"อยากได้กี่คนล่ะครับเดี๋ยวผมทำให้"
ฟรานซิสตอบคุณย่าของเขาทั้งวางหญิงสาวลงเพื่อยืนคุยกับคุณย่าของพวกเขาดีๆ
"คุณ.."
ปลายฝนยกมือเรียวตีไปที่ลำแขนแกร่งชายหนุ่มแก้เขินเบาๆ
"อย่าทำเป็นคุยโวไปหน่อยเลยเราน่ะ... แล้วนี่จะไปไหนกันแต่เช้า"
"อ๋อ.. ออกไปธุระข้างนอกสักพักน่ะครับต้นหนาวล่ะครับ"
"ไปเล่นกับพวกบอดี้การ์ดอยู่ในสวนที่บ้านเล็กโน่นแหละเดี๋ยวย่าดูให้เองเราสองคนจะไปทำอะไรก็ไปทำเถอะ"
"ครับคุณย่า"
เมื่อคุยกับคุณย่าจบชายหนุ่มก็อุ้มหญิงสาวออกไปเหมือนเดิม
"นี่คุณฉันเดินเองได้"
"ก็จะอุ้มไง"
"...."
เฮเลนอมยิ้มตามหลังหลานๆของเธอเมื่อเห็นแบบนี้แล้วคิดว่าไม่นานเธอคงจะได้อุ้มเหลนเร็วๆนี้แน่
สำนักงานเขต
"ยินดีกับพวกคุณทั้งสองด้วยนะครับ"
"ค่ะ.. /ครับ"
ตอนนี้ฟรานซิสและปลายฝนก็ได้ทะเบียนสมรสมาเรียบร้อยจึงรีบขึ้นรถกลับกันทันทีด้วยท่าทีมีความสุขเป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่ใครเห็นก็ต้องอิจฉา
"เรียบร้อยซะทีนะ"
ฟรานซิสนั่งกอดหญิงสาวอยู่บนรถตู้คันหรูตั้งแต่ออกจากบ้านมาเขายังไม่ปล่อยให้เธอห่างตัวเลย
"ทำไมต้องให้ฉันนั่งบนตักคุณด้วยคะ"
ปลายฝนซบหัวอยู่ที่อกแกร่งเล่นอย่างสบายอารมณ์
"ฉันไม่อยากให้เธอเจ็บ...ฉันมีอะไรจะให้เธอด้วย"
ฟรานซิสหยิบกล่องแหวนแล้วเปิดออกหยิบแหวนเพชรเม็ดโตออกมา
"อะไรคะ..."
"เอามือมา..."
เขาดึงมือข้างซ้ายของหญิงสาวไปสวมแหวน
"สวมแหวนให้ผู้หญิงบนรถตู้เนี่ยนะคะ"
ปลายฝนเงยหน้าถามฟรานซิส
"อืม.."
ชายหนุ่มพยักหน้าทั้งยังเลิกคิ้วเป็นคำถามให้เธอว่าเธอนั้นต้องการแบบไหนอีก
"นึกว่าจะจัดเซอร์ไพรซ์บนเรือหรูแล้วก็คุกเข่า.. บอกว่าฉันรักเธอนะ"
ปลายฝนพูดด้วยสีหน้าเพ้อฝัน
แป้ะ
"โอ้ยย..."
ชายหนุ่มใช้ฝ่ามือแตะไปที่หน้าผากของหญิงสาวเบาๆให้เธอออกจากห้องความฝัน
"อย่าละเมอ.. อยากได้แบบนั้นก็ถอดออกมาก่อนสิ"
"ไม่ค่ะ...ให้แล้วให้เลย"
ปลายฝนกุมแหวนเธอเอาไว้แน่นในเมื่อเขาใส่ให้เธอแล้วเธอก็จะไม่ยอมถอดคืนเด็ดขาดทั้งยังซบหัวไปที่อกของเขาดังเดิม
"ตัวคุณห๊อม..หอมมม.."
มือเรียลอยู่ไม่สุกคอยซอกซอนหาความอบอุ่นใต้เสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มลูบไล้แผงอกของเขาเล่นแก้เบื่อ
"อยู่นิ่งๆสิ.. อยากให้อะไรๆมันตื่นบนรถหรือไง"
ฟรานซิสรีบจับมือหญิงสาวออกจากแผงอกของเขาก่อนที่อารมณ์อะไรๆของเขามันจะเกิดขึ้นมาตอนนี้
"ไม่ค่ะ.. อยู่นิ่งๆก็ได้"
ปลายฝนก้มหน้างุดเมื่อเขาพูดบบนี้ภาพเธอกับเขาเมื่อคืนก็ลอบเข้ามาในหัวจึงนั่งนิ่งๆเสียจะดีกว่า
หลายวันต่อมา
24.30 น.
"หึ่.. งานหมั้นงั้นเหรอ"
ลอเลนโซนอนพิงหัวเตียงกำการ์ดงานหมั้นของเคลี่ไว้ในมือแน่นด้วยแววที่โศกเศร้าตอนนี้เขาสามารถขยับแขนขยับขาได้เกือบปกติแล้วเพราะหลังจากที่ผ่าเฝือกออกลัลลลิลก็ให้เขาใส่เฝือกอ่อนเอาไว้จึงคล่องตัวกว่าเดิม
"คุณลอสนั่งทำอะไรคะทำไมไม่นอน"
ลัลลลินเข้ามาในห้องของชายหนุ่มกลางดึกเพราะเธอดันลืมมือถือไว้ที่ห้องของเขานั่นเอง
"คุณเข้ามาทำไม"
"ฉันลืมมือถือไว้ตรงนี้ไง... นั่นอะไร"
หญิงสาวเข้าไปดูในมือของชายหนุ่มที่กำลังทำอะไรบางอย่างอยู่จึงดึงออกมาดู
"....."
ลอเลนโซเอาแต่ก้มหน้าเพราะไม่อยากให้เธอเห็นว่าดวงตาของเขามันดูผิดหวังขนาดไหน
"การ์ดเชิญงานหมั้น...นี่ตกลงคุณเคยเป็นอะไรกับคุณเคลี่กันแน่..แค่เพื่อน..หรือแฟน"
เมื่อเห็นการ์ดงานหมั้นของเคลี่กับอาการของชายหนุ่มเธอพอจะประติดประต่อเรื่องได้ว่าชายหนุ่มกับเคลี่ต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรบางอย่างกันเป็นแน่จึงเค้นถามเอาความจริงจากเขา
"เธอบอกเลิกผมว่าผมไม่เอาไหนเราคบกันมาตั้งหลายปีผมขอเธอแต่งงานตั้งหลายครั้งแต่เธอก็ปฏิเสธจนมาเลิกกันพอผมกลับมาไทยเพื่อที่จะง้อขอเธอคืนดีก็ได้ข่าวว่าเธอกำลังจะหมั้นทั้งที่คบกับแฟนใหม่ไม่กี่เดือน"
ลอเลนโซระบายความในใจออกมาด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่ไม่สู้ดีนัก
"อ๋อ... แบบนี้สินะคุณถึงได้เล่นอะไรไม่ปรึกษาฉันวันนั้นเพื่อจะประชดคุณเคลี่งั้นสิ... หึ่...อย่ามาทำหน้าเศร้านะฉันไม่สงสารคุณหรอก"
หญิงสาวเท้าเอวพ่นคำบ่นใส่ชายหนุ่มที่เขาเอาความรู้สึกส่วนตัวมาเป็นปัญหาให้เธอ
"...."
ลอเลนโซนั่งนิ่งไม่ยอมโต้ตอบทั้งยังยกมือมากุมขมับ
"เฮ้ย...คุณเศร้าจริงเหรอ..."
ลัลลลิลหน้าเจื่อนเล็กน้อยเพราะเธอไม่เคยเห็นอาการเฮริ์ทหนักของลอเลนโซแบบนี้มาก่อนจึงก้มหน้าพร้อมยกมือสะกิดไหล่ของเขาเบาๆ
"เห้อออ..."
ลอเลนโซพ่นลมหายใจออกมาพร้อมเลื่อนตัวนอนลงเอาแขนก่ายหน้าผาก
"ท่าจะเศร้าจริงแฮะ...นอนได้แล้วคุณจะคิดอะไรมากแค่ผู้หญิงไม่เอา"
เมื่อลัลลลินเห็นชายหนุ่มเศร้าเช่นนี้เธอก็หมดอารมณ์ที่จะบ่นอะไรเขาอีกไม่อยากจะทำให้เขาเศร้ามากไปกว่านี้เพราะไม่รู้ว่าจิตใจของชายหนุ่มย่ำแย่แค่ไหนหากเธอซ้ำเติมอะไรเข้าไปอีกก็อาจจะทำให้ชายหนุ่มนั้นเกิดอาการซึมเศร้าได้จึงได้แต่ตบบ่าให้กำลังใจเท่านั้น
"..หืม.."
ลอเลนโซฟังดูก็เหมือนเธอให้กำลังใจแต่คำหลังเธอนั้นเหมือนซ้ำเติมเขาอีกรอบจึงหันมามองหน้าเธอด้วยสีหน้าที่สลดลงเพราะมันไม่ได้ทำให้เขาดีขึ้นเลย
"เปล่าๆ..ชีวิตมันต้องเดินหน้าต่อทำตัวเองให้ดีขึ้นลบคำสบประมาทของคนอื่นทำให้เค้าเห็นว่าคุณไม่ได้ไร้สาระเดี๋ยวอีกหน่อยก็จะมีผู้หญิงดีๆอีกมากมายเข้ามาหาคุณโดยที่คุณไม่ต้องวิ่งตาม"
หญิงสาวพยายามพูดแนะนำให้ชายหนุ่มสร้างคุณค่าให้ตัวเองหากชายหนุ่มทำได้ก็จะได้ไม่ต้องวิ่งไล่หาความรักอะไรอีกเลยเพราะสิ่งเหล่านั้นจะวิ่งหาเขาเอง
"อืม..."
"ฉันไปล่ะ...อย่าคิดมากล่ะนอนได้แล้ว"
เมื่อเห็นชายหนุ่มเข้าใจในสิ่งที่เธอพูดเธอจึงสบายใจที่จะขอตัวเขากลับไปนอนที่ห้องเพราะเวลานี้มันดึกมากแล้ว
ห้องฟรานซิส
"พรุ่งนี้จะไปไหนรึเปล่า"
ฟรานซิสนอนกอดกับปลายฝนอยู่บนเตียงนุ่มในขณะที่หญิงสาวนอนหนุนแขนของเขาอยู่มือหนาก็ลูบปอบผมเธอเล่นอย่างเบามือ
วันนี้พวกเขาก็นอนอยู่ในห้องนี้ด้วยกันสองคนอีกเช่นเคยเพราะคุณย่าของเขาพาต้นหนาวไปนอนด้วยอีกคืน
"ว่าจะออกไปซื้อของใช้ของฉันกับต้นหนาวหน่อยค่ะไปกับลิน"
"ช่วงนี้ไปไหนก็พาบอดี้การ์ดไปด้วยฉันเป็นห่วงเธอรู้ไหม"
"ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะฉันเอาตัวรอดเก่ง"
"ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะฉันเอาตัวรอดเก่ง"ปลายฝนหันหน้าไปบอกกับชายหนุ่มด้วยรอยยิ้ม"ให้มันเก่งอย่างที่พูดก็แล้วกันรู้ไหมคนร้ายที่มันทำร้ายฉันที่โรงแรมวันนั้นมันขู่ว่าจะเล่นงานเธอกับลูกทำให้ฉันใจไม่ดีซะเลยหากสู้กันซึ่งๆหน้าฉันจะไม่กลัวเลยสักนิด"เรื่องนี้ถึงเวลาแล้วที่เขาต้องบอกให้เธอรู้เพราะเธอเองก็จะได้ระวังตัว"แบบนี้สินะคะฉันถึงเห็นคุณเครียดอยู่บ่อยๆ"สิ่งที่คาใจของปลายฝนมานานวันนี้ก็ได้กระจ่างเสียทีเพราะเธอเห็นเขาชอบนั่งเครียดอยู่บ่อยๆแต่ก็ไม่ได้อยากถามอะไรออกไป"สังเกตด้วยเหรอ"ฟรานซิสเอียงคอถามคนที่นอนอยู่บนแขน"ค่ะ.. ถ้าคุณเป็นห่วงขนาดนี้ฉันจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้คุณสบายใจนะคะ"หากชายหนุ่มเป็นห่วงเธอ..เธอเองก็ไม่อยากทำให้เขากังวลต่อไปนี้เธอจะเชื่อฟังเขาทุกอย่างและจะไม่ทำให้เขาไม่สบายใจอีก"ดีแล้ว...อ้ะ"ฟรานซิสพูดพร้อมพลิกตัวมาอยู่บนตัวของหญิงสาวจนเธอร้องตกใจเบิกตาโพรง"คืนนี้มีความสุขกันอีกนะ"ชายหนุ่มกระซิบข้างหูหญิงสาวเบาๆด้วยน้ำเสียงแหบพร่า"แต่ว่าฉันยัง..."ปลายฝนหน้าเจื่อนเล็กน้อยเธอไม่ได้อยากปฏิเสธแต่เธอยังรู้สึกว่าส่วนนั้นของเธอยังไม่หายระบมดีสีกเท่าไร"ฉันจะไม่รุนแรงสัญ
คลีนิคหมอเรียล"เป็นยังไงบ้างคะพี่หมอ""ดูเอา.. " หลังจากที่รัชตะเอกซเรย์ให้ปลายฝนเรียบร้อยแล้วจึงเดินออกมาจากห้องด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนักและกางผลเอกซเรย์ให้ทั้งสองสาวได้ดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นในหัวของปลายฝน"เฮ้ย.. ทำไมเป็นงี้"ลัลลลิลหน้าเสียเล็กน้อยเมื่อเห็นผลตรวจ"ตอนนั้นที่หมอนพเอ็กซเรย์มันไม่มีไอ้ก้อนนี้นี่คะ"ปลายฝนมีสีหน้ากังวล"พี่บอกแล้วให้เชคอีกรอบศรีษะเราเป็นอะไรต้องดูให้ละเอียดเป็นหมอก็น่าจะรู้""ปลายสัพเพร่าเองแหละค่ะ"ปลายฝนพูดด้วยสีหน้าที่กังวลใจอยู่มากพอสมควรเพราะคิดว่าหากฟรานซิสรู้เรื่องนี้คงต้องเป็นห่วงเธอมากๆอย่างแน่นอน"งั้นวันนี้พี่จะให้ยาบรรเทาไปก่อนกลับไปเตรียมตัวพรุ่งนี้มานอนพักที่โรงพยาบาลมะรืนพี่จะผ่าตัดให้ไม่งั้นมันจะรามใหญ่โต""ค่ะ.."ครู่ต่อมา"แกอย่าบอกเรื่องนี้กับคุณฟรานได้ไหม"ในขณะที่นั่งรถกลับปลายฝนขอร้องให้เพื่อนเธอปิดเรื่องนี้กับฟรานซิสให้ดี"ทำไม"ลัลลลิลถามเพื่อนเธอกลับอย่างแปลกใจ"ฉันไม่อยากให้คุณฟรานรู้กลัวเค้าเป็นห่วงแล้วจะเครียดกว่าเดิม""แล้วตอนที่แกจะต้องผ่าตัดแล้วนอนโรงพยาบาลล่ะ"ลัลลลิลขมวดคิ้วเป็นปม"บอกกับเค้าว่าฉันจะขอไปพักผ่อนกับแกที่ต่
"หยุดพูดซะที"ชายหนุ่มแผดเสียงใส่หญิงสาวจบก็เดินน้ำตาคลอไปข้างนอกอย่างรวดเร็วเพราะเขาไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้เธอเห็น"ฮื่อ.ๆๆๆๆอือ..ฮือออ...คุณฟราน...ฉันรักคุณจริงๆนะคะ"ปลายฝนนั่งสะอื้นฟุบลงไปกับพื้นเธอรู้ว่าตอนแรกเธอตั้งใจแบบนั้นแต่ตอนนี้เธอรักเขาไปจริงๆแล้วเธออยากให้เขาเข้าใจเธอบ้างแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่รับฟังคำอธิบายขิงเธอเลยสักนิดห้องทำงานเพล้งงง.. ปึก..ปักก"โถ่โว้ยยยย.."ฟรานซิสยังคงระบายความเจ็บใจในห้องทำงานของเขาพักใหญ่และล้มตัวนอนในห้องนี้อย่างคนหมดอาลัยตายอยากเจ็บหน่วงที่หัวใจอย่างบอกไม่ถูก01.30 น."ลิน"ปลายฝนเดินปาดน้ำตาสะอึกสะอื้นมาหาเพื่อนเธอที่ห้องในตอนกลางดึก"ปลายเป็นอะไร.."ลัลลลิลตกใจอย่างมากที่เพื่อนของเธอสะอื้นตัวโยนเข้ามาทั้งรีบเข้าไปกอดปลอบและถามหาสาเหตุด้วยสีหน้ากังวล"ฮือๆๆๆๆ.."ปลายฝนยังคงสะอื้นไม่หยุด"ใจเย็นๆๆ"ลัลลลิลได้แต่กอดปลอบลูบหลังเพื่อนเธอให้สงบลงก่อน"คุณฟรานรู้เรื่อง....."ปลายฝนเล่าทุกอย่างให้ลัลลลิลได้ฟังว่าฟรานซิสทะเลาะกับเธอเรื่องอะไรเธอสะอื้นร้องให้จนหลับไปที่ห้องของลัลลลิล".อย่าให้รู้นะว่าเป็นฝีมือใคร.."ลัลลลิลตั้งใจไว้แล้วว่าเธอจะต้อ
"มันพังไปหมดแล้ว...หุ้นส่วนพี่โดนมันซื้อตัวให้อยู่ข้างมันไปหมดแล้วทั้งคนที่หนุนหลังพี่อยู่ก็โดนไอ้ฟรานซิสมันติดต่อข่มขู่เอาไว้ทั้งหมดจนตอนนี้พี่เหลือหัวเดียวตัวเดียวแล้วพี่ไม่เหลืออะไรทั้งนั้นนนน..."ภูผาพูดเสียงแข็งด้วยท่าทีคับแค้นใจตอนนี้ภูผาเหมือนคนที่เหลือแต่ตัวไม่รู้ว่าฟรานซิสทำอีท่าไหนจึงสามารถทำให้หุ้นส่วนที่ไว้ใจในการทำธุรกิจกับเขามานานหมดความเชื่อถือในตัวเขาและตัดหางปล่อยวัดไม่ช่วยเหลืออะไรเขาอีกต่อไปแถมคนใหญ่คนโตที่เขารู้จักก็ไม่มีใครยื่นมือที่จะมาช่วยเขาอีกด้วยเพราะเกรงกลัวในคำขู่ของฟรานซิสที่ขู่ว่าจะแฉสิ่งที่ร่วมกันทุจริตหลายครั้งหลายคราจนคนพวกนั้นกลัวจนหัวหด"เอ่อ..อื้อ...ปวดหัว"จู่ๆปลายฝนก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมากะทันหัน"คุณฟรานกำลังเข้ามาแล้วค่ะ"ภัทรินทร์เดินเข้ามาบอกกับภูผาให้รู้ตัว"เธอ.."ปลายฝนมองไปยังภัทรินทร์อย่างไม่พอใจครั้งที่แล้วที่เธอโดนตำรวจจับไปยังไม่เข็ดยังจะร่วมมือกับภูผาทำแบบนี้อีก"ใช่ฉันเอง...เห็นเธอในสภาพนี้แล้วฉันก็สะใจจริงๆนะเธอยังคุยกันดีกับสามีเธออยู่ไหมล่ะ"ภัทรินทร์เดินเข้ามาหาหญิงสาวด้วยสีหน้าระรื่นพอใจอย่างมากที่เห็นว่าหญิงสาวอยู่ในสภาพที่เป็นรอง
"ถ้าแกสู้ฉัน...เมียแกได้ตายแน่"ภูผาจ่อปืนไปที่หน้าของฟรานซิสทั้งยังขู่ด้วยท่าทีขึงขังจนฟรานซิสต้องชะงักมองไปที่ปลายฝนอย่างเป็นห่วง"ข้างนอกคนของเราโดนทำร้ายหมดเลยครับ"ชายชุดดำวิ่งหน้าตาตื่นมาบอกกับภูผาเพราะคนข้างนอกสู้กำลังคนของฟรานซิสไม่ไหว"ฉันคิดไว้แล้วว่ายังไงแกก็ต้องเล่นไม่ซื่อ"ภูผาสบถออกมาอย่างเจ็บใจ"ฉันมาที่นี่คนเดียวไม่รู้ว่าพวกเค้าตามมาได้ไง"ฟรานซิสตอบไปตามความจริงเขาเองก็ไม่รู้ว่าคนมีของเขาตามเขามาได้อย่างไรเหมือนกัน"อย่ามาโกหก"ปั้งงง"อ้าสสส.."ภูผาไม่เชื่อคำของฟรานซิสเขาเล็งปืนไปที่ขาของชายหนุ่มและลั่นไกจนฟรานซิสล้มลงอีกครั้ง"นี่สำหรับน้องชายฉัน"ภูผายังไม่ปล่อยให้ฟรานซิสตายไปง่ายๆเขายังอยากทรมานชายหนุ่มตรงหน้าอีกสักพักแม้จะรู้ว่ามีคนของฟรานซิสตามมาช่วยก็ตาม"คุณฟราน..อือ..ฮือ..ไม่นะพี่ภูหยุดเดี๋ยวนี้นะ"ปลายฝนสะอื้นไม่ยอมหยุดรู้สึกสงสารฟรานซิสอย่างมากและพยายามดีดดิ้นให้รู้จักพันธนาการของภัทรินทร์เพื่อที่จะไปช่วยชายหนุ่มปั้กกกก"อะ..โอ้ยย"ภัทรินทร์หมั่นไส้ในท่าทีเป็นห่วงเป็นใยของปลายผลที่มีต่อฟรานซิสเธอจึงใช้ปลายกระบอกปืนในมือฟาดไปที่หัวหญิงสาวหนึ่งครั้งอย่างแรงๆ
"นายครับ""มีอะไร"ฟรานซิสกำลังนั่งกุมมือปลายฝนอยู่ด้วยสีหน้าหดหู่เมื่อเห็นลูกน้องเดินเข้ามาหน้าตาตื่นจึงต้องรีบถามว่ามีเรื่องอะไร"ตอนนี้มีข่าวว่าพิรัชฆ่าตัวตายเพราะไม่เหลืออะไรครับ"ข่าวล่าสุดที่อีธานพึ่งจะได้รู้มาก็คือว่าพิรัชตัดสินใจจบชีวิตตนเองเพราะสาเหตุที่ตนเองไม่เหลืออะไรแถมพี่ชายก็ดันต้องมาติดคุก"อืม...ถ้าไม่คิดจะงัดข้อกับฉันตั้งแต่แรกคงไม่เป็นแบบนี้"ฟรานซิสพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย"แล้วเรื่องคดีของภูผากับภัทรินทร์ล่ะครับ""ให้ตำรวจจัดการฉันว่าคงไม่มีใครยื่นมือเข้าไปช่วยพวกมันแล้วล่ะ"ฟรานซิสไม่อยากจะยุ่งอะไรกับคนพวกนี้ทั้งนั้นให้กฎหมายเป็นคนจัดการจะดีกว่าเพราะในหัวของเขาตอนนี้ยังกังวลเรื่องของปลายฝนอยู่อย่างมาก"ครับ"ครู่ต่อมา"แดดดี๊""ครับ"ต้นหนาวเดินเข้าห้องมาพร้อมกับเฮเลนเพื่อมาเยี่ยมคนเป็นแม่"มี๊เป็นราย"เด็กชายมองไปยังคนเป็นแม่ที่นอนอยู่บนเตียงพรางหันมาถามพ่อเจ้าตัวว่าแม่เป็นอะไร"มามี๊ไม่สบายต้องนอนพักผ่อนเยอะๆครับ""นอนนานไหม""อืม...คงไม่นานมั้งครับ"ฟรานซิสตอบพร้อมลูบหัวต้นหนาวเบาๆรู้ว่าลูกชายคงอยากจะให้แม่ตื่นมาเล่นด้วยเป็นแน่"ท่าจะอยากเล่นกับแม่แล้วล่ะมั้ง"เฮ
ทางด้านฟรานซิสหน้าห้องปลายฝน"ตาใหญ่ทำไมออกมานั่งตรงนี้ล่ะ"เมื่อรู้ว่าปลายฝนฟื้นแล้วจากปากหลานชายของเธอจึงรีบหอบเหลนชายมาที่โรงพยาบาลอย่างรวดเร็วเมื่อมาถึงก็เห็นฟรานซิสมีสีหน้ากังวลอยู่หน้าห้องจึงถามด้วยความสงสัยว่าทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้ไม่อยู่ด้านในห้องกับปลายฝน"หมอเรียลกับหมอลินกำลังเชคอาการของปลายฝนอย่างละเอียดน่ะครับดูท่าเธอจะความจำเสื่อมจำผมไม่ได้ไปเสียแล้ว"ฟรานซิสนั่งก้มหน้าพูดเสียงอ่อนหัวใจของเขาตอนนี้อ่อนแออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน"อะไรนะ"เฮเลนถึงกับหน้าเสียเมื่อรู้ว่าปลายฝนมีอาการข้างเคียงเช่นไรไม่รู้ว่าหลานชายกับหลานสะใภ้ของเธอจะได้มีความสุขกันจริงๆเสียทีเมื่อไรผ่านครั้งนี้ไปเธอก็ขอภาวนาว่าอย่าให้มีอะไรเกิดขึ้นกับทั้งสองอีกเลยเชื่อว่าฟ้าคงทดสอบคนสองคนมากพอแล้ว"หามามี๊"ต้นหนาวยืนเกาะประตูที่ปิดสนิทหน้ามุ่ยเพราะเด็กชายต้องการจะเข้าไปหาคนเป็นแม่ด้านใน"เดี๋ยวก่อนครับต้นหนาวคุณหมอกำลังตรวจมามี๊อยู่นะครับ"ฟรานซิสต้องดึงมือลูกชายของเขาเอามาอุ้มไว้ที่ตักมาอธิบายว่าทำไมถึงยังเข้าไม่ได้เพราะกลัวว่าจะงอแงทั้งพรมจูบที่กระหม่อมลูกชายของเขาหนึ่งทีเพื่อเรียกกำลังใจให้ตัวเอง"ฮับ"ต้
อาทิตย์ต่อมาโรงพยาบาล"นี่หมอชาร์ลมาทำธุระที่เมืองไทยพอดีเป็นหมอที่เก่งมากเรื่องเส้นประสาทที่ไขสันหลังเคสของปลายฝนหมอชาร์ลรับปากว่าจะดูแลให้ถ้าพร้อมก็กลับอเมริกาพร้อมเขาในอีกสองวันข้างหน้าเลย"รัชตะแนะนำหมอชาร์ลเป็นเพื่อนของเขาที่อยู่อเมริกาเมื่อหมอชาร์ลมาทำธุระที่นี่จึงแนะนำให้ปลายฝนกับฟรานซิสได้รู้จักหมอชาร์ลเป็นหมอฝีมือดีวิธีรักษาคนเป็นอัมพาตหายไปแล้วนะต่อนัก"ยินดีที่ได้รู้จักครับ"ฟรานซิสยื่นมือไปทักทายกับหมอหนุ่ม"ฉันพร้อมค่ะ"ปลายฝนตอบกลับรัชตะอย่างมั่นใจเพราะเธอเองก็อยากหายเร็วๆเหมือนกัน"...."ฟรานซิสถึงกับชะงักเล็กน้อยอันที่จริงเขาอยากให้หญิงสาวอยู่ที่นี่อีกสักพักมากกว่าเพราะเขายังมีงานที่ต้องสะสางคิดว่าถ้าหากเสร็จงานแล้วก็จะเป็นคนพาเธอไปหาหมอชาร์ลเองแต่ดูท่าหญิงสาวจะใจร้อนเสียเหลือเกินสองวันต่อมา21.00น.เมื่อปลายฝนตัดสินใจที่จะไปรักษาที่อเมริกากะทันหันฟรานซิสจึงขอให้เธอมาพักที่บ้านก่อนที่จะไปเพื่อที่จะได้มีเวลาอยู่กับเธอเต็มที่"พรุ่งนี้เธอก็จะต้องไปรักษาตัวที่อเมริกาแล้วฉันคงคิดถึงเธอแย่สินะ"ชายหนุ่มนอนกอดคนเป็นภรรยาด้วยสีหน้าที่ห่อเหี่ยวเพราะเขาต้องรอประชุมกับหุ้นส่ว