ตอนที่ 7
ฟางเส้นสุดท้าย
อุดมทนไม่ไหวเขาเลือกที่จะมาหาลูกสาวที่บ้านในเวลาที่เขาคิดว่าลูกเขยคงไม่ได้อยู่ที่นั่นแน่นอนเพื่อพูดคุยกับสายป่านถึงภาพที่เขาได้เห็นในวันนั้น
“คุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วงค่ะลูกรู้ว่าการแต่งงานไม่ได้เกิดขึ้นจากความรักไม่แปลกที่คุณศิลาจะมีคนอื่นตอนนี้คุณพ่อก็ได้บ้านและที่ดินสมใจแล้วไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงลูกดูแลตัวเองได้ค่ะ”
อุดมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสิ่งที่เขากำลังเป็นห่วงคือหัวใจของลูกสาวนอกสายเลือดหรือความจริงเขากำลังห่วงผลประโยชน์ที่อาจจะไม่เป็นดั่งฝันถ้าเกิดศิลาไม่ได้รักไม่ได้หลงลูกสาวของเขาจริงๆแล้วเมื่อวันนึงที่ลูกเขยมาเฟียรู้สึกเบื่อลูกสาวเขาขึ้นมาทุกอย่างอาจจะพังล้มอีกครั้ง ธุรกิจที่เคยช่วยเหลือกันอาจจะไม่เป็นเหมือนอย่างทุกวันนี้และเขาเองก็คงไม่รู้จะหันไปพึ่งใครอีก
“พ่อเป็นห่วงลูกนะแต่อย่างไรเสียบารมีของคุณศิลาก็ทำให้บริษัทของพ่อสามารถเลี้ยงตัวเองมาได้ถ้าวันนึงลูกจะตัดสินใจอะไรลงไปก็ขอให้คิดถึงพ่อไว้มาก ๆ อย่าใช้แต่อารมณ์ชีวิตครอบครัวก็เป็นแบบนี้ผู้ชายก็ต้องมีนอกใจกันบ้างอย่าเก็บมาเป็นปัญหาเลยนะ”
สายป่านถ้าเธอไม่รู้ว่าความจริงเรื่องอุดมไม่ใช่พ่อของเธอเธอคงจะเสียใจมากกว่านี้ที่บุพการีเอาแต่เป็นห่วงผลประโยชน์ของตัวเองจนลืมความรู้สึกของลูกสาวแต่ในเมื่อความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวแล้วเธอก็รู้แล้วว่าทั้งอุดมและผกาเลี้ยงเธอมาเพียงเพื่อหวังผลประโยชน์จากเธอเท่านั้น ทั้งคู่ไม่สามารถมีลูกด้วยกันได้และคือทั้งคู่คือฆาตกรที่ทำให้พ่อและแม่ของเธอต้องจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับ หญิงสาวจึงได้แต่กลืนน้ำตาให้มันไหลออกมาจากภายในหัวใจลงไปกดทับความรู้สึกทั้งหมดแล้วหวังว่าสักวันหนึ่งเธอจะ หลุดพ้นจากความรู้สึกที่สับสนนี้ออกไปได้
“อ้าว….คุณพ่อตาจะมาที่บ้านก็ไม่บอกผมสักคำเลยนะครับ”
ศิลากลับมาจากบริษัททันอุดมที่ยังไม่ทันจะได้กลับบ้านเพราะความจริงแล้วแม่บ้านที่บ้านโทรศัพท์ไปบอกเขาเพื่อให้ชายหนุ่มมาได้ทันเวลา
“ผมแค่จะมาหาลูกสาวเพราะสายป่านไม่ได้กลับไปที่บ้านนานแล้วไม่มีอะไรหรอกครับเลยไม่อยากรบกวนเวลาของคุณศิลา”
อุดมเคยเป็นคนที่ไม่เคยกลัวใครแต่ตั้งแต่เขาหลุดเข้าไปอยู่ในวงจรของการพนันชีวิตของเขาสิ้นไร้ไม้ตอกเจอเจ้าหนี้นอกระบบทวงมาแล้วนักต่อนักรวมถึงบุญคุณที่ศิลามีกับเขาทำให้อุดมกลายเป็นหมาหงอยที่ไม่กล้าแม้แต่จะจ้องหน้าหรือต่อกรกับ ชายหนุ่มรุ่นลูกซึ่งยืนทำท่าข่มเขาอยู่
“ผมก็นึกว่าคุณพ่อตาจะมารับลูกสาวกลับบ้านเสียอีก ถ้าคืนไหนจะมารับลูกสาวไปนอนบ้านก็บอกด้วยนะครับเพราะผมจะได้พาคนอื่นมานอนแทน”
อุดมได้แต่กำหมัดแน่นเขาไม่ได้รู้สึกเจ็บแค้นแทนลูกสาวแต่เขารู้สึกได้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าต้องการจะท้าทายเขาโดยที่เขาเองไม่มีอำนาจพอที่จะต่อกรอะไรได้จึงได้แต่กำหมัดแน่นเพื่อระบายความแค้นที่อัดอั้นในใจของคนที่เคยเป็นนักเลงไม่เกรงกลัวใครแต่ด้วยอำนาจที่ไม่มีเหลือในตอนนี้เขาจึงทำได้แค่ยอมเท่านั้น
ศิลาเดินตรงเข้ามาโอบไหล่ภรรยาไว้แน่นรอยยิ้มของเขามันเป็นรอยยิ้มแห่งชัยชนะรอยยิ้มที่แสดงความท้าทายชายแก่ตรงหน้าที่ตอนนี้ไร้สิ้นน้ำยาใดๆ
“คุณพ่อตาอย่าลืมทำงานให้เสร็จตามเวลาด้วยนะครับเพราะถ้าธุรกิจของผมได้รับผลกระทบรับรองว่าครั้งหน้าผมคงเลือกที่จะเรียกใช้บริษัทอื่นให้มารับงานแทนแน่”
อุดมยังไม่ทันที่จะได้ตอบอะไรก็ต้องตกใจเมื่อหันมาเห็นว่าสายป่านทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นใบหน้าซีดเซียวเป็นลมหมดสติโดยที่ศิลาเองก็รีบประคองภรรยาไว้เพื่อไม่ให้ศีรษะของเธอลงไปฟาดกับขอบของโซฟา
“สายป่านเป็นอะไรลูก”
อุดมพยายามเรียกชื่อลูกสาวและรีบเข้าไปประคองอีกข้างแต่ก็ถูกศิลากันไว้ก่อนที่ชายหนุ่มจะตะโกนเรียกให้คนขับรถรีบเอารถออกทันที
“คุณตั้งครรภ์ได้สี่สัปดาห์แล้วนะครับ”
สำหรับคนอื่นถ้ามาได้ยินสิ่งเหล่านี้คงพากันดีใจที่ตอนนี้ครอบครัวจะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์จะมีทายาทตัวน้อยออกมาให้พ่อและแม่ชื่นชมแต่สำหรับสายป่านแล้วมันเป็นสายฟ้าฟาดที่ทำให้เธอรู้สึกมืดแปดด้านมองไม่เห็นทางออกว่าชีวิตของเธอจะเดินไปทางไหนดี
“คุณหมออย่าเพิ่งบอกใครได้ไหมคะเรื่องนี้ครอบครัวของเรามีปัญหานิดหน่อยฉันอยากเป็นคนบอกเรื่องนี้กับสามีเอง”
คนไข้ไม่ยินยอมให้บอกผลการตรวจกับญาติคุณหมอจึงจำเป็นต้องยินยอมรักษาความลับของคนไข้ถึงแม้ว่าจะไม่เห็นด้วยก็ตามเพราะตอนนี้สายป่านแพ้ท้องอย่างหนักจึงควรที่จะให้คนรอบข้างได้รับรู้เพื่อที่จะช่วยกันดูแล
“คุณหมอบอกว่าคุณเป็นอะไร”
ศิลารีบเดินมาถามอาการของภรรยาทันทีทั้งที่ตอนแรกเขาคิดว่าหมอคงตามให้เขาเข้าไปรับฟังด้วย
“แค่เป็นลมค่ะเพราะว่าฉันกินข้าวน้อยไปหน่อยรับรองว่ายังอยู่ใช้กรรมกับคุณไปอีกนานไม่ตายง่าย ๆ แน่นอน”
ศิลาปล่อยมือที่โอบกอดภรรยาไว้สองมือกอดอกด้วยแววตาที่แสดงความโมโหดวงตาแดงก่ำเมื่อรู้สึกว่าหญิงสาวตรงหน้ากล้าที่จะต่อปากต่อคำกับเขาทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ว่าเขาจะทำร้ายเธอแค่ไหนเธอก็ทำได้แค่เอาแต่เงียบ
“ก็ดีจะได้รู้ว่าตายยากที่หลังก็ไม่ต้องมาเล่นบทคนป่วยแบบนี้สงสัยจะทนฟังที่ผมพูดกับพ่อคุณไม่ได้ทำเป็นเหมือนทุกวันนี้คุณไม่รู้ว่าตัวคุณเองมันก็แค่สินค้าที่พ่อคุณเอามาเร่ขายเพื่อแลกกับบ้านและที่ดินก็เท่านั้น”
ชายหนุ่มเดินนำหน้าภรรยากลับไปที่รถปล่อยให้หญิงสาวค่อยๆเดินประคองร่างที่ไร้เรี่ยวแรงเดินตามเขาไปโดยที่เธอไม่แม้แต่จะปริปากขอร้องความช่วยเหลือใด ๆ ทั้งสิ้น
ค่ำคืนนี้หญิงสาวได้แต่นอนร้องไห้คนเดียวเพราะศิลามาส่งที่บ้านและชายหนุ่มก็เลือกที่จะขับรถออกไปจนป่านนี้เที่ยงคืนแล้วก็ยังไร้วี่แววว่าเขาจะกลับมา
“แม่ไม่อยากให้หนูเกิดมาเจอสภาพอย่างที่แม่เจอ โลกใบนี้มันน่ากลัวเหลือเกินเราไปอยู่ที่อื่นกันดีไหมลูก”
คุณแม่วัยสาวได้แต่ลูบท้องคุยกับชีวิตในน้อย ๆ ซึ่งตอนนี้ถือกำเนิดขึ้นแล้วถึงแม้ว่าเธอจะไม่พร้อมแต่เธอก็ยินดีและรักสายเลือดที่เธอยังไม่แม้แต่จะเคยเห็นหน้าจนสุดหัวใจ
อีกแค่เพียงเดือนเดียวมหาวิทยาลัยก็จะสอบเสร็จสายป่านพยายามคิดหาทางออกว่าเธอจะเอาอย่างไรกับชีวิตต่อไปใจหนึ่งเธอก็อยากหนีไปให้พ้นจากสภาพแบบนี้แต่ด้วยผลประโยชน์ของครอบครัวอีกทั้งเธอยังไม่รู้ว่าเธอจะใช้เงินที่ไหนในการเลี้ยงลูกเพราะตอนนี้เธอยังไม่ทำงานไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาทจึงได้แต่พยายามคิดหาคำตอบที่ดีที่สุดที่จะทำให้เธอและลูกไม่ต้องมาทนอยู่กับสภาพที่น่าขยะแขยงของศิลาที่พยายามทำร้ายหัวใจของเธออยู่ทุกค่ำวัน
“คืนนี้คุณมานอนที่ห้องรับแขกนะเพราะผมมีคนมานอนด้วยแล้วไม่อยากจะได้ชื่อว่าข่มขืนคนป่วย”
สามีที่เธอนอนรอเขามาทั้งคืนเขากลับมาถึงบ้านก็ในค่ำของอีกวันพร้อมกับหญิงสาวที่ดูแล้วอายุใกล้เคียงกับเธอท่าทางดูต่างจากวีณามากเพราะหญิงสาวตรงหน้าเธอแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่ดูโป๊แทบจะเหมือนปกปิดอะไรไม่ได้แถมยังแต่งหน้าจัดลอยหน้าลอยตายั่วยวนเหมือนกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรที่กำลังจะมานอนกับสามีของคนอื่น
“สวัสดีค่ะคุณภรรยาคุณศิลาฉันชื่อพลอยนะคะเห็นว่าคุณกำลังป่วยฉันก็เลยเป็นห่วงคุณศิลาก็เลยรับหน้าที่มาคอยดูแลปรนนิบัติสามีคุณแทนรับรองว่าจะทำให้ถึงพริกถึงขิงจนคุณศิลาผ่อนคลายไปทั้งตัวแน่นอนค่ะ”
สายป่านเธอไม่ตอบโต้ใด ๆ ทั้งสิ้นเธอเลือกที่จะเก็บเสื้อผ้าออกจากห้องและลงมานอนที่ห้องรับแขกตามที่ศิลาต้องการไม่มีอะไรที่เธอต้องเจ็บไปกว่านี้แล้วคงเหลือเวลาอีกไม่นานที่จะต้องตัดสินใจว่าชีวิตของเธอจะไปทางไหน เธอกับลูกจะออกไปสู้กันข้างนอกหรือจะทนเจ็บอยู่ที่นี่ในฐานะภรรยาที่สามีไม่ต้องการ
ห้องรับแขกถึงแม้จะอยู่ด้านล่างแต่ก็อยู่ตรงกับห้องนอนของเธอเสียคนทั้งคู่กำลังทำกิจกรรมกันอย่างสนุกสนานอยู่บนห้องนอนที่เคยเป็นรังรักของเธอกับศิลาดังเล็ดลอดมาจนถึงข้างล่างมันเหมือนมีดกรีดลงไปในหัวใจของหญิงสาวที่ตอนนี้เธอกำลังตั้งท้องลูกกับเขาอยู่แต่เขากลับไม่เคยสนใจความรู้สึกของเธอทำเหมือนว่าเธอเป็นเพียงสิ่งของไม่มีความรู้สึกใด ๆ
สายป่านไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตหลังแต่งงานของเธอจะเจ็บปวดได้ถึงเพียงนี้แต่ในที่สุดแล้วเธอก็คิดว่ามันเป็นเส้นทางที่เธอเลือกเองเธอก็ต้องตัดสินใจเองว่าเธอจะเอายังไงกับชีวิตต่อไป
ตอนที่ 8มือที่สามตัวจริง“ช่วยหยิบน้ำให้หน่อยได้ไหมคะพอดีพลอยเพิ่งมาอยู่ที่นี่เลยไม่รู้ว่าห้องครัวไปทางไหน”สายป่าเธอเดินผ่านโต๊ะอาหารโดยไม่คิดแม้แต่จะแวะนั่งกินเหมือนเช่นทุกวันแต่กลับต้องหยุดนิ่งเมื่อได้ยินเสียงของพลอย สาวน้อยคนใหม่ของศิลาเอ่ยทักเธอและขอให้เธอช่วยไปหยิบน้ำให้เขาด้วยท่าทางจองหองเสมือนว่าตัวเองเป็นเจ้าของบ้านเสียเอง“เลี้ยวขวาไปค่ะตู้เย็นอยู่ในนั้นรับรองว่าหาไม่ยาก” คนถูกใช้ไม่ยอมที่จะทำตามที่อีกฝ่ายออกปากใช้“พลอยเขาเพิ่งเข้ามาอยู่ได้ไม่นานใช้นิดใช้หน่อยไม่ได้เชียวไป ! หยิบให้เขาเดี๋ยวนี้มันคือคำสั่งจากผม”ศิลาเดินมาคว้าแขนภรรยาไว้เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าจะไม่รั้งรอฟังคำที่เขาพูดเพราะชายหนุ่มต้องการให้สายป่านทำตามที่พลอยต้องการ“ได้ค่ะถ้าคุณศิลาต้องการฉันจะทำตามที่คุณพลอยภรรยาคนใหม่ของคุณสั่งให้ทำทุกอย่างพอใจหรือยังคะคุณศิลา”สาวน้อยเดินหันหลังกลับเข้าไปยังครัวน้ำตาที่เธอไม่เคยปล่อยให้มันไหลต่อหน้าสามีที่แสนใจร้ายวันนี้มันเก็บเอาไว้ไม่อยู่ เธอพรั่งพรูสายน้ำแห่งความพ่ายแพ้ออกมาจนเลอะเต็มใบหน้าไม่มีอะไรที่เธอจะต้องอายอีกแล้ววันนี้เธอรู้สึกพ่ายแพ้ ศักดิ์ศรีค
ตอนที่ 9หนีให้ไกลจากความเจ็บช้ำ“วันนี้เธอไม่ไปทำงานกับคุณศิลาหรอกหรือ”สายป่านได้ยินเสียงรถของสามีขับออกไปแล้ว เธอก็รีบเดินมายังชั้นล่างทันทีเพื่อดูว่าเส้นทางหนีของเธอตอนนี้มีใครไหมที่เธอจะต้องคอยระวังและสิ่งที่เธอเห็นก็คือสาวสวยคนใหม่ของศิลากำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ที่ห้องรับแขกซึ่งตรงกับทางออกของบ้านซึ่งมันจะทำให้สายป่านไม่สามารถที่จะหนีโดยหลุดรอดสายตาของมือที่สามของครอบครัวเธอไปได้“ไม่….ฉันไม่อยากไป”พลอยโกหกเพราะความจริงแล้วเธอร้องตามศิลาไปแต่ ชายหนุ่มต่างหากที่ไม่ยอมให้เธอไปที่ทำงานเพราะตอนนี้พลอยเล่นเกินบทบาทศิจนลากลัวว่าเธอจะไปสร้างความวุ่นวายที่นั่นสายป่านตัดสินใจที่จะเลือกหนีไปวันอื่นเพราะวันนี้เส้นทางของเธอมีขวากหนามเสียแล้วแต่เธอยังไม่ทันที่จะเดินขึ้นไปยังห้องนอนก็ต้องหยุดทันทีเมื่อได้ยินเสียงของอีกฝ่ายที่ลุกตามเธอมา“ให้ฉันช่วยอะไรไหมเรื่องที่เธอจะหนีจากที่นี่”สาวน้อยแขกที่ไม่รับเชิญของบ้านพูดออกมาตรง ๆ เพราะความลับที่สายป่านคิดว่าไม่มีใครรู้นอกจากเธอความจริงแล้วพลอยรับรู้มาตลอดเพราะเธอเห็นสายป่านเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้าคืนวันนั้นวันที่ศิลา
ตอนที่ 10ทำร้ายหัวใจตัวเองศิลารีบขับรถออกจากบ้านของอุดมทันทีหลังจากที่เขาได้รู้ความจริงทั้งหมด วันนี้เขารู้แล้วว่าความแค้นที่เขาเก็บกันมันอยู่ในหัวใจมันกลับเป็นมีดที่ลงมากรีดหัวใจของเขาเองที่ผ่านมาเขาเลือกที่จะทำร้ายสายป่านทั้งที่ความจริงแล้วหญิงสาวก็ไม่ต่างอะไรจากเขา เธอเคยถูกย่ำยีหัวใจจากผู้ชายที่ชื่ออุดม ผู้ชายที่ทำร้ายมารดาของเขาให้จากไปและเป็นคนหยิบยื่นความตายให้กับพ่อและแม่ของสายป่าน ศิลาอดคิดไม่ได้ว่าความจริงแล้วภรรยาของเขาเข้มแข็งกว่าเขาเสียอีกที่ทนอยู่กับความจริงที่ตัวเองรู้อยู่เต็มอกและยอมปล่อยวางไม่คิดแค้นใด ๆ ศิลาเชื่อมั่นแบบนั้นเพราะเขาสังเกตภรรยามาตลอดว่าสายตาของสายป่านเหมือนเจ็บช้ำทุกครั้งที่มองอุดม“ขอดูกล้องวงจรปิดทุกที่ทำทุกทางให้เจอสายป่านให้เร็วที่สุด”มาเฟียหนุ่มผู้มีอิทธิพลทั้งกับทางราชการและหน่วยงานทั่วไปเขาขอดูกล้องวงจรปิดจากทุกที่จ้างนักสืบราคาแพงและส่งลูกน้องทั้งของตัวเขาและเครือข่ายเพื่อนสนิทให้เร่งติดตามสายป่านเพื่อหวังว่าจะได้เจอเธอให้เร็วที่สุดแต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับไร้วี่แววเพราะหญิงสาวเลือกที่จะเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในห้องไม่มีใครสามารถพบเธอได้ กล้องวงจรป
ตอนที่ 11ให้โอกาสแต่ยังไม่ให้อภัยสายป่านย้อนกลับไปอยู่ที่คฤหาสน์หลังใหญ่โดยที่ตัวเองยังไม่ได้ให้อภัยในตัวสามีแต่เธอให้โอกาสเขาได้พิสูจน์ถึงแม้ว่าลึกๆแล้วเธอก็อดสงสารศิลาไม่ได้ที่ต้องเป็นคนสูญเสียจากการกระทำของพ่อนอกสายเลือดของเธอ“ผมขอนอนกับคุณกับลูกได้ไหมครับคืนนี้”ศิลาเปิดประตูห้องนอนเขาเดินไปหาภรรยาเข้าไปอ้อนเธอขอนอนกอดสักคืนเพราะตั้งแต่หญิงสาวกลับมาอยู่ที่นี่ได้เกือบสามเดือนแล้วทั้งคู่ยังไม่มีโอกาสได้นอนด้วยกันเลยสักครั้งตามข้อตกลงที่สายป่านบอกไว้“ไม่ได้ค่ะ สายป่านให้โอกาสคุณแต่ยังไม่ได้ให้อภัยขอเวลาให้ทุกอย่างมันได้เยียวยาตัวเองก่อนนะคะ ชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกสามีนอกใจถึงแม้ว่าคุณจะยืนยันว่ามันเป็นเพียงแค่การจัดฉากเท่านั้นแต่มันก็แสดงให้เห็นว่าแท้ที่จริงแล้วคุณไม่เคยสนใจว่าฉันจะเจ็บช้ำแค่ไหน ดังนั้นสิ่งที่คุณเจอวันนี้มันยังไม่ถึงครึ่งของความเจ็บช้ำที่ฉันต้องเผชิญมาตลอดเวลาสองเดือนที่อยู่ที่นี่กับคุณ”ศิลาได้แต่พยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่ภรรยาพูดเพราะตอนนี้เขารู้แล้วว่าการถูกอีกฝ่ายปฏิเสธมันเสียใจแค่ไหนที่ผ่านมาถึงแม้ว่าเขาจะสงสารในตัวของสายป่านแต่เขาก็ปล่อยให้ความแค้นมันนำพา
1รสจัด“เยี่ยมเลย” เบนกดหัวของนางแบบสาวให้ปากของเธอจัดการกับน้องชายของเขาได้ถนัด “อ่าสสส....” ปากเล็กชักน้องชายของชายหนุ่มเข้าออกอย่างช้าๆ จนเบนถึงกับคราง อ้าปากด้วยความเสียวซ่าน จากลีลาออรัลเซ็กซ์ของหญิงสาวหน้าตาสวย หุ่นอวบอิ่ม เธอคือผู้หญิงคนล่าสุดของเขา “เร็วๆ ผมชอบ” เมื่อความเป็นชายของชายหนุ่มแข็งตัวอย่างเต็มที่ ฟารีย์นางแบบสาว ก็ทำหน้าที่เป็นผู้นำขึ้นคร่อมร่างของเบนไว้ ก่อนจะจัดการใช้กลีบอูมอันอวบอิ่มครอบลงบน ท่อนแข็งของชายหนุ่ม อย่างช่ำชอง “อ่าสส. อือออ” หญิงสาวร้องตามแรงกระแทกชักเข้าชักออก ที่เธอเป็นผู้ควบคุมจังหวะทั้งหมดเอง “เสียวไหมคะ” ฟารีย์ถามเพราะเธอเห็นชายหนุ่มเอาแต่กัดปากแน่น สีหน้าแดงกร่ำชายหนุ่มไม่อยากเสียเวลาแห่งความสุข ไปกับการตอบคำถาม เขาใช้มือทั้งสองข้างยกสะโพกกลม ของหญิงสาว ให้ขึ้นลงถี่ขึ้น เพราะน้ำแห่งความใคร่ของเบน มันเดินทางมาใกล้ทางออกเต็มที่แล้วความช่ำชองในบทรักของคนทั้งคู่ ที่เข้าขากันเป็นอย่างดี ทั้งคู่ต่างผลัดกันรับ ผลัดกันรุก จนในที่สุดทั้งคู่ก็พากันไปถึงทางสวรรค์ ชายหนุ่มรีบจัดการถอดเครื่
เริ่มต้นใหม่ เบนได้เริ่มธุรกิจคอนโดมิเนียมโดยการรับช่วงต่อจากเพื่อนของบิดาที่ขายบริษัทต่อให้กับพ่อของเขา เพื่อแลกกับหุ้นบางส่วนในธุรกิจของกิตติที่สิงคโปร์ “คุณนันทาครับ คอนโดของเราจะเปิดให้เช่าต้นเดือนหน้า ผมจะยกให้คุณดูแลทุกอย่างแทนผม โดยที่ผมจะทำหน้าที่ดูแลเรื่องของกฎหมายเท่านั้นครับ” นันทาเป็นคนเก่าแก่ของบิดาของเบน เธอเคยอยู่สิงคโปร์อยู่พักหนึ่ง กิตติส่งเธอมาดูแลบ้านและทรัพย์สมบัติในเมืองไทยให้กับครอบครัวเขา “ทำไมล่ะคะ ” นันทาถามด้วยความแปลกใจ “ผมเป็นแค่ลูกจ้างของคุณกิตติอีกที หุ้นส่วนใหญ่ยังเป็นเพื่อนของคุณท่านครับ ดังนั้นการดูแลเรื่องการเงินผมจึงขอยกให้เป็นหน้าที่ของคุณนันทา ส่วนผมจะช่วยเรื่องอื่น โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายและการตลาดครับ” เบนพูดปดเพราะเขาอยากมาเริ่มต้นใหม่ในฐานะของคนธรรมดา ไม่ใช่ลูกชายเจ้าของธุรกิจพันล้าน เพราะถ้าเขายังคงเป็นเบนลูกชายของกิตติเศรษฐีไทยในสิงคโปร์ ชีวิตเขาก็คงไม่พ้นมีผู้หญิงที่หิวเงินมารุมล้อม และคงไม่มีผู้หญิงดีที่ไหนอยากมายุ่งเกี่ยวกับเขา ถ้าได้รู้ชื่อเสียงอันไม่น่าน่าจดจำของเขา “คุณเบนคะ ตอนนี้คอน
ขโมย “จูบเป็นแล้วใช่ไหม” เบนดึงตัวหญิงสาวให้แยกออกจากเขา ทั้งที่มายากำลังหลับตาพริ้มและเผลอปล่อยตัวเอง ไปตามอารมณ์ที่ถูกชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์อย่างเบนหยิบยื่นให้ “ผมจูบคุณได้ทั้งที่ผมไม่ได้เป็นแฟนคุณ และผมก็สามารถทำได้มากกว่านี้ ถ้าผมต้องการ มายาเข้าใจหรือยัง ว่าความรัก กับการมีสัมพันธ์ทางกายมันคือเรื่องเดียวกันไหม ผมให้คำตอบคุณแล้วนะ” ชายหนุ่มก็มีอารมณ์ไม่ต่างจากมายาตอนนี้ แถมมีมากกว่าด้วยซ้ำ แต่เขาตั้งใจแล้วว่า มาอยู่เมืองไทยครั้งนี้ เขาจะเป็นคนใหม่ และหญิงสาวตรงหน้า ก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาจะมองเธอไร้ค่าเหมือนคนอื่นที่เคยผ่านมา “ไปอาบน้ำแล้วเข้านอน อย่าคิดเรื่องนี้อีก ตอนนี้คุณต้องเรียนให้จบ ดูแลพี่สาวและที่สำคัญต้องไปช่วยผมทำงานแทนพี่สาวคุณ” เบนมั่นใจว่าผู้หญิงตรงหน้า ยังคงบริสุทธิ์อยู่และเขาก็ไม่ต้องการทำลายเธอเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เขาจึงขอตัวกลับบ้าน เพราะถ้าขืนอยู่นานเขาก็ไม่ไว้ใจตัวเองเหมือนกัน ตั้งแต่นันทาประสบอุบัติเหตุ สามีของเธอก็พาเธอไปอยู่ด้วยที่ต่างจังหวัด เพราะเขาต้องทำงานและจะได้ดูแลภรรยาได้อย่างใกล้ชิด เ
สืบ หลังจากที่รู้เรื่องที่แฟนของมายามีภรรยาอยู่แล้ว และเธอกำลังตั้งครรภ์ เบนก็ตัดสินใจที่จะยังไม่บอกเรื่องนี้กับหญิงสาว เพราะเขายังต้องการรู้ว่า แมนอยู่เบื้องหลังการยักยอกเงินของบริษัทหรือไม่ นักสืบกลับมารับงานอีกครั้ง หลังจากทำงานที่เร่งด่วนสำเร็จแล้ว เมื่อได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากเบน นักสืบก็ไปดำเนินการหาข้อมูลต่อทันที “เย็นแล้วกลับบ้านยังงละวันนี้” เบนเดินเข้าไปหามายาในห้องทำงาน เห็นเธอกำลังเตรียมตัวเก็บของเพื่อกลับบ้าน จึงลองถามเธอเพราะใจจริงเขาก็อยากไปส่งเธอที่บ้าน “เดี๋ยวแมนมารับค่ะ” คนตอบสีหน้าดูมีความสุข “แฟนของเธอ เขาทำงานที่ไหน ถึงได้มีเวลามาหาเธอช่วงกลางวันบ่อยๆ” ชายหนุ่มแกล้งทำเสียงจริงจังถาม “ฉันไม่ได้ออกไปไหนในเวลางานเลยนะคะ” หญิงสาวทำท่าตกใจ “ผมยังไม่ได้ว่าอะไรเลย แค่สงสัยว่าแฟนของคุณทำงานแถวนี้เหรอถึงได้มาหาได้บ่อยๆ” “เปล่าค่ะ เขาทำงานรับส่งเอกสาร เวลาผ่านมาทางนี้ก็ถึงจะแวะมาหา” คนตอบสีหน้าดีขึ้น “แล้วเวลากลับเขามารับทุกวันใช่ไหม ที่ถามก็เป็นห่วง บ้านอยู่ไกลจากบริษัท แถมต้องกลับค่ำมืดทุกวัน”
ตอนที่ 11เติมเต็ม ดาวิกาก้าวเข้ามาเป็นสะใภ้ในครอบครัวของทรงธรรมอย่างเต็มตัวและเต็มใจ เธอเป็นที่รักของยมโดยอย่างมาก เพราะหญิงสาวทำกับข้าวได้ถูกปากแม่สามี วันนี้เป็นวันที่ทรงธรรมจะได้กลับบ้านหลังจากที่ต้องไปนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเกือบสองเดือน ในส่วนของคดีก็ยังดำเนินต่อไป โดยที่ทรงธรรมปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทนาย เขาไม่อยากคิดถึงเรื่องนี้แล้ว เพราะมันทำให้เขาเจ็บปวด หลานสาวทั้งสองคนที่เป็นลูกของผจญ ทรงธรรมในฐานะลุงได้ยกที่ดินให้คนละสองไร่ ซึ่งราคาตอนนี้ก็ไร่ละเป็นล้าน พร้อมเงินในบัญชีที่ทั้งคู่จะเบิกไปใช้ได้ก็ต่อเมื่ออายุยี่สิบปีบริบูรณ์อีกคนละห้าแสนบาท “ที่พ่อทำแบบนี้ พ่อไม่ได้คิดจะให้ผจญมันสำนึกได้ แต่เพราะหลานทั้งสองคนไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ถ้าผจญต้องติดคุก จะได้มีที่ดินเอาไว้ขายเอาเงินมาใช้จ่ายกัน เราโตแล้ว ต้องแยกให้ออกว่าเรื่องบางเรื่องมันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทุกคน” ปองภพชื่นชมในการตัดสินใจของบิดา คนดี ๆ แบบนี้ไม่น่าจะมีใครมาคิดร้ายด้วยเลย เพราะท่านมีแต่ให้จริง ๆ ยมโดยเรียกลูกชายและลูกสะใภ้เข้ามาใกล้ๆ เธอมีบางอย่างอ
ตอนที่ 10ความจริงที่เจ็บปวด ยมโดยโอบกอดลูกชายด้วยความดีใจและเรียกดาวิกาเข้ามากอดด้วย เธอร้องไห้แต่เหมือนยังมีสติ “ฟังแม่นะพล พ่อถูกทำร้าย แม่คิดว่าเมื่อครั้งที่แล้วก็ใช่ แต่ครั้งนี้มันคงหวังให้พ่อพิการหรือไม่ก็ตายเองจากอาการสาหัส และแม่ก็พอเดาออกว่าใคร” ปองพลฟังด้วยความตื่นเต้น เพราะเขาไม่เคยรู้เลยว่าพ่อแม่บุญธรรมของเขามีศัตรู “ใครกันครับ” “น้องชายของพ่อ เพราะวันที่ลูกมาหาแม่และกลับไป เราสองคนได้พูดถึงเรื่องการทำพินัยกรรม พ่อกับแม่จะยกเงินและหุ้นในอู่ต่อเรือของครอบครัวพ่อคืนให้พี่น้องเขา ส่วนทรัพย์สินที่พ่อกับแม่สร้างกันขึ้นมาเอง เราจะยกให้ลูก และวันที่เราพูดเรื่องนี้ก็มีเพียงแม่บ้านที่อยู่ด้วย แต่อีกวันน้องชายคนเล็กของพ่อก็พาหลาน ๆ มาหา” ปองพลตกใจมาก เพราะในบรรดาพี่น้องของพ่อบุญธรรมเขา มีน้องชายคนเล็กเพียงคนเดียวที่ยังไปมาหาสู่กันตลอด “คุณผจญ ท่านดูเป็นคนอ่อนโยนและดูเป็นห่วงพ่อมาก มันจะเป็นเรื่องจริงเหรอครับ” “เขามาที่นี่พร้อมหลาน ๆ และถามพ่อกับแม่เรื่องอู่ที่พ่อกับแม่มีอยู่ เขาพยายามพูดให้เห็นว่าพลเป็นเพียงแค่ล
ตอนที่ 9อุบัติเหตุ ปองภพดีใจที่สุดที่วันนี้มาถึง วันที่เขาได้พูดความจริงและดาวิกาก็ยอมที่จะแต่งงานตามคำขอของเขา ข่าวเรื่องที่ปองภพไม่สบายทำให้ทรงธรรมร้อนใจมากจึงได้รีบเดินทางมาหา โชคดีที่จังหวัดที่เขาอยู่มีสนามบินอยู่ไม่ไกล จึงไม่ใช่เรื่องยากในการเดินทาง “ปองภพลูก” ดอมพาทรงธรรมมาหาปองภพที่ห้องเช่าของเขา ภาพห้องเช่า ข้าวของที่ใช้สำหรับทำกับข้าวขาย และดาวิกากับน้อง อดทำให้ทรงธรรมรู้สึกสงสารไม่ได้ “พ่อได้ข่าวว่าไม่สบาย แม่เขาก็ร้อนใจสั่งให้พ่อมาดูด้วยตาตัวเอง” ปองภพดีขึ้นแล้ว พยายามทรงตัวขึ้นมานั่งคุยกับบิดาที่เดินทางไกลมาด้วยความเป็นห่วง “ไข้ลดตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วครับพ่อ” คนป่วยพูดจบก็หันไปทางดาวิกา เพราะทั้งสองคนยังไม่ได้รู้จักกันเลย “ดา พ่อของพี่” หญิงสาวยกมือไหว้ หัวใจของเธอมันสั่นอย่างบอกไม่ถูก บุคลิกท่าทางของทรงธรรมมีความเป็นทั้งผู้ใหญ่และผู้ดี จนเธอรู้สึกต่ำต้อยเกินไปที่จะไปเป็นสะใภ้ของเขา “น่ารักกว่าที่ฉันคิดไว้นะ เห็นพลเล่าให้ฟังว่าทำกับข้าวเก่งมาก ไว้แต่งงานกันแล้ว ไปหาทำเลเปิดร้
ตอนที่ 8เจ้าของอู่..สู่..พ่อค้าขายแกง “พ่อกับแม่ชักอยากจะเห็นหน้าอนาคตลูกสะใภ้คนนี้จัง แก้เกมได้ทันคนจริง ๆ ” ทรงธรรมฟังเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดจากปากของลูกชาย เขารู้สึกเห็นด้วยกับดาวิกา การที่ปองภพยืนยันว่าเขาคือคนเดิม เขาก็ต้องกลับไปลำบากอีกครั้งให้ได้ แล้วเวลาหนึ่งเดือน ไม่ใช่เรื่องที่จะฝืนทนกันได้ถ้าไม่เต็มใจ “ปองภพแล้วลูกล่ะคิดว่าทำได้ไหม” ชายหนุ่มถามคำถามนี้กับตัวเองมาทั้งคืนแล้ว และเขาก็มีคำตอบเดียวในหัวใจ “บ้านไม่มีอยู่ นอนใต้ต้นไม้ ขอข้าววัดกิน ผมก็ผ่านมาแล้ว เพิ่งจะได้เป็นคุณปองภพแค่ไม่กี่ปี ผมว่าตัวเองยังคุ้นชินกับความจนมากกว่าความรวยเสียอีก” พ่อกับแม่ได้ยินลูกชายบุญธรรมพูดแบบนี้ก็ทั้งสบายใจและดีใจ เพราะทั้งสองคนตั้งใจจะยกสมบัติทั้งหมดที่เขาสองคนหามาได้ให้กับปองพล ส่วนสมบัติที่ได้จากบรรพบุรุษ ทั้งคู่จะคืนให้กับคนในตระกูล ยมโดยหันไปพูดกับสาวมี ด้วยน้ำตานองหน้า จนทรงธรรมตกใจรีบเดินมานั่งข้าง ๆ แล้วกอดภรรยา “เราเลือกคนไม่ผิดจริง ๆ ค่ะ ภพไม่เคยลืมตัว ถึงเขาจะไม่ใช่สายเลือดแต่เขาคือผู้ให้ชี
ตอนที่ 7 เสียความรู้สึก “เป็นอะไรวันนี้ กลับบ้านทำหน้าตาเหมือนเบื่อโลก” ดาวิกาเห็นหน้าน้องชายแล้วอดถามไม่ได้ เพราะปกติกลับมาจากที่ทำงานจะร่าเริงและจะต้องมาอวดว่าวันนี้ทำงานได้เงินเท่าไหร่ แต่วันนี้กลับเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเศร้า ๆ เหมือนมีความกังวลอยู่ในใจ “พี่ดาวันเสาร์นี้ที่อู่จัดงานเลี้ยง เจ้านายผมบอกให้พี่ไปด้วย ตกลงนะ” ดอมถามเองตอบเอง และไม่ยอมมองหน้าพี่สาว ด้วยกลัวตัวเองจะเผลอแสดงพิรุธอะไรไป “พี่ไม่รู้จักใครแล้วจะให้พี่ไปทำไม” หญิงสาวเดินตามน้องชายเพื่อต้องการอยากรู้เหตุผล เพราะเธอไม่ใช่พนักงานที่นั่น “เขากินกับข้าวพี่กันทุกคน เขาก็รู้จักพี่กันทั้งนั้นและ เพื่อนผมก็ไอ้พวกที่มาช่วยยกของ ล้างของบ่อย ๆ ไปเถอะ หาซื้อชุดสวย ๆ ใส่ไปด้วยนะ งานเริ่มหนึ่งทุ่มเสาร์นี้” ดาวิกาไม่อยากขัดใจน้องชายและเห็นดอมดูอารมณ์ไม่ค่อยดีจึงไม่อยากถามต่อ ดอมปิดไฟได้เวลาเข้านอน ห้องเช่าสี่เหลี่ยมที่ไม่เล็กมาก พอให้สองพี่น้องมีมุมแยกกันส่วนตัว แต่ก็มองเห็นกันได้ ชายหนุ่มนอนมองพี่สาวที่เอาแต่เฝ้าจับโทรศัพท์ตลอด เ
ตอนที่ 6บอกผู้ใหญ่ ยมโดยแม่บุญธรรมของปองภพมีอาการไม่ค่อยดี เพราะเธอเดินไม่ได้แต่ยังพยายามที่จะลุก จนล้มหน้าคว่ำกับพื้น ทรงธรรมมีเรื่องยุ่ง ๆ เกี่ยวกับการสั่งเครื่องจักรเข้ามาในอู่ที่ใต้ ขาจึงต้องเดินทางไปจีน จึงให้ปองภพลงมาดูแลยมโดยแทนเขา “เมื่อคืนแม่ก็อยู่คนเดียวได้ ไม่เห็นต้องยุ่งยากให้ภพมาดูแม่เลย” ยมโดยเป็นผู้หญิงเก่ง เธอมาจากครอบครัวที่ยากจนเป็นชาวประมงและมาพบรักกับทรงธรรมที่เป็นลูกชายเจ้าของอู่ต่อเรือ แต่ทรงธรรมไม่ใช่ลูกชายคนโปรดเพราะดันไปรักกับผู้หญิงจน ๆ อย่างยมโดย จึงได้สมบัติมาแค่เพียงหยิบมือและมาเริ่มต้นสร้างฐานะกันใหม่ “อยู่ได้ผมเชื่อ แต่แม่ไม่อยากให้ผมมาอยู่ด้วยเหรอ” ปองภพก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเขารู้จักกับครอบครัวนี้แค่ไม่กี่ปี แต่ทำไมเขารู้สึกผูกพันกับทั้งสองคนมากและเขาก็คิดว่าทั้งสองคนก็รักเขาเหมือนลูกจริง ๆ “แม่เหงาจังเลย เกิดมาก็ดันมีกรรมไม่มีลูกอย่างใครเขา เมื่อไหร่ภพจะมีเมียแม่อยากอุ้มหลาน” สายตาที่เว้าวอนของคนที่เดินไม่ได้ มันทำให้หัวใจของปองภพรู้สึกใจหาย “คุณแม่ครับ คือตอนนี้ผมมีแฟน
ตอนที่ 5การให้ที่ยิ่งใหญ่ วันนี้ปองพลนัดดาวิกามาเจอทั้งที่ไม่ใช่วันหยุด หญิงสาวจึงต้องทำกับข้าวมาขายให้น้อยกว่าเดิมเพื่อที่จะได้หมดไวขึ้น “มีอะไรด่วนเหรอคะ พี่พลถึงต้องนัดดามาเจอวันนี้” ปองพลยื่นซองสีน้ำตาลให้กับหญิงสาว พร้อมกับซอง สีขาวเล็กอีกซองหนึ่ง “มสธ. กำลังใกล้จะปิดรับสมัครและนี่เงินลงทะเบียน เรียนต่อนะ” “เพื่ออะไรคะ พี่พลจะให้ดาเรียนต่อด้วยเงินของพี่เพื่ออะไร” ชายหนุ่มจับไหล่ทั้งสองข้างของคนรัก ด้วยท่าทีที่จริงจังและแววตาที่มั่นคง “เพื่อเรา พี่อยากสร้างครอบครัวกับดา อย่างน้อยถ้าดาเรียนจบปริญญาตรี ลูกเราจะได้ไม่ลำบาก ทำเพื่อเรานะ” ปองพลไม่รอให้อีกฝ่ายได้คิดและปฎิเสธ เขาก็ขึ้นรถรับจ้างออกไปทันที ดาวิกามองซองทั้งสองซองด้วยความไม่เข้าใจ ตอนนี้เธออายุยี่สิบกว่าแล้ว อยู่ดี ๆ ทำไมปองพลเขาถึงอยากให้เธอเรียนต่อ แต่ในเมื่อคนรักต้องการ เธอก็จะทำให้ดีที่สุด “นั่งเขียนอะไรพี่ดา เห็นทำหน้าจริงจังเชียว” ดอมถามเพราะวันนี้เขาทำโอทีแค่สองทุ่มกลับมาก็เห็นพี่สาวนั่งเขียนอะไรบางอย่างถึงขั
ตอนที่ 4ความในใจ ดาวิกากลับมาถึงบ้าน ภาพที่เธอเห็นคือข้าวของทุกอย่างที่ดอมเอาไปถูกล้างอย่างเรียบร้อย ตอนแรกเธอคิดว่าต้องกลับมาล้างเอง เพิ่งจะเคยเห็นเหมาไปแล้วยังล้างมาให้อีก หญิงสาวคิดขึ้นมาได้ว่าลืมบอกปองภพว่า หัวหน้ายามที่นี่ก็บ่นหาอยู่ อยากให้แวะมาหาเขาบ้าง เธอจึงลองโทรศัพท์กลับไปที่เบอร์ที่ชายหนุ่มโทรมา แต่ปรากฏว่าปิดเครื่อง “อะไร แยกกันได้ไม่ถึงชั่วโมงปิดเครื่อง” คนโทรได้แต่บ่นกับตัวเอง มีด้วยเหรอคนเราจะออกจากบ้านเดินทางไปที่อื่นจะปล่อยให้แบตเตอรี่หมด ดอมกลับมาจากทำงานพอดี แต่นี่ไม่ใช่เวลาเลิกงาน ดาวิกาสงสัยว่าน้องชายทำไมกลับมาก่อน “กลับมาเอาอะไร ยังไม่ใช่เวลาเลิกงานนี่” “กลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เย็นนี้นายจะให้ทำโอทีคงกลับประมาณห้าทุ่มให้ชั่วโมงละ300เลยนะ ลองคิดสิตั้งแต่หกโมงเย็นจนถึงห้าทุ่ม 1500เลย เดือนนี้ได้เงินจ่ายค่าห้องไม่ต้องควักเงินเดือนแล้ว แต่ทำสองวันติดเลยนะพี่” หญิงสาวฟังน้องชายและคิดตาม แค่เงินเดือนตอนนี้ดอมก็ได้ถึงหมื่นสาม ยังจะมีโอให้อีกสามพัน มันดูมากไปสำหรับพนักงานใหม่
ตอนที่ 3ลองใจ นับจากวันนั้น วันที่ปองภพมาหาดาวิกา เธอก็ไม่ได้รับการติดต่อจากเขาอีกเลย ทุกวันเธอจะเหลือเมนูที่เขาชอบไว้ เพราะกลัวว่าถ้าเกิดวันใดที่ปองภพมาเขาจะไม่ได้กิน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นเบอร์แปลกที่หญิงสาวไม่ได้บันทึกเบอร์ไว้ เธอภาวนาขอให้ใช่คนที่เธอรอคอย “สวัสดีค่ะขอสายพี่นกค่ะ” “ไม่มีค่ะ คุณคงโทรผิดเบอร์” หญิงสาวถอนหายใจ ให้กับฝันสลายที่หายวับไปทันใด สุดท้ายเป็นแค่เพียงคนโทรผิด ดอมกลับมาที่ร้านทั้งที่เขาเพิ่งจะออกไปทำงานไม่ถึงสองชั่วโมง “พี่ดา นายให้มาเหมากับข้าวให้หมดเลย วันนี้นายจะเลี้ยงอาหารกลางวันลูกน้องและถ้าเหลือจะให้แบ่งกันกลับบ้าน” ดาวิกายืนงงด้วยความแปลกใจทำอะไรไม่ถูก ดอมและเพื่อนช่วยกันขนหม้อขึ้นรถ ปล่อยให้แม่ค้าคนสวยยืนงงอยู่คนเดียว “แล้วข้าวของพี่จะได้คืนเมื่อไหร่ พรุ่งนี้พี่ต้องทำกับข้าวแต่เช้ามืดนะ” “บ่ายนี้ผมจะเอาไปไว้ที่ห้องเอง ไม่ต้องเป็นห่วง” กับข้าวถูกขนไปหมดแล้ว ดาวิกาจึงเก็บร้าน เพราะจะได้กลับไปทำงานบ้านต่อ โชคดีของเธอที่มีคนมาเหมาจะได้มีเวลาทำงานบ้านบ้าง