยู่ให้ไกลจากพวกโรคจิตนั่น”

หญิงสาวห่อไหล่ทั้งยังหน้าซีดเผือดทันที และอีกฝ่ายก็ดูออกว่าทำให้เธอกลัวจึงนั่งลงเคียงข้างแล้วโอบไหล่ปลอบใจ

“ในเมื่อรันบอกว่าไม่อยากกลับไปที่บ้าน ไม่อยากให้ใครอื่นรู้จักครอบครัวตัวเอง กลัวว่าแม่กับน้องจะพลอยเกิดปัญหาไปด้วย เราก็ต้องหาคนที่เชื่อใจได้ว่าจะไม่มองรันด้วยสายตาหื่นกระหาย ไม่เหมือนพวกโรคจิตที่ตามจนถึงคอนโด แล้วก็ไม่จ้องตะครุบรันแบบไอ้พวกสารเลวนั่น”

ยิ่งพูดนิติพลก็ยิ่งเสียงเข้มขึ้น ขณะมิรันตีหลับตาลงพยายามลบภาพตัวเองถูกมอมยาและรุมทึ้งลูบไล้เนื้อตัวโดยผู้ชายถึงสามคน หญิงสาวขนลุกซู่จนต้องกอดตัวเองแล้วก็น้ำตาไหลพราก ชายหนุ่มจึงกอดเธอกดศีรษะให้ซุกกับอกของเขา

“รันไม่เป็นไร รันปลอดภัย ไม่ต้องไปคิดถึงมันแล้ว”

เธอพยักหน้าแต่ก็ยังสะอื้นฮัก

“เราขอโทษที่พูดถึงมันขึ้นมา เราจะไม่พูดอีกแล้ว”

มิรันตีพยายามสงบจิตใจที่หวาดกลัวของตัวเอง เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้เธอกลัวจนไม่กล้าออกไปไหนหรือแม้แต่ทำงาน แถมยังนอนหลับไม่ลงจนในที่สุดนิติพลซึ่งเป็นคนเดียวที่เธอยอมพบพาเธอไปอยู่ด้วย หลังจากมาเยี่ยมทุกเย็นสามวันผ่านไปแล้วสภาพของเธอย่ำแย่ลง

สองอาทิตย์ผ่านไปชายหนุ่มก็เริ่มจับเข่าคุยกับเธออย่างจริงจังว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิตต่อไป เพราะมิรันตีไม่ยอมรับงานแม้แต่รีวิวสินค้า แม้จะเป็นงานที่ติดต่อสำหรับเดือนหรือสองเดือนข้างหน้าก็ตาม

‘ไปอยู่ที่อื่นสักพัก ที่ที่สงบๆ อยู่กับธรรมชาติ รันน่าจะสบายใจขึ้น แล้วจะเอาไง หรืออยากทำอะไรค่อยว่ากันอีกที’

นิติพลออกความเห็นแล้วก็พาเธอขึ้นเครื่องมาที่นี่ในวันต่อมา

หญิงสาวเป็นนางแบบแนวเซ็กซี่ ในตอนแรกนั้นไม่ได้ตั้งใจทำจริงจัง ทว่าเพิ่งจบระหว่างกำลังหางาน เพื่อนรุ่นพี่ของนิติพลที่บังเอิญได้เจอกันเสนองานถ่ายแบบนิตยสารแนวเซ็กซี่มาให้ หลังจากปรึกษานิติพลและดูขอบเขตกับสไตล์งานแล้วไม่หวือหวาเกินไปเธอจึงลองดูโดยมีนิติพลคอยรับส่ง แม้จะเข้าไปอยู่ตอนที่ถ่ายด้วยไม่ได้หากเขาก็ไม่ปล่อยให้เธอไปตามลำพัง แล้วมิรันตีก็ได้รับความสนใจมากจากผลงานชิ้นนั้น เธอมีคนติดตามทางโซเชียลมากขึ้นผิดหูผิดตา ทั้งที่ตั้งใจถ่ายเพียงครั้งเดียว ทว่าก็ต้องช่วยมารดาหาเงินก้อนใหญ่จ่ายค่าเทอมปีแรกเข้ามหาวิทยาลัยของน้องสาว รวมทั้งเพื่อนรุ่นพี่ก็ติดต่อมาบ่อยครั้งแม้จะบอกปัดไป มิรันตีจึงยอมรับงาน นั่นยิ่งทำให้หลายที่ติดต่อเธอมา

“บ้านพี่พีออกจะน่าอยู่ รันก็เห็นแล้ว อีกอย่างร้านพี่พีก็อยู่ในไร่ชาชื่อดังของจังหวัด สวยมากเลย เราเคยไปหาที่นั่นครั้งนึง เอาไว้ไปเที่ยวพรุ่งนี้กัน รับรองรันต้องชอบแน่”

“ไหนบอกว่าไม่ได้ลางานไง”

“บินกลับเช้าวันจันทร์ก็ได้ ขอลาสักครึ่งวันเช้า”

“แล้วพี่พี...”

“เราไปเที่ยวของเรา พี่พีไม่มีปัญหาอะไรหรอกน่า”

อีกฝ่ายบอกพลางยักไหล่

“เลิกกลัวพี่พีได้แล้ว”

มิรันตีได้แต่ยิ้มเจื่อน เธอไม่ได้กลัวพีรพล แต่เกรงจะทำให้เขาเกลียดขี้หน้าตัวเองไปมากกว่านี้ต่างหาก

เจ้าของร่างสูงโปร่งหากดูกำยำที่ใส่ผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลเข้ม ปักชื่อร้านกาแฟตรงหน้าอก และยืนชงกาแฟด้านหลังเคาน์เตอร์ด้วยท่าทางคล่องแคล่วทำให้มิรันตีอยากมองเช่นนี้ไปนานๆ การนั่งอยู่ค่อนข้างไกลทำให้เธอกล้าที่จะมองพีรพลโดยไม่ละสายตา

“ตาเชื่อมเชียวนะ”

มิรันตีสะดุ้งเฮือก ไม่ทันมองว่านิติพลที่ไปเข้าห้องน้ำกลับมาแล้ว อีกฝ่ายไปสั่งเครื่องดื่มแล้วเลยไปเข้าห้องน้ำ เธอจึงจ้องพี่ชายของเขาได้เต็มตาทว่าก็ลืมระวังตัว

“เปล่าสักหน่อย”

ร่างสูงโปร่งใกล้เคียงพี่ชายหากกำยำน้อยกว่านั่งลงตรงข้ามเธอพลางยื่นหน้าข้ามโต๊ะมาจนใกล้แล้วยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ มิรันตีรู้สึกไม่ชอบใจนักจึงยกมือขึ้นแกล้งจะใช้สองนิ้วจิ้มตาอีกฝ่าย แต่ก็ต้องชะงักเพราะเหลือบไปเห็นว่าพีรพลกำลังยกเครื่องดื่มกับเค้กตรงมาหา หญิงสาวกลับไปนั่งหลังตรง ทว่าเพื่อนสนิทที่ไม่เห็นพี่ชายกลับโน้มมาใกล้มากขึ้น

“ไง ไม่แน่จริงนี่นา”

“อะแฮ่ม”

เสียงกระแอมของพี่ชายทำให้นิติพลยืนขึ้นหันไปช่วยรับของที่อีกฝ่ายถือมา

“ต้องไปเอาเองไม่ใช่เหรอพี่”

“ก็นายไม่ได้ถือเครื่องไปด้วย ทำเสร็จแล้วจะรู้ได้ไง”

พีรพลบอกเสียงเรียบ ขณะที่คนโดนบ่นหน้าเจื่อนเพราะตนรีบไปห้องน้ำจนลืมจริงๆ

“จะหวานกันก็ดูหน่อย นี่มันที่สาธารณะ นายไม่ได้อยู่ที่บ้าน”

มิรันตีกัดริมฝีปากด้านในทว่าไม่ได้มองคนพูด เพียงแค่จ้อง นิติพลด้วยแววตาขุ่นเมื่ออีกฝ่ายรับคำหน้าทะเล้น

“ครับพี่”

=====

รันแอบชอบพี่พี แต่น็อตทำให้เข้าใจผิดแบบนี้รันก็หมดสิทธิ์สิ เฮ้อ… ^^"

บทที่เกี่ยวข้อง

  • อบอวลรัก   1.ถ้าใจบอกใช่ ทำไมต้องกลัว (2)

    “เป็นยังไงบ้างล่ะ เดินเที่ยวในไร่ ถ่ายรูปมาบ้างหรือยัง”พีรพลถามทั่วๆ ไป แต่มิรันตีเงียบนิติพลจึงตอบเสียงเบา“เดินดูแล้วล่ะครับ แต่รันไม่อยากถ่าย”“ถ้าอย่างนั้นก็จิบกาแฟเย็นๆ นั่งดูธรรมชาติให้สบายใจก็แล้วกัน”เหมือนน้ำเสียงพีรพลจะนุ่มทุ้มขึ้น เธอจึงเหลือบขึ้นมองแต่เขาตบไหล่น้องชายแล้วผละไปน่าจะไม่ได้พูดกับเธอ“ว่าแต่ ไม่อยากถ่ายรูปเลยจริงเหรอ ไม่ต้องอัปก็ได้นี่”มิรันตีส่ายหน้า เธอกวาดมองด้านนอกที่เป็นไร่ชาเรียงแถวสวยงาม ผู้คนกำลังถ่ายรูปเดินดูเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจ รวมถึงมีคนกำลังเก็บชาแล้วรู้สึกสมองผ่อนคลาย“แค่มองก็รู้สึกสดชื่นแล้วล่ะ”“แล้วจะไม่ปิดช่องกับแอคเคาต์ใช่ไหม”“อืม เปิดไว้งั้นแหละ อย่างน้อยก็ยังทำเงินได้เรื่อยๆ”“ก็จริง”“ถึงไม่คิดจะทำแล้ว แต่ก็ยังต้องเลี้ยงแม่เลี้ยงน้องนี่นา”นิติพลยิ้มอย่างอ่อนใจ“น้องรันเริ่มทำงานแล้วไม่ใช่เหรอ ตอนนี้คงพอช่วยจ่ายค่าบ้านที่รันซื้อให้ได้อยู่บ้างนะ”มิรันตีพยักหน้าพร้อมยิ้มบาง เธอซื้อบ้านให้แม่กับน้องก่อนจึงใช้เวลาเก็บเงินดาวน์คอนโดอีกพักหนึ่ง มาตอนนี้ต้องผ่อนทั้งบ้านและคอนโด ยังดีที่น้องสาวเรียนจบและได้งานทำแล้ว แม้จะเป็นข้าราชการแต่ก็พ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-22
  • อบอวลรัก   2.เราเลิกกันแล้ว (1)

    บ้านของพีรพลอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ที่ไม่ไกลไร่ชานัก โดยตั้งห่างจากบ้านหลังอื่น เพราะน่าจะซื้อที่ดินของคนที่นี่แล้วสร้างเมื่อตอนชายหนุ่มตัดสินใจมาอยู่ที่นี่ มิรันตีจำได้ว่ามารดาเขาเป็นคนเหนือและไปทำงานในบ้านของบิดานิติพล แต่จำไม่ได้ว่าจังหวัดอะไร ซึ่งท่านเสียไปนานหลายปีแล้วร่างอรชรนั่งอยู่ที่ชิงช้าตัวยาวหน้าบ้านมองพระอาทิตย์ตกดินพร้อมอากาศที่ค่อยๆ เย็นขึ้นอย่างชื่นชอบบรรยากาศธรรมชาติอันรื่นรมย์ กลับจากไร่ชาเธอกับนิติพลต่างก็แยกย้ายพักผ่อน ชายหนุ่มนอนที่โซฟา ส่วนเธอเข้าห้องจัดของต่อจากเมื่อวานจนเสร็จก่อนจะเผลอหลับไปเช่นกัน ตื่นมาเห็นว่าเย็นแล้วจึงออกมาเดินดูด้านนอกขณะที่นิติพลคุยสายกับคนรัก“นั่งจนเย็นแล้วยังไม่เข้าบ้านอีก นอกจากยุงจะหามก่อนพี่พีกลับมา ระวังจะหวัดกินด้วย”ร่างสูงโปร่งนั่งลงข้างๆ พร้อมในมือมีกระป๋องเบียร์ เขาเปิดแล้วก็จิบพลางมองไปข้างหน้าราวชมวิว โดยไม่ได้มองเธอ“นายนั่นแหละ พรุ่งนี้ทำงานยังจะกินเบียร์อีก”“กระป๋องเดียวเองจะได้นอนหลับสบาย อีกอย่างอากาศแบบนี้ได้แอลกอฮอล์เข้าไปทำให้เลือดสูบฉีดหน่อยๆ จะได้อุ่นขึ้น เอาไหม”เขาถามพร้อมยื่นกระป๋องมาให้ มิรันตีก็ทำปากยื่นพลางส่า

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-22
  • อบอวลรัก   2.เราเลิกกันแล้ว (2)

    มิรันตีนอนคว่ำหน้าบนโซฟาดูซีรีส์แนวโรแมนติกของประเทศเกาหลีจากแท็บเลตแบรนด์ดังของตน พยายามหาสิ่งที่จะจดจ่อได้โดยไม่วนไปเปิดโซเชียลดูสถิติในแบบที่เคยทำ เธอตั้งใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งหมดของตัวเอง แม้จะเพลิดเพลินอยู่บ้างแต่ก็รู้สึกได้ถึงความไร้ค่าของตนอยู่แบบนี้อาทิตย์สองอาทิตย์คงพอไหว แต่เดือนสองเดือนหรือมากกว่าคงทำไม่ได้‘ฉันจะทำอะไรดี’สุดท้ายมิรันตีก็ปิดซีรีส์พลิกตัวนอนหงายยกแขนขึ้นก่ายหน้าผาก ยอมรับว่าเธออยากไปสมัครงานที่ร้านกาแฟในไร่ชาที่พีรพลเป็นผู้จัดการและหุ้นส่วนอยู่ตามที่นิติพลแนะนำ อย่างน้อยหากสนใจทางนี้เธอก็ต้องเริ่มเรียนรู้เสียงมือถือดังขึ้นหยิบมาดูเห็นว่าเป็นเบอร์ของนิติพลจึงกดรับ‘โทษที เพิ่งหาเวลาโทรได้ อยู่คนเดียวเป็นไงบ้าง’ชายหนุ่มถามทันที แม้จะน้ำเสียงระรื่นแต่มิรันตีก็รู้ว่าเพื่อนเป็นห่วง เพราะตอนนี้บ่ายสองกว่า อีกฝ่ายคงโทรทันทีที่เพิ่งเคลียร์งานช่วงเช้าเสร็จเพราะเข้าช้า“แรกๆ ก็แปลกๆ แต่พอเริ่มซึมซับธรรมชาติสงบๆ เสียงนกเสียงลมพัดใบไม้ก็รู้สึกสบายใจเหมือนเดิม เหมือนตอนที่มีนายอยู่ด้วย”‘อืม แล้วกินข้าวหรือยัง ไม่ลืมใช่ไหม’“กินแล้ว”เธอหลุดยิ้มออกมาที่เพื่อนถามรา

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-22
  • อบอวลรัก   3.รันจะจีบพี่พี (1)

    ก็อกๆๆเสียงดังด้านนอกไม่ได้ทำให้เจ้าของร่างอรชรที่นอนฟุบหน้าน้ำตาไหลกับที่นอนสนใจ แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายน่าจะไม่พอใจตนมาก“ถึงจะโกรธกันยังไงก็ออกมากินข้าว ถ้ารันไม่สบายขึ้นมา น็อตจะเป็นห่วง”เหมือนคนพูดเองก็ดูไม่ได้ใส่ใจเธอนัก เขาคงแค่ไม่ต้องการมีปัญหากับน้องชาย บอกแล้วพีรพลก็เงียบไป มิรันตีลุกขึ้นนั่งปาดน้ำตาลวกๆ เหลือบไปยังประตูแล้วสะบัดหน้าหนี“แค่ไม่กินข้าว ไม่ป่วยหรอก ว่ารันทำตัวเป็นเด็ก พี่พีเองก็พูดเหมือนรันเป็นเด็กเหมือนกัน”เธออุบอิบบ่นคนเดียวโดยไม่คิดจะกินข้าว มิรันตีรู้ว่าทำตัวไม่มีเหตุผลแต่ตอนนี้เธอทั้งโมโหทั้งอาย ยังไม่อยากเผชิญหน้ากับพีรพล ขอเวลาพักเว้นระยะกายและใจของตัวเองก่อนเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นและเป็นสายของเพื่อนหนุ่ม พอเธอไม่รับอีกฝ่ายก็ส่งข้อความมาไม่หยุดสุดท้ายเธอก็เปิดอ่าน‘รับสายสิ’‘เรารู้ว่ารันอยู่กับมือถือ’แล้วนิติพลก็โทรมาทันที“ทำไมไม่ออกไปกินข้าว”“พี่พีฟ้องน็อต?”“โทรมาบ่นต่างหาก”“บ่นว่ายังไงล่ะ”มิรันตีเสียงขุ่น หน้างอเมื่อรู้สึกราวถูกนินทาลับหลัง“ก็บ่นว่ารันดื้อ แล้วก็บ่นว่าเราหาเรื่องปวดหัวมาให้”“หึ...เรื่องปวดหัวเหรอ รันไปก็คงหายปวดหัวสินะ”“ไม่ประชด

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-22
  • อบอวลรัก   3.รันจะจีบพี่พี (2)

    เวลาเช้าหมอกลงหนา อากาศเย็นชุ่มชื้นน่านอนซุกตัวใต้ผ้าห่มอุ่น แต่มิรันตีอยากออกมาดูยามเช้าของที่นี่ ขุนเขาถูกโอบกอดด้วยสายหมอกขาว ความเขียวขจีชุ่มฉ่ำด้วยน้ำค้างช่วยให้อารมณ์สดชื่นตาม หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดซึมซับอากาศสุดแสนสบายอย่างรู้สึกดีเธอชอบที่นี่แม้มาอยู่ได้ไม่กี่วัน รู้สึกผ่อนคลายไร้กังวล ไร้ความตึงเครียด ยกเว้นเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับพีรพลครู่ใหญ่หญิงสาวจึงกลับเข้าไปอาบน้ำเตรียมตัวจะไปทำงานตามที่คุยกับพีรพลไว้ แม้ชายหนุ่มจะไม่ได้ตกปากรับคำแต่ไม่ได้ปฏิเสธก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรล่ะมั้งออกมาด้านนอกกลิ่นอาหารเช้ากับกาแฟก็เรียกน้ำย่อยในท้องทั้งที่ปกติเธอกินข้าวเช้าสายมากจนใกล้เที่ยง เข้าไปเห็นร่างสูงโปร่งกำลังกินแซนด์วิชกับไข่เจียวไส้กรอกและมีอีกจานไม่ต่างกันวางอยู่ตรงข้าม“ขอบคุณค่ะ”มิรันตีเอ่ยเพียงสั้นๆ แล้วนั่งลงกินโดยไม่พูดอะไรอีก คิดว่า พีรพลคงไม่ได้อยากพูดกับตนนักเมื่อต่างฝ่ายต่างกินอาหารจนเสร็จและเก็บล้างของตนเองเรียบร้อย พีรพลก็เตรียมตัวออกไปทำงานโดยไม่พูดไม่จาแต่มิรันตีก็ตีหน้าเฉยเดินตามไปยังรถและยืนฝั่งด้านข้างคนขับ ชายหนุ่มเหลือบมองเธอก็กลั้นใจสบตาเขาส่งคำถามด้วย

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-22
  • อบอวลรัก   4.ไม่หวั่นไหวจริงเหรอ? (1)

    ประกาศเจตจำนงออกไปอย่างนั้นแล้วมิรันตีก็ต้องนั่งประคบมือตัวเองเงียบๆ คนเดียว เพราะพีรพลเดินหนีออกไปโดยไม่พูดอะไร เมื่อทำใจให้นิ่งขึ้นได้แล้วหญิงสาวก็เอาผ้าเช็ดหน้าของชายหนุ่มไปซักตากก่อนกลับไปยังด้านหน้าเคาน์เตอร์“เป็นยังไงบ้าง”เดือนเป็นคนมากระซิบถาม ขณะที่พีรพลชงกาแฟโดยไม่ได้ใส่ใจมอง ทำเอามิรันตีใจแป้วไม่น้อย“ดีขึ้นแล้วล่ะ อีกวันสองวันก็น่าจะหาย”เดือนอายุมากกว่าเธอหนึ่งปี แต่อีกฝ่ายบอกให้คุยเหมือนเป็นเพื่อนกัน“ไว้เดี๋ยวมาลองแก้วใหม่กันนะ”“จ้ะ”มิรันตียิ้มรับ แอบเหลือบไปทางพีรพลอย่างกังวลเดือนก็ลูบไหล่เบาๆ พลางยิ้มบางให้กำลังใจแล้วขยับปากโดยไม่มีเสียง‘คุณพีใจดี ไม่ดุ’เธอได้แต่ยิ้มเจื่อน พลางคิดในใจว่าพีรพลใจดีกับทุกคนยกเว้นเธอยามเย็นหลังปิดร้านเดือนเห็นว่าเธอขึ้นรถกลับกับพีรพลก็ดูงุนงง ชายหนุ่มไม่มีทีท่าใด ทว่ามิรันตีกลับหน้าร้อนขึ้นมาเล็กน้อยแต่ก็คิดว่าเธออยู่บ้านเดียวกับพีรพลจริง แถมยังพยายามจะจีบเขาอยู่ด้วยจะอายคนมองทำไมแต่ถึงอย่างนั้นพีรพลก็ไม่เอ่ยอะไรกระทั่งถึงบ้าน มิรันตีพยายามกุลีกุจอช่วยชายหนุ่มทำอาหารมือเย็นทั้งที่เห็นชัดเจนว่า อีกฝ่ายแสดงสีหน้าเย็นชาตลอดเวลา“รันช่

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-24
  • อบอวลรัก   4.ไม่หวั่นไหวจริงเหรอ? (2)

    “กลัวจะชอบรัน”พรีพลชักสีหน้าทว่ามิรันตีจ้องเขาอยู่แล้วจึงขยับประชิดและก่อนที่ชายหนุ่มจะถอยเธอก็รีบเขย่งปลายเท้าขึ้นคว้าโอบลำคอหนาเอาไว้“รัน”“พี่พีจะบอกว่าไม่สนใจรันสินะคะ”“ปล่อยพี่”มิรันตีกอดคอเขาแน่นขึ้น ทำให้อีกฝ่ายหาทางผลักไม่ได้“พี่พีตัวร้อนจังค่ะ”เธอเงยหน้ากระซิบใกล้ริมฝีปากได้รูปเสียงแผ่ว“รันทำให้พี่อึดอัด ปล่อย”“อึดอัดหรือกลัวหวั่นไหว ยั้งใจตัวเองไม่อยู่กันแน่คะ”ความจริงมิรันตีก็ไม่ได้มั่นใจเท่าไรนัก แต่ไม่ลองก็ไม่รู้อย่างที่นิติพลบอก กับพีรพลแล้วมิรันตียินดีทุ่มหมดหน้าตักเพื่อให้เขาหันมาสนใจตนเอง“พี่ไม่ได้คิดอะไร ทำไมต้องหวั่นไหว”“ไม่หวั่นไหวจริงเหรอคะ”เธอจงใจขยับเข้าไปเบียดเขาอีกหน่อยทั้งตัว ขณะหัวใจเต้นระรัวขึ้นกับความใจกล้าของตัวเอง“งั้นจูบรันได้ไหมคะ”พร้อมถามก็เลื่อนริมฝีปากไปใกล้มากขึ้น แต่พีรพลเอนหนีก่อนเธอจะแตะแล้วยกมือขึ้นแกะมือเธอหลังคอเขา“พูดอะไรอย่างนี้ รันเป็นผู้หญิงนะไม่อายหรือไง ปล่อยพี่ได้แล้ว”“รันชอบพี่พีนี่นา ไม่ใช่แค่ชอบ รักต่างหาก รันตกหลุมรักพี่พีตั้งแต่ตอนที่ไปติวให้น็อต พี่พีอย่าใจร้ายกับรันเลยนะคะ เลิกทำเย็นชาใส่รันได้ไหม”มิรันตีสารภาพเ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-24
  • อบอวลรัก   5.รันจังของผม (1)

    เมื่อคืนที่ผ่านมามิรันตีร้องไห้ครู่ใหญ่กว่าจะผละห่างจาก ชายหนุ่มแล้วพึมพำบอกเขา‘ขอโทษที่ทำให้ยุ่งยากใจค่ะ’จากนั้นก็รีบปาดน้ำตาทิ้งแล้วลุกขึ้น หันหน้าหลบเลี่ยงแม้รู้สึกได้ว่าพีรพลเหมือนจะพูดบางอย่างแต่เธอไม่ต้องการฟังคำปลอบให้ยิ่งรู้สึกดีกับเขา ชายหนุ่มจึงออกไปจากห้องของเธอ ต่อจากนั้นมิรันตีก็ร้องไห้ได้อย่างเต็มที่จนกระทั่งหลับไปเช้านี้หญิงสาวไม่ได้ตื่นเร็วเช่นเมื่อวาน เธอปวดหัวและตาบวมหากก็ลุกขึ้นมาอาบน้ำเพื่อไปทำงานอย่างตรงต่อเวลา กินอาหารที่ พีรพลทำเผื่อแล้วช่วยเก็บล้างอย่างเรียบร้อย“ทายาที่มือหรือยัง”เป็นประโยคแรกที่ชายหนุ่มพูดกับเธอก่อนจะออกรถ“ทาแล้วค่ะ”“ล้างจานไปแล้ว ทาใหม่ดีกว่านะ พกยามาด้วยไหม”มิรันตีไม่ได้ตอบแต่ก็หยิบหลอดยาในกระเป๋าออกมาทา ชายหนุ่มเหลือบมองเล็กน้อยแล้วออกรถราวหมดเรื่องพูดคุย ขณะที่หญิงสาวเม้มริมฝีปากยับยั้งจิตใจที่อ่อนไหวของตน ย้ำกับตัวเองว่า พีรพลไม่ได้สนใจเธอ เขาเพียงแค่ช่วยนิติพลดูแลเธอให้ดีตามที่อีกฝ่ายฝากฝังไว้“ทำไมตาบวมจัง”เดือนแอบถามเสียงเบาขณะช่วยกันทำความสะอาดร้าน ในตอนแรกที่เจอหน้าอีกฝ่ายถามเพียงว่ามือเป็นอย่างไรบ้างเพราะพีรพลอยู่ด้วย“ไหวห

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-24

บทล่าสุด

  • อบอวลรัก   7.พี่ไม่ได้รังเกียจรัน (2)

    “น็อตฟังมามากแล้วค่ะ เพราะมันเป็นเรื่องเดิมๆ เป็นความกลัว ความหวาดระแวงแบบเดิมๆ ที่เจอเมื่อไรรันก็อยากหนีไปให้ไกล แต่ดูเหมือนจะหนีไม่พ้น”เธอบอกเสียงเบา“ทั้งที่กรุงเทพฯ ทั้งที่นี่ รันเองก็ไม่รู้ว่าจะหนีไปที่ไหนแล้วเหมือนกัน”เธอเริ่มตัวสั่นเพราะร้องไห้หนักขึ้น“รันกลัว กลัวผู้ชายทุกคน ฮือ...”เธอค่อยๆ ทรุดลงแต่ร่างสูงโปร่งของพีรพลหันกลับมาโอบประคองให้เธอซบอกเขา“คนพวกนั้นคุกคาม น่ากลัว น่าขยะแขยง...”เธอหยุดพูดแล้วกอดชายหนุ่มไว้แน่น รับรู้ได้ว่าเขาโอบกอดลูบหลังลูบผมให้เธอ มิรันตีอุ่นซ่านไปทั้งตัวและหัวใจ ความหนาวเหน็บที่เกาะกินร่างกายกับจิตใจราวมลายหายไปเพราะไออุ่นจากเจ้าของร่างสูงกำยำ“รันไม่กลัวพี่พี”นี่คือสิ่งที่เธออยากพูด ชายหนุ่มชะงักมือที่ลูบผมเธอปลอบโยนแล้วยืนนิ่งชั่วอึดใจก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ“กินข้าวเถอะ เดี๋ยวข้าวต้มจะเย็นเสียก่อน”ชายหนุ่มจับไหล่ดันเบาๆ แล้วโอบแขนประคองให้เดินไปห้องครัว ให้เธอนั่งที่เก้าอี้ก่อนเขาจะตักข้าวต้มมาวางตรงหน้า มิรันตีมองท่าทางที่ราวกลับมาเย็นชาของชายหนุ่มแล้วก็เม้มริมฝีปาก พอเธอขยับเข้าใกล้พีรพลก็พร้อมเผ่นหนีเขารังเกียจเธอมากใช่ไหม?‘ครั้งแรกรั

  • อบอวลรัก   7.พี่ไม่ได้รังเกียจรัน (1)

    ร่างอรชรสั่นเล็กน้อยเพราะความหนาว เสื้อเชิ้ตตัวนอกที่ พีรพลมีติดอยู่ในรถและเขาเอามาคลุมให้ก็ไม่ค่อยช่วยนักในเมื่อเธอเปียกโชกทั้งตัว กุญแจมือถูกปลดออกไปแล้ว เธอได้ทั้งกระเป๋าและโทรศัพท์มือถือคืนแล้ว ส่วนนายของไร่ก็แยกไปบอกว่าจะตามไปจัดการเรื่องของคมสันเพราะตอนนี้ฝนยังตก ออกจากไร่และลงเขายาก คงต้องรอฝนหยุดจึงจะพาตัวคนร้ายไปส่งสถานีตำรวจได้‘รันขอไม่ไปได้ไหมคะ’มิรันตีไม่อยากไปสถานีตำรวจ เธอทั้งกลัวและอาย เกรงกลัวว่าจะต้องเผชิญหน้ากับคมสันอีก‘เราทำยังไงได้บ้างครับนาย ถ้ารันไม่ไปแจ้งความด้วยตัวเอง’พีรพลราวเข้าใจเธอ เขาถามกับนายของไร่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด‘ฉันจัดการเอง’ธีรดนย์บอกก่อนจะถ่ายรูปมื้อกับข้างแก้มเธอไปเป็นหลักฐานจากนั้นก็แยกไป“หนาวมากใช่ไหม”“รันไม่เป็นไรค่ะ”เธอตอบเสียงเบาหวิวและอีกฝ่ายคงรู้ว่าร่างกายของเธอแทบไม่ไหวแล้ว“ฝนตกเลยขับได้ช้าหน่อย แต่อีกไม่ไกลแล้วล่ะ”แล้วไม่นานนักก็มาถึงบ้าน พีรพลช่วยถือกระเป๋าให้ ขณะที่ร่างอรชรค่อยๆ เดินอย่างอ่อนแรงจนเซ ชายหนุ่มจึงช่วยพยุงทั้งยังบอกเสียงทุ้ม“พี่อุ้มนะ”“เอ่อ...”มิรันตีไม่ทันแย้งอีกฝ่ายก็อุ้มเธอแล้ว หญิงสาวหน้าร้อนและตัวแข็งกว

  • อบอวลรัก   6.ฉันยอมตาย (2)

    ‘อย่านะ’“เอามา”มิรันตีเลื่อนมือหนีไม่ให้อีกฝ่ายคว้าโทรศัพท์ได้ แล้วก็ตั้งใจทำหลุดมือหล่นลงไปด้านล่าง“รันจัง!”อีกฝ่ายคำราม เขาบีบมือบนข้างแก้มเธออย่างแรง แม้จะมีผ้าอยู่ก็ยังรู้สึกเจ็บ อาจจะเพราะถูกฟาดก่อนหน้านี้ด้วย มิรันตีสะอื้นเบาๆ พร้อมน้ำตาไหลอย่างห้ามไม่อยู่ สีหน้าคมสันดูคุกคามมากขึ้นทั้งเขายังกวาดมองเธอทั้งตัว แต่พอมองหน้าแล้วก็ทำท่าทางเสียอกเสียใจ“คนสวย ไม่ต้องกลัว ผมไม่ได้จะทำร้ายคุณเลย ผมแค่ดีใจที่เจอคุณ”น้ำเสียงกับคำพูดที่ราวใจดีของเขายิ่งทำให้เธอขวัญผวา“แล้วผมก็ไม่ชอบเลยที่คนพวกนั้นพิมพ์ข้อความแซวคุณ จีบคุณ”เสียงคมสันเริ่มเข้มขึ้น“ผมหวงรันจัง เพราะคุณเป็นของผมคนเดียว”เขาพยักหน้าและยิ้มอย่างมีความสุข มือหนาลูบแก้มที่ยังมีผ้าผูกปิดอยู่“ทันทีที่เห็นคุณที่คาเฟ่ ผมก็รู้ว่ามันคือพรหมลิขิต คุณกับผมเกิดมาเพื่อกันและกัน”เธอส่ายหน้าไปมาพลางเอียงหนีมือเขา แต่อีกฝ่ายก็บีบล็อกหน้าเธออีกครั้ง มิรันตียกมือผลักร่างหนาอย่างแรง ทำให้เขาผงะห่างเพียงเล็กน้อย คมสันจับมือเธอยกขึ้นฉับพลันจนต้องหลุดร้องเพราะความเจ็บอยู่ในลำคอ“ดูสิ ข้อมือเล็กเรียวของรันจังมีรอยขูดจนช้ำเหมือนที่ผมจินตนาก

  • อบอวลรัก   6.ฉันยอมตาย (1)

    พีรพลขับรถกลับมายังร้านขณะฝนตกหนัก เห็นร้านปิดเงียบไม่มีคนก็แปลกใจ แม้เดือนอาจจะกลับก่อนแต่มิรันตีก็ควรยังอยู่ที่ร้าน ชายหนุ่มหยุดรถแล้วหยิบโทรศัพท์ตนที่ชาร์จอยู่มาดู เห็นว่าสายที่เพิ่งโทรเข้าก่อนหน้านี้เป็นสายของมิรันตี ซึ่งเขาฝากให้กัญญารับสายเพราะกำลังขับรถไปส่งอีกฝ่ายที่บ้านพัก มอเตอร์ไซค์ของหญิงสาวสตาร์ตไม่ค่อยติดบ่อยๆ จึงเอาไปให้ที่ร้านดู แล้วก็เห็นว่าฝนจะตกเขาจึงอาสาไปส่งเจ้าตัวตอนนั้นกัญญาบอกว่าคนโทรมาไม่ได้ฝากบอกอะไร และเขาก็ไม่ได้มองโทรศัพท์จึงไม่รู้ว่าเป็นสายของใครพีรพลกดโทรหามิรันตีแต่กลับเป็นฝากข้อความ“อะไร แบตหมดเหรอ”ชายหนุ่มบ่น แต่ถึงจะแบตหมดก็รอเขาอยู่ที่นี่ได้ ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่อยู่ จากนั้นเขาก็โทรไปถามเดือน‘เดือนออกมาก่อนเพราะกลัวว่าฝันตกแล้วจะขี่มอ’ ไซค์ลำบากน่ะค่ะ แต่ตอนออกมารันก็อยู่ที่ร้านนะคะ’ผู้ช่วยสาวบอกนั่นทำให้พีรพลยิ่งงง‘รันบอกว่ารอคนเดียวได้ เดือนก็เลยมาก่อน’เจ้าตัวย้ำมาอีกราวกับรู้สึกผิดที่เขามาแล้วไม่เจอมิรันตี“ผมเข้าใจ แต่แปลกใจที่รันไม่อยู่ที่ร้าน งั้นเดี๋ยวแค่นี้ก่อนนะ”พีรพลบอกให้อีกฝ่ายไม่ต้องคิดมาก ส่วนเขาเองก็เริ่มกังวลใจ มิรันตีไม่รู้จัก

  • อบอวลรัก   5.รันจังของผม (2)

    “ไม่เป็นไรค่ะ”เธอบอกเสียงเบาแล้วรีบวางสาย ที่แท้พีรพลก็ไปส่งผู้หญิงคนนั้นก่อนนี่เอง คงเพราะฝนตกนั่นแหละ และหากไม่พอใจกันมีหรือจะเป็นห่วงจนต้องไปส่ง ที่เขาไม่สนใจเธอเพราะมีคนที่ถูกใจอยู่แล้ว มิรันตีพยักหน้าอย่างเข้าใจถ่องแท้พลางยิ้มอย่างเจ็บปวดในหัวใจอย่างน้อยก็ได้รู้ว่าตัวเองมองคนไม่ผิด พีรพลเป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่ง เมื่อมีคนที่ใช่อยู่ในใจก็ไม่มองผู้หญิงคนไหนน้ำตาร้อนไหลลงอาบแก้มขณะทอดสายตามองสายฝนเม็ดหนา รอไปก็คงอีกนานเมื่อคนรักอยู่ด้วยกันย่อมไม่คิดถึงคนอื่น ความปวดร้าวในอกทำให้มิรันตีก้าวเดินออกจากหน้าร้าน ฝนเย็นจัดพร่างพรมคงพอช่วยสะกดความเสียใจของตัวเองได้‘รันต้องลืมพี่พีให้ได้แล้วจริงๆ สินะ’เจ้าของร่างอรชรเดินกลางฝนไปยังเส้นทางมุ่งสู่ด้านหน้าไร่ ไม่รู้ว่าจะเดินไปถึงเมื่อไรแต่เธอไม่อยากรอ เธออยากหันหลังให้พีรพล ไม่อยากพึ่งพาหรือยุ่งเกี่ยวกันอีกเพราะเหม่อลอยกับความปวดใจมิรันตีจึงไม่สนใจมองทางนักแล้วก็บังเอิญสะดุดล้มเข่ากระแทกได้แผล ร่างอรชรดันตนเองลุกขึ้นอย่างเชื่องช้าราวไร้เรี่ยวแรง เธอไม่ได้เหนื่อยแต่ไม่มีกำลังใจมากกว่า ลุกขึ้นเดินอีกครั้งก็ก้าวเท้าช้าๆ ไปเรื่อยๆปริ้นๆแสงจาก

  • อบอวลรัก   5.รันจังของผม (1)

    เมื่อคืนที่ผ่านมามิรันตีร้องไห้ครู่ใหญ่กว่าจะผละห่างจาก ชายหนุ่มแล้วพึมพำบอกเขา‘ขอโทษที่ทำให้ยุ่งยากใจค่ะ’จากนั้นก็รีบปาดน้ำตาทิ้งแล้วลุกขึ้น หันหน้าหลบเลี่ยงแม้รู้สึกได้ว่าพีรพลเหมือนจะพูดบางอย่างแต่เธอไม่ต้องการฟังคำปลอบให้ยิ่งรู้สึกดีกับเขา ชายหนุ่มจึงออกไปจากห้องของเธอ ต่อจากนั้นมิรันตีก็ร้องไห้ได้อย่างเต็มที่จนกระทั่งหลับไปเช้านี้หญิงสาวไม่ได้ตื่นเร็วเช่นเมื่อวาน เธอปวดหัวและตาบวมหากก็ลุกขึ้นมาอาบน้ำเพื่อไปทำงานอย่างตรงต่อเวลา กินอาหารที่ พีรพลทำเผื่อแล้วช่วยเก็บล้างอย่างเรียบร้อย“ทายาที่มือหรือยัง”เป็นประโยคแรกที่ชายหนุ่มพูดกับเธอก่อนจะออกรถ“ทาแล้วค่ะ”“ล้างจานไปแล้ว ทาใหม่ดีกว่านะ พกยามาด้วยไหม”มิรันตีไม่ได้ตอบแต่ก็หยิบหลอดยาในกระเป๋าออกมาทา ชายหนุ่มเหลือบมองเล็กน้อยแล้วออกรถราวหมดเรื่องพูดคุย ขณะที่หญิงสาวเม้มริมฝีปากยับยั้งจิตใจที่อ่อนไหวของตน ย้ำกับตัวเองว่า พีรพลไม่ได้สนใจเธอ เขาเพียงแค่ช่วยนิติพลดูแลเธอให้ดีตามที่อีกฝ่ายฝากฝังไว้“ทำไมตาบวมจัง”เดือนแอบถามเสียงเบาขณะช่วยกันทำความสะอาดร้าน ในตอนแรกที่เจอหน้าอีกฝ่ายถามเพียงว่ามือเป็นอย่างไรบ้างเพราะพีรพลอยู่ด้วย“ไหวห

  • อบอวลรัก   4.ไม่หวั่นไหวจริงเหรอ? (2)

    “กลัวจะชอบรัน”พรีพลชักสีหน้าทว่ามิรันตีจ้องเขาอยู่แล้วจึงขยับประชิดและก่อนที่ชายหนุ่มจะถอยเธอก็รีบเขย่งปลายเท้าขึ้นคว้าโอบลำคอหนาเอาไว้“รัน”“พี่พีจะบอกว่าไม่สนใจรันสินะคะ”“ปล่อยพี่”มิรันตีกอดคอเขาแน่นขึ้น ทำให้อีกฝ่ายหาทางผลักไม่ได้“พี่พีตัวร้อนจังค่ะ”เธอเงยหน้ากระซิบใกล้ริมฝีปากได้รูปเสียงแผ่ว“รันทำให้พี่อึดอัด ปล่อย”“อึดอัดหรือกลัวหวั่นไหว ยั้งใจตัวเองไม่อยู่กันแน่คะ”ความจริงมิรันตีก็ไม่ได้มั่นใจเท่าไรนัก แต่ไม่ลองก็ไม่รู้อย่างที่นิติพลบอก กับพีรพลแล้วมิรันตียินดีทุ่มหมดหน้าตักเพื่อให้เขาหันมาสนใจตนเอง“พี่ไม่ได้คิดอะไร ทำไมต้องหวั่นไหว”“ไม่หวั่นไหวจริงเหรอคะ”เธอจงใจขยับเข้าไปเบียดเขาอีกหน่อยทั้งตัว ขณะหัวใจเต้นระรัวขึ้นกับความใจกล้าของตัวเอง“งั้นจูบรันได้ไหมคะ”พร้อมถามก็เลื่อนริมฝีปากไปใกล้มากขึ้น แต่พีรพลเอนหนีก่อนเธอจะแตะแล้วยกมือขึ้นแกะมือเธอหลังคอเขา“พูดอะไรอย่างนี้ รันเป็นผู้หญิงนะไม่อายหรือไง ปล่อยพี่ได้แล้ว”“รันชอบพี่พีนี่นา ไม่ใช่แค่ชอบ รักต่างหาก รันตกหลุมรักพี่พีตั้งแต่ตอนที่ไปติวให้น็อต พี่พีอย่าใจร้ายกับรันเลยนะคะ เลิกทำเย็นชาใส่รันได้ไหม”มิรันตีสารภาพเ

  • อบอวลรัก   4.ไม่หวั่นไหวจริงเหรอ? (1)

    ประกาศเจตจำนงออกไปอย่างนั้นแล้วมิรันตีก็ต้องนั่งประคบมือตัวเองเงียบๆ คนเดียว เพราะพีรพลเดินหนีออกไปโดยไม่พูดอะไร เมื่อทำใจให้นิ่งขึ้นได้แล้วหญิงสาวก็เอาผ้าเช็ดหน้าของชายหนุ่มไปซักตากก่อนกลับไปยังด้านหน้าเคาน์เตอร์“เป็นยังไงบ้าง”เดือนเป็นคนมากระซิบถาม ขณะที่พีรพลชงกาแฟโดยไม่ได้ใส่ใจมอง ทำเอามิรันตีใจแป้วไม่น้อย“ดีขึ้นแล้วล่ะ อีกวันสองวันก็น่าจะหาย”เดือนอายุมากกว่าเธอหนึ่งปี แต่อีกฝ่ายบอกให้คุยเหมือนเป็นเพื่อนกัน“ไว้เดี๋ยวมาลองแก้วใหม่กันนะ”“จ้ะ”มิรันตียิ้มรับ แอบเหลือบไปทางพีรพลอย่างกังวลเดือนก็ลูบไหล่เบาๆ พลางยิ้มบางให้กำลังใจแล้วขยับปากโดยไม่มีเสียง‘คุณพีใจดี ไม่ดุ’เธอได้แต่ยิ้มเจื่อน พลางคิดในใจว่าพีรพลใจดีกับทุกคนยกเว้นเธอยามเย็นหลังปิดร้านเดือนเห็นว่าเธอขึ้นรถกลับกับพีรพลก็ดูงุนงง ชายหนุ่มไม่มีทีท่าใด ทว่ามิรันตีกลับหน้าร้อนขึ้นมาเล็กน้อยแต่ก็คิดว่าเธออยู่บ้านเดียวกับพีรพลจริง แถมยังพยายามจะจีบเขาอยู่ด้วยจะอายคนมองทำไมแต่ถึงอย่างนั้นพีรพลก็ไม่เอ่ยอะไรกระทั่งถึงบ้าน มิรันตีพยายามกุลีกุจอช่วยชายหนุ่มทำอาหารมือเย็นทั้งที่เห็นชัดเจนว่า อีกฝ่ายแสดงสีหน้าเย็นชาตลอดเวลา“รันช่

  • อบอวลรัก   3.รันจะจีบพี่พี (2)

    เวลาเช้าหมอกลงหนา อากาศเย็นชุ่มชื้นน่านอนซุกตัวใต้ผ้าห่มอุ่น แต่มิรันตีอยากออกมาดูยามเช้าของที่นี่ ขุนเขาถูกโอบกอดด้วยสายหมอกขาว ความเขียวขจีชุ่มฉ่ำด้วยน้ำค้างช่วยให้อารมณ์สดชื่นตาม หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดซึมซับอากาศสุดแสนสบายอย่างรู้สึกดีเธอชอบที่นี่แม้มาอยู่ได้ไม่กี่วัน รู้สึกผ่อนคลายไร้กังวล ไร้ความตึงเครียด ยกเว้นเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับพีรพลครู่ใหญ่หญิงสาวจึงกลับเข้าไปอาบน้ำเตรียมตัวจะไปทำงานตามที่คุยกับพีรพลไว้ แม้ชายหนุ่มจะไม่ได้ตกปากรับคำแต่ไม่ได้ปฏิเสธก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรล่ะมั้งออกมาด้านนอกกลิ่นอาหารเช้ากับกาแฟก็เรียกน้ำย่อยในท้องทั้งที่ปกติเธอกินข้าวเช้าสายมากจนใกล้เที่ยง เข้าไปเห็นร่างสูงโปร่งกำลังกินแซนด์วิชกับไข่เจียวไส้กรอกและมีอีกจานไม่ต่างกันวางอยู่ตรงข้าม“ขอบคุณค่ะ”มิรันตีเอ่ยเพียงสั้นๆ แล้วนั่งลงกินโดยไม่พูดอะไรอีก คิดว่า พีรพลคงไม่ได้อยากพูดกับตนนักเมื่อต่างฝ่ายต่างกินอาหารจนเสร็จและเก็บล้างของตนเองเรียบร้อย พีรพลก็เตรียมตัวออกไปทำงานโดยไม่พูดไม่จาแต่มิรันตีก็ตีหน้าเฉยเดินตามไปยังรถและยืนฝั่งด้านข้างคนขับ ชายหนุ่มเหลือบมองเธอก็กลั้นใจสบตาเขาส่งคำถามด้วย

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status