ท่านเจ้าคุณเอาใจออกห่าง คุณหญิงเอิบเลยต้องพึ่งหมอผี หวังยาเสน่ห์จะเอาผัวรักกลับคืนมา แต่อนิจจา นางได้หมอผีเป็นผัวแทน!!!!
View MoreNC ท่ายากกับเมีย!!ไกรยืนแนบอยู่กับขอบประตู มุมปากยกยิ้มอย่างพึงใจ นัยน์ตาดำขลับเต็มไปด้วยไฟปรารถนา นางเอิบช่างงดงามยามต้องแสงเช่นนี้ ผิวขาวเนียนชุ่มไปด้วยเหงื่อ เส้นผมยุ่งเหยิงปรกลงมาตามลาดไหล่ ริมฝีปากแดงช้ำเผยอออกจากเสียงหอบกระเส่าเขาเดินเข้าหานางที่ยังไม่ทันตั้งตัว มือหยาบกร้านของเขาจับข้อเท้านางไว้ ก่อนจะค่อยๆ โน้มตัวลงมา ปลายจมูกของเขาไล้ผ่านต้นขา สร้างความร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งกาย นางเอิบสั่นสะท้านทุกสัมผัสของเขา ลมหายใจร้อนผ่าวของไกรไล่ผ่านผิวเนื้ออ่อนไหว แหย่ลิ้นเข้าไปในรูนาง ตวัดลิ้นระรัว ปลุกกระแสความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นอย่างยากจะห้ามใจนางเอิบเสี้ยนรูมาก ดวงตานางฉ่ำเยิ้ม หัวใจเต้นรัว“พี่ไกร...” นางครางเสียงแผ่วไกรไม่พูดอะไร เขาลุกขึ้นแล้วโน้มตัวไปหานางเอิบ จับปลายคางนางเชยขึ้นก่อนกดริมฝีปากลงอย่างเร่าร้อน ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาเกี่ยวกระหวัด ดูดดึงความหวานจากริมฝีปากของนางจนแทบหมดสิ้น มือหนากอบกุมทรวงอกอวบ ลูบไล้ บีบคลึงราวกับกำลังหลอมละลายนางไปทั้งร่าง"อ่าาาาห์"นางเอิบครางกระเส่าเมื่อเขาเลื่อนริมฝีปากลงมา ซุกไซ้ที่ซอกคอ ดูดเม้มจนเกิดรอยแดง ไล้ต่ำลงมาสู่เนินอก นางแอ่นอกข
NC เ.ี่ยน อยากมีลูกยามเช้าตรู่ของวันใหม่มาถึง หมอกจาง ๆ ปกคลุมลำน้ำ ขับเน้นให้ท่าเรือดูเงียบเหงานางดวงยืนส่งนางเอิบที่ละทิ้งยศถาบรรดาศักดิ์ ตัดสินใจไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับไกรที่ละทิ้งอาชีพหมอผีแล้วเช่นกันเมื่ออยู่ที่ท่าเรือ สายตาของนางดวงเต็มไปด้วยความห่วงใย "ข้าหวังว่าท่านจะพบความสุขแท้จริงที่นั่น" นางกล่าวพลางยื่นห่อเสบียงให้เอิบ"ขอบน้ำใจแม่ดวงนัก" เอิบเอื้อมมือรับ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกหลายหลาก"ไปเถิด" นางดวงยิ้ม ก่อนหันไปพยักหน้าให้ไกร ชู้รักของนางเอิบ ที่บัดนี้เลื่อนขั้นมาเป็นสามีเต็มตัว"โชคดีเช่นกันนะแม่ดวง" นางเอิบกล่าวลาเรือของพวกเขาเคลื่อนออกจากท่า ล่องไปตามสายน้ำเชี่ยวของเจ้าพระยา ใช้เวลาเดินทางอยู่หลายวันกว่าพวกเขาจะมาถึงหมู่บ้านดงเร้นอีกคราหมู่บ้านกลางป่าลึกแห่งนี้ยังคงสงบเช่นเดิม กระท่อมไม้ไผ่ของพวกเขายังคงตั้งอยู่ท่ามกลางไร่ผักและคอกไก่ที่พวกเขาช่วยกันสร้างขึ้นเมื่อคราก่อนหนึ่งเดือนต่อมาชีวิตที่นี่เรียบง่ายและสงบสุข เอิบตื่นเช้าขึ้นมาตักน้ำจากบ่อ เตรียมสำรับกับข้าว ไกรออกไปหาสมุนไพรในป่าลึก ตกเย็นเขาจึงกลับมาพร้อมปลาสด ๆ ที่หามาได้จากลำธาร"ข้าชักชอบชีว
ลาก่อน..ไอ้เดช!!แสงแรกของวันค่อย ๆ ทาบทับลงบนหลังคาเรือนภายในพระนครศรีอยุธยา หมอกจาง ๆ ลอยอ้อยอิ่งเหนือแม่น้ำเจ้าพระยา ลมยามเช้าพัดกรูมาต้องผิวน้ำเกิดเป็นระลอกคลื่นเล็ก ๆ ที่สะท้อนแสงตะวันเป็นประกายระยิบระยับ รุ่งอรุณเช่นนี้มักเป็นช่วงเวลาที่พ่อค้าแม่ค้าเริ่มตั้งร้านริมคลอง ชาวบ้านพากันออกจากเรือนมุ่งหน้าไปยังตลาด ขณะที่เหล่าขุนนางและข้าราชการต่างเตรียมตัวเข้าสู่การทำงานตามหน้าที่ของตนแต่เช้านี้แตกต่างออกไปความเงียบสงัดอันผิดปกติค่อย ๆ แผ่ซ่านไปทั่วพระนคร ไม่มีเสียงหัวเราะของบรรดาเด็กเล็กที่วิ่งไล่จับกันหน้าบ้าน ไม่มีเสียงพ่อค้ายกยอปอปั้นสินค้าอันโอชะของตน เหล่าผู้คนต่างมารวมตัวกัน ณ ลานหน้าศาลหลวง ตั้งแต่ยังไม่ทันฟ้าสาง เพื่อรอชมเหตุการณ์สำคัญ นั่นก็คือการตัดสินคดีความของเจ้าพระยาสุรเดชและพรรคพวกอีกด้านหนึ่ง ภายในเรือนใหญ่ของเจ้าพระยาสุรเดช นางจันทร์ หญิงสาวผู้เคยสำเริงสำราญกับทรัพย์สินที่ได้มาจากสามี พอรู้ว่าคดีพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ก็ถึงกับหน้าซีดเผือด "ข้าต้องไป..." นางเดินวนไปมาอยู่ภายในห้อง หยิบข้าวของเครื่องใช้ที่เป็นของมีค่าอัดแน่นลงไปในหีบไม้ แต่พอปิดหีบก็พบว่ามันหนัก
NC จุกรูหูแทบตาย!!!ในเช้าวันรุ่งขึ้น ศาลหลวงได้รับเรื่องร้องทุกข์เกี่ยวกับการปล้นเรือนของบิดาคุณหญิงเอิบ และมีคำสั่งให้ขุนศรีนำพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วกรุงศรีอยุธยา บรรดาขุนนางที่เกี่ยวข้องกับเจ้าพระยาสุรเดชเริ่มแตกตื่น พวกมันบางคนพยายามทำลายหลักฐาน บางคนหาทางหลบหนีแต่ไม่มีใครหนีพ้น....หลวงพิชัย ผู้เคยหวังจะเอาตัวรอด กลับถูกจับกุมเสียเอง"ปล่อยข้า ...ไอ้ไพร่อย่ามาแตะตัวข้า""ข้าไม่เกี่ยว ข้าถูกใส่ร้าย ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!!"ขุนศรียืนอยู่ในศาลหลวง ในมือของเขาคือจดหมายและคำให้การของพยาน "คดีนี้ต้องได้รับการพิจารณาโดยละเอียด ขอให้ศาลหลวงโปรดพิจารณาอย่างยุติธรรม"บรรดาขุนนางที่นั่งอยู่บนบัลลังก์พยักหน้า พวกเขารับเอกสารอย่างเคร่งขรึมในที่สุด แผนการของคุณหญิงเอิบก็มาถึงจุดสำคัญที่สุดในคืนหนึ่ง ก่อนวันที่ศาลจะตัดสินชะตากรรมของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด คุณหญิงเอิบยืนมองพระจันทร์เต็มดวง นางยกมือขึ้นแตะแหวนหยกเบาๆ ก่อนจะพึมพำ"เหลือเพียงสิ่งเดียวที่ข้าต้องทำ ก่อนจะจากที่นี่ไปตลอดกาล"
NC วางแผนจนน้ำเยิ้ม...สองวันต่อมาเสียงกลองยามตีบอกเวลายามสองดังก้องทั่วอยุธยา แสงจันทร์สาดส่องเป็นประกายเหนือแม่น้ำเจ้าพระยา ทว่าภายในเงามืดของที่พำนักแห่งหนึ่งในกรุงศรีอยุธยา สองร่างกำลังนั่งสนทนาอย่างเคร่งเครียดพ่อหมอไกรและคุณหญิงเอิบ"พวกมันเริ่มไหวตัวแล้ว" พ่อหมอไกรพูดเสียงต่ำ พลางวางม้วนกระดาษเก่าคร่ำคร่าลงบนโต๊ะไม้เล็กๆ ในห้องลับ "เจ้าพระยาสุรเดชถูกจับ แต่คนที่เกี่ยวข้องยังมีอีกหลายคน หากเราต้องการลากมันลงมาให้หมด เราต้องหาหลักฐานที่แน่นหนากว่านี้""ท่านคิดว่าเราควรเริ่มจากที่ใด" คุณหญิงเอิบถาม ดวงตาของนางทอประกายเยือกเย็น แต่แฝงไปด้วยความร้อนเร่าอย่างลึกล้ำพ่อหมอไกรสบตานาง ความมืดของค่ำคืนไม่อาจปิดบังแรงปรารถนาที่สุมอยู่ในอกได้ มือของเขาเอื้อมไปแตะหลังมือของนาง ลูบไล้ปลายนิ้วเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ สอดประสาน มือของเขาเย็นเฉียบ แต่นางกลับรู้สึกว่ามันกำลังแผดเผาทั้งร่างให้ร้อนรุ่ม"ข้าเพิ่งได้ข่าวจากแหล่งข่าวในราชสำนัก มีขุนนางบางคนที่ได้รับเงินจากเจ
บาปนั้นคืนสนอง"ที่แท้โจรชั่วนั่นคือท่าน!!"คุณหญิงเอิบปาดน้ำตา นางรู้แล้วว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดคือใคร และนางก็รู้เช่นกันว่า จะไม่มีวันยอมให้ความจริงนี้ถูกฝังกลบไปพร้อมกับอดีตในคืนที่เงียบสงัดภายใต้แสงจันทร์นวลผ่อง คุณหญิงเอิบซ่อนกายอยู่ในเงามืดของเรือนเจ้าพระยาสุรเดช หัวใจเต้นแรงระรัว นางเม้มริมฝีปากแน่น กลั้นลมหายใจให้เงียบที่สุดเพื่อไม่ให้ใครจับได้ นางดวงที่อยู่เคียงข้างกันถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะกระซิบข้างหูคุณหญิงเอิบด้วยเสียงสั่นเครือ“ขออภัยเถิดเจ้าค่ะคุณหญิง ข้ามิรู้มาก่อนว่าวันนี้ที่เรือนใหญ่จะมีแขก” นางดวงกล่าว สีหน้ารู้สึกผิดเป็นอย่างยิ่ง นางเป็นเพียงทาสที่ทำงานอยู่ในไร่ในสวน ไม่ค่อยได้ขึ้นมาเรือนใหญ่ จึงไม่อาจรู้ได้ว่าคืนนี้เจ้าพระยาสุรเดชมีแขกมาดื่มสุราด้วยที่เรือน"ฮ่า ฮ่า ฮ่าๆๆๆๆ"เสียงหัวเราะหยาบโลนดังลอดออกมาจากโถงกลางของเรือน น้ำเสียงกระด้างและคำพูดส่อเสียดของเหล่าบุรุษที่กำลังสนุกสนานกับเหล้าและการเล่นพนัน ทำให้คุณหญิงเอิบต้องรีบตัดสินใจ นางร
NC แสงจันทร์อาบโลกีย์หลังพักผ่อนกันจนหายเหนื่อย ทั้งสองคนก็ชวนกันลงไปอาบน้ำในคลองตอนนี้มืดแล้ว เสียงแมลงร้องขับขาน สองคนคลอเคล้ากันอยู่ริมคลองเสียงน้ำในคลองลึกกระเพื่อมเบาๆ ยามต้องแสงจันทร์ที่ส่องสะท้อนเงาของสองร่างที่แนบชิดกัน พ่อหมอไกรประคองคุณหญิงเอิบลงสู่น้ำอย่างทะนุถนอม ปลายนิ้วแข็งแกร่งวักน้ำขึ้นลูบไล้ลำคอระหงของนางอย่างแผ่วเบา ความเย็นของสายน้ำตัดกับไออุ่นจากฝ่ามือเขา ทำให้นางสะท้านไหวเบาๆ“เย็นหรือไม่” เขากระซิบถาม ริมฝีปากแตะอยู่ใกล้ใบหูนางคุณหญิงเอิบเอนศีรษะพิงแผงอกกว้างของเขา แววตาฉ่ำเยิ้มในเงาจันทร์ “เย็นก็จริง แต่เมื่ออยู่กับเจ้า ข้ากลับรู้สึกอบอุ่น...”พ่อหมอไกรหัวเราะแผ่วเบา มือสากแตะแก้มของนาง ลูบไล้ลงมาจนถึงลาดไหล่ ก่อนจะเลื่อนลงต่ำ ปลายนิ้วไล่ไปตามแนวกระดูกไหปลาร้าเนียนละเอียด หัวใจของนางเต้นระรัว เมื่อสัมผัสของเขาอ่อนโยนแต่เร่าร้อนในคราเดียวกัน“เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้าหลงใหลเจ้าเพียงใด...&
NC ผัวเจ้าอยู่ตรงนี้!!!บรรยากาศในกระท่อมยังคงอบอวลไปด้วยไอร้อนจากค่ำคืนที่ยาวนาน แม้ยามฟ้าสาง ลมหายใจของทั้งสองยังไม่ทันจะแผ่วลง พ่อหมอไกรไม่คิดจะปล่อยให้นางได้พัก เขากดร่างนางแนบกับฟูกอีกครา แรงอารมณ์ที่ยังหลงเหลือผลักดันให้เขาครอบครองนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันตลอดไป“พอ… พอแล้ว…” เสียงหวานครางกระเส่า แววตาหวานเยิ้มปรือขึ้นสบกับดวงตาคมที่ฉายแววหึงหวงไม่เสื่อมคลาย“พอหรือ?” ไกรแค่นเสียงหัวเราะต่ำ จับร่างนางพลิกให้คว่ำลงกับฟูก เสียงหอบหายใจสั่นไหวเมื่อนางรับรู้ถึงสัมผัสร้อนผ่าวที่แนบชิดจากเบื้องหลัง เขาไม่ปรานี ไฟหึงที่สุมอกผลักดันให้เขาย้ำเตือนให้นางรับรู้ว่าเป็นของใคร"อูยยย มันเข้าลึก....มากกกก"เสียงหวานครวญครางสอดประสานกับเสียงลมหายใจหนักหน่วง กลิ่นอายร้อนรุ่มอบอวลไปทั่วกระท่อม เสียงแผ่วสะท้อนออกไปไกลจนแม่เฒ่าที่เดินผ่านถึงกับชะงัก หันมามองกระท่อมหลังนั้นก่อนจะส่ายหน้าพลางพึมพำเบา ๆ“หนุ่มสาวสมัยนี้&h
NC พ่อหมอเอาทั้งคืนเสียงลมหายใจหนักหน่วงของไกรดังก้องอยู่ในกระท่อมเล็กที่มีเพียงตะเกียงน้ำมันให้แสงริบหรี่ กลิ่นควันธูปจาง ๆ คลุ้งอยู่ในอากาศปะปนกับกลิ่นเหงื่อและไอร้อนแห่งราคะที่คุกรุ่นจนแทบเผาไหม้ทุกสิ่งเขาจ้องมองร่างของคุณหญิงเอิบที่บัดนี้นอนระทดระทวยอยู่ใต้ร่างของเขา เสื้อผ้าแทบไม่เหลือเป็นชิ้นดี เนื้อนวลเปลือยเปล่าประจักษ์แก่สายตา ดวงตาของนางฉ่ำวาว ริมฝีปากเผยอออกเล็กน้อยขณะที่ยังหอบหายใจแรง“เจ้ายังคิดถึงมันอยู่หรือไม่?”ไกรถามเสียงต่ำ สายตาของเขาฉายแววเดือดดาลปะปนกับแรงปรารถนา มือหนาบีบข้อมือของนางตรึงไว้กับฟูกไม้ไผ่ ร่างแกร่งบดเบียดแนบชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง“ข้า...อึก...” นางยังไม่ทันได้ตอบ ร่างของไกรก็เริ่มเคลื่อนไหว เขาไม่เปิดโอกาสให้นางได้หายใจหายคอ ยังคงลงทัณฑ์นางด้วยเพลิงหึงหวงที่ลุกโชน“อย่าคิดถึงมัน! จำไว้ว่าเจ้ามีข้าเพียงคนเดียว” ไกรคำราม มือใหญ่คว้าจับเอวบางให้เข้าที่ก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง แก่นกายยาวเสียบลึก ตำตึ
น้ำตาคุณหญิงปีพุทธศักราช 2000กรุงศรีอยุธยา"เจ้าไปไหนมา"คุณหญิงเอิบยืนเท้าสะเอวจ้องอนุภรรยาคนใหม่ของสามีตาเขม็ง"ไปที่ใดมาก็เรื่องของข้า" นางจันทร์เป็นแม่ค้าขายปลาที่ตลาด ตอนรู้ว่าเจ้าพระยาสุรเดชจะรับนางเข้ามาเป็นอนุ คุณหญิงเอิบแทบจะอยากกัดลิ้นตาย!!!"เอ็งนี่เล่นหูเล่นตาใส่ข้าดีนัก เดี๋ยวแม่จะตบให้คว่ำ""โอ๊ย ท่านเจ้าคุณเจ้าขา กรี๊ดดดดดด คุณหญิงจะฆ่าน้อง" นางจันทร์แสร้งโวยวายให้ใหญ่โต เจ้าพระยาสุรเดชหรือเจ้าคุณเดชที่ทุกคนเรียกติดปากรีบวิ่งออกมาดู แถมยังถือดาบออกมาด้วย"ไหน อีเอิบอีจัญไร มึงจะทำอะไรเมียกู" เจ้าคุณเดชไม่เหลือเยื่อใยให้เมียพระราชทานคนนี้แล้ว เขาถือดาบไล่ฟันคุณหญิงเอิบ "ว้าย! ท่านเจ้าคุณ ฮืออออ น้องไม่ได้ทำอะไรเลยนะเจ้าคะ""ท่านเจ้าคุณอย่าไปเชื่อ เมื่อครู่คุณหญิงยังบอกว่าจะฆ่าน้องอยู่เลย" เมื่อนางจันทร์ว่าอย่างนั้น เจ้าคุณเดชที่กำลังหลงใหลนางก็ตั้งใจจะฟันคุณหญิงเอิบให้โดนสักที"ช่วยด้วย แม่แย้ม แม่แย้มเอ็งมาช่วยข้าที" คุณหญิงเอิบวิ่งหนีกลับเรือนตน นางเพียงเห็นแม่จันทร์ไปทำอะไรลับๆล่อๆที่ท่าน้ำ เลยเข้าไปถามแค่นั้น แถมยังไม่ทันได้ทำอะไรนางเลยด้วยซ้ำ"ว้าย!คุณหญิงเจ้าขา" ...
Comments