ฉันจะทรมานเธอ..จนกว่าเธอจะตาย!! “กลัวเหรอ” เขาหัวเราะหึๆ เหมือนโรคจิตไม่มีผิด “บอส!” “ในเมื่อเธอกล้าเข้ามาหลอกฉัน กล้าหักหลังฉัน เธอก็ต้องกล้ารับผลที่เธอก่อไว้สิเอลิกา!!!” “หลอก??? เอมไปหลอกอะไรบอส???” “หยุดแถซะที” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยือบ แต่สายตาร้อนดั่งไฟที่สามารถเผาไหม้ทุกอย่างตรงหน้าได้ภายในพริบตาเดียว “เธอมันก็แค่ลูกสาวของนังงูพิษ คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าเธอกับแม่ของเธอกำลังจะทำอะไร นังพวกต่ำตมโลภมาก!!!”
View Moreบทส่งท้าย...เป็นเมียบอสต้องโดนตี!เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ!“โอ๊ย โอ๊ย ที่รัก โอ๊ย”เอลิการ้องครางออกมาอย่างสุขสม ยามที่พิศรุตม์ฟาดปลายแส้ลงมาบนทรวงอกอวบของเธอด้วยความแรง ขณะที่เธอนอนเปลือยกายล่อนจ้อนอยู่บนเตียงทรมาน สองมือสองขาถูกโซตรวนไว้อย่างแน่นหนา“อ่า บอกแล้วไง อย่าดื้อ” พิศรุตม์ในชุดสูทหรูตามสไตล์เจ้านายจอมบงการ เงื้อมือฟาดแส้หางม้าลงไปบนร่างกายที่กำลังดิ้นส่ายทรมาน“อื้อ ไม่ดื้อแล้วค่ะ เอมยอมแล้ว บอสขา ที่รักของเอม เอมยอมแล้วค่ะ อือออ” เธอหอบหายใจกระเส่า จ้องมองเขาด้วยสายตาโหยหาเพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ!“ที่รัก อ๊า โอ๊ย ที่รัก โอวว...” เธอเด้งกายรับปลายแส้ด้วยความเต็มใจ ร้องครางกระเส่ากระสันราวกับเจ็บปวดนักหนา “ซี๊ดส์ โอว ซี๊ดส์ เจ็บ อือ...”“โอวว ที่รัก” พิศรุตม์ทนไม่ไหว ถอดกางเกงลงทางปลายเท้า ขยับกายแกร่งขึ้นคร่อมทับร่างระทวยของหญิงสาวไว้ จับลำโตแข็งคัดสอดใส่ช่องสวาทของเธออย่างสุขสม ฝังลึกแน่นหนัด “อ่า...”“โอววว บอสขา ที่รัก” ริมฝีปากสวยเม้มแน่น สายตาเคลิบเคลิ้มกระหายใคร่“อืมม” สองริมฝีปากประกบจูบอย่างดูดดื่ม แลกลิ้นกันพัลวันจนหัวสั่นหัวคลอน“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ” ทั้งเขาและเธอร้องครางระ
“คู่หมั้นมาจากตระกูลไหนหรือคุณรุตม์” ผู้บริหารคนหนึ่งถามขึ้น ..รัศมีถึงกับยิ้มมุมปาก เพราะมั่นใจว่าไม่มีวันที่คนหัวสูงพวกนี้จะยอมรับผู้หญิงไร้สกุลได้“ตระกูลที่...รู้จักทำมาหากินสุจริตน่ะครับ แต่ไม่ได้สำคัญเท่ากับผมรักเธอหัวปักหัวปำหรอกครับ”คำตอบของพิศรุตม์ทำให้ทุกคนในโต๊ะพากันหัวเราะร่วน ชอบอกชอบใจ คนพวกนี้ก็เหมือนกัน หากเจ้าสัวว่าดี พวกเขาก็ว่าดีด้วย ส่วนรัศมีถึงกับเหวอ หันมองหน้าสามีที่ดูเหมือนจะพอใจก็อึ้งเอลิกายิ้มเขิน แอบหยิกสะเอวคนรัก “บอส...”“คุณรุตม์นั่งคุยกันก่อนสิครับ”“ต้องขอโทษด้วยนะครับคุณอา พอดีว่าที่ภรรยาผมรู้สึกปวดหัวนิดหน่อยน่ะครับ ว่าจะพาเธอเข้าไปพักในบ้านสักครู่ ..ผมขอตัวก่อนนะครับ”พิศรุตม์รีบจูงมือเอลิกาเดินจากโต๊ะนั้นมาอย่างเร็วแล้วพาเธอเข้าไปในบ้านทันทีเขาแค่เอาเธอมาอ้าง เพราะไม่อยากคุยกับพวกคนแก่ที่เอาแต่อวดเรื่องลูกหลานเท่านั้นเอง“บอสอ่ะ เราเพิ่งจะคบกันเองนะคะ ว่าที่ภรรยาอะไรกันล่ะคะ”“แต่เราอยู่ด้วยกันแล้ว มันก็ไม่ต่างกันหรอก เอากันทุกคืนจนเตียงจะพังอยู่แล้ว”“บอส!” เธอรีบปราม หันมองซ้ายขวา “พูดอะไรของบอสเนี่ย เดี๋ยวใครมาได้ยินหรอก”“อ้าว ก็คุณเป็นเมียผม
“ทำไมล่ะ” เขาแปลกใจนะ เพราะรู้ว่าเธอเองก็ชอบเขาเหมือนกันนี่นา “หรือว่า คุณกลัว...”กลัวรสนิยมทางเพศของเขาอย่างนั้นเหรอ“เปล่าค่ะ” เธอส่ายหน้า น้ำเสียงโกรธๆ “แต่เอมไม่อยากเป็นนางบำเรอของบอส”พิศรุตม์ถึงกับเหวอ ก่อนจะหัวเราะออกมา ทำเธองงว่าเขาขำอะไรนักหนา“ไม่ใช่ซะหน่อย ผมหมายถึงเรามาคบกันมั้ย”“คบกัน?” เธอตกใจกว่าเดิมเขาคว้ามือเธอไปจับแน่นๆ “คบกับผมนะ ผมจะชดใช้ความผิดให้คุณ ผมจะปกป้องคุณเอง”เธอไม่อยากเชื่อเลยว่ามันเป็นเรื่องจริง ซาตานตนนั้นหายไปไหนแล้ว “บอสล้อเล่นเอมหรือคะ”“ไม่ได้ล้อเล่น ผมเอาจริง”“แต่เอมเป็นลูกของคนที่บอสเกลียดนะคะ”“คุณกับผู้หญิงคนนั้นไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันซะหน่อย คุณพิสูจน์ให้ผมเห็นแล้ว ผมเห็นกับตาได้ยินกับหูมาแล้ว ..ผมขอโทษนะ ที่ผมทำร้ายคุณ”เขาพูดคำว่าขอโทษออกมาได้ง่ายๆ เลย ทั้งที่ทำเธอเจ็บไปทั้งตัวทั้งใจ“บอสยังอยากแก้แค้นคุณรัศมีอยู่ เลยอยากใช้เอมเป็นเครื่องมือ ใช่มั้ยคะ”“ความจริงผู้หญิงคนนั้นไม่ได้อยู่ในสายตาผมเลย ไม่ว่าเธอจะทำอะไร หรือพยายามทำอะไร เธอก็ไม่มีวันเอาชนะผมได้หรอก ผมแค่ใช้คุณรัศมีมาอ้าง เพื่อจะได้ลงโทษคุณ”เธอจ้องหน้าเขาอย่างครุ่นคิด “ทำไมบอสถ
“อ๋อ ค่ะ” เอลิกามองหน้าเขาอย่างจับผิด เพราะสายตาเลิ่กลั่กมันน่าสงสัยจริงๆพิศรุตม์ยิ้มเจื่อน ทำหน้าแทบไม่ถูก แก้มร้อนผ่าวไปหมด เมื่อถูกมองด้วยสายตาสงสัยแบบนี้“ผมส่งข่าวให้แม่คุณแล้วนะ” เขารีบเปลี่ยนเรื่อง “ตั้งแต่เมื่อคืน ส่งจากเครื่องของคุณ บอกว่าคุณป่วยหนักนอนอยู่โรงพยาบาล”เอลิกาอึ้ง โมโหจนอยากจะฟาดหน้าเขาเลยล่ะ เขาเองก็เห็นแล้วนี่ว่าผู้หญิงคนนั้นรู้สึกยังไงกับลูกคนนี้ ยังจะหาเรื่องให้เธออีก“บอสบ้าไปแล้วรึไง! ทำแบบนั้นทำไมคะ!”“ก็แค่อยากลองดู” ว่าแม่เธอจะตอบกลับมาว่ายังไง “เมื่อคืนแม่คุณแค่อ่าน แต่ไม่ตอบ”เอลิกายิ้มขมขื่น “ก็ไม่เกินความคาดหมาย บอสจะส่งไปทำไม เธอไม่สนใจหรอก”พิศรุตม์ยื่นมือถือคืนให้เธอ “ลองเช็คดูสิ เผื่อตอบกลับมาแล้ว”“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ” เพราะไม่อยากอ่านข้อความที่ทำให้เจ็บปวดใจน่ะสิ แค่ที่เป็นอยู่ก็เจ็บมากพอแล้ว จะเพิ่มรอยแผลให้ตัวเองทำไม “ลบทิ้งไปเถอะค่ะ”พิศรุตม์นึกรู้ว่าเธอคงไม่อยากเจ็บ เลยเลี่ยงที่จะอ่าน แต่เขาไม่จำเป็นต้องเลี่ยง เลยเปิดอ่านดู ก็พบข้อความที่ทำให้ขมวดคิ้วนิ่วหน้า หัวร้อนขึ้นมาเลยถ้าแกอยากได้เงินก็ไปขอไอ้รุตม์เอาสิ แต่มันคงไม่ให้แกหรอกนะ เพราะมั
“ฝากด้วยครับคุณหมอ”เมื่อส่งหญิงสาวเข้าห้องฉุกเฉินแล้ว เขานั่งกุมขมับรออยู่หน้าห้อง ด้วยใจสั่นสะท้าน ด้วยความเครียดกังวลจนสมองสับสนไปหมดเขายอมรับว่าเป็นห่วงหญิงสาวแทบขาดใจ ปากบอกว่าเกลียดว่าแค้นเธอก็จริง แต่ใจของเขากลับอ่อนยวบยาบให้เธอตลอดเวลา“ทำไมต้องเป็นลูกยัยนั่นด้วย” หากเธอไม่ได้เกี่ยวข้องกับหญิงร้ายกาจที่ทำลายครอบครัวเขาจนพังพินาศ เขาก็คงยอมรับความรู้สึกของตัวเองที่มีให้เธอไปแล้ว ความรู้สึกดีที่มากกว่าเจ้านายกับลูกน้องถึงแม้เธอจะไม่ใช่สเป๊คของเขา แต่การได้อยู่กับเธอในแต่ละวัน มันทำให้เขารู้สึกมีความสุขและสบายใจ เขาแพ้ความน่ารักและความอบอุ่นของเธอ จนเริ่มหวงแหนและเห็นแก่ตัว ไม่คิดจะปล่อยเธอไป แม้เขาจะต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ครอบครัวเลือกให้ก็ตามเขายอมรับว่าทุกครั้งที่เขาทำร้ายเธอ เขาก็เจ็บปวดไปด้วย ..มันเป็นการแก้แค้นประสาอะไรวะ แก้แค้นเขา แต่เจ็บเอง บ้าไปแล้ว“ถ้าคุณเป็นอะไรไป ผมจะไม่ให้อภัยตัวเอง”เขารออยู่หน้าห้องฉุกเฉินเกือบครึ่งชั่วโมง ด้วยใจกระวนกระวายตลอดเวลา ก่อนที่คุณหมอจะออกมาแจ้งอาการคนไข้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“เธอเป็นอะไรมากรึเปล่าครับ” ทำไมคุณหมอทำหน้าอย่างนั้น เข
“ขอโทษ..” เธอนอนนิ่ง หายใจรวยริน กายเปลือยเปล่าจมอยู่กลางกองเลือดเปียกชุ่ม แววตาอ่อนแรงจ้องมองเพดานนิ่งก่อนจะค่อยๆ ปิดตาลงทันใดนั้น ประตูเปิดผ่างด้วยความแรงตามอารมณ์คนเปิด พีมรุตม์สาวเท้าเดินเข้ามาด้วยอารมณ์หงุดหงิดงุ่นง่าน เพราะยังโมโหไม่หายที่โดนเธอเล่นสงครามประสาทใส่“คราวหลังถ้าเธอลองดีกับฉันอีก ฉันจะไม่ปล่อยเธอไว้แน่เอลิกา!!”เขาตะโกนใส่เธอแล้วหันหลังจะเดินกลับ แต่เกิดเอะใจทำไมหญิงสาวไม่ตอบโต้เขาเลยสักคำ ก็เลยจะหันไปเยาะเย้ยให้เธอเจ็บปวดซะหน่อย“เห็นเธอแล้วหมดอารมณ์ว่ะ” แต่ภาพที่เห็นทำเขาอึ้ง ตาเหลือก ใจหายวาบ..“เลือด.!!!!” พิศรุตม์ถึงกับหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นเลือดเต็มที่นอน “เอม!!”เขากระโจนขึ้นไปบนเตียงแล้วตรวจชีพจรเธอทันที สีหน้าตื่นตกใจและตัวสั่นงันงกไปหมด“เอม !! เอม!!! ได้ยินผมมั้ย เอม!! ตื่นสิเอม ตื่นเดี๋ยวนี้ คุณทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย”เขาคว้ามือที่มีรอยกรีดบนข้อมือขึ้นดูแล้วช็อค ใจแทบจะหยุดเต้นในวินาทีนั้น“ไม่ ม่ายยยย!!!! เอม!! อย่าตายนะ” เขาร้อนรนรีบช้อนร่างหญิงสาวขึ้น ตาแดงก่ำด้วยความเสียใจ น้ำตาไหลพราด “เอม!! คุณทำแบบนี้ได้ไง คุณจะจากผมไปแบบนี้ไม่ได้นะ!!!”เอลิกาลืมตา
“คืนนี้บอส..” ส่งเสียงกระเส่าเย้ายวน “อยากเล่นอะไรก็จัดมาเลย อยากใช้อุปกรณ์ตัวไหน หรือยากจะปิดตาก็ได้นะคะ เอมจะทำหน้าที่ทาสให้ดีที่สุดเลย”พิศรุตม์นิ่วหน้าขัดใจ “เป็นอะไรของเธอเนี่ย บอกแล้วไงว่าเธอไม่มีสิทธิ์ออกคำสั่ง!!”“อุ๊ย! เอมดื้อกับบอสนี่นา งั้นบอสก็ลงโทษเอมเลยสิคะ” พูดพลางกัดริมฝีปาก ส่งสายตาเชิญชวนที่แฝงไว้ด้วยความท้าทาย “หนักๆ เลยนะคะ”พิศรุตม์กัดฟันกรอด “คิดว่าผมไม่รู้เหรอว่าคุณคิดอะไรอยู่ คุณคิดจะยั่วโมโหผมใช่มั้ย คิดว่าทำแบบนี้แล้วผมจะหมดอารมณ์แก้แค้นงั้นเหรอ คิดผิดแล้ว”เขายิ้มร้าย ขยับกายเข้ามาในหว่างขาของเธอ จ้องหน้าเธอราวกับปิศาจ รูดซิปควักท่อนลำออกมาแล้วกดแทรกเข้ามาในรูสวาทของเธอทันที“ไง ยัยโง่”เอลิกาข่มกลั้นความโกรธเกลียดไว้ในอก แล้วยิ้มยั่วใส่เขา “แรงๆ เลยค่ะ”พิศรุตม์แอบหัวร้อน กัดกรามแน่น กระแทกลำร้อนเข้ารูสวาทของเธอด้วยความแรงจนจมมิด“ฮึก!” แม้จะเจ็บสักแค่ไหน แต่เธอกลับทำหน้านิ่ง เหมือนไม่รู้สึกอะไรใช่...มันทำให้เขารู้สึกหัวเสียจนอยากจะถอนตัวออกทันที แต่ถ้าทำแบบนั้นเขาก็แพ้น่ะสิ“อะ อะ อ่าห์” พิศรุตม์กระแทกใส่เธอไม่ยั้ง จนกายเธอสั่นเทิ้มเหมือนเจ้าเข้า แต่เธอก็
รักลูกเหลือเกิ๊น” เอลิกายิ้มขำกับชะตาตัวเอง ยกมือขึ้นบ๊ายบายรถของรัศมีที่กำลังเคลื่อนผ่านไป เด็กชายวัยสิบขวบหันมามองเธอด้วยความประหลาดใจ ทำไมเธอถึงโบกมือให้เขาล่ะ...“ไปซะ! อย่ามาให้เห็นหน้า! นังตัวถ่วง นังอกตัญญู งั้นเหรอ ...ฉันผิดด้วยเหรอที่ฉันอยากมีชีวิตดีๆ ฉันแค่มาทำงาน ไม่ได้จะมาเกาะใครกินซะหน่อย”เมื่อทบทวนก็พบว่าเธอไม่ได้ผิดอะไรเลย แล้วทำไมเธอถึงยอมให้ชีวิตมันอัปยศอดสูขนาดนี้ล่ะ“พอที ...ฉันจะไม่ยอมเป็นเหยื่อของใครอีกแล้ว ต่อไปนี้ ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้สองคนนั้นไม่มีความสุข พวกเขาจะไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ!!!”เอลิกาสูดลมหายใจแล้วตั้งมั่นว่าจะใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเองต้องการ โดยไม่กลัวใครหน้าไหนอีกต่อไปแล้วเมื่อขึ้นรถเมล์ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วจัดการโอนเงินเก็บทั้งหมดไปให้น้าสาว เพื่อนำไปใช้หนี้ก้อนสุดท้ายให้ธนาคาร“ในที่สุดก็จบแล้ว จบกันซะที หมดหนี้หมดสิน แล้วนะยาย หลังจากนี้หนูขอเข้าสนามรบนะคะ”เมื่อถึงคฤหาสน์สีดำ เธอกดรหัสประตูแล้วเดินเข้าไปข้างในด้วยท่าทางมั่นใจไร้ความหวาดกลัว เจอเจ้าของบ้านนั่งดื่มกาแฟดูทีวีอยู่ที่โซฟา“กลับมาแล้วเหรอ” เขาหันมองเธอแล้วนิ่วหน้า สภาพของหญิงส
“แต่เอมไม่ใช่เลขาของท่านประธานแล้วนะครับ” ปฐพีรีบท้วงด้วยความหมั่นไส้ ความจริงเมื่อเช้านี้ เขาโทรหาพิศรุตม์เพื่อคุยเรื่องเอลิกา เพราะเขาไม่เห็นด้วยกับคำสั่งบ้าบอคอแตกนั่น แต่พิศรุตม์กลับบอกว่าเป็นความต้องการของเอลิกาเองใช่ ...เขาโทรหาเอลิกาเพื่อถามเรื่องนี้ด้วย และคำตอบที่ได้คือคำตอบเดียวกับพิศรุตม์“อย่าลืมสิครับท่านประทาน เดี๋ยวพรุ่งนี้เลขาคนใหม่ของท่านประทานก็จะมาแล้ว คุณนิมมิดาว่าที่คู่หมั้นของท่านประทานไงครับ ลูกสาวคนเล็กของบริษัทอาหารสำเร็จรูป เพื่อนรักของท่านเจ้าสัว”พิศรุตม์หน้าเสีย เขาลืมไปเลยว่ามีเงื่อนไขนี้จากบิดา หากเขาหาเลขาที่ดีพร้อมไม่ได้ เอลิกาจะเป็นเลขาคนสุดท้ายที่เขาเป็นคนเลือก หลังจากนี้จะเป็นคนที่คุณพ่อคนเลือกให้เท่านั้น“ใครบอกว่าฉันไล่เอลิกาออก เธอยังเป็นเลขาฉันอยู่โว๊ย แต่ตอนนี้โดนทำโทษน่ะ”เอลิกาหันขวับไปมองเจ้านายด้วยความงงปนแปลกใจ สงสัยเขาจะเป็นไบโพล่าร์“เอมทำผิดอะไรเหรอ” ปฐพีถามกลับตรงๆ เพราะรู้ว่าเพื่อนหวงก้าง เลยกะจะเอาให้จนมุมต่อหน้าผู้หญิงนี่แหละ อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะแถไปได้สักกี่น้ำพิศรุตม์ถึงกับเลิ่กลั่ก เลยต้องรีบปั้นหน้าเข้มทำตาเขียวใส่เพื่อนตา
เอลิกาลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าล่อนจ้อน ถูกมัดมือมัดขาด้วยเชือกล่ามสัตว์ ผูกติดกับเก้าอี้เหล็กสำหรับทรมานเหมือนในหนังผู้ใหญ่ (AV) ของญี่ปุ่นหรือฝรั่งไม่มีผิดโดยเก้าอี้เหล็กตั้งอยู่กลางห้องอันมืดสลัว ท่ามกลางกลิ่นไวน์อ่อนจางในอากาศเย็นฉ่ำราวสิบเจ็ดองศา และควันเทียนบางเบาล่องลอยเอื่อยเฉื่อยเฉกเช่นดวงวิญญาณกำลังเต้นระบำบรรยากาศชวนขนลุกขนพองสยองขวัญ เหมือนอยู่ในหนังฆาตกรโรคจิต จนไม่กล้าจินตนาการว่าชีวิตวัยเบญจเพสของเธอกำลังจะเจอกับโชคชะตาแบบไหน“อะ!!...อะไรกันเนี่ย!!! ฉันอยู่ที่ไหน???”หญิงสาวตกใจกับสภาพตัวเองจนใจสั่นพร่าไปหมด ร่างกายตอบสนองอัตโนมัติด้วยการดีนดิ้นขัดขืนเพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการแสนโหดร้ายที่รัดรึงร่างกายและวิญญาณเธอไว้อย่างไร้ปรานีทว่า... ยิ่งดิ้นก็ยิ่งเจ็บเนื้อเจ็บตัว ยิ่งทุรนทุราย เชือกมรณะก็ยิ่งมัดแน่น ราวกับเป็นเถาวัลย์ผีสิงในหนังสยองขวัญสั่นประสาทอย่างไรอย่างนั้น“โอ๊ย!!! ฮือ นี่มันอะไรกัน ทำไมฉันอยู่ในสภาพนี้ ใครทำกับฉันแบบนี้ ฮือ ใครก็ได้ช่วยด้วย!!!”เธอตะโกนขอความช่วยเหลืออย่างสิ้นหวัง กรีดร้องคอแทบแตกด้วยความหวาดกลัวและประหวั่นพรั่นพรึ...
Comments