ต่างฝ่ายก็ต่างเงียบ ศศิรินทร์ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อในขณะที่ภานิกากำลังขบคิดบางสิ่งบางอย่าง และแล้วหญิงสาวก็ตัดสินใจได้ มือบางรีบยื่นไปกุมมือของอดีตคนรักของพี่ชายในทันที
‘มันอาจไม่ได้ทำให้พี่โซ่หายเจ็บปวด แต่มากับเกรซหน่อยนะคะ เกรซอยากให้พี่โซ่ได้เห็น’
ไม่เพียงแค่พูดแต่หญิงสาวยังออกแรงกระตุกแขนให้ศศิรินทร์เดินตามไปในทิศทางที่เธอตั้งใจจะไปตั้งแต่แรกอีกด้วย คนถูกกึ่งลากกึ่งจูงได้แต่มึนงงและร้องถามด้วยความสงสัย
‘เดี๋ยวก่อนเกรซ เราจะพาพี่ไปไหนเนี่ย’
‘ตามมาเถอะค่ะแล้วเดี๋ยวพี่โซ่จะเข้าใจเอง’ หญิงสาวอายุน้อยกว่าบอกเพียงแค่นั้นก็ออกแรงดึงให้อีกฝ่ายเดินตามให้เร็วขึ้น ‘เร็ว ๆ ค่ะ เดี๋ยวจะไม่ทัน’
ศศิรินทร์ได้แต่เดินตามแรงดึงของหญิงสาวไปด้วยความงุนงง สาวรุ่นน้องไม่ยอมบอกเล่าอะไรทำเพียงจูงมือเธอให้เดินตามไปจนกระทั่งถึงหน้าห้องพักห้องหนึ่งมีคนวิ่งเข้าวิ่งออกเป็นว่าเล่น สาวรุ่นน้องไม่ได้เดินเข้าไปภายในห้องแต่พาเธอมาแอบมองอยู่ข้าง ๆ ประตู
ด้านในห้องนั้นมีเสียงที่คุ้นหูกำลังสั่งการและด่าทอผู้คนอยู่อย่างไม่ไว้หน้า พอลอบมองก็ได้เห็นว่าไม่ใช่ใครที่ไหน...คือคนคุ้นเคยของเธอเอง
คุกกี้ คณิตา ดาราสาวสวยที่กำลังเฉิดฉายในวงการบันเทิง กับบทบาทนางร้ายที่ได้รับความนิยม หรือก็คือเพื่อนทรยศของเธอที่คงไม่พ้นเป็นเจ้าสาวในวันนี้ยังไงล่ะ
เพราะไม่มีคนในครอบครัวพงศ์พิริยากร รวมถึงนักข่าวคณิตาจึงแสดงธาตุแท้ออกมาเต็มที่ ทั้งจิกหัวใช้ช่างทำผม ผู้จัดการส่วนตัว และด่าทอช่างแต่งหน้าแต่งตัวที่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ
ศศิรินทร์ส่ายหน้าอ่อนใจ นี่คือนิสัยแท้จริงที่ไม่เหมือนกับนิสัยที่แสดงออกหน้าจอ รวมถึงเป็นนิสัยที่แท้จริงที่เธอไม่ค่อยจะได้รับรู้สินะ
ก่อนนี้ก็มีบ้างที่ทีมงานของบริษัทมาบอกเล่าให้ฟังว่าโดนคณิตาเหวี่ยงและวีนใส่แต่สาวเจ้าบอกเธอว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดและถูกคนใส่ร้าย เธอก็ดันหลงเชื่อซะเรื่อย เพิ่งมาเห็นวันนี้เองว่าที่หลายคนพูดกันรวมถึงข่าวลือในวงการเกี่ยวกับคณิตานั้นเป็นความจริงที่เธอถูกปิดหูปิดตา
นี่สินะเขาถึงบอกว่าใจคนยากแท้หยั่งถึง ภายนอกกับภายในไหนเลยจะรู้ได้ว่าเหมือนกัน
‘ชุดฉันมาหรือยัง ฉันรอนานแล้วนะ ทำอะไรชักช้ากันแบบนี้ เดี๋ยวก็ไล่ออกซะหรอก’ คนในห้องถามขึ้นด้วยอารมณ์ขัดใจ ช่างหน้าช่างผมพวกนี้ช่างไม่ได้ดั่งใจเอาเสียเลย นี่มันวันงานสำคัญของเธอเชียวนะ ทำไมถึงได้ทำอะไรวุ่นวายซะจริง
‘ชุดมาแล้วค่ะ ชุดมาแล้ว’ เสียงกระหืดกระหอบตอบจากด้านนอกก่อนที่ใครคนนึงที่เพิ่งมาถึงหน้าประตูจะเข้าไปภายใน พอได้เห็นชุดเจ้าสาวแสนสวยที่หรูหราสมกับการเป็นเจ้าสาวหมื่นล้านดาราสาวก็ยิ้มออก รอยยิ้มนั้นไม่มีความรู้สึกผิดอยู่เลยสักนิด บ่งบอกว่าการได้เป็นเจ้าสาวในวันนี้เธอไม่ได้รู้สึกผิดต่อคนที่ควรเป็นเจ้าสาวจริง ๆ เลยแม้แต่น้อย
ศศิรินทร์มองรอยยิ้มนั้นด้วยความรู้สึกเจ็บปวด ไม่หรอก เธอไม่ได้เสียดายที่ไม่ได้ใส่ชุดนั้นเพราะเธอไม่เคยคิดจะใส่ชุดที่มันหรูหราขนาดนั้นอยู่แล้ว แต่ที่เจ็บใจก็เพราะรอยยิ้มของคนกำลังจะใส่ชุดเจ้าสาวต่างหากล่ะ
ไม่คิดละอายใจต่อเธอเลยหรือ ไม่สนใจเลยหรือว่าเธอต้องเสียใจกับการกระทำของตัวเอง
ไม่มีเลยสินะ...
‘อะ คุณแม่มาแล้ว’ เสียงของภานิกาปลุกให้ศศิรินทร์หลุดจากภวังค์ความคิด หญิงสาวมองตามสายตาของอีกฝ่ายจนกระทั่งปะทะเข้ากับร่างของคุณหญิงศิกานต์ แม่ของเจ้าบ่าวในงานวันนี้ที่เดินมาพร้อมกับทิพวรรณคนรับใช้คนสนิทที่ควบตำแหน่งพี่เลี้ยงสมัยเด็กของภานุกานต์
นิ้วเรียวสวยพนมมือไหว้คนทั้งคู่อย่างอ่อนน้อมและเต็มไปด้วยความเคารพ เธอยังคงรักและเคารพคุณหญิงศิกานต์รวมถึงคุณภานุพลพ่อบังเกิดเกล้าของภานุกานต์ด้วย ตอนที่เธอบอกพวกท่านว่าไม่สามารถแต่งงานกับลูกชายของพวกท่านได้ ทั้งคุณหญิงศิกานต์และคุณภานุพลต่างก็เข้าใจและต่อว่าลูกชายอยู่หลายคำ
อาจจะมีบ้างที่โน้มนาวเธอในช่วงแรกแต่พอเธอแสดงออกชัดเจนว่าไม่อาจฝืนใจได้พวกท่านก็เข้าใจและยังคงให้ความรักความเอ็นดูกับเธอเหมือนเดิม...แม้ว่าจะยินยอมให้ลูกชายคว้าเอาชู้ที่ซุกไว้มาเป็นภรรยาก็ตาม
มันก็ช่วยไม่ได้ คณิตาวางแผนเอาไว้ดีซะขนาดนั้น จะไม่ยอมก็คงไม่ได้ ยังไงชื่อเสียงครอบครัวก็ต้องมาก่อน...มันก็เพื่อภาพลักษณ์ของช่อง และเพื่อไม่ให้พนักงานของช่องต้องเดือดร้อนนั่นล่ะ
‘ทำไมพาหนูโซ่มาที่นี่ล่ะเกรซ’ คุณหญิงศิกานต์ถามลูกสาวเสียงเข้มบ่งบอกว่าตกใจที่อดีตคนรักของลูกชายมาปรากฎตัวที่นี่ ถ้าให้พูดกันตามตรงเธอไม่กล้าจะสู้หน้าศศิรินทร์เลยตั้งแต่เกิดเรื่อง และก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมาที่นี่ด้วยซ้ำ...นี่ลูกชายตัวดีของเธอก่อเรื่องอีกแล้วสินะ
ภานิกาที่ถูกถามมองคนที่เธอพามาครู่หนึ่งก่อนจะหันไปตอบผู้เป็นแม่ตามความคิดของเธอ ‘เกรซคิดว่าพี่โซ่ควรได้เห็นค่ะคุณแม่ อย่างน้อยมันก็อาจจะทำให้พี่โซ่เจ็บปวดน้อยลง’
‘ถ้าเกรซว่าดีแม่ก็คงขัดไม่ได้...จัดการได้แล้วทิพย์ เดี๋ยวเลยฤกษ์’
สองแม่ลูกเหมือนจะพูดในสิ่งที่ศศิรินทร์ไม่เข้าใจก่อนที่คุณหญิงศิกานต์จะหันไปบอกกับคนสนิท
ทิพวรรณ์ไม่รอช้าก้าวเข้าไปภายในห้องที่กำลังวุ่นวายในทันทีโดยมีสายตาของศศิรินทร์มองตามไปด้วยความงุนงง
กำลังจะเกิดอะไรขึ้น?
ปล่อยให้ศศิรินทร์ได้สงสัยไม่นานทิพวรรณก็ออกมาพร้อมกับบรรดาช่างที่ถูกส่งมาดูแลเจ้าสาวโดยมีคณิตาเดินตามออกมาด้วยความไม่เข้าใจ‘นี่มันอะไรกันคะคุณแม่ ทำไมถึงเรียกพวกช่างออกมา กี้ยังแต่งตัวไม่เสร็จเลย เดี๋ยวไม่ทันฤกษ์นะคะ’ คนจะได้เป็นเจ้าสาวหมื่นล้านถามทันทีด้วยความไม่เข้าใจ คุณหญิงศิกานต์ยิ้มใจเย็นก่อนจะปลายตามองเจ้าของคำถามด้วยสายตาว่างเปล่า‘แต่งตัวไม่ทันฤกษ์ ก็คงไม่เป็นไม่ไรหรอกมั้ง...ไม่ใช่ตัวเอกของงานสักหน่อย’‘อะ อะไรนะคะ ไม่ใช่ตัวเอกอะไร กี้เป็นเจ้าสาวนะคะคุณแม่’‘เดี๋ยว ๆ เธอเข้าใจอะไรผิดแล้ว’ คนเป็นคุณหญิงร้องห้ามแล้วเมินดาราสาวหันมันสอบถามลูกสาว ‘เกรซ ผู้หญิงคนนี้เขาเป็นเจ้าสาวของพี่เราเหรอ’‘เปล่านี่คะ...ใครบอกว่าคนนี้เป็นเจ้าสาวละเนี่ย’ ภานิกาตอบอย่างฉะฉานด้วยใบหน้าตื่นตกใจแต่แอบซ่อนรอยยิ้มที่มุมปากเอาไว้ ศศิรินทร์มองน้องสาวอดีตแฟนหนุ่มที แม่ของอีกฝ่ายทีก่อนจะมองสถานการณ์ต่อเงียบ ๆ ไม่ได้เข้าไปมีบทบาทกับเรื่องที่กำลังเกิดขึ้น...เธอมาเพื่อเป็นผู้ชมละครฉากใหญ่สินะ‘นั่นสิ ใครบอกเธอว่าพวกฉันจะยอมให้เธอมาเป็นเจ้าสาวของตากันต์’‘อะไรนะ นี่มันอะไรกัน ก็คุณแม่...’ไม่ทันที่คณิตาจะได
ปัจจุบันเสียงกรี๊ดร้องด้วยความเจ็บใจและคับแค้นของคณิตายังคงก้องอยู่ในหัวยามที่เผลอคิดไปถึงสิ่งที่ได้รู้ได้เห็นในวันนี้ถ้าเปรียบเป็นละครเรื่องหนึ่งก็คงเป็นละครน้ำเน่าเรื่องยาวที่ยังไม่จบบริบูรณ์แต่ก็ต้องมีตัวละครใดตัวละครหนึ่งถูกขีดฆ่าออกไปจากเรื่อง เพื่อจบตอนเท่านั้น และเธอขอเป็นตัวละครที่ถูกนักเขียนขีดฆ่าออกจากเรื่องก็แล้วกันละครเรื่องนี้จะยังคงดำเนินต่อไป ภานุกานต์ยังคงต้องวุ่นวายกับเรื่องของคณิตาอีกนานเพราะสาวเจ้าไม่น่าจะเป็นคนที่ยอมแพ้ง่าย ๆและนั่นก็คงเป็นผลของการนอกใจไม่ซื่อสัตย์ต่อกันละครชีวิตเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อก็แล้วแต่บุญนำกรรมแต่งของแต่ละคนก็แล้วกัน บทบาทของเธอมันจบแล้ว...จบกันทีศศิรินทร์ยกแก้วขึ้นดื่มอีกครั้งและบอกเล่าให้คนรอฟังอยู่ได้รับรู้ “สุดท้ายเขาก็แต่งกับคนอื่นที่เขาและครอบครัวมองว่าเหมาะสมกว่ายัยนั่น”“มันก็สะใจนะที่ยัยนั่นไม่สมหวัง แต่ก็ไม่สุด ใจนึงฉันคิดว่าฉันรักเขามากก็เลยเสียใจ แต่อีกใจมันก็ต่อต้านว่าฉันไม่ได้พูดเพื่อให้เขาง้อ แต่ต้องการจะตัดขาดจริง ๆ ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อยากได้เขา แต่ก็รู้สึกไม่ยินยอมที่เห็นเขายิ้มหน้าระรื่นควงคนอื่น...คุณว่าฉันผ
น้ำสีอำพันเพียว ๆ มีเพียงน้ำแข็งที่เจือปนถูกเสิร์ฟมาทันใจคนสั่งทว่าไม่ทันจะได้คว้ามากรอกปากมือหยาบกร้านก็ถือวิสาสะเลื่อนมาขวางไว้เสียก่อน“คุณเมามากแล้วนะ” เขาเตือนสั้น ๆ พร้อมกับส่ายหน้าสื่อให้รู้ว่าเธอควรจะหยุดได้แล้ว ถึงจะเสียใจหรือเจ็บใจแค่ไหนก็ตามการที่ผู้หญิงคนนึงมานั่งดื่มจนดึกดื่นแบบนี้มันไม่ใคร่ดีนัก แม้ว่าบนนี้จะเงียบ และแขกหลายคนนั่งกันแบบต่างคนต่างอยู่แต่ก็มีสายตาของพวกนักล่ามองมาที่เธอเช่นกัน ถ้าเขาลุกออกไปเสือร้ายพวกนั้นต้องเข้ามาต้อนเหยื่ออย่างแน่นอน“ยังไม่เมาซ๊ากหน่อย”“แบบนี้น่ะเรียกว่าเมาแล้ว...ผมโทรหาคนที่บ้านให้มารับดีมั้ย”คนเมาส่ายหน้าไปมากับคำถามก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “อึก ม่ายมีหรอก ม่ายต้องโทร.”“ไม่มี?”“อื้อ” เธอตอบรับสั้น ๆ ก่อนจะขยายความเมื่อสายตาคู่คมไม่ยอมละจากไปไหน “พ่อกับแม่ตายหมดแล้ว ญาติที่เรียกว่าดี ๆ ก็ม้ายมี มีน้องชายคนนึงก็เรียนอยู่ออสเตรเลียโน่นแหน่ะ มารับม้ายด้าย”“งั้นเพื่อนล่ะ?”คนเมาส่ายหน้าอีกครั้ง “ม่าย ฉ้านม้ายอยากให้เห็นสภาพตอนนี้”“งั้นผมลงไปเปิดห้องให้มั้ย?”“ม่าย ม่าย ม่ายเปิด เดี๋ยวเพื่อนเห็น” หญิงสาวพูดแล้วก็ส่ายหน้า สภาพที่ย
เดอะชายน์ แกรนด์ โอเรียนเต็ลเป็นโรงแรมระดับห้าดาวที่เรียกได้ว่าหรูเกินกว่าที่นายตำรวจเงินเดือนน้อยอย่างรังสิมันตุ์จะกล้าเหยียบย่างเข้ามาก็ว่าได้ ที่นี่หรูยิ่งกว่าโรงแรมณิวาลัยที่เป็นต้นทางของการเดินทางซะอีก ทันทีที่เข้ามาภายในโถงทางเดินของโรงแรมชายหนุ่มก็ต้องพิจารณาแล้วพิจารณาอีก เป็นคนระดับไหนกันนะ ถึงได้คิดจะพักในโรงแรมหรูระดับไฮโซแบบนี้ส่งไว้แค่นี้ดีมั้ยเนี่ย ที่นี่มันช่างไม่เข้ากับเขาเอาซะเลย...แต่ถ้าปล่อยไว้แล้วมีใครมาพาไปทำเรื่องไม่ดีล่ะ...แบบนั้นไม่ดีแน่...ขณะที่กำลังคิดไม่ตกคนที่ชายหนุ่มเป็นกังวลถึงก็ลืมตาขึ้นมามองทั้งที่ยังไม่ส่างดีและพึมพำถาม “งืม...ที่หนายเนี่ย”“เดอะชายน์ แกรนด์ โอเรียนเต็ลไง”“เหรอ...งืม ขี่หลังหน่อย” คนเมาตอบอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะพยายามปีนป่ายขึ้นหลังอีกฝ่าย รังสิมันตุ์ร้องเสียงหลงแต่สุดท้ายก็ยอมให้สาวเจ้าขี่หลังและเดินเข้าไปในโรงแรมอย่างเสียมิได้ก็เล่นล็อคไว้แบบนี้จะทิ้งไว้ก็คงไม่ได้เอาวะ กระเป๋าฉีกก็ต้องยอมแล้วล่ะ“ปายที่ลิฟต์ ทางน้าน” คนที่เริ่มส่างบ้างแล้วแต่ก็ยังไม่ถึงกับประคองสติได้ดีพึมพำก่อนจะชี้ไปที่ลิฟต์อย่างคนรู้จักมักคุ้นกับสถานที่เป็นอย่า
ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้ร่ำลาจบก็ถูกดึงลงมาจูบอีกครั้งพร้อม ๆ มือเล็ก ๆ ที่ประคองใบหน้าคมไว้ดึงรั้งให้คนตัวโตเดินตามเข้ามาภายในประตูที่ถูกเปิดอ้าซ่าอยู่นาทีนั้นรังสิมันตุ์ไม่ได้คิดจะกลับอีกแล้ว เขาบดจูบขบเม้นเรียวปากสวยอย่างไม่มีทีท่าจะหยุดพร้อม ๆ กับที่รวบเอาคนที่สูงเกือบจะเท่าแต่ก็ยังดูผอมบางเอาไว้และปิดประตูราวกับจะไม่สนใจเรื่องภายนอกอีกแล้วแม้จะประคองสติมาได้จนถึงตอนนี้แต่สติสัมปชัญญะของชายหนุ่มก็ไม่ได้เต็มร้อยพอได้สัมผัสริมฝีปากอ่อนนุ่มและหอมหวานเขาก็ควบคุมตัวเองเอาไว้ไม่ได้อีกต่อไปยิ่งเป็นเธอ ระบบความคิดก็เหมือนจะถูกปิดไปชั่วขณะ...คนตัวเล็กกว่าถูกพามาวางลงบนเตียงขนาดคิงไซส์พร้อมกับที่คนตัวโตกว่าทิ้งกายลงมาค่อมทับไว้ชายหนุ่มผละจูบมาจ้องมองใบหน้าหวานเยิ้มจากทั้งฤทธิ์น้ำเมาและฤทธิ์จูบด้วยสายตาอ่อนโยนก่อนจะโน้มลงมาฉกจูบอีกครั้งอย่างแผ่วเบา เป็นการฉกฉวยที่ไม่ได้เนิ่นนาน ศศิรินทร์มองคนที่ผละจูบอย่างรวดเร็วด้วยความเสียดายก่อนที่เขาจะมองด้วยสายตายากจะคาดเดา“หยุดมั้ย...ถ้าคุณบอกให้ผมหยุด ผมก็จะหยุด” เขาถามและบอกทว่าดวงตาคู่สวยก็ยังมองมาที่เขาด้วยสายตาที่ไม่ค่อยดีต่อหัวใจและการควบคุมข
นัยน์ตาสะท้อนภาพชายแปลกหน้ากำลังปลดกระดุมเสื้อเผยให้เห็นแผงอกอยู่รำไรเงยหน้าขึ้นมองสบตาชายหนุ่มพร้อมกับยื่นมือออกไปช่วยปลดกระดุมจนกระทั่งกล้ามท้องเป็นลอนดูแข็งแรงปรากฏต่อสายตาวาบวับ ยิ่งเขาถอดเสื้อออกและโยนมันทิ้งไปก็ยิ่งทำให้เห็นชัด ๆร่างกายส่วนบนของคนตรงหน้าเรียกได้ว่าสมบูรณ์ชนิดที่ว่าถ้ามีสาวคนไหนได้เห็นคนจะอยากสัมผัสศศิรินทร์รู้สึกคอแห้งขึ้นมาฉับพลัน ถ้าเอาผู้ชายคนนี้ไปถ่ายแบบหรือเล่นละครเห็นทีดาราหนุ่ม ๆ หลายคนอาจจะต้องเสียคะแนนความนิยมแล้ว...คนอะไรหุ่นดีขนาดนี้แต่เธอไม่อยากให้ใครเห็นเลยแฮะ...หวงซะแล้ว“มองแบบนี้...อันตรายนะ” น้ำเสียงน่าฟังกระซิบบอกขณะโน้มตัวลงมาหาก่อนจะครอบครองริมฝีปากนุ่มอีกครั้ง หญิงสาวรู้สึกว่าอีกหน่อยปากของเธอคงได้บวมเจ่อแน่ ๆ เพราะเขาขยันจูบซะเหลือเกินตอนแรกเธออยากจูบเขาอยู่หรอก แต่ตอนนี้เหมือนอีกคนจะอยากจูบเธอมากกว่าที่เธออยากจูบเขาซะอีก และเขาก็จูบเก่งซะด้วยเธอไม่ได้เจอผู้ชายไม่ประสีประสาสินะความอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นร้อนแรง ลิ้นร้อนแทรกเข้ามาละเลียดความหวานในโพรงปากเล็กเกี่ยวรัดสัมผัสกับลิ้นนุ่มนิ่มอย่างเอาแต่ใจ แขนขวาช้อนร่างบอบบางขึ้นมาขณะที่มืออีกข้
ดวงตาตกตะลึงมองบางสิ่งบางอย่างที่ไม่คู่ควรกับคำว่า ‘เล็ก’ ที่พองตัวพร้อมสู้รบอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากใจกลางความสาวด้วยความรู้สึกฟุ้งซ่านมันทั้งใหญ่และยาวขนาดนั้น...จะเข้ามาในตัวเธอได้เหรอ?โอ้ไม่นะ...หยุดตอนนี้ทันมั้ยเนี่ย“อย่ากลัว ถ้าคุณไม่ชอบหยุดได้ทุกเมื่อ” น้ำเสียงน่าฟังบอกขณะที่จับแท่งร้อนประจำตัวไปถูไถกับปากทางคับแคบ ศศิรินทร์กลืนน้ำลายเหนี่ยว ๆ ลงคออีกครั้งพร้อมกับพยักหน้าหงึก ๆ เป็นการรับรู้ถึงใจนึงจะกลัวแต่ก็ไม่กล้าที่จะปฏิเสธ...นี่เธอเป็นผู้หญิงหน้าไม่อายไปซะแล้วเหรอเนี่ยมือบางยกขึ้นปิดหน้าปิดตาอีกครั้งก่อนจะเลื่อนลงไปกุมผ้าปูที่นอนแน่นทั้งสองข้างด้วยใบหน้าเหยเกเมื่อเจ้าท่อนใหญ่โตแทรกเข้ามาล่วงล้ำ ราวกับร่างกายจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ยิ่งเขาดันตัวผ่านเยื่อพรหมจรรย์ที่เก็บรักษามาเนิ่นนานความเจ็บปวดก็ยิ่งถาโถมเข้าใส่ น้ำตาคลอหน่วยตาด้วยความเจ็บปวด“เจ็บ ฮึก”“ชู่ ไม่เป็นไรนะ ผมจะไม่ขยับจนกว่าคุณจะพร้อม” เขาพึมพำบอกพร้อมกับโน้มใบหน้าลงมาจูบ ใช่เพียงหญิงสาวที่รู้สึกเจ็บแต่ตัวเขาเองก็อึดอัดเจ้าส่วนนั้นจนแทบจะคลั่งแต่ก็ไม่คิดจะฝืนบังคับกันเขาพรมจูบซับน้ำตาให้เธออย่างอ่อนโยนและจูบเธอ
ศศิรินทร์ลืมตาตื่นในตอนสาย ๆ เมื่อคืนเธอฝันว่าตัวเองดึงผู้ชายแปลกหน้าที่เจอกันที่บาร์ลอยฟ้าเข้ามาจูบจากนั้นก็...บ้าที่สุด เธอกลายเป็นคนฝันลามกแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย“อืม ตื่นแล้วเหรอ” น้ำเสียงงัวเงียกระซิบที่ข้างหูทำเอาคนเพิ่งตื่นขนลุกชันได้สติขึ้นมาฉับพลันทะ...ที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ฝันนี่น่า“วันนี้วันหยุด นอนต่ออีกหน่อยก็ได้” เสียงนั้นไม่เพียงแค่พูดแต่ยังรวบร่างเปลือยเปล่าของเธอเข้าไปกอดไว้ซะแน่นอีกด้วย ความอบอุ่นจากกายเปลือยเปล่าของเขาไม่ได้ทำให้เธอหายตกใจแม้แต่น้อยให้ตายเถอะ รู้สึกเหมือนจะเป็นไข้ขึ้นมาเลยนี่เธออยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายตัวเป็น ๆ แล้วยังไม่มีอะไรเสื้อผ้าขวางกั้นทั้งคู่ซะอีกแก้มนุ่มนิ่มร้อนฉ่าและแดงก่ำ ยิ่งคิดถึงอะไรต่อมิอะไรที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับเขาคนนี้หน้าก็ยิ่งร้อนลามไปถึงหู เธอแหกแข้งแหกขาต่อหน้าผู้ชายคนนี้จนไม่มีอะไรที่เป็นความลับอีกแล้ว ทั้งยังร้องครางอยู่ใต้ร่างเขาครั้งแล้วครั้งเล่าทำไงดีละ“คะ คือ...อาบน้ำกันมั้ย” เสียงที่แหบกว่าปกติจนน่าตกใจเอ่ยถามก่อนจะต้องหน้าร้อนผ่าวยิ่งกว่าเดิม...นี่เธอถามอะไรออกไปเนี่ย!!!“อาบด้วยกัน?”“มะ ไม่ใช่ หมายถึง เอ่
17.30 น.ไว้ตอนไปส่งจะพาแวะ...คำนั้นของรังสิมันตุ์ดูธรรมดามาก ๆ ธรรมดาซะจนศศิรินทร์ไม่นึกเอะใจใด ๆ แต่ใครจะไปคิดว่าเวลาที่เขาบอกจะไปส่งก็คือเวลาที่เขาเลิกงาน...ทำไมเธอถึงอยู่ที่ห้องของเขาจนถึงเย็นได้ล่ะเนี่ย!สายตาเกลี้ยวกลาดอยู่ลึก ๆ จ้องมองค้อนคนที่เดินอยู่ข้างหน้าราวกับอยากจะกระชากให้หัวสั่นหัวคลอนกันไปข้าง แต่ก็ทำได้เพียงเดินตามแรงจูงมือของคนมีแรงเยอะกว่าหงุดหงิดจริง ๆ เธอควรจะได้ออกจากสถานีตำรวจนี้ตั้งแต่กินข้าวมันไก่เสร็จแล้วถ้าไม่ถูกเขากักตัวเอาไว้ คิดถึงเรื่องเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาก็ยิ่งอยากจะข่วนหน้าคนตรงหน้า...ผู้ชายคนนี้ร้ายกาจที่สุดหลายชั่วโมงก่อนพอได้รับประทานของโปรดจนหมดเกลี้ยงคนที่รู้สึกไม่ดีมาตั้งแต่เช้าก็มีชีวิตชีวาขึ้นราวกับนาฬิกาถ่ายอ่อนที่ถูกเปลี่ยนถ่ายก้อนใหม่ แค่ไม่มีอาเจียนมารบกวนชีวิตของเธอก็สดชื่นขึ้นเยอะเลยล่ะ แล้วสมองก็ปลอดโปร่งขึ้นเยอะเลยทีเดียว...พร้อมเผชิญหน้าแล้วล
ตอนที่เข้ามาในห้องนี้ครั้งแรกศศิรินทร์ยังไม่ได้สำรวจภายในห้องอย่างถี่ถ้วนนักพอมาตอนนี้ถึงได้เห็นว่าในห้องยังมีโต๊ะทำงานอีกสามถึงสี่ตัวอยู่อีกมุมหนึ่ง ขนาดโต๊ะเล็กกว่าโต๊ะที่เธอและเพื่อนถูกพามานั่งเล็กน้อย แต่ก็ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยและไม่ค่อยจะมีอะไรสักเท่าไหร่ไม่ต่างกันโต๊ะทำงานของตำรวจมีของตกแต่งไม่ได้เหรอ?ทำไมมันโล่งซะจริง...หรือเป็นแค่ในห้องนี้?“มานั่งตรงนี้สิ” กำลังสำรวจอยู่ดี ๆ เสียงของรังสิมันตุ์ก็ทำให้ต้องเลิกสนใจสิ่งรอบข้าง ‘ตรงนี้’ ของเขาก็คือที่นั่งที่เขานั่งคุยกับพวกเธอเมื่อเช้านี้...แล้วทำไมตอนนี้จะให้เธอนั่งซะล่ะแต่ถึงจะสงสัยหญิงสาวก็ถูกดันให้นั่งลงจนได้ ชายหนุ่มจัดแจงเอาจานข้าวมันไก่และน้ำซุปกลิ่นชวนรับประทานมาวางตรงหน้าทั้งหยิบแก้วน้ำและขวดน้ำมาวางให้“มีแต่น้ำเปล่านะ ดื่มได้มั้ย”“ดะ ได้” เธอตอบรับตะกุกตะกักรู้สึกเขินขึ้นมาอย่างไร
การลงบันทึกประจำวันและพูดคุยเพิ่มเติมกับลูกน้องของรังสิมันตุ์ใช้เวลาไม่นานเพราะหนึ่งในสองลูกน้องยังคงอยู่ที่เกิดเหตุ การพูดคุยในส่วนของที่เกิดเหตุจึงไม่ได้ลงลึกมากเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นพิชยะที่แม้จะไม่อยากกลับเพราะเหมือนจะไม่ชอบใจรังสิมันตุ์เท่าไหร่นักก็ต้องออกจากสถานีตำรวจไปอย่างจำใจเพราะคนเป็นพี่สาวโทรศัพท์มาตามให้รีบไปหา ส่วนกฤติกาภาสกรก็ให้กลับออฟฟิศไปก่อนเพราะเกรงจะมีงานด่วนส่วนตนนั่งรอรังสิมันตุ์อยู่กับศศิรินทร์แค่สองคนจะเรียกว่านั่งรอก็คงไม่ใช่...ต้องบอกว่านั่งเฝ้าไม่ให้หนีซะมากกว่าบ่งบอกเลยว่าอยากให้เธอและรังสิมันตุ์ลงเอยกัน คิดอะไรอยู่เนี่ย เธอกับเพื่อนสมัยมัธยมเนี่ยนะคิดขึ้นมาแล้วก็รู้สึกลัดกลุ้มขึ้นมาอีกครั้งแต่ก็ไม่ได้คิดหนักเหมือนตอนแรก “เฮ้อ อยู่ดี ๆ ก็วิ่งเข้ามาหาเขาถึงห้องทำงานซะงั้น แล้วยังเป็นเพื่อนตอนมัธยมซะอีก หนีเอง กลับมาเอง...นักเลงมั้ยล่ะโซ่เอ้ย”&ldqu
“หล่อมาก ทำไมตอนนั้นฉันถึงไม่เห็นออร่านางก็ไม่รู้ ถ้าฉันเห็นตอนนั้นฉันไปสารภาพรักเขาแทนแกแล้วโซ่” ภาสกรที่ยังอยู่ในอาการเคลิบเคลิ้มกระซิบบอกพร้อมกับทำท่าทีเขินอาย จะต้องบอกว่าเขินอายตั้งแต่ฝ่ายโน่นยิ้มให้แล้วล่ะ“บ้าผู้ชาย” แล้วอารมณ์เคลิ้มฝันของภาสกรก็ถูกพิชยะสกัดจนดับสนิท เพื่อนหนุ่มออกสาวของศสิรินทณ์หุบปากฉับหันไปหาพิชยะทันทีพร้อมกับยกมือเท้าสะเอวอย่างเอาเรื่อง“แล้วทำไม บ้าผู้ชายมันผิดตรงไหน พี่พีชยังบ้าผู้หญิงได้เลย”โดนภาสกรตอกกลับทำเอาพิชยะใบ้กินไปเลย ศศิรินทร์มองคนเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานานก่อนจะหันไปขอเวลากับนายตำรวจที่รังสิมันตุ์ให้นำทางก่อนจะดึงเพื่อนสนิทแยกออกจากพิชยะและพาเข้ามาภายในห้องน้ำด้วยท่าทีอัดอั้น“แพตตี้”“อะไรเนี่ยยัยโซ่ ดึงฉันมาทำไม ให้ฉันด่าอิตาพี่พีชนั่นอีกหน่อยไม่ได้เหรอ...แล้วนี่อย่าบอกนะว่าคิดจะทำมิดีมิร้ายฉัน
“เอายาดมมั้ย” ชายหนุ่มถามมาในเชิงหยอกล้อแล้วยิ้มขำกับท่าทีตกใจของเธอ ศศิรินทร์รับรู้ได้ในทันทีนั้นเลยว่าคนตรงหน้าแตกต่างไปจากเธอที่ตกใจจนแทบช็อก ภาสกรยังไม่ได้แนะนำเธอให้อีกฝ่ายรู้จักแต่เขากลับไม่มีคำถามใด ๆ เกี่ยวข้องกับเธอ...ที่แท้เขาก็รู้อยู่แล้วว่าเธอเป็นใครและถ้ารู้เขาก็มั่นใจมาตลอดว่าเจอเธออีกครั้งได้ไม่ยากต่อให้เธอหนีออกมา อย่างนั้นสินะ...คนที่ชื่อรังสิมันตุ์คนนั้นน่ะเป็นคนร้ายกาจแบบนี้เหรอ!!!“ตกใจอะไรขนาดนั้น พ่อซันเป็นตำรวจ นางจะเป็นตำรวจก็ไม่แปลกเท่าไหร่ปะละ เรื่องหล่อนี่ก็ไม่แปลกนะ โตเต็มวัยต้องหล่อขึ้นอยู่แล้ว” ภาสกรที่ไม่ได้เอะใจกับท่าทีนั้นบ่นให้แล้วก็กระซิบบอก เขาเข้าใจว่าอีกฝ่ายตกใจที่รังสิมันตุ์คนนั้นกลายเป็นนายตำรวจหนุ่มหล่อในตอนนี้ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจขนาดนั้น ครอบครัวของรังสิมันตุ์รับราชการตำรวจมาตั้งแต่รุ่นปู่ รังสิมันตุ์จะกลายมาเป็นตำรวจอย่างตอนนี้ก็ไม่แปลกจะแปลกก็ที่เมื่อก่อนอีกฝ่ายไม่ได้ฉายแววหล่อเหลาเท่าตอนนี้ซะมากกว่า.
ภาพตรงหน้าไม่ต่างจากฝันในเช้าวันนี้ แม้ชุดในฝันจะแตกต่างแต่คนตรงหน้าก็กระตุกยิ้มไม่ได้แตกต่างไปจากในฝัน“เจอจนได้นะ”คำพูดไม่ต่างจากในฝันถูกเอื้องเอ่ยออกมา ศศรินทร์ไม่มั่นใจว่านี่คือความเป็นจริงหรือว่าเธอยังคงฝันอยู่...นี่เธอเจอเขาอีกครั้งแล้วเหรอในทันทีทันใดที่หญิงสาวกำลังสับสนอาการคลื่นไส้ก็กลับเข้ามาเล่นงานหญิงสาวอีกครั้งและเธอไม่สามารถห้ามได้“อุก อ๊วก!”ของเก่าที่มีเพียงน้ำผลไม้รวมพุ่งออกมาจากริมฝีปากสีธรรมชาติ เปรอะเปื้อนเต็ม ๆ อกแกร่งจนเปียกชื้น“ฮึก...” อาเจียนออกมาคำโตยังไม่พอ ยังมีต่ออีกนิด ศศิรินทร์มองเสื้อสีเทาที่เปื้อนไปด้วยน้ำเหลว ๆ กลิ่นชวนให้สำรอกออกมาอีกชุดก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มด้วยความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแย่แล้ว!ใบหน้าคมคายยิ้มเจื่อ
“เจอกันจนได้นะ”น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยยินดีเอ่ยทักก่อนที่มุมปากสะกดใจจะกระตุกยิ้ม ดวงตาคู่สวยมองใบหน้านั้นก่อนจะอ้าปากค้างโดนเจอแล้ว!!!กรี๊ด!!!เปลือกตาบางสวยที่ปิดสนิทมานานเบิกกว้าง ขึ้นพร้อม ๆ กับอาการสะดุ้งตื่น เรือนกายผอมเพรียวหอบหายใจและทะลึ่งพรวดขึ้นนั่งอย่างตื่นตระหนกฝัน...เธอฝันถึงผู้ชายในคืนนั้น และเป็นฝันที่ดูเหมือนจริงเอามาก ๆนิ้วเรียวสวยยกขึ้นลูบหน้าก่อนจะเสยผมที่ปกหน้าปกตาไปด้านหลังพร้อมกับควบคุมจังหวะการหายใจฝันอีกแล้ว...เธอฝันถึงผู้ชายในคืนนั้นอีกแล้วบ้าที่สุด ผู้ชายคนนั้นตามมาทวงความรับผิดชอบกับเธอในฝันมาร่วมเดือนแล้วนะ เมื่อไหร่จะลืมOne night stand ที่เธอทิ้งเขาแล้วหนีมาคืนนั้นสักทีตึ่ง! ตึ่ง! ตึ่ง!!!เสียงแจ้งเตือนที่ดังติด ๆ กันราวกับมีเรื่องค
“เออนี่ ได้ข่าวหรือยัง” หัวเราะไม่นานเขาก็ถามมาด้วยสีหน้าจริงจังจนหญิงสาวต้องขมวดคิ้ว“ข่าวอะไรเหรอคะ ถ้าเป็นเรื่องของคนคนนั้น โซ่ไม่อยากรู้หรอกนะคะ”“รู้หน่อยเถอะ” คนเป็นเหมือนพี่ชายรบเร้าก่อนจะเล่าต่อโดยไม่รอฟังว่าหญิงสาวจะฟังหรือไม่ “แม่คณิตานั่นน่ะ ไปทำเชิดว่าจะได้เป็นนางเอกโพรเจกต์ชนช่องแต่ก็ไปขัดตานางเอกเบอร์ต้น ๆ ของช่องโน่นเข้า สงครามนางเอกกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว นางเอกคนนี้น่ะกัดไม่ปล่อยแน่... ส่วนตัวนายกันต์เองก็ไม่ได้มีความสุขอย่างที่ควรมี”“ไม่มีความสุข?”“ใช่ ได้ข่าวว่าผู้ถือหุ้นคนใหม่เพ่งเล็งและหาโอกาสโจมตีอยู่ตลอด คนที่บ้านก็แทบจะเมินใส่หันไปสนใจแต่สะใภ้...ที่สาวเจ้าก็ไม่ค่อยจะสนใจมันเท่าไหร่” ชายหนุ่มบอกเล่าก่อนจะหลุดหัวเราะสมน้ำหน้า ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์ของเขากับภานุกานต์จะเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่เรื่องการนอกใจก็ทำให้เขาโกรธเพื่อนคนนี้ไม่น้อย แทบจะไม่มองหน้าด้วยซ้ำ แต่พอได
หนึ่งเดือนต่อมาหนึ่งคนเฝ้ารอวันที่จะได้เจอ ส่วนอีกคนพยายามลบลืมโดยไม่รู้เลยว่าวันที่จะได้เจอกันมันไม่ได้ห่างไกลอย่างที่คิดศศิรินทร์เงยหน้ามองหน้าจอโทรทัศน์ที่กำลังนำเสนอข่าวบันเทิงด้วยความรู้สึกไม่ยินดียินร้ายข่าวที่กำลังนำเสนอเป็นข่าวของดาราสาวที่ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวการฉีกสัญญาและผันตัวเป็นนักแสดงอิสระรวมถึงละครเรื่องใหม่เรื่องแรกหลังจากเป็นนักแสดงอิสระเธอคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนไกล เป็นคณิตาที่ตอนนี้กลายเป็นนักแสดงอิสระแล้วนั่นเอง งานแต่งงานของภานุกานต์ผ่านไปแล้วนับเดือน ข่าวคราวซุบซิบใต้เตียงไม่มีมาเข้าหู มีแต่ข่าวคณิตาที่ขอฉีกสัญญากับทางช่องด้วยความมั่นใจในตัวเองเต็มร้อยกลายเป็นหัวข้อในการซุบซิบนินทาและวันนี้ก็เป็นครั้งแรกที่เธอให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ สาวเจ้าตอบอย่างสวยงามมีเหตุผลว่าจากกันด้วยดีและอยากออกมาหาประสบการณ์ไม่ได้มีประเด็นอะไรกับทางช่องแม้แต่น้อย ส่วนละครที่รับและกำลังจะเปิดกล้องก็เป็นฟอร์มยักษ์ของช่องใหญ