ที่โรงเตี๊ยมนอกเมืองหวงโจว ในยามดึกเงียบสงัด พลันปรากฏเงาร่างสีดำ กำลังพุ่งตรงมายังโรงเตี๊ยมแห่งนี้ บนหลังคาเห็นร่างนั้นค่อยๆ งัดกระเบื้องหลังคาออกมาหนึ่งแผ่น ก่อนที่จะจุดไฟใส่กระบอกไม้ พอเริ่มมีควันมันก็ก้มลงเป่าลงไปในห้องใต้หลังคา
มันนั่งนิ่งรอชั่วอึดใจ ก็ก้มลงมองดู ก่อนที่จะลงมืองัดหลังคาออก พอที่ตัวมันลอดลงไปได้
ในห้องนั้นเห็นเงาร่างชุดดำสะท้อนแสงจันทร์เพ็ญ ที่ส่องผ่านลูกกรงหน้าต่าง มันตรงไปยังเตียงนอนที่มีสตรีนางหนึ่งนอนหลับอยู่ มันเอื้อมมือเขย่าร่างสตรีนางนั้น แต่นางก็ไม่ตกใจตื่น เห็นมันยิ้มอย่างพออกพอใจ
จากนั้นมันก็เริ่มปลดสายรัดเสื้อของสตรีนางนั้นออก ค่อยๆบรรจงแหวกแยกออกจากกันช้าๆ ก่อนที่จะรูดกางเกงตามออกมาติดๆ บัดนี้ร่างของสตรีนางนั้นเหลือแต่เอี๊ยมสีแดงปักลูกไม้ตัวน้อยที่ไม่สามารถปกปิดความอวบใหญ่ของเนินอก ที่ล้นทะลักออกมา มันถูมือตัวเองไปมา พึมพำเบาๆ
“แม่นางคนนี้ ช่างอวบใหญ่จริงๆ คืนนี้สวรรค์เป็นของข้าแล้ว ฮา..ฮา..”
มันค่อยๆบรรจงปลดเอี๊ยมตัวน้อยออก ภาพที่ปรากฏตรงหน้า พลันคือร่างที่ขาวโพลนสะท้อนแสงจันทร์ เห็นมันตาถลนแทบหลุดออกมาจากเบ้า เรือนร่างที่แสนโสภา เนินอกที่ขาวสล้างทั้งสองอวบใหญ่จนล้นมือ หน้าท้องที่แบนราบปราศจากไขมัน ลดต่ำลงมา เนินสวาทกลางหว่างขา ที่มีหญ้าขึ้นรกประปราย ดูแล้วชวนให้แหวกค้นหาขุมทรัพย์ยิ่งนัก
มือทั้งสองของมันลูบไล้อย่างแผ่วเบา จากลำคอลงมาถึงปทุมถันทั้งสอง ที่อวบใหญ่จนมันกำไม่มิด มันคลึงเคล้นเบาๆ เพียงชั่วครู่เม็ดบัวน้อยๆกลางเต้า ก็แข็งสู้มือตามสัญชาตญาณ แล้วก็ลูบไล้ลงมาจนถึงเนินสวาทกลางหว่างขา มันใช้นิ้วกลางลูบเน้น
พักใหญ่มันก็เริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าตัวเองออก รู้สึกถึงแก่นกายตัวเองพองใหญ่ ในช่วงขณะนั้นก็มีเงาร่างอีกสายหนึ่ง ค่อยๆย่องเข้ามาด้านหลังจนห่างประมาณวาเศษ เงาร่างดำที่กำลังถอดเสื้อผ้าอยู่ก็รู้สึกตัว มันหันร่างกลับสะบัดฝ่ามือเข้าใส่ทันที เงาร่างที่มาที่หลัง พบว่ามีฝ่ามือฟาดตรงเข้ามา ก็หลีบพลิกร่างหลบ ฟาดฝ่ามือเข้าปะทะด้วย
เสียงเพี๊ยะดังขึ้นครั้งหนึ่ง ก่อนที่เงาร่างทั้งสองจากแยกออกจากกัน ได้ยินเสียงตวาดดังสดใส
“โจรร้าย! บังอาจนัก ยอมให้ข้าจับกุมเสียดีๆ”
เสียงสตรีดังขึ้น แต่เงาร่างสายแรกรีบพุ่งร่างทะลุหลังคาหนีออกไปแล้ว สตรีนางนั้นหันมามองร่างของสตรีสาวที่นอนเปล่าเปลือยไม่รู้สึกตัว ก่อนที่จะสะบัดผ้านวมมาคลุมร่างนางไว้ แล้วก็พุ่งร่างตามไป เงาร่างหนึ่งพุ่งหนีมุ่งหน้าสู่ป่านอกเมือง
อีกเงาร่างพุ่งไล่ล่าตามจนเกือบทัน พลันเงาร่างสายแรกก็หยุดร่างนิ่ง เงาร่างสตรีนางนั้นตามจนทัน นางพุ่งร่างเข้ามาห่างไม่ถึงวา
พลันโจรร้ายก็หันร่างกลับสะบัดฝุ่นสีจางๆเข้าใส่ สตรีนางนั้นรีบพุ่งร่างหลบ แต่ก็ไม่วายสูดเข้าไป เห็นนางส่ายหน้ามึนงง ร่างนางโงนเงน
“เจ้า...เจ้า...”
“ฮา..ฮา..สตรีเสียด้วย ไม่ได้คนนั้นก็ได้คนนี้แทน คืนนี้สวรรค์เป็นใจให้ข้าจริงๆ ฮา...ฮา...”
“เจ้า...เจ้า...”
นางชี้หน้าโจรร้าย มือนางสั่นระริกๆ
“เจ้าโดนพิษที่ข้าเพิ่งปรุงมาใหม่เป็นคนแรก นี่คือพิษ กิมโง้วเหมย (ดอกไม้ทองทั้งห้า) ผู้ใดโดนพิษชนิดนี้แล้ว จะรู้สึกกระหายในร่างของบุรุษขึ้นมาทันทีทันใด และที่นี่ก็มีข้าเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่จะช่วยดับพิษให้เจ้าได้ ฮา..ฮา..”
มันเดินเข้ามาจนใกล้ สตรีนางนั้นรีบถอยร่างหนี แต่ก็ไม่สามารถยืนอยู่ได้ ล้มตัวลงกับพื้น โจรร้ายผู้นั้นเดินเข้ามาพร้อมกับถอดเสื้อผ้าตัวเองออก เห็นท่อนเนื้อที่ยาวใหญ่ของมัน แข็งชูชันตระหง่าน
“เจ้าดูของข้าสิ...สิ่งนี้จะช่วยเจ้าได้...”
มันชี้นิ้วมาที่ท่อนเนื้อยาวใหญ่ของมัน พร้อมกับเดินเข้ามาที่ปลายขาสตรีนางนั้น เห็นนางเบือนหน้าหนีพยายามไม่หันมามอง
“เจ้าลองหันมาดูสิ...แล้วเจ้าจะมีความสุขมากที่สุดในชีวิต...”
พิษในร่างของนางกำเริบมากขึ้น จนนางทนไม่ได้หันหน้ากลับมา นางมองเห็นท่อนเนื้อที่ทั้งยาวใหญ่และแข็งชูชัน ยิ่งเกิดอารมณ์เสียวซ่านที่ใต้ท้องน้อย จนต้องร้องครางออกมาเบาๆ
“ฮา ฮา ในที่สุดเจ้าก็ทนไม่ได้ มาข้าจะช่วยเจ้าเอง”
มันก้มลงมา หมายจะแกะสายรัดของสตรีนางนั้นออกเอง
ทันใดนั้นเองก็ได้ยินเสียงพูดด้านหลังมัน
“เจ้าเป็นใคร คิดจะข่มขืนสตรีนางนี้หรือไร?”
โจรร้ายสะดุ้งร่างเฮือก รีบพุ่งร่างหลบทันที มือก็สลัดอาวุธลับเข้าใส่ต้นเสียงนั้นทันทีทันใด เห็นเงาร่างสายนั้น สะบัดพัดในมือคลี่ออกสะบัด อาวุธลับดังกล่าวพุ่งกลับเข้าหาโจรร้าย
“อ๊ากก เจ้า เจ้า”
มันกระตุกร่างเฮือกใหญ่ เนื่องจากโดนอาวุธลับของตัวเอง
“เจ้าคงทำชั่วไว้มาก กรรมเลยตามสนอง รีบเอายาขจัดพิษออกมาให้ข้า”
“ฮา ฮา ถึงข้าจะตาย แต่ แต่นางคนนี้ก็ต้องตายตามด้วย”
“เจ้า...หมายความว่า...”
“นางโดนพิษกิมโง้วเหมยของข้า ต้องร่วมรักกับบุรุษและต้องถึงจุดสุดยอดห้าครั้ง ภายในสิบสองชั่วยาม พิษก็จะสลายไปเอง แต่ท่านกลับมาขัดขวางพิษได้ซึมเข้าสู่หัวใจนางแล้ว นางไม่รอดแน่นอน...” มันหัวร่อดังๆ ก่อนที่ล้มร่างลงขาดใจตาย
บุรุษหนุ่มผู้นั้น หันร่างกลับเดินเข้ามาคุกเข้าข้างสตรีนางนั้น จับชีพจรของนางดู ชีพจรนางเต้นแผ่วเบาลงๆ มันรีบทาบฝ่ามือลงไปกลางอกนุ่มหยุ่นของนาง ถ่ายทอดพลังเข้าไปช้าๆ จนนางรู้สึกตัว
“ข้า...ข้าขอขอบคุณท่านมาก ที่...ที่ช่วยรักษาความบริสุทธิ์ของข้า ไม่ให้มีมลทิน ข้าตายตาหลับแล้ว”
“แม่นาง...ข้าพอจะช่วยเจ้าได้ ท่านรีบทานยาเม็ดนี้โดยเร็ว”
บุรุษหนุ่มหยิบยาออกมาจากอกเสื้อ ส่งจ่อไปที่ปากรูปกระจับของนาง ป้อนเข้าไปแล้วก็พลิกร่างนางกลับ ทาบฝ่ามือไปที่หลัง ถ่ายทอดพลังเข้าไปชั่วอึดใจ นางก็ลืมตาขึ้น นางยิ้มทั้งน้ำตากล่าว
“ขอบคุณท่านมาก ที่ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ข้าไม่รู้จะตอบแทนท่านอย่างไรดี”
“ไม่เป็นไร แต่ข้าช่วยหยุดพิษให้ท่านชั่วคราวเท่านั้น ภายในสองชั่วยาม ถ้าไม่รีบสลายพิษออกท่านอาจจะ...” เห็นใบหน้าที่แสนสวยหยุดยิ้มทันที
“หมายความว่า...”
“ใช่...ยาของข้าเพียงยับยั้งพิษได้ชั่วคราวเท่านั้น แต่ไม่สามารถสลายพิษได้”
“ถ้าเช่นข้า...ก็...ข้า...”
“มีวิธีเดียวเท่านั้น” บุรุษหนุ่มกล่าว
“ท่านหมายความว่า” พูดจบนางก็รีบก้มหน้าเอียงอาย นางเพิ่งสังเกตเห็นว่าบุรุษหนุ่มผู้นี้ หล่อเหลาคมสันยิ่งนัก
ครู่ใหญ่นางก็เงยหน้าขึ้นมา “ถ้าท่านไม่รังเกียจ ข้าขอพลีร่างให้ท่าน เพื่อตอบแทนบุญคุณ”“แม่นาง...เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ข้าว่าท่านปรึกษาคนที่บ้านก่อนดีกว่า”“ข้าตัวคนเดียว ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน ข้าเป็นนักล่าเงินรางวัลเร่ร่อนไปทั่วยุทธจักร แล้ว...แล้ว...ข้าก็ยัง...ยัง...บริสุทธิ์อยู่..” นางพูดก้มหน้า อึกๆอักๆ อย่างเอียงอายเนื่องจากความคิดพลุกพล่าน จึงทำให้พิษในร่างกายกำเริบขึ้นมาอีก จนทำให้นางควบคุมสติไม่อยู่ จึงโผร่างเข้าโอบกอดบุรุษหนุ่มผู้นั้น มือของนางบังเอิญมาโดนกลางเป้ากางเกงของบุรุษหนุ่มพอดี นางรีบกุมทันที เจ้าท่อนเนื้อของบุรุษหนุ่มตื่นขึ้นมาทันทีทันใด“ท่าน...ท่าน...ช่วยข้าด้วย...ข้าต้องการ...ข้า...” นางร้องครวญคราง มือก็ขยำคลึงเคล้น จนบุรุษทนไม่ไหว“ถ้าเช่นนั้น ข้าต้องขอโทษแม่นางด้วยที่ล่วงเกิน...”กล่าวจบก็จี้จุดสลบของนาง ช้อนร่างนางอุ้มขึ้น พุ่งร่างกลับเข้าสู่ตัวเมืองอีกครั้ง ที่โรงเตี๊ยมนอกเมือง มันเคาะประตูเรียกอยู่พักใหญ่ เถ้าแก่เจ้าของก็เดินงัวเงียมาเปิดประตู“เถ้าแก่...น้องสาวข้าไม่สบายมาก ข้าขอเปิดห้องส่วนตัวที่เงียบๆให้นางพักผ่อนหน่อย”“รีบเข้ามา..ข้างนอกอากาศหนาวเ
“ฮุ้น...ฮุ้นกอ...เร็ว...เร็วอีก...แรงๆ...แรงๆเลย..ข้า...โอยยยย...ยย....”น่ำเจ็งทั้งเสียวทั้งเจ็บระคนกัน นางรู้สึกเหมือนกับว่าร่างของนางแตกออกเป็นเสี่ยงๆ นางร้องครางออกมาพร้อมๆกับแอ่นสะโพกขึ้นรับสุดตัว นางกระตุกร่างเฮือกใหญ่ก่อนที่จะนอนลงกับพื้นเตียง เสียงหอบหายใจของคนทั้งสองดังระคนทั่วห้อง“ข้า...ข้าไม่เคยรู้สึกอะไรเช่นนี้มาก่อนในชีวิตเลย ฮุ้นกอ...”เล็กเซี่ยวฮุ้นยิ้มรับ“เจ็งม่วย...เจ้าก็ทำให้ข้ามีความสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเช่นกัน”“จริง...จริงหรือฮุ้นกอ...ท่านหลอกให้ข้าดีใจหรือเปล่า..ท่านผ่านมามาก อีกทั้งแต่ละคนก็..ก็..ใหญ่กว่าข้าทั้งนั้น” พูดจบก็ซุกหน้ากับอกเล็กเซี่ยวฮุ้นอย่างเอียงอายเล็กเซี่ยวฮุ้นส่ายหน้าเชิงปฏิเสธ“เจ้าไม่รู้หรอกว่า ของของเจ้านั้น ทำให้ข้ากระสันอย่างสุดแสน” พูดเสร็จก็กระแทกมังกรร้ายที่ยังคาถ้ำอยู่ อีกซ้ำยังแข็งร่างอยู่คงเดิม น่ำเจ็งสะดุ้งร่างสูดปากร้อง“อุ๊ย...ซี๊ดด...บ้าจริงๆฮุ้นกอ...แกล้งข้า...”น่ำเจ็งสูดปากร้องอีกเมื่อเล็กเซี่ยวฮุ้นกระแทกมังกรเข้าถ้ำของนาง น่ำเจ็งใช้มือ ทุบอกเล็กเซี่ยวฮุ้นอย่างแรง นางเริ่มมีเรี่ยวแรงมากขึ้นเนื่องจากพิษแรงสลายไ
เล็กเซี่ยวฮุ้นจับขานางให้ถ่างออก เงยหน้าขึ้นมา“เจ็งม่วย...ข้าจะสอนให้เจ้ารับรู้ถึงความเสียวซ่านอย่างไม่เคยมีมาก่อน”กล่าวจบก็ก้มลงไปอีกครา ใช้ลิ้นโลมเลียปากคูหาสวาท ที่มีไรขนอ่อนไรขนบางตา น้ำในถ้ำสวาทเริ่มหลั่งรินออกมาตามความกำหนัด เล็กเซี่ยวฮุ้นทั้งดูดทั้งเลีย ยิ่งดูดเท่าไร น้ำเมือกใสกลับยิ่งทะลักออกมามากขึ้นอีก น่ำเจ็งเสียวซ่านอย่างบอกไม่ถูกนางทนไม่ไหวต้องเกร็งร่างลุกขึ้นนั่ง ใช้สองมือประคองศีรษะของเล็กเซี่ยวฮุ้น ให้ฝังแน่นเข้าไปอีก “ฮุ้นกอ...พอ...พอเถอะ...ข้าจะถึงอยู่แล้ว...ข้า...”เล็กเซี่ยวฮุ้นรู้ว่าน่ำเจ็ง ใกล้จะถึงจุดสุดยอดอีกครั้ง จึงถอนร่างออก “อูวว...ฮุ้นกอ...ทำไมท่านทำอย่างนี้...ข้า..อยาก...ข้า...”น่ำเจ็งพูดเชิงต่อว่า ที่ทำให้อารมณ์นางหยุดชะงักไม่ถึงจุดสุดยอด เล็กเซี่ยวฮุ้นไม่พูดพล่ามทำเพลงลุกขึ้นยืนจับเจ้ามังกรร้าย ที่อยากจะพ่นพิษใจจะขาด จ่อที่ปากถ้ำของนาง ดันพรวดเดียวสุดตัว น่ำเจ็งถึงกับอ้าปากค้างตาเหลือก สองมือผลักดันอกเล็กเซี่ยวฮุ้นออก“ฮุ้นกอ...โอยยย....ซี๊ดดดดดด....”ทั้งสองโรมรันพันตูกันอย่างดุเดือด ฝ่ายหนึ่งนั่งอ้าขาบนขอบเตียงอีกฝ่ายก็ยืนข้างเตียง กระแทกร่างเข้า
เล็กเซี่ยวฮุ้นขบคิดอยู่ พลันเอ่ยว่า “เจ็งม่วย...มีวิธีสุดท้ายที่ข้าจะช่วยท่านได้ เจ้าจะยินยอมหรือไม่?”“ทำอย่างไรฮุ้นกอ...”“ข้าจะเอาเข้าทางนี้แทน เพื่อให้เจ้าถึงเป็นครั้งที่ห้า ก่อนที่จะครบกำหนดเวลาพิษกำเริบ” เล็กเซี่ยวฮุ้นกล่าวพร้อมกับแหวกแก้มก้นทั้งสองของนางอ้าออกโดยมังกรร้ายยังคารูสวาทอยู่ พร้อมกับใช้นิ้วชี้จิ้มสัมผัสถูไถไปที่ ปากถ้ำน้อยๆ อีกถ้ำหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆกัน น่ำเจ็งสะดุ้งหดร่างหนี“อุ๊ย...ฮุ้นกอ...นี่..นี่มัน...เออ...เออ..จะเข้าไปได้อย่างไรกัน..ข้า...”“ข้าก็ไม่เคยเหมือนกัน เคยอ่านแต่ในตำรา เราต้องลองดูไม่มีเวลาอีกแล้ว เจ็งม่วย หรือว่าเจ้าจะให้ข้าเอาเข้าที่เดิมอีกครั้ง”“ไม่...ไม่นะฮุ้นกอ...ที่เดิมของข้ามันไม่ไหวอีกแล้ว...เอาเถอะ...เอาก็เอา...” กล่าวจบนางก็ก้มหน้าไปกับพื้น อย่างเอียงอายด้วยความไม่เคยระคนความแปลกใหม่ที่จะได้ลิ้มรสสวาทจากถ้ำแห่งใหม่นี้เล็กเซี่ยวฮุ้นค่อยๆ ถอนมังกรที่เปียกแฉะออกมาช้าๆ มือหนึ่งแหวกแก้มก้นน่ำเจ็งอ้าออก อีกมือหนึ่งป้ายเอาน้ำเมือกจากถ้ำแรก มาป้ายที่ถ้ำด้านหลัง แล้วจับหัวมังกรร้ายจ่อปากถ้ำหลัง ดันเข้าไปทันที“อูววว...ซี๊ดดด...จะ...เจ็บ...เจ็บ...เอ
ชั่วลัดนิ้วมือเดียวกระบี่ของชายชุดแพรแทงใส่หน้าอกชายเสื้อดำ พลันหนังสือเล่มหนึ่งหลุดจากอก ชายชุดแพรควงกระบี่เป็นวง ชายเสื้อดำตื่นตระหนก ด้วยสภาวะอันเร่าร้อนรุนแรงเช่นนี้ มือกระบี่ชุดแพรซัดกระบี่ใส่ข้อมือชายเสื้อดำ พลันที่กระบี่หลุดจากมือชายเสื้อดำเตรียมล่าถอย แต่ไม่ทันที่บุรุษชุดแพรรุกไล่ใส่จุดหัวใจ บุรุษชุดดำทั้งแตกตื่นลนลาน ทั้งเคลือบแคลงสงสัย ครุ่นคิดขึ้น “ไฉนเลยมันไวปานนี้” เมื่อมันรู้สึกตัว พลันเห็นเพียงจุดเลือดปรากฏรอยวงบนหน้าอก ชายเสื้อดำก้มมองดูตัวเอง พลันทรุดลงกับพื้น “มันต้องเป็นของข้า” เขากล่าววาจาสุดท้ายพลันขาดใจพร้อมลมหายใจห้วงสุดท้าย รวดเร็วปานสายฟ้า บุรุษชุดแพรตวัดกระบี่ลงฝัก แล้วก้มลงเก็บหนังสือเล่มนั้น โดยไม่ใส่ใจชายเสื้อดำที่กรุดกองอยู่กับพื้น เสี้ยวอึดใจนั้นสตรีนางหนึ่งออกจากที่ซ่อน พลางกล่าวเสียงดัง “ฮุ้นกอ ข้ากลัวยิ่ง” นางกล่าวเสียงอ่อนหวาน ส่งสายตาหยดย้อย “นี่หนังสือใดหรือ” “หนังสือที่สตรีไม่ควรเห็น มันอันตรายยิ่งนัก หากตกไปในมือสตรี โดยเฉพาะสตรีอ่อนหวานอย่างเจ้า” “ขอข
บุรุษนั้นถึงกับครางออกมา “โอ้ว... ข้าชอบๆ”เล็กเซี่ยวฮุ้นไม่ยอมแพ้ เขาก้มลงใช้ริมฝีปากลูบไล้ไปตามซอกคอของนาง พลางขบกัดเบาๆ จากทางซ้ายค่อยๆ ลากริมฝีปากไล้ไปทางขวา นางถึงร้องฮือๆ ลมหายใจเริ่มขาดช่วงมือขวาของบุรุษแซ่เล็กลดลงไปสัมผัสถ้ำน้อยของอี้เอ็งที่บัดนี้ราวกับน้ำพุเริ่มสาย ก่อนจะใช้นิ้วกลางสัมผัสแผ่วเบาขึ้นลงๆ เขาทำอยู่นานจนน้ำพุกลายเป็นน้ำตก บุรุษงอนิ้วกลางเป็นตะขอก่อนจะดันเข้าไปช้าๆ นางถึงกับตาลุกวาว ห่อปาก ร้อง ฮู้ๆ ร่างกระตุก ปากร่ำร้อง “เสียว เสียว อย่าหยุดนะ ฮุ้นกอ”“เดี๋ยวเจ้าจะเสียวกว่านี้อีก” บุรุษกล่าวจบริมฝีปากของเขาก็ขบกัดเม็ดบัวน้อย แล้วห่อลิ้น วนรอบเม็ดบัว ก่อนจะดูดเน้น เสียงดังจ๊วบ มังกรของบุรุษผงกศีรษะ บุรุษรู้สึกแน่นตึงอยากดันมังกรร้ายเข้าถ้ำนางแซ่อี้ยังคงกำรอบมังกรและลูบไล้ขึ้นลง พลางใช้นิ้วโป้ง นิ้วชี้และนิ้วนางลูบศีรษะมังกร มังกรคลายน้ำอมฤตเหนียวออกมา เธอป้ายน้ำนั้นไปรอบศีรษะมังกรร้าย บุรุษแซ่เล็กถึงกับครางออกมาไม่หยุดหย่อนบุรุษไม่ยินยอมแพ้นาง บุรุษคุกเข่า ศีรษะเขาอยู่กลางหว่างขานาง ระดับนั้นเองที่เขาเห็นคูหาถ้ำเต็มตาพลางสูดปาก นางแอ่นเอวท้าทายพลางกล่าวรวบรัด“
และแล้วสตรีชุดขาวพร้อมกระบี่ในมือก็ปรากฏร่างขึ้น สตรีนั้นปรบมือเป็นจังหวะสองสามหน “สุดยอด ลีลาของท่านทั้งสองทำข้าแทบอยากร่วมด้วยเลย ถ้าข้าไม่คิดถึงภารกิจที่ต้องสะสาง” “บัดซบ ลามก ท่านคือผู้ใด บังอาจทำร้ายฮุ้นกอข้า” อี้อึ้งกล่าวตอบโต้ “มันสมควรตายยิ่ง ข้าเพียงสั่งสอนมันไม่ให้แส่หาเรื่อง” สตรีชุดขาวกล่าวเสียงดังขึ้น “รีบส่งตำรามาให้ข้า” อี้อึ้งรีบสวมใส่อาภรณ์และเก็บตำราเข้ากับตัว สตรีนางนั้นเสือกระบี่เข้าใส่ แต่ร่างนั้นกลับต้องหยุดนิ่งกลางอากาศ เล็กเซี่ยวฮุ้นลุกขึ้นมาเสือกกระบี่เข้าใส่จุดตายของนาง ก่อนที่ตนเองจะกระอักโลหิตชุดใหญ่ อี้อึ้งรุดเข้าหา “ฮุ้นกอ ท่าน” โดยมิใส่ใจร่างสตรีนางนั้น “อี้อึ้งไม่ต้องห่วงข้า ข้าจะสกัดลมปราณรักษาตัว มันสามารถประคองชีวิตข้าได้หลายเดือน แม้ข้าจะถูกจุดตายก็ตาม ร่างข้าเคลื่อนไหวได้เพียงช่วงบน แต่เจ้าไม่ต้องห่วงข้า ข้ายังไม่ตาย ข้าอยากอยู่กับเจ้าให้นานที่สุด ข้าขอเพียงอย่างเดียว ได้โปรดอย่าศึกษาตำรา” “ทำไม” “ข้าหวงเจ้ายิ่งนัก ข้ามิอาจให้เจ้าพบพานบุรุษใดอีกแล้ว”
“ท่าน ท่าน ท่านจะไม่ไปใช่ไหม” เมื่อสตรีนางนั้นเห็นปึงเฮียงเฉยชา นางจึงพลันจากไป ปึงเฮียงถอนใจ ก่อนจะหันมากล่าวกับอี้อึ้ง “ขอตัวสักประเดี๋ยว แต่งกายให้เรียบร้อยแล้วออกมาต้อนรับท่าน” อี้อึ้งมองบุรุษแซ่ปึงเข้าไปด้านใน เมื่อนึกว่าบุรุษต้องแต่งกาย คำว่าแต่งกายกระตุ้นภาพมังกรร้ายสะบัดตัวอยู่นอกผ้าเมื่อครู่ ทำให้นางแอบหน้าแดงซ่าน ชั่วลัดนิ้วมือเดียว ปึงเฮียงก็ออกมา เขารีบกล่าว “เสร็จแล้ว” “รวดเร็วยิ่งนัก” “แต่อย่างอื่นข้าช้านะ” “อย่างอื่นอันใด” “อย่างที่นางเห็นไงล่ะ” อี้อึ้งนึกถึงคำว่าอันใด ปีชวด อายุ 20 นางถึงร่ำร้องในใจ ฮุ้นกอ ข้าพบแล้ว! วิกาลยาวนานยังไม่สิ้นสุด แต่ในสายลมได้พัดพากลิ่นอายของอรุณมาพร้อมกับอี้อึ้ง นางคล้ายหลับตาไม่ลง ตลอดนิทราอันข่มตาไม่หลับ นางเฝ้าคิดหาแต่วิธีเข้าหาบุรุษแซ่ปึง นับแต่อายุสิบสามเป็นต้นมา นางเอียงอายต่อหน้าเพศบุรุษเสมอ มิเคยคิดเป็น “กิ่งดอกซิ่งแดง” แม้แต่คราเดียว จนกระทั่งพบฮุ้นกอที่ถอนพิษและสอนเพศรสให้นางเต็มที่ นางกล้าสบสายตาบุรุษทุกนามในแผ
สักพักเขาเบี่ยงตัวออก เผยให้เห็นแผงอกแน่น กล้ามเนื้อตามตัวที่เต็มไปด้วยลูกคลื่นและความแข็งแรง หน้าท้องเขาเป็นกล้ามเนื้อหกรูป มังกรเขาเล่าก็ใหญ่โต ขนาดมือท่อนแขนโกวเนี้ย ยามนี้มันเต็มไปด้วยมัดเชือกหนาที่เลื้อยรัดรอบ ศีรษะมังกรเล่า ก็เบ่งบานราวหัวเห็ดแดงคล้ำที่เติบโตเต็มที่ มันขยับหงึกหงึก บ่งบอกความแข็งแรง ย้ำอีกเพื่อบอกให้นายมันกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งปึงซิกจับมันค่อยๆ มุดแทรกผ่านร่องก้นของนวลนางและค่อยๆ หายเข้าไปภายในถ้ำเขาขยับอย่างช้าๆ เป็นจังหวะจะโคน อย่างช้าๆ อย่างช้าๆ เสียงสูดปากของคนทั้งสองแทรกกลางความเงียบของยามบ่ายและลมโชยเบาทันใดนั้นเอง! มีเสียงตะโกนเรียกแทรกซิกน้อยของแม่ อยู่ไหน พ่อเจ้ามีธุระให้กระทำซิกน้อย รีบมาบัดเดี๋ยวนี้นั่นเอง สวรรค์พังหลายลง ปึงซิกรีบหยุดชิงเหม่ยจำใจต้องรีบลอบออกจากเรือนชายชู้!!!นางเฝ้าคิดถึงฉากกิจกรรมนี้ทุกคืน เฝ้าคิดว่าโกวเนี้ยน้อยนั่นคือตัวเองหวังว่า สักวันหนึ่ง มันจะเป็น... มันจะเป็นแล้วทุกอย่างก็ไม่มีโอกาสเกิดขึ้น บิดาพานางย้ายถิ่นฐานเสียก่อน... กาลเวลาล่วงเลยมาถึงสิบปี ตลอดเวลาที่บิดาคร่ำเคร่งกับการทำมาหากินเลี้ยงดูนาง ธิดาน้อ
อี้อึ้งรีบกลับเรือนของตนแล้วเฝ้าโคจรพลังให้ถูกทาง นางต้องโคจรพลังหยางก่อนเที่ยงคืน จากนั้นสองชั่วยามผ่านไปนางต้องโคจรพลังหยินจากขวาวนกลับซ้าย ผ่านไปอีกสองชั่วยาม นางต้องโคจรพลังหยินกลับจากซ้ายมาขวา ก่อนย่ำรุ่งจึงค่อยกลับมาโคจรพลังหยางวนไปทั่วร่างกาย นางทำตาม จนกระทั่งเวลาผ่านไป ทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ นางผ่อนลมหายใจห้วงหนึ่งแล้วกักเก็บพลังไว้ ก่อนจะทดสอบลอบพุ่งขึ้นหลังคา ปรากฎว่าทุกอย่างล้วนแล้วแต่ง่ายดายมาก นางสามารถพุ่งทะยานไปที่ใดก็ง่าย เพียงลัดนิ้วเดียว นางกลับมาที่เรือน เข้าห้องเล็กเซี่ยวฮุ้น แล้วปลุกเขาให้ตื่น “ฮุ้นกอ ข้าจะมารักษาท่าน” ฮุ้นกอของนางค่อยๆ ลุกอย่างงัวเงีย นางจับเขาให้นั่งขัดสมาธิ แล้วนางก็ทาบฝ่ามือเข้าด้านหลังเขา นางค่อยๆ ถ่ายทอดพลังโคจรจากขวามาซ้าย จากซ้ายมาขวา แล้ววนเวียนไปทั่วร่างเขา เล็กเซี่ยวฮุ้นรู้สึกเลือดลมสูบฉีดไปทั่วทั้งร่าง พลันแขนขามีกำลังขึ้นมาอย่างประหลาด “โอ้ว มังกรของข้าผงาดได้แล้ว” เขาถึงกับต้องตะโกนอย่างดีใจ อี้อึ้งค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ แล้วนางก็ก้ม
“ข้าก็ชอบ ชอบมาก ถ้าไม่เคยพบนางใดน่าเลียเช่นเจ้ามาก่อน” กล่าวจบบุรุษต่างชาติลุกขึ้น แล้วอุ้มนางลอยขึ้น ก่อนที่จะจ่อปากถ้ำของนางเข้ากับมังกรสีชมพู แล้วใช้มือซ้ายของตนจับมังกรจ่อ แล้วดันเอวให้มังกรเข้าไปอย่างช้าๆทั้งหมดนี้กระทำในน้ำอี้อึ้งมิเคยมาก่อน นางตื่นเต้นยิ่งนัก“โอ้ว” “ดีใช่ไหม” นางมิกล่าวตอบ แต่ยกเอวของตนแล้วกระแทกลง แรงกระเพื่อมส่งต่อผิวน้ำให้โยกไหว นากอคอเขาแล้วโยกตัวเองขึ้นลง เขาจับเอวนาง ประคองไว้ นางก็โยกขึ้นใส่กระหน่ำอย่างสุดเสียวซ่าน เขาพานางไปทีโขดหินริมลำธารจับตัวนางพาดกับโขดหิน ก่อนจะดันมังกรเข้าไป“อ้า บนบก ได้อีกอารมณ์” นางบอก“ของเจ้าบนไหนๆ ก็เสียวคับแน่นสุด” ชายชาวต่างชาติพูดไปโยกไป ก่อนจะหันมาบด คลึง คว้านมังกรเขาใส่ถ้ำนางมิหยุดหย่อนนางร้องอู้อี้ไม่หยุด สักพักเขาก็หยุด“อย่าเพิ่งเร่งเลย ข้าอยากมีความสุขกับเจ้านานๆ” เขากล่าว “ข้านอนลงนะ”กล่าวแล้วบุรุษร่างใหญ่ที่มังกรมโหฬารก็นอนลง อี้อึ้งเข้าใจดี “นางคร่อมตัวเขา แล้วหันถ้ำไปจ่อที่ปากเขา เขาบรรจงส่งลิ้นโลมเลียทั้งปากถ้ำและในถ้ำอย่างหิวกระหาย ขณะ
“ท่านช่างกล้าหาญนัก” “เจ้ากล่าวเกินไปแล้ว ข้าก็แค่พ่อค้าคนหนึ่ง” อี้อึ้งทำทีลุกขึ้น แต่ล้ม บุรุษชาวตะวันตกโผเข้าประคอง มือของเขาสัมผัสถันนาง เขารีบกล่าวขอโทษ “มิเป็นไร” “มิได้ ข้าเป็นชาย” “ท่านเป็นผู้มีพระคุณ ช่วยชีวิตข้า มากกว่านี้ที่ท่านต้องการ ข้าก็ให้ได้” บุรุษแย้มยิ้ม นางทำทีเขินอาย “ไปพักทางด้านนั้นเถอะ” เขาชี้ไปที่ต้นไม้ใหญ่นักชายป่า “ตั้งแต่ข้าเกิดมา 20 ปี ข้ามิเคยพบพานสตรีจีนนางใดสวยงามเท่าเจ้ามาก่อน” “ท่านกำลังชมข้าเกินจริง” “มิเกินจริงหรอก” “เดี๋ยวก่อน ท่านว่าท่านอายุเพียง 20 ปีหรือ” “ใช่ ทำไม ข้าดูแก่กว่าอายุหรือ” “ท่านดูเป็นผู้ใหญ่มาก อาจจะเป็นเพราะท่านเดินทางมามาก พบเห็นผู้คนมากมาย ได้รับประสบการณ์ล้ำค่า มันทำให้ท่านเข้าใจชีวิต” “ข้าว่าท่านกล่าวเกินจริงมากกว่า” อี้อึ้ลอบคำนวณปีเกิดของเขา “ท่านเกิดปีใด” “ถ้าตามอย่างชาวตะวันตก เจ้าอาจมิเข้าใจ แต่หากตามคติของชาวจีน ถ้าเกิดปีกุน อายุจึงย
“เดี๋ยวก่อน” นางพูด ทว่าไม่ทันเสียแล้ว บุรุษชุดดำดันเข้าไปแล้ว เขานอนลง อยู่ด้านล่าง นางนอนหงายอยู่บนตัวเขา เขากุมถันนางอยู่ ขณะที่มังกรก็เด้งสวนเข้าไปยังดินแดนหลังอย่างช้าๆบุรุษชุดเขียวก้มลงเลียถ้ำนาง “มันจะช่วยนางได้” เขาเลียเม็ดมณี วนไปรอบปากถ้ำแล้วแยงเข้าไปในถ้ำ เกร็งลิ้นชักเข้าชักออกยังสนุกลิ้นขณะที่ชายสองคนที่เหลือยืนให้นางอ้าอมดูดมังกรอยู่ นางดูดไป เสียวไป“มันดีใช่ไหม”บุรุษชุดเขียวยกลิ้นออก แล้วจับเขาก็นั่งยองๆ เหนือท่อนล่างนาง ก่อนจะจับมังกรมุดถ้ำตอนนี้นางถูกโจมตีพร้อมกันทั้งด้านหน้า ด้านหลังและด้านบนปากแล้ว!สี่คน สี่นักษัตร!!!เป็นความใฝ่ฝันครบถ้วนของนาง นางไม่สามารถร้องออกมาได้ เพราะปากนางคาบมังกรอยู่ นางจึงคายออก แล้วร้องลั่น โอ๊ย โอ๊ย สีหน้าบ่งบอกถึงความสุขอันสุดแสนจะเหลือเชื่อบุราชุดดำบอก “ข้าถึงแล้ว”“ข้าก็ด้วย” บุรุษชุดเขียวตะโกน“ออกพร้อมกันให้หมดเลย”บุรุษคนโตบีบปากนางให้อ้า แล้วเขาก็ยัดมังกรลงไป ขณะที่บุรุษคนน้องจับมือนางไปรูดมังกรของเขาไม่นาน บุรุษคนน้องก็ชักมังกรออกจากปากนาง เขารูดมังกรตัวเองแล้วทันใดนั้นทั้งสี่คนก็ร้องพร้อม อ้า อ๊าก โอ๊ย อู้วทุกคนพ่นพลัง
“มากสิ”“ของข้าใหญ่ใช่ไหม ดูสิ หัวมันบานใหญ่ เจ้าคงต้องเจ็บมาก ข้าจะค่อยเอาเข้าช้าๆนะ”ว่าแล้วเขาก็ดันเข้าไปช้าๆ เมื่อได้ครึ่งตัวมังกรเขาก็ขยับทีหนึ่ง นางทำเป็นร้องว่าเสียว อย่าหยุด ดันเข้าไปอีก นางกล่าว เขาก็ทำตามทันใดนั้นประตูห้องก็เปิดออกบุรุษที่เข้ามาในห้องคือ บุรุษทั้งสองคนเมื่อวาน พร้อมกับอีกหกคนที่นางไม่รู้จัก เป็นบุรุษสาม สตรีสามนางมองอย่างแปลกใจ แต่การที่นางไม่ยอมลุกออกจากห้อง นี่สิแปลก บุรุษคนพี่เมื่อวานเข้ามาทักทายนางเหมือนไม่เห็นว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น “ท่านพี่ท่านนี้เกิดนักษัตรจอนะ ข้าตามมาให้ท่านได้พูดคุยด้วย ส่วนอีกท่านนั้น นักษัตรกุน อีกคนที่สมชุดเขียวนักษัตรระกาเช่นกัน ข้าเอ่ยเท่านี้ล่ะกัน เจ้าคงเข้าใจดี” กล่าวจบ เขาก็เดินไปรินน้ำชาให้สตรีอีกสามนาง ส่วนบุรุษคนน้องก็เดินเข้ามาคุยกับอี้อึ้งเหมือนทักทายกันราวกับไม่เห็นภาพก่อนหน้านี้ ทุกคนทำเหมือนไม่เห็นภาพก่อนหน้านี้หมด แต่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นและอะไรจะเกิดต่อไป นางยังงุนงงที่เขารู้ได้อย่างไรว่านางต้องการหาบุรุษนักษัตรและรู้ได้อย่างไรว่านางต้องการนักษัตรใด ที่สำคัญเขาร
เมื่อบุรุษคนน้องขยับกระแทกส่งมังกรของตนไม่ยุดยั้ง โอ้ว อ้า สุดยอด ของนางแน่นดีเหลือเกิน“อย่าหยุด ข้าจะถึงอีกแล้ว แรงๆ แรงๆ อ๊ากกกกกก”บุรุษคนน้องกระแทกเข้าไปสุดนางถึงกับถลึงตาโตเมื่อพบว่าสวรรค์มาอีกแล้วน้ำสวรรค์ของทั้งสามปะปนกันไหลนองออกจากถ้ำนาง นางหน้ามืดตามัว ไม่เคยเลยที่จะพบพานกับบุรุษทั้งสองพร้อมกันเช่นนี้มาก่อน มันช่างเป็นประสบการณ์ที่ดีเลิศเยี่ยมยอดมากมันดีเช่นนี้นี่เอง นางร้องในใจ พลังหยางพร้อมกันจากสองนักษัตร โอ้ว ข้า รู้สึกดีมากคิดแล้วนางรู้สึกอุ่นท้องน้อย พลังแห่งความเสียวซ่านแปลกประหลาดที่นางไม่เคยประสบมาก่อนมันพุ่งขึ้นมา นางรู้ตัวตัวว่านางกำลังจะ...นางลุกขึ้นจ่อถ้านางกับปากของเขา“เลีย เลียเม็ดมณี เลียสิ เลีย”บุรุษคนพี่รีบเลียดูดเม็ดมณี โดยไม่ถามไถ่ นางบดขยี้เม็ดมณีกับปากและลิ้นของเขาอย่างบ้าคลั่ง เขาเลียเสียงจ๊วบจ้าบ นางแทบบ้าคลั่ง ก่อนจะจับหัวของเขาขยำเส้นผม ดันปากของเขาจนกระแทกถ้ำของนาง จ่อแน่นชิดแล้วนางก็ถึงสวรรค์ติดๆ กันอีกครั้ง “มันช่างดีเลิศอะไรเช่นนี้”อี้อึ้งบดเบียดถ้ำของนางกับปากของเขาไม่หยุดหย่อน เช่นเดียวกับเขาที่ตามเลียถ้ำไม่หยุดเช่นกัน จนมังก
บุรุษวาดลิ้นเลียซอกคอ ไล่ไปตามคางจากด้านซ้ายย้ายมาทางขวา แล้วไล่ไต่ลงมาที่ถัน เขาปลดสายรัดเอวนางออก แล้วกุมถัน ก่อนจะขยำบีบเบาๆ แล้วคีบยอดถันนางด้วยนิ้วชี้กับนิ้วกลาง ก่อนแตะนิ้วเข้าหากันเบาๆเขาปล่อยที่คลึงออก ปากของบุรุษคนโตก้มลงมางับยอดถัน อมและดูดยอดถันเบาๆ เขาส่งลิ้นตวัดเลียเม็ดบัวที่อยู่ในปาก พลางขบกัดสลับกับดูด เขาละปาก พลางเอ่ย “ถันนางน่าดูดมาก จับของข้าสิ” เขาดึงมือนางให้มากุมมังกรของเขา นางไม่กุมเปล่า ยังขยับรูดขึ้นรูดลง เขาส่งเสียงอู้อี้ ซี๊ดซ้าดๆในเวลานั้นนางยังยืนอยู่ เขาละจากถันแล้วเลียไปรอบถัน ก่อนจะไต่ลงมาเรื่อย บุรุษวนลิ้นเลียสะดือนาง แล้วต่ำลงมาเนินหญ้าที่ปกคลุมราวแพรไหม “หอมนัก ข้าขอดมดอมหน่อยนะ” บุรุษคนโตส่งลิ้นเลียไปตามเนินถ้ำด้านนอก จมูกก็สูดดมอย่างแรง ส่งเสียงฟึดฟัด “หมอ หอมยิ่งนัก ข้างในจะหอมแค่ไหน ข้าขอลองหน่อย” แล้วเขาก็ส่งลิ้นตวัดที่เม็ดมณี พลางขบเบาๆ นางร้องซี๊ดออกมา แล้วกดหัวเขา บุรุษไม่รีบร้อนส่งลิ้นไปที่อื่น ยังคงเลียไปรอบปากถ้ำและสลับมาเม้มที่เม็ดมณี อี้อึ้งดันถอยมาน
อาทิตย์แดงฉานลอยค้างอยู่กลางเวหา แสดงว่าอากาศแจ่มใส ฟ้าสีฟ้ากระจ่างใส อี้อึ้งลดสายตาลงมองต้นหลิวภายในเคหะสถานซึ่งตนหยุดพักมาร่วมเดือนแล้ว นางเฝ้าปรนนิบัติฮุ้นกออันเป็นที่รัก แน่นอนนางย่อมไม่ลืมที่จะโคจรลมปราณอย่างสมดุล จนบัดนี้นางมีกำลังกล้าแข็งยิ่งนัก นางช่วยฮุ้นกอของนางโคจรพลังทุกค่ำคืน จนบัดนี้เขาเริ่มลุกขึ้นเดินเหินและก้าวย่างเป็นระยะทางสั้นๆ ได้แล้ว พูดจาลิ้นไม่คับปาก ยิ้มแย้มมีความสุขอยู่ตลอดแล้วก็ถึงวันที่อี้อึ้งต้องตามล่าพลังหยางจากบุรุษนักษัตรคนต่อไป ซึ่งก็คือ นักษัตรมะแมแล้ว ก่อนหน้านี้สองสามวันอี้อึ้งได้ข่าวว่าสำนักเจิ้งหมิง อันเป็นสำนักฝึกวรยุทธมีชื่อเสียงของมณฑล จัดประลองกำลังของคนในสำนักและเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้าชมการปะทะกำลังด้วย ผู้ชนะแต่ละอันดับจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นศิษย์เอกของสำนักไล่ตามกันมา อี้อึ้งหมายตาว่านางอาจจะได้พบปะกับบุรุษจำนวนมากและหนึ่งในนั้นน่าจะมีนักษัตรปีมะแมที่จะมอบพลังหยางให้นางได้ “คนเป็นร้อยเป็นพัน ต้องมีบ้างซี่” นางรำพึง อี้อึ้งแต่งกายให้รวบรัด สุภาพ ดูภายนอกคล้ายชายมากกว่าหญิง เพื่อป้องกันคำครหา นางเดินทา