ปล่อยให้ศศิรินทร์ได้สงสัยไม่นานทิพวรรณก็ออกมาพร้อมกับบรรดาช่างที่ถูกส่งมาดูแลเจ้าสาวโดยมีคณิตาเดินตามออกมาด้วยความไม่เข้าใจ
‘นี่มันอะไรกันคะคุณแม่ ทำไมถึงเรียกพวกช่างออกมา กี้ยังแต่งตัวไม่เสร็จเลย เดี๋ยวไม่ทันฤกษ์นะคะ’ คนจะได้เป็นเจ้าสาวหมื่นล้านถามทันทีด้วยความไม่เข้าใจ คุณหญิงศิกานต์ยิ้มใจเย็นก่อนจะปลายตามองเจ้าของคำถามด้วยสายตาว่างเปล่า
‘แต่งตัวไม่ทันฤกษ์ ก็คงไม่เป็นไม่ไรหรอกมั้ง...ไม่ใช่ตัวเอกของงานสักหน่อย’
‘อะ อะไรนะคะ ไม่ใช่ตัวเอกอะไร กี้เป็นเจ้าสาวนะคะคุณแม่’
‘เดี๋ยว ๆ เธอเข้าใจอะไรผิดแล้ว’ คนเป็นคุณหญิงร้องห้ามแล้วเมินดาราสาวหันมันสอบถามลูกสาว ‘เกรซ ผู้หญิงคนนี้เขาเป็นเจ้าสาวของพี่เราเหรอ’
‘เปล่านี่คะ...ใครบอกว่าคนนี้เป็นเจ้าสาวละเนี่ย’ ภานิกาตอบอย่างฉะฉานด้วยใบหน้าตื่นตกใจแต่แอบซ่อนรอยยิ้มที่มุมปากเอาไว้ ศศิรินทร์มองน้องสาวอดีตแฟนหนุ่มที แม่ของอีกฝ่ายทีก่อนจะมองสถานการณ์ต่อเงียบ ๆ ไม่ได้เข้าไปมีบทบาทกับเรื่องที่กำลังเกิดขึ้น...เธอมาเพื่อเป็นผู้ชมละครฉากใหญ่สินะ
‘นั่นสิ ใครบอกเธอว่าพวกฉันจะยอมให้เธอมาเป็นเจ้าสาวของตากันต์’
‘อะไรนะ นี่มันอะไรกัน ก็คุณแม่...’
ไม่ทันที่คณิตาจะได้พูดอะไรต่อคุณหญิงศิกานต์ก็เบรกอีกฝ่ายเข้าอีกครั้งพร้อมกับคำพูดที่ชวนให้เจ็บแสบ ‘ฉันไม่ใช่แม่เธอ ไม่ต้องมานับญาติฉัน ฉันไม่ได้ให้ค่ากับของเล่นของลูกชาย’
‘ของเล่น?’
‘ใช่ ของเล่นของพี่กันต์’ ภานิการับไม้ต่อจากผู้เป็นแม่ทันทีในขณะที่คณิตายังคงงุนงง ทายาทสาวของบ้านพงศ์พิริยากรยิ้มเยาะก่อนจะพูดต่อ ‘นี่เธอ เธอไปเอาความมั่นหน้ามั่นโหนกมาจากไหนว่าพี่กันต์จะคว้าเอาผู้หญิงอย่างเธอมาเป็นเมียตบเมียแต่ง อย่างเธอน่ะ เขาก็แค่เล่นด้วยชั่วคราวเท่านั้นแหละ...โง่จังเลย แค่นี้ก็ไม่รู้’
‘หมอเกรซพูดถูก ฉันจะบอกอะไรเธอให้นะคณิตา ต่อให้เธอจะพยายามจนตากันต์พลาดจากหนูโซ่ ก็ไม่ได้หมายความว่าตากันต์จะคว้าผู้หญิงที่มาแบให้เอาง่าย ๆ มาเป็นคู่ชีวิตหรอกนะ ถึงจะทำผิดไปบ้างแต่ตากันต์ก็รู้...ว่าใครควรค่า ใครแค่ของเล่น’ ประโยคที่ร้ายกาจถูกเอื้องเอ่ยออกมาทำเอาคณิตาหน้าซีดเผือดแต่นั่นก็ยังไม่จบ คุณหญิงศิกานต์ยังยกยิ้มมาดร้ายก่อนจะพูดต่ออย่างชัดถ้อยชัดคำ ‘ฉันจะพูดชัด ๆ เลยนะวันนี้เจ้าสาวของลูกชายฉัน...ไม่ใช่เธอ’
“ไม่จริง คุณกันต์จะแต่งงานกับกี้ คุณแม่ทำเรื่องพวกนี้ลับหลังคุณกันต์ใช่มั้ยคะ” คนที่วาดฝันจะเป็นสะใภ้หมื่นล้านส่ายหน้าพรืด ไม่ยอมรับในสิ่งที่ได้รับฟังราวกับคนเสียสติ ศศิรินทร์ที่เริ่มเข้าใจทุกอย่างมองแล้วก่อนส่ายหน้าอย่างระอาใจ
เหมือนมีคนจะตกจากสวรรค์ที่ปีนป่ายขึ้นไปเสียแล้วสิ
‘คุณแม่ทำลับหลังคุณกันต์แน่ ๆ กี้จะโทรไปถามคุณกันต์’
“โธ่ ยังโง่อยู่อีก จะบอกอะไรให้นะ...’ ภานิกาที่หัวเราะอย่างมีจริตพูดแล้วก็โน้มหน้าไปใกล้ ๆ หูของคณิตาก่อนจะพูดด้วยเสียงดังฟังชัด ‘พี่กันต์น่ะเป็นคนบอกคุณแม่เองว่าให้คุณแม่หาเจ้าสาวให้ พี่เขาไม่เคยบอกเลยนะว่าจะให้เธอมาเป็นเจ้าสาว’
‘ละ แล้วที่คุณแม่บอกว่างานนี้ต้องพึ่งกี้ล่ะ’
‘ก็พอดีว่าเจ้าสาวของพี่กันต์เนี่ยเขาเลือกไม่ค่อยเก่ง พวกเราก็เลยหวังพึ่งให้เธอเลือกชุดแต่งงานให้ไง เจตนาเราแค่นี้ นอกนั้นเธอทึกทักไปเองจ้า’ ภานิกาตอบแล้วก็ยักไหล่ ก็นะ ทุกอย่างมันก็เป็นแผนการของเธอกับผู้เป็นแม่ที่ทำให้คนตรงหน้าเข้าใจว่าจับพี่ชายเธอได้สำเร็จ ปล่อยให้อีกฝ่ายเลือกชุดแต่งงานสวย ๆ เครื่องประดับสวย ๆ อย่างย่ามใจเพื่อรอวันกระชากให้ตื่นจากฝันจริง ๆ แต่ก็ไม่ได้พูดว่าจะให้อีกฝ่ายเป็นเจ้าสาวสักหน่อย แค่ให้เลือกชุดให้เจ้าสาวของพี่ชายที่คุณแม่ของเธอเตรียมไว้ให้เท่านั้น
ก็...ทึกทักไปเองชัด ๆ
ยิ่งได้ฟังคณิตาก็ยิ่งคล้ายจะควบคุมสติไม่อยู่ เธอส่ายหน้าไปมาอย่างคนไม่ยอมรับความจริงและพุ่งเข้าไปหาชุดเจ้าสาวที่ถูกช่างแต่งตัวถือเอาไว้ก่อนจะกระชากมากอดเอาไว้แน่น ‘ไม่ ต้องไม่ใช่แบบนี้ คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะขัดขวางกี้ได้เหรอ ไม่มีทางหรอก ชุดนี้เป็นของกี้’
‘ก็กอดแต่ชุดไปแล้วกัน’ คุณหญิงศิกานต์พูดแค่นั้นบอดี้การ์ดร่างสูงใหญ่ก็โผล่เข้ามารวบร่างของคณิตาและดึงอีกฝ่ายเข้าไปภายในห้อง
‘ช่วยอยู่ในนั้นจนกว่าบ่าวสาวเขาจะเข้าหอก็แล้วกันนะคณิตา อ้อ ...จะบอกว่าชุดหรูที่เธอกอดอยู่กับงานอาฟเตอร์ปาร์ตี้ที่เธอเลือกน่ะ ลูกสะใภ้ฉันบอกว่าไม่เอา ไว้เธอไปจ่ายค่าชุดกับค่าจัดงานด้วยนะ นั่นของของเธอ’ คุณหญิงศิกานต์บอกเล่าก่อนจะยกยิ้มอย่างมาดร้าย คิดจะมาจับลูกชายของเธอ แล้วคิดว่าเธอจะยอมง่าย ๆ หรือ
ไม่มีทางซะหรอก!
‘อ้อ...เกือบลืมเรื่องสำคัญแหน่ะ’ ราวกับเพิ่งนึกเรื่องสำคัญได้คุณหญิงศิกานต์ก็หันกลับไปหาและยกยิ้มเลือดเย็นส่งให้ ‘รูปกับบรรดาเสี่ยเลี้ยงเก่า ๆ ของเธอน่ะ อยู่ในมือฉันหมดแล้ว ถ้าเธอออกจากห้องนี้ไปทำให้ลูกชายฉันเสียหายล่ะก็ ฉันจะส่งคลิปพวกนี้ให้นักข่าวทั้งหมด’
‘เลือกเอานะคณิตา จะอยู่ในห้องเงียบ ๆ แล้วยังมีที่ยืนในวงการ หรือจะออกไปทำลายตัวเอง’
รูปที่คณิตากำลังคลอเคลียอยู่กับเสี่ยใหญ่วัยกลางคนหลายต่อหลายคนถูกบอดี้การ์ดยื่นมาให้ดูทำเอาคนในภาพไม่กล้าที่จะก้าวออกจากประตูอีก แม้มันจะเป็นอดีตเมื่อนานมาแล้วแต่ถ้านักข่าวรู้ แฟนคลับได้เห็น ชีวิตในวงการของเธอพังแน่
คุณหญิงศิกานต์หัวเราะเย้ยหยันในลำคอก่อนจะหันมาหาศศิรินทร์ที่ยังคงยืนมองอยู่ตลอดเวลา ‘เข้าไปในงานดีกว่าหนูโซ่ ทางนี้ให้สองคนนี้จัดการ...แม่นี่ไม่มีทางได้สมหวังหรอก’
ศศิรินทร์มองคนที่ถูกขวางไม่ให้ออกมาจากห้องที่กำลังอยู่ในอาการคล้ายคนสติแตกก่อนจะกระตุกยิ้มน้อย ๆ ไม่ได้รู้สึกสะใจมากมายนักหรอก แต่สมเพชซะมากกว่า คุณหญิงศิกานต์เอาคืนได้แสบสันจริง ๆ เล่นเอาแม่คนฉลาดชอบแทงข้างหลังคนอื่นถึงกับสติแตกเลย
‘เข้าใจถึงความรู้สึกตอนโดนหักหลังหรือยังล่ะ โอกาสของเธอยังไม่ถึงกับหมดหรอกนะคุกกี้ถ้าเธอไม่ทำลายตัวเองในวันนี้...’ หญิงสาวทิ้งทายก่อนจะตบไหล่เพื่อนที่ต่อจากนี้เธอไม่คิดจะสนใจอีก ‘ขอให้เธอสนุกกับการฝ่าฟันเป็นสะใภ้พงศ์พิริยากรล่ะ ฉันหวังว่าเธอจะมีความสุขมาก ๆ จนจุกอกนะเพื่อนรัก’
‘กรี๊ด!!!’
ปัจจุบันเสียงกรี๊ดร้องด้วยความเจ็บใจและคับแค้นของคณิตายังคงก้องอยู่ในหัวยามที่เผลอคิดไปถึงสิ่งที่ได้รู้ได้เห็นในวันนี้ถ้าเปรียบเป็นละครเรื่องหนึ่งก็คงเป็นละครน้ำเน่าเรื่องยาวที่ยังไม่จบบริบูรณ์แต่ก็ต้องมีตัวละครใดตัวละครหนึ่งถูกขีดฆ่าออกไปจากเรื่อง เพื่อจบตอนเท่านั้น และเธอขอเป็นตัวละครที่ถูกนักเขียนขีดฆ่าออกจากเรื่องก็แล้วกันละครเรื่องนี้จะยังคงดำเนินต่อไป ภานุกานต์ยังคงต้องวุ่นวายกับเรื่องของคณิตาอีกนานเพราะสาวเจ้าไม่น่าจะเป็นคนที่ยอมแพ้ง่าย ๆและนั่นก็คงเป็นผลของการนอกใจไม่ซื่อสัตย์ต่อกันละครชีวิตเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อก็แล้วแต่บุญนำกรรมแต่งของแต่ละคนก็แล้วกัน บทบาทของเธอมันจบแล้ว...จบกันทีศศิรินทร์ยกแก้วขึ้นดื่มอีกครั้งและบอกเล่าให้คนรอฟังอยู่ได้รับรู้ “สุดท้ายเขาก็แต่งกับคนอื่นที่เขาและครอบครัวมองว่าเหมาะสมกว่ายัยนั่น”“มันก็สะใจนะที่ยัยนั่นไม่สมหวัง แต่ก็ไม่สุด ใจนึงฉันคิดว่าฉันรักเขามากก็เลยเสียใจ แต่อีกใจมันก็ต่อต้านว่าฉันไม่ได้พูดเพื่อให้เขาง้อ แต่ต้องการจะตัดขาดจริง ๆ ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อยากได้เขา แต่ก็รู้สึกไม่ยินยอมที่เห็นเขายิ้มหน้าระรื่นควงคนอื่น...คุณว่าฉันผ
น้ำสีอำพันเพียว ๆ มีเพียงน้ำแข็งที่เจือปนถูกเสิร์ฟมาทันใจคนสั่งทว่าไม่ทันจะได้คว้ามากรอกปากมือหยาบกร้านก็ถือวิสาสะเลื่อนมาขวางไว้เสียก่อน“คุณเมามากแล้วนะ” เขาเตือนสั้น ๆ พร้อมกับส่ายหน้าสื่อให้รู้ว่าเธอควรจะหยุดได้แล้ว ถึงจะเสียใจหรือเจ็บใจแค่ไหนก็ตามการที่ผู้หญิงคนนึงมานั่งดื่มจนดึกดื่นแบบนี้มันไม่ใคร่ดีนัก แม้ว่าบนนี้จะเงียบ และแขกหลายคนนั่งกันแบบต่างคนต่างอยู่แต่ก็มีสายตาของพวกนักล่ามองมาที่เธอเช่นกัน ถ้าเขาลุกออกไปเสือร้ายพวกนั้นต้องเข้ามาต้อนเหยื่ออย่างแน่นอน“ยังไม่เมาซ๊ากหน่อย”“แบบนี้น่ะเรียกว่าเมาแล้ว...ผมโทรหาคนที่บ้านให้มารับดีมั้ย”คนเมาส่ายหน้าไปมากับคำถามก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “อึก ม่ายมีหรอก ม่ายต้องโทร.”“ไม่มี?”“อื้อ” เธอตอบรับสั้น ๆ ก่อนจะขยายความเมื่อสายตาคู่คมไม่ยอมละจากไปไหน “พ่อกับแม่ตายหมดแล้ว ญาติที่เรียกว่าดี ๆ ก็ม้ายมี มีน้องชายคนนึงก็เรียนอยู่ออสเตรเลียโน่นแหน่ะ มารับม้ายด้าย”“งั้นเพื่อนล่ะ?”คนเมาส่ายหน้าอีกครั้ง “ม่าย ฉ้านม้ายอยากให้เห็นสภาพตอนนี้”“งั้นผมลงไปเปิดห้องให้มั้ย?”“ม่าย ม่าย ม่ายเปิด เดี๋ยวเพื่อนเห็น” หญิงสาวพูดแล้วก็ส่ายหน้า สภาพที่ย
เดอะชายน์ แกรนด์ โอเรียนเต็ลเป็นโรงแรมระดับห้าดาวที่เรียกได้ว่าหรูเกินกว่าที่นายตำรวจเงินเดือนน้อยอย่างรังสิมันตุ์จะกล้าเหยียบย่างเข้ามาก็ว่าได้ ที่นี่หรูยิ่งกว่าโรงแรมณิวาลัยที่เป็นต้นทางของการเดินทางซะอีก ทันทีที่เข้ามาภายในโถงทางเดินของโรงแรมชายหนุ่มก็ต้องพิจารณาแล้วพิจารณาอีก เป็นคนระดับไหนกันนะ ถึงได้คิดจะพักในโรงแรมหรูระดับไฮโซแบบนี้ส่งไว้แค่นี้ดีมั้ยเนี่ย ที่นี่มันช่างไม่เข้ากับเขาเอาซะเลย...แต่ถ้าปล่อยไว้แล้วมีใครมาพาไปทำเรื่องไม่ดีล่ะ...แบบนั้นไม่ดีแน่...ขณะที่กำลังคิดไม่ตกคนที่ชายหนุ่มเป็นกังวลถึงก็ลืมตาขึ้นมามองทั้งที่ยังไม่ส่างดีและพึมพำถาม “งืม...ที่หนายเนี่ย”“เดอะชายน์ แกรนด์ โอเรียนเต็ลไง”“เหรอ...งืม ขี่หลังหน่อย” คนเมาตอบอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะพยายามปีนป่ายขึ้นหลังอีกฝ่าย รังสิมันตุ์ร้องเสียงหลงแต่สุดท้ายก็ยอมให้สาวเจ้าขี่หลังและเดินเข้าไปในโรงแรมอย่างเสียมิได้ก็เล่นล็อคไว้แบบนี้จะทิ้งไว้ก็คงไม่ได้เอาวะ กระเป๋าฉีกก็ต้องยอมแล้วล่ะ“ปายที่ลิฟต์ ทางน้าน” คนที่เริ่มส่างบ้างแล้วแต่ก็ยังไม่ถึงกับประคองสติได้ดีพึมพำก่อนจะชี้ไปที่ลิฟต์อย่างคนรู้จักมักคุ้นกับสถานที่เป็นอย่า
ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้ร่ำลาจบก็ถูกดึงลงมาจูบอีกครั้งพร้อม ๆ มือเล็ก ๆ ที่ประคองใบหน้าคมไว้ดึงรั้งให้คนตัวโตเดินตามเข้ามาภายในประตูที่ถูกเปิดอ้าซ่าอยู่นาทีนั้นรังสิมันตุ์ไม่ได้คิดจะกลับอีกแล้ว เขาบดจูบขบเม้นเรียวปากสวยอย่างไม่มีทีท่าจะหยุดพร้อม ๆ กับที่รวบเอาคนที่สูงเกือบจะเท่าแต่ก็ยังดูผอมบางเอาไว้และปิดประตูราวกับจะไม่สนใจเรื่องภายนอกอีกแล้วแม้จะประคองสติมาได้จนถึงตอนนี้แต่สติสัมปชัญญะของชายหนุ่มก็ไม่ได้เต็มร้อยพอได้สัมผัสริมฝีปากอ่อนนุ่มและหอมหวานเขาก็ควบคุมตัวเองเอาไว้ไม่ได้อีกต่อไปยิ่งเป็นเธอ ระบบความคิดก็เหมือนจะถูกปิดไปชั่วขณะ...คนตัวเล็กกว่าถูกพามาวางลงบนเตียงขนาดคิงไซส์พร้อมกับที่คนตัวโตกว่าทิ้งกายลงมาค่อมทับไว้ชายหนุ่มผละจูบมาจ้องมองใบหน้าหวานเยิ้มจากทั้งฤทธิ์น้ำเมาและฤทธิ์จูบด้วยสายตาอ่อนโยนก่อนจะโน้มลงมาฉกจูบอีกครั้งอย่างแผ่วเบา เป็นการฉกฉวยที่ไม่ได้เนิ่นนาน ศศิรินทร์มองคนที่ผละจูบอย่างรวดเร็วด้วยความเสียดายก่อนที่เขาจะมองด้วยสายตายากจะคาดเดา“หยุดมั้ย...ถ้าคุณบอกให้ผมหยุด ผมก็จะหยุด” เขาถามและบอกทว่าดวงตาคู่สวยก็ยังมองมาที่เขาด้วยสายตาที่ไม่ค่อยดีต่อหัวใจและการควบคุมข
นัยน์ตาสะท้อนภาพชายแปลกหน้ากำลังปลดกระดุมเสื้อเผยให้เห็นแผงอกอยู่รำไรเงยหน้าขึ้นมองสบตาชายหนุ่มพร้อมกับยื่นมือออกไปช่วยปลดกระดุมจนกระทั่งกล้ามท้องเป็นลอนดูแข็งแรงปรากฏต่อสายตาวาบวับ ยิ่งเขาถอดเสื้อออกและโยนมันทิ้งไปก็ยิ่งทำให้เห็นชัด ๆร่างกายส่วนบนของคนตรงหน้าเรียกได้ว่าสมบูรณ์ชนิดที่ว่าถ้ามีสาวคนไหนได้เห็นคนจะอยากสัมผัสศศิรินทร์รู้สึกคอแห้งขึ้นมาฉับพลัน ถ้าเอาผู้ชายคนนี้ไปถ่ายแบบหรือเล่นละครเห็นทีดาราหนุ่ม ๆ หลายคนอาจจะต้องเสียคะแนนความนิยมแล้ว...คนอะไรหุ่นดีขนาดนี้แต่เธอไม่อยากให้ใครเห็นเลยแฮะ...หวงซะแล้ว“มองแบบนี้...อันตรายนะ” น้ำเสียงน่าฟังกระซิบบอกขณะโน้มตัวลงมาหาก่อนจะครอบครองริมฝีปากนุ่มอีกครั้ง หญิงสาวรู้สึกว่าอีกหน่อยปากของเธอคงได้บวมเจ่อแน่ ๆ เพราะเขาขยันจูบซะเหลือเกินตอนแรกเธออยากจูบเขาอยู่หรอก แต่ตอนนี้เหมือนอีกคนจะอยากจูบเธอมากกว่าที่เธออยากจูบเขาซะอีก และเขาก็จูบเก่งซะด้วยเธอไม่ได้เจอผู้ชายไม่ประสีประสาสินะความอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นร้อนแรง ลิ้นร้อนแทรกเข้ามาละเลียดความหวานในโพรงปากเล็กเกี่ยวรัดสัมผัสกับลิ้นนุ่มนิ่มอย่างเอาแต่ใจ แขนขวาช้อนร่างบอบบางขึ้นมาขณะที่มืออีกข้
ดวงตาตกตะลึงมองบางสิ่งบางอย่างที่ไม่คู่ควรกับคำว่า ‘เล็ก’ ที่พองตัวพร้อมสู้รบอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากใจกลางความสาวด้วยความรู้สึกฟุ้งซ่านมันทั้งใหญ่และยาวขนาดนั้น...จะเข้ามาในตัวเธอได้เหรอ?โอ้ไม่นะ...หยุดตอนนี้ทันมั้ยเนี่ย“อย่ากลัว ถ้าคุณไม่ชอบหยุดได้ทุกเมื่อ” น้ำเสียงน่าฟังบอกขณะที่จับแท่งร้อนประจำตัวไปถูไถกับปากทางคับแคบ ศศิรินทร์กลืนน้ำลายเหนี่ยว ๆ ลงคออีกครั้งพร้อมกับพยักหน้าหงึก ๆ เป็นการรับรู้ถึงใจนึงจะกลัวแต่ก็ไม่กล้าที่จะปฏิเสธ...นี่เธอเป็นผู้หญิงหน้าไม่อายไปซะแล้วเหรอเนี่ยมือบางยกขึ้นปิดหน้าปิดตาอีกครั้งก่อนจะเลื่อนลงไปกุมผ้าปูที่นอนแน่นทั้งสองข้างด้วยใบหน้าเหยเกเมื่อเจ้าท่อนใหญ่โตแทรกเข้ามาล่วงล้ำ ราวกับร่างกายจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ยิ่งเขาดันตัวผ่านเยื่อพรหมจรรย์ที่เก็บรักษามาเนิ่นนานความเจ็บปวดก็ยิ่งถาโถมเข้าใส่ น้ำตาคลอหน่วยตาด้วยความเจ็บปวด“เจ็บ ฮึก”“ชู่ ไม่เป็นไรนะ ผมจะไม่ขยับจนกว่าคุณจะพร้อม” เขาพึมพำบอกพร้อมกับโน้มใบหน้าลงมาจูบ ใช่เพียงหญิงสาวที่รู้สึกเจ็บแต่ตัวเขาเองก็อึดอัดเจ้าส่วนนั้นจนแทบจะคลั่งแต่ก็ไม่คิดจะฝืนบังคับกันเขาพรมจูบซับน้ำตาให้เธออย่างอ่อนโยนและจูบเธอ
ศศิรินทร์ลืมตาตื่นในตอนสาย ๆ เมื่อคืนเธอฝันว่าตัวเองดึงผู้ชายแปลกหน้าที่เจอกันที่บาร์ลอยฟ้าเข้ามาจูบจากนั้นก็...บ้าที่สุด เธอกลายเป็นคนฝันลามกแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย“อืม ตื่นแล้วเหรอ” น้ำเสียงงัวเงียกระซิบที่ข้างหูทำเอาคนเพิ่งตื่นขนลุกชันได้สติขึ้นมาฉับพลันทะ...ที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ฝันนี่น่า“วันนี้วันหยุด นอนต่ออีกหน่อยก็ได้” เสียงนั้นไม่เพียงแค่พูดแต่ยังรวบร่างเปลือยเปล่าของเธอเข้าไปกอดไว้ซะแน่นอีกด้วย ความอบอุ่นจากกายเปลือยเปล่าของเขาไม่ได้ทำให้เธอหายตกใจแม้แต่น้อยให้ตายเถอะ รู้สึกเหมือนจะเป็นไข้ขึ้นมาเลยนี่เธออยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายตัวเป็น ๆ แล้วยังไม่มีอะไรเสื้อผ้าขวางกั้นทั้งคู่ซะอีกแก้มนุ่มนิ่มร้อนฉ่าและแดงก่ำ ยิ่งคิดถึงอะไรต่อมิอะไรที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับเขาคนนี้หน้าก็ยิ่งร้อนลามไปถึงหู เธอแหกแข้งแหกขาต่อหน้าผู้ชายคนนี้จนไม่มีอะไรที่เป็นความลับอีกแล้ว ทั้งยังร้องครางอยู่ใต้ร่างเขาครั้งแล้วครั้งเล่าทำไงดีละ“คะ คือ...อาบน้ำกันมั้ย” เสียงที่แหบกว่าปกติจนน่าตกใจเอ่ยถามก่อนจะต้องหน้าร้อนผ่าวยิ่งกว่าเดิม...นี่เธอถามอะไรออกไปเนี่ย!!!“อาบด้วยกัน?”“มะ ไม่ใช่ หมายถึง เอ่
“เออนี่ ได้ข่าวหรือยัง” หัวเราะไม่นานเขาก็ถามมาด้วยสีหน้าจริงจังจนหญิงสาวต้องขมวดคิ้ว“ข่าวอะไรเหรอคะ ถ้าเป็นเรื่องของคนคนนั้น โซ่ไม่อยากรู้หรอกนะคะ”“รู้หน่อยเถอะ” คนเป็นเหมือนพี่ชายรบเร้าก่อนจะเล่าต่อโดยไม่รอฟังว่าหญิงสาวจะฟังหรือไม่ “แม่คณิตานั่นน่ะ ไปทำเชิดว่าจะได้เป็นนางเอกโพรเจกต์ชนช่องแต่ก็ไปขัดตานางเอกเบอร์ต้น ๆ ของช่องโน่นเข้า สงครามนางเอกกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว นางเอกคนนี้น่ะกัดไม่ปล่อยแน่... ส่วนตัวนายกันต์เองก็ไม่ได้มีความสุขอย่างที่ควรมี”“ไม่มีความสุข?”“ใช่ ได้ข่าวว่าผู้ถือหุ้นคนใหม่เพ่งเล็งและหาโอกาสโจมตีอยู่ตลอด คนที่บ้านก็แทบจะเมินใส่หันไปสนใจแต่สะใภ้...ที่สาวเจ้าก็ไม่ค่อยจะสนใจมันเท่าไหร่” ชายหนุ่มบอกเล่าก่อนจะหลุดหัวเราะสมน้ำหน้า ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์ของเขากับภานุกานต์จะเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่เรื่องการนอกใจก็ทำให้เขาโกรธเพื่อนคนนี้ไม่น้อย แทบจะไม่มองหน้าด้วยซ้ำ แต่พอได
17.30 น.ไว้ตอนไปส่งจะพาแวะ...คำนั้นของรังสิมันตุ์ดูธรรมดามาก ๆ ธรรมดาซะจนศศิรินทร์ไม่นึกเอะใจใด ๆ แต่ใครจะไปคิดว่าเวลาที่เขาบอกจะไปส่งก็คือเวลาที่เขาเลิกงาน...ทำไมเธอถึงอยู่ที่ห้องของเขาจนถึงเย็นได้ล่ะเนี่ย!สายตาเกลี้ยวกลาดอยู่ลึก ๆ จ้องมองค้อนคนที่เดินอยู่ข้างหน้าราวกับอยากจะกระชากให้หัวสั่นหัวคลอนกันไปข้าง แต่ก็ทำได้เพียงเดินตามแรงจูงมือของคนมีแรงเยอะกว่าหงุดหงิดจริง ๆ เธอควรจะได้ออกจากสถานีตำรวจนี้ตั้งแต่กินข้าวมันไก่เสร็จแล้วถ้าไม่ถูกเขากักตัวเอาไว้ คิดถึงเรื่องเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาก็ยิ่งอยากจะข่วนหน้าคนตรงหน้า...ผู้ชายคนนี้ร้ายกาจที่สุดหลายชั่วโมงก่อนพอได้รับประทานของโปรดจนหมดเกลี้ยงคนที่รู้สึกไม่ดีมาตั้งแต่เช้าก็มีชีวิตชีวาขึ้นราวกับนาฬิกาถ่ายอ่อนที่ถูกเปลี่ยนถ่ายก้อนใหม่ แค่ไม่มีอาเจียนมารบกวนชีวิตของเธอก็สดชื่นขึ้นเยอะเลยล่ะ แล้วสมองก็ปลอดโปร่งขึ้นเยอะเลยทีเดียว...พร้อมเผชิญหน้าแล้วล
ตอนที่เข้ามาในห้องนี้ครั้งแรกศศิรินทร์ยังไม่ได้สำรวจภายในห้องอย่างถี่ถ้วนนักพอมาตอนนี้ถึงได้เห็นว่าในห้องยังมีโต๊ะทำงานอีกสามถึงสี่ตัวอยู่อีกมุมหนึ่ง ขนาดโต๊ะเล็กกว่าโต๊ะที่เธอและเพื่อนถูกพามานั่งเล็กน้อย แต่ก็ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยและไม่ค่อยจะมีอะไรสักเท่าไหร่ไม่ต่างกันโต๊ะทำงานของตำรวจมีของตกแต่งไม่ได้เหรอ?ทำไมมันโล่งซะจริง...หรือเป็นแค่ในห้องนี้?“มานั่งตรงนี้สิ” กำลังสำรวจอยู่ดี ๆ เสียงของรังสิมันตุ์ก็ทำให้ต้องเลิกสนใจสิ่งรอบข้าง ‘ตรงนี้’ ของเขาก็คือที่นั่งที่เขานั่งคุยกับพวกเธอเมื่อเช้านี้...แล้วทำไมตอนนี้จะให้เธอนั่งซะล่ะแต่ถึงจะสงสัยหญิงสาวก็ถูกดันให้นั่งลงจนได้ ชายหนุ่มจัดแจงเอาจานข้าวมันไก่และน้ำซุปกลิ่นชวนรับประทานมาวางตรงหน้าทั้งหยิบแก้วน้ำและขวดน้ำมาวางให้“มีแต่น้ำเปล่านะ ดื่มได้มั้ย”“ดะ ได้” เธอตอบรับตะกุกตะกักรู้สึกเขินขึ้นมาอย่างไร
การลงบันทึกประจำวันและพูดคุยเพิ่มเติมกับลูกน้องของรังสิมันตุ์ใช้เวลาไม่นานเพราะหนึ่งในสองลูกน้องยังคงอยู่ที่เกิดเหตุ การพูดคุยในส่วนของที่เกิดเหตุจึงไม่ได้ลงลึกมากเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นพิชยะที่แม้จะไม่อยากกลับเพราะเหมือนจะไม่ชอบใจรังสิมันตุ์เท่าไหร่นักก็ต้องออกจากสถานีตำรวจไปอย่างจำใจเพราะคนเป็นพี่สาวโทรศัพท์มาตามให้รีบไปหา ส่วนกฤติกาภาสกรก็ให้กลับออฟฟิศไปก่อนเพราะเกรงจะมีงานด่วนส่วนตนนั่งรอรังสิมันตุ์อยู่กับศศิรินทร์แค่สองคนจะเรียกว่านั่งรอก็คงไม่ใช่...ต้องบอกว่านั่งเฝ้าไม่ให้หนีซะมากกว่าบ่งบอกเลยว่าอยากให้เธอและรังสิมันตุ์ลงเอยกัน คิดอะไรอยู่เนี่ย เธอกับเพื่อนสมัยมัธยมเนี่ยนะคิดขึ้นมาแล้วก็รู้สึกลัดกลุ้มขึ้นมาอีกครั้งแต่ก็ไม่ได้คิดหนักเหมือนตอนแรก “เฮ้อ อยู่ดี ๆ ก็วิ่งเข้ามาหาเขาถึงห้องทำงานซะงั้น แล้วยังเป็นเพื่อนตอนมัธยมซะอีก หนีเอง กลับมาเอง...นักเลงมั้ยล่ะโซ่เอ้ย”&ldqu
“หล่อมาก ทำไมตอนนั้นฉันถึงไม่เห็นออร่านางก็ไม่รู้ ถ้าฉันเห็นตอนนั้นฉันไปสารภาพรักเขาแทนแกแล้วโซ่” ภาสกรที่ยังอยู่ในอาการเคลิบเคลิ้มกระซิบบอกพร้อมกับทำท่าทีเขินอาย จะต้องบอกว่าเขินอายตั้งแต่ฝ่ายโน่นยิ้มให้แล้วล่ะ“บ้าผู้ชาย” แล้วอารมณ์เคลิ้มฝันของภาสกรก็ถูกพิชยะสกัดจนดับสนิท เพื่อนหนุ่มออกสาวของศสิรินทณ์หุบปากฉับหันไปหาพิชยะทันทีพร้อมกับยกมือเท้าสะเอวอย่างเอาเรื่อง“แล้วทำไม บ้าผู้ชายมันผิดตรงไหน พี่พีชยังบ้าผู้หญิงได้เลย”โดนภาสกรตอกกลับทำเอาพิชยะใบ้กินไปเลย ศศิรินทร์มองคนเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานานก่อนจะหันไปขอเวลากับนายตำรวจที่รังสิมันตุ์ให้นำทางก่อนจะดึงเพื่อนสนิทแยกออกจากพิชยะและพาเข้ามาภายในห้องน้ำด้วยท่าทีอัดอั้น“แพตตี้”“อะไรเนี่ยยัยโซ่ ดึงฉันมาทำไม ให้ฉันด่าอิตาพี่พีชนั่นอีกหน่อยไม่ได้เหรอ...แล้วนี่อย่าบอกนะว่าคิดจะทำมิดีมิร้ายฉัน
“เอายาดมมั้ย” ชายหนุ่มถามมาในเชิงหยอกล้อแล้วยิ้มขำกับท่าทีตกใจของเธอ ศศิรินทร์รับรู้ได้ในทันทีนั้นเลยว่าคนตรงหน้าแตกต่างไปจากเธอที่ตกใจจนแทบช็อก ภาสกรยังไม่ได้แนะนำเธอให้อีกฝ่ายรู้จักแต่เขากลับไม่มีคำถามใด ๆ เกี่ยวข้องกับเธอ...ที่แท้เขาก็รู้อยู่แล้วว่าเธอเป็นใครและถ้ารู้เขาก็มั่นใจมาตลอดว่าเจอเธออีกครั้งได้ไม่ยากต่อให้เธอหนีออกมา อย่างนั้นสินะ...คนที่ชื่อรังสิมันตุ์คนนั้นน่ะเป็นคนร้ายกาจแบบนี้เหรอ!!!“ตกใจอะไรขนาดนั้น พ่อซันเป็นตำรวจ นางจะเป็นตำรวจก็ไม่แปลกเท่าไหร่ปะละ เรื่องหล่อนี่ก็ไม่แปลกนะ โตเต็มวัยต้องหล่อขึ้นอยู่แล้ว” ภาสกรที่ไม่ได้เอะใจกับท่าทีนั้นบ่นให้แล้วก็กระซิบบอก เขาเข้าใจว่าอีกฝ่ายตกใจที่รังสิมันตุ์คนนั้นกลายเป็นนายตำรวจหนุ่มหล่อในตอนนี้ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจขนาดนั้น ครอบครัวของรังสิมันตุ์รับราชการตำรวจมาตั้งแต่รุ่นปู่ รังสิมันตุ์จะกลายมาเป็นตำรวจอย่างตอนนี้ก็ไม่แปลกจะแปลกก็ที่เมื่อก่อนอีกฝ่ายไม่ได้ฉายแววหล่อเหลาเท่าตอนนี้ซะมากกว่า.
ภาพตรงหน้าไม่ต่างจากฝันในเช้าวันนี้ แม้ชุดในฝันจะแตกต่างแต่คนตรงหน้าก็กระตุกยิ้มไม่ได้แตกต่างไปจากในฝัน“เจอจนได้นะ”คำพูดไม่ต่างจากในฝันถูกเอื้องเอ่ยออกมา ศศรินทร์ไม่มั่นใจว่านี่คือความเป็นจริงหรือว่าเธอยังคงฝันอยู่...นี่เธอเจอเขาอีกครั้งแล้วเหรอในทันทีทันใดที่หญิงสาวกำลังสับสนอาการคลื่นไส้ก็กลับเข้ามาเล่นงานหญิงสาวอีกครั้งและเธอไม่สามารถห้ามได้“อุก อ๊วก!”ของเก่าที่มีเพียงน้ำผลไม้รวมพุ่งออกมาจากริมฝีปากสีธรรมชาติ เปรอะเปื้อนเต็ม ๆ อกแกร่งจนเปียกชื้น“ฮึก...” อาเจียนออกมาคำโตยังไม่พอ ยังมีต่ออีกนิด ศศิรินทร์มองเสื้อสีเทาที่เปื้อนไปด้วยน้ำเหลว ๆ กลิ่นชวนให้สำรอกออกมาอีกชุดก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มด้วยความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแย่แล้ว!ใบหน้าคมคายยิ้มเจื่อ
“เจอกันจนได้นะ”น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยยินดีเอ่ยทักก่อนที่มุมปากสะกดใจจะกระตุกยิ้ม ดวงตาคู่สวยมองใบหน้านั้นก่อนจะอ้าปากค้างโดนเจอแล้ว!!!กรี๊ด!!!เปลือกตาบางสวยที่ปิดสนิทมานานเบิกกว้าง ขึ้นพร้อม ๆ กับอาการสะดุ้งตื่น เรือนกายผอมเพรียวหอบหายใจและทะลึ่งพรวดขึ้นนั่งอย่างตื่นตระหนกฝัน...เธอฝันถึงผู้ชายในคืนนั้น และเป็นฝันที่ดูเหมือนจริงเอามาก ๆนิ้วเรียวสวยยกขึ้นลูบหน้าก่อนจะเสยผมที่ปกหน้าปกตาไปด้านหลังพร้อมกับควบคุมจังหวะการหายใจฝันอีกแล้ว...เธอฝันถึงผู้ชายในคืนนั้นอีกแล้วบ้าที่สุด ผู้ชายคนนั้นตามมาทวงความรับผิดชอบกับเธอในฝันมาร่วมเดือนแล้วนะ เมื่อไหร่จะลืมOne night stand ที่เธอทิ้งเขาแล้วหนีมาคืนนั้นสักทีตึ่ง! ตึ่ง! ตึ่ง!!!เสียงแจ้งเตือนที่ดังติด ๆ กันราวกับมีเรื่องค
“เออนี่ ได้ข่าวหรือยัง” หัวเราะไม่นานเขาก็ถามมาด้วยสีหน้าจริงจังจนหญิงสาวต้องขมวดคิ้ว“ข่าวอะไรเหรอคะ ถ้าเป็นเรื่องของคนคนนั้น โซ่ไม่อยากรู้หรอกนะคะ”“รู้หน่อยเถอะ” คนเป็นเหมือนพี่ชายรบเร้าก่อนจะเล่าต่อโดยไม่รอฟังว่าหญิงสาวจะฟังหรือไม่ “แม่คณิตานั่นน่ะ ไปทำเชิดว่าจะได้เป็นนางเอกโพรเจกต์ชนช่องแต่ก็ไปขัดตานางเอกเบอร์ต้น ๆ ของช่องโน่นเข้า สงครามนางเอกกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว นางเอกคนนี้น่ะกัดไม่ปล่อยแน่... ส่วนตัวนายกันต์เองก็ไม่ได้มีความสุขอย่างที่ควรมี”“ไม่มีความสุข?”“ใช่ ได้ข่าวว่าผู้ถือหุ้นคนใหม่เพ่งเล็งและหาโอกาสโจมตีอยู่ตลอด คนที่บ้านก็แทบจะเมินใส่หันไปสนใจแต่สะใภ้...ที่สาวเจ้าก็ไม่ค่อยจะสนใจมันเท่าไหร่” ชายหนุ่มบอกเล่าก่อนจะหลุดหัวเราะสมน้ำหน้า ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์ของเขากับภานุกานต์จะเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่เรื่องการนอกใจก็ทำให้เขาโกรธเพื่อนคนนี้ไม่น้อย แทบจะไม่มองหน้าด้วยซ้ำ แต่พอได
หนึ่งเดือนต่อมาหนึ่งคนเฝ้ารอวันที่จะได้เจอ ส่วนอีกคนพยายามลบลืมโดยไม่รู้เลยว่าวันที่จะได้เจอกันมันไม่ได้ห่างไกลอย่างที่คิดศศิรินทร์เงยหน้ามองหน้าจอโทรทัศน์ที่กำลังนำเสนอข่าวบันเทิงด้วยความรู้สึกไม่ยินดียินร้ายข่าวที่กำลังนำเสนอเป็นข่าวของดาราสาวที่ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวการฉีกสัญญาและผันตัวเป็นนักแสดงอิสระรวมถึงละครเรื่องใหม่เรื่องแรกหลังจากเป็นนักแสดงอิสระเธอคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนไกล เป็นคณิตาที่ตอนนี้กลายเป็นนักแสดงอิสระแล้วนั่นเอง งานแต่งงานของภานุกานต์ผ่านไปแล้วนับเดือน ข่าวคราวซุบซิบใต้เตียงไม่มีมาเข้าหู มีแต่ข่าวคณิตาที่ขอฉีกสัญญากับทางช่องด้วยความมั่นใจในตัวเองเต็มร้อยกลายเป็นหัวข้อในการซุบซิบนินทาและวันนี้ก็เป็นครั้งแรกที่เธอให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ สาวเจ้าตอบอย่างสวยงามมีเหตุผลว่าจากกันด้วยดีและอยากออกมาหาประสบการณ์ไม่ได้มีประเด็นอะไรกับทางช่องแม้แต่น้อย ส่วนละครที่รับและกำลังจะเปิดกล้องก็เป็นฟอร์มยักษ์ของช่องใหญ