กีรติกาเดินทางกลับเมืองไทยก่อนกำหนดเกือบหนึ่งเดือนเพราะหญิงสาวรู้สึกเกรงใจคุณสุธีถ้าหากจะอยู่ต่อที่ประเทศอังกฤษอีกหนึ่งเดือนโดยไม่ทำอะไรเลย แต่เธอก็ไม่ได้แจ้งทางบ้านไว้ว่าจะเดินทางกลับวันนี้เพราะไม่อยากรบกวนให้ใครต้องมารับที่สนามบิน
ครั้งสุดท้ายที่หญิงสาวกลับมาเมืองไทยก็ตั้งแต่งานศพของบิดาเมื่อสองปีก่อนจากนั้นเธอก็ไม่มีโอกาสได้กลับเมืองไทยอีกเลย ตอนนี้กีรติกาเหลือที่ซุกหัวนอนเพียงที่เดียวก็คือคอนโดที่บิดาซื้อให้เป็นชื่อของตัวเธอเอง
หญิงสาวคิดว่ากลับมาเมืองไทยครั้งนี้เธอจะไปพักอยู่ที่นั่นก่อน เพราะถ้าหากกลับไปที่บ้านของคุณท่านตอนนี้ก็กลัวว่าจะถูกจับให้แต่งงานกับกิตติเดชเร็วขึ้น กีรติกาไม่ได้สนิทสนมหรือคุ้นเคยกับคู่หมั้นคนนี้เลยทุกอย่างเป็นไปตามที่บิดาของเธอและบิดาของกิตติเดชเป็นคนจัดการทั้งหมด
การจากไปอย่างกะทันหันของบิดาทำให้กีรติการู้สึกเคว้งคว้าง และไร้ที่พึ่งเมื่อคุณท่านยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือหญิงสาวก็ยอมรับด้วยความเต็มใจเธอไม่เหลือทรัพย์สินอะไรอีกแล้วนอกจากคอนโดมิเนียมห้องเล็กห้องหนึ่ง
เมื่อลงจากเครื่องหญิงสาวก็ต้องแปลกใจเมื่อมีผู้ชายคนหนึ่งเดินตรงมาหาเธอ
“สวัสดีครับคุณกรีนผมชื่อชาตรีเป็นคนขับรถที่บ้านของคุณท่านยินดีต้อนรับกลับเมืองไทยครับ คุณท่านให้ผมมารับคุณกลับบ้านครับ” ชายวัยกลางคนแนะนำตัวเองกับหญิงสาวด้วยท่าทางสุภาพ
“คุณท่านรู้เหรอคะว่าฉันจะกลับมา” หญิงสาวถามเพราะเธอไม่ได้แจ้งเรื่องนี้กับใครมาก่อนอีกทั้งชายที่ชื่อชาตรีเธอก็ไม่เคยเห็นหรือรู้จักมาก่อนเลย
“คุณท่านรู้ทุกความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับคุณกรีนครับ ท่านก็เลยให้ผมมารอรับ อันที่จริงท่านก็จะมาเองแต่มันดึกไปหน่อยก็เลยให้ผมมารับแทน”
“แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าคุณเป็นคนขับรถที่บ้านของคุณท่านจริงๆ”
“ผมจะเอารูปที่ผมถ่ายขอบคุณท่านให้คุณกรีนดูนะครับ แต่ถ้าคุณยังไม่เชื่อจะโทรไปถามคุณท่านตอนนี้ก็ได้แต่ผมไม่แน่ใจว่าคุณท่านจะรับโทรศัพท์หรือเปล่าเพราะนี่มันก็เที่ยงคืนแล้ว”
ผู้ชายที่ชื่อชาตรีส่งโทรศัพท์มือถือของตนเองที่คุณสุธีอยู่หลายรูปให้กีรติกาดูทำให้หญิงสาวเชื่ออย่างสนิทใจว่าเขาคือคนขับรถของคุณท่านจริงๆ
“แล้วถ้าฉันกลับเข้าบ้านไปดึกๆ แบบนี้จะไม่เป็นการรบกวนคุณท่านเหรอคะ” หญิงสาวถามต่อ
“ไม่หรอกครับเพราะคุณท่านเข้านอนแล้วก็ยากที่จะตื่น แต่คนที่รอรับคุณกรีนอยู่ที่บ้านน่าจะเป็นคุณกิตติเดชลูกชายของท่านมากกว่าจริงๆ แล้วคุณกิตติเดชก็อยากจะมารับคุณเองนั่นแหละแต่ เขายังทำงานไม่เสร็จผมก็เลยมารับคุณแค่คนเดียวครับ ผมว่ารีบไปกันดีกว่าไหมครับกรีนจะได้รีบกลับไปพักผ่อน”
เพราะผู้ชายคนนี้ท่าทางไว้ใจอีกทั้งยังรู้จักทั้งคุณท่านและกิตติเดชทำให้กีรติกาไว้ใจและเดินตามมายังรถตู้คันหรูที่จอดอยู่
“ผมเอากระเป๋าไปเก็บหลังรถให้นะครับ” เขาเปิดประตูรถให้กีรติกาเข้าไปนั่งส่วนตัวเองก็เดินอ้อมมาทางหลังรถและหยิบกระเป๋าขึ้นไปวางก่อนจะเข้ามาประจำที่ตำแหน่งคนขับอีกครั้ง
“คุณกรีนเดินทางมาเหนื่อยๆ ดื่มน้ำก่อนนะครับคุณท่านบอกว่าน้ำดื่มยี่ห้อนี้คุณกรีนชอบมาก”
หญิงสาวมองขวดน้ำที่วางอยู่ด้านหน้าแล้วยิ้มเพราะมันเป็นขวดน้ำยี่ห้อที่ไม่ค่อยมีคนดื่มเท่าไหร่และเธอก็เคยพูดว่าชอบดื่มน้ำยี่ห้อนี้มากๆ
กีรติกาจึงไม่ลังเลเลยที่เปิดแล้วดื่มอย่างรวดเร็วเพราะตลอดเวลาที่อยู่บนเครื่องเธอแทบไม่แตะต้องอาหารหรือเครื่องดื่มอะไรเลย หลังจากดื่มน้ำไปได้ไม่นานกีรติกาก็รู้สึกง่วงเผลอหลับไป
หญิงสาวไม่รู้ว่าตนเองเผลอหลับไปนานมากแค่ไหนรู้สึกตัวตื่นอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงคุณคุยกัน
เธอตกใจมากเพราะจำได้ว่าตัวเองนั่งรถออกมาจากสนามบินแต่ตอนนี้กลับมานอนอยู่บนเตียง หญิงสาวรีบลุกขึ้นและเปิดประตูออกไปอย่างรวดเร็ว
“ตื่นแล้วเหรอคะคุณ” หญิงสูงวัยคนหนึ่งถามด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างเป็นมิตร
“ค่ะ ที่นี่ที่ไหนคะแล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” เธอมองไปรอบๆ บ้านดูยังไงก็ไม่เหมือนบ้านคุณท่านที่เธอเคยไปพักอยู่เมื่อสองปีก่อนเลยสักนิด
“คุณหิวไหมเดี๋ยวป้าทำอะไรให้กิน” หญิงสูงวัยไม่คำถามของกีรติกาเพราะถูกเจ้านายสั่งห้ามไว้
“ป้าคะที่นี่มันคือที่ไหนแล้วฉันมาที่นี่ยังไง” ขณะที่ถามหญิงสาวก็มองไปบริเวณนอกรั้วบ้านและก็ได้ยินเสียงคลื่นกระทบฝั่งใบหน้าสวยซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
“ป้าคะ มันเกิดอะไรขึ้นกับฉันแล้วทำไมฉันมาอยู่ที่นี่” หญิงสาวถามอีกครั้ง
“ป้าตอบคำถามที่คุณถามป้าไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าคุณอยากจะรู้จริงๆ ก็รอให้เจ้านายของป้ากลับมาก่อนก็แล้วกันนะคะ”
“แล้วเจ้านายของป้าเป็นใครคะแล้วเมื่อไหร่เขาจะกลับมา”
“เย็นนี้เจ้านายของป้าก็คงจะมาถึงที่นี่ระหว่างนี้คุณกินอะไรก่อนดีกว่าไหมนี่มันก็บ่ายแล้ว”
“ไม่ค่ะ ฉันจะกลับบ้าน แล้วกระเป๋าของฉันไปไหน คนที่พามาเมื่อวานอยู่ไหนคะ” หญิงสาวโวยวายและทำท่าจะเดินลงจากบ้านก็พอดีกับชาตรีเดินสวนขึ้นมา
“คุณจะกลับไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้านายของผม”
“พวกคุณเป็นใครมีสิทธิ์มาขังฉันไว้ที่นี่ได้ยังไง ฉันจะกลับบ้านเอากระเป๋ามาให้ฉันเดี๋ยวนี้นะ” หญิงสาวโวยวายเสียงดังลั่นจนชายฉกรรจ์อีกคนหนึ่งเดินตามหลังคนขับรถเข้ามา
“ผมว่าคุณกลับขึ้นไปบนบ้านดีกว่านะ” เขาพูดด้วยเสียงที่เข้มกับท่าทางที่ดูน่ากลัว
“ทำไมฉันจะต้องเชื่อฟังพวกนายด้วยล่ะ”
“ที่ผมบอกคุณก็เพราะหวังดีนะไม่มีใครออกไปจากที่นี่ได้ถ้าไม่ได้รับอนุญาต”
“จะบ้าหรือเปล่านี่มันไม่ใช่ในละครนะที่จะจับคนมาขังไว้” หญิงสาวเถียงจากนั้นก็ลงจากบ้านแต่ชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่ก็ขวางทางเธอไว้ก่อน
“หลีกไปนะฉันจะกลับบ้าน”
“คุณรู้เหรอว่า จะออกไปจากที่นี่ยังไง” ชายร่างใหญ่ถาม
“นายก็บอกฉันมาซิว่าที่นี่มันที่ไหนเดี๋ยวฉันก็หาทางกลับไปได้เองแล้วน่า”
“อย่าเสียเวลาเลยคุณที่นี่เป็นเกาะส่วนตัวการจะเข้าออกจากที่นี่มีแค่ทางเดียวคือนั่งเรือเร็วเท่านั้นและตอนนี้กุญแจมันก็อยู่ที่ผม” ชายฉกรรจ์ชูกุญแจให้หญิงสาวดูก่อนจะใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงของตัวเอง
กีรติกาเห็นว่าไม่มีทางที่ตัวเองจะเดินผ่านชายฉกรรจ์ตัวโตไปได้หญิงสาวจึงกลับขึ้นมานั่งหน้าบูดอยู่บนบ้านอีกครั้ง “คุณคะป้าทำกับข้าวไว้หลายอย่างเลยคุณไปกินหน่อยดีไหม คุณไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วเดี๋ยวจะปวดท้องเอานะคะ”“ป้าคะป้าบอกหน่อยได้ไหมว่าที่นี่มันคือที่ไหน”“ป้าก็อยากจะบอกคุณนะคะแต่ป้าพูดไม่ได้จริงๆ”“ไม่มีใครบอกอะไรได้เลยเหรอคะ”“คุณกรีนอย่าเพิ่งคิดอะไรมากเลยค่ะกินข้าวก่อนนะคะ”“ป้ารู้ชื่อกรีนได้ยังไงคะ”“ป้าก็ต้องรู้ข้อมูลของเจ้านายทุกคนค่ะ”“แต่กรีนไม่ใช่เจ้านายของป้านะคะ”“ถึงไม่ใช่เจ้านายแต่คุณก็เป็นคนของเจ้านาย เอาเถอะค่ะอย่าเพิ่งเสียเวลาพูดเลยไปกินข้าวดีกว่านะคะ”“ก็ได้ค่ะ” เพราะไม่ได้ทานอะไรมาหลายชั่วโมงกีรติกาก็เริ่มจะหิวขึ้นมาหญิงสาวเดินตามป้าภรณ์ไปยังห้องครัวก่อนจะนั่งลง“ป้าไม่รู้ว่าคุณกรีนชอบกินอะไรบ้างก็เลยทำอาหารที่ไม่เผ็ดมากเท่าไหร่”“น่ากินทั้งนั้นเลยค่ะ” หญิงสาวมองหมูทอดกระเทียมพริกไทยผัดผักรวมมิตรแล้วก็ต้มยำกุ้งที่อยู่ตรงหน้าแล้วกลืนน้ำลายลงคออาหารไทยแบบนี้เธอไม่ได้ทานมานานแล้ว“พอจะทานได้ไหมคะ”“ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะว่าแต่ป้าชื่ออะไรคะกรีนจะได้เรียกถูก”“ป้า
กีรติกาเดินเล่นอยู่ไม่นานก็กลับขึ้นมาบนบ้านเพราะรู้สึกว่าไม่อิสระเลยที่มีคนคอยเดินตามตลอด หญิงสาวกลับขึ้นมาด้านบนบ้านและเข้าไปในห้องจากนั้นอาบน้ำก่อนจะหยิบชุดที่อยู่ในตู้มาสวมเธอต้องแปลกใจมากๆ เพราะนอกจากจะมีชุดที่เธอนำกลับมาจากอังกฤษแล้วในนั้นยังมีชุดผู้หญิงอยู่อีกหลายชุด แต่เธอก็เลือกที่จะหยิบชุดของตัวเองมาสวมก่อนจะเดินออกมาจากห้องและนั่งดูทีวีบริเวณห้องรับแขกเพื่อฆ่าเวลา ปกติแล้วหญิงสาวไม่ค่อยดูทีวีเท่าไหร่เวลาส่วนใหญ่มักจะหมดไปกับการเล่นโทรศัพท์มือถือมากกว่า แต่เมื่อไม่มีโทรศัพท์มือถือความบันเทิงที่เธอจะหาได้ในตอนนี้ก็คือการดูทีวีนั่นเอง“เย็นนี้คุณกรีนอยากกินอะไรคะ เดี๋ยวป้าจะทำให้”“กินอาหารเดิมก็ได้ค่ะป้าภรณ์ป้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อย”“ไม่เหนื่อยอะไรเลยป้ามีหน้าที่ดูแลคุณกรีนอยู่แล้ว”“ป้าคะแล้วเมื่อไหร่เจ้านายป้าจะมาเปิดสักทีล่ะคะ กรีนเบื่อที่จะต้องอยู่เฉยๆ แบบนี้แล้วนะคะ”“เดี๋ยวก็คงมาค่ะ”“กรีนเห็นมีเสื้อผ้า ผู้หญิงอยู่ในตู้เยอะเลยของใครเหรอคะ”“ก็ของคุณกรีนนั่นแหละค่ะเจ้านายเขาเตรียมไว้ให้”“ทำไมเขาจะต้องเตรียมเสื้อผ้าพวกนั้นไว้ให้กรีนด้วย”“อันนี้ป้าก็ไม่รู้เหมือนกันนะ คุณกร
กีรติกานั่งเครียดอยู่ในห้องรับแขกตอนนี้หญิงสาวกำลังต้องการคุยกับใครสักคนเรื่องนี้และอยากจะขอความช่วยเหลือแต่เธอก็นึกเบอร์โทรศัพท์ของใครไม่ได้เลยสักคน เธอต้องขอโทรศัพท์คืนมาจากวิคเตอร์ให้ได้หญิงสาวนั่งรอเขาอยู่ที่ห้องรับแขกเพราะป้าภรณ์บอกเจ้านายของเธอจะออกมารับประทานอาหารเย็นในเวลาหนึ่งทุ่มตอนนี้กีรติกากำลังคิดรวบรวมคำพูดที่จะขอโทรศัพท์คืนมาจากวิคเตอร์เพราะดูแล้วมันน่าจะเป็นทางเดียวที่เธอจะติดต่อเพื่อนได้ ส่วนเรื่องจะออกไปจากที่นี่ก็ค่อยหาทางกันอีกที แต่เธอคงไม่ยอมอยู่เฉยๆ แบบนี้แน่ หญิงสาวรอเวลาที่เขาจะออกมาจากห้อง เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูห้องก็รีบลุกขึ้นยืนทันที“คุณวิคเตอร์คะฉันมีเรื่องจะคุยด้วย” กีรติกายิ้มสู้และคิดว่าถ้าคุยกับเขาดีๆ เขาจะใจอ่อน“ตอนนี้มันเป็นเวลาอาหารฉันขอกินก่อนมีอะไรค่อยคุยกันทีหลัง”เขาบอกก่อนเธอก่อนจะเดินไปยังห้องครัว“แล้วจะต้องให้ฉันเชิญด้วยใช่ไหม” เขาหันมาถามหญิงสาวเมื่อเห็นว่าเธอยังยืนอยู่ที่เดิมกีรติกาถอนหายใจก่อนจะเดินตามเขาเข้าไปในห้องครัวเมื่อป้าภรณ์ตักข้าวให้กับทั้งสองแล้วก็เดินหายไปจากห้องครัวทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่อนข้างจะอึดอัด เธออยากจะถาม
กีรติการีบตื่นนอนตั้งแต่เช้าเพื่อจะคุยกับวิคเตอร์และหวังว่าเช้านี้ชายหนุ่มจะเปลี่ยนใจพาเธอกลับกรุงเทพแต่ก็ต้องผิดหวังมาออกมาจากห้องนอนแล้วป้าภรณ์บอกว่าเจ้านายออกไปจากเกาะตั้งแต่เช้า“เขาไปไหนคะป้าภรณ์ แล้วเย็นนี้จะกลับมาหรือเปล่า”“ก็คงจะออกไปทำงานนั่นแหละค่ะ แต่ตอนเย็นก็จะกลับมาค้างที่นี่คุณวิคเตอร์สั่งให้ป้าทำกับข้าวไว้รอแล้ว เช้านี้คุณกรีนต้องกินข้าวคนเดียวนะคะ ป้าทำข้าวต้มกุ้งไว้คุณคงไม่แพ้กุ้งใช่ไหม”“ไม่ค่ะ กินข้าวคนเดียวก็ดีเหมือนกันกรีนก็ไม่อยากจะเห็นหน้าเขามากนักหรอก” หญิงสาวเดินตามป้าภรณ์เข้าไปในห้องครัวและนั่งทานข้าวต้มจนหมดก็กลับเข้าห้อง จากนั้นยกแล็ปท็อปออกมานั่งทำงานต่อที่ห้องรับแขก เธอไม่ชอบนั่งทำงานในห้องนอนถึงแม้จะมีความเป็นส่วนตัวแต่เวลาเห็นเตียงนอนทีไรก็ง่วงทุกที ในขณะที่เธอกำลังนั่งทำงานอยู่นั้นก็มีเด็กสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา“ป้าภรณ์อยู่มั้ย” ผู้มาเยือนถามหญิงสาวที่นั่งอยู่บนพื้นในห้องรับแขก“ป้าภรณ์ทำความสะอาดห้องนอนคุณวิคเตอร์อยู่น่ะ มีอะไรกับป้าภรณ์เหรอเดี๋ยวฉันจะไปเรียกให้”“ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวหนูไปหาเอง” ท่าทางของผู้หญิงที่เดินเข้ามาเหมือนจะคุ้นเคยกับป้าภรณ์และด
หลังจากเดินเล่นรอบบริเวณบ้านและชายหาดฝั่งที่มีท่าเรือเล็กๆ แล้วกีรติกาก็เดินกลับขึ้นมาบนห้องรอรับประทานอาหารค่ำพร้อมวิคเตอร์ หญิงสาวอยากจะถามเขาอีกครั้งเผื่อเขาจะเปลี่ยนใจแต่ดูท่าทางสีหน้าของชายหนุ่มเหมือนจะเครียดกับอะไรสักอย่างเธอก็เลยนั่งรับประทานอาหารเงียบๆ“วันนี้เต้พาเธอไปที่ไหนบ้าง”“ก็เดินเล่นรอบๆ บ้านค่ะ ฉันอยากจะไปดูหมู่บ้านชาวประมงแต่เขาไม่พาฉันไปเขาบอกว่าที่นั่นมันอันตราย”“มันก็อันตรายอย่างที่เต้ว่านั่นแหละผู้หญิงสวยๆ อย่างเธออย่าเข้าไปใกล้แถวนั้นเลย เต้คงเล่าให้เธอฟังแล้วใช่ไหมว่ามีนักท่องเที่ยวเคยถูกคนแถวนั้นข่มขืน”“ใช่เขาเล่าให้ฉันฟังแล้ว แต่มันเรื่องจริงหรือแค่ขู่ไม่ให้ฉันไปกันแน่ล่ะ”“เรื่องจริงสิถ้าเธออยากจะไปที่นั่นจริงๆ ก็บอกฉันล่วงหน้า”“ทำไมต้องบอกล่วงหน้าล่ะ”“ฉันจะได้พาคนของฉันมาเพิ่มไงล่ะ เพราะถ้าไปกันตามลำพังสองสามคนฉันก็สู้พวกนั้นไม่ไหวหรอกนะ ชายฉกรรจ์พวกนั้นทั้งแข็งแรงและมีกันหลายคน”“คุณทำเหมือนกับว่าที่นั่นเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนเลยนะ”“มันก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกแต่พวกเขาไม่ใช่คนไทยทั้งหมดหรอก มันเลยยากที่จะพูดคุยกันน่ะ”“ไม่ใช่คนไทยเหรอคะ แล้วเกาะที่เราอยู่
“ขอโทษนะคะที่นี่ไหนคะ” เธอถามคนที่นั่งอยู่บนท่าเรือ“คุณมาที่นี่โดยไม่รู้ว่าคือที่ไหนเหรอ”“ฉันถูกผู้ชายคนหนึ่งจับตัวมาและตอนนี้ฉันก็กำลังจะหาทางกลับบ้านของฉัน”“บ้านคุณอยู่ที่ไหน”“บ้านฉันอยู่ประเทศไทยค่ะ ที่นี่ห่างจากประเทศไทยนานไหม”“ที่นี่เป็นเกาะนอกเขตประเทศไทยถ้าจะเดินทางจากที่นี่ก็ต้องนั่งเรือไปอีกประมาณเกือบสองชั่วโมง”“คุณช่วยหาหรือจ้างให้ฉันหน่อยได้ไหมฉันอยากกลับประเทศไทย”“ได้สิว่าแต่คุณชื่ออะไรล่ะ” นายท่าเรือมองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วยิ้มเพราะดูเหมือนหญิงสาวคนนี้จะไม่รู้อะไรเลยรูปร่างและหน้าตาแบบนี้ถ้าเขาพาเธอไปขายให้กับเสี่ยกระเป๋าหนักก็คงได้หลายบาทอยู่“ฉันชื่อกรีน”“ผมขอดูบัตรประชาชนของคุณหน่อยได้ไหม ถ้าเกิดคุณเป็นคนร้ายปลอมตัวมาหรือมีคดีมาผมก็คงจะลำบากถ้าให้การช่วยเหลือคุณ”“ฉันถูกเขาจับตัวมากเพราะฉะนั้นฉันไม่มีบัตรประชาชนหรอก”“แล้วเงินค่าจ้างล่ะจะให้เท่าไหร่”“ถ้าถึงฝั่งแล้วฉันจะให้คุณ”“ตลกแล้วคุณ” เขาหัวเราะเบาๆ จากนั้นก็เรียกชายฉกรรจ์อีกหลายให้ออกมาจับแขนของหญิงสาวไว้“นี่พวกคุณจะพาฉันไปไหน”“ฉันว่าเธอต้องเป็นสายของตำรวจที่ขึ้นมาหาข่าวที่นี่แน่ๆ จับเธอไปขังไว
กีรติกาพยายามเดินหาคนที่พอจะช่วยเหลือเธอได้แต่ดูเหมือนทุกคนจะไม่สนใจเธอเลยต่างสนใจแค่กิจกรรมตรงหน้าซึ่งมีทั้งตู้ปั่นสล็อต ไพ่ บาคาร่า รูเล็ตต์ ซึ่งเธอก็เคยสัมผัสบรรยากาศแบบนี้มาบ้างตอนที่ไปเที่ยวลาสเวกัสกับเพื่อนๆ“สนใจจะเล่นเหรอกรีน” เสียงที่กระซิบทางด้านหลังทำให้หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวและหันไปมองก็เจอว่าวิคเตอร์นั้นเดินเข้ามาประชิดตัวเธอแล้ว“มันก็น่าสนใจอยู่”“ที่เธอตามฉันมาไม่ใช่คงไม่ใช่เพราะอยากจะมาเล่นอะไรพวกนี้หรอกนะ”“แล้วถ้าฉันบอกว่าใช่ล่ะ” หญิงสาวพูดกับเขาแต่สายตาก็ยังคงมองหาใครสักคนที่จะเข้ามาช่วยเธอได้“เธอคิดว่าฉันดูเธอไม่ออกเหรอ ฉันเห็นเธอตั้งแต่อยู่บนเรือแล้วและก็รอว่าเมื่อไหร่เธอจะมาที่นี่”“คุณเห็นฉันตั้งแต่บนเรือแล้วทำไมคุณยังยอมให้ผู้ชายพวกนั้นที่ท่าเรือจับฉันไปแบบนั้นล่ะ”“ก็ฉันอยากรู้ว่าเธอจะเอาตัวรอดยังไงกับสถานการณ์แบบนั้น แต่เธอก็เก่งนะที่ทำให้คนพวกนั้นพาเธอมาส่งฉันที่นี่ได้”“คุณคงไม่คิดจะให้พวกนั้นพาฉันไปขายจริงๆ หรอกใช่ไหมล่ะ” หญิงสาวถามขณะที่เดินตามเขามายังด้านนอกโรงแรมซึ่งเป็นบริเวณสนามหญ้าเขานั่งลงบนเก้าอี้และฉุดให้เธอนั่งลงข้างๆ“ไม่หรอกเพราะฉันยังไม่ได้แก้แ
ริมฝีปากของกีรติกาถูกประกบด้วยริมฝีปากของวิคเตอร์อย่างแนบชิดเธอรู้สึกหัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาจากอก เมื่อร่างกายทั้งสองแนบชิดไฟสวาทที่ซ่อนอยู่ก็ลุกโหมขึ้นอย่างรวดเร็ว เลือดลมในกายแล่นพล่าน“ถึงเวลาแก้แค้นแล้วสินะกรีน”เขาพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าร่างนุ่มนิ่มและกลิ่นกายของหญิงสาวมันหอมยั่วยวนจนเขาแทบคุมตัวเองไม่อยู่“คุณวิคเตอร์ แต่ฉันไม่พร้อมจริงๆ นะ”“วิคเตอร์ เวลาอยู่บนเตียงเธอต้องเรียกฉันว่าวิคเตอร์”“วิคเตอร์คะแต่ฉันยัง.......อื้อ.....”เธอพูดไม่ทันจบริมฝีปากหยักของชายหนุ่มก็ประกบจูบลงมาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวกีรติกาสั่นสะท้านและดูหวาดกลัวจนวิคเตอร์รู้สึกแปลกใจแต่เขาคิดว่าที่เธอเป็นแบบนั้นก็เพราะเธอกำลังเสแสร้ง เขายังคงจูบอย่างเอาแต่ใจและรู้สึกว่าการจูบของหญิงสาวนั้นจูบไม่ประสาเลยสักนิดแต่มันทำให้เขารู้สึกดีจนไม่อยากจะหยุดจูบเธอเลยจูบเริ่มเร่าร้อนขึ้นริมฝีปากของทั้งสองบดเบียดแนบชิด เมื่อเธอเผยอเรียวปากเขาก็สอดลิ้นหนาเข้าไปสำรวจโพรงปากเล็กๆ ดูดกลืนความหวานตามใจชอบ เมื่อลิ้นเล็กพยายามผลักไสด้วยสัญชาตญาณก็กลายเป็นการตอบโต้โดยอัตโนมัติ นั่นยิ่งทำให้วิคเตอร์ครางในลำคออย่างพอใจ สองเรียวลิ
คุณวัชรีเดินออกจากห้องรับแขกไปแล้วตอนนี้ก็เหลือแค่กีรติกากับวิคเตอร์เพียงสองคนเท่านั้น“สนุกมากไหมคะที่ทำแบบนี้กับฉัน”“ไม่เลยกรีน ฉันเครียดมากตอนที่หาเธอไม่เจอ ฉันคิดจะขอเธอแต่งงานหลังจากเครื่องเพชรทั้งหมดทำเสร็จแล้ว แต่พอมาเจอเธอวันนี้ก็เลยคิดว่าขอเธอแต่งงานวันนี้น่าจะดีกว่าเพราะฉันไม่อยากให้เธอหนีไปไหนอีกแล้ว”“คุณไม่รู้จริงๆ เหรอว่าฉันอยู่ที่นี่”“ไม่รู้เลย แม่ไม่เคยบอกอะไรฉัน ที่มาวันนี้ก็เพราะแม่ชวนมากินข้าวและฉันก็อยากจะเอาแหวนมาอวดแม่ด้วย”“จะให้ฉันแน่ใจได้ยังไงว่าคุณไม่หลอก ที่ผ่านมาคุณไม่เคยพูดหรือแสดงความรู้สึกอะไรกับฉันเลย”“ถ้าฉันจะหลอกเธอฉันจะกล้าขอเธอแต่งงานต่อหน้าแม่เหรอกรีน ถึงฉันไม่ใช่คนดีเต็มร้อย แต่ฉันก็คิดว่าฉันทำทุกอย่างก็เพราะฉันรักเธอนะ” เพราะมารดาไม่อยู่แล้วชายหนุ่มก็พูดคำว่ารักออกมา“รักฉันเหรอคะ”“ใช่สิถ้าไม่รักคงไม่ตามตื๊ออยู่แบบนี้หรอก”“ฉันว่าคุณอยากจะเอาชนะฉันมากกว่า”“ฉันไม่เคยคิดแบบนั้น ฉันแค่อยากอยู่กับเธออยากใช้ชีวิตกับเธอ”“ฉันไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่คุณพูดหรอกนะคุณวิคเตอร์ เราสองคนต่างกันมาก”“พ่อกับแม่ของฉันก็ต่างกันมากแต่ท่านก็อยู่ด้วยกันอย่างมีคว
เย็นวันนี้ลูกชายของคุณวัชรีจะมาทานอาหารเย็นที่บ้านกีรติกากับป้าบัวโรยและมะลิจึงช่วยกันทำอาหารตั้งแต่บ่ายเมื่ออาหารทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยกีรติกาก็ขอตัวไปอาบน้ำ ก่อนจะลงมาที่ห้องรับแขกอีกครั้งในเวลาเกือบจะหกโมงเย็นซึ่งเป็นเวลาทานอาหารของคุณวัชรีหญิงสาวเดินลงบันไดมาและเห็นว่าตอนนี้มีผู้ชายคนหนึ่งนั่งหันหน้าออกไปทางหน้าบ้านกีรติการณ์คิดว่าน่าจะเป็นลูกชายของคุณวัชรี แต่พอเดินอ้อมมาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าคนที่นั่งอยู่คือใคร“กรีนเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” วิคเตอร์ตกใจมากที่มาเจอหญิงสาวที่นี่“ฉันควรถามคุณมากกว่านะว่าคุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงแล้วมาคุยอะไรกับคุณน้า”“เดี๋ยวใจเย็นๆ ก่อนทั้งสองคนเลยหนูกรีนมานั่งกับน้าตรงนี้”“ค่ะน้าหนิง” หญิงสาวเดินไปนั่งคู่กับเจ้าของบ้านแต่สายตาก็จ้องวิคเตอร์อย่างจ้องจับผิดเธอกลัวว่าชายหนุ่มจะมาพูดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาและก็กลัวว่าคุณวัชรีจะบอกวิคเตอร์เรื่องที่เธอกำลังตั้งครรภ์อยู่“หนูกับลูกชายน้ารู้จักกันมาก่อนเหรอ”“คนนี้ลูกชายน้าหนิงเหรอคะ”“ใช่จ้ะ น้าไม่รู้เลยว่าทั้งสองคนรู้จักกันมาก่อน”“น้าหนิงไม่รู้จริงๆ ใช่ไหมคะว่าหนูกับเขารู้จักกัน” หญิงสาวสา
วิคเตอร์เธอยังคงพยายามโทรศัพท์หากีรติกาอยู่ทุกวันแต่หญิงสาวก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์ของเขา เธอจะรับโทรศัพท์ของเขาก็ต่อเมื่อส่งงานมอบงานให้เขาแล้วเท่านั้นแล้ววันนี้ก็เป็นวันที่หญิงสาวทำงานทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยเธอส่งไฟล์ให้เขาไม่ถึงห้านาทีชายหนูก็โทรศัพท์กลับมา“กรีนเธอใจร้ายกับฉันมากเลยนะ เราตกลงเป็นแฟนกันแล้วทำไมฉันโทรหาเธอตลอดทั้งสัปดาห์เธอไม่ยอมรับโทรศัพท์ฉันเลย แล้วฉันไปหาที่คอนโดเขาก็บอกว่าเธอไม่อยู่ที่นั่นเธอย้ายไปอยู่ที่ไหนทำไมไม่บอกฉัน เกิดอะไรขึ้นกับเธอหรือเปล่าฉันเป็นห่วงเธอมากๆ นะ”“ใจเย็นค่ะคุณวิคเตอร์ถามอะไรมายาวแบบนั้นใครมันจะตอบคำถามคุณทันล่ะคะ” กีรติกาอดขำไม่ได้กับคำถามที่วิคเตอร์ถามรัวมา“ถ้างั้นเอาคำถามนี้ก่อนก็แล้วกัน ตอนนี้เธอทำอะไรอยู่ที่ไหน”“ฉันก็ออกแบบงานให้คุณไงคะ งานก็เสร็จแล้วเพิ่งส่งไปเมื่อกี้ ฉันคิดว่าที่คุณโทรหาฉันก็เพราะคุณได้รับงานของฉันแล้วนะคะ”“กรีนเราคงต้องคุยกันอย่างจริงจังนะ”“ก็นี่ไงคะจริงจัง”“ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องงานฉันหมายถึงเรื่องระหว่างเรา”“ระหว่างเรามันก็จบไปแล้วตั้งแต่วันที่ฉันออกมาจากเกาะค่ะและที่ฉันยังติดต่อคุณตอนนี้ก็เพราะเรื่องงานเท่านั้น
บ้านของคุณวัชรีหลังค่อนข้างใหญ่มีบริเวณบ้านกว้างขวางกีรติกาถูกพามาในห้องนอนห้องหนึ่งซึ่งอยู่คนละฝั่งกับห้องนอนของเจ้าของบ้านเพราะเธออยากให้กีรติกามีความเป็นส่วนบ้านหลังนี้มีคนขับรถหนึ่งคนและคนรับใช้อีกสองคนคนหนึ่งชื่อมะลิเป็นหญิงสาวอายุน่าจะประมาณสามสิบปีซึ่งเธอให้กีรติกาเรียกว่าพี่มะลิส่วนอีกคนหนึ่งเป็นมารดาของพี่มะลิชื่อป้าบัวโรยซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องการทำอาหารเช้านี้กีรติกาตื่นมาก็อาเจียนแต่เช้าแต่ก็พยายามฝืนตัวเองลงมาทานอาหารเพราะไม่อยากให้เจ้าของบ้านเป็นห่วงไปมากกว่านี้“หน้าซีดมากเลยเมื่อเช้าอาเจียนใช่ไหม ถ้าหนูลงมาไม่ไหวก็บอกได้นะ น้าจะให้มะลิเอาอาหารขึ้นไปให้บนห้อง”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะอยู่ในห้องมันอุดอู้หนูลงมาแบบนี้อากาศดีๆ เดี๋ยวก็ดีขึ้น”“เช้านี้ป้าทำแกงไตปลากับขนมจีนนะคะคุณกรีนทานได้ไหม”“ได้ค่ะของโปรดหนูเลย”“หนูกรีนชอบทานอาหารใต้เหมือนกันใช่ไหม”“ใช่ค่ะหนูว่ารสชาติมันจัดจ้านดี”“แต่หนูอย่าทานเยอะนะอาหารใต้มันเผ็ดมากๆ เดี๋ยวมันจะไม่ดีกับเด็กในท้อง ป้าทำต้มจืดกับผัดผักด้วยนะ แต่ป้าไม่ได้ใส่กระเทียมนะคะเพราะรู้ว่าคนท้องไม่ชอบกินกระเทียมเจียว”“ขอบคุณป้าบัวโรยมากนะคะ
วันนี้เป็นวันประชุมผู้ถือหุ้นกีรติกาแต่งตัวตั้งแต่เช้าเธอสวมสูทสีครีมกับกางเกงสีเดียวกันดูสุภาพกว่าวันปกติมาก เมื่อแต่งตัวเสร็จก็ลงมานั่งรอทนายความอยู่บริเวณชั้นล่างของคอนโดเพราะวันนี้ทนายความจะเป็นคนพาเธอไปแนะนำให้กับหุ้นส่วนใหญ่และพนักงานทุกคนได้รู้จักเมื่อไปถึงบริษัทเธอก็ทักทายพนักงานที่พอจะรู้จักกันบ้างจากนั้นก็เข้าไปนั่งรอในห้องประชุมไม่นานนะผู้หญิงดูท่าทางภูมิฐานคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้องเธอแนะนำตัวเองว่าชื่อวัชรีเป็นนักธุรกิจชาวไทยที่ไปแต่งงานกับสามีชาวต่างชาติการประชุมในวันนี้ไม่ได้มีเรื่องอะไรมากมายคุณวัชรีอยากให้ทุกคนทำหน้าที่ไปอย่างเดิม ในส่วนของแผนการแผนงานทั้งหมดเธอจะส่งให้ผู้จัดการแต่ละแผนกนำไปปฏิบัติอีกทีหลังเสร็จจากการประชุมแล้วคุณวัชรีก็ขอคุยกับกีรติกาเป็นการส่วนตัวโดยทั้งสองมาคุยกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากบริษัทมากนัก“คุณวัชรีชอบทานอาหารใต้เหรอคะ”“เราอยู่กันสองคนหนูเรียกฉันว่าน้าหนิงก็ได้”“แต่คุณเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เลยนะคะหนูไม่กล้าเรียกหรอกค่ะ”“ก็ตอนนี้เราไม่ได้อยู่ในบริษัทนะ น้าเคยมีลูกสาวพอเห็นหนูก็ทำให้รู้สึกคิดถึงลูกสาวมากๆ”“ลูกสาวคุณน้าเธอทำงา
เช้านี้กีรติกาตื่นนอนสายกว่าทุกวันหญิงสาวรู้สึกเวียนศีรษะเป็นอย่างมากพอลุกขึ้นได้ยังไม่ทันจะเดินไปไหนไกลก็วิ่งเข้าห้องน้ำ เพื่อโก่งคออาเจียนอยู่หลายครั้งเธอคิดว่าน่าจะเกิดจากอาหารเป็นพิษแต่พอนึกถึงเมนูที่รับประทานไปเมื่อวานก็นึกไม่ออกเลยว่าเมนูไหนที่จะทำให้เธอเกิดอาการแบบนี้หญิงสาวอาบน้ำแล้วคิดว่าถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นก็อาจจะไปให้หมอตรวจดูสักหน่อย แต่ขณะที่เปิดลิ้นชักจะหยิบชุดชั้นใน สายตาก็เหลือบไปเห็นถุงผ้าอนามัยที่อยู่ด้านในสุดซึ่งตนเองซื้อมาตั้งแต่เมื่อเดือนที่แล้วแต่ยังไม่ได้ถูกเปิดใช้งานเลยสักครั้งกีรติกาหน้าซีดเผือดเมื่อนึกย้อนไปตั้งแต่กลับมาจากอังกฤษเธอก็เป็นรอบเดือนแค่ครั้งเดียวและหลังจากที่กลับมาจากเกาะแล้วก็ไม่เป็นอีกเลยเธอคิดว่าตนเองไม่น่าจะท้องเพราะครั้งแรกที่มีอะไรกับวิคเตอร์ก็ทานยาคุมฉุกเฉินจากนั้นก็ทานยาคุมกำเนิดมาตลอดจะมีก็แค่ช่วงที่เธอไปอยู่บนเรือสำราญที่ไม่ได้ทานยาถึงสามวันติดแต่พอกลับมาเธอก็รีบทานยาให้ครบจำนวนแต่เมื่อนึกถึงคำพูดของเภสัชกรแล้วเธอก็รู้สึกตัวชาเพราะหากลืมกินยาติดต่อกันนานเกินสามวันโอกาสที่จะตั้งท้องก็มีอยู่มาก“คงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้ง” เธอพูดกับ
วิคเตอร์พากีรติกามาทานอาหารที่ร้านอาหารอิตาเลียนในโรงแรมแห่งซึ่งเขาจองโต๊ะไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว“ฉันสั่งสปาเก็ตตี้ไวท์ครีมซอสซีซ่าร์สลัดและสเต็กแซลมอนไว้ให้เธอคิดว่าเธอคงชอบนะ”“ทำไมสั่งมาให้ฉันเยอะจัง ฉันกินไม่หมดหรอกนะคะ”“ฉันก็ไม่ได้บังคับนี่ว่าเธอจะต้องกินหมด อาหารมาแล้วเรารีบกินกันก่อนดีกว่าไหมวันนี้ทั้งวันฉันยังไม่ได้กินข้าวเลย”กีรติกามองอาหารตรงหน้าซึ่งมันเป็นของโปรดเธอทั้งสามอย่างหญิงสาวจำได้ว่าตอนที่อยู่บนเรือสำราญและตอนไปทานอาหารด้วยกันที่สิงคโปร์เป็นเมนูที่เธอสั่งมาทานนับว่าวิคเตอร์เป็นคนความจำดีใช้ได้เลยทีเดียวเธอตักสปาเก็ตตี้ไวท์ครีมซอสมาทานได้สองคำก็รู้สึกว่ามันไม่อร่อยเลยสักนิดทั้งที่เป็นอาหารโปรดของเธอหญิงสาวจึงเปลี่ยนมาทางเป็นซีซาร์สลัดและสเต็กปลาแซลมอนแทน“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะกรีนมันไม่อร่อยเหรอ”“อร่อยค่ะแต่วันนี้ฉันไม่กินอะไรที่มันเลี่ยนๆ”“อยากกินอย่างอื่นเพิ่มไหม เดี๋ยวสั่งฉันสั่งให้”“ไม่เป็นไรค่ะแค่นี้ก็พอแล้ว”ทั้งสองนั่งรับประทานอาหารไปด้วยคุยกันไปด้วยและดูเหมือนวิคเตอร์จะเจริญอาหารมากกว่าปกติส่วนกีรติกานั้นทานได้อย่างละนิดก็รู้สึกอิ่ม“ดื่มไวน์หน่อยไหม” เขาส
กีรติกาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะกดโทรออกไปหาเบอร์ที่ไม่เคยติดต่อกันมานานถึงสองเดือน“สวัสดีกรีนคิดถึงฉันเหรอถึงโทรมาหาฉัน”“สวัสดีค่ะคุณวิคเตอร์ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณ”“ฉันก็อยากจะคุยกับเธอเหมือนกัน เราไม่ได้คุยกันนานแล้วเธอใจร้ายมากนะที่คิดต่อฉันมาเลย”“วันนี้ฉันก็โทรหาคุณแล้วนี่คะ”“ที่โทรหาเพราะมีเรื่องจะคุยกับฉันใช่ไหมล่ะ ถ้าไม่มีเรื่องจะคุยเธอก็ไม่คิดจะโทรหาฉันเลย”“แล้วทำไมฉันจะต้องเป็นฝ่ายโทรหาคุณด้วยล่ะคะ คุณก็ไม่คิดจะโทรหาฉันเหมือนกัน”“น้อยใจเหรอ”“เปล่าหรอกฉันไม่เคยมีความคิดแบบนั้นเลย”“แต่ฉันน้อยใจนะ”“นั่นมันก็เรื่องของคุณค่ะ ที่ฉันโทรมาวันนี้ก็แค่อยากจะถามอะไรสักอย่างไม่ได้อยากจะมาฟังคุณบ่นน้อยใจหรอกนะคะ”“ฉันจะตอบทุกคำถามของเธอถ้าเธอออกมาเจอฉัน เรานัดเจอกันที่ไหนดีล่ะ”“เราไม่จำเป็นต้องนัดเจอกันหรอกค่ะ แค่คุยทางโทรศัพท์ก็น่าจะพอแล้ว”“แต่ตอนนี้ฉันอยู่กรุงเทพนะ”“อะไรนะคะคุณขึ้นมากรุงเทพเหรอ”“อือ ฉันมีเรื่องงานที่ฉันจะต้องจัดการ แต่เย็นนี้ฉันว่างไปกินข้าวกันไหมแล้วเราจะได้คุยกันด้วย”วิคเตอร์รู้ว่าที่กีรติกาโทรศัพท์มาหาเขาก็เพราะวันนี้เธอไปพบกับทนายซึ่งเขาคิดอยู่แล้วว
ผ่านมาเกือบสองเดือนแล้วที่กีรติกากลับมาอยู่กรุงเทพ หญิงสาวรับงานออกแบบจากหลายๆ บริษัทมันทำให้เธอทำงานเพลินจนลืมเรื่องที่คุยกับวิคเตอร์ครั้งสุดท้ายจนกระทั่งวันนี้ทนายของบริษัทที่คุณสุธีบริหารงานอยู่ก็นัดให้เธอออกมาคุยที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับคอนโดมิเนียมของหญิงสาว“สวัสดีครับคุณกีรติกาใช่ไหม”“ใช่ค่ะคุณทนายใช่ไหมคะ”“ใช่ครับ เชิญคุณกีรติกานั่งก่อนครับ”“ขอบคุณค่ะ คุณเรียกฉันว่ากรีนก็ได้ มีอะไรจะคุยกับฉันเหรอคะ”“เรื่องหุ้นของบริษัทครับ”“หุ้นของบริษัทเหรอคะ พ่อฉันขายให้คุณสุธีไปแล้วถ้าคุณจะคุยเรื่องหุ้นก็น่าจะคุยกับคุณสุธีมากกว่านะคะ”“แต่พ่อคุณไม่ได้ขายหุ้นทั้งหมดนะครับ”“อะไรนะคุณหมายความว่ายังไง”“พ่อคุณขายหุ้นไปแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์เองนะครับ ส่วนอีก ยี่สิบเปอร์เซ็นต์เขาเหลือไว้ให้คุณนะครับ คุณสุธีไม่ได้แจ้งเรื่องนี้ให้คุณทราบเหรอ”“ไม่ค่ะฉันไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย”“แล้วตลอดสองปีที่ผ่านมาคุณไม่ได้รับเงินปันผลเลยเหรอ”“ไม่ค่ะมันเกิดอะไรขึ้นคะ มันเป็นเรื่องจริงใช่ไหม”“ใช่สินี่ไงครับหลักฐานการถือหุ้นพ่อคุณซึ่งถ้าพ่อคุณเสียชีวิตหุ้นก็จะตกเป็นของคุณ”“ฉันนึกว่าพ่อขายไปหมดแล้ว