one night stand กับคนแปลกหน้าในวันนั้นตามหลอกหลอน 'เธอ' อยู่เสมอแม้แต่ในฝัน แต่ใครจะคิดว่าเธอจะได้เจอ 'เขา' อีกครั้งในสถานะที่เกินคาดคิด คุณพระ ผู้ชายที่เธอชิ่งหนีหลังจากคลุกวงในกันอย่างดุเดือดคือเพื่อนเก่าคนนั้นที่ไม่เจอมานาน
View More17.30 น.ไว้ตอนไปส่งจะพาแวะ...คำนั้นของรังสิมันตุ์ดูธรรมดามาก ๆ ธรรมดาซะจนศศิรินทร์ไม่นึกเอะใจใด ๆ แต่ใครจะไปคิดว่าเวลาที่เขาบอกจะไปส่งก็คือเวลาที่เขาเลิกงาน...ทำไมเธอถึงอยู่ที่ห้องของเขาจนถึงเย็นได้ล่ะเนี่ย!สายตาเกลี้ยวกลาดอยู่ลึก ๆ จ้องมองค้อนคนที่เดินอยู่ข้างหน้าราวกับอยากจะกระชากให้หัวสั่นหัวคลอนกันไปข้าง แต่ก็ทำได้เพียงเดินตามแรงจูงมือของคนมีแรงเยอะกว่าหงุดหงิดจริง ๆ เธอควรจะได้ออกจากสถานีตำรวจนี้ตั้งแต่กินข้าวมันไก่เสร็จแล้วถ้าไม่ถูกเขากักตัวเอาไว้ คิดถึงเรื่องเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาก็ยิ่งอยากจะข่วนหน้าคนตรงหน้า...ผู้ชายคนนี้ร้ายกาจที่สุดหลายชั่วโมงก่อนพอได้รับประทานของโปรดจนหมดเกลี้ยงคนที่รู้สึกไม่ดีมาตั้งแต่เช้าก็มีชีวิตชีวาขึ้นราวกับนาฬิกาถ่ายอ่อนที่ถูกเปลี่ยนถ่ายก้อนใหม่ แค่ไม่มีอาเจียนมารบกวนชีวิตของเธอก็สดชื่นขึ้นเยอะเลยล่ะ แล้วสมองก็ปลอดโปร่งขึ้นเยอะเลยทีเดียว...พร้อมเผชิญหน้าแล้วล
ตอนที่เข้ามาในห้องนี้ครั้งแรกศศิรินทร์ยังไม่ได้สำรวจภายในห้องอย่างถี่ถ้วนนักพอมาตอนนี้ถึงได้เห็นว่าในห้องยังมีโต๊ะทำงานอีกสามถึงสี่ตัวอยู่อีกมุมหนึ่ง ขนาดโต๊ะเล็กกว่าโต๊ะที่เธอและเพื่อนถูกพามานั่งเล็กน้อย แต่ก็ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยและไม่ค่อยจะมีอะไรสักเท่าไหร่ไม่ต่างกันโต๊ะทำงานของตำรวจมีของตกแต่งไม่ได้เหรอ?ทำไมมันโล่งซะจริง...หรือเป็นแค่ในห้องนี้?“มานั่งตรงนี้สิ” กำลังสำรวจอยู่ดี ๆ เสียงของรังสิมันตุ์ก็ทำให้ต้องเลิกสนใจสิ่งรอบข้าง ‘ตรงนี้’ ของเขาก็คือที่นั่งที่เขานั่งคุยกับพวกเธอเมื่อเช้านี้...แล้วทำไมตอนนี้จะให้เธอนั่งซะล่ะแต่ถึงจะสงสัยหญิงสาวก็ถูกดันให้นั่งลงจนได้ ชายหนุ่มจัดแจงเอาจานข้าวมันไก่และน้ำซุปกลิ่นชวนรับประทานมาวางตรงหน้าทั้งหยิบแก้วน้ำและขวดน้ำมาวางให้“มีแต่น้ำเปล่านะ ดื่มได้มั้ย”“ดะ ได้” เธอตอบรับตะกุกตะกักรู้สึกเขินขึ้นมาอย่างไร
การลงบันทึกประจำวันและพูดคุยเพิ่มเติมกับลูกน้องของรังสิมันตุ์ใช้เวลาไม่นานเพราะหนึ่งในสองลูกน้องยังคงอยู่ที่เกิดเหตุ การพูดคุยในส่วนของที่เกิดเหตุจึงไม่ได้ลงลึกมากเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นพิชยะที่แม้จะไม่อยากกลับเพราะเหมือนจะไม่ชอบใจรังสิมันตุ์เท่าไหร่นักก็ต้องออกจากสถานีตำรวจไปอย่างจำใจเพราะคนเป็นพี่สาวโทรศัพท์มาตามให้รีบไปหา ส่วนกฤติกาภาสกรก็ให้กลับออฟฟิศไปก่อนเพราะเกรงจะมีงานด่วนส่วนตนนั่งรอรังสิมันตุ์อยู่กับศศิรินทร์แค่สองคนจะเรียกว่านั่งรอก็คงไม่ใช่...ต้องบอกว่านั่งเฝ้าไม่ให้หนีซะมากกว่าบ่งบอกเลยว่าอยากให้เธอและรังสิมันตุ์ลงเอยกัน คิดอะไรอยู่เนี่ย เธอกับเพื่อนสมัยมัธยมเนี่ยนะคิดขึ้นมาแล้วก็รู้สึกลัดกลุ้มขึ้นมาอีกครั้งแต่ก็ไม่ได้คิดหนักเหมือนตอนแรก “เฮ้อ อยู่ดี ๆ ก็วิ่งเข้ามาหาเขาถึงห้องทำงานซะงั้น แล้วยังเป็นเพื่อนตอนมัธยมซะอีก หนีเอง กลับมาเอง...นักเลงมั้ยล่ะโซ่เอ้ย”&ldqu
“หล่อมาก ทำไมตอนนั้นฉันถึงไม่เห็นออร่านางก็ไม่รู้ ถ้าฉันเห็นตอนนั้นฉันไปสารภาพรักเขาแทนแกแล้วโซ่” ภาสกรที่ยังอยู่ในอาการเคลิบเคลิ้มกระซิบบอกพร้อมกับทำท่าทีเขินอาย จะต้องบอกว่าเขินอายตั้งแต่ฝ่ายโน่นยิ้มให้แล้วล่ะ“บ้าผู้ชาย” แล้วอารมณ์เคลิ้มฝันของภาสกรก็ถูกพิชยะสกัดจนดับสนิท เพื่อนหนุ่มออกสาวของศสิรินทณ์หุบปากฉับหันไปหาพิชยะทันทีพร้อมกับยกมือเท้าสะเอวอย่างเอาเรื่อง“แล้วทำไม บ้าผู้ชายมันผิดตรงไหน พี่พีชยังบ้าผู้หญิงได้เลย”โดนภาสกรตอกกลับทำเอาพิชยะใบ้กินไปเลย ศศิรินทร์มองคนเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานานก่อนจะหันไปขอเวลากับนายตำรวจที่รังสิมันตุ์ให้นำทางก่อนจะดึงเพื่อนสนิทแยกออกจากพิชยะและพาเข้ามาภายในห้องน้ำด้วยท่าทีอัดอั้น“แพตตี้”“อะไรเนี่ยยัยโซ่ ดึงฉันมาทำไม ให้ฉันด่าอิตาพี่พีชนั่นอีกหน่อยไม่ได้เหรอ...แล้วนี่อย่าบอกนะว่าคิดจะทำมิดีมิร้ายฉัน
“เอายาดมมั้ย” ชายหนุ่มถามมาในเชิงหยอกล้อแล้วยิ้มขำกับท่าทีตกใจของเธอ ศศิรินทร์รับรู้ได้ในทันทีนั้นเลยว่าคนตรงหน้าแตกต่างไปจากเธอที่ตกใจจนแทบช็อก ภาสกรยังไม่ได้แนะนำเธอให้อีกฝ่ายรู้จักแต่เขากลับไม่มีคำถามใด ๆ เกี่ยวข้องกับเธอ...ที่แท้เขาก็รู้อยู่แล้วว่าเธอเป็นใครและถ้ารู้เขาก็มั่นใจมาตลอดว่าเจอเธออีกครั้งได้ไม่ยากต่อให้เธอหนีออกมา อย่างนั้นสินะ...คนที่ชื่อรังสิมันตุ์คนนั้นน่ะเป็นคนร้ายกาจแบบนี้เหรอ!!!“ตกใจอะไรขนาดนั้น พ่อซันเป็นตำรวจ นางจะเป็นตำรวจก็ไม่แปลกเท่าไหร่ปะละ เรื่องหล่อนี่ก็ไม่แปลกนะ โตเต็มวัยต้องหล่อขึ้นอยู่แล้ว” ภาสกรที่ไม่ได้เอะใจกับท่าทีนั้นบ่นให้แล้วก็กระซิบบอก เขาเข้าใจว่าอีกฝ่ายตกใจที่รังสิมันตุ์คนนั้นกลายเป็นนายตำรวจหนุ่มหล่อในตอนนี้ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจขนาดนั้น ครอบครัวของรังสิมันตุ์รับราชการตำรวจมาตั้งแต่รุ่นปู่ รังสิมันตุ์จะกลายมาเป็นตำรวจอย่างตอนนี้ก็ไม่แปลกจะแปลกก็ที่เมื่อก่อนอีกฝ่ายไม่ได้ฉายแววหล่อเหลาเท่าตอนนี้ซะมากกว่า.
ภาพตรงหน้าไม่ต่างจากฝันในเช้าวันนี้ แม้ชุดในฝันจะแตกต่างแต่คนตรงหน้าก็กระตุกยิ้มไม่ได้แตกต่างไปจากในฝัน“เจอจนได้นะ”คำพูดไม่ต่างจากในฝันถูกเอื้องเอ่ยออกมา ศศรินทร์ไม่มั่นใจว่านี่คือความเป็นจริงหรือว่าเธอยังคงฝันอยู่...นี่เธอเจอเขาอีกครั้งแล้วเหรอในทันทีทันใดที่หญิงสาวกำลังสับสนอาการคลื่นไส้ก็กลับเข้ามาเล่นงานหญิงสาวอีกครั้งและเธอไม่สามารถห้ามได้“อุก อ๊วก!”ของเก่าที่มีเพียงน้ำผลไม้รวมพุ่งออกมาจากริมฝีปากสีธรรมชาติ เปรอะเปื้อนเต็ม ๆ อกแกร่งจนเปียกชื้น“ฮึก...” อาเจียนออกมาคำโตยังไม่พอ ยังมีต่ออีกนิด ศศิรินทร์มองเสื้อสีเทาที่เปื้อนไปด้วยน้ำเหลว ๆ กลิ่นชวนให้สำรอกออกมาอีกชุดก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มด้วยความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแย่แล้ว!ใบหน้าคมคายยิ้มเจื่อ
“เจอกันจนได้นะ”น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยยินดีเอ่ยทักก่อนที่มุมปากสะกดใจจะกระตุกยิ้ม ดวงตาคู่สวยมองใบหน้านั้นก่อนจะอ้าปากค้างโดนเจอแล้ว!!!กรี๊ด!!!เปลือกตาบางสวยที่ปิดสนิทมานานเบิกกว้าง ขึ้นพร้อม ๆ กับอาการสะดุ้งตื่น เรือนกายผอมเพรียวหอบหายใจและทะลึ่งพรวดขึ้นนั่งอย่างตื่นตระหนกฝัน...เธอฝันถึงผู้ชายในคืนนั้น และเป็นฝันที่ดูเหมือนจริงเอามาก ๆนิ้วเรียวสวยยกขึ้นลูบหน้าก่อนจะเสยผมที่ปกหน้าปกตาไปด้านหลังพร้อมกับควบคุมจังหวะการหายใจฝันอีกแล้ว...เธอฝันถึงผู้ชายในคืนนั้นอีกแล้วบ้าที่สุด ผู้ชายคนนั้นตามมาทวงความรับผิดชอบกับเธอในฝันมาร่วมเดือนแล้วนะ เมื่อไหร่จะลืมOne night stand ที่เธอทิ้งเขาแล้วหนีมาคืนนั้นสักทีตึ่ง! ตึ่ง! ตึ่ง!!!เสียงแจ้งเตือนที่ดังติด ๆ กันราวกับมีเรื่องค
“เออนี่ ได้ข่าวหรือยัง” หัวเราะไม่นานเขาก็ถามมาด้วยสีหน้าจริงจังจนหญิงสาวต้องขมวดคิ้ว“ข่าวอะไรเหรอคะ ถ้าเป็นเรื่องของคนคนนั้น โซ่ไม่อยากรู้หรอกนะคะ”“รู้หน่อยเถอะ” คนเป็นเหมือนพี่ชายรบเร้าก่อนจะเล่าต่อโดยไม่รอฟังว่าหญิงสาวจะฟังหรือไม่ “แม่คณิตานั่นน่ะ ไปทำเชิดว่าจะได้เป็นนางเอกโพรเจกต์ชนช่องแต่ก็ไปขัดตานางเอกเบอร์ต้น ๆ ของช่องโน่นเข้า สงครามนางเอกกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว นางเอกคนนี้น่ะกัดไม่ปล่อยแน่... ส่วนตัวนายกันต์เองก็ไม่ได้มีความสุขอย่างที่ควรมี”“ไม่มีความสุข?”“ใช่ ได้ข่าวว่าผู้ถือหุ้นคนใหม่เพ่งเล็งและหาโอกาสโจมตีอยู่ตลอด คนที่บ้านก็แทบจะเมินใส่หันไปสนใจแต่สะใภ้...ที่สาวเจ้าก็ไม่ค่อยจะสนใจมันเท่าไหร่” ชายหนุ่มบอกเล่าก่อนจะหลุดหัวเราะสมน้ำหน้า ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์ของเขากับภานุกานต์จะเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่เรื่องการนอกใจก็ทำให้เขาโกรธเพื่อนคนนี้ไม่น้อย แทบจะไม่มองหน้าด้วยซ้ำ แต่พอได
หนึ่งเดือนต่อมาหนึ่งคนเฝ้ารอวันที่จะได้เจอ ส่วนอีกคนพยายามลบลืมโดยไม่รู้เลยว่าวันที่จะได้เจอกันมันไม่ได้ห่างไกลอย่างที่คิดศศิรินทร์เงยหน้ามองหน้าจอโทรทัศน์ที่กำลังนำเสนอข่าวบันเทิงด้วยความรู้สึกไม่ยินดียินร้ายข่าวที่กำลังนำเสนอเป็นข่าวของดาราสาวที่ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวการฉีกสัญญาและผันตัวเป็นนักแสดงอิสระรวมถึงละครเรื่องใหม่เรื่องแรกหลังจากเป็นนักแสดงอิสระเธอคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนไกล เป็นคณิตาที่ตอนนี้กลายเป็นนักแสดงอิสระแล้วนั่นเอง งานแต่งงานของภานุกานต์ผ่านไปแล้วนับเดือน ข่าวคราวซุบซิบใต้เตียงไม่มีมาเข้าหู มีแต่ข่าวคณิตาที่ขอฉีกสัญญากับทางช่องด้วยความมั่นใจในตัวเองเต็มร้อยกลายเป็นหัวข้อในการซุบซิบนินทาและวันนี้ก็เป็นครั้งแรกที่เธอให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ สาวเจ้าตอบอย่างสวยงามมีเหตุผลว่าจากกันด้วยดีและอยากออกมาหาประสบการณ์ไม่ได้มีประเด็นอะไรกับทางช่องแม้แต่น้อย ส่วนละครที่รับและกำลังจะเปิดกล้องก็เป็นฟอร์มยักษ์ของช่องใหญ
สามเดือนก่อนหน้านี้นัยน์ตาคู่หวานเงยจากเอกสารหลายชิ้นที่กองอยู่บนโต๊ะขึ้นมามองใครคนนึงที่เปิดประตูเข้ามาภายในห้องโดยไม่คิดจะแจ้งล่วงหน้าก่อนจะวางมือจากงานที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำและเบือนหน้าหนีราวกับไม่อยากจะพูดจาใด ๆ กับอีกฝ่ายแม้แต่น้อยแต่ก็จำต้องพูด“ดิฉันว่าดิฉันพูดชัดเจนแล้วนะคะคุณภานุกานต์ ว่าเราไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีก” สาวเจ้าของห้องอย่างศศิรินทร์ สิริธาราหรือซอโซ่ผู้บริหารสาวสวยวัยสามสิบสองปีของบริษัท ชายน์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ บริษัทผลิตละครโทรทัศน์และสื่อโฆษณายักษ์ใหญ่ที่ใช้เวลาไม่กี่ปีก็ก้าวขึ้นมาอยู่อันดับต้น ๆ ของวงการบันเทิงเปิดฉากก่อนโดยไม่แม้แต่จะเชิญคนเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตให้นั่ง แววตาว่างเปล่าหันกลับมาจ้องมองคู่สนทนาอย่างพิจารณาคนตรงหน้าคือภานุกานต์ พงศ์พิริยกรอดีตแฟนหนุ่มที่เธอเพิ่งตัดความสัมพันธ์ไปเมื่อคืนวานนี้ด้วยข้อหาร้ายแรงชนิดที่เธอไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่ามันจะเกิดขึ้นเขานอกใจเธอ...ยิ่งไปกว่านั้นคู่ขาที่ร่วมสวมเขาให้เธอยังเป็นเพื่อนคนสนิทที่เธอผลักดันจนได้เป็นนักแสดงสาวคนดัง ที่เธอทั้งรักและไว้ใจราวกับเป็นญาติพี่น้อง...ความจริงที่ได้รู้ก็คือ คนพวกนี้สวม...
Comments