เขาต้องกดเก็บความต้องการของตัวเองไว้ภายใต้หน้ากากเย็นชา เพียงเพื่อถูกเธอกระชากออกด้วยความเร่าร้อนเกินต้าน ยั่วรักนายบอดี้การ์ดจอมโหด เรื่องราวของลูกสาวมาเฟียกับบอดี้การ์ดมาดเข้มที่แสนจะเร้าใจ นอกจากปกป้องชีวิตแล้ว เซียวเฟิง ยังได้รับคำสั่งกระชับเป็นพิเศษให้ปกป้องพรหมจรรย์ของหญิงสาว แต่ทว่า เมริสา กลับไม่ยอมให้ความร่วมมือเอาเสียเลย ยิ่งทั้งคู่ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตามลำพัง ระหว่างหน้าที่และความต้องการของตัวเอง เขาจะเลือกอะไร เพราะเธอแน่ใจอยู่แล้วว่าต้องการเขาแน่นอน
View Moreเซียวเฟิงกำลังรออยู่ในห้องพักส่วนตัวอย่างใจจดใจจ่อ แม้ว่าจะเชื่อใจในเมริสาแต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่จัดกระเป๋าเตรียมไว้ เธออาจจะมองว่าเขากลายเป็นคนขี้ขลาด แต่เขาไม่ได้ปัญญาอ่อนที่จะอยู่รอความตาย ถ้าหากจะหนี เขาจะต้องเตรียมความพร้อมบางทีเขาควรจะบอกเมริสาก่อนที่พวกเขาจะนั่งลงคุยกับพ่อของเธอว่า เขาได้รับคำสัญญาว่าเขาจะขออะไรก็ได้ตามใจ และทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น ความคิดของเขาก็พุ่งตรงไปที่เธอทันทีเธอคือสิ่งเดียวที่เขาต้องการ สิ่งเดียวที่ดีและจริงแท้ที่สุดในชีวิตที่เขาเคยรู้จักเขาไม่มีโอกาสได้บอกเธอเรื่องทั้งหมดนั้น ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเหลือเกิน ทั้งตำรวจ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของตึก และเพื่อนบ้านที่ตกใจสุดขีดเมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเขายังไม่ได้บอกเธอด้วยซ้ำว่าเขารักเธอ ก่อนที่พวกเขาจะถูกแยกตัวไปสอบปากคำ เขามีเวลาเพียงพอแค่นัดแนะเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อ
หลิวเจี้ยนหัวเราะเสียงดัง “นายล้อเล่นใช่ไหม”“ไม่ครับ ผมต้องการคุณหนู” เซียวเฟิงตอบเสียงจริงจัง หันไปมองเมริสาแล้วดึงมือเธอมากุมเพื่อยืนยัน “ผมรักเธอ คุณหนูเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของผม ที่ผมไปช่วยคุณหนูไม่ใช่เพราะคำสั่งนายท่าน แต่ผมไปเพราะผมอยากช่วยให้คุณหนูปลอดภัย ผมต้องการคุณหนู”เมริสาเบิกตาโตมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขารู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังพูดอะไรอยู่ เขารู้ตัวหรือเปล่าว่าเขาบอกว่ารักเธอ ต่อหน้าพ่อเธอ ทั้งที่เขาไม่เคยบอกกับเธอมาก่อนใช่แล้ว เธอเองก็รักเขา เธออาจจะปฏิเสธว่าไม่ได้รักเขา แต่เธอรู้ตัวดี ต่อให้ปฏิเสธอย่างไรก็ตาม หัวใจเธอก็เป็นของเขาอยู่ดี แต่พ่อเธออาจเอาชีวิตเขาได้หลิวเจี้ยนขรึมลงในฉับพลัน กำลังข่มอารมณ์อยากฆ่าคนอย่างถึงขีดสุด “ฉันจะทำเป็นว่าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้”“นายท่านครับ...”“อย่ามาเรียกฉันแบบนั้น ในเมื่อนายเพิ่งพูดไปเมื่อกี้ว่าอยากได้ลูกสาวของฉัน” หลิวเจี้ยนลุกข
เพราะได้ยินเสียงร้องเตือนของเมริสา เซียวเฟิงจึงหมุนตัวหลบอย่างรวดเร็ว กดหลังชิดกับผนังข้างประตูที่กำลังถูกเปิดออก เสียงกระสุนดังลั่นกระทบผนังฝั่งตรงข้ามในจุดที่เขาเคยยืนอยู่ มันคงเจาะทะลุร่างเขาไปแล้วถ้าเขาไม่หลบทันเขาหมุนตัวกลับมา ขึ้นไกปืนและเล็งเข้าไปในห้อง สายตาเฉียบคมจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวภายในทันทีแต่คราวนี้ไอ้บ้าตี้หยางไม่ได้เล็งปืนมาที่เขา มันกลับเอาปืนจ่อหัวเมริสาและยังล็อกตัวเธอไว้ด้านหน้า“ฉันน่าจะรู้แต่แรกแล้วว่าแกก็ได้แต่หลบอยู่หลังผู้หญิง ฉันบอกแกแล้วว่านี่เป็นเรื่องระหว่างฉันกับนาย เหมยไม่เกี่ยว ปล่อยเธอไปซะ แล้วเราค่อยมาตกลงกันอย่างลูกผู้ชาย”“ไม่เกี่ยวยังไง” มือหยาบกร้านลูบไล้ที่อกอวบ มันน่าขยะแขยงมากจนเมริสาขนลุก ก่อนที่มันจะบีบขยำเต็มแรง “เป็นไง ความรู้สึกที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้ ฉันจะเอานั่งนี่ต่อหน้าแก ฮ่า ๆ ๆ”“ไม่มีวัน เพราะฉันจะฆ่าแกก่อน”“ถ้าฉันลั่นไกจะเป็นยังไงน
“เธอไม่เอะใจเลยเหรอว่าทำไมฉันถึงไปหาเธอได้เร็วขนาดนั้น ฮ่า ๆ ๆ เธอคงคิดไม่ถึงละสิ ว่าฉันน่ะรออยู่ในโรงแรมใกล ๆ บ้านเธอตั้งนานแล้ว เพราะรู้ว่ายังไงเธอจะต้องโทรมาน่ะสิ เธอน่ะเอาแต่คิดถึงแต่ตัวเอง ต้องโทษว่าที่เป็นแบบนี้เพราะเธอโง่เอง”เมริสารู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาโชว์ความฉลาด สิ่งที่เธอต้องทำคือทำให้ตี้หยางสงบที่สุด ระหว่างทางเขาค่อย ๆ จมดิ่งไปกับความแค้นในอดีต คอยพร่ำพรรณนาบอกว่าเขาต้องเผชิญกับความทุกข์ยากอย่างไรบ้างหลังจากที่เซียวเฟิงสังหารพ่อของเขาตอนนี้เมริสานั่งอยู่ที่โซฟา วางมือไว้บนหน้าขาเพื่อให้ตี้หยางเห็นได้ถนัดว่าเธอไม่ได้ซ่อนอะไรไว้ ส่วนเขาเดินไปรอบห้อง บางครั้งก็มองที่ประตูระเบียงแต่ไม่ได้เดินไปที่นั่น เขากำลังรอว่าเมื่อไหร่เซียวเฟิงจะมาเมริสามั่นใจว่าชายหนุ่มต้องมา เขาจะต้องได้รับแจ้งเตือนตอนประตูคอนโดเปิดทางโทรศัพท์ เธอได้แต่ภาวนาในใจให้เขาระวังตัว เธอไม่สนแล้วว่าเขาจะเคยโกหกหลอกลวงเธอ ไม่ว่าเขาจะทำงานอะไรให้พ่อ เธอปรารถนาเพียงอย่างเดียวว่าจะต้องหนีไปจากที่นี่ใ
“นายแน่ใจว่าเป็นมัน?”“ครับ ผมเช็กเฟซบุ๊กคุณหนูแล้วก็เช็กอีเมล คุณหนูติดต่อกับมันไม่ผิดแน่ คุณหนูนัดกับมันให้ไปรอรับที่ประตูหลัง”“แล้วนายแน่ใจใช่ไหมว่ามันคือคนที่นายคิด”“ผมแฮ็กเข้าบัญชีมัน มีรูปมันกับเฉินเหว่ยที่ถ่ายไว้เมื่อหลายปีก่อนครับนายท่าน ผมเดาว่ามันน่าจะกลับมาใช้สกุลของแม่หรืออาจจะเป็นคนที่อุปการะเลี้ยง”“คิดจะแก้แค้นให้พ่อมัน หึ ฉันจะฆ่ามันไอ้สารเลว เหมือนกันทั้งพ่อทั้งลูก”ในที่สุดเซียวเฟิงก็กระจ่างชัด ตลอดเวลาที่ไอ้ตี้หยางมันเข้าหา ไม่ใช่เพราะสนใจในตัวเมริสา แต่เป็นเพราะเขากับหลิวเจี้ยน ด้วยเหตุผลที่เธอไม่มีทางคาดเดาได้เพราะเธอไม่เคยรู้ว่าเขาทำอะไรไปบ้าง ว่าเขาสามารถฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น เพียงเพราะพ่อของเธอสั่งให้ทำ เพราะคนคนนั้นกำลังจะให้การเป็นพยานปากสำคัญและต้องถูกปิดปากอย่างถาวรเขาพยายามคิดว่าคืนนั้นได้พลาดอะไรไป ซึ่งอาจจะเป็นอะไรก็ได้ เพร
ตั้งแต่ขึ้นรถมาได้เมริสาก็หันกลับไปมองข้างหลังตลอด ตี้หยางขับรถเร็วมากจนภาพคฤหาสน์หลังใหญ่หายไปจากครรลองสายตาอย่างรวดเร็ว“ไม่ต้องห่วง ไม่มีใครเห็นฉัน” ตี้หยางพ่นลมหายใจออก “ตอนนี้เธอบอกฉันได้รึยังว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงให้ฉันรีบออกมารับแบบนี้ ใครทำอะไรเธอรึเปล่า ไอ้บอดี้การ์ดนั่นทำร้ายเธอใช่ไหม ฉันจะกลับไปฆ่ามันเดี๋ยวนี้”“ไม่ต้อง! เอ่อ…มันไม่ใช่อย่างที่นายคิด คือพ่อกับเซียวเฟิงโกหกฉันมาตลอด”“โกหก? เรื่องอะไร?” ตี้หยางชำเลืองมองเมริสาก่อนจะหันกลับไปมองถนนต่อ “เธอเปิดอ่านอีเมลแล้วเหรอ”“อืม ก็นายบอกให้ฉันเช็กอีเมลไม่ใช่เหรอ”“ก็ใช่ แต่ฉันไม่ได้ให้เธอรีบเปิดอ่านเลยเสียหน่อย ฉันไม่ได้อยากให้เรื่องเป็นแบบนี้”“จะให้ทำยังไงได้ล่ะ”“เพราะฉะนั้นตอนนี้เธอรู้แล้วใช่มั้ยว่าพ่อเธอทำอะไร” เสียงของชายหนุ่มสะท้อนความรังเกียจอย่างเห็นได้ชัดจนเมริสานึกแปลกใจ
เขาถูกเธอเกลียดเข้าแล้วจริง ๆ ก่อนหน้านี้เธอเคยพูดใส่หน้าเขาบ่อย ๆ ว่าเธอเกลียดเขา แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน เธอสามารถทำลายเขาได้เพียงแค่บอกพ่อเธอ แต่เธอไม่ทำ แบบไหนมันเจ็บกว่ากันนะ แน่นอนว่าคำว่าเกลียดมันบาดลึกในใจเขาเหลือเกินปัง!หลิวเจี้ยนตบโต๊ะเสียงดัง“บอกฉันมาซิว่านี่มันเกิดเรื่องห่าอะไรขึ้น นายปล่อยให้ยัยเหมยไปกับผู้ชายได้ยังไง นี่ฉันจะจ้างนายไปทำไม ฉันสั่งไว้แล้วไม่ใช่เหรอว่ายัยเหมยต้องบริสุทธิ์!”“คุณหนูโกหกครับ”สายตาเซียวเฟิงจ้องอยู่ที่ประตู หากไม่ติดที่หลิวเจี้ยนกำลังระเบิดโทสะอยู่เขาจะต้องรีบตามเมริสาไป เธอสามารถบอกได้ว่าเสียความบริสุทธิ์ให้เขา แต่เธอไม่ การให้ความหวังเขาแบบนี้ไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเลย แต่ถ้าหลิวเจี้ยนกดดันเธอหนักเข้า เธออาจจะพูดออกไป“โกหก?”“ครับ เพราะผมไม่เคยปล่อยให้คุณหนูคลาดสายตา และทุกครั้งที่ประตูคอนโดปิดหรือเปิดผมจะไ
“นี่มันเรื่องอะไรกันเหมย” หลิวเจี้ยนลุกขึ้น เดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหาเมริสา“อย่าเข้ามาค่ะ” เมริสาก้าวถอยหลังด้วยความรู้สึกรังเกียจและรับไม่ได้กับสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้ เธอสังเกตเห็นเซียวเฟิงที่ในมือถือแก้วบรรจุน้ำสีอำพันอยู่ ทำให้นึกสงสัยว่าพวกเขากำลังสังสรรค์อะไรกันอยู่ เธอหันหน้าไปทางชายหนุ่ม “นายรู้เรื่องนี้และมีส่วนร่วมด้วยใช่มั้ย”ใบหน้าหล่อของเซียวเฟิงถอดสี “เรื่องอะไรครับ ผมไม่...”“ไม่ต้องพูด ฉันไม่อยากฟังคำโกหกอีก” เธอหันกลับไปทางหลิวเจี้ยน “พ่อทำแบบนี้ได้ยังไง โกหกเหมยมาตลอดตั้งแต่ต้น”“เมื่อกี้นายบอกว่ายัยเหมยจะเสียความรู้สึกใช่ไหม” หลิวเจี้ยนเลิกคิ้วมองเซียวเฟิง“อ้อ นี่กำลังพูดถึงเหมยกันอยู่ใช่มั้ย กำลังวางแผนกันว่าจะจัดการกับเหมยอย่างไรถ้ารู้ความจริงว่าเงินของพ่อทั้งหมดนี้ได้มาจากอะไร” เมริสาทั้งผิดหวัง เสียใจและโมโหจนตัวสั่นบทความชิ้นที่สามที่ตี้หยางส่งมามีรายละเอียดทุกอย่างเ
“ที่จริงแล้วฉันมีคำถามที่ไม่อยากถามตรง ๆ ต่อหน้าเหมย” หลิวเจี้ยนหัวเราะเสียงดังเมื่อเดินเข้าไปในห้องทำงานเซียวเฟิงอยากอยู่กับเมริสามากกว่า แต่ก็ต้องทำตามนี้ นั่นแหละที่ต้องทำ เพื่อประโยชน์ของทั้งคู่ แต่ที่สำคัญที่สุดคือต้องทำเพื่อเธอ และนึกแปลกใจตัวเองที่ความคิดเขาเปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้เขามักจะห่วงแค่ไม่ให้หัวตัวเองหลุดจากบ่า แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แค่นั้นอีกต่อไปแล้ว“ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับ นายท่านไม่ต้องเป็นห่วง”“ฉันรู้ว่าฉันเชื่อใจนายได้เสมอเซียวเฟิง รู้ไหม ฉันรู้สึกว่านายเหมือนลูกชายฉัน”หลิวเจี้ยนเดินไปที่บาร์เครื่องดื่ม เลิกคิ้วมองมาที่ลูกน้องคนโปรดก่อนที่จะยื่นแก้วให้“ขอบคุณครับนายท่าน แต่ผมไม่ดื่มขณะปฏิบัติหน้าที่” เขายืนหน้านิ่งเอามือไพล่หลังหลิวเจี้ยนหัวเราะชอบใจ ทำท่าโบกไม้โบกมือ “ไม่จำเป็นต้องเคร่งขนาดนี้ก็ได้ นายทำหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่องมาตลอดหลายเดือนนี้ ตอนนี้ก็ผ่อนคลายสักหน
หลังงานเลี้ยงจบลง เมริสาเดินเล่นอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ของผู้เป็นบิดา เธอเริ่มจะคุ้นชินกับความใหญ่โตของที่แห่งนี้และความเงียบที่เข้ามาปกคลุมในยามค่ำคืน การได้อยู่คนเดียวเพียงลำพังเป็นสิ่งที่เธอโหยหา เพราะรอบตัวเธอไม่ว่าจะทำอะไรที่ไหนจะต้องมีผู้ติดตามและคอยคุ้มกันเสมอ เวลาเดียวที่เธอได้รับอนุญาตให้อยู่เพียงลำพังได้คือตอนเข้าห้องน้ำและตอนนอนเท่านั้น แม้กระนั้นเธอกลับรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างที่จะต้องอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีเพื่อน ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ กล้าคุยด้วย ช่างเป็นชีวิตที่น่าเย้ยหยันนักงานเลี้ยงคืนนี้ ไม่มีอะไรเกี่ยวกับเธอ มันเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของพ่อ เธอผู้เป็นลูกสาวมีหน้าที่เพียงอย่างเดียวคือแต่งตัวสวย ๆ ฉีกยิ้มหวาน ๆ วางตัวให้สมฐานะลูกสาวคนเดียวของหลิวเจี้ยน ผู้นำสูงสุดของหลงเว่ยกรุ๊ป ชายผู้มีอิทธิพลที่สุดในเซี่ยงไฮ้หากเอ่ยถึงหลงเว่ยกรุ๊ป ไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะกิจการครอบคลุมตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ การเงิน การขนส่ง ธุรกิจบันเทิง และอื่น ๆ อีกเกินกว่าจะนับไหว การมาอยู่จุดนี้ได้ แน่นอนว่าเหรียญมักมีสองด้าน ธุรกิจบนดินแม้จะทำกำไรมหาศาลแต่ก็ยังไม่สู้ธุรกิจดำมืดที่อยู...
Comments