เพราะคู่หมั้นของเธอเป็นต้นเหตุทำให้น้องสาวของเขาเสียชีวิต เธอจึงเป็นหมากตัวสำคัญในการแก้แค้นของเขา แต่ทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่คิด กลายเป็นเขาที่รู้สึกผิดและทำทุกอย่างให้หมากตัวนี้เป็นของตนเอง
View Moreคุณวัชรีเดินออกจากห้องรับแขกไปแล้วตอนนี้ก็เหลือแค่กีรติกากับวิคเตอร์เพียงสองคนเท่านั้น“สนุกมากไหมคะที่ทำแบบนี้กับฉัน”“ไม่เลยกรีน ฉันเครียดมากตอนที่หาเธอไม่เจอ ฉันคิดจะขอเธอแต่งงานหลังจากเครื่องเพชรทั้งหมดทำเสร็จแล้ว แต่พอมาเจอเธอวันนี้ก็เลยคิดว่าขอเธอแต่งงานวันนี้น่าจะดีกว่าเพราะฉันไม่อยากให้เธอหนีไปไหนอีกแล้ว”“คุณไม่รู้จริงๆ เหรอว่าฉันอยู่ที่นี่”“ไม่รู้เลย แม่ไม่เคยบอกอะไรฉัน ที่มาวันนี้ก็เพราะแม่ชวนมากินข้าวและฉันก็อยากจะเอาแหวนมาอวดแม่ด้วย”“จะให้ฉันแน่ใจได้ยังไงว่าคุณไม่หลอก ที่ผ่านมาคุณไม่เคยพูดหรือแสดงความรู้สึกอะไรกับฉันเลย”“ถ้าฉันจะหลอกเธอฉันจะกล้าขอเธอแต่งงานต่อหน้าแม่เหรอกรีน ถึงฉันไม่ใช่คนดีเต็มร้อย แต่ฉันก็คิดว่าฉันทำทุกอย่างก็เพราะฉันรักเธอนะ” เพราะมารดาไม่อยู่แล้วชายหนุ่มก็พูดคำว่ารักออกมา“รักฉันเหรอคะ”“ใช่สิถ้าไม่รักคงไม่ตามตื๊ออยู่แบบนี้หรอก”“ฉันว่าคุณอยากจะเอาชนะฉันมากกว่า”“ฉันไม่เคยคิดแบบนั้น ฉันแค่อยากอยู่กับเธออยากใช้ชีวิตกับเธอ”“ฉันไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่คุณพูดหรอกนะคุณวิคเตอร์ เราสองคนต่างกันมาก”“พ่อกับแม่ของฉันก็ต่างกันมากแต่ท่านก็อยู่ด้วยกันอย่างมีคว
เย็นวันนี้ลูกชายของคุณวัชรีจะมาทานอาหารเย็นที่บ้านกีรติกากับป้าบัวโรยและมะลิจึงช่วยกันทำอาหารตั้งแต่บ่ายเมื่ออาหารทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยกีรติกาก็ขอตัวไปอาบน้ำ ก่อนจะลงมาที่ห้องรับแขกอีกครั้งในเวลาเกือบจะหกโมงเย็นซึ่งเป็นเวลาทานอาหารของคุณวัชรีหญิงสาวเดินลงบันไดมาและเห็นว่าตอนนี้มีผู้ชายคนหนึ่งนั่งหันหน้าออกไปทางหน้าบ้านกีรติการณ์คิดว่าน่าจะเป็นลูกชายของคุณวัชรี แต่พอเดินอ้อมมาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าคนที่นั่งอยู่คือใคร“กรีนเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” วิคเตอร์ตกใจมากที่มาเจอหญิงสาวที่นี่“ฉันควรถามคุณมากกว่านะว่าคุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงแล้วมาคุยอะไรกับคุณน้า”“เดี๋ยวใจเย็นๆ ก่อนทั้งสองคนเลยหนูกรีนมานั่งกับน้าตรงนี้”“ค่ะน้าหนิง” หญิงสาวเดินไปนั่งคู่กับเจ้าของบ้านแต่สายตาก็จ้องวิคเตอร์อย่างจ้องจับผิดเธอกลัวว่าชายหนุ่มจะมาพูดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาและก็กลัวว่าคุณวัชรีจะบอกวิคเตอร์เรื่องที่เธอกำลังตั้งครรภ์อยู่“หนูกับลูกชายน้ารู้จักกันมาก่อนเหรอ”“คนนี้ลูกชายน้าหนิงเหรอคะ”“ใช่จ้ะ น้าไม่รู้เลยว่าทั้งสองคนรู้จักกันมาก่อน”“น้าหนิงไม่รู้จริงๆ ใช่ไหมคะว่าหนูกับเขารู้จักกัน” หญิงสาวสา
วิคเตอร์เธอยังคงพยายามโทรศัพท์หากีรติกาอยู่ทุกวันแต่หญิงสาวก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์ของเขา เธอจะรับโทรศัพท์ของเขาก็ต่อเมื่อส่งงานมอบงานให้เขาแล้วเท่านั้นแล้ววันนี้ก็เป็นวันที่หญิงสาวทำงานทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยเธอส่งไฟล์ให้เขาไม่ถึงห้านาทีชายหนูก็โทรศัพท์กลับมา“กรีนเธอใจร้ายกับฉันมากเลยนะ เราตกลงเป็นแฟนกันแล้วทำไมฉันโทรหาเธอตลอดทั้งสัปดาห์เธอไม่ยอมรับโทรศัพท์ฉันเลย แล้วฉันไปหาที่คอนโดเขาก็บอกว่าเธอไม่อยู่ที่นั่นเธอย้ายไปอยู่ที่ไหนทำไมไม่บอกฉัน เกิดอะไรขึ้นกับเธอหรือเปล่าฉันเป็นห่วงเธอมากๆ นะ”“ใจเย็นค่ะคุณวิคเตอร์ถามอะไรมายาวแบบนั้นใครมันจะตอบคำถามคุณทันล่ะคะ” กีรติกาอดขำไม่ได้กับคำถามที่วิคเตอร์ถามรัวมา“ถ้างั้นเอาคำถามนี้ก่อนก็แล้วกัน ตอนนี้เธอทำอะไรอยู่ที่ไหน”“ฉันก็ออกแบบงานให้คุณไงคะ งานก็เสร็จแล้วเพิ่งส่งไปเมื่อกี้ ฉันคิดว่าที่คุณโทรหาฉันก็เพราะคุณได้รับงานของฉันแล้วนะคะ”“กรีนเราคงต้องคุยกันอย่างจริงจังนะ”“ก็นี่ไงคะจริงจัง”“ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องงานฉันหมายถึงเรื่องระหว่างเรา”“ระหว่างเรามันก็จบไปแล้วตั้งแต่วันที่ฉันออกมาจากเกาะค่ะและที่ฉันยังติดต่อคุณตอนนี้ก็เพราะเรื่องงานเท่านั้น
บ้านของคุณวัชรีหลังค่อนข้างใหญ่มีบริเวณบ้านกว้างขวางกีรติกาถูกพามาในห้องนอนห้องหนึ่งซึ่งอยู่คนละฝั่งกับห้องนอนของเจ้าของบ้านเพราะเธออยากให้กีรติกามีความเป็นส่วนบ้านหลังนี้มีคนขับรถหนึ่งคนและคนรับใช้อีกสองคนคนหนึ่งชื่อมะลิเป็นหญิงสาวอายุน่าจะประมาณสามสิบปีซึ่งเธอให้กีรติกาเรียกว่าพี่มะลิส่วนอีกคนหนึ่งเป็นมารดาของพี่มะลิชื่อป้าบัวโรยซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องการทำอาหารเช้านี้กีรติกาตื่นมาก็อาเจียนแต่เช้าแต่ก็พยายามฝืนตัวเองลงมาทานอาหารเพราะไม่อยากให้เจ้าของบ้านเป็นห่วงไปมากกว่านี้“หน้าซีดมากเลยเมื่อเช้าอาเจียนใช่ไหม ถ้าหนูลงมาไม่ไหวก็บอกได้นะ น้าจะให้มะลิเอาอาหารขึ้นไปให้บนห้อง”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะอยู่ในห้องมันอุดอู้หนูลงมาแบบนี้อากาศดีๆ เดี๋ยวก็ดีขึ้น”“เช้านี้ป้าทำแกงไตปลากับขนมจีนนะคะคุณกรีนทานได้ไหม”“ได้ค่ะของโปรดหนูเลย”“หนูกรีนชอบทานอาหารใต้เหมือนกันใช่ไหม”“ใช่ค่ะหนูว่ารสชาติมันจัดจ้านดี”“แต่หนูอย่าทานเยอะนะอาหารใต้มันเผ็ดมากๆ เดี๋ยวมันจะไม่ดีกับเด็กในท้อง ป้าทำต้มจืดกับผัดผักด้วยนะ แต่ป้าไม่ได้ใส่กระเทียมนะคะเพราะรู้ว่าคนท้องไม่ชอบกินกระเทียมเจียว”“ขอบคุณป้าบัวโรยมากนะคะ
วันนี้เป็นวันประชุมผู้ถือหุ้นกีรติกาแต่งตัวตั้งแต่เช้าเธอสวมสูทสีครีมกับกางเกงสีเดียวกันดูสุภาพกว่าวันปกติมาก เมื่อแต่งตัวเสร็จก็ลงมานั่งรอทนายความอยู่บริเวณชั้นล่างของคอนโดเพราะวันนี้ทนายความจะเป็นคนพาเธอไปแนะนำให้กับหุ้นส่วนใหญ่และพนักงานทุกคนได้รู้จักเมื่อไปถึงบริษัทเธอก็ทักทายพนักงานที่พอจะรู้จักกันบ้างจากนั้นก็เข้าไปนั่งรอในห้องประชุมไม่นานนะผู้หญิงดูท่าทางภูมิฐานคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้องเธอแนะนำตัวเองว่าชื่อวัชรีเป็นนักธุรกิจชาวไทยที่ไปแต่งงานกับสามีชาวต่างชาติการประชุมในวันนี้ไม่ได้มีเรื่องอะไรมากมายคุณวัชรีอยากให้ทุกคนทำหน้าที่ไปอย่างเดิม ในส่วนของแผนการแผนงานทั้งหมดเธอจะส่งให้ผู้จัดการแต่ละแผนกนำไปปฏิบัติอีกทีหลังเสร็จจากการประชุมแล้วคุณวัชรีก็ขอคุยกับกีรติกาเป็นการส่วนตัวโดยทั้งสองมาคุยกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากบริษัทมากนัก“คุณวัชรีชอบทานอาหารใต้เหรอคะ”“เราอยู่กันสองคนหนูเรียกฉันว่าน้าหนิงก็ได้”“แต่คุณเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เลยนะคะหนูไม่กล้าเรียกหรอกค่ะ”“ก็ตอนนี้เราไม่ได้อยู่ในบริษัทนะ น้าเคยมีลูกสาวพอเห็นหนูก็ทำให้รู้สึกคิดถึงลูกสาวมากๆ”“ลูกสาวคุณน้าเธอทำงา
เช้านี้กีรติกาตื่นนอนสายกว่าทุกวันหญิงสาวรู้สึกเวียนศีรษะเป็นอย่างมากพอลุกขึ้นได้ยังไม่ทันจะเดินไปไหนไกลก็วิ่งเข้าห้องน้ำ เพื่อโก่งคออาเจียนอยู่หลายครั้งเธอคิดว่าน่าจะเกิดจากอาหารเป็นพิษแต่พอนึกถึงเมนูที่รับประทานไปเมื่อวานก็นึกไม่ออกเลยว่าเมนูไหนที่จะทำให้เธอเกิดอาการแบบนี้หญิงสาวอาบน้ำแล้วคิดว่าถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นก็อาจจะไปให้หมอตรวจดูสักหน่อย แต่ขณะที่เปิดลิ้นชักจะหยิบชุดชั้นใน สายตาก็เหลือบไปเห็นถุงผ้าอนามัยที่อยู่ด้านในสุดซึ่งตนเองซื้อมาตั้งแต่เมื่อเดือนที่แล้วแต่ยังไม่ได้ถูกเปิดใช้งานเลยสักครั้งกีรติกาหน้าซีดเผือดเมื่อนึกย้อนไปตั้งแต่กลับมาจากอังกฤษเธอก็เป็นรอบเดือนแค่ครั้งเดียวและหลังจากที่กลับมาจากเกาะแล้วก็ไม่เป็นอีกเลยเธอคิดว่าตนเองไม่น่าจะท้องเพราะครั้งแรกที่มีอะไรกับวิคเตอร์ก็ทานยาคุมฉุกเฉินจากนั้นก็ทานยาคุมกำเนิดมาตลอดจะมีก็แค่ช่วงที่เธอไปอยู่บนเรือสำราญที่ไม่ได้ทานยาถึงสามวันติดแต่พอกลับมาเธอก็รีบทานยาให้ครบจำนวนแต่เมื่อนึกถึงคำพูดของเภสัชกรแล้วเธอก็รู้สึกตัวชาเพราะหากลืมกินยาติดต่อกันนานเกินสามวันโอกาสที่จะตั้งท้องก็มีอยู่มาก“คงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้ง” เธอพูดกับ
วิคเตอร์พากีรติกามาทานอาหารที่ร้านอาหารอิตาเลียนในโรงแรมแห่งซึ่งเขาจองโต๊ะไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว“ฉันสั่งสปาเก็ตตี้ไวท์ครีมซอสซีซ่าร์สลัดและสเต็กแซลมอนไว้ให้เธอคิดว่าเธอคงชอบนะ”“ทำไมสั่งมาให้ฉันเยอะจัง ฉันกินไม่หมดหรอกนะคะ”“ฉันก็ไม่ได้บังคับนี่ว่าเธอจะต้องกินหมด อาหารมาแล้วเรารีบกินกันก่อนดีกว่าไหมวันนี้ทั้งวันฉันยังไม่ได้กินข้าวเลย”กีรติกามองอาหารตรงหน้าซึ่งมันเป็นของโปรดเธอทั้งสามอย่างหญิงสาวจำได้ว่าตอนที่อยู่บนเรือสำราญและตอนไปทานอาหารด้วยกันที่สิงคโปร์เป็นเมนูที่เธอสั่งมาทานนับว่าวิคเตอร์เป็นคนความจำดีใช้ได้เลยทีเดียวเธอตักสปาเก็ตตี้ไวท์ครีมซอสมาทานได้สองคำก็รู้สึกว่ามันไม่อร่อยเลยสักนิดทั้งที่เป็นอาหารโปรดของเธอหญิงสาวจึงเปลี่ยนมาทางเป็นซีซาร์สลัดและสเต็กปลาแซลมอนแทน“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะกรีนมันไม่อร่อยเหรอ”“อร่อยค่ะแต่วันนี้ฉันไม่กินอะไรที่มันเลี่ยนๆ”“อยากกินอย่างอื่นเพิ่มไหม เดี๋ยวสั่งฉันสั่งให้”“ไม่เป็นไรค่ะแค่นี้ก็พอแล้ว”ทั้งสองนั่งรับประทานอาหารไปด้วยคุยกันไปด้วยและดูเหมือนวิคเตอร์จะเจริญอาหารมากกว่าปกติส่วนกีรติกานั้นทานได้อย่างละนิดก็รู้สึกอิ่ม“ดื่มไวน์หน่อยไหม” เขาส
กีรติกาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะกดโทรออกไปหาเบอร์ที่ไม่เคยติดต่อกันมานานถึงสองเดือน“สวัสดีกรีนคิดถึงฉันเหรอถึงโทรมาหาฉัน”“สวัสดีค่ะคุณวิคเตอร์ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณ”“ฉันก็อยากจะคุยกับเธอเหมือนกัน เราไม่ได้คุยกันนานแล้วเธอใจร้ายมากนะที่คิดต่อฉันมาเลย”“วันนี้ฉันก็โทรหาคุณแล้วนี่คะ”“ที่โทรหาเพราะมีเรื่องจะคุยกับฉันใช่ไหมล่ะ ถ้าไม่มีเรื่องจะคุยเธอก็ไม่คิดจะโทรหาฉันเลย”“แล้วทำไมฉันจะต้องเป็นฝ่ายโทรหาคุณด้วยล่ะคะ คุณก็ไม่คิดจะโทรหาฉันเหมือนกัน”“น้อยใจเหรอ”“เปล่าหรอกฉันไม่เคยมีความคิดแบบนั้นเลย”“แต่ฉันน้อยใจนะ”“นั่นมันก็เรื่องของคุณค่ะ ที่ฉันโทรมาวันนี้ก็แค่อยากจะถามอะไรสักอย่างไม่ได้อยากจะมาฟังคุณบ่นน้อยใจหรอกนะคะ”“ฉันจะตอบทุกคำถามของเธอถ้าเธอออกมาเจอฉัน เรานัดเจอกันที่ไหนดีล่ะ”“เราไม่จำเป็นต้องนัดเจอกันหรอกค่ะ แค่คุยทางโทรศัพท์ก็น่าจะพอแล้ว”“แต่ตอนนี้ฉันอยู่กรุงเทพนะ”“อะไรนะคะคุณขึ้นมากรุงเทพเหรอ”“อือ ฉันมีเรื่องงานที่ฉันจะต้องจัดการ แต่เย็นนี้ฉันว่างไปกินข้าวกันไหมแล้วเราจะได้คุยกันด้วย”วิคเตอร์รู้ว่าที่กีรติกาโทรศัพท์มาหาเขาก็เพราะวันนี้เธอไปพบกับทนายซึ่งเขาคิดอยู่แล้วว
ผ่านมาเกือบสองเดือนแล้วที่กีรติกากลับมาอยู่กรุงเทพ หญิงสาวรับงานออกแบบจากหลายๆ บริษัทมันทำให้เธอทำงานเพลินจนลืมเรื่องที่คุยกับวิคเตอร์ครั้งสุดท้ายจนกระทั่งวันนี้ทนายของบริษัทที่คุณสุธีบริหารงานอยู่ก็นัดให้เธอออกมาคุยที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับคอนโดมิเนียมของหญิงสาว“สวัสดีครับคุณกีรติกาใช่ไหม”“ใช่ค่ะคุณทนายใช่ไหมคะ”“ใช่ครับ เชิญคุณกีรติกานั่งก่อนครับ”“ขอบคุณค่ะ คุณเรียกฉันว่ากรีนก็ได้ มีอะไรจะคุยกับฉันเหรอคะ”“เรื่องหุ้นของบริษัทครับ”“หุ้นของบริษัทเหรอคะ พ่อฉันขายให้คุณสุธีไปแล้วถ้าคุณจะคุยเรื่องหุ้นก็น่าจะคุยกับคุณสุธีมากกว่านะคะ”“แต่พ่อคุณไม่ได้ขายหุ้นทั้งหมดนะครับ”“อะไรนะคุณหมายความว่ายังไง”“พ่อคุณขายหุ้นไปแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์เองนะครับ ส่วนอีก ยี่สิบเปอร์เซ็นต์เขาเหลือไว้ให้คุณนะครับ คุณสุธีไม่ได้แจ้งเรื่องนี้ให้คุณทราบเหรอ”“ไม่ค่ะฉันไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย”“แล้วตลอดสองปีที่ผ่านมาคุณไม่ได้รับเงินปันผลเลยเหรอ”“ไม่ค่ะมันเกิดอะไรขึ้นคะ มันเป็นเรื่องจริงใช่ไหม”“ใช่สินี่ไงครับหลักฐานการถือหุ้นพ่อคุณซึ่งถ้าพ่อคุณเสียชีวิตหุ้นก็จะตกเป็นของคุณ”“ฉันนึกว่าพ่อขายไปหมดแล้ว
“บอสแน่ใจนะครับว่าจะทำแบบนี้จริงๆ”“แน่ใจสิ” วิคเตอร์มาเฟียหนุ่มลูกครึ่งไทยรัสเซียวัย 32 ปีตอบด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดแววตาของเขามองไปยังประวัติผู้หญิงทั้งสามคนบนหน้าจอแท็บเล็ตด้วยความแค้นเมื่อหนึ่งในนั้นคือคนที่เขาจะต้องจัดการเพื่อแก้แค้นให้กับมาเรียน้องสาวของตนเองที่เสียชีวิตไปเมื่อครึ่งปีก่อน“แล้วถ้านายหญิงรู้ล่ะครับ” โรมันผู้ช่วยของชายหนุ่มหมายถึงคุณวัชรีมารดาของเจ้านายที่สั่งไว้ว่าห้ามยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือคิดจะแก้แค้นอย่างเด็ดขาด“เวลามันผ่านมาครึ่งปีแล้วแม่ก็คงคิดว่าฉันไม่ได้ติดใจเรื่องนี้แต่คนอย่างฉันไม่มีทางลืมเรื่องแย่ๆ ที่ผู้ชายคนนั้นมันทำไว้กับน้องสาวฉันหรอกนะ นายก็เห็นแล้วว่ามาเรียเจ็บปวดและเสียใจเรื่องนี้มากแค่ไหน มันจะต้องเจ็บปวดมากกว่ามาเรียหลายเท่า”“ตอนนี้ไอ้หมอนั่นมันคบผู้หญิงอยู่หลายคนเลยแล้วบอสจะให้ผมจัดการกับคนไหนดีล่ะครับ คนหนึ่งเป็นนางแบบแถวหน้าของเมืองไทยส่วนอีกคนก็เป็นนักศึกษาจบใหม่ที่เพิ่งเข้าทำงานในบริษัทของมัน”“สองคนนี้ก็แค่ตัวหลอกเท่านั้นแหละ คนที่ฉันจะให้นายไปจัดการก็คือคู่หมั้นของมัน”“คนที่เรียนอยู่อังกฤษเหรอครับ แต่แปลกนะบอสผมไม่เคยเห็นมันไปหาคู...
Comments