"แกใจร้ายกับพวกฉันมากเลยนะที่ไม่ยอมติดต่อหากันบ้างเลย" ทรายแก้วหยิบขนมเข้าปากไปด้วยบ่นเจ้าเอยไปด้วยเพราะเจ้าเอยทำให้พวกเธอทุกข์ใจที่คิดว่าเสียเพื่อนรักไปตั้งหลายปี
"ฉันกลัวว่าคุณเหนือจะรู้ว่าฉันยังอยู่ฉันไม่อยากเจอเค้า" ที่เจ้าเอยให้คนรู้น้อยที่สุดว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ก็เพราะกลัวว่าเหนือเมฆจะตามเธอเจอ
"แกโกรธคุณเหนือมากเลยหรอก" เกวรินทร์รู้ดีว่าเรื่องครั้งนั้นเป็นฝีมือพีรยาแต่ก็ไม่รู้ว่าเพื่อนเธอฝังใจเรื่องอะไรถึงยอมให้อภัยเหนือเมฆไม่ได้
"ตอนนี้เฉยๆแล้วล่ะฉันไม่อยากกลับไปเจ็บเพราะเค้าอีกเด็ดขาด" แม้นเจ้าเอยจะรู้ว่าครั้งนั้นที่เหนือเมฆทำผิดด้วยฤทธิ์ยาแต่ภาพมันก็ยังติดตาเธอไม่หายไม่รู้อีกด้วยว่าเขาจะกลับไปเป็นคนเจ้าชู้เหมือนเดิมอีกหรือเปล่าเธอยิ่งคิดก็ยิ่งกลัวจึงไม่อยากเสี่ยงกลับไปอยู่กลับไปรักกับคนอย่างเหนือเมฆอีกตอนนี้เธอมีแค่ลูกก็พอแล้ว
"แต่เรื่องทั้งหมดเป็นฝีมือยัยพลอยทั้งนั้นนะแถมตอนที่ผ่านมาคุณเหนือดูพยายามตามหาแกตลอดไม่ได้สนใจผู้หญิงคนไหนเลยด้วย" ทรายแก้วไม่ได้จะพูดเข้าข้างเหนือเมฆแต่เวลาที่ผ่านมาเขาทำให้พวกเธอได้เห็นว่าเขาไม่มีวันลืมเจ้าเอย
"ฉันรู้...แต่ฉันลืมเรื่องราวตอนนั้นไม่ได้จริงๆนี่มันก็ผ่านไปหลายปีแล้วฉันว่าอีกหน่อยเดี๋ยวคุณเหนือก็ลืมฉันได้เอง"
"ถ้าแกมั่นใจที่จะใช้ชีวิตอย่างนี้พวกฉันก็จะอยู่ข้างๆแกนะเอย" เป็นคำพูดประจำที่เกวรินทร์ชอบพูดเพราะหากเพื่อนเธอตัดสินใจอย่างไรเธอก็พร้อมจะอยู่ข้างเพื่อนเสมอด้วยไม่อยากคะยั้นคะยอให้เจ้าเอยลำบากใจ
15.30 น.
"...." เด็กชายตัวกลมวัยสามขวบที่คนเป็นแม่พึ่งจะรับกลับจากโรงเรียนกลับมาถึงพอเจอน้าๆทั้งสองคราแรกก็ยังงงงวยขวนเขินไม่กล้าพูดไม่กล้าเล่นด้วยแต่พอน้าๆเอาขนมของโปรดมาล่อเจ้าตัวกลมก็หัวเราะร่าอารมณ์ดีและยอมเข้าหา
"มาให้น้าฟัดดีๆนะเจ้าก้อน"
ทรายแก้วที่จับหลานได้ก็กอดรัดฟัดเหวี่ยงยกใหญ่เพราะความน่ารักน่าชังของรัชนนท์
"ฮ่าๆๆ..." ส่วนคนเป็นหลานก็หัวเราะร่าเมื่อตอนนี้เฟมือนมีเพื่อนเล่นใหม่แปลกไปกว่าทุกวันเพราะทุกวันที่กลับมาจะเจอแค่คนเป็นแม่เท่านั้น
"ตานนท์อารมณ์ดีจังเลยนะ" เกวรินทร์ที่ช่วยเจ้าเอยทำอาหารเย็นอยู่ในึรัวได้ยินเสียงหลานหัวเราะเธอก็อมยิ้มตามไปด้วย
"วันนี้ได้กินของโปรดมาแล้วล่ะสิ" เจ้าเอยรู้ได้ทันทีโดนัทรสช็อกโกแล็ทขนมของโปรดที่ทรายแก้วและเกวรินทร์ซื้อมาฝากลูกชายของเธอนั่นก็เป็นส่วนที่ทำให้ลูกเธออารมณ์ดีไม่น้อย
22.00 น.
หลังจากที่ลูกๆทั้งสามหลับไปแล้วเวลานี้ก็เป็นเวลาที่พ่อแม่อย่างอิทธิกรและอินทิราจะมีเวลาคุยกัน
"เหนื่อยหรือเปล่าคะ" ร่างบางสวมกอดซบอยู่บนอกอิทธิกรก่อนจะเอ่ยถามสามีเธอเสียงอ่อนเพราะเห็นว่าช่วงนี้งานที่บริษัทค่อนข้างยุ่ง
"ได้กลับมาเห็นหน้าคุณกับลูกก็หายเหนื่อยแล้ว" มือหนายกลูบปอยผมภรรยารักเบาๆ
"คุณจะว่างอีกทีวันไหนคะฉันคิดถึงหลานซะแล้วสิ" อินทิรารู้ว่าอิทธิกรงานเยอะแต่เธอก็อยากให้สามีหาวันว่างเพื่อที่จะเดินทางไปหาเจ้าเอยด้วยทั้งห่วงเจ้าเอยทั้งคิดถึงหลานอยากไปดูความเป็นอยู่บ่อยๆ
"เดี๋ยวดูอีกทีนะครับตอนนี้โปรเจคโครงการใหม่ยังวุ่นอยู่เลย"
"ค่ะ...โอบคะ"
"หืม.."
"ฉันอยากรู้ว่าถ้าคุณเหนือเจอเอยคุณจะยอมให้คุณเหนือเข้ามาในชีวิตเอยหรือเปล่าคะ"
"เมื่อก่อนผมอาจจะไม่ยอม...แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าเหนือเมฆรักเจ้าเอยจริงๆหากเหนือเมฆอยากจะเข้าหาเจ้าเอยผมไม่ห้ามแต่ก็ต้องดูเจ้าเอยอีกทีว่าจะยอมหรือเปล่า" ปัญหาของเหนือเมฆไม่ได้อยู่ที่เขามันอยู่ที่ว่าเหนือเมฆจะรู้ตอนไหนว่าเจ้าเอยและลูกยังมีชีวิตอยู่และพอรู้แล้วจะสามารถกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้หรือไม่ก็ต้องดูที่เจ้าเอยอีกที
"ใจฉันตอนนี้อยากให้ตานนท์มีครอบครัวที่สมบูรณ์เหลือเกินค่ะ" อินทิราพูดออกมาตามตรงเพราะเธอคิดแบบนี้มานานแล้วเธอมองออกว่าเจ้าเอยยังคงรักเหนือเมฆไม่อย่างนั้นคงไม่กลัวใจตัวเองจนไม่อยากเจอเหนือเมฆเพราะกลัวว่าจะต้องเจ็บอีกแบบนี้
สามวันต่อมา
"คุณปกรณ์มาขอพบครับคุณเหนือ"
"ให้เค้าเข้ามาได้ครับ" เหนือเมฆขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อปกรณ์จากพชรเพราะนานแล้วที่ทางบ้านของปกรณ์ไม่ได้ติดต่อกับครอบครัวของเขา
"คุณดูไม่ดีขึ้นเลยนะ" ปกรณ์เห็นสภาพของเหนือเมฆแล้วเขาก็อดที่จะพูดคำนี้ไม่ได้
"เชิญนั่งครับ.. คุณมีธุระอะไรกับผม"
"นี่...รูปของเธอ...ส่วนนี่ที่อยู่กับเบอโทรของเธอ"
ปกรณ์ยื่นของที่อยู่ในซองสีน้ำตาลให้เหนือเมฆหวังว่ามันจะช่วยให้เหนือเมฆกลับมาดูเป็นผู้เป็นคนได้บ้าง
"อ.. เอย.. คุณรู้ว่าเธออยู่ที่ไหนงั้นหรอก" เหนือเมฆตัวชาวาบมือไม้ที่กำลังจับจ่ออยู่กับงานละทิ้งทันทีเมื่อเห็นภาพเจ้าเอย
ขอบตาคมร้อนผ่าวแดงน้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาด้วยความดีใจ
"ผมยอมรับว่าผมก็รู้มาตลอดว่าเธอยังมีชีวิตอยู่...ตอนแรกผมคิดว่าเธอจะกลับมาหาคุณแต่ไม่เลยผมก็แปลกใจเหมือนกัน" ปกรณ์รู้มาเป็นปีแล้วว่าเจ้าเอยยังมีชีวิตอยู่ด้วยความบังเอิญแต่ไม่ยักรู้ว่าทำไมเธอถึงไม่ยอมบอกกับเหนือเมฆเรื่องที่เธอกับลูกยังมีชีวิตอยู่เขาเองก็คงจะช่วยเหนือเมฆได้เท่านี้ถือซะว่าชดเชยความผิดให้พีรยาสักเล็กน้อยก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
"แล้วทำไมคุณถึงอยากช่วยผม"
"น้องสาวผมทำให้พวกคุณพรากกันการที่ผมตัดสินใจทำแบบนี้ก็หวังว่าจะชดเชยความผิดของพลอยได้บ้าง...ผมขอตัว" ว่าจบก็เดินออกไปเพราะคิดว่าเขาได้ทำหน้าที่ของตัวเองจบแล้วหากเหนทอเมฆจะทำอะไรต่อนั่นมันก็เรื่องของเขา
"เอย.." หลังจากปกรณ์ออกไปเหนือเมฆก็เอาแต่นั่งดูรูปไปปาดน้ำตาแห่งความดีใจไปแต่ลึกๆก็เสียใจที่หญิงสาวไม่ยอมติดต่อหาเขาเลย
RrrrRrrr มือหนาค่อยๆกดมือถือยกหูหาเบอโทรที่ปกรณ์ให้เอาไว้
(สวัสดีค่ะเอยพูดค่ะ)
"......" เมื่อได้ยินเสียงหวานใสที่คิดถึงเขาก็พูดอะไรไม่ออกได้แต่ยกมือปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้
(สวัสดีค่ะคุณเป็นใครคะ...เอ่อฉันขออนุญาตวางสายนะคะ)
"..อึก...ทำไมเอยทำไมเธอถึงไม่ยอมกลับมาหาฉัน" เหนือเมฆปวดหัวใจหนึบเมื่อภรรยารักที่คิดว่าเสียเธอไปแล้ววางสายไป
ทั้งยังนั่งปาดน้ำตาพักใหญ่น้อยใจพอสมควรที่เธอไม่ยอมที่จะทำให้เขาได้รู้สักนิดว่าเธอยังอยู่
วันต่อมา เจ้าเอยเตรียมเก็บผ้าผ่อนของเธอและลูกที่แห้งสนิทดีแล้วมาพับเก็บในห้องเพราะเธอต้องเตรียมทำอะไรให้เรียบร้อยก่อนที่จะไปรับลูกที่โรงเรียนในช่วงบ่ายโดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้มีใครบางคนกำลังเดินเข้ามาในบ้าน"เอย.." เหนือเมฆยืนอยู่หน้าประตูห้องนอนของหญิงสาวเขาเรียกเธอเสียงอ่อนภรรยาของเขายังคงน่ารักไม่เปลี่ยนจากเดิมเลยสักนิดผิดแค่ดูผมแห้งไปกว่าเดิมเท่านั้น"ค...คุณเหนือ" เจ้าเอยลึกขึ้นจากกองผ้าที่นั่งพับเธอตกใจจนหน้าเสียก่อนจะจ้องคนตรงหน้าที่ดูโทรมกว่าเดิมมากด้วยความสับสนไม่รู้ลึกๆแล้วเธอดีใจหรือเสียใจที่เห็นเขามายืนอยู่ตรงหน้าเธอแบบนี้"..ฉันคิดถึงเธอแทบจะขาดใจรู้หรือเปล่า...เธอใจร้ายกับฉันมากเลยเอย... ที่ทำให้ฉันทรมานใจอยู่ได้ตั้งนาน" เหนือเมฆเข้าไปสวมกอดร่างบางด้วยความคิดถึงก่อนจะเอ่ยคำพูดเชิงน้อยใจออกมา"ปล่อยเอย.. แล้วก็ออกไป" เจ้าเอยชะงักไปครู่หนึ่งเธอพยายามบอกตัวเองว่าอย่าใจอ่อนกับเขาและรีบไล่ให้เหนือเมฆออกไป"ฉันขอโทษกับเหตุการณ์ครั้งนั้นขอโทษจริงๆ" เหนือเมฆรู้ว่าเจ้าเอยคงโกรธในเหตุการณ์ครั้งนั้นแต่เขาอยากให้เธอรู้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ"คุณเหนือก็น่าจะรู้แล้วนะคะว่าเอยไม่ต้อง
เนินนานจนไม่รู้กี่นาทีที่เหนือเมฆจูบภรรยารักอยู่แบบนั้นจนตอนนี้ร่างบางเริ่มโอนอ่อนกับเขาบ้างแล้วและมันก็ทำให้เขาได้รู้ว่าเธอไม่ได้หมดรักเขาอย่างที่พูดรู้ดังนั้นจึงเดินหน้าบดจูบอย่างดูดดื่มต่อเพราะเขาโหยหาร่างบางมานานจนวันนี้ยังไงก็ต้องได้ครอบครองอีกครั้ง"พอเถอะคุณเหนือ""ไม่.." ร่างบางที่พึ่งถูกอุ้มมานอนบนเตียงนุ่มเธอก็เอ่ยปากขอให้อีกฝ่ายพอแค่นี้เพราะเธอเริ่มจะคุมสติไม่อยู่แต่มีหรือเหนือเมฆจะยอมเพราะเขารู้ว่าเจ้าเอยยังไม่หมดรักเขาและเขาก็จะรีบกระชับสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นเหมือนเดิมโดยเร็วที่สุดและแล้วบทรักบทสวาทก็ได้เริ่มขึ้นเหนือเมฆเรียกเสียงครางระงมของร่างบางไปจวบครึ่งค่อนคืนจึงพาเธออุ้มกลับไปนอนในห้องนอนของเธอกับลูกส่วนเขาก็นอนเฝ้าเธออยู่ไม่ห่างวันต่อมา ช่วงเช้าที่เจ้าเอยยังไม่ตื่นเหนือเมฆก็เป็นคนจัดแจงดูแลลูกทุกอย่างทั้งทำอาหารป้อนข้าวลูกรวมไปถึงอาบน้ำอาบท่าให้ลูกน้อยยอมรับว่าไม่ถนัดเท่าไรแต่เขาก็สุขใจที่ได้ทำ"ชุดของนนท์อยู่ไหนครับลูก" เหนือเมฆอาบน้ำเช็ดตัวให้ลูกชายของเขาเสร็จตอนนี้ก็ต้องมาแต่งตัว"ในนี้ครับ" เด็กชายตัวกลมในผ้าขนหนูสีขาวเดินตัวป้อมนำคนเป็นพ่อไปที่ตู้หลังเล็ก
เธอทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อยื้อชีวิตพี่ชายที่เหลือคนเดียวในครอบครัวเพื่อมาเป็นของเล่นให้คนบางคนนานวันเข้าจากของเล่นชิ้นโปรดก็กลายเป็นของรักของหวงของเขาจนเขายากที่จะปล่อยมือเธอไปได้ความสัมพันธ์ที่ใช้ตัวแลกเงินตามข้อเสนอแม้นจะเริ่มต้นไม่ดีนักแต่เมื่อนานวันความสัมพันธ์ก็เกิดพัฒนาขึ้นเรื่อยๆจนดูเป็นความรักแสนหวานแต่และแล้วมันก็ต้องจบลง....แต่ด้วยเหตุอันใดโปรดติดตามได้ในเรื่อง...เสี่ยงรักมาเฟียร้าย..นิยายเรื่องนี้สร้างขึ้นจากจินตนาการไม่ว่าจะเป็นชื่อคนหรือสถานที่ไม่มีเจตนาที่จะอ้างอิงถึงใครหรือสิ่งใดขอทำความเข้าใจ ณ ที่นี้ด้วยนะคะนิยายเรื่องนี้เป็นแนวโรมานซ์ดราม่าและฉากร่วมรักเป็นส่วนประกอบโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะเพราะทุกอย่างเกิดขึ้นจากจินตนาการหากชื่นชอบช่วยกดไลค์หรือคอมเม้นเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะขอบคุณมากค่า... พระเอก เหนือเมฆ อายุ32ปีเป็นลูกชายคนโตของตระกูลเขาเป็นหนุ่มนักธุรกิจทายาทพันล้านของบริษัทอสังหารายใหญ่ของประเทศเป็นหนุ่มที่ค่อนข้างมีชื่อเรื่องผู้หญิงไม่เว้นว่างเพราะผู้หญิงแทบทุกคนก็อยากจะวิ่งหาหนุ่มหล่อโปรไฟล์ดีอย่างเขาทั้งนั้นด้วยความสูงที่เกิน185 หุ่นสู
มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพในช่วงเย็นของมหาลัยดังในตอนนี้เหล่านักศึกษาต่างก็เดินกันประปรายไม่ได้ครึกครื้นเหมือนช่วงเช้าเพราะบางคนก็มีเรียนกันแค่ช่วงบ่าย"วันนี้ฉันปวดสมองมากเลยเอย" ทรายแก้วหญิงสาวปีหนึ่งของคณะบริหารร่างบางอ้อนแอ้นนั่งอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนยกแก้วน้ำปั่นขึ้นดื่มอึกใหญ่อย่างชื่นใจคุยกับเพื่อนสาวหน้าหวานตรงหน้าหลังจากที่เรียนกันมาทั้งวันทรายแก้ว หญิงสาววัย 18 เป็นลูกสาวเจ้าของร้านขนมหวานเล็กๆอยู่ชานเมืองสมุทรปราการตอนนี้พักอยู่หอพักหญิงในมหาลัยกลับบ้านเฉพาะเสาร์อาทิตย์เธอทำแบบนี้มาตั้งแต่เข้าเรียนม.ปลายที่กรุงเทพแล้วทรายแก้วหญิงสาวตัวเล็กผอมแห้งผิวขาวเหลืองใบหน้าเรียวรูปไข่ตาโตคิ้วเข้มปากนิดจมูกหน่อยผมสีน้ำตาลยาวสลวยถึงกลางหลังหญิงสาวเป็นคนค่อนข้างซนอยู่พอสมควรรู้จักกับเจ้าเอยและเกวรินทร์ตั้งแต่เข้าเรียนม.ปลายที่โรงเรียนเดียวกันและเป็นเพื่อนรักกันมาจนถึงทุกวันนี้"นี่ก็ได้พักแล้วไง" เจ้าเอยอมยิ้มอ่อนก่อนจะยกหนังสือขึ้นมาอ่านต่อนิดหน่อยระหว่างที่รอเพื่อนอีกคนของเธอไปซื้ออะไรมากินกันก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับ"มาแล้วๆ.." เกวรินทร์กองห่อขนมที่เธอไปหอบซื้อมาจากร้านสะด
วันต่อมา"โอบ.." อินทิราหญิงสาววัย30ปียืนมองคนในห้องกระจกด้วยแววตาไหววูบแม้นอิทธิกรจะไล่ให้เธอเลิกกับเขาแต่ทุกวันนี้เธอก็ยังทำใจลืมเขาไปไม่ได้เสียทีจากที่รู้เรื่องเขาไม่นานเธอก็ตัดสินใจรีบบินกลับมาที่เมืองไทยกะทันหันเพราะกลัวว่าจะไม่ได้เจอหน้าของเขาอีก"พี่อิน.." เจ้าเอยเดินเอ้อระเหยมาที่โรงพยาบาลในช่วงเย็นหลังเลิกเรียนเมื่อมายืนหน้าห้องไปซียูได้เธอก็ต้องตกใจเมื่อเห็นอินทิรายืนอยู่ที่นี่ก่อนจะรีบเข้าไปทัก"เอย" อินทิรายกมือเรียวปาดน้ำตาลวกๆก่อนจะยิ้มอ่อนให้น้องสาวที่แสนน่ารักที่ไม่ได้เจอกันนาน"พี่อินกลับจากอังกฤษตั้งแต่เมื่อไรคะ" เจ้าเอยกับอินทิรามานั่งคุยกันที่ลานสวนหย่อมของโรงพยาบาล"พี่รู้ข่าวโอบพี่ก็กลับมาเลยเอยต้องการให้พี่ช่วยเหลืออะไรหรือเปล่าพี่ยินดีช่วยนะเอย" อินทิราไม่ติดใจเรื่องเก่าก่อนที่อิทธิกรร้ายกับเธอเพราะยังมีใจเป็นห่วงอิทธิกรอยู่ไม่น้อยและเธอก็ยินดีช่วยครอบครัวของอิทธิกรเสมอ"เอ่อ.. ไม่มีอะไรหรอกค่ะเอยจัดการทุกอย่างได้ขอบคุณพี่อินมากๆเลยนะคะที่ยังเป็นห่วงพวกเรา" เจ้าเอยเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะฝืนยิ้มออกมาปฏิเสธอินทิราเพราะคิดว่าหากพี่ชายเธอรู้ว่าเธอให้อินทิรายื
“ไม่นะ..มันต้องไม่เป็นแบบนี้สิ” หลังจากวางสายได้สาวเจ้าก็สะอึกสะอื้นตัวโยนก่อนจะตัดสินใจวิ่งออกไปข้างนอกพร้อมกระเป๋าก่อนจะกดมือถือโทรหาเหนือเมฆอย่างไม่ลังเลตอนนี้ชีวิตพี่ชายเธอสำคัญกว่าอะไรทั้งสิ้นแม้กระทั่งศักดิ์ศรีของเธอ“สวัสดีครับ..” เหนือเมฆที่ขับรถออกมาจอดไม่ไกลจากบ้านของเจ้าเอยมากนักเมื่อเห็นมีสายเข้ามาจึงรู้ทันทีว่าเป็นเบอของเจ้าเอยแต่ก็ยังเอ่ยกับสายที่โทรเข้ามาด้วยน้ำเสียงเสแสร้งแกล้งทำเป็นไม่รู้"เอยเองนะคะคุณเหนือ..คุณจะให้เงินรักษาพี่ชายเอยจริงๆใช่หรือเปล่าคะ" ทางด้านเจ้าเอยตอนนี้วิ่งออกนอกบ้านมาด้วยโทรคุยไปด้วย"อืม..จนกว่าจะหายดีเลยล่ะ""เอย...ตกลงค่ะ""ดี...ฉันจอดรถอยู่ตรงซอยXXมาหาฉันเดี๋ยวนี้ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ" ว่าจบก็กดวางสายก่อนจะนั่งรออย่างใจเย็นไม่นานนักดวงตาคมก็มองกระจกข้างด้วยสีหน้าพึงพอใจที่เห็นร่างบางวิ่งเข้ามาหาก๊อกๆๆ เจ้าเอยวิ่งมาเคาะกระจกรถราคาแพงของเหนือเมฆด้วยอาการเหนื่อยหอบเพราะรีบวิ่งมาสุดชีวิต"ขึ้นมากับฉัน" เหนือเมฆลดกระจกลงก่อนจะบอกให้หญิงสาเข้ามานั่งคุยกันในรถ“คุณเหนือช่วยพาเอยไปทำเรื่องที่โรงพยาบาลก่อนได้หรือเปล่าคะ” เสียงหวานพูดขึ้นมาด้
"......" ร่างบางยืนเงียบด้วยใบหน้าห่อเหี่ยวครู่หนึ่งก่อนจะลากกระเป๋าที่เขาเตรียมมาให้เธอไปที่หน้าห้องน้ำและเข้าไปจัดการตัวเองตามคำสั่งที่เขาบอกด้วยความลำบากใจ"หา..." มือน้อยที่ค้นกระเป๋าเสื้อผ้าที่ชายหนุ่มเตรียมมาให้เธอถึงกับแทบจะร้องให้เพราะในกระเป๋าไม่มีเสื้อผ้าในแบบคนปกติใส่ในชีวิตประจำวันเลยสักชิ้นมีแต่ชุดนอนวาบหวิวหลากสีที่เธอเห็นแล้วก็อายจนหน้าแดง"ชุดนี้ละกัน" เมื่อเลือกอยู่พักใหญ่จึงได้ชุดเดรสสายเดี่ยวตัวยาวสีขาวที่คลุมทั้งตัวก็จริงแต่ก็เป็นซีทรูที่บางจนเห็นทะลุปรุโปร่งหญิงสาวเข้าห้องน้ำไปพร้อมกับชุดซีทรูบางกับอีกชุดที่เป็นชุดชั้นในวาบหวิวสีดำที่ดูจะปกปิดของสงวนมิดชิดดีกว่าตัวอื่นและผ้าขนหนูผืนขาวสองผืนอีกผืนคิดว่าเอาไว้เช็ดตัวและอีกผืนเธอจะเอาไว้ใช้คลุมตอนนี้คงจะแก้ขัดเขินของเธอได้พอสมควร"หึ่.." ดวงตาคมจับจ้องร่างบางพักใหญ่เมื่อสาวเจ้าเข้าห้องน้ำไปได้เขาก็สบถขำอย่างพึงพอใจใจจริงเขาไม่ได้คิดอยากจะช่วยชีวิตของอิทธิกรแม้แต่น้อยเพราะไม่ชอบหน้าด้วยเรื่องหมางใจกันแต่ก่อนทั้งตอนนี้อิทธิกรยังทำน้องเขาเจ็บปางตายอีกแต่คิดไปคิดมาการที่จะปล่อยให้อิทธิกรตายมันก็คงจะทรมานน้อยไปหากอิ
"เอ่อ..." ร่างบางเขยิบห่างคนตัวโตเล็กน้อยตอนนี้ทั้งหน้าทั้งตัวชาวาบไปหมดเพราะเข้าใจคำถามของเขาว่าต้องการอะไร"เธอเคยมีอะไรกับใครมาก่อนหรือเปล่า" ว่าจบก็ผลักร่างบางนอนราบไปกับเตียงใช้แขนแกร่งกดตัวเธอเอาไว้"ไม่ค่ะ.." ใจของเจ้าเอยตอนนี้เต้นแรงโครมครามแข่งกับเสียงฟ้าเสียงฝนที่กำลังกระหน่ำจนแทบออกมาอยู่ข้างนอกและรีบหันหน้าหนีคนที่กำลังยื่นใบหน้าคมเข้มเข้ามาใกล้"ดูไปดูมาเธอก็น่ารักไม่น้อยเลยไม่มีใครจีบเธอบ้างหรือไง" ดวงตาคมไล่มองใบหน้าหวานใกล้ๆเขายอมรับความจริงที่ว่าเธอดูน่ารักไม่น้อยเพราะมีทั้งดวงตาที่กลมโตขนตาที่งอนยาวปากนิดจมูกหน่อยแก้มพองมีรักยิ้มนับว่าเป็นของเล่นชิ้นโบว์แดงที่เขาจะมีเอาไว้เลยก็ว่าได้แล้วก็อยากจะรู้นักว่าหญิงสาวที่ดูน่ามองคนนี้จะไม่มมีใครเข้ามาจีบบ้างหรืออย่างไร"ไม่ค่ะเอยไม่ได้สนใจใคร" เจ้าเอยตอบไปตามความจริงเธอไม่ได้คิดจะสนใจใครเพราะอยากตั้งใจเรียนให้มันจบแล้วเรื่องคนรักก็ค่อยว่ากันอีกที"ดีแล้ว..งั้นฉันจะลองดูซิว่าเธอจะสะอาดเอี่ยมอ่องอยู่อย่างที่ปากพูดหรือเปล่า" จมูกโด่งไล่ดอมดมลำคอระหงส์กลิ่นหอมอ่อนๆของเธอทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายบวกกับปลุกอารมณ์ไปในคราเดียวมื