ตอนที่ 9
หนีให้ไกลจากความเจ็บช้ำ
“วันนี้เธอไม่ไปทำงานกับคุณศิลาหรอกหรือ”
สายป่านได้ยินเสียงรถของสามีขับออกไปแล้ว เธอก็รีบเดินมายังชั้นล่างทันทีเพื่อดูว่าเส้นทางหนีของเธอตอนนี้มีใครไหมที่เธอจะต้องคอยระวังและสิ่งที่เธอเห็นก็คือสาวสวยคนใหม่ของศิลากำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ที่ห้องรับแขกซึ่งตรงกับทางออกของบ้านซึ่งมันจะทำให้สายป่านไม่สามารถที่จะหนีโดยหลุดรอดสายตาของมือที่สามของครอบครัวเธอไปได้
“ไม่….ฉันไม่อยากไป”
พลอยโกหกเพราะความจริงแล้วเธอร้องตามศิลาไปแต่ ชายหนุ่มต่างหากที่ไม่ยอมให้เธอไปที่ทำงานเพราะตอนนี้พลอยเล่นเกินบทบาทศิจนลากลัวว่าเธอจะไปสร้างความวุ่นวายที่นั่น
สายป่านตัดสินใจที่จะเลือกหนีไปวันอื่นเพราะวันนี้เส้นทางของเธอมีขวากหนามเสียแล้วแต่เธอยังไม่ทันที่จะเดินขึ้นไปยังห้องนอนก็ต้องหยุดทันทีเมื่อได้ยินเสียงของอีกฝ่ายที่ลุกตามเธอมา
“ให้ฉันช่วยอะไรไหมเรื่องที่เธอจะหนีจากที่นี่”
สาวน้อยแขกที่ไม่รับเชิญของบ้านพูดออกมาตรง ๆ เพราะความลับที่สายป่านคิดว่าไม่มีใครรู้นอกจากเธอความจริงแล้วพลอยรับรู้มาตลอดเพราะเธอเห็นสายป่านเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้าคืนวันนั้นวันที่ศิลาพาเธอไปเปลี่ยนบรรยากาศเพื่อให้ สายป่านเห็นภาพที่ทั้งคู่นอนกอดกัน เธอได้แอบเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วเจอกระเป๋าอยู่ในนั้นจึงรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังคิดที่จะหนี
“เธอคิดอย่างที่พูดจริง ๆ ไหมถ้าฉันหนีไปจากที่นี่ได้เธอจะได้มีโอกาสเป็นภรรยาตัวจริงของเขา ฉันสัญญาว่าถ้าเมื่อไหร่ที่เขายอมปล่อยฉันไป ฉันจะกลับมาอย่าให้เธอ”
สายป่านเองเธอไม่ต้องการทะเบียนสมรสแต่ศิลาบังคับให้เธอไปจดทะเบียนหลังจากที่เธอแต่งงานได้แค่เพียงไม่กี่วัน เพราะความจริงแล้วศิลาก็ไม่มั่นใจตัวเองเหมือนกันว่าถ้าเขาวางแผนทำร้ายจิตใจย่ำยีหัวใจของสายป่านสุดท้ายเธออาจจะไม่ทนจึงใช้ทะเบียนสมรสมาเป็นสิ่งผูกมัดไว้อีกทาง
“แน่นอนอยู่แล้วการที่เธอจะไปจากที่นี่มีแต่ผลดีกับฉันแล้วเรื่องอะไรฉันจะไม่ช่วยเธอ เอาเป็นว่ารีบขนกระเป๋าเสื้อผ้าลงมาเพราะตอนนี้แม่บ้านกำลังออกไปซื้อของที่ตลาดกันแต่ก็คงใกล้จะกลับแล้วส่วนเธอจะไปอยู่ที่ไหนอย่างไรเดี๋ยวเราค่อยคุยกันบนรถ”
พลอยรีบเอารถออกทันทีเพราะเหลือเวลาอีกไม่นานแม่บ้านของคฤหาสน์หลังใหญ่ก็จะกลับมาและรับรองว่าแค่เพียงเห็น สายป่านถือกระเป๋าเดินทางคนที่บ้านหลังนี้ก็จะรีบโทรรายงานเจ้านายและตอนนั้นเองแผนของทั้งสองคนก็จะไม่สำเร็จซึ่งจะนำความเดือดร้อนมาสู่พลอยด้วยถ้าศิลารู้ว่าเธออยู่เบื้องหลังในการหนีของสายป่านครั้งนี้
“คุณส่งฉันตรงนี้ก็พอค่ะเพราะฉันก็ไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าฉันจะไปอยู่ที่ไหน”
หญิงสาวตัดสินใจที่จะไม่ให้คนขับไปส่งเธอถึงที่พักที่เธอตัดสินใจเช่าไว้ล่วงหน้าเพราะความลับนี้เธอต้องการจะรู้แค่เพียงคนเดียวแม้แต่พ่อกับแม่ของเธอก็จะไม่มีสิทธิ์รู้ เพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจที่สุดเธอเธอก็เลือกที่จะปกปิดทุกเรื่องให้เป็นความลับเพราะเรื่องที่น่าขยะแขยงแบบนี้เธออายเกินกว่าจะเล่าให้ใครฟังได้
“ฉันไม่บังคับเธอหรอกรับเงินนี้ไป ฉันรู้ว่าเธอไม่มีเงินติดตัวสักเท่าไหร่เพราะคุณศิลาบอกฉันตลอดว่าทุกวันนี้เขาให้เงินเธอแค่พอใช้ไปวัน ๆ เพื่อจะกันไม่ให้เธอตัดสินใจหนีไปจากเขาเงินที่ฉันให้เธอก็เป็นเงินเก็บที่ฉันพอมีอยู่บ้างแล้วหวังว่ามันจะทำให้เธอไปเริ่มต้นชีวิตใหม่แล้วไม่ต้องกลับมาหาคุณศิลาของฉันอีก”
สายป่านชักมือกลับ เธอไม่อยากจะรับเงินของหญิงสาวที่ทำหน้าที่ขับรถมาส่งเธอแต่พลอยก็รีบยัดเงินใส่กระเป๋าทันทีเพราะความเป็นลูกผู้หญิงด้วยกันทำให้เธออดที่จะสงสารสายป่านไม่ได้ถึงแม้ว่าหญิงสาวที่กำลังจะก้าวลงจากรถจะเป็นมารหัวใจของเธอก็ตาม
ห้องเช่าขนาดเล็กที่ราคาถูกมากถูกเลือกเป็นที่พักใจของสายป่าน เธอตัดสินใจที่จะไปติดต่อพักการเรียนไว้เรียบร้อยแล้ว สักวันเธอจะกลับมาเรียนเอาความฝันของเธอให้สำเร็จแต่ตอนนี้เธอมีหน้าที่ที่ต้องดูแลอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังจะลืมตาดูโลกและตอนนี้เธอต้องการหางานทำเพื่อจะมีเงินพอสำหรับการคลอดลูกและเลี้ยงดูเด็กน้อยที่จะลืมตาในเร็ว ๆ นี้
งานที่สายป่านรับมาทำเป็นการรับจ้างพิมพ์งานเป็นรายงานทั่วไปของนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยร้านถ่ายเอกสารที่เธอคุ้นเคยทำหน้าที่รับงานให้อย่างน้อยเธอก็สามารถมีรายได้ใช้จ่ายไปวันๆโดยที่ไม่ต้องควักเงินเก็บที่เธอมีติดตัวมาเพียงไม่กี่หมื่น
“ไม่มีใครเห็นเลยใช่ไหมเพราะสายป่านไปไหน”
ศิลากลับมาถึงบ้านแล้วพบว่าในตู้เสื้อผ้าของสายป่านเหลือเสื้อผ้าเพียงไม่กี่ชุดเขาก็เอะอะโวยวายใส่แม่บ้านทุกคนรวมทั้งพลอยด้วยถึงกับเข้าหน้ากันไม่ติด
“กล้องวงจรปิดก็ถูกหันหน้าไปทางอื่นครับไม่มีใครเห็นเลยว่าคุณสายป่านออกไปกับใครตอนไหน”
คนสวนของบ้านที่ทำหน้าที่ขับรถพาแม่บ้านไปตลาดรีบรายงานทันที พลอยเธอเป็นผู้หญิงที่ฉลาดเกินกว่าที่ศิลาคิด เธอรู้ว่ากล้องวงจรปิดอยู่ในตำแหน่งไหนและเธอก็จัดการให้มันหันไปทางอื่นเรียบร้อยเพื่อไม่ให้กล้องสามารถเป็นพยานหลักฐานได้ว่าเธอมีส่วนรู้เห็นกับการหนีไปของสายป่าน
“ผมให้คุณอยู่บ้านแล้วคุณจะออกไปข้างนอกทำไมหรือว่าจริง ๆ แล้วคุณเป็นคนพาสายป่านไป”
ศิลาไม่รู้จะโวยวายเอาความจริงจากใครจึงหันมาเล่นงานพลอยที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้นั่งอยู่ที่โซฟาเหมือนว่าความจริงแล้วเธอไม่มีส่วนรู้เห็นใด ๆ ทั้งสิ้น
“พลอยก็มีธุระต้องทำเหมือนกันนะคะแล้วคุณศิลาก็ไม่ได้สั่งให้พลอยเฝ้าคุณสายป่านดังนั้นไม่ใช่หน้าที่ของพลอยต้องรับผิดชอบคุณจ้างพลอยมาเพื่อเล่นบทนางบำเรอไม่ได้เป็นยามเฝ้าใครค่ะ”
คนผิดทำปากแข็งเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้ว่าความจริงว่าเธอคือตัวการสำคัญซึ่งศิลาก็เชื่อตามนั้นเพราะพลอยเองปกติจะทำเสียงเป็นแมวคอยอ้อนเอาใจเขาแต่วันนี้เธอกลับเสียงแข็งเพื่อยืนยันความถูกต้องของเธอว่าเธอไม่ได้ถูกจ้างวานมาเพื่อคอยเฝ้าสายป่านเหมือนอย่างที่ชายหนุ่มกำลังต่อว่าเธอแบบนี้
“อย่าให้รู้นะว่าใครอยู่เบื้องหลังที่เมียฉันหนีไป”
มาเฟียหนุ่มหันไปตวาดทุกคนในบ้านในเชิงข่มขู่ซึ่งมันก็ได้ผลทุกคนต่างหลบหน้าหลบตาต่างก็รู้ว่าชะตาของชีวิตตัวเองเริ่มสั่นคลอนแล้วถ้าตราบใดที่เจ้านายยังหัวเสียอยู่แบบนี้
“ความจริงแล้วคุณต้องดีใจด้วยซ้ำเพราะการที่สายป่านหนีไปแบบนี้มันแสดงให้รู้ว่าเธอเจ็บช้ำจนไม่อยากจะทนและป่านนี้ครอบครัวของเธอก็คงจะรู้เรื่องเพียงแต่ไม่ได้บอกคุณเชื่อฉันสิว่าป่านนี้พ่อแม่ของมันต้องกินน้ำตาต่างข้าวที่ลูกทนไม่ไหวต้องหนีสามีตัวเองไปแน่นอน”
พลอยพยายามจะพูดให้อีกฝ่ายใจเย็นลงแต่มันกะจี้ใจดำของมาเฟียหนุ่มเพราะมันเป็นการย้อนว่าเขากำลังย้อนแย้งกับแผนการที่ตัวเองวางไว้ซึ่งความจริงเขาควรจะดีใจที่แผนเดินมาถึงทางนี้แต่สุดท้ายเขากลับเป็นคนที่เสียใจโวยวายและตอนตรงกับการสูญเสียภรรยาไปไม่ต่างจากตอนที่เขาเสียมารดาไปอย่างไม่มีวันกลับมายิ่งสร้างรอยแผลที่เกิดจากมีดที่ตัวเองสร้างมากรีดลงไปในหัวใจของศิลาอย่างเจ็บปวด
“ผมจ้างคุณมาเพื่อให้คุณมาเล่นละครไม่ใช่ให้คุณมาทำหน้าที่เป็นแม่ผม พลอยคุณรีบกลับบ้านคุณไปซะก่อนที่ผมจะไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น”
ความโมโหความโกรธความสูญเสียทวีคูณเข้ามาภายในหัวใจเวลานี้ศิลาไม่สนใจใครทั้งนั้นเขาพร้อมจะโยนความผิดให้ทุกคนยกเว้นตัวเองเพื่อให้คนอื่นมาร่วมรับผิดชอบกับสิ่งที่เขากำลังสูญเสียในตอนนี้และคนแรกที่เขาคิดถึงนั่นก็คืออุดมพ่อของสายป่านนั้นเอง
“ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าสายป่านไปไหน” อุดมยืนยันความบริสุทธิ์ทันทีเมื่อลูกเขยมาเยือนถึงบ้าน
“แกจะไม่รู้ได้ยังไงในเมื่อแกคือพ่อแท้ ๆ ของสายป่านแกคงเจ็บช้ำใช่ไหมที่ฉันทำร้ายหัวใจลูกของแก ถึงได้พาเมียฉันหนีถ้าภายในคืนนี้เมียของฉันยังไม่กลับมาธุรกิจของเราเป็นอันยกเลิก”
ศิลาใช้สรรพนามกับพ่อตาเปลี่ยนไปทันทีเวลานี้ความโมโหขึ้นตาเขาพร้อมจะเป็นอันธพาลทุกเมื่อโดยไม่สนใจว่าผู้ชายตรงหน้าอายุมากกว่าเขาถึง 30 ปี
“เราสองคนไม่ใช่พ่อแม่แท้ของสายป่านดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องปกป้องมัน คุณโกรธใครก็ไปลงกับคนนั้นไม่มีสิทธิ์มาลงกับเราสองคนเราสองคนไม่รู้เรื่องด้วย”
ผกาด้วยความเป็นห่วงสามีเธอเผลอพูดความจริงออกมาให้ศิลารู้ว่าไม่มีเหตุอันใดที่สามีของเธอจะต้องช่วยปกปิดเรื่องของ สายปากเพราะหญิงสาวไม่ใช่สายเลือด ทั้งคู่จึงไม่ได้เป็นห่วงเป็นใยขนาดนั้น
“หมายความว่าอย่างไร แกสองคนไปเอาผู้หญิงที่ไหนมาตบตาฉัน”
ศิลาที่โมโหตอนอยู่ตอนนี้เขายิ่งทวีคูณมากขึ้นเพราะรู้สึกว่ากำลังถูกอุดมสวมเขาไปเอาผู้หญิงกำมะลอที่ไหนมารับบทเป็น ลูกสาวเพื่อมาหลอกแต่งงานกับเขาจึงทำให้เขารู้สึกว่าแท้ที่จริงแล้วเขาคือคนที่โง่ที่สุด
อุดมตัวสั่นด้วยความกลัว เขายอมเล่าความจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดตั้งแต่เรื่องที่พ่อและแม่ของสายป่านเสียชีวิตลง ยกเว้นเรื่องที่เขาเป็นฆาตกรฆ่าพ่อของสายป่านเขาเลือกที่จะบอกว่ามันเป็นเรื่องของการปล้น ส่วนความผิดที่ภรรยาของเขาทำให้แม่ของ สายป่านต้องฆ่าตัวตายอุดมเล่าเหมือนว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องปกปิดเขาไม่พูดถึงว่าตัวเองอยากได้ดวงใจมาเป็นเมียเพราะเขาเลือกที่จะเก็บรักษาเฉพาะความลับของตัวเองเท่านั้น
ความจริงที่มารู้ในวันที่สายไปมาเฟียผู้มีใจเข้มแข็งมาตลอดไม่ว่าจะเจอเรื่องราวหนักหนาแค่ไหนแต่วันนี้เขาแทบจะยืนต่อไปไม่ไหวเพราะเขากลัวเหลือเกินว่าสายป่านจะไปไกล ไกลเกินกว่าที่เขาจะมีโอกาสได้ขอโทษเธอ
ตอนที่ 10ทำร้ายหัวใจตัวเองศิลารีบขับรถออกจากบ้านของอุดมทันทีหลังจากที่เขาได้รู้ความจริงทั้งหมด วันนี้เขารู้แล้วว่าความแค้นที่เขาเก็บกันมันอยู่ในหัวใจมันกลับเป็นมีดที่ลงมากรีดหัวใจของเขาเองที่ผ่านมาเขาเลือกที่จะทำร้ายสายป่านทั้งที่ความจริงแล้วหญิงสาวก็ไม่ต่างอะไรจากเขา เธอเคยถูกย่ำยีหัวใจจากผู้ชายที่ชื่ออุดม ผู้ชายที่ทำร้ายมารดาของเขาให้จากไปและเป็นคนหยิบยื่นความตายให้กับพ่อและแม่ของสายป่าน ศิลาอดคิดไม่ได้ว่าความจริงแล้วภรรยาของเขาเข้มแข็งกว่าเขาเสียอีกที่ทนอยู่กับความจริงที่ตัวเองรู้อยู่เต็มอกและยอมปล่อยวางไม่คิดแค้นใด ๆ ศิลาเชื่อมั่นแบบนั้นเพราะเขาสังเกตภรรยามาตลอดว่าสายตาของสายป่านเหมือนเจ็บช้ำทุกครั้งที่มองอุดม“ขอดูกล้องวงจรปิดทุกที่ทำทุกทางให้เจอสายป่านให้เร็วที่สุด”มาเฟียหนุ่มผู้มีอิทธิพลทั้งกับทางราชการและหน่วยงานทั่วไปเขาขอดูกล้องวงจรปิดจากทุกที่จ้างนักสืบราคาแพงและส่งลูกน้องทั้งของตัวเขาและเครือข่ายเพื่อนสนิทให้เร่งติดตามสายป่านเพื่อหวังว่าจะได้เจอเธอให้เร็วที่สุดแต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับไร้วี่แววเพราะหญิงสาวเลือกที่จะเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในห้องไม่มีใครสามารถพบเธอได้ กล้องวงจรป
ตอนที่ 11ให้โอกาสแต่ยังไม่ให้อภัยสายป่านย้อนกลับไปอยู่ที่คฤหาสน์หลังใหญ่โดยที่ตัวเองยังไม่ได้ให้อภัยในตัวสามีแต่เธอให้โอกาสเขาได้พิสูจน์ถึงแม้ว่าลึกๆแล้วเธอก็อดสงสารศิลาไม่ได้ที่ต้องเป็นคนสูญเสียจากการกระทำของพ่อนอกสายเลือดของเธอ“ผมขอนอนกับคุณกับลูกได้ไหมครับคืนนี้”ศิลาเปิดประตูห้องนอนเขาเดินไปหาภรรยาเข้าไปอ้อนเธอขอนอนกอดสักคืนเพราะตั้งแต่หญิงสาวกลับมาอยู่ที่นี่ได้เกือบสามเดือนแล้วทั้งคู่ยังไม่มีโอกาสได้นอนด้วยกันเลยสักครั้งตามข้อตกลงที่สายป่านบอกไว้“ไม่ได้ค่ะ สายป่านให้โอกาสคุณแต่ยังไม่ได้ให้อภัยขอเวลาให้ทุกอย่างมันได้เยียวยาตัวเองก่อนนะคะ ชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกสามีนอกใจถึงแม้ว่าคุณจะยืนยันว่ามันเป็นเพียงแค่การจัดฉากเท่านั้นแต่มันก็แสดงให้เห็นว่าแท้ที่จริงแล้วคุณไม่เคยสนใจว่าฉันจะเจ็บช้ำแค่ไหน ดังนั้นสิ่งที่คุณเจอวันนี้มันยังไม่ถึงครึ่งของความเจ็บช้ำที่ฉันต้องเผชิญมาตลอดเวลาสองเดือนที่อยู่ที่นี่กับคุณ”ศิลาได้แต่พยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่ภรรยาพูดเพราะตอนนี้เขารู้แล้วว่าการถูกอีกฝ่ายปฏิเสธมันเสียใจแค่ไหนที่ผ่านมาถึงแม้ว่าเขาจะสงสารในตัวของสายป่านแต่เขาก็ปล่อยให้ความแค้นมันนำพา
1รสจัด“เยี่ยมเลย” เบนกดหัวของนางแบบสาวให้ปากของเธอจัดการกับน้องชายของเขาได้ถนัด “อ่าสสส....” ปากเล็กชักน้องชายของชายหนุ่มเข้าออกอย่างช้าๆ จนเบนถึงกับคราง อ้าปากด้วยความเสียวซ่าน จากลีลาออรัลเซ็กซ์ของหญิงสาวหน้าตาสวย หุ่นอวบอิ่ม เธอคือผู้หญิงคนล่าสุดของเขา “เร็วๆ ผมชอบ” เมื่อความเป็นชายของชายหนุ่มแข็งตัวอย่างเต็มที่ ฟารีย์นางแบบสาว ก็ทำหน้าที่เป็นผู้นำขึ้นคร่อมร่างของเบนไว้ ก่อนจะจัดการใช้กลีบอูมอันอวบอิ่มครอบลงบน ท่อนแข็งของชายหนุ่ม อย่างช่ำชอง “อ่าสส. อือออ” หญิงสาวร้องตามแรงกระแทกชักเข้าชักออก ที่เธอเป็นผู้ควบคุมจังหวะทั้งหมดเอง “เสียวไหมคะ” ฟารีย์ถามเพราะเธอเห็นชายหนุ่มเอาแต่กัดปากแน่น สีหน้าแดงกร่ำชายหนุ่มไม่อยากเสียเวลาแห่งความสุข ไปกับการตอบคำถาม เขาใช้มือทั้งสองข้างยกสะโพกกลม ของหญิงสาว ให้ขึ้นลงถี่ขึ้น เพราะน้ำแห่งความใคร่ของเบน มันเดินทางมาใกล้ทางออกเต็มที่แล้วความช่ำชองในบทรักของคนทั้งคู่ ที่เข้าขากันเป็นอย่างดี ทั้งคู่ต่างผลัดกันรับ ผลัดกันรุก จนในที่สุดทั้งคู่ก็พากันไปถึงทางสวรรค์ ชายหนุ่มรีบจัดการถอดเครื่
เริ่มต้นใหม่ เบนได้เริ่มธุรกิจคอนโดมิเนียมโดยการรับช่วงต่อจากเพื่อนของบิดาที่ขายบริษัทต่อให้กับพ่อของเขา เพื่อแลกกับหุ้นบางส่วนในธุรกิจของกิตติที่สิงคโปร์ “คุณนันทาครับ คอนโดของเราจะเปิดให้เช่าต้นเดือนหน้า ผมจะยกให้คุณดูแลทุกอย่างแทนผม โดยที่ผมจะทำหน้าที่ดูแลเรื่องของกฎหมายเท่านั้นครับ” นันทาเป็นคนเก่าแก่ของบิดาของเบน เธอเคยอยู่สิงคโปร์อยู่พักหนึ่ง กิตติส่งเธอมาดูแลบ้านและทรัพย์สมบัติในเมืองไทยให้กับครอบครัวเขา “ทำไมล่ะคะ ” นันทาถามด้วยความแปลกใจ “ผมเป็นแค่ลูกจ้างของคุณกิตติอีกที หุ้นส่วนใหญ่ยังเป็นเพื่อนของคุณท่านครับ ดังนั้นการดูแลเรื่องการเงินผมจึงขอยกให้เป็นหน้าที่ของคุณนันทา ส่วนผมจะช่วยเรื่องอื่น โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายและการตลาดครับ” เบนพูดปดเพราะเขาอยากมาเริ่มต้นใหม่ในฐานะของคนธรรมดา ไม่ใช่ลูกชายเจ้าของธุรกิจพันล้าน เพราะถ้าเขายังคงเป็นเบนลูกชายของกิตติเศรษฐีไทยในสิงคโปร์ ชีวิตเขาก็คงไม่พ้นมีผู้หญิงที่หิวเงินมารุมล้อม และคงไม่มีผู้หญิงดีที่ไหนอยากมายุ่งเกี่ยวกับเขา ถ้าได้รู้ชื่อเสียงอันไม่น่าน่าจดจำของเขา “คุณเบนคะ ตอนนี้คอน
ขโมย “จูบเป็นแล้วใช่ไหม” เบนดึงตัวหญิงสาวให้แยกออกจากเขา ทั้งที่มายากำลังหลับตาพริ้มและเผลอปล่อยตัวเอง ไปตามอารมณ์ที่ถูกชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์อย่างเบนหยิบยื่นให้ “ผมจูบคุณได้ทั้งที่ผมไม่ได้เป็นแฟนคุณ และผมก็สามารถทำได้มากกว่านี้ ถ้าผมต้องการ มายาเข้าใจหรือยัง ว่าความรัก กับการมีสัมพันธ์ทางกายมันคือเรื่องเดียวกันไหม ผมให้คำตอบคุณแล้วนะ” ชายหนุ่มก็มีอารมณ์ไม่ต่างจากมายาตอนนี้ แถมมีมากกว่าด้วยซ้ำ แต่เขาตั้งใจแล้วว่า มาอยู่เมืองไทยครั้งนี้ เขาจะเป็นคนใหม่ และหญิงสาวตรงหน้า ก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาจะมองเธอไร้ค่าเหมือนคนอื่นที่เคยผ่านมา “ไปอาบน้ำแล้วเข้านอน อย่าคิดเรื่องนี้อีก ตอนนี้คุณต้องเรียนให้จบ ดูแลพี่สาวและที่สำคัญต้องไปช่วยผมทำงานแทนพี่สาวคุณ” เบนมั่นใจว่าผู้หญิงตรงหน้า ยังคงบริสุทธิ์อยู่และเขาก็ไม่ต้องการทำลายเธอเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เขาจึงขอตัวกลับบ้าน เพราะถ้าขืนอยู่นานเขาก็ไม่ไว้ใจตัวเองเหมือนกัน ตั้งแต่นันทาประสบอุบัติเหตุ สามีของเธอก็พาเธอไปอยู่ด้วยที่ต่างจังหวัด เพราะเขาต้องทำงานและจะได้ดูแลภรรยาได้อย่างใกล้ชิด เ
สืบ หลังจากที่รู้เรื่องที่แฟนของมายามีภรรยาอยู่แล้ว และเธอกำลังตั้งครรภ์ เบนก็ตัดสินใจที่จะยังไม่บอกเรื่องนี้กับหญิงสาว เพราะเขายังต้องการรู้ว่า แมนอยู่เบื้องหลังการยักยอกเงินของบริษัทหรือไม่ นักสืบกลับมารับงานอีกครั้ง หลังจากทำงานที่เร่งด่วนสำเร็จแล้ว เมื่อได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากเบน นักสืบก็ไปดำเนินการหาข้อมูลต่อทันที “เย็นแล้วกลับบ้านยังงละวันนี้” เบนเดินเข้าไปหามายาในห้องทำงาน เห็นเธอกำลังเตรียมตัวเก็บของเพื่อกลับบ้าน จึงลองถามเธอเพราะใจจริงเขาก็อยากไปส่งเธอที่บ้าน “เดี๋ยวแมนมารับค่ะ” คนตอบสีหน้าดูมีความสุข “แฟนของเธอ เขาทำงานที่ไหน ถึงได้มีเวลามาหาเธอช่วงกลางวันบ่อยๆ” ชายหนุ่มแกล้งทำเสียงจริงจังถาม “ฉันไม่ได้ออกไปไหนในเวลางานเลยนะคะ” หญิงสาวทำท่าตกใจ “ผมยังไม่ได้ว่าอะไรเลย แค่สงสัยว่าแฟนของคุณทำงานแถวนี้เหรอถึงได้มาหาได้บ่อยๆ” “เปล่าค่ะ เขาทำงานรับส่งเอกสาร เวลาผ่านมาทางนี้ก็ถึงจะแวะมาหา” คนตอบสีหน้าดีขึ้น “แล้วเวลากลับเขามารับทุกวันใช่ไหม ที่ถามก็เป็นห่วง บ้านอยู่ไกลจากบริษัท แถมต้องกลับค่ำมืดทุกวัน”
ทะเล “พร้อมบินหรือยัง” เบนหันมาทำท่าเหมือนเขากำลังจะเหยียบคันเร่ง เพื่องเร่งความเร็วรถ เมื่อทั้งคู่ออกมาพ้นตัวเมืองหลวง เข้าสู่เขตต่างจังหวัด จนคนนั่งข้างๆทำท่าตกใจ “ไม่ขับเร็วนะคะ ฉันกลัว กลัวอย่างวันนั้น” เบนหันไปมองหน้าหญิงสาวที่ตอนแรกเขาตั้งใจจะแกล้ง แต่คนขับลืมคิดไปว่า มายาเพิ่งผ่านอุบัติเหตุครั้งใหญ่มา จนเธอกับพี่สาวเกือบเอาชีวิตไม่รอด “ผมล้อเล่นนะ ไม่เอาไม่ทำหน้าแบบนี้ เรื่องบางเรื่องเราก็อย่าไปคิดถึงมัน อุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้กับทุกคนและคุณโชคดี คิดแบบนี้สิ ไหนหันมายิ้มสิ ” มายาหันหน้ามาทำหน้าฝืนยิ้ม ให้กับเจ้านาย จนตัวเธอเห็นหน้าตัวเองในกระจกยังอดขำหน้าฝืนยิ้มของตัวเองไม่ได้ “หัวเราะแบบนี้ น่ารักกว่าหน้าเมื่อกี้เยอะเลย” สองคนมองหน้ากันแล้วพากันหัวเราะ ต่างคนต่างเป็นตัวของตัวเองอย่างไม่ต้องกลัวใครเห็นหรือได้ยิน เพราะภายในรถมีแค่เขาสองคนเท่านั้น “นานแล้วนะคะ ที่ฉันไม่ได้หัวเราะแบบนี้” มายาเปลี่ยนเสียง แต่ใบหน้ายังคงยิ้มอยู่ “ทำไมล่ะ” เบนสงสัย “ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่รู้สึกชีวิตตัวเองไม่ได้ขำ
หัวใจมันหวั่นไหว“เป็นอะไรทำไมตาแดงแบบนั้น คุณร้องไห้เหรอมายา”เบนมองหน้าหญิงสาวที่ก่อนขึ้นไปยังยิ้มสดชื่นดีอยู่ แต่พอเขาลงมาเธอกลับตาบวมช้ำเพราะผ่านการร้องไห้มา“เปล่าค่ะ นั่งหาวรอคุณจนน้ำตาไหล ขยี้ไปขยี้มาตาเลยแดง”คนตัวเล็กโกหกเพราะไม่อยากทำให้คนตรงหน้า มองแฟนเธอไปในทางที่ไม่ดีมากกว่านี้“ง่วงก็ไม่หลับไป เดี๋ยวผมลงมาก็ปลุกเอง”เบนเองก็ไม่ได้เชื่อในคำโกหกของมายา แต่ก็ไหลตามน้ำไปเพราะไม่อยากขัดคอ“หลับตรงนี้เหรอคะ มีหวังได้กรนหรือไม่ก็น้ำลายไหลยืด จนคนเดินผ่านไปผ่านมามองกันเป็นแถวแน่ๆ”หญิงสาวทำท่านอนกรน กับท่าน้ำลายไหลยืดจนเบนเองเห็นแล้วอดขำในความน่ารักของเธอไม่ได้“เดี๋ยวพาไปเที่ยว เลี้ยงข้าว จ่ายโอทีหนักๆ เป็นค่าตอบแทนแล้วกัน ไม่ต้องยิ้ม เงินท่านทั้งนั้น ไม่ใช่เงินผม”เรื่องงานเสร็จแล้ว เหลือแต่เรื่องของเราเท่านั้น ภายในใจของเบนกำลังต้องการรู้จักผู้หญิงที่เขาพามาด้วยให้มากขึ้น“ร้านอาหารร้านนี้ผมไม่เคยไปหรอกนะ แต่เห็นเขาแชร์กันเยอะ เลยอยากลอง”เมื่อรถจอดสนิท คนขับก็รีบบอก เพราะกลัวว่าถ้าร้านไม่ดี อาหารไม่อร่อยจะโดน คนที่เขาพามาด้วยตำหนิเอา“คนเยอะเลย มีแต่รถหรูๆทั้งนั้น ราคาคงแพงน
ตอนที่ 11เติมเต็ม ดาวิกาก้าวเข้ามาเป็นสะใภ้ในครอบครัวของทรงธรรมอย่างเต็มตัวและเต็มใจ เธอเป็นที่รักของยมโดยอย่างมาก เพราะหญิงสาวทำกับข้าวได้ถูกปากแม่สามี วันนี้เป็นวันที่ทรงธรรมจะได้กลับบ้านหลังจากที่ต้องไปนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเกือบสองเดือน ในส่วนของคดีก็ยังดำเนินต่อไป โดยที่ทรงธรรมปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทนาย เขาไม่อยากคิดถึงเรื่องนี้แล้ว เพราะมันทำให้เขาเจ็บปวด หลานสาวทั้งสองคนที่เป็นลูกของผจญ ทรงธรรมในฐานะลุงได้ยกที่ดินให้คนละสองไร่ ซึ่งราคาตอนนี้ก็ไร่ละเป็นล้าน พร้อมเงินในบัญชีที่ทั้งคู่จะเบิกไปใช้ได้ก็ต่อเมื่ออายุยี่สิบปีบริบูรณ์อีกคนละห้าแสนบาท “ที่พ่อทำแบบนี้ พ่อไม่ได้คิดจะให้ผจญมันสำนึกได้ แต่เพราะหลานทั้งสองคนไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ถ้าผจญต้องติดคุก จะได้มีที่ดินเอาไว้ขายเอาเงินมาใช้จ่ายกัน เราโตแล้ว ต้องแยกให้ออกว่าเรื่องบางเรื่องมันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทุกคน” ปองภพชื่นชมในการตัดสินใจของบิดา คนดี ๆ แบบนี้ไม่น่าจะมีใครมาคิดร้ายด้วยเลย เพราะท่านมีแต่ให้จริง ๆ ยมโดยเรียกลูกชายและลูกสะใภ้เข้ามาใกล้ๆ เธอมีบางอย่างอ
ตอนที่ 10ความจริงที่เจ็บปวด ยมโดยโอบกอดลูกชายด้วยความดีใจและเรียกดาวิกาเข้ามากอดด้วย เธอร้องไห้แต่เหมือนยังมีสติ “ฟังแม่นะพล พ่อถูกทำร้าย แม่คิดว่าเมื่อครั้งที่แล้วก็ใช่ แต่ครั้งนี้มันคงหวังให้พ่อพิการหรือไม่ก็ตายเองจากอาการสาหัส และแม่ก็พอเดาออกว่าใคร” ปองพลฟังด้วยความตื่นเต้น เพราะเขาไม่เคยรู้เลยว่าพ่อแม่บุญธรรมของเขามีศัตรู “ใครกันครับ” “น้องชายของพ่อ เพราะวันที่ลูกมาหาแม่และกลับไป เราสองคนได้พูดถึงเรื่องการทำพินัยกรรม พ่อกับแม่จะยกเงินและหุ้นในอู่ต่อเรือของครอบครัวพ่อคืนให้พี่น้องเขา ส่วนทรัพย์สินที่พ่อกับแม่สร้างกันขึ้นมาเอง เราจะยกให้ลูก และวันที่เราพูดเรื่องนี้ก็มีเพียงแม่บ้านที่อยู่ด้วย แต่อีกวันน้องชายคนเล็กของพ่อก็พาหลาน ๆ มาหา” ปองพลตกใจมาก เพราะในบรรดาพี่น้องของพ่อบุญธรรมเขา มีน้องชายคนเล็กเพียงคนเดียวที่ยังไปมาหาสู่กันตลอด “คุณผจญ ท่านดูเป็นคนอ่อนโยนและดูเป็นห่วงพ่อมาก มันจะเป็นเรื่องจริงเหรอครับ” “เขามาที่นี่พร้อมหลาน ๆ และถามพ่อกับแม่เรื่องอู่ที่พ่อกับแม่มีอยู่ เขาพยายามพูดให้เห็นว่าพลเป็นเพียงแค่ล
ตอนที่ 9อุบัติเหตุ ปองภพดีใจที่สุดที่วันนี้มาถึง วันที่เขาได้พูดความจริงและดาวิกาก็ยอมที่จะแต่งงานตามคำขอของเขา ข่าวเรื่องที่ปองภพไม่สบายทำให้ทรงธรรมร้อนใจมากจึงได้รีบเดินทางมาหา โชคดีที่จังหวัดที่เขาอยู่มีสนามบินอยู่ไม่ไกล จึงไม่ใช่เรื่องยากในการเดินทาง “ปองภพลูก” ดอมพาทรงธรรมมาหาปองภพที่ห้องเช่าของเขา ภาพห้องเช่า ข้าวของที่ใช้สำหรับทำกับข้าวขาย และดาวิกากับน้อง อดทำให้ทรงธรรมรู้สึกสงสารไม่ได้ “พ่อได้ข่าวว่าไม่สบาย แม่เขาก็ร้อนใจสั่งให้พ่อมาดูด้วยตาตัวเอง” ปองภพดีขึ้นแล้ว พยายามทรงตัวขึ้นมานั่งคุยกับบิดาที่เดินทางไกลมาด้วยความเป็นห่วง “ไข้ลดตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วครับพ่อ” คนป่วยพูดจบก็หันไปทางดาวิกา เพราะทั้งสองคนยังไม่ได้รู้จักกันเลย “ดา พ่อของพี่” หญิงสาวยกมือไหว้ หัวใจของเธอมันสั่นอย่างบอกไม่ถูก บุคลิกท่าทางของทรงธรรมมีความเป็นทั้งผู้ใหญ่และผู้ดี จนเธอรู้สึกต่ำต้อยเกินไปที่จะไปเป็นสะใภ้ของเขา “น่ารักกว่าที่ฉันคิดไว้นะ เห็นพลเล่าให้ฟังว่าทำกับข้าวเก่งมาก ไว้แต่งงานกันแล้ว ไปหาทำเลเปิดร้
ตอนที่ 8เจ้าของอู่..สู่..พ่อค้าขายแกง “พ่อกับแม่ชักอยากจะเห็นหน้าอนาคตลูกสะใภ้คนนี้จัง แก้เกมได้ทันคนจริง ๆ ” ทรงธรรมฟังเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดจากปากของลูกชาย เขารู้สึกเห็นด้วยกับดาวิกา การที่ปองภพยืนยันว่าเขาคือคนเดิม เขาก็ต้องกลับไปลำบากอีกครั้งให้ได้ แล้วเวลาหนึ่งเดือน ไม่ใช่เรื่องที่จะฝืนทนกันได้ถ้าไม่เต็มใจ “ปองภพแล้วลูกล่ะคิดว่าทำได้ไหม” ชายหนุ่มถามคำถามนี้กับตัวเองมาทั้งคืนแล้ว และเขาก็มีคำตอบเดียวในหัวใจ “บ้านไม่มีอยู่ นอนใต้ต้นไม้ ขอข้าววัดกิน ผมก็ผ่านมาแล้ว เพิ่งจะได้เป็นคุณปองภพแค่ไม่กี่ปี ผมว่าตัวเองยังคุ้นชินกับความจนมากกว่าความรวยเสียอีก” พ่อกับแม่ได้ยินลูกชายบุญธรรมพูดแบบนี้ก็ทั้งสบายใจและดีใจ เพราะทั้งสองคนตั้งใจจะยกสมบัติทั้งหมดที่เขาสองคนหามาได้ให้กับปองพล ส่วนสมบัติที่ได้จากบรรพบุรุษ ทั้งคู่จะคืนให้กับคนในตระกูล ยมโดยหันไปพูดกับสาวมี ด้วยน้ำตานองหน้า จนทรงธรรมตกใจรีบเดินมานั่งข้าง ๆ แล้วกอดภรรยา “เราเลือกคนไม่ผิดจริง ๆ ค่ะ ภพไม่เคยลืมตัว ถึงเขาจะไม่ใช่สายเลือดแต่เขาคือผู้ให้ชี
ตอนที่ 7 เสียความรู้สึก “เป็นอะไรวันนี้ กลับบ้านทำหน้าตาเหมือนเบื่อโลก” ดาวิกาเห็นหน้าน้องชายแล้วอดถามไม่ได้ เพราะปกติกลับมาจากที่ทำงานจะร่าเริงและจะต้องมาอวดว่าวันนี้ทำงานได้เงินเท่าไหร่ แต่วันนี้กลับเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเศร้า ๆ เหมือนมีความกังวลอยู่ในใจ “พี่ดาวันเสาร์นี้ที่อู่จัดงานเลี้ยง เจ้านายผมบอกให้พี่ไปด้วย ตกลงนะ” ดอมถามเองตอบเอง และไม่ยอมมองหน้าพี่สาว ด้วยกลัวตัวเองจะเผลอแสดงพิรุธอะไรไป “พี่ไม่รู้จักใครแล้วจะให้พี่ไปทำไม” หญิงสาวเดินตามน้องชายเพื่อต้องการอยากรู้เหตุผล เพราะเธอไม่ใช่พนักงานที่นั่น “เขากินกับข้าวพี่กันทุกคน เขาก็รู้จักพี่กันทั้งนั้นและ เพื่อนผมก็ไอ้พวกที่มาช่วยยกของ ล้างของบ่อย ๆ ไปเถอะ หาซื้อชุดสวย ๆ ใส่ไปด้วยนะ งานเริ่มหนึ่งทุ่มเสาร์นี้” ดาวิกาไม่อยากขัดใจน้องชายและเห็นดอมดูอารมณ์ไม่ค่อยดีจึงไม่อยากถามต่อ ดอมปิดไฟได้เวลาเข้านอน ห้องเช่าสี่เหลี่ยมที่ไม่เล็กมาก พอให้สองพี่น้องมีมุมแยกกันส่วนตัว แต่ก็มองเห็นกันได้ ชายหนุ่มนอนมองพี่สาวที่เอาแต่เฝ้าจับโทรศัพท์ตลอด เ
ตอนที่ 6บอกผู้ใหญ่ ยมโดยแม่บุญธรรมของปองภพมีอาการไม่ค่อยดี เพราะเธอเดินไม่ได้แต่ยังพยายามที่จะลุก จนล้มหน้าคว่ำกับพื้น ทรงธรรมมีเรื่องยุ่ง ๆ เกี่ยวกับการสั่งเครื่องจักรเข้ามาในอู่ที่ใต้ ขาจึงต้องเดินทางไปจีน จึงให้ปองภพลงมาดูแลยมโดยแทนเขา “เมื่อคืนแม่ก็อยู่คนเดียวได้ ไม่เห็นต้องยุ่งยากให้ภพมาดูแม่เลย” ยมโดยเป็นผู้หญิงเก่ง เธอมาจากครอบครัวที่ยากจนเป็นชาวประมงและมาพบรักกับทรงธรรมที่เป็นลูกชายเจ้าของอู่ต่อเรือ แต่ทรงธรรมไม่ใช่ลูกชายคนโปรดเพราะดันไปรักกับผู้หญิงจน ๆ อย่างยมโดย จึงได้สมบัติมาแค่เพียงหยิบมือและมาเริ่มต้นสร้างฐานะกันใหม่ “อยู่ได้ผมเชื่อ แต่แม่ไม่อยากให้ผมมาอยู่ด้วยเหรอ” ปองภพก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเขารู้จักกับครอบครัวนี้แค่ไม่กี่ปี แต่ทำไมเขารู้สึกผูกพันกับทั้งสองคนมากและเขาก็คิดว่าทั้งสองคนก็รักเขาเหมือนลูกจริง ๆ “แม่เหงาจังเลย เกิดมาก็ดันมีกรรมไม่มีลูกอย่างใครเขา เมื่อไหร่ภพจะมีเมียแม่อยากอุ้มหลาน” สายตาที่เว้าวอนของคนที่เดินไม่ได้ มันทำให้หัวใจของปองภพรู้สึกใจหาย “คุณแม่ครับ คือตอนนี้ผมมีแฟน
ตอนที่ 5การให้ที่ยิ่งใหญ่ วันนี้ปองพลนัดดาวิกามาเจอทั้งที่ไม่ใช่วันหยุด หญิงสาวจึงต้องทำกับข้าวมาขายให้น้อยกว่าเดิมเพื่อที่จะได้หมดไวขึ้น “มีอะไรด่วนเหรอคะ พี่พลถึงต้องนัดดามาเจอวันนี้” ปองพลยื่นซองสีน้ำตาลให้กับหญิงสาว พร้อมกับซอง สีขาวเล็กอีกซองหนึ่ง “มสธ. กำลังใกล้จะปิดรับสมัครและนี่เงินลงทะเบียน เรียนต่อนะ” “เพื่ออะไรคะ พี่พลจะให้ดาเรียนต่อด้วยเงินของพี่เพื่ออะไร” ชายหนุ่มจับไหล่ทั้งสองข้างของคนรัก ด้วยท่าทีที่จริงจังและแววตาที่มั่นคง “เพื่อเรา พี่อยากสร้างครอบครัวกับดา อย่างน้อยถ้าดาเรียนจบปริญญาตรี ลูกเราจะได้ไม่ลำบาก ทำเพื่อเรานะ” ปองพลไม่รอให้อีกฝ่ายได้คิดและปฎิเสธ เขาก็ขึ้นรถรับจ้างออกไปทันที ดาวิกามองซองทั้งสองซองด้วยความไม่เข้าใจ ตอนนี้เธออายุยี่สิบกว่าแล้ว อยู่ดี ๆ ทำไมปองพลเขาถึงอยากให้เธอเรียนต่อ แต่ในเมื่อคนรักต้องการ เธอก็จะทำให้ดีที่สุด “นั่งเขียนอะไรพี่ดา เห็นทำหน้าจริงจังเชียว” ดอมถามเพราะวันนี้เขาทำโอทีแค่สองทุ่มกลับมาก็เห็นพี่สาวนั่งเขียนอะไรบางอย่างถึงขั
ตอนที่ 4ความในใจ ดาวิกากลับมาถึงบ้าน ภาพที่เธอเห็นคือข้าวของทุกอย่างที่ดอมเอาไปถูกล้างอย่างเรียบร้อย ตอนแรกเธอคิดว่าต้องกลับมาล้างเอง เพิ่งจะเคยเห็นเหมาไปแล้วยังล้างมาให้อีก หญิงสาวคิดขึ้นมาได้ว่าลืมบอกปองภพว่า หัวหน้ายามที่นี่ก็บ่นหาอยู่ อยากให้แวะมาหาเขาบ้าง เธอจึงลองโทรศัพท์กลับไปที่เบอร์ที่ชายหนุ่มโทรมา แต่ปรากฏว่าปิดเครื่อง “อะไร แยกกันได้ไม่ถึงชั่วโมงปิดเครื่อง” คนโทรได้แต่บ่นกับตัวเอง มีด้วยเหรอคนเราจะออกจากบ้านเดินทางไปที่อื่นจะปล่อยให้แบตเตอรี่หมด ดอมกลับมาจากทำงานพอดี แต่นี่ไม่ใช่เวลาเลิกงาน ดาวิกาสงสัยว่าน้องชายทำไมกลับมาก่อน “กลับมาเอาอะไร ยังไม่ใช่เวลาเลิกงานนี่” “กลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เย็นนี้นายจะให้ทำโอทีคงกลับประมาณห้าทุ่มให้ชั่วโมงละ300เลยนะ ลองคิดสิตั้งแต่หกโมงเย็นจนถึงห้าทุ่ม 1500เลย เดือนนี้ได้เงินจ่ายค่าห้องไม่ต้องควักเงินเดือนแล้ว แต่ทำสองวันติดเลยนะพี่” หญิงสาวฟังน้องชายและคิดตาม แค่เงินเดือนตอนนี้ดอมก็ได้ถึงหมื่นสาม ยังจะมีโอให้อีกสามพัน มันดูมากไปสำหรับพนักงานใหม่
ตอนที่ 3ลองใจ นับจากวันนั้น วันที่ปองภพมาหาดาวิกา เธอก็ไม่ได้รับการติดต่อจากเขาอีกเลย ทุกวันเธอจะเหลือเมนูที่เขาชอบไว้ เพราะกลัวว่าถ้าเกิดวันใดที่ปองภพมาเขาจะไม่ได้กิน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นเบอร์แปลกที่หญิงสาวไม่ได้บันทึกเบอร์ไว้ เธอภาวนาขอให้ใช่คนที่เธอรอคอย “สวัสดีค่ะขอสายพี่นกค่ะ” “ไม่มีค่ะ คุณคงโทรผิดเบอร์” หญิงสาวถอนหายใจ ให้กับฝันสลายที่หายวับไปทันใด สุดท้ายเป็นแค่เพียงคนโทรผิด ดอมกลับมาที่ร้านทั้งที่เขาเพิ่งจะออกไปทำงานไม่ถึงสองชั่วโมง “พี่ดา นายให้มาเหมากับข้าวให้หมดเลย วันนี้นายจะเลี้ยงอาหารกลางวันลูกน้องและถ้าเหลือจะให้แบ่งกันกลับบ้าน” ดาวิกายืนงงด้วยความแปลกใจทำอะไรไม่ถูก ดอมและเพื่อนช่วยกันขนหม้อขึ้นรถ ปล่อยให้แม่ค้าคนสวยยืนงงอยู่คนเดียว “แล้วข้าวของพี่จะได้คืนเมื่อไหร่ พรุ่งนี้พี่ต้องทำกับข้าวแต่เช้ามืดนะ” “บ่ายนี้ผมจะเอาไปไว้ที่ห้องเอง ไม่ต้องเป็นห่วง” กับข้าวถูกขนไปหมดแล้ว ดาวิกาจึงเก็บร้าน เพราะจะได้กลับไปทำงานบ้านต่อ โชคดีของเธอที่มีคนมาเหมาจะได้มีเวลาทำงานบ้านบ้าง