เฉินฝาน ผู้ชายขึ้นคานในยุคปัจจุบันซึ่งทะลุมิติไปยังยุคโบราณ ในขณะที่ราชวงศ์กำลังขาดแคลนผู้ชายอย่างรุนแรง ไร้คนปกป้องบ้านเมือง สู้ศึกสงคราม กระทั่งทำไร่ไถนา เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชนที่มิอาจอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ราชสำนักจึงได้จัดสรรการแต่งงานขึ้น ผู้ที่ยินดีรับภรรยามากกว่าสามคน รับรางวัล! ผู้ที่ให้กำเนิดลูกชาย รับรางวัลเพิ่มขึ้นอีก! เฉินฝานได้รับภรรยาแสนงดงามถึงสี่คน ซึ่งภรรยาแต่ละคนมีข้อดีต่างกันไป ปีต่อมาภรรยาให้กำเนิดลูกแฝดสี่ และทุกคนเป็นเด็กผู้ชาย ครั้นข่าวนี้กระจายออกมา ทั่วทั้งราชสำนักต่างตกใจ!
Lihat lebih banyakคงจิ้งยังคงไม่ยอม หวงหวั่นเอ๋อร์เองก็ไม่ออมมือ ปลายดาบกรีดใบหน้าของคงจิ้ง!“อ๊าก อ๊าก อ๊าก หน้าของข้า หน้าของข้า”คงจิ้งเอามือปิดหน้าพร้อมกรีดเสียงร้องทุกคนต่างตกตะลึง คิดไม่ถึงว่าหวงหวั่นเอ๋อร์จะทำร้ายกัน อีกทั้งยังทำร้ายที่หน้าสำนัก“พวกเจ้ายังยืนนิ่งอยู่ทำไม?” คงจิ้งตะคอกแม่ชีด้านหลังนาง “เอาตัวไปส่งทางการเดี๋ยวนี้”หวงหวั่นเอ๋อร์ถือดาบกวัดแกว่ง พลังสุดแข็งแกร่งของดาบแผ่ซ่านออกไป ฟาดกระทบแม่ชีเหล่านั้น ทำให้แม่ชีที่พุ่งตัวเข้ามาจำต้องถอยหลังกลับหวงหวั่นเอ๋อร์ยังคงกวัดแกว่งดาบ ดวงตาของนางเย็นชา “ใครจะเข้ามา?”บรรดาแม่ชีมองหน้ากัน สุดท้ายไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ แม่ชีไม่มีวรยุทธ์ แต่ในทุกปีพวกนางล้วนเข้าร่วมการไหว้ครั้งใหญ่ภายในพื้นที่ เคยพบเห็นพลังนุภาพของเหล่านักพรต สตรีตรงหน้าคนนี้ วรยุทธ์เหนือชั้นกว่าเหล่านักพรตดาบในมือหวงหวั่นเอ๋อร์ ยังคงมีคราบเลือดที่ได้มาจากใบหน้าของคงจิ้ง แม้พวกนางจะเป็นแม่ชี แต่พวกนางก็กลัวเสียโฉม“แต่ละคนขี้ขลาดกันจริงๆ ลุย ข้าไม่เชื่อว่าลำพังนางเพียงคนเดียวจะเอาชนะพวกเจ้าที่มีตั้งมากมายได้” คงจิ้งกัดฟันพูดบรรดาแม่ชีเคลื่อนไหวแล้ว แต่เคลื่อนไหวช้าย
ผ่านไปสามปีแล้ว เด็กสาวใสซื่อในวันนั้นกลายเป็นหญิงสาวแล้วเอ่อ คล้ายจะไม่ค่อยถูกต้องเท่าใดนัก กลายเป็นแม่ชีแล้วนิ่งสงบ ไม่แต่งแต้มด้วยเครื่องประทินผิวใดๆ ทว่ากลับงดงามเหนือธรรมชาติ เถียนเสี่ยวอวี่ในเวลานี้ทำให้เฉินฝานนึกถึงกลอนบทหนึ่งงดงามเป็นธรรมชาติ ไร้เครื่องประทินผิว เฝ้ารอดวงอาทิตย์รับวันใหม่ โต๊ะหนังสือริมหน้าต่างแย้มรอยน้ำหมึกดำเถียนเสี่ยวอวี่คือความสดใสของความงามแบบโบราณ นางสดใสราวกับแสงแดดยามเช้า สดใสและนิ่งสงบ คิ้วเรียงตัวราวภูเขา ไกลจากความเศร้าโศก ดวงตากลมโตใสดั่งทะเลสาบ เฉินฝานมองเห็นเงาสะท้อนของตนผ่านดวงตาคู่นั้น“ใต้เท้า ใต้เท้า ใต้เท้า”เถียนเสี่ยวอวี่ร้องเรียกถึงสามครั้ง กว่าเฉินฝานจะดึงสติกลับมา“ใต้เท้า ท่านลุกเดินได้หรือไม่เจ้าคะ?” ดวงตากลมโต ถามด้วยความจริงใจ“ห๊า? เดิน เดินอะไรหรือ?” เฉินฝานไม่เข้าใจเมื่อได้ยินเฉินฝานพูดเช่นนี้ เถียนเสี่ยวอวี่ชะงักเล็กน้อย “ใต้เท้า พวกเราถึงแล้วเจ้าค่ะ”“ถึง ถึงแล้ว อ่อ อ่อ” เฉินฝานรีบลุกขึ้น สีหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความประหม่าตั้งแต่หมู่บ้านจวบจนราชสำนัก อาศัยอยู่ในบ้านกระเบื้องกระทั่งวังหลัง ตั้งแต่แคว้นต้าชิ่งไป
“ข้ารักษาที่อื่นดีกว่า บาดแผลแค่นี้ไม่อาจคร่าชีวิตข้าได้”เฉินฝานครุ่นคิด บาดแผลของเขาอยู่ที่สะโพก ถึงเวลาค่อยให้ใครสักคนทายาให้ อาศรมแม่ชีล้วนมีเพียงแม่ชี แม้เขาไม่ถือสา แต่พวกแม่ชีก็อาจลำบากใจสุดท้ายคาดไม่ถึง เฉินฝานเพิ่งพูดจบหวงหวั่นเอ๋อร์ก็รีบพูดขึ้นมาทันที “มีที่ให้รักษาก็ดีมากแล้วเจ้าค่ะ ยังจะเลือกนั่นที่นี่อีก”หวงหวั่นเอ๋อร์ไม่รอเฉินฝานตอบ พูดจบก็ช้อนตัวเฉินฝานขึ้น จากนั้นกระโดดลงจากหลังม้า เดินไปถึงรถม้าของเถียนเสี่ยวอวี่ด้วยความรวดเร็ว นางยัดตัวเฉินฝานเข้าไปในรถม้า แล้วกลับไปที่ม้าของตนเอง“ท่านแม่ชี พวกท่านก็รีบขึ้นรถม้าเถอะ ข้าไม่รู้ว่าอาศรมของพวกท่านอยู่ที่ใด?” หวงหวั่นเอ๋อร์คว้าเชือกก้มหน้าพูดกับเถียนเสี่ยวอวี่“ได้ๆ” เถียนเสี่ยวอวี่หันไปพูดกับเหอเสี่ยวเยี่ยน “ชิงหนิง พวกเรารีบขึ้นรถม้าเถอะ บาดแผลของใต้เท้าเป็นเรื่องสำคัญต้องรีบรักษา”“ไปกันเถอะ!”เถียนเสี่ยวอวี่และเหอเสี่ยวเยี่ยนเพิ่งขึ้นรถม้า หวงหวั่นเอ๋อร์ที่อยู่ด้านหน้าฟาดแส้ไปที่ม้าอย่างแรง ม้าตกใจจึงวิ่งด้วยความเร็ว“อ๊าย!” เถียนเสี่ยวอวี่ที่ยังไม่ได้นั่ง ล้มทับเฉินฝานเฉินฝานรับเถียนเสี่ยวอวี่เอาไว้พร้อมก
ถึงอย่างไรเขาก็เป็นชายอกสามศอก เมื่อคืนถูกฉินเย่ว์เจียวแบกแล้วทุ่มลงบนเตียง ตอนนี้ก็ยังถูกหวงหวั่นเอ๋อร์กอดแน่น ทำราวกับเขา...เฮ้อ!เฉินฝานที่ตอนแรกอยากจะลุกขึ้นสุดท้ายก็อยู่ที่เดิม เขาซบอยู่ในอ้อมกอดของหวงหวั่นเอ๋อร์ร่างอรชรของหญิงสาวนุ่มนิ่ม มีกลิ่นหอมอ่อนๆอื้ม ดีจริงๆ!เฉินฝานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ช่างเป็นความรู้สึกที่ผ่อนคลายยิ่งนักเฉินฝานพักสายตาอีกครั้งพวกเสิ่นหมิงหยวนตายแล้ว ทว่าทุกเรื่องของแคว้นล้วนเป็นเรื่องใหญ่ หลังจากกลับไปถึงเมืองหลวง มีงานราชงานหลวงมากมายรอเขาอยู่ฉวยโอกาสระยะเวลาสั้นๆ นี้ พักผ่อนให้เต็มอิ่ม“ใต้เท้า?”เฉินฝานหลับตาไปได้ไม่นาน ได้ยินเสียงร้องด้วยความตื่นเต้นดีใจ เขาลืมตาขึ้นพบหวงหวั่นเอ๋อร์ขี่ม้าจากตรอกซอยเล็กๆ ไปยังถนนเส้นหลักแล้วห่างจากพวกเขาไม่ไกลเท่าใดนัก มีรถม้าหนึ่งคน เสียงร้องเรียกใต้เท้าเมื่อครู่ดังมาจากรถม้าคันนั้น“ใต้เท้าจริงๆ ด้วย สารถีจอดเดี๋ยวนี้!”สารถีเพิ่งจอดรถม้า หญิงสาวคนหนึ่งกระโดดลงจากรถม้าทันทีนางสวมชุดสีขาว ตัวเล็กร่างบาง แลดูคล่องแคล่วมีเสน่ห์ ความงดงามนี้เป็นเอกลักษณ์ของหญิงสาวเฉินฝานตะลึงเล็กน้อยเขาจำไม่ได้ว่
เฉินฝานไม่รู้ตัวว่าตนเองนอนหลับไปและนานเพียงใด ตอนที่เขารู้สึกตัวอีกรอบเส้นยึดรู้สึกไม่สบายตัว เป็นผลเนื่องจากอยู่ในท่าเดิมนานเกินไป เฉินฝานที่เพิ่งตื่นขึ้นมายังคงสะลืมสะลือ คิดไม่ออกว่าตอนนี้เขาอยู่หลังม้าหรืออยู่ในอ้อมอกของหวงหวั่นเอ๋อร์ไม่สบายตัวอย่างมาก เฉินฝานอยากจะพลิกตัว หน้าของเขาก็ไปชนเข้ากับของที่นุ่มเด้งไปมามือของหวงหวั่นเอ๋อร์ที่กำลังฟาดแส้ม้าหยุดชะงักทันที นางกำลังอยู่ในวัยกำลังโต หน้าอกก็กำลังเติบโตเช่นกัน ตรงนั้นเดิมทีก็ปูดบวมจนรู้สึกเจ็บปวดอยู่แล้ว เฉินฝานมาคลอเคลียเช่นนี้...ใบหน้ายลโฉมของหวงหวั่นเอ๋อร์ภายใต้หมวกสีครามขึ้นสีทันทีในตอนนี้นางรู้สึกเจ็บปวดและอับอายยิ่งนักเฉินฝานในตอนนี้กำลังกลัดกลุ้มว่าของนุ่มเด้งสิ่งนี้คือสิ่งใด ตอนที่เขาขยี้ตาสะลืมสะลือลืมตามองให้ชัดเจน...“อ้าก!”เขาสูญเสียการทรงตัว เขายังไม่ทันได้มีการตอบสนองอันใด ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ก้นอย่างรุนแรงเฉินฝานคิ้วขมวดเป็นปมโถ่เว้ย!เจ็บยิ่งนัก ผู้ใดบังอาจรนหาที่ตาย...เฉินฝานกำลังเงยใบหน้าขุ่นเคืองของเขาขึ้นไปมอง เพิ่งจะเงยหน้ามาได้ไม่นาน ก็เห็นม้าเหงื่อโลหิตตัวหนึ่งเดินผ่านเขาไป ม้าตัวน
“ไป!”หวงหวั่นเอ๋อร์ฟาดแส้ม้าทันทีก๊อบ ๆ เฉินฝานนั่งอยู่บนม้าที่วิ่งไปด้านหน้าอย่างบ้าคลั่ง เสียงลมที่มากระทบโสตประสาททำให้เฉินฝานหูอื้อ ถูกลมบาดใบหน้าจนรู้สึกเจ็บ เขาเอนไปด้านหลังตามสัญชาตญาณ...ภายใต้ผ้าสีคราม เรือนร่างของหวงหวั่นเอ๋อร์อบอุ่นนุ่มนิ่ม มีกลิ่นสดชื่นที่ใกล้เคียงกับกลิ่นดอกมะลิบนเรือนร่างของนางโชยเข้ามาแตะจมูกของเฉินฝานกลิ่นหอมยิ่งนัก! เฉินฝานสูดกลิ่นหอมบนเรือนร่างหวงหวั่นเอ๋อร์อย่างห้ามใจไม่อยู่ตอนที่เฉินฝานโน้มตัวพิงมา หวงหวั่นเอ๋อร์ตัวแข็งทื่อทันทีตอนที่อยู่ศูนย์บรรเทาทุกข์ นางเคยถูกเฉินฝานอุ้มมาจุมพิตแล้ว ทว่าไม่เหมือนกับตอนนี้ ตอนนั้นนางอยู่ในอ้อมอกของเฉินฝาน แต่ตอนนี้เฉินฝานอยู่ในอ้อมอกของนางแทนดูแล้วเขาคงจะหนาวเหน็บอย่างมากเหล่าชายทั้งหลายล้วนหลงคิดไปว่า สตรีชื่นชอบการอยู่ในอ้อมอกบุรุษเท่านั้น ความจริงแล้วตอนที่บุรุษเอนตัวเข้าไปในอ้อมอกของสตรี เหล่าสตรีไม่ได้รู้สึกไม่ชอบใจ กลับรู้สึกเติมเต็มเพราะเป็นที่ต้องการพวกนางอาจจะไม่เก่งกาจจนสามารถปกป้องบุรุษได้ทุกเรื่อง ทว่าอย่างน้อยก็สามารถเป็นที่พักพิงชั่วคราวได้ราวกับมีผีผลัก มือซ้ายที่ว่างอยู่ของหวง
ดูจากความความมุ่งมั่นทุ่มเทของฉินเย่ว์เหมย เฉินฝานคงจะปลีกตัวออกมาไม่ได้แม้แต่วันเดียว เขาเพิ่งจะลงจากเตียงแต่งตัวเรียบร้อยได้ไม่นาน ก็มีคนมาเตะประตูห้องกระจุยกระจายอย่างรุนแรงเฉินฝานกำลังจะโวยวาย ร่างเงาสีครามเคลื่อนผ่านสายตาของเขาไป ตอนที่เห็นชัดเจนแล้วว่าเป็นผู้ใด เฉินฝานยิ้มหน้าแป้นแล้นทันที“แม่นางหวง ที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เอง!”หวงหวั่นเอ๋อร์ไม่สนใจเฉินฝาน เดินตรงดิ่งเข้าไปในห้องทันที“ปึก!” หวงหวั่นเอ๋อร์นำกระบี่วางกระแทกบนโต๊ะ เทชาดื่มหนึ่งจอกในอึดใจเดียว จากนั้นจึงเงยหน้ามองเฉินฝานอย่างโหดเหี้ยม“น่ากลัวยิ่งนัก!” เฉินฝานจงใจทำเป็นหวาดกลัว “เจ้าสวะคนใดทำให้แม่นางหวงของพวกเราไม่พอใจเช่นนี้ นี่เป็นการรนหาที่ตายไม่ใช่หรือกระไร?”เมื่อครู่หวงหวั่นเอ๋อร์เพียงแค่แววตาขุ่นเคืองเท่านั้น ตอนนี้ความขุ่นเคืองพรวดพุ่งขึ้นมาทันที “หากรู้ว่าต้องตาย ไฉนเจ้ายังไม่รีบอีก คิดที่จะเล่นตุกติกงั้นรึ?”เฉินฝานยังไม่ทันมีการตอบสนองใด ไฉนหวงหวั่นเอ๋อร์จึงกล่าวว่าเขาคิดจะเล่นตุกติก หวงหวั่นเอ๋อร์สะบัดเสื้อแขนสีคราม...เฉินฝานรู้สึกเพียงลมโชยมา ผมที่เขาเพิ่งรวบเสร็จเมื่อครู่สยายออกมาทันที“เค
หลังจากที่โอวหยางน่าหลันกราบลาฉินเย่ว์เหมยแล้ว ก็พาลูกแฝดชายสี่คนเดินทางกลับแคว้นหลู่ เฉินฝานไปส่งนาง เมื่อถึงชายแดนก็ให้เฉินฝานกลับไปทันที“ทำไมล่ะ? ตอนนี้มีลูกชายแล้ว ไม่ต้องการพ่อคนนี้แล้วงั้นรึ?” เฉินฝานพูดหยอกล้อเมื่อก่อนทุกครั้งที่ต้องแยกจากโอวหยางน่าหลัน นางมักจะเกาะติดเขาแน่น หากไม่ใช่นางมาส่งเขา นางก็จะให้เขามาส่งซ้ำแล้วซ้ำเล่าการออกเดินทางครั้งนี้ เฉินฝานได้เตรียมใจไว้ หากยังไม่ยอมจากเขาไป เขาก็จะไปส่งโอวหยางน่าหลันและลูกชายสี่ถึงที่แคว้นหลู่ หากถึงแคว้นหลู่แล้วโอวหยางน่าหลันยังไม่ยอมให้เขาจากไป เขาก็สามารถอยู่ที่นั้นได้ในระยะเวลาสั้น ๆอย่างไรเสียนางก็เพิ่งจะคลอดลูกสี่คนให้เขา ย่อมต้องอยู่เป็นเพื่อนเสียหน่อยไฉนเลยจะรู้ว่าความจริงจะตรงข้ามกับสิ่งที่เฉินฝานคิด เพิ่งจะมาถึงชายแดนโอวหยางน่าหลันก็ให้เขากลับไปทันที“พูดอะไรของพี่หนะ?” โอวหยางน่าหลันทุบอกเฉินฝานเบา ๆ นางที่เพิ่งคลอดลูกได้ไม่นาน ใบหน้ามีความอ่อนโยนมากมายที่ไม่เคยมีมาก่อน เสริมให้นางดูพราวเสน่ห์มากขึ้น หากไม่ใช่รอบข้างมีคนอยู่เยอะ เฉินฝานคงอยากจะจุมพิตนางสักครั้งโอวหยางน่าหลันกล่าวต่อ “ข้าจะไม่ต้องการท่
“ขอบพระทัยท่านจักรพรรดินี!”เหล่าขุนนางกอดหยกสมปรารถนาพลางลุกขึ้นแม้จะเตรียมใจไว้แล้ว ทว่าตอนที่ลุกขึ้นมองเห็นฉินเย่ว์เหมย สีหน้าของเหล่าเสนาบดีถือว่าพลันดูมีชีวิตชีวาขึ้นมามีทั้งคนที่ประหลาดใจ มีคนที่รู้สึกไม่เคยชิน แน่นอนว่าก็มีคนไม่เต็มใจยอมรับเช่นกันประหลาดใจเพราะว่าฉินเย่ว์เหมยแต่งกายแตกต่างจากเดิมหมวกบนศีรษะก็ยังคงมีแผงม่านลูกปัดสีทองประดับอยู่ บนเรือนร่างก็คงสวมใส่ชุดมังกรสีของจักรพรรดิ ทว่าการประทินโฉมแตกต่างออกไปสิ้นเชิงแต่งแต้มแป้งทาแก้มสีชาดด้วยเฉดสีที่เหมาะสมลงบนใบหน้าที่ขาวเผือก ดูแล้วสุขภาพแข็งแรงและงดงาม ริมฝีปากที่เดิมสีคล้ำก็เปล่งประกายเป็นสีแดง ลวดลายดอกโบตั๋นสีทองบนหน้าผากเมื่อกระทบกับแสงแล้วเปล่งประกายวาววับฉินเย่ว์เหมยในแต่งกายดั่งสตรีงดงามจนตกตะลึงยิ่งกว่าตอนแต่งกายเป็นชายเสียอีก นางตัวตรงอยู่บนบัลลังก์ มองเหล่าเสนาบดีด้วยท่าทีเคร่งขรึมทว่าสง่างามขุนนางส่วนใหญ่ล้วนลอบชื่นชมอยู่ในใจ นี่เป็นท่าทางสูงศักดิ์ที่จักรพรรดิต้าชิ่งควรมี เป็นลางบอกเหตุล่วงหน้าว่าต้าชิ่งจะกลับสู่ความรุ่งโรจน์ดั่งเมื่อก่อนได้แล้วความประหลาดใจของเหล่าเสนาบดีมากจากการแต่งกาย
“ฝ่าบาท ในรัชสมัยนี้ขาดแคลนชายหนุ่มอย่างหนักพ่ะย่ะค่ะ!”“ร้ายแรงถึงขั้นไหน”“ในหนึ่งร้อยคน มีชายหนุ่มไม่ถึงยี่สิบคน หลายปีมานี้ มีหญิงสาววัยเหมาะสมจำนวนมากจบชีวิตตนเองเพราะไม่มีใครแต่งงานด้วย หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่ารากฐานของแผ่นดินอาจสั่นคลอนได้พ่ะย่ะค่ะ”“จงประกาศราชโองการลงไป ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทุกเขตการปกครอง เมืองที่อยู่ภายใต้การปกครองให้ดำเนินการจัดสรรการแต่งงาน ผู้ใดยินดีรับมากกว่าสามคน มอบรางวัล!”“ผู้ใดให้กำเนิดบุตรชาย มอบรางวัลใหญ่!”“ภายในสามปี ต้องพลิกปรากฏการณ์หญิงมากชายน้อยของแผ่นดินให้จงได้!”-เฉินฝานตื่นขึ้นด้วยเสียงร้องไห้รบกวนเมื่อลืมตาขึ้นก็พบว่าตนเองอยู่ในห้องที่ตนไม่รู้จักมีหญิงสาวนั่งปิดหน้าร้องไห้เสียงเบานั่งอยู่ข้างกาย“หยุดร้องได้แล้ว ข้ารำคาญ!”เมื่อได้ยินเสียงของเฉินฝาน หญิงสาวปาดน้ำตาและมองเขาทันที “นายท่าน ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ!”เฉินฝากเงยหน้ามองหญิงสาว……ผมเผ้าดำเงาวับ ผิวขาวนวลผุดผ่องดังหยก ดวงตาคู่งามแลมองหมุนรอบเป็นพันครั้ง ทุกการขมวดคิ้วคือการตีความคำว่าสง่างามน่าประทับใจผ้าดิบหยาบกระด้าง ก็ไม่อาจปกปิดรูปร่างน่าเอ็นดูของนางเฮ้ย...
Komen