กีรติกานั่งเครียดอยู่ในห้องรับแขกตอนนี้หญิงสาวกำลังต้องการคุยกับใครสักคนเรื่องนี้และอยากจะขอความช่วยเหลือแต่เธอก็นึกเบอร์โทรศัพท์ของใครไม่ได้เลยสักคน เธอต้องขอโทรศัพท์คืนมาจากวิคเตอร์ให้ได้
หญิงสาวนั่งรอเขาอยู่ที่ห้องรับแขกเพราะป้าภรณ์บอกเจ้านายของเธอจะออกมารับประทานอาหารเย็นในเวลาหนึ่งทุ่ม
ตอนนี้กีรติกากำลังคิดรวบรวมคำพูดที่จะขอโทรศัพท์คืนมาจากวิคเตอร์เพราะดูแล้วมันน่าจะเป็นทางเดียวที่เธอจะติดต่อเพื่อนได้ ส่วนเรื่องจะออกไปจากที่นี่ก็ค่อยหาทางกันอีกที แต่เธอคงไม่ยอมอยู่เฉยๆ แบบนี้แน่ หญิงสาวรอเวลาที่เขาจะออกมาจากห้อง เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูห้องก็รีบลุกขึ้นยืนทันที
“คุณวิคเตอร์คะฉันมีเรื่องจะคุยด้วย” กีรติกายิ้มสู้และคิดว่าถ้าคุยกับเขาดีๆ เขาจะใจอ่อน
“ตอนนี้มันเป็นเวลาอาหารฉันขอกินก่อนมีอะไรค่อยคุยกันทีหลัง”
เขาบอกก่อนเธอก่อนจะเดินไปยังห้องครัว
“แล้วจะต้องให้ฉันเชิญด้วยใช่ไหม” เขาหันมาถามหญิงสาวเมื่อเห็นว่าเธอยังยืนอยู่ที่เดิม
กีรติกาถอนหายใจก่อนจะเดินตามเขาเข้าไปในห้องครัว
เมื่อป้าภรณ์ตักข้าวให้กับทั้งสองแล้วก็เดินหายไปจากห้องครัวทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่อนข้างจะอึดอัด เธออยากจะถามเขาตอนนี้แต่คิดว่าคงไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่หญิงสาวจึงรับประทานอาหารตรงหน้าอย่างเงียบๆ
“ดูเธอไม่ทุกข์ร้อนเลยนะที่ถูกพามาอยู่ที่นี่” จู่ๆ เขาก็พูดขึ้น
“ทำไมถึงคิดว่าฉันไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลยล่ะ”
“ก็ฉันเห็นเธอกินข้าวอย่างสบายใจ ไม่เห็นจะกลุ้มใจหรือกังวลอะไรเลย”
“กังวลก็ส่วนกังวลสิคะ แต่อาหารตรงหน้ามันไม่ได้ผิดอะไรนี่อีกอย่างฝีมือป้าภรณ์ก็อร่อยมากๆ” หญิงสาวพูดจบก็นั่งทานอาหารตรงหน้าโดยไม่สนใจเขา
กลายเป็นวิคเตอร์เองที่รู้สึกหมั่นไส้เพราะคิดว่าเธอจะกระฟัดกระเฟียดไม่ยอมทานอาหารหรืออดอาหารประท้วง
หลังจากทานอาหารเสร็จแล้ววิคเตอร์ก็เดินนำกีรติกามายังห้องรับแขก
“เอาล่ะจะคุยอะไรกับฉันก็รีบคุยฉันมีเวลาไม่มากหรอกนะ มีงานอีกเยอะที่จะต้องทำ” ปกติแล้วกลางคืนวิคเตอร์จะไปดูงานที่โรงแรมและกาสิโนแต่เมื่อตนเองไม่ได้ไปก็มักจะดูความเรียบร้อยผ่านกล้องวงจรปิดและให้ลูกน้องคนสนิทอย่างโรมันและเดนิสไปคุมแทน
“คุณมีงานที่จะต้องทำฉันก็มีงานที่จะต้องทำเหมือนกันนี่คะ แล้วทำไมจะต้องให้ฉันมาอยู่ที่นี่ด้วย”
“ก็บอกแล้วว่าฉันพาเธอมาที่นี่เพราะอะไร”
“แต่มันไม่ยุติธรรมกับฉันเลยนะคะ คนที่ทำให้คุณเสียใจคือพี่กิตไม่ใช่ฉัน”
“แต่เธอคือคู่หมั้นของเขาจะให้ฉันพูดอีกกี่ครั้งฉันก็ยืนยันคำเดิมว่าเธอจะต้องชดใช้กับสิ่งที่คู่หมั้นของเธอทำไว้”
“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าคุณจะโกรธแค้นอะไรพี่กิตหนักหนา แต่คุณไม่มีสิทธิ์มาขังฉันไว้ที่นี่”
“จะมีสิทธิ์หรือไม่มีสิทธิ์ตอนนี้เธอก็อยู่ที่บ้านฉันแล้วนี่”
“ฉันจะยอมอยู่ที่นี่กับคุณก็ได้ แต่ขอโทรศัพท์กับกระเป๋าสตางค์ฉันคืนมาได้ไหมล่ะ”
“เสียใจด้วยนะฉันคงให้สิ่งนั้นกับเธอไม่ได้”
“แต่ฉันอยากติดต่อเพื่อนอยากให้เขารู้ว่าฉันถึงเมืองไทยแล้ว”
“ฉันก็บอกเธอแล้วไงว่าเรื่องนั้นฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว แค่นี้ใช่ไหมเรื่องที่เธอจะคุยกับฉัน”
“ฉันอยากรู้ว่านอกจากให้ฉันนั่งดูทีวีอยู่บนบ้านแล้วมีอะไรที่นี่ที่ฉันจะทำได้บ้างเธอ”
“อยากทำอะไรที่นี่ก็ได้ตามสบายยกเว้นออกไปจากที่นี่แค่นั้นแหละ”
“ฉันขอใช้คอมพิวเตอร์ได้ไหม”
“เธอคิดว่าฉันโง่หรือกรีนถ้าฉันให้เธอใช้คอมพิวเตอร์เธอก็ต้องติดต่อให้คนอื่นมาช่วยสิ”
“ที่ฉันอยากได้คอมพิวเตอร์เพราะฉันจะเอามาทำงานออกแบบ แล้วฉันจะเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจากไหนล่ะหรือบ้านคุณมีสัญญาณ Wi-Fi”
“มีสิเพราะฉันเองก็ต้องใช้ติดต่องานอยู่เหมือนกันแต่อย่าคิดนะว่าฉันจะบอกรหัส Wi-Fi กับเธอ”
“แต่มันมีงานออกแบบที่ฉันรับทำไว้และจะต้องส่งให้กับนายจ้างนะ” หญิงสาวพูดถึงงานออกแบบที่เขารับจ๊อบให้กับบริษัทเล็กๆ แห่งหนึ่งที่อังกฤษระหว่างที่ตนเองกำลังเรียนอยู่
“ถ้าถึงตอนส่งงานจริงๆ ฉันจะเป็นคนส่งงานให้เธอเอง”
“ทำไมมันยุ่งยากจังนะ” หญิงสาวบ่นและมองค้อนเขาอีกครั้ง
“ตกลงจะเอาไหมคอมพิวเตอร์น่ะ” เขาหันมาถาม
“เอาสิ”
“ถ้างั้นก็รออยู่ตรงนี้เดี๋ยวฉันจะให้คนเอามาให้” วิคเตอร์หายเข้าไปในห้องทำงานอยู่นานก่อนที่ประตูหน้าบ้านจะเปิดออกพร้อมกับชาตรีคนขับรถที่เขาเจอเมื่อวันแรก
“นี่คอมพิวเตอร์ของคุณครับคุณกรีน”
“ขอบคุณค่ะ แล้วโทรศัพท์กับกระเป๋าสตางค์ของฉันล่ะ”
“ผมเก็บไว้อย่างดีครับถึงเวลาที่คุณไปจากที่นี่ผมจะคืนทุกอย่างให้นะครับ”
“ฉันขอถามอะไรหน่อยสิ”
“อะไรครับ”
“มีคนโทรหาฉันบ้างหรือเปล่า”
“ตั้งแต่ได้โทรศัพท์มาก็ไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของคุณเลยครับ ผมไม่แน่ใจว่าคุณปิดเสียงโทรศัพท์ไว้หรือเปล่า”
“ใช่ฉันปิดเสียงโทรศัพท์ไว้แต่ก็ช่างเถอะยังไงก็คงไม่มีใครโทรหาฉันอยู่แล้ว” หญิงสาวรับแล็ปท็อปมาจากชาตรีก่อนจะเดินกลับมาที่ห้องรับแขกอีกครั้ง
เธอเปิดแล็ปท็อปและนั่งทำงานต่อขณะที่เปิดทีวีช่องเกี่ยวกับแฟชั่นโชว์ทิ้งไว้และหันไปดูเป็นระยะๆ
งานออกแบบที่กีรติกากำลังทำอยู่นั้นเป็นงานออกแบบชุดเครื่องประดับสำหรับวัยหนุ่มสาวซึ่งเธอรับงานมาจากโรงงานผลิตเครื่องประดับในประเทศอังกฤษ ก่อนหน้านั้นก็ส่งชิ้นงานไปแล้วสองชิ้นตอนนี้เหลือเข็มกลัดติดเสื้ออีกชิ้นที่เธอกำลังออกแบบอยู่นอกจากงานออกแบบที่ทำให้กับโรงงานที่นั่นหญิงสาวยังมีงานออกแบบที่ทำเก็บไว้อีกค่อนข้างมากเพราะคิดว่าถ้าหากก็มาทำงานกับคุณสุธีที่บริษัทแล้ว คงจะมีโอกาสเสนอผลงานของตัวเองให้กับบริษัทบ้าง
หญิงสาวนั่งทำงานเพลินจนเวลาผ่านไปเกือบจะเที่ยงคืน
“เธอนั่งทำงานที่นี่ตั้งแต่หัวค่ำเลยเหรอ” วิคเตอร์ที่ออกมาหาน้ำดื่มตกใจเมื่อเดินออกมาแล้วเห็นกีรติกานั่งอยู่บนพื้นห้องรับแขกขณะที่ตากำลังจองแล็ปท็อปตรงหน้า
“ใช่ค่ะ” หญิงสาวหันไปตอบแต่ตาก็ยังจ้องอยู่ที่จอเหมือนเดิม
“ถ้าจะต้องทำงานบนพื้นแบบนี้ฉันว่าเธอไปใช้โต๊ะทำงานในห้องฉันก็ได้นะเพราะมันยังมีว่างอีกโต๊ะหนึ่ง”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ งานฉันต้องใช้จินตนาการและอารมณ์ในการทำให้นั่งร่วมห้องกับคุณงานของฉันคงไม่เดินแน่ๆ”
“พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง”
“ก็หมายความตามที่พูดนี่คะ คุณจะให้ฉันนั่งมองหน้าคุณไปด้วยทำงานไปด้วยเหรอคะ งานของฉันต้องเป็นงานศิลปะต้องใช้อารมณ์ในการสร้างสรรค์ผลงานคงไม่ดีเท่าไหร่มั้งคะ”
“ถ้างั้นก็ตามใจ” พูดจบเขาก็ไปกินน้ำก่อนจะกลับห้องตัวเอง
กีรติการีบตื่นนอนตั้งแต่เช้าเพื่อจะคุยกับวิคเตอร์และหวังว่าเช้านี้ชายหนุ่มจะเปลี่ยนใจพาเธอกลับกรุงเทพแต่ก็ต้องผิดหวังมาออกมาจากห้องนอนแล้วป้าภรณ์บอกว่าเจ้านายออกไปจากเกาะตั้งแต่เช้า“เขาไปไหนคะป้าภรณ์ แล้วเย็นนี้จะกลับมาหรือเปล่า”“ก็คงจะออกไปทำงานนั่นแหละค่ะ แต่ตอนเย็นก็จะกลับมาค้างที่นี่คุณวิคเตอร์สั่งให้ป้าทำกับข้าวไว้รอแล้ว เช้านี้คุณกรีนต้องกินข้าวคนเดียวนะคะ ป้าทำข้าวต้มกุ้งไว้คุณคงไม่แพ้กุ้งใช่ไหม”“ไม่ค่ะ กินข้าวคนเดียวก็ดีเหมือนกันกรีนก็ไม่อยากจะเห็นหน้าเขามากนักหรอก” หญิงสาวเดินตามป้าภรณ์เข้าไปในห้องครัวและนั่งทานข้าวต้มจนหมดก็กลับเข้าห้อง จากนั้นยกแล็ปท็อปออกมานั่งทำงานต่อที่ห้องรับแขก เธอไม่ชอบนั่งทำงานในห้องนอนถึงแม้จะมีความเป็นส่วนตัวแต่เวลาเห็นเตียงนอนทีไรก็ง่วงทุกที ในขณะที่เธอกำลังนั่งทำงานอยู่นั้นก็มีเด็กสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา“ป้าภรณ์อยู่มั้ย” ผู้มาเยือนถามหญิงสาวที่นั่งอยู่บนพื้นในห้องรับแขก“ป้าภรณ์ทำความสะอาดห้องนอนคุณวิคเตอร์อยู่น่ะ มีอะไรกับป้าภรณ์เหรอเดี๋ยวฉันจะไปเรียกให้”“ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวหนูไปหาเอง” ท่าทางของผู้หญิงที่เดินเข้ามาเหมือนจะคุ้นเคยกับป้าภรณ์และด
หลังจากเดินเล่นรอบบริเวณบ้านและชายหาดฝั่งที่มีท่าเรือเล็กๆ แล้วกีรติกาก็เดินกลับขึ้นมาบนห้องรอรับประทานอาหารค่ำพร้อมวิคเตอร์ หญิงสาวอยากจะถามเขาอีกครั้งเผื่อเขาจะเปลี่ยนใจแต่ดูท่าทางสีหน้าของชายหนุ่มเหมือนจะเครียดกับอะไรสักอย่างเธอก็เลยนั่งรับประทานอาหารเงียบๆ“วันนี้เต้พาเธอไปที่ไหนบ้าง”“ก็เดินเล่นรอบๆ บ้านค่ะ ฉันอยากจะไปดูหมู่บ้านชาวประมงแต่เขาไม่พาฉันไปเขาบอกว่าที่นั่นมันอันตราย”“มันก็อันตรายอย่างที่เต้ว่านั่นแหละผู้หญิงสวยๆ อย่างเธออย่าเข้าไปใกล้แถวนั้นเลย เต้คงเล่าให้เธอฟังแล้วใช่ไหมว่ามีนักท่องเที่ยวเคยถูกคนแถวนั้นข่มขืน”“ใช่เขาเล่าให้ฉันฟังแล้ว แต่มันเรื่องจริงหรือแค่ขู่ไม่ให้ฉันไปกันแน่ล่ะ”“เรื่องจริงสิถ้าเธออยากจะไปที่นั่นจริงๆ ก็บอกฉันล่วงหน้า”“ทำไมต้องบอกล่วงหน้าล่ะ”“ฉันจะได้พาคนของฉันมาเพิ่มไงล่ะ เพราะถ้าไปกันตามลำพังสองสามคนฉันก็สู้พวกนั้นไม่ไหวหรอกนะ ชายฉกรรจ์พวกนั้นทั้งแข็งแรงและมีกันหลายคน”“คุณทำเหมือนกับว่าที่นั่นเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนเลยนะ”“มันก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกแต่พวกเขาไม่ใช่คนไทยทั้งหมดหรอก มันเลยยากที่จะพูดคุยกันน่ะ”“ไม่ใช่คนไทยเหรอคะ แล้วเกาะที่เราอยู่
“ขอโทษนะคะที่นี่ไหนคะ” เธอถามคนที่นั่งอยู่บนท่าเรือ“คุณมาที่นี่โดยไม่รู้ว่าคือที่ไหนเหรอ”“ฉันถูกผู้ชายคนหนึ่งจับตัวมาและตอนนี้ฉันก็กำลังจะหาทางกลับบ้านของฉัน”“บ้านคุณอยู่ที่ไหน”“บ้านฉันอยู่ประเทศไทยค่ะ ที่นี่ห่างจากประเทศไทยนานไหม”“ที่นี่เป็นเกาะนอกเขตประเทศไทยถ้าจะเดินทางจากที่นี่ก็ต้องนั่งเรือไปอีกประมาณเกือบสองชั่วโมง”“คุณช่วยหาหรือจ้างให้ฉันหน่อยได้ไหมฉันอยากกลับประเทศไทย”“ได้สิว่าแต่คุณชื่ออะไรล่ะ” นายท่าเรือมองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วยิ้มเพราะดูเหมือนหญิงสาวคนนี้จะไม่รู้อะไรเลยรูปร่างและหน้าตาแบบนี้ถ้าเขาพาเธอไปขายให้กับเสี่ยกระเป๋าหนักก็คงได้หลายบาทอยู่“ฉันชื่อกรีน”“ผมขอดูบัตรประชาชนของคุณหน่อยได้ไหม ถ้าเกิดคุณเป็นคนร้ายปลอมตัวมาหรือมีคดีมาผมก็คงจะลำบากถ้าให้การช่วยเหลือคุณ”“ฉันถูกเขาจับตัวมากเพราะฉะนั้นฉันไม่มีบัตรประชาชนหรอก”“แล้วเงินค่าจ้างล่ะจะให้เท่าไหร่”“ถ้าถึงฝั่งแล้วฉันจะให้คุณ”“ตลกแล้วคุณ” เขาหัวเราะเบาๆ จากนั้นก็เรียกชายฉกรรจ์อีกหลายให้ออกมาจับแขนของหญิงสาวไว้“นี่พวกคุณจะพาฉันไปไหน”“ฉันว่าเธอต้องเป็นสายของตำรวจที่ขึ้นมาหาข่าวที่นี่แน่ๆ จับเธอไปขังไว
กีรติกาพยายามเดินหาคนที่พอจะช่วยเหลือเธอได้แต่ดูเหมือนทุกคนจะไม่สนใจเธอเลยต่างสนใจแค่กิจกรรมตรงหน้าซึ่งมีทั้งตู้ปั่นสล็อต ไพ่ บาคาร่า รูเล็ตต์ ซึ่งเธอก็เคยสัมผัสบรรยากาศแบบนี้มาบ้างตอนที่ไปเที่ยวลาสเวกัสกับเพื่อนๆ“สนใจจะเล่นเหรอกรีน” เสียงที่กระซิบทางด้านหลังทำให้หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวและหันไปมองก็เจอว่าวิคเตอร์นั้นเดินเข้ามาประชิดตัวเธอแล้ว“มันก็น่าสนใจอยู่”“ที่เธอตามฉันมาไม่ใช่คงไม่ใช่เพราะอยากจะมาเล่นอะไรพวกนี้หรอกนะ”“แล้วถ้าฉันบอกว่าใช่ล่ะ” หญิงสาวพูดกับเขาแต่สายตาก็ยังคงมองหาใครสักคนที่จะเข้ามาช่วยเธอได้“เธอคิดว่าฉันดูเธอไม่ออกเหรอ ฉันเห็นเธอตั้งแต่อยู่บนเรือแล้วและก็รอว่าเมื่อไหร่เธอจะมาที่นี่”“คุณเห็นฉันตั้งแต่บนเรือแล้วทำไมคุณยังยอมให้ผู้ชายพวกนั้นที่ท่าเรือจับฉันไปแบบนั้นล่ะ”“ก็ฉันอยากรู้ว่าเธอจะเอาตัวรอดยังไงกับสถานการณ์แบบนั้น แต่เธอก็เก่งนะที่ทำให้คนพวกนั้นพาเธอมาส่งฉันที่นี่ได้”“คุณคงไม่คิดจะให้พวกนั้นพาฉันไปขายจริงๆ หรอกใช่ไหมล่ะ” หญิงสาวถามขณะที่เดินตามเขามายังด้านนอกโรงแรมซึ่งเป็นบริเวณสนามหญ้าเขานั่งลงบนเก้าอี้และฉุดให้เธอนั่งลงข้างๆ“ไม่หรอกเพราะฉันยังไม่ได้แก้แ
ริมฝีปากของกีรติกาถูกประกบด้วยริมฝีปากของวิคเตอร์อย่างแนบชิดเธอรู้สึกหัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาจากอก เมื่อร่างกายทั้งสองแนบชิดไฟสวาทที่ซ่อนอยู่ก็ลุกโหมขึ้นอย่างรวดเร็ว เลือดลมในกายแล่นพล่าน“ถึงเวลาแก้แค้นแล้วสินะกรีน”เขาพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าร่างนุ่มนิ่มและกลิ่นกายของหญิงสาวมันหอมยั่วยวนจนเขาแทบคุมตัวเองไม่อยู่“คุณวิคเตอร์ แต่ฉันไม่พร้อมจริงๆ นะ”“วิคเตอร์ เวลาอยู่บนเตียงเธอต้องเรียกฉันว่าวิคเตอร์”“วิคเตอร์คะแต่ฉันยัง.......อื้อ.....”เธอพูดไม่ทันจบริมฝีปากหยักของชายหนุ่มก็ประกบจูบลงมาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวกีรติกาสั่นสะท้านและดูหวาดกลัวจนวิคเตอร์รู้สึกแปลกใจแต่เขาคิดว่าที่เธอเป็นแบบนั้นก็เพราะเธอกำลังเสแสร้ง เขายังคงจูบอย่างเอาแต่ใจและรู้สึกว่าการจูบของหญิงสาวนั้นจูบไม่ประสาเลยสักนิดแต่มันทำให้เขารู้สึกดีจนไม่อยากจะหยุดจูบเธอเลยจูบเริ่มเร่าร้อนขึ้นริมฝีปากของทั้งสองบดเบียดแนบชิด เมื่อเธอเผยอเรียวปากเขาก็สอดลิ้นหนาเข้าไปสำรวจโพรงปากเล็กๆ ดูดกลืนความหวานตามใจชอบ เมื่อลิ้นเล็กพยายามผลักไสด้วยสัญชาตญาณก็กลายเป็นการตอบโต้โดยอัตโนมัติ นั่นยิ่งทำให้วิคเตอร์ครางในลำคออย่างพอใจ สองเรียวลิ
วิคเตอร์ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ากีรติกายังหลงเหลือความบริสุทธิ์เขาควรจะดีใจและสะใจที่เป็นคนพรากพรหมจรรย์มาจากหญิงสาว ถ้าคู่หมั้นของเธอรู้คงได้โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงแต่ตอนนี้วิคเตอร์ไม่อยากนึกถึงเรื่องแก้แค้นอะไรนั่นเลยเพราะเขากำลังมีความสุขอยู่กับเรือนร่างที่บริสุทธิ์ผุดผ่องของหญิงสาวตรงหน้าชายหนุ่มก้มลงจูบเธออย่างเร่าร้อนขณะที่สองมือก็นวดคลึงเต้าอวบกระตุ้นให้ร่างกายของเธอรู้สึกถึงความเสียวซ่านและลืมความเจ็บปวดไปให้หมด“อื้อ......”กีรติกาหลุดครางหวานเมื่อทุกจังหวะที่ร่างกายเสียดสีทำให้เธอหลงลืมความเจ็บปวดไปทีละนิด จนในที่สุดความเสียวซ่านก็เข้ามาแทนที่“อ่าห์... สุดยอดเลยทั้งแน่นทั้งตอด ร่องเธอฟิตมากเลยนะ”ชายหนุ่มพูดด้วยเสียงกระเส่ายิ่งเขากระแทกเข้าลึกแค่ไหนโพรงอ่อนนุ่มก็ตอดรัดเขาจนรู้สึกเสียวไปทั่วทุกอณูขุมขน ไม่เพียงร่างกายที่สอดประสานจะทำให้เสียวซ่าน แต่ตอนนี้ปากร้อนของชายหนุ่มยังดูดดึงยอดถันสีสวยมันกระตุ้นให้อารมณ์ของเธอจมดิ่งลงไปในกองเพลิงปรารถนา ลิ้นร้อนรัวเร็วจนเธอเสียวซ่านมากขึ้นทุกขณะ ปลายเล็บของหญิงสาวข่วนไปบนหลังกับไหล่ของวิคเตอร์จนขึ้นรอยแดงเป็นทางยาววิคเตอร์ไม่ได้ระคายผิวเล
กีรติการู้สึกระบมไปทั่วทั้งตัว กว่าหญิงสาวจะตื่นนอนก็สายของอีกวันหนึ่ง เธอมองไปรอบห้องก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของวิคเตอร์หญิงสาวรีบเข้าห้องน้ำอาบน้ำแต่งตัวและคิดว่าจะใช้โอกาสนี้หนีไปจากเขาแต่เมื่อเปิดประตูห้องออกมาก็ต้องผิดหวังเพราะตอนนี้ชาตรียืนรอเธออยู่หน้าห้องแล้ว“คุณกรีนจะกลับเกาะเลยไหมครับ”“แล้วเจ้านายของคุณชาตรีไปไหนแล้วล่ะ ฉันมีเรื่องจะคุยกับเขา”“เจ้านายไปทำงานครับ”“แต่นี่มันกลางวันนะกาสิโนเขาเปิดแต่กลางคืนไม่ใช่เหรอ”“เจ้านายก็มีงานอย่างอื่นที่ต้องไปทำครับ”“ถ้าฉันไม่กลับเกาะฉันมีทางเลือกอื่นไหมล่ะ”“ไม่มีครับ แต่เจ้านายบอกว่าคุณจะกินข้าวหรือพักต่ออยู่ที่นี่ก็ได้ถ้ายังไม่อยากจะกลับ”“ฉันอยากจะกลับเกาะแต่ตอนนี้ฉันหิวมากคุณชาตรีพาฉันไปกินอาหารก่อนได้ไหมล่ะ”“ได้ครับ”ชาตรีพาเธอมายังห้องอาหารของโรงแรมจากนั้นก็ส่งเธอด้านหน้าห้องอาหาร“ผมจะรออยู่ด้านนอก ถ้าคุณกรีนทานเสร็จแล้วคุณก็ออกมาตรงนี้นะครับ”“ไม่ต้องเฝ้าฉันอย่างกับนักโทษหรอกน่า ฉันไม่มีทางหนีไปไหนหรอก เงินฉันก็ไม่มีสักบาทโทรศัพท์มือถือบัตรประชาชนอะไรก็ไม่มีเลย” หญิงสาวพูดประชดจากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องอาหารของโรงแรมเธอใช้เวลาทา
“กลับมาแล้วเหรอคะคุณกรีน ป้าใจหายหมดเลยที่มาทำงานตอนเช้าแล้วไม่เห็นคุณกรีนอยู่ที่นี่ ป้าเป็นห่วงมาเลยนะคะ” ป้าภรณ์รีบเดินเข้ามาหากีรติกาที่เดินขึ้นบ้านมาด้วยความเป็นห่วง“ขอบคุณนะคะป้าภรณ์”“หิวไหมคะ กินอะไรมาหรือยังให้ป้าทำอาหารอะไรให้มั้ยคะ”“ไม่เป็นไรค่ะป้าภรณ์กรีนเรียบร้อยมาจากโรงแรมแล้วค่ะ”“คุณกรีนอย่าหนีไปอีกเลยนะคะ ถ้าเกิดคุณวิคเตอร์ไม่อยู่ที่นั่นมันจะแย่เอาค่ะ” ป้าภรณ์เตือนหญิงสาวด้วยความหวังดีเพราะรู้ว่ามันอันตรายมากแค่ไหนสำหรับผู้หญิงหน้าตาสวยๆ อย่างกีรติกา“ค่ะป้าภรณ์”“คนเราเดี๋ยวนี้ไว้ใจกันได้ยากค่ะคุณกรีนจะที่ไหนหรือทำอะไรให้คุณวิคเตอร์พาไปดีกว่านะคะ”“ใช่ค่ะ คนเราไว้ใจกันไม่ได้เลย กรีนขอตัวก่อนนะคะ อยากไปพักสักหน่อยค่ะ”กีรติกาเดินไปหยิบน้ำในตู้เย็นก่อนจะเดินเข้าไปที่ห้องของตนเอง เธอรีบเอายาคุมฉุกเฉินขึ้นมาทานจากนั้นก็เอาซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้า นอกจากยาคุมฉุกเฉินแล้วหญิงสาวยังซื้อยาคุมกำเนิดมาด้วยโดยได้รับคำแนะนำจากเภสัชกรถึงวิธีทานยาที่ถูกต้องเธอยอมรับว่ากลัวตัวเองจะท้องเพราะถ้าเป็นแบบนั้นคงไม่กล้ากลับไปเจอหน้าใครแน่ๆ และถ้าได้กลับไปครั้งนี้หญิงสาวก็คิดว่าจะคุยกับคุณสุธ
คุณวัชรีเดินออกจากห้องรับแขกไปแล้วตอนนี้ก็เหลือแค่กีรติกากับวิคเตอร์เพียงสองคนเท่านั้น“สนุกมากไหมคะที่ทำแบบนี้กับฉัน”“ไม่เลยกรีน ฉันเครียดมากตอนที่หาเธอไม่เจอ ฉันคิดจะขอเธอแต่งงานหลังจากเครื่องเพชรทั้งหมดทำเสร็จแล้ว แต่พอมาเจอเธอวันนี้ก็เลยคิดว่าขอเธอแต่งงานวันนี้น่าจะดีกว่าเพราะฉันไม่อยากให้เธอหนีไปไหนอีกแล้ว”“คุณไม่รู้จริงๆ เหรอว่าฉันอยู่ที่นี่”“ไม่รู้เลย แม่ไม่เคยบอกอะไรฉัน ที่มาวันนี้ก็เพราะแม่ชวนมากินข้าวและฉันก็อยากจะเอาแหวนมาอวดแม่ด้วย”“จะให้ฉันแน่ใจได้ยังไงว่าคุณไม่หลอก ที่ผ่านมาคุณไม่เคยพูดหรือแสดงความรู้สึกอะไรกับฉันเลย”“ถ้าฉันจะหลอกเธอฉันจะกล้าขอเธอแต่งงานต่อหน้าแม่เหรอกรีน ถึงฉันไม่ใช่คนดีเต็มร้อย แต่ฉันก็คิดว่าฉันทำทุกอย่างก็เพราะฉันรักเธอนะ” เพราะมารดาไม่อยู่แล้วชายหนุ่มก็พูดคำว่ารักออกมา“รักฉันเหรอคะ”“ใช่สิถ้าไม่รักคงไม่ตามตื๊ออยู่แบบนี้หรอก”“ฉันว่าคุณอยากจะเอาชนะฉันมากกว่า”“ฉันไม่เคยคิดแบบนั้น ฉันแค่อยากอยู่กับเธออยากใช้ชีวิตกับเธอ”“ฉันไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่คุณพูดหรอกนะคุณวิคเตอร์ เราสองคนต่างกันมาก”“พ่อกับแม่ของฉันก็ต่างกันมากแต่ท่านก็อยู่ด้วยกันอย่างมีคว
เย็นวันนี้ลูกชายของคุณวัชรีจะมาทานอาหารเย็นที่บ้านกีรติกากับป้าบัวโรยและมะลิจึงช่วยกันทำอาหารตั้งแต่บ่ายเมื่ออาหารทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยกีรติกาก็ขอตัวไปอาบน้ำ ก่อนจะลงมาที่ห้องรับแขกอีกครั้งในเวลาเกือบจะหกโมงเย็นซึ่งเป็นเวลาทานอาหารของคุณวัชรีหญิงสาวเดินลงบันไดมาและเห็นว่าตอนนี้มีผู้ชายคนหนึ่งนั่งหันหน้าออกไปทางหน้าบ้านกีรติการณ์คิดว่าน่าจะเป็นลูกชายของคุณวัชรี แต่พอเดินอ้อมมาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าคนที่นั่งอยู่คือใคร“กรีนเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” วิคเตอร์ตกใจมากที่มาเจอหญิงสาวที่นี่“ฉันควรถามคุณมากกว่านะว่าคุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงแล้วมาคุยอะไรกับคุณน้า”“เดี๋ยวใจเย็นๆ ก่อนทั้งสองคนเลยหนูกรีนมานั่งกับน้าตรงนี้”“ค่ะน้าหนิง” หญิงสาวเดินไปนั่งคู่กับเจ้าของบ้านแต่สายตาก็จ้องวิคเตอร์อย่างจ้องจับผิดเธอกลัวว่าชายหนุ่มจะมาพูดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาและก็กลัวว่าคุณวัชรีจะบอกวิคเตอร์เรื่องที่เธอกำลังตั้งครรภ์อยู่“หนูกับลูกชายน้ารู้จักกันมาก่อนเหรอ”“คนนี้ลูกชายน้าหนิงเหรอคะ”“ใช่จ้ะ น้าไม่รู้เลยว่าทั้งสองคนรู้จักกันมาก่อน”“น้าหนิงไม่รู้จริงๆ ใช่ไหมคะว่าหนูกับเขารู้จักกัน” หญิงสาวสา
วิคเตอร์เธอยังคงพยายามโทรศัพท์หากีรติกาอยู่ทุกวันแต่หญิงสาวก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์ของเขา เธอจะรับโทรศัพท์ของเขาก็ต่อเมื่อส่งงานมอบงานให้เขาแล้วเท่านั้นแล้ววันนี้ก็เป็นวันที่หญิงสาวทำงานทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยเธอส่งไฟล์ให้เขาไม่ถึงห้านาทีชายหนูก็โทรศัพท์กลับมา“กรีนเธอใจร้ายกับฉันมากเลยนะ เราตกลงเป็นแฟนกันแล้วทำไมฉันโทรหาเธอตลอดทั้งสัปดาห์เธอไม่ยอมรับโทรศัพท์ฉันเลย แล้วฉันไปหาที่คอนโดเขาก็บอกว่าเธอไม่อยู่ที่นั่นเธอย้ายไปอยู่ที่ไหนทำไมไม่บอกฉัน เกิดอะไรขึ้นกับเธอหรือเปล่าฉันเป็นห่วงเธอมากๆ นะ”“ใจเย็นค่ะคุณวิคเตอร์ถามอะไรมายาวแบบนั้นใครมันจะตอบคำถามคุณทันล่ะคะ” กีรติกาอดขำไม่ได้กับคำถามที่วิคเตอร์ถามรัวมา“ถ้างั้นเอาคำถามนี้ก่อนก็แล้วกัน ตอนนี้เธอทำอะไรอยู่ที่ไหน”“ฉันก็ออกแบบงานให้คุณไงคะ งานก็เสร็จแล้วเพิ่งส่งไปเมื่อกี้ ฉันคิดว่าที่คุณโทรหาฉันก็เพราะคุณได้รับงานของฉันแล้วนะคะ”“กรีนเราคงต้องคุยกันอย่างจริงจังนะ”“ก็นี่ไงคะจริงจัง”“ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องงานฉันหมายถึงเรื่องระหว่างเรา”“ระหว่างเรามันก็จบไปแล้วตั้งแต่วันที่ฉันออกมาจากเกาะค่ะและที่ฉันยังติดต่อคุณตอนนี้ก็เพราะเรื่องงานเท่านั้น
บ้านของคุณวัชรีหลังค่อนข้างใหญ่มีบริเวณบ้านกว้างขวางกีรติกาถูกพามาในห้องนอนห้องหนึ่งซึ่งอยู่คนละฝั่งกับห้องนอนของเจ้าของบ้านเพราะเธออยากให้กีรติกามีความเป็นส่วนบ้านหลังนี้มีคนขับรถหนึ่งคนและคนรับใช้อีกสองคนคนหนึ่งชื่อมะลิเป็นหญิงสาวอายุน่าจะประมาณสามสิบปีซึ่งเธอให้กีรติกาเรียกว่าพี่มะลิส่วนอีกคนหนึ่งเป็นมารดาของพี่มะลิชื่อป้าบัวโรยซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องการทำอาหารเช้านี้กีรติกาตื่นมาก็อาเจียนแต่เช้าแต่ก็พยายามฝืนตัวเองลงมาทานอาหารเพราะไม่อยากให้เจ้าของบ้านเป็นห่วงไปมากกว่านี้“หน้าซีดมากเลยเมื่อเช้าอาเจียนใช่ไหม ถ้าหนูลงมาไม่ไหวก็บอกได้นะ น้าจะให้มะลิเอาอาหารขึ้นไปให้บนห้อง”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะอยู่ในห้องมันอุดอู้หนูลงมาแบบนี้อากาศดีๆ เดี๋ยวก็ดีขึ้น”“เช้านี้ป้าทำแกงไตปลากับขนมจีนนะคะคุณกรีนทานได้ไหม”“ได้ค่ะของโปรดหนูเลย”“หนูกรีนชอบทานอาหารใต้เหมือนกันใช่ไหม”“ใช่ค่ะหนูว่ารสชาติมันจัดจ้านดี”“แต่หนูอย่าทานเยอะนะอาหารใต้มันเผ็ดมากๆ เดี๋ยวมันจะไม่ดีกับเด็กในท้อง ป้าทำต้มจืดกับผัดผักด้วยนะ แต่ป้าไม่ได้ใส่กระเทียมนะคะเพราะรู้ว่าคนท้องไม่ชอบกินกระเทียมเจียว”“ขอบคุณป้าบัวโรยมากนะคะ
วันนี้เป็นวันประชุมผู้ถือหุ้นกีรติกาแต่งตัวตั้งแต่เช้าเธอสวมสูทสีครีมกับกางเกงสีเดียวกันดูสุภาพกว่าวันปกติมาก เมื่อแต่งตัวเสร็จก็ลงมานั่งรอทนายความอยู่บริเวณชั้นล่างของคอนโดเพราะวันนี้ทนายความจะเป็นคนพาเธอไปแนะนำให้กับหุ้นส่วนใหญ่และพนักงานทุกคนได้รู้จักเมื่อไปถึงบริษัทเธอก็ทักทายพนักงานที่พอจะรู้จักกันบ้างจากนั้นก็เข้าไปนั่งรอในห้องประชุมไม่นานนะผู้หญิงดูท่าทางภูมิฐานคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้องเธอแนะนำตัวเองว่าชื่อวัชรีเป็นนักธุรกิจชาวไทยที่ไปแต่งงานกับสามีชาวต่างชาติการประชุมในวันนี้ไม่ได้มีเรื่องอะไรมากมายคุณวัชรีอยากให้ทุกคนทำหน้าที่ไปอย่างเดิม ในส่วนของแผนการแผนงานทั้งหมดเธอจะส่งให้ผู้จัดการแต่ละแผนกนำไปปฏิบัติอีกทีหลังเสร็จจากการประชุมแล้วคุณวัชรีก็ขอคุยกับกีรติกาเป็นการส่วนตัวโดยทั้งสองมาคุยกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากบริษัทมากนัก“คุณวัชรีชอบทานอาหารใต้เหรอคะ”“เราอยู่กันสองคนหนูเรียกฉันว่าน้าหนิงก็ได้”“แต่คุณเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เลยนะคะหนูไม่กล้าเรียกหรอกค่ะ”“ก็ตอนนี้เราไม่ได้อยู่ในบริษัทนะ น้าเคยมีลูกสาวพอเห็นหนูก็ทำให้รู้สึกคิดถึงลูกสาวมากๆ”“ลูกสาวคุณน้าเธอทำงา
เช้านี้กีรติกาตื่นนอนสายกว่าทุกวันหญิงสาวรู้สึกเวียนศีรษะเป็นอย่างมากพอลุกขึ้นได้ยังไม่ทันจะเดินไปไหนไกลก็วิ่งเข้าห้องน้ำ เพื่อโก่งคออาเจียนอยู่หลายครั้งเธอคิดว่าน่าจะเกิดจากอาหารเป็นพิษแต่พอนึกถึงเมนูที่รับประทานไปเมื่อวานก็นึกไม่ออกเลยว่าเมนูไหนที่จะทำให้เธอเกิดอาการแบบนี้หญิงสาวอาบน้ำแล้วคิดว่าถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นก็อาจจะไปให้หมอตรวจดูสักหน่อย แต่ขณะที่เปิดลิ้นชักจะหยิบชุดชั้นใน สายตาก็เหลือบไปเห็นถุงผ้าอนามัยที่อยู่ด้านในสุดซึ่งตนเองซื้อมาตั้งแต่เมื่อเดือนที่แล้วแต่ยังไม่ได้ถูกเปิดใช้งานเลยสักครั้งกีรติกาหน้าซีดเผือดเมื่อนึกย้อนไปตั้งแต่กลับมาจากอังกฤษเธอก็เป็นรอบเดือนแค่ครั้งเดียวและหลังจากที่กลับมาจากเกาะแล้วก็ไม่เป็นอีกเลยเธอคิดว่าตนเองไม่น่าจะท้องเพราะครั้งแรกที่มีอะไรกับวิคเตอร์ก็ทานยาคุมฉุกเฉินจากนั้นก็ทานยาคุมกำเนิดมาตลอดจะมีก็แค่ช่วงที่เธอไปอยู่บนเรือสำราญที่ไม่ได้ทานยาถึงสามวันติดแต่พอกลับมาเธอก็รีบทานยาให้ครบจำนวนแต่เมื่อนึกถึงคำพูดของเภสัชกรแล้วเธอก็รู้สึกตัวชาเพราะหากลืมกินยาติดต่อกันนานเกินสามวันโอกาสที่จะตั้งท้องก็มีอยู่มาก“คงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้ง” เธอพูดกับ
วิคเตอร์พากีรติกามาทานอาหารที่ร้านอาหารอิตาเลียนในโรงแรมแห่งซึ่งเขาจองโต๊ะไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว“ฉันสั่งสปาเก็ตตี้ไวท์ครีมซอสซีซ่าร์สลัดและสเต็กแซลมอนไว้ให้เธอคิดว่าเธอคงชอบนะ”“ทำไมสั่งมาให้ฉันเยอะจัง ฉันกินไม่หมดหรอกนะคะ”“ฉันก็ไม่ได้บังคับนี่ว่าเธอจะต้องกินหมด อาหารมาแล้วเรารีบกินกันก่อนดีกว่าไหมวันนี้ทั้งวันฉันยังไม่ได้กินข้าวเลย”กีรติกามองอาหารตรงหน้าซึ่งมันเป็นของโปรดเธอทั้งสามอย่างหญิงสาวจำได้ว่าตอนที่อยู่บนเรือสำราญและตอนไปทานอาหารด้วยกันที่สิงคโปร์เป็นเมนูที่เธอสั่งมาทานนับว่าวิคเตอร์เป็นคนความจำดีใช้ได้เลยทีเดียวเธอตักสปาเก็ตตี้ไวท์ครีมซอสมาทานได้สองคำก็รู้สึกว่ามันไม่อร่อยเลยสักนิดทั้งที่เป็นอาหารโปรดของเธอหญิงสาวจึงเปลี่ยนมาทางเป็นซีซาร์สลัดและสเต็กปลาแซลมอนแทน“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะกรีนมันไม่อร่อยเหรอ”“อร่อยค่ะแต่วันนี้ฉันไม่กินอะไรที่มันเลี่ยนๆ”“อยากกินอย่างอื่นเพิ่มไหม เดี๋ยวสั่งฉันสั่งให้”“ไม่เป็นไรค่ะแค่นี้ก็พอแล้ว”ทั้งสองนั่งรับประทานอาหารไปด้วยคุยกันไปด้วยและดูเหมือนวิคเตอร์จะเจริญอาหารมากกว่าปกติส่วนกีรติกานั้นทานได้อย่างละนิดก็รู้สึกอิ่ม“ดื่มไวน์หน่อยไหม” เขาส
กีรติกาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะกดโทรออกไปหาเบอร์ที่ไม่เคยติดต่อกันมานานถึงสองเดือน“สวัสดีกรีนคิดถึงฉันเหรอถึงโทรมาหาฉัน”“สวัสดีค่ะคุณวิคเตอร์ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณ”“ฉันก็อยากจะคุยกับเธอเหมือนกัน เราไม่ได้คุยกันนานแล้วเธอใจร้ายมากนะที่คิดต่อฉันมาเลย”“วันนี้ฉันก็โทรหาคุณแล้วนี่คะ”“ที่โทรหาเพราะมีเรื่องจะคุยกับฉันใช่ไหมล่ะ ถ้าไม่มีเรื่องจะคุยเธอก็ไม่คิดจะโทรหาฉันเลย”“แล้วทำไมฉันจะต้องเป็นฝ่ายโทรหาคุณด้วยล่ะคะ คุณก็ไม่คิดจะโทรหาฉันเหมือนกัน”“น้อยใจเหรอ”“เปล่าหรอกฉันไม่เคยมีความคิดแบบนั้นเลย”“แต่ฉันน้อยใจนะ”“นั่นมันก็เรื่องของคุณค่ะ ที่ฉันโทรมาวันนี้ก็แค่อยากจะถามอะไรสักอย่างไม่ได้อยากจะมาฟังคุณบ่นน้อยใจหรอกนะคะ”“ฉันจะตอบทุกคำถามของเธอถ้าเธอออกมาเจอฉัน เรานัดเจอกันที่ไหนดีล่ะ”“เราไม่จำเป็นต้องนัดเจอกันหรอกค่ะ แค่คุยทางโทรศัพท์ก็น่าจะพอแล้ว”“แต่ตอนนี้ฉันอยู่กรุงเทพนะ”“อะไรนะคะคุณขึ้นมากรุงเทพเหรอ”“อือ ฉันมีเรื่องงานที่ฉันจะต้องจัดการ แต่เย็นนี้ฉันว่างไปกินข้าวกันไหมแล้วเราจะได้คุยกันด้วย”วิคเตอร์รู้ว่าที่กีรติกาโทรศัพท์มาหาเขาก็เพราะวันนี้เธอไปพบกับทนายซึ่งเขาคิดอยู่แล้วว
ผ่านมาเกือบสองเดือนแล้วที่กีรติกากลับมาอยู่กรุงเทพ หญิงสาวรับงานออกแบบจากหลายๆ บริษัทมันทำให้เธอทำงานเพลินจนลืมเรื่องที่คุยกับวิคเตอร์ครั้งสุดท้ายจนกระทั่งวันนี้ทนายของบริษัทที่คุณสุธีบริหารงานอยู่ก็นัดให้เธอออกมาคุยที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับคอนโดมิเนียมของหญิงสาว“สวัสดีครับคุณกีรติกาใช่ไหม”“ใช่ค่ะคุณทนายใช่ไหมคะ”“ใช่ครับ เชิญคุณกีรติกานั่งก่อนครับ”“ขอบคุณค่ะ คุณเรียกฉันว่ากรีนก็ได้ มีอะไรจะคุยกับฉันเหรอคะ”“เรื่องหุ้นของบริษัทครับ”“หุ้นของบริษัทเหรอคะ พ่อฉันขายให้คุณสุธีไปแล้วถ้าคุณจะคุยเรื่องหุ้นก็น่าจะคุยกับคุณสุธีมากกว่านะคะ”“แต่พ่อคุณไม่ได้ขายหุ้นทั้งหมดนะครับ”“อะไรนะคุณหมายความว่ายังไง”“พ่อคุณขายหุ้นไปแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์เองนะครับ ส่วนอีก ยี่สิบเปอร์เซ็นต์เขาเหลือไว้ให้คุณนะครับ คุณสุธีไม่ได้แจ้งเรื่องนี้ให้คุณทราบเหรอ”“ไม่ค่ะฉันไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย”“แล้วตลอดสองปีที่ผ่านมาคุณไม่ได้รับเงินปันผลเลยเหรอ”“ไม่ค่ะมันเกิดอะไรขึ้นคะ มันเป็นเรื่องจริงใช่ไหม”“ใช่สินี่ไงครับหลักฐานการถือหุ้นพ่อคุณซึ่งถ้าพ่อคุณเสียชีวิตหุ้นก็จะตกเป็นของคุณ”“ฉันนึกว่าพ่อขายไปหมดแล้ว