ทุกคนนั่งทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันที่โต้ะอาหารยกเว้นจอมขวัญตอนนี้ที่ยังไม่กลับดวงแขนั่งทานข้าวไปคุยกับลูกๆหลานๆบนโต๊ะไปก็สังเกตเห็นลูกชายของตนนั่งเกาะแขนคนเป็นภรรยาอยู่นานแล้วไม่ยอมปล่อยเสียทีเธอจึงเอ่ยถามขึ้น
“แล้วนั่นเป็นอะไรอีกล่ะตาพอลกลัวหนูพลอยจะหายหรือไงเกาะไม่ปล่อยซะขนาดนั้น”
“คือพี่พอลบอกว่าเค้าอยู่ใกล้ๆพลอยแล้วอาการดีขึ้นน่ะค่ะคุณแม่ตั้งแต่ตื่นมาก็ไม่ยอมห่างเลยค่ะ” หญิงสาวตอบคนเป็นแม่สามีด้วยสีหน้าที่อ่อนใจเธอเองก็รู้สึกชักจะรำคาญคนตัวโตอยู่เหมือนกันที่เอาแต่เกาะไม่ปล่อยตอนนี้หญิงสาวรู้สึกเหมือนเธอมีลูกชายเพิ่มมาอีกคน
“ใช่ครับคุณแม่เวลาผมอยู่ใกล้พลอยแล้วไอ้อาการเวียนหัวมันก็ดีขึ้นทุกทีเลยครับเลยต้องเกาะกันอยู่แบบนี้” เขาเองตอบตามความจริงเมื่ออยู่ใกล้ภรรยาทีไรอาการเขาก็ดีขึ้นทุกทีเลยจำเป็นต้องเกาะกันแจอยู่แบบนี้
“อย่างงั้นเองเหรอ” ดวงแขนึกสงสารทั้งลูกชายและลูกสะใภ้แต่ก็คิดว่าพอลูกสะใภ้เธอท้องโตอีกหน่อยอาการของลูกชายเธอก็คงจะหายไปเองตอนนี้ก็ทำได้แต่ให้กำลังใจทั้งสองให้อดทนเอาหน่อย
“คงเป็นเพราะอาการแพ้ท้องแทนเมียน่ะค่ะคุณพี่อีกหน่อยคงดีขึ้นเอง”
“พี่ก็ว่างั้นแหละ”
“ผมว่าอีกสักสองเดือนอาการพี่พอลก็น่าจะดีขึ้นนะครับหมอเคยตรวจแก้วตอนที่แพ้ท้องตอนนั้นสองเดือนก็แพ้หนักอยู่ครับเพราะผมเข้าใกล้ไม่ได้เลยตอนนี้ก็ดีขึ้นแล้วครับ” พีรพัตรออกความคิดเห็นในเรื่องที่ตนเคยเจอมาคิดว่าอีกสักพักอาการของแผ่นดินคงจะดีขึ้นเองตอนนี้ก็เอาใจช่วยให้พี่ชายของเขาอดทนเอาหน่อยเหมือนที่เขาอดทนต้องอยู่ห่างภรรยาของเขาทั้งที่อยากจะอยู่ใกล้ๆใจจะขาด
“แล้วลูกแก้วท้องได้กี่เดือนแล้วล่ะ” แผ่นดินทีเอ็นดูลูกแก้วเหมือนน้องสาวคนนึงก็ถามไถ่ถึงเรื่องลูกในท้องว่าท้องได้กี่เดือนแล้วเพราะเริ่มเห็นท้องเริ่มนูนออกมามากแล้ว
“สี่เดือนกว่าแล้วค่ะคุณพอลสู้ๆนะคะคุณพอลอีกหน่อยเดี๋ยวก็ดีขึ้นค่ะ” ลูกแก้วเห็นอาการของชายหนุ่มผู้เป็นพี่เขยและตอนนี้ก็มีฐานะเป็นพี่ชายเธอจึงต้องพูดให้กำลังใจหน่อยเพราะท่าทางก็น่าจะหนักอยู่เหมือนกันเธอเข้าใจดีเลยว่าอาการเวียนหัวแพ้ท้องมันทรมานยังไงแต่เมื่อนึกถึงลูกก็ทำให้ฮึดสู้ได้ทุกครั้ง
“อืม..พี่จะอดทนเพื่อลูก” แผ่นดินรับคำผู้เป็นน้องสาวพร้อมหันไปยิ้มให้ภรรยาของตนเขาอดทนได้เพื่อลูกอยู่แล้วแค่นี้มันไม่ถึงตายหรอกแค่ต้องเกาะกันไปแบบนี้อีกสักพัก
หลังจากที่ทุกคนทานอาหารเรียบร้อยก็อยู่คุยสนทนากันทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องกิจการของครอบครัวสักพักแล้วต่างคนก็แยกย้ายกันมาพักผ่อน
20.00 น.
“พลอยดูสิยัยหนูเดินได้หลายก้าวแล้วนะแต่ยัยหนูทำไมยังเรียกชื่อพี่ไม่ได้สักทีนะ”
“ต้องค่อยเป็นค่อยไปค่ะพี่พอล” แผ่นดินมองลูกสาวตัวกลมของตนกึ่งคลานกึ่งเดินอยู่ในห้องนอนก็ยิ้มภูมิใจแต่คนเป็นพ่อเมื่อเห็นลูกเดินได้ก็อยากจะให้ลูกพูดได้ออกมาอีก
เขาพยายามสอนยัยหนูอยู่ทุกวันให้เรียกชื่อเขาแต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่ายัยหนูจะเรียกได้สักทีพูดเป็นอยู่ แอ้ๆ หม่ำๆ เวลาหิวกับเวลายื่นมือขอจะเอาอะไรเท่านั้นแหละ
พลอยไพลินเห็นผู้เป็นสามีทำหน้าเศร้าเรื่องที่ลูกสาวของตนยังเรียกชื่อพ่อไม่ได้ก็ต้องปลอบใจว่าเรื่องแบบนี้ต้องค่อยๆสอนลูกค่อยเป็นค่อยไปเพราะเด็กบางคนเดินได้ก่อนพูดหรืออาจจะพูดได้ก่อนเดินก็มีแต่พฤติกรรมของลูกเธอตอนนี้ก็นับว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีอยู่ไม่มีอะไรเร็วหรือช้าไป
“ยัยหนูขาเรียกพ่อสิลูก...พ่อ..พ่อ..”
“แอร๊ะ” จากต้องการที่จะให้ลูกเรียกตนเองกลับได้ยินเป็นเสียงดุของลูกซะงั้นคนเป็นพ่อรู้สึกหมั่นเขี้ยวลูกสาวตัวกลมเลยเดินไปอุ้มแล้วมาฟัดบนเตียงจนยัยหนูหัวเราะเสียงดังออกไปนอกห้อง
ครื้นน ครื้นน
“วันนี้ฝนน่าจะตกหนักนะคะพี่พอลเดี๋ยวพลอยขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ”
“ไปเถอะเดี๋ยวพี่ป้อนนมลูกเอง”
“ค่ะ” พลอยไพลินเห็นว่าวันนีครึ้มตั้งแต่เมื่อกลางวันอากาศก็ร้อนอบอ้าวคาดว่าวันนี้ฝนน่าจะตกหนักเธอเลยจะรีบอาบน้ำแล้วมากล่อมลูกนอนกลัวฟ้าร้องหนักกว่านี้แล้วยัยหนูจะไม่ยอมนอนง่ายๆเธอเองก็กลัวเสียงฟ้าร้องอยู่ด้วยสิดีที่มีคนตัวโตอยู่ข้างๆพอบรรเทาความกลัวของเธอได้บ้าง
ทางด้านพีรพัตรและลูกแก้ว
“คุณดื่มนมก่อนนอนหน่อยนะกำลังอุ่นๆเลย”
“ขอบคุณค่ะคุณพรีม” พีรพัตรส่งแก้วนมที่เขาพึ่งชงมาอุ่นๆให้กับคนเป็นภรรยาที่กำลังนั่งพิงหัวเตียงอ่านหนังสือเกี่ยวกับการดูแลทารกอยู่
“ผมว่าคืนนี้ฝนน่าจะตกหนักฟ้าร้องดังซะขนาดนี้...เฮ้อออแบบนี้ก็เสียความตั้งใจผมหมดน่ะสิ”
“ตั้งใจอะไรเหรอคะ” ลูกแก้วถามผู้เป็นสามีด้วยสีหน้าสงสัย
“ก็ผมตั้งใจว่าจะพาคุณนอนดูดาวที่นี่ด้วยกันไง”
“หืม..วันหลังก็ได้ค่ะ” ลูกแก้วดื่มนมเสร็จก็นั่งอ่านหนังสืออยู่อีกพักนึงก็ทิ้งตัวลงนอน
พีรพัตรเมื่ออาบน้ำเสร็จเรียบร้อยก็เข้าไปสวมกอดภรรยาของตนนอนกอดอยู่บนเตียงนุ่มจากด้านหลังแล้วใช้มือกอดไปที่หน้าท้องนูนลูบไล้จากหน้าท้องมาที่อกอวบอิ่มจนตอนนี้หญิงสาวรู้สึกว่ามีอะไรแข็งๆถูอยู่ที่หลังของเธอแต่เธอก็เดาได้ไม่ยากว่าคืนนี้เธอคงไม่รอดน้ำมือของคนหื่นอีกแน่นอนเพราะเขาชอบอ้างว่าอยากที่จะชดเชยเวลาที่อยู่ใกล้ไม่ได้หญิงสาวอยากจะปฏิเสธคนหื่นแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ทุกทีเพราะแพ้คนที่มีชั่วโมงบินเรื่องนี้สูงกว่าทุกครั้งไป
ครื้นๆๆๆเปรี้ยง“ว้าย...” จอมขวัญกรี๊ดลั่นเพราะตกใจกับเสียงฟ้าร้องและฟ้าผ่าหญิงสาวเกลียดเสียงฟ้าร้องเป็นที่สุดด้วยความกลัวตั้งแต่เด็กๆหญิงสาวเอามือป้องปิดหูด้วยความตกใจนั่งตัวสั่นทิ้งตัวลงอยู่บนโซฟาด้วยความกลัว จอมขวัญที่นั่งรอธาวินอยู่ในบ้านของเขาตั้งแต่เช้าแต่ก็ยังไม่เห็นชายหนุ่มจะกลับมาเสียทีเธอพยายามโทรหาชายหนุ่มอยู่หลายรอบแต่ก็โทรไม่ติดไม่รู้ว่าชายหนุ่มไปไหนเพราะไม่ได้บอกไว้ ตอนที่เธอมาถึงที่นี่ก็ลองเดินเข้าไปในสวนหญิงสาวถามหาชายหนุ่มจากคนงานในสวนที่กำลังทำงานกันอยู่ก็ได้คำตอบมาว่าไม่รู้ว่าเจ้านายหนุ่มของพวกเขาอยู่ไหนเหมือนกันได้แต่สั่งงานไว้แล้วก็ออกไปตั้งแต่เช้า“พี่วินนะพี่วินไปไหนของเค้ากันนะไม่บอกกันสักคำ” หญิงสาวชะโงกหน้าไปมองที่หน้าบ้านยืนบ่นด้วยสีหน้ากังวลแต่สายตาก็มองหาภาวนาให้ชายหนุ่มกลับมาเสียทีติ้ดดดดๆๆๆๆ“หาแบตหมด...โอ้ย..” จอมขวัญกำลังจะกดโทรศัพท์โทรหาแผ่นดินเพื่อที่จะให้มาเธอรับที่บ้านของธาวินเพราะหญิงสาวคิดว่าวันนี้ชายหนุ่มคงจะยังไม่กลับมาในเร็วๆนี้แน่ เธอคิดว่าตอนนี้คนที่บ้านต้องเป็นห่วงถ้าเธอกลับดึกกว่านี้แต่มือถือเจ้ากรรมก็ดันมาแบตหมดเอาดื้อๆตอนน
“ขวัญฟังพี่นะจับมือพี่ไว้ห้ามปล่อยเข้าใจไหม..ใส่ไอ้นี่เอาไว้แล้วขวัญจะปลอดภัย” ธาวินยังไม่ยอมเปิดประตูรถเขานั่งอยู่ในรถหยิบเสื้อเกราะให้หญิงสาวใส่พร้อมกำชับกับเธอว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นห้ามปล่อยมือเขาเด็ดขาดเขาหยิบรีบปืนออกมาจากหลังรถและจับมือหญิงสาวเอาไว้แน่น“นี่มันอะไรกันคะพี่วิน” จอมขวัญถามธาวินหน้าตาตื่นเมื่ออยู่ดีๆชายหนุ่มมีเสื้อเกราะติดรถไว้แล้วหยิบมาให้เธอใส่แถมในหลังรถยังมีอาวุธปืนอีกตอนนี้เธอสับสนไปหมดในใจเธอคิดว่าชายหนุ่มแค่ทำสวนจะต้องมีอาวุธครบมือขนาดนี้เชียวเหรอ“พี่ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว..เราต้องรีบหนี”“เดี๋ยวค่ะทำไมเราไม่ขับฝ่าเข้าบ้านขวัญไปเลยล่ะคะ”“ไม่ได้ขวัญเดี๋ยวคนอื่นจะเป็นอันตรายไปด้วย” เพื่อความปลอดภัยของทุกคนชายหนุ่มไม่เลือกใช้วิธีที่หญิงสาวบอกแน่ๆปังๆๆๆๆ“ลงมาเดี๋ยวนี้แสบนักนะแก” เสี่ยวันชัยเมื่อไม่เห็นคนบนรถลงมากันสักทีทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าหนีพวกเขาไม่รอดเพราะเขาได้สั่งลูกน้องล้อมเอาไว้หมดแล้วเขาแค้นใจยิ่งนักที่หลงไว้ใจไม่คิดว่าธาวินจะเป็นหอกข้างแคร่ที่คอยทิ่มแทงเขาอยู่ตลอดเวลาโดยที่เขาไม่นึกเอะใจซ้ำยังลูกสาวของเขาเองยังหลงธาวินหัวปลักหัวปลำอีกต่างหาก
เช้าวันต่อมา“คุณขวัญครับ....คุณขวัญ”“อืม..” หญิงสาวรู้สึกตัวตื่นเพราะได้ยินเสียงเรียกของใครบางคนที่เธอไม่คุ้นหู“คุณเป็นใครคะ” เมื่อจอมขวัญเห็นคนที่ยืนอยู่ข้างเตียงของเธอชัดก็ถึงกับต้องถดตัวหนีอย่างรวดเร็วเพราะเกรงว่าจะเป็นคนร้าย“เอ่อไม่ต้องตกใจครับครับพอดีพี่วินบอกให้ผมมารับคุณไปส่งที่บ้านผมหมวดจักรพงษ์เรียกผมว่าหมวดพงษ์ก็ได้ครับ” จักรพงษ์ยิ้มให้หญิงสาวที่ดูจะกลัวเขาเหลือเกินเมื่อรู้ว่าเขาเป็นใครก็เริ่มตั้งสติได้แล้วถามหาธาวินผู้เป็นหัวหน้าของเขาทันที ชายหนุ่มรู้ว่าหญิงสาวตรงหน้านี้คงเป็นคนที่สำคัญต่อหัวหน้าของเขามากถึงขนาดเจ็บปางตายยังนึกห่วงบอกให้เขามาดูแลเธออย่าให้คลาดสายตาและยังห้ามบอกอีกว่าเขาบาดเจ็บสาหัสให้โกหกเธอว่าอะไรก็ได้เธอจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง“ค่ะ..เอ่อ....แล้วพี่วินล่ะคะ”“คุณวินสั่งให้ผมมารับคุณไปส่งที่บ้านครับแต่ไม่ได้บอกว่าเค้าอยู่ไหน”“ค่ะ” จอมขวัญพยักหน้ารับแล้วเดินก้มหน้าตามนายตำรวจหนุ่มออกมาจากฐานลับแล้วเดินมาขึ้นรถที่จอดอยู่ห่างออกจากฐานพอสมควรแล้วหมวดหนุ่มก็พาหญิงสาวกลับบ้านทันที“ยัยขวัญกลับมาแล้วตาพรีม” พิไลมองออกไปดูว่ารถใครมาจอดที่หน้าบ้านเมื่อเ
“ถ้าพวกคุณอยากรู้อาการของหัวหน้าเดี๋ยวผมจะแจ้งเรื่องมาเป็นระยะๆนะครับ” จักรพงษ์เห็นว่าชายหนุ่มทั้งสองดูเป็นห่วงหัวหน้าของตนมากเลยอาสาจะรายงานอาการของหัวหน้าของเขาให้ชายหนุ่มทั้งสองเป็นระยะๆ“ขอบคุณมากครับหมวด”“ถ้าเรียบร้อยแล้วผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” หลังจากจักรพงษ์คุยธุระเสร็จก็ขอตัวกลับในทันทีเพราะเขาก็อยู่ที่นี่ค่อนข้างที่จะนานแล้วต้องรีบกลับไปเคลียคดีที่ค้างไว้ต่อแล้วเขาก็จะรีบไปดูอาการของผู้เป็นหัวหน้าที่นอนเจ็บปางตายด้วย เขาเองนับถือชายหนุ่มจริงๆที่ลุยเดี่ยวกับพวกที่มีฝีมือทางการต่อสู้ป็นสิบแบบไม่กลัวตายแถมยังดวงแข็งที่กระสุนเจาะร่างเกือบพรุนยังใจแข็งรอดมาได้อีกเป็นเขาคงตายตั้งแต่ต่อสู้กับไอ้พวกสิบกว่าคนนั้นแล้วห้าวันต่อมา“อ้าวหายดีแล้วเหรอยัยขวัญแล้วตื่นมาทำไมแต่เช้า” คุณหญิงดวงแขที่นั่งจิบกาแฟอยู่หน้าบ้านตอนเช้าเป็นประจำเห็นหลานสาวที่ดูว่าพึ่งจะฟื้นจากไข้ตื่นมาแต่เช้าก็นึกเป็นห่วงอยากจะให้พักผ่อนนานๆแต่หลานสาวเธอดันตื่นเช้าพอจะเดาออกว่าทำไมหลานสาวเธอถึงรีบตื่นมาขนาดนี้“ขวัญโอเคแล้วค่ะคุณป้าคุณแม่อยู่ไหนเหรอคะ” จอมขวัญที่พึ่งฟื้นไข้เมื่อรู้สึกว่าร่างกายของเธอดีขึ้น
“ค่ะ” พีรพัตรคิดว่าถ้าน้องสาวเขาได้อยู่กับภรรยาของเขาเธอคงจะคุยกันตามประสาเพื่อนสาวคงจะลืมนึกถึงเรื่องของธาวินได้บ้างเพราะเขาเองเมื่อเห็นอาการของจอมขวัญก็ไม่อยากจะเข้าไปอยู่ใกล้น้องสาวเขาเท่าไรแค่นี้ก็คงจะเหม็นขี้หน้าพี่ชายคนนี้เต็มทนแล้วละมั้งที่ออกคำสั่งยื่นคำขาดกับเธอขนาดนั้นก๊อกๆๆๆๆ“ขวัญนี่ฉันเอง”“เข้ามาเลยประตูไม่ได้ล็อค” จอมขวัญได้ยินว่าเป็นเสียงของเพื่อนสาวจึงบอกให้เข้ามาได้หวังว่าพี่ชายตัวดีของเธอจะไม่ตามมาด้วยนะ“แกมาคนเดียวใช่ป่ะ” จอมขวัญชะเง้อมองว่าจะมีใครตามเธอเข้ามาด้วยหรือเปล่าถ้ามีคนนั้นตามมาแบบที่เธอคิดจริงๆคงทำให้เธออารมณ์บูดอีกเป็นแน่“ก็ใช่น่ะสิแกว่าใครจะตามมาด้วยล่ะ” ลูกแก้วเห็นท่าชะเง้อของจอมขวัญแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้คงคิดว่าสามีเธอจะตามมาด้วยล่ะสิ“ป๊าวววว” จอมขวัญตอบปฏิเสธเสียงสูงทันที“แค่นี้ต้องเสียงสูงด้วย”“แก้วหลานฉันเป็นยังไงบ้างฉันอยากให้หลานคลอดแย่แล้ว” จอมขวัญนอนคว่ำใช้แขนทั้งสองข้างชันหน้าขึ้นแล้วหันมาคุยกับลูกแก้วเธอรู้เรื่องของลูกแก้วกับพี่ชายของเธอตั้งแต่ที่ลูกแก้วมาเยี่ยมเธอตอนนอนป่วยแล้ว เมื่อเห็นหน้าท้องของเพื่อนสาวยื่นออกมาก็เกิดการ
“ยัยขวัญน่าจะได้ยินที่พี่คุยกับหมวดพงษ์เรื่องวินน่ะสิ” พีรพัตรตอบคนเป็นภรรยาพร้อมชะเง้อมองนองสาวตัวเองขับรถออกไปอย่างร้อนใจ“งั้นไม่ต้องตามค่ะ” เมื่อลูกแก้วรู้สาเหตุว่าทำไมจอมขวัญถึงวิ่งหนีออกไปแบบนั้นเธอก็สั่งผู้เป็นสามีทันทีว่าไม่ต้องตามเพราะถ้าเธอเป็นจอมขวัญเธอก็จะทำแบบนี้เหมือนกัน“ทำไมล่ะคุณ” พีรพัตรหน้าเสียกับคำสั่งของลูกแก้วที่อยู่ดีๆก็มาห้ามเขาตามน้องสาวไปเสียอย่างนั้นไม่กลัวว่าจะเกิดเรื่องยุ่งบ้างหรืออย่างไร“เชื่อลูกแก้วเถอะค่ะคุณพรีมพลอยว่าปล่อยจอมขวัญไปเถอะค่ะอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดเดี๋ยวพลยขอไปดูยัยหนูก่อนนะคะ”พลอยไพลินช่วยพูดอีกเสียงเพราะถ้าเป็นเธอก็คงจะปวดใจมากเหมือนกันที่คนรักของตัวเองบาดเจ็บสาหัสแต่ตัวเองไม่มีสิทที่จะรู้เลยหญิงสาวพูดจบก็ขอตัวออกมาเพราะอยากจะให้ทั้งสองพูดคุยกันเองเธอไม่อยากให้ทั้งสองรู้สึกอึดอัด“จริงอย่างที่พี่พลอยพูดนะคะคุณพรีมอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดนะคะ”“แต่มันจะวุ่นวายไปกันใหญ่นะคุณ” พีรพัตรไม่เข้าใจว่าสองพี่น้องคนนี้พวกเธอคิดอะไรกันอยู่ในเมื่อรู้อยู่ว่าถ้าจอมขวัญรู้มันต้องวุ่นวายแน่ๆเพราะเขารู้นิสัยน้องสาวของเขาดี“ลองคิดตามแก้วนะคะถ้าแก้วเกิดหา
จักรพงษ์เอ่ยเรื่องราวทั้งหมดให้จอมขวัญได้ฟังเขาไม่กลัวว่าจะโดนคนเป็นหัวหน้าตำหนิแล้วในเมื่อเรื่องมันมาถึงขนาดนี้แค่ขอให้จอมขวัญเก็บเรื่องสถานที่ที่นี่เป็นความลับพอซึ่งจอมขวัญก็รับปากทุกอย่างขอแค่ให้เธอได้อยู่คอยดูแลธาวินเท่านั้นเอง“เชิญครับคุณขวัญหัวหน้าหลับเพราะฤทธิ์ยาน่ะครับคุณขวัญอยู่ที่นี่ตามสบายเลยนะครับเดี๋ยวผมจะโทรบอกทางบ้านคุณให้เอง”“ขอบคุณค่ะ” จักรพงษ์พาจอมขวัญไปเยี่ยมธาวินที่ในห้องหญิงสาวก็ปล่อยโฮออกมาทันทีเมื่อเห็นสภาพของชายหนุ่มเธอไม่คิดว่าเขาจะเป็นหนักขนาดนี้แต่ก็ยังดีที่ยังรอดกลับมา จอมขวัญเทียวไปเทียวมาอยู่หลายครั้งร่วมเดือนจนธาวินเริ่มดีขึ้นจึงย้ายกลับมาที่บ้านของเขาหญิงสาวเฝ้าดูแลชายหนุ่มอยู่ไม่ห่างจนแผลตอนนี้เริ่มดีขึ้นมากเดินเหินก็สะดวกมากขึ้นแต่ก็ยังต้องมีคนดูแลอย่างดีเพราะตอนนี้ชายหนุ่มอยู่บ้านคนเดียวแล้ว หลังจากจบคดีของเสี่ยวันชัยเมฆินก็โดนเรียกตัวไปช่วยคดีอื่นต่อจึงทำให้ธาวินพักรักษาตัวอยู่คนเดียวหญิงสาวจึงตามดูแลธาวินอยู่ไม่ห่างทั้งดูงานในสวนสั่งงานลูกน้องของธาวินเองหาตลาดส่งผลใหม่ เพราะว่าโรงงานของวิเวียนได้ปิดตัวลงแล้วหญิงสาวดูงานในสว
“งั้นเราทานข้าวก่อนเถอะจะได้ทานยา” วรรณาที่คุยกับหลานชายเรียบร้อยก็เห็นว่านี่มันจะเลยเวลาทานข้าวเช้าแล้วจึงรีบบอกให้หลานชายทานข้าวจะได้ทานยาเพราะกับข้าวที่หญิงสาวทำก็ดูว่าจะเริ่มเย็นแล้วเดี๋ยวมันจะไม่อร่อย“เดี๋ยวขวัญไปตักข้าวต้มมาให้คุณป้าแล้วทานด้วยกันเลยนะคะ” จอมขวัญเห็นว่าป้าของชายหนุ่มมาแต่เช้าท่าทางจะยังไม่ได้ทานอะไรมาแน่ๆหญิงสาวจึงเอ่ยปากจะไปตักข้าวต้มมาให้“ขอบใจจะ” วรรณายิ้มรับคำของจอมขวัญนึกเอ็นดูคนตรงหน้าที่ดูจะเป็นแม่ศรีเรือนคนนี้เสียจริง“หืมอร่อยมากเลยหนูขวัญ..แบบนี้ป้าต้องฝากท้องกับหนูขวัญบ่อยๆแล้วล่ะจะ”“ขอบคุณค่ะคุณป้า...สูตรนี้เป็นของนมนิดที่อยู่ที่บ้านไร่ของป้าขวัญเองค่ะ” ทั้งสามทานข้าวกันไปด้วยนั่งคุยกันไปด้วยจนวรรณารู้ว่าทั้งสองรู้จักกันด้อย่างไรและจอมขวัญเป็นลูกเต้าเหล่าใครด้วยเสียงที่เจื้อยแจ้วและพูดเก่งของจอมขวัญที่หาเรื่องคุยได้ตลอดเวลาทำเอาวรรณายิ้มไม่หุบเธอไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหลานชายของเธอจึงดูสดใสทั้งที่ยังมีอาการเจ็บอยู่น่าจะเป็นเพราะหญิงสาวคนนี้นี่แหละ จะว่าไปเธอคงจะต้องไปคุยอะไรกับหลานชายเธอหน่อยแล้วที่ลูกสาวบ้านอื่นมาตามเฝ้าถึงที่แล้วคนเ