เมื่อออกจากรังของเดฟมาได้ระยะหนึ่งซึ่งเจ้าพ่อหนุ่มคะเนดูแล้วว่าปลอดภัยไม่มีคนของคู่อริติดตามมาแน่นอน จึงสั่งให้คนขับรถชะลอรถแล้วส่งสัญญาณให้เควินที่ขับรถตามมาติดๆ จอดเทียบข้างทางก่อนลงจากรถไปเพื่อสั่งความกับบอดี้การ์ดหนุ่ม
สุพิชญาที่นั่งเงียบมาตลอดทางรีบตามลงไปเพื่อหาทางเจรจาด้วยเธอไม่อยากกลับไปอยู่ในการควบคุมของดิเอโกอีก แม้ลึกๆ ในใจจะดีใจที่เขาติดตามมาพาเธอออกไปให้รอดพ้นเงื้อมมือคนโฉดอย่างเดฟ อัลเดอร์ลัส แต่นั่นแหละทุกอย่างมันเป็นความผิดเขาสุพิชญาคิดเช่นนั้น!
“เควินนายพามิสเตอร์ฟานไปที่เกาะบาหลัน ฉันจะไปที่เดอะไนท์” ดิเอโกสั่งความ แต่บอดี้การ์ดหนุ่มกลับนิ่วหน้าด้วยความสงสัยและเอ่ยถามออกไปอย่างรวดเร็ว
“แต่ดิเอโกครับ เกาะบาหลันกับเดอะไนท์”
“ทำตามที่ฉันสั่ง คุ้มกันมิสเตอร์ฟาน อย่าให้ใครเข้าเกาะบาหลันได้” เจ้าพ่อใหญ่เอ่ยสั่งด้วยเสียงเฉียบขาดไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ไถ่ถามให้ยืดยาวด้วยเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะนั่งอธิบายเรื่องราวใดๆ
“ไปเถอะเควินแล้วนายจะเข้าใจเอง” บอกเสียงอ่อนลงเมื่อเห็นสีหน้าไม่สบายใจและไม่เข้าใจของบอดี้การ์ดคนสนิท เควินที่ไม่อาจขัดคำสั่งเจ้านายใหญ่ได้จำก้มหน้ารับคำบัญชาอย่างเสียมิได้
“ครับดิเอโก”
“ส่วนคุณไปกับผมยาหยี” ดิเอโกหันมาคว้าต้นแขนสุพิชญาที่ยืนนิ่งเงียบอยู่ข้างๆ อย่างรอคอยจังหวะที่จะเอ่ยแทรกในสิ่งที่ต้องการ
“นี่ปล่อยนะ! คุณจะพาฉันไปไหน ฉันอยากกลับบ้าน” สุพิชญาหวีดร้องโวยวายเสียงดังลั่นเมื่อดิเอโกไม่มีทีท่ายอมปล่อยมือง่ายๆ ซ้ำยังออกแรงบีบจนต้นแขนเธอร้าวระบมไปหมด
“คุณได้กลับแน่ยาหยีแต่ไม่ใช่ตอนนี้” น้ำเสียงนั้นเข้มดุหวังกำราบให้อีกฝ่ายหยุดพยศ แต่ทว่าเหมือนยิ่งยุให้สุพิชญายิ่งต่อต้านมากขึ้น
“ฉันไม่ไปกับคุณ” คนอยากหลีกหนีจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันตอบกลับอย่างมั่นใจพร้อมเชิดหน้าท้าทายหมายถ่วงเวลาให้ถึงที่สุด หญิงสาวภาวนาในใจขอให้ใครสักคนผ่านมาทางนี้ช่วยพาเธอออกไปจากคนใจร้ายนี่เสียที เธอหลุดรอดจากเจ้าพ่อวายร้ายอย่างเดฟมาได้ แต่ต้องกลับมาเผชิญหน้ากับคนบ้าอำนาจอย่างดิเอโกมันก็ไม่ต่างอะไรกับหนีปีศาจร้ายเจอซาตานบ้ากาม
“นี่อย่าเรื่องมากได้ไหม จะไปดีๆ หรือจะให้อุ้ม” น้ำเสียงบ่งบอกว่าเริ่มรำคาญและใกล้หมดความอดทน แต่สุพิชญาหาได้ใส่ใจไม่ หญิงสาวยังคงเชิดหน้าท้าทายตั้งท่าต่อต้านอย่างถือดี
“ไม่ว่าจะอุ้ม หรือจะยังไงก็ไม่ไป ปล่อยฉัน!! ฉันจะกลับบ้าน” ว่าพลางสะบัดแขนโดยแรงหวังให้หลุดออกจากการเกาะกุม แต่ปลายนิ้วแกร่งกลับรึงรัดแน่นเข้า นั่นไม่ร้ายเท่าวาจาร้ายเหลือที่พรั่งพรูออกมาราวปลายดาบตวัดเชือดเฉือนเธอ
“ผมเสียไปตั้งมากมายจะปล่อยคุณกลับไปง่ายๆ ได้ไง” ถ้อยคำนั้นยิ่งสร้างความขุ่นเคืองใจให้พยาบาลสาวจนหาที่เปรียบไม่ได้ เขาใช้วาจาดูหมิ่นราวเธอเป็นข้าวของที่แลกง่ายๆ ด้วยเงิน
“เรื่องของคุณ! ฉันไม่ได้ขอร้องให้คุณไปพาฉันกลับมานี่” คนอวดดีเบะปากพร้อมส่งสายตาเหยียดหยันจับจ้องมองตอบเจ้าพ่อใหญ่ที่ยามนี้ดวงตาสีสนิมวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะเริ่มปะทุรุนแรงขึ้นทุกวินาที เห็นทีเขาต้องจัดการสั่งสอนผู้หญิงคนนี้ให้รู้สำนึกเสียทีว่าเธอไม่มีสิทธิ์มาแสดงความโอหังกับเขาเยี่ยงนี้ โดยเฉพาะต่อหน้าลูกน้องของเขา!
“อ้อ! พูดแบบนี้แสดงว่าอยากกลับไปอยู่กับอันธพาลอย่างเดฟใช่ไหม” ถลึงตาใส่อย่างโกรธเกรี้ยวชนิดที่สุพิชญาถึงกับเสียวหลังวาบด้วยความหวาดหวั่นแต่ก็ยังดึงดันทำอวดดีโต้ตอบไม่ยอมลงให้ง่ายๆ
“ใช่! เขาแสนจะเร้าใจ คุณมันหน้าโง่เองช่วยไม่ได้ สมน้ำหน้าเสียทั้งสมบัติทั้งลูกน้อง” สุพิชญาเหยียดหยามเย้ยหยันทั้งสีหน้าแววตาอย่างไม่ ยำเกรงเสียจนเจ้าพ่อใหญ่อยากจัดการปราบพยศเสียเดี๋ยวนั้น
“ปากดีนักนะพิชชา! ดี! งั้นคืนนี้ผมขอพิสูจน์หน่อยสิว่าไปอยู่กับไอ้เดฟมันมาเสียหลายวัน มันสอนอะไรคุณมาบ้าง”
“กรี๊ดดด!! นี่คุณจะทำอะไรปล่อยฉันนะ!!” ความตกใจทำให้หวีดร้องเสียงหลงเมื่อดิเอโกกระชากร่างโปร่งบางของเธอเข้าหาแล้วรวบกอดไว้ด้วยแขนแกร่งเพียงข้างเดียว เท่านั้นยังไม่พอใบหน้าคมดุยังโน้มต่ำเข้าใกล้เสียจนหัวใจเธอเต้นรัวเร็วและแรงด้วยเกิดอาการหวามไหวโดยไม่รู้ตัว
หญิงสาวชะงักอึ้งไปชั่วขณะรีบก้มหน้าหลับตาแน่นด้วยกลัวว่าเขาจะบ้าระห่ำทำอะไรโจ๋งครึ่มต่อหน้าลูกน้องที่ยามนี้บ้างก็เสไปมองทางอื่น บ้างก็ชำเลืองมองมาเป็นระยะๆ ดิเอโกใช้โอกาสนั้นดึงรั้งลากร่างน้อยแล้วจับยัดใส่เข้าไปในรถ แต่ทว่าสุพิชญากลับหวีดร้องพร้อมพยายามดิ้นรนขัดขืนไม่ยอมเข้าไปโดยง่าย
“หยุดดิ้น! แล้วก็เลิกร้องโวยวายถ้าไม่อยากแสดงลีลาเร่าร้อนในรถนี่” ตวาดเสียงเข้มดุดันพร้อมหลุดวาจาแสนร้ายกาจทำเอาคนฟังอย่างสุพิชญาเลือดขึ้นหน้าฟาดฝ่ามือเข้าตรงโหนกแก้มสูงสุดแรง จนใบหน้าหล่อดุนั้นสะบัดไปตามแรงตกกระทบ
เพียะ!!
“บัดซบ! นี่คุณตบผมอีกแล้วนะยาหยี” ดิเอโกหันขวับมากัดฟันกรอดเค้นเสียงเข้มลอดไรฟันอย่างอดกลั้นที่จะไม่บันดาลโทสะตอบโต้กลับไป
“ถ้าฉันฆ่าคุณได้ฉันก็จะทำ” สุพิชญายังคงเค้นเสียงตอบโต้ราวต้องการตอกย้ำให้อีกฝ่ายตระหนักว่าคนอย่างเธอไม่มีวันที่จะมาหยามกันได้ง่ายๆ อย่างน้อยเธอก็ขอต่อสู้จนวินาทีสุดท้ายต่อให้ต้องตายก็ยังดีกว่าถูกข่มเหงดูหมิ่น
“ดี! งั้นผมจะคอยดูว่าคืนนี้คุณจะฆ่าผมหรือร้องครวญครางให้ผมสนองตัณหาให้คุณ”
“กรี๊ดดด!! ไอ้คนบ้า! ไอ้คนเลว! อุ๊บ! อื้อ!” เสียงหวานกรีดร้องพร้อมสบถด่าลั่นรถก่อนที่จะกลับกลายเป็นเพียงเสียงอู้อี้ในลำคอเมื่อถูกผูกมัดแน่นไปทั้งมือ ปาก และเท้า
“เจคออกรถ!” เจ้าพ่อใหญ่หันไปออกคำสั่งเสียงเข้มกับลูกน้องเมื่อพาตัวเองเข้ามานั่งในรถเรียบร้อยโดยไม่สนใจอาการดิ้นขลุกขลักของสุพิชญาสักนิด
“ครับดิเอโก!”
“นั่งดีๆ ไม่ชอบ ชอบให้ผูกมัด รู้สึกว่าคุณจะชื่นชอบความรุนแรงจริงๆ นะยาหยี เดี๋ยวคืนนี้ผมจะสนองคุณให้ถึงใจเชียวล่ะ โทษฐานที่กล้าตบหน้าคนอย่างดิเอโก!”
ดวงตาคู่สีสนิมวาววับอย่างสะใจเมื่อสยบอีกฝ่ายลงได้แม้จะเป็นการใช้กำลังแล้วพันธนาการไว้อย่างแน่นหนาก็ตามทีและอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้เขาก็จะเปลี่ยนวิธีการปราบพยศคนอวดดีด้วยลีลารักที่แสนเร่าร้อน และเขามั่นใจว่ามันจะเป็นวิธีเดียวที่จะสยบความเจ้าพยศนี้ได้ชะงัด!
“อื้อ! อื้อ!” สุพิชญาส่งเสียงอู้อี้อย่างขัดใจดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยแววชิงชังเคียดแค้นในตัวเจ้าพ่อหนุ่ม เขาจับเธอทุ่มเข้ามาในรถแล้วมัดมือมัดเท้าปิดปากราวกับเธอไม่ใช่คน อย่าให้เธอมีโอกาสหนีรอดไปได้ สาบานเลยว่าเธอจะเอาเรื่องเขาให้ถึงที่สุด!!“เลิกใช้สายตามองผมแบบนั้นดีกว่ายาหยี คุณน่าจะรู้ตัวดีว่าจริงๆ แล้วคุณไม่ได้เกลียดชังผม กลับกันคุณอาจคลั่งผมเสียจนถอนตัวไม่ขึ้นโดยที่คุณยังไม่รู้ตัวก็ได้” ดิเอโกชะโงกหน้าเข้าไปใกล้พร้อมใช้ปลายนิ้วแกร่งบีบบังคับเชยคางสวยให้เธอสบตาเขา เจ้าพ่อใหญ่พึงพอใจที่เห็นท่าทีฮึดฮัดขัดใจด้วยไม่อาจทำอะไรเขาได้คำพูดยั่วเย้านั่นช่างยั่วอารมณ์เธอให้คุกรุ่นจนแทบอยากซัดฝ่ามือเข้าใบหน้าแสนยียวนเสียครั้งสองครั้งให้สาแก่ใจ เกิดมาเธอไม่เคยพบเจอใครหยาบคายได้เท่าผู้ชายตรงหน้านี้มาก่อนเลยสักนิด ‘ให้ตายเถอะ! พิชชานี่เธอสร้างเวรกรรมกับอีตาหื่นนี่มาแต่ชาติปางไหนกัน เธอถึงต้องมาพบเจอกับเรื่องบ้าๆ นี่’“อื้อ! อื้อ!” สุพิชญาพยายามส่งเสียงต่อต้าน เมื่อดิเอโกเพียงแค่แก้ผืนผ้าที่ผูกข้อเท้าเธอออกเท่านั้น แต่ไม่คิดปล่อยให้มือและปากของเธอเป็นอิสระ ซ้ำเขายังฉุดกระชากเธอให้เดินตามอย่างไม่ปรา
ความคิดสะดุดลงฉับพลันเมื่อดิเอโกส่งฝ่ามือร้อนเข้ากอบกุมทรวงอกนุ่มหยุ่นอย่างถือสิทธิ์ กายสาวเริ่มบิดเร่าราวถูกของร้อนเพราะหลังก้อนเนื้อนุ่มถูกครอบครองไว้ในอุ้งมือ เจ้าพ่อใหญ่ก็โน้มตัวต่ำลงพร้อมส่งปลายลิ้นร้อนตวัดไล้ปลายยอดสีหวานที่ชูชันอวดโฉมเชิญชวนให้ลองลิ้มชิมรสว่าหอมหวานเฉกเช่นเดียวกับรูปโฉมที่เย้ายวนตาหรือไม่หัวใจดวงน้อยแทบหลุดลอยตามเพราะเขาเพียงแค่ตวัดไล้แผ่วเบาแต่ไม่ยอมคลุกเคล้าหนักหน่วงอย่างที่ส่วนลึกในใจเรียกร้อง เสียงหวานกรีดร้องก้องในลำคอราวทุกข์ทรมานเหลือแสนเมื่อเจ้าพ่อใหญ่ไม่ใส่ใจที่จะครอบครองก้อนเนื้อนุ่มมากไปกว่านั้นกลับกันกลับส่งปลายจมูกโด่งและ ริมฝีปากบางเฉียบเลาะเลียบลงไปตามหน้าท้องแบนราบพรมจูบแผ่วเบาราวกลัวว่าเรือนร่างบอบบางจะบุบสลาย เพียงเท่านั้นกายสาวก็ดิ้นพล่านอย่างทุรนทุรายมือน้อยร้าวระบมไปหมดเพราะเจ้าของออกแรงบิดหวังให้หลุดพ้นจากพันธนาการนั้น ดิเอโกกระตุกยิ้มย่องอย่างลำพองใจยามนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องพึ่งพาผืนผ้าที่พันธนาการข้อมือบางอีกต่อไปเขาจะใช้ประสบการณ์อันเหนือชั้นจัดการปราบพยศคนอวดดีให้สิ้นฤทธิ์และยินยอมพร้อมใจไปกับเขาเฉกเช่นวันวานเพียงแค่ถูกปลดปล่อยให้
“บัดซบ! ไอ้ดิเอโก มึงกล้าตบตากู วันนี้กูจะทำให้มึงรู้ว่าคนอย่างกูฆ่าได้แต่หยามไม่ได้ ซาอิคเตรียมคนเอารถออกกูจะไปรังไอ้ดิเอโก” เสียงทรงอำนาจตวาดอย่างเกรี้ยวกราด เมื่อได้รับรู้ข้อมูลจากทนายความส่วนตัวว่า เอกสารการโอนกรรมสิทธิ์เดอะไนท์คาสิโนและกิจการบนเกาะบาหลันเป็นโมฆะเพราะไม่มีลายเซ็นของบลาลอส เวนนิส อดีตเจ้าพ่อผู้ชุบเลี้ยงดิเอโกมา นับตั้งแต่วางมือจากวงการและส่งมอบให้ดิเอโกสานต่อก็ไม่มีใครรู้เลยว่าเฒ่าบลาลอสไปอยู่ที่ใดในโลกนี้ นั่นจึงทำให้ เดฟ อัลเดอร์ลัส ถึงกับคุ้มคลั่งอยากไปฆ่าดิเอโกให้ตายกับมือเสียเดี๋ยวนั้น “เดฟครับ แต่ว่า... ” “กูสั่งไม่ได้ยินหรือไง” ตวาดดังลั่นอีกครั้งเมื่อบอดี้การ์ดคนสนิทตั้งท่าจะท้วงติง แต่ดูเหมือนซาอิคจะไม่ใส่ใจกับคำด่ากราดนั่น บอดี้การ์ดหนุ่มยังคงเอ่ยวาจาทัดทานต่อไปอย่างไม่เกรงกลัวอารมณ์ของผู้เป็นนาย “ได้ยินครับเดฟ แต่ผมคงทำตามคำสั่งเดฟไม่ได้” “ซาอิคมึงกล้าขัดคำสั่งกูงั้นเหรอ” กระชากคอเสื้อมาถามด้วยแรงโทสะที่พวยพุ่งขึ้นจนยากที่จะหักห้ามอารมณ์ได้ ฟากซาอิคยังคงสีหน้านิ่งไม่ไหวติง ไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ มีเ
“ว่าไงครับ” ถามย้ำอีกรอบไม่สนใจสีหน้าบ่งบอกอาการบุญไม่รับของอีกฝ่าย สุพิชญาได้แต่เข่นเขี้ยวในใจที่ไม่อาจทำอะไรดิเอโกได้ หญิงสาวจึงหย่อนกายนั่งลงอย่างกระแทกกระทั้น ดิเอโกกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจพร้อมไหวไหล่อย่างผู้ชนะ“ก็แค่นั้น”สุพิชญาหน้าบูดบึ้งมากกว่าเดิมหลายเท่าตัวเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าคล้ายหัวเราะยั่วยวนยามเอ่ยวาจานั้น แต่เธอก็ไม่คิดจะโต้ตอบให้ป่วยการเพราะรู้ดีว่าอย่างไรเสียก็คงไม่สามารถเอาชนะผู้ชายบ้าอำนาจตรงหน้าไปได้“เมื่อคืนนอนไม่หลับหรือว่าท้องผูกล่ะยาหยี”“คะ” ขานรับอย่างงงงันกับคำถามที่แสนกวนนั้นดิเอโกยิ้มขันกับอาการตาโตหน้าเหวอของอีกฝ่าย เจ้าพ่อใหญ่รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก แต่ที่แน่ๆ เขาชอบให้เธอทำหน้าตาตื่น โวยวายเอากับเขามากกว่าร้องไห้หนักหน่วงเฉกเช่นวันนั้น“ผมเพิ่งรู้ว่าเดี๋ยวนี้คุณกลายเป็นคนชอบให้ผมพูดซ้ำๆ” เขาเอ่ยพร้อมรอยยิ้มขันระบายเต็มใบหน้า สุพิชญาได้แต่ตะลึงอึ้งกับดวงตาพราวระยับและรอยยิ้มแสนเสน่หานั้น หัวใจสาวแกว่งไกวขึ้นมาทันใด เธอยอมรับว่าเวลานี้เขาช่างหล่อบาดตาบาดใจมากกว่ายามทำหน้าเคร่งขรึมหลายเท่านัก“ตกลงคุณมีอะไรพูดกับฉันคะ ถ้าไม่มีฉันจะกลับ” ยังคงตอบกลับอย่าง
“งั้นเราก็มาต่อกันอีกหลายๆ ครั้งแล้วกันนะยาหยี เผื่อคุณจะระลึกได้ว่าผมเป็นสามีคุณ”“อ๊ายยย... ดิเอโก! ปล่อยนะไอ้คนบ้า ไอ้คนหื่นกาม ปล่อย! ว้าย!” ท้ายประโยคหวีดร้องสุดเสียงเมื่อเจ้าพ่อใหญ่ทุ่มร่างน้อยลงบนเตียงกว้างแล้วก้าวย่างขึ้นตามติดประชิดตัวไม่เปิดช่องให้เธอได้ถอยหนี นั่นยังไม่ร้ายเท่ามือน้อยทั้งสองข้างถูกขึงตรึงกางแนบไปกับเตียงกว้าง ทรวงอกนุ่มหยุ่นขยับขึ้นลงรัวเร็วตามแรงหายใจหอบถี่ เรียวขาสวยถูกเรือนกายท่อนร่างของเขาตรึงไว้แน่นจนไม่อาจดิ้นหนีได้“ร้องไปนะยาหยีร้องให้ดังๆ เพราะเวลาคุณครวญครางมันดังกว่านี้หลายเท่านัก”“กรี๊ดดดด... อื้ม!”สุพิชญาพยายามเบี่ยงหน้าหลบหนีไม่ยอมให้อีกฝ่ายครอบครองกลีบปากนุ่มนิ่มตามใจชอบ แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นไปได้เพราะเจ้าพ่อใหญ่ก็ตามติดประกบปิดริมฝีปากแสนหวานได้ในที่สุด และนั่นก็ทำให้หัวใจดวงน้อยแทบหยุดเต้นเพราะเขาทั้งขบเม้มดูดดื่มราวกับหิวกระหายมาแรมปี จุมพิตเร่าร้อนรุนแรงช่างยาวนานไม่เปิดช่องให้เธอได้หายใจสักนิดสุพิชญาคิดว่าเธอจะขาดอากาศหายใจเสียให้ได้ เพราะยามนี้เธอเริ่มหายใจติดขัดแต่เหมือนดิเอโกจะล่วงรู้ เจ้าพ่อใหญ่จึงปล่อยกลีบปากนุ่มนิ่มให้เป็นอิสระ แต่ท
บรรยากาศยามเช้าวันนี้ช่างอบอุ่นหัวใจเสียเหลือเกินในความรู้สึกของสุพิชญา หญิงสาวทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างห้องนอนปล่อยใจให้ล่องลอยไปบนท้องฟ้ากว้าง ดวงตาคู่งามเหม่อมองไปไกลจนสุดปลายสายรุ้งที่ตรงโค้งฟ้า เธอไม่อาจปฏิเสธได้ว่าช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาเธอไม่ได้เศร้าเสียใจสักนิด แต่กลับกันเธอกลับรู้สึกเหมือนเสี้ยวหนึ่งของชีวิตได้รับการเติมเต็มดิเอโกทำให้เธอสั่นสะท้านไปกับทุกสัมผัสที่เร่าร้อนของเขา คำว่า “สามี” ที่เขาเฝ้าตอกย้ำให้เธอจดจำราวสายฝนที่โปรยปรายจนชุ่มฉ่ำในหัวใจ แม้จะไม่มีการเอ่ยคำว่ารัก แต่ทุกการกระทำที่เขาแสดงออกว่าหลงใหลคลั่งไคล้ในตัวเธอนั้นมันสำคัญกว่าสิ่งอื่นใดแม้เช้านี้ตื่นขึ้นมาข้างกายจะไร้ซึ่งเรือนกายแกร่งที่เธอกอดก่ายเมื่อตอนรุ่งสาง แต่ทว่านั่นไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกมัวหมองสักนิด แม้ในใจลึกๆ จะผิดหวังที่ไม่ได้เจอหน้าเขาเมื่อยามลืมตาตื่นขึ้นมา เหตุใดหนอเธอจึงเป็นไปได้มากมายเช่นนี้ ทั้งที่ปากบอกรังเกียจ แต่เพียงได้ชิดใกล้ เขากลับมาวิ่งวุ่นวายอยู่ในใจเธอไม่ว่างเว้น อารมณ์หงุดหงิดขุ่นเคืองใจเมื่อหลายวันก่อนหายไปไหนกัน ดิเอโกมีอิทธิพลกับเธอมากถึงเพียงนี้เชียวหรือ ไม่เคยรู้จักแต่กลับป
เพียงริมฝีปากนุ่มสัมผัสแผ่วเบาเจ้าพ่อใหญ่ก็เผยอแย้มเรียวปากกว้างขึ้นเปิดช่องให้อีกฝ่ายสอดใส่ปลายลิ้นเล็กเข้าไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ ส่วนสะโพกสอบก็ขยับขับเคลื่อนท่อนกายแกร่งที่บัดนี้แฝงตัวอย่างองอาจวาดลวดลายอยู่ในซอกหลืบนุ่ม ธารน้ำหลั่งไหลอาบตัวตนแห่งความเป็นชายจนชุ่มฉ่ำถ้วนทั่ว ยิ่งสุพิชญามอบจุมพิตแบบกล้าๆ กลัวๆ เขาก็ยิ่งเร่งจังหวะรัวเร็วขึ้นเพื่อให้อีกฝ่ายได้ปลดปล่อยตัวตนข้างในออกมาสุพิชญาลืมเลือนไปเสียแล้วว่าเธอตั้งใจปฏิเสธเขาตั้งแต่แรก เพราะเพียงเขาแทรกกายผ่านกลางกายเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว หัวใจเธอก็เต้นรัวเร็วทั้งตื่นตระหนก ทั้งหวามไหว ปั่นป่วนไปทั่วเรือนกาย เธอไม่คิดว่าดิเอโกจะจู่โจมฝากฝังความเป็นชายเข้าในเรือนร่างของเธอรวดเร็วเช่นนั้น ซ้ำยังแสดงลีลารักผาดโผนแบบไม่คิดเกรงใจฟ้าดิน ด้วยยามนี้ ณ ตรงที่เขาวาดลวดลายมันคือผนังกระจกทั้งด้านที่มองเห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกถ้วนทั่ว แต่ที่ร้ายกว่านั้นคือบานกระจกใสจนภายนอกมองเข้ามาเห็นภายในได้เกือบทั่วทุกตารางนิ้วแต่ดูเหมือนว่าเจ้าพ่อใหญ่จะไม่ใส่ใจ เพราะเพียงตวัดเสื้อคลุมตัวโคร่งออกจากร่างเธอแล้วปลดเปลื้องพันธนาการเรือนกายท่อนร่างของตัวเองออกเขาก็สอ
ภายในห้องพักสุดหรูของบ้านพักตากอากาศในพื้นที่ส่วนบุคคลหลายร้อยไร่บนเกาะบาหลียามนี้ บรรยากาศภายในห้องช่างสุดแสนโรแมนติก แสงนวลสีเหลืองอ่อนจากโคมไฟระย้าที่ตกกระทบผนังห้องสีครีมชวนให้เกิดแสงสว่างนุ่มนวลตา บนเตียงกว้างด้านหนึ่งของห้องปรากฏเรือนร่างของหญิงสาวทรวดทรงสุดเซ็กซี่ภายใต้ชุดราตรีสั้นสีเขียวมรกตขับให้ผิวนวลดูผุดผ่องต้องตาตรงหน้าประตูห้องน้ำที่เพิ่งแง้มออก ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มชาวสเปนผู้มีเชื้อสายละตินวัยสามสิบห้าปี ผมหยักศกสีน้ำตาลเข้มตัดรองทรงดูยุ่งเหยิงน้อยๆ ด้วยผ้าขนหนูสีขาวที่ถูกฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นซับน้ำให้พอแห้งหมาดๆ ดวงตาสีสนิมจับจ้องเรือนร่างยวนตาบนเตียงกว้างอย่างพอใจ เขารู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกระตุ้นความต้องการของเขามากเท่านี้สองเท้าค่อยๆ ก้าวเข้าหาเตียงกว้างก่อนที่จะหยุดข้างเตียงและหย่อนกายนั่งลงข้างเรือนร่างโปร่งบาง ริมฝีปากบางเฉียบกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจยามยื่นฝ่ามือหนาออกไปสัมผัสลูบไล้นวลเนื้อเนียนตรงต้นแขนเรียวอย่างแผ่วเบา ไม่น่าเชื่อว่าเพียงเท่านั้นเรือนกายแกร่งก็ออกอาการสั่นเทาราวเป็นไข้ ดวงตาสีสนิมตวัดไล้ไปทั่วเรือนร่างราวต้อ