Share

บทที่ 9

Author: เฉินเจียเสี่ยวเกอ
“นายท่าน ท่านทำของหล่นหรือ” ฉินเย่ว์โหรวเดินตามเฉินฝานแล้วถามเบา ๆ

“ข้าหา...หาเจอแล้ว หาเจอแล้ว!”

เฉินฝานหันกลับมาอย่างมีความสุข ในมือของเขามีของสีดำสนิทอยู่สองก้อน

ของสีดำนั้นก็คือ...

มูล?

มูล!

มูลก้อนใหญ่สองก้อน มูลวัวทั้งดำและแห้งสองก้อน

“เฉินฝาน” ฉินเย่ว์เจียวเรียกเฉินฝานด้วยชื่ออีกครั้ง นางปกป้องฉินเย่ว์โหรว “ท่านคิดจะทำอะไรอีก”

มือของฉินเย่ว์โหรวจับชายเสื้อของฉินเย่ว์เจียวไว้แน่น ดวงตาราวกับดวงดาราของนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ลมหายใจสั่นเทา

เมื่อเดือนที่แล้วเฉินฝานออกไปเล่นพนันและแพ้กลับมา ครั้นตื่นขึ้นมา กลางดึกเขาระบายความโกรธทั้งหมดใส่ฉินเย่ว์โหรว ด่านางที่แม้แต่อุ่นเตียงก็ทำไม่ได้ จากนั้นก็ลากนางไปที่ครัว ยัดขี้เถ้าเข้าปากนาง

ตอนนี้เฉินฝานคงจะไม่ระบายความโกรธใส่นางอีกและยัดมูลวัวเข้าปากนางกระมัง...

“เฉินฝาน ถ้าท่านทำร้ายน้องสี่ของข้าอีก ข้าจะฆ่าท่าน!”

ฉินเย่ว์เจียวตะโกนด้วยความโกรธแค้นราวกับว่านางยอมตายโดยไม่ยี่หระใด ๆ ทั้งสิ้น

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว นางจะไม่ปล่อยให้เกิดขึ้นได้อีก

เฉินฝานส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ “เย่ว์เจียว เจ้าเป็นหญิงสาว อย่าคิดแต่เรื่องการทุบตีและฆ่าแกงอยู่ตลอดสิ…”

ขณะที่เขาพูด ฉินเย่ว์เจียวก็โบกมือตรงหน้าเขา...

“ผลั่ก!”

มูลวัวแห้งกรัง แตกเป็นชิ้น ๆ เมื่อร่วงตกลงไป

“ข้า…” เฉินฝานมองดูมูลวัวที่แตกกระจายอยู่บนพื้น จึงรู้สึกร้าวรานใจ “สิ่งล้ำค่าเช่นนั้นแตกพังไปหมดแล้ว”

มูลวัวแห้งนี้เป็นเชื้อเพลิงที่ดีมากในโลกของเขา คนเลี้ยงสัตว์ในทุ่งหญ้าต่างใช้มูลวัวเป็นเชื้อเพลิง เมื่อแห้งก็ไม่มีกลิ่นแล้ว

บางทีคนที่นี่อาจจะไม่รู้ว่ามูลวัวเป็นเชื้อเพลิงได้ เขาเดินมาตลอดทางก็เจอไม่น้อย ตอนนี้หน้าหนาวแล้ว มูลวัวบนพื้นส่วนใหญ่ก็แห้งทั้งหมด

"ถูกต้อง!" ฉินเย่ว์เจียวกัดฟันเอ่ยอย่างขมขื่น "มันใช้ลงโทษน้องสี่ของข้าไม่ได้แล้ว แน่นอนว่าท่านต้องเสียดาย!"

“หา?” เฉินฝานยืนขึ้นมองฉินเย่ว์เจียวด้วยความประหลาดใจ ใช้เวลาสักพักกว่าจะโต้ตอบได้

“เฮ้อ เย่ว์เจียวเจ้าเข้าใจข้าผิด เย่ว์โหรวอ่อนโยนและงดงามขนาดนี้ ข้าทนไม่ได้ที่จะลงโทษนางหรอกนะ”

ฉินเย่ว์โหรวซึ่งยืนอยู่ข้างฉินเย่ว์เจียวเงยหน้าขึ้นมองเฉินฝาน ดวงตากลมโตที่ขี้อายของนางเต็มไปด้วยความขลาดกลัวและความสับสน ยามที่นางเห็นเฉินฝานมองนาง นางก็ก้มหน้าลงทันที

เฉินฝานส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ ให้ตายเถอะ เขารู้สึกว่าทำให้นางกลัวอีกครั้งแล้ว

“เย่ว์โหรว เจ้าอย่ากลัวไปเลย!”

เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินฝาน หัวใจของฉินเย่ว์โหรวก็สั่นสะท้าน

ตั้งแต่นางแต่งให้เขา เขาไม่เคยเรียกชื่อของนางเลย เขามักจะเรียกนางว่านางแพศยา

เย่ว์โหรว เย่ว์โหรว

วันนี้เขาเรียกหลายครั้งแล้ว น้ำเสียงอ่อนโยน ทุ้มต่ำ และหนักแน่น

นางไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่ากระแสเสียงของเฉินฝานไพเราะเพียงใด

ใบหน้าของฉินเย่ว์โหรวแดงระเรื่อ นางพูดอย่างเขินอาย "ขอบคุณนายท่านที่ไม่ลงโทษข้า"

“เอ่อ...” เฉินฝานกลับรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เขาเกาหัวแล้วพูด “อย่าขอบคุณข้าเลย ก่อนหน้านี้ข้าผิดเอง”

“ทำไมท่านถึงบอกว่ามูลวัวเป็นสมบัติล้ำค่าละเจ้าคะ” ฉินเย่ว์เจียวยังคงปฏิเสธที่จะเรียกเฉินฝานว่านายท่าน แต่น้ำเสียงของนางอ่อนโยนกว่าเดิมมาก ไม่ใช่น้ำเสียงมาดร้ายอีกต่อไป

เกือบทุกครอบครัวในรัชสมัยต้าถงเลี้ยงวัว แต่ไม่มีผู้ใดรู้ว่ามูลวัวเป็นเชื้อเพลิงที่ดี

เฉินฝานแย้มยิ้มเล็กน้อย

ฉินเย่ว์เจียวมีท่าทีที่ไม่ดีต่อเขา แต่เขาไม่ถือสา

ท้ายที่สุดแล้วเจ้าของร่างเดิมน่ารังเกียจมาก ให้นางเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับเขาทันที มันจะเป็นการบังคับคนอยู่บ้าง

“แน่นอนว่ามูลวัวแห้งเป็นสมบัติล้ำค่า ลองมองหามันตามทางที่เรามานะ ข้าจำได้ว่ายังมีอยู่” เฉินฝานพูดและเริ่มมองลงไปอีกครั้ง

“ไม่จำเป็นต้องมองหาแบบนี้ ข้ารู้ว่าจะหาได้ที่ไหน” ฉินเย่ว์เจียวกล่าว

เฉินฝานเดินตามฉินเย่ว์เจียวไปยังเนินเขาเล็ก ๆ ด้านหลังหมู่บ้าน มีการสร้างรั้วไม้สี่เหลี่ยมขนาดเล็กบนเนินเขา ในรั้วเต็มไปด้วยมูลวัวไม่พึงประสงค์ที่ถูกทิ้งในหมู่บ้าน ปีนี้ฝนตกน้อย หลังจากฤดูหนาวอากาศก็แห้งขึ้น มูลวัวแห้งหมดแล้วและเป็นเชื้อเพลิงที่ดีมาก

เมื่อมองดูมูลวัวแห้งในรั้วไม้ เฉินฝานก็มีความสุขและประหลาดใจ

ข่าวดีก็คือมูลวัวแห้งเหล่านี้สามารถอยู่ได้ตลอดฤดูหนาว แต่ที่น่าแปลกใจคือ...

“ปุ๋ยธรรมชาติดี ๆ เช่นนี้ เหตุใดจึงไม่ใช้ในไร่นาเล่า”

เขาเพิ่งบอกว่าเชื้อเพลิงไป ฉินเย่ว์เจียวและฉินเย่ว์โหรวไม่เข้าใจ ทว่ามูลวัวนั้นสามารถใช้เป็นปุ๋ยได้ พวกนางน่าจะเข้าใจกระมัง

“ปุ๋ย? มันคืออะไรเจ้าคะ” ฉินเย่ว์เจียวและฉินเย่ว์โหรวเอ่ยขึ้นพร้อมกันด้วยสีหน้าเดียวกัน ทั้งคู่มองเฉินฝานด้วยความฉงน

เฉินฝานพูดไม่ออก

ไม่มีทาง คนที่นี่ไม่รู้จริง ๆ หรือว่ามูลวัวสามารถใช้เป็นปุ๋ยได้

“ใส่ในดินหรือ” ใบหน้าของฉินเย่ว์เจียวเปลี่ยนไปบิดเบี้ยวอีกครั้ง นางมองเฉินฝานอย่างดูแคลน “ถ้าวางสิ่งที่มีกลิ่นเหม็นเช่นนี้ลงในทุ่งนา พืชผลจะต้องถูกรมจนตาย ท่านไม่มีสามัญสำนึกเลย อย่างที่คาดไว้ว่าเป็นคนไร้ประโยชน์ที่รู้จักแค่กินและดื่มเท่านั้น”

“พี่สาม” ฉินเย่ว์โหรวดึงมุมเสื้อผ้าของฉินเย่ว์เจียวเบา ๆ ส่งสัญญาณให้นางหยุดทำให้เฉินฝานโมโห

นางกลัวมาก กลัวว่าเฉินฝานจะกลับมาเป็นปีศาจร้ายเฉกเช่นก่อนที่เขาจะตกลงไปในน้ำ

เฉินฝานยิ้มอย่างไม่เห็นด้วย

เจ้าของร่างเดิมเป็นสวะจริง ๆ เนื่องจากเขาเพิ่งมาใหม่ ดังนั้นเด็กผู้หญิงสองคนจึงไม่เข้าใจเขา มันจึงไม่สำคัญ

ต่อมาเฉินฝานได้ค้นพบ นี่คืออีกโลกหนึ่ง แม้จะดูคล้ายกับจีนโบราณ แต่บางอย่างก็ยังแตกต่างจากจีนโบราณ มูลวัวที่นี่มีส่วนผสมที่เขาไม่รู้จักซึ่งไม่เหมาะกับการเป็นปุ๋ย

แต่มันเป็นเชื้อเพลิงที่ดีจริง ๆ

เฉินฝานให้ฉินเย่ว์เจียวกลับบ้านไปหยิบของที่สามารถเก็บของพวกนี้ได้ ฉินเย่ว์เจียวกลับไปเอาตะกร้าไม้ไผ่สี่ใบมา

ตะกร้าขนาดใหญ่ทั้งสี่เต็มไปด้วยมูลวัว ฉินเย่ว์เจียวหยิบตะกร้าที่ใหญ่ที่สุดสองใบและเหลือตะกร้าอีกสองใบ เฉินฝานหยิบขึ้นมาหาบโดยสัญชาตญาณ

การกระทำในจิตใต้สำนึกของเขาทำให้สองพี่น้องฉินตกใจ ฉินเย่ว์เจียวยืนอยู่ด้านหน้าฉินเย่ว์โหรวโดยไม่รู้ตัว

“พวกเจ้า..เฮ้อ!” เฉินฝานยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ “ข้าจะไม่ทุบตีพวกเจ้า ข้าแค่จะเก็บมูลวัวที่เหลืออยู่เท่านั้น”

“...”

สองพี่น้องฉินมองเฉินฝานอย่างมึนงงอีกครั้ง นี่เป็นครั้งแรกที่พวกนางได้ยินเฉินฝานพูดว่าเขาจะทำงานตั้งแต่พวกนางแต่งงานกับเฉินฝาน

“อย่าเอาแต่ยืนอึ้งสิ!” เฉินฝานตัวสั่น “เริ่มมืดแล้ว วันนี้หนาวมาก เรารีบกลับกันเถอะ”

ร่างกายนี้อ่อนแอมาก ทนความหนาวเย็นไม่ได้

“นายท่าน!” ฉินเย่ว์โหรวรู้สึกตัวและหยิบคานหาบจากมือของเฉินฝานทันที “งานนี้ข้าจะปล่อยให้ท่านทำได้อย่างไร ข้าจะทำเอง!”

“ขาและเท้าของเจ้าไม่สะดวก ข้าทำเอง!”

“นายท่าน ให้ข้าทำเถอะ”

มือของฉินเย่ว์โหรวยังคงจับคานหาบไว้แน่นขณะที่เป็นกังวล ดวงตาที่ราวกับดวงดาราของนางก็เต็มไปด้วยน้ำตาที่ใสเช่นก้อนผลึกใส

“เจ้า...”

เฉินฝานดูสับสน นางร้องไห้ทำไมกัน เขายังไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด ในเวลาเดียวกันเขาก็รู้สึกแปลกเล็กน้อย ทันทีที่ฉินเย่ว์เจียวปรากฏตัวนางก็ปกป้องฉินเย่ว์โหรว ไม่ว่าเขาจะทำอะไรนางก็เฝ้าดูเขาอย่างใกล้ชิด

ทว่าตอนนี้ฉินเย่ว์โหรวต้องการเก็บมูลวัว ฉินเย่ว์เจียวเพียงแค่มองและไม่พูดอะไรเลย

“นายท่าน ข้าทำได้ ข้าทำงานได้จริง ๆ ” ดวงตาของฉินเย่ว์โหรวเต็มไปด้วยแววร้องขอ

“ข้ารู้ว่าท่านไม่ได้มีเจตนาดีเลย!”

ฉินเย่ว์เจียวเหลือบมองเฉินฝานด้วยความโกรธ "ท่านอยากจะยืมมือราชสำนักฆ่าน้องสี่ใช่หรือไม่!"
Comments (3)
goodnovel comment avatar
คนปลูกธรรม kk
สนุกเทียบกับแอพอื่นแล้วแพงมาก
goodnovel comment avatar
tom Promphibal
ชื่นชอบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
goodnovel comment avatar
Chainiwat
สนุกวนุกสนุก
VIEW ALL COMMENTS

Related chapters

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 10

    นี่มันอะไรกันเนี่ย?เฉินฝานขมวดคิ้วแน่นแล้วเอ่ยถาม “เย่ว์เจียว เจ้ากำลังพูดถึงเรื่องอะไร หรือว่าถ้าข้าหาบ ทางการจะมาจับกุมฉินเย่ว์โหรวหรือ”“หึ!” ฉินเย่ว์เจียวส่งเสียงไม่พอใจ “ทำไมถึงแสร้งโง่ สมองท่านพังไปแล้วจริง ๆ หรือไร”!!!เฉินฝานตกตะลึง หรือจะเป็นเรื่องจริงความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมมีจำกัด เขาจำเรื่องนี้ไม่ได้จริง ๆประเทศนี้มันแปลก ๆ ผู้ชายทำงานไม่ได้แล้วหรือไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้ชายมีน้อยเพียงนี้ในความเป็นจริง ผู้ชายในรัชสมัยต้าชิ่งสามารถทำงานได้ แล้วก็ยังถือว่าผู้ชายต้องแข็งแกร่งเพื่อความสวยงามอีกด้วยแต่ถ้าเฉินฝานเป็นฝ่ายเก็บมูลวัว ส่วนฉินเย่ว์โหรวกลับไปมือเปล่ามันคงจะผิดปกติผู้ชายในรัชสมัยต้าชิ่งมีสถานะสูงส่ง รู้สึกว่าผู้หญิงเกิดมาเพื่อรับใช้ผู้ชาย หากเฉินฝานหาบ ฉินเย่ว์โหรวเดินกลับมือเปล่า เช่นนั้นนางจะต้องถูกผู้อื่นสาปส่งนับไม่ถ้วน จากนั้นอาจถูกฟ้องไปยังทางการโดยผู้ชายในหมู่บ้าน ถึงยามนั้นจะต้องมีบทลงโทษกฎหมายอาญากว่ายี่สิบข้อหาด้วยร่างกายปัจจุบันของฉินเย่ว์โหรว ไม่มีทางที่จะสามารถต้านทานการลงโทษเจ้าหน้าที่ได้เฉินฝานไม่รู้อะไรเลย นอกจากกังวลว่าจะมีคนฟ้องท

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 11

    ไม่ใช่ความจริงใช่ไหม!เหม่อลอยเพียงครู่เดียว ฉินเย่ว์เจียวก็ขยับมาอยู่ข้างเขาแล้ว นางเปิดผ้าห่มครึ่งหนึ่งแล้วห่มไว้บนตัวเฉินฝานอบอุ่นและมีกลิ่นหอมกลิ่นหอมจากตัวฉินเย่ว์เจียวพอ ๆ กับนิสัยดุดันของนางเข้มข้น เร่าร้อน!เฉินฝานถึงกระทั่งอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจผู้ชายแผ่นดินนี้ช่างมีความสุขจริงๆ !ช่วงเวลาที่เฉินฝานประทับใจ ข้างกายของเขาพลันว่างเปล่า……รู้สึกตัวอีกที ฉินเย่ว์เจียวลงจากเตียงเตาไปแล้วเวลาผ่านไปหลายวินาทีกว่าเฉินฝานจะรู้สึกตัว เมื่อครู่นี้ฉินเย่ว์เจียวเพียงแค่ช่วยให้ความอบอุ่นกับผ้าห่มเท่านั้นเขาคิดว่า……พูดตามตรง เขารู้สึกผิดหวังอยู่ข้างในเล็กน้อย“แค่ก ๆ !”“ยังอุ่นไม่พอรึ” ฉินเย่ว์เจียวหันกลับมาถาม“พอแล้ว ๆ!” เฉินฝานรีบตอบพูดจบ ความจริงแล้วข้างในรู้สึกเสียดายเล็กน้อยเฉินฝาน กลัวอะไรวะ ต้องพูดว่าไม่พอสิเตียงเตาใหญ่มาก สองพี่น้องตระกูลฉินคงจะนอนอีกฝั่ง แต่เวลาผ่านไปพักใหญ่ เฉินฝานก็ไม่เห็นสองเงาของพี่น้องตระกูลฉินพลันมีเสียงแซก ๆ ดังมาจากพื้น เฉินฝานชะโงกหัวตามที่มาของเสียงสองพี่น้องตระกูลฉินปูหญ้าอยู่ตรงมุมที่ใกล้เขาที่สุด พวกนางม้วนตัวอยู่บนเตียงหญ้

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 12

    เฉินฝานสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ามือของฉินเย่ว์เจียวมีอาการสั่นเล็กน้อยเมื่อหันกลับก็พบว่ามีเหงื่อเต็มหน้าผากฉินเย่ว์เจียวฉินเย่ว์เจียวแสดงสีหน้าท่าทางเป็นความกล้าหาญทันทีที่เห็นเฉินฝานหันกลับมาท่าทางดื้อรั้นของฉินเย่ว์เจียวทำให้เฉินฝานหัวเราะ“นั่นมันเสือ จะกลัวขายหน้าทำไม ข้าก็กลัวเหมือนกัน”เฉินฝานกุมมือฉินเย่ว์เจียวแน่น “อยู่ใกล้ข้าไว้ ไม่จำเป็นต้องฝืน พวกเราไม่ต้องเข้าไปลึกมาก แค่มองรอบ ๆ ว่ามีพวกกระต่ายป่าหรือนกป่าหรือไม่ก็พอ จับสักตัวสองตัวพวกเราก็กลับ ห้ามโลภเด็ดขาด”ภูเขาหัวเสือเพราะว่ามีเสือ คนจึงขึ้นมาน้อย พวกเฉินฝานจับไก่ป่าได้สามตัวกับกระต่ายหนึ่งตัวได้อย่างรวดเร็ว“สวบ!”ฝีมือการยิงธนูของฉินเย่ว์เจียวไม่เลวจริง ๆ นางยิงกระต่ายได้อีกหนึ่งตัว“ยิงโดนแล้ว ข้ายิงโดนอีกแล้ว!” ฉินเย่ว์เจียววิ่งไปเก็บกระต่ายอย่างดีใจ“เย่ว์เจียว กลับมา……”“โฮก!”เสียงของเฉินฝานถูกเสียงโฮกของเสือกลบตรงหน้ามีเสือกระโจนออกมากะทะหันตัวหนึ่ง มันจ้องเฉินฝานกับฉินเย่ว์เจียวไม่ขยับฉินเย่ว์เจียวชูคันธนูขึ้นตามสัญชาตญาณ“อย่าขยับ!” เฉินฝานตะโกนห้ามฉินเย่ว์เจียวพุ่มหญ้าด้านหลังเสือมีความ

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 13

    “พี่สาม สิ่งที่นายท่านยัดเข้าไปในท้องปลาคือหญ้าเซียนนู๋หรือไม่ หญ้านั่นกินได้ด้วยหรือ!”ฉินเย่ว์เจียวส่ายหัวว่าไม่รู้เหมือนกัน อย่างไรเสีย นางไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าหญ้าเซียนนู๋กินได้“พี่สาม!” ฉินเย่ว์โหรวชี้ไปที่กองมันสำปะหลังในลานสวน “นั่นคืออะไรเจ้าคะ!”“ข้าไม่รู้” ฉินเย่ว์เจียวส่ายหัว“เหมือนท่อนไม้เลย ใช้เป็นฟืนรึ!”“ไม่ใช่!” ฉินเย่ว์เจียวส่ายหัวอีก “นายท่านบอกว่าเป็นของกิน”“ของกิน! ท่อนไม้กินได้ด้วยหรือเจ้าคะ!”“กินได้สิ! มันไม่ได้เรียกว่าท่อนไม้ มันชื่อว่ามันสำปะหลัง” เฉินฝานยืนขึ้นแล้วไปหยิบมันสำปะหลังสามอันยาวยี่สิบกว่าเซนติเมตรมา “มา พวกเจ้ามานี่แล้วเอามันสำปะหลังสามอันนี้ไปขูดเปลือกออกซะ จากนั้นนำไปต้มนะ”มันสำปะหลังในหม้อต้มสุกอย่างรวดเร็ว ปลาเผาบนถ่านก็ส่งกลิ่นหอมอบอวล เฉินฝานโรสเกลือลงไปเล็กน้อย กลิ่นหอมของปลาเผาลอยออกอบอวลไปทั่วเรือนในทันใด“หอมจัง!”แม้ว่าฉินเย่ว์โหรวออกเรือนเป็นภรรยาคนแล้ว แต่นางยังเด็กมาก นางจ้องปลาเผาที่อยู่บนฝืนไม่ขยับพลางกลืนน้ำลายอย่างควบคุมไม่ได้ฉินเย่ว์เจียวโตกว่าเล็กน้อย จึงไม่ได้แสดงออกชัดเจนเท่าฉินเย่ว์โหรว แต่นางแอบกลืนน้ำลายไปหล

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 14

    กินอาหารง่าย ๆ เสร็จ เฉินฝานกับฉินเย่ว์เจียวก็เตรียมตัวจะไปขายไก่ป่ากับกระต่ายในเมืองฉินเย่ว์โหรวร่างกายอ่อนแอจึงอยู่เฝ้าเรือนแทนหมู่บ้านซานเหออยู่ในเมืองที่มีชื่อว่าเมืองหลีผิง จากหมู่บ้านซานเหอไปยังตลาดในเมืองเพียงสิบกว่าลี้ ระยะห่างไม่ไกลมากนักคนชนบทเป็นคนตื่นเช้า เมื่อเฉินฝานกับฉินเย่ว์เจียวเดินมาถึง ในตลาดก็เต็มไปด้วยเสียงเรียกขายของต่าง ๆ ดังไม่ขาดสายสำหรับฉินเย่ว์เจียวแล้ว การขายไก่ป่ากับกระต่ายเป็นสิ่งที่นางคุ้นเป็นอย่างดี“น้องเย่ว์เจียวมาแล้วหรือ วันนี้ล่าได้สัตว์อะไรมาล่ะ”สตรีวัยกลางคนขายไช้กัวอยู่ข้าง ๆ ถามขึ้นอย่างดีใจเมื่อเห็นฉินเย่ว์เจียวแต่เมื่อสตรีวัยกลางคนเห็นเฉินฝานที่ยืนอยู่ข้างหลังฉินเย่ว์เจียวแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าก็หายไปทันใด ตามมาด้วยการมองเฉินฝานด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจเมื่อก่อนเฉินฝานตามมาเอาเงินทั้งนั้น เมื่อได้เงินแล้วก็เอาไปเล่นพนันทันที คนที่นี่จึงไม่ต้อนรับเขามากนักฉินเย่ว์เจียวยกไก่ป่าขึ้นมา “ท่านป้า วันนี้ข้าจับไก่ป่าได้เจ้าค่ะ!”สตรีวัยกลางคนก้มศีรษะลงและมอง “โอ้โห ไก่ป่าตัวนี้ช่างอ้วนท้วนเหลือเกิน วันนี้น้องเย่ว์เจียวจะรวยแล้

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 15

    ฉินเย่ว์โหรวไม่ได้สติมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อกลิ่นผู้ชายของเฉินฝานเข้าใกล้มาก ๆ ยิ่งรู้สึกอยากแนบชิดสองแขนโอบล้อมคอเฉินฝานและกดลงมาปกติเขินอายไร้เดียงสาเหมือนเจ้ากระต่ายน้อย แต่เวลานี้กลับเร่าร้อนดั่งเปลวไฟ“นายท่าน นายท่าน……”เสียงออดอ้อนเว้าวอนดังออกมาจากริมฝีปากแดงอมชมพูของนางเฉินฝานอดกลั้นอย่างทรมาน เมื่อฉินเย่ว์โหรวใจร้อนถึงเพียงนี้ เช่นนั้นเขาก็จะไม่เป็นสุภาพบุรุษอีกต่อไปเมื่อทุกอย่างกำลังจะสุกงอม……ทันใดนั้น……สีแดงพราวเป็นแผ่นขยายวงกว้างต่อหน้าเฉินฝานช้า ๆมาพร้อมด้วยเสียงร้องปวดจากฉินเย่ว์โหรว เสียงหายใจถี่หายไปและปรับเปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้นน่าสงสารในดวงตาเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา นางมองเฉินฝานด้วยแววตาตัดพ้อ: “นายท่าน ท่าน……อ่อนโยนหน่อยไม่ได้หรือเจ้าคะ!”เวลานี้ฉินเย่ว์โหรวรู้สึกเพียงแต่มวนท้อง โดยเฉพาะท้องน้อยที่เจ็บจี๊ดเหมือนโดนมีดบาดเฉินฝานเข้าใจคำตำหนิทันทีราวกับแววตาของฉินเย่ว์โหรวพูดได้แต่ตอนนี้เขารู้สึกจนใจและน้อยใจมากกว่านี่ไม่ใช่ความเจ็บที่เกิดอาการฉีกขาด!เขาอยากทำอะไรสักอย่าง แต่เขายังไม่ทันได้เริ่มเลย!เพราะประจำเดือนของฉินเย่ว์โหรวมาพอดีต่างหาก!นาง

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 16

    ฉินเย่ว์เจียวดึงคันธนูแล้วเดินไปหยุดอยู่ด้านหน้าฉินเย่ว์โหรวใบหน้าของหลี่ซานเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “พานางออกไป ข้าไม่เชื่อว่านางจะกล้าลงมือ!”ชายทั้งสองยังคงเดินหน้าต่อไป ฉินเย่ว์เจียวถูกบีบให้ล่าถอยไปทีละก้าว สายตาเห็นว่าจะโจมตีฉินเย่ว์โหรว“ใครก็ตามที่กล้าพาน้องสี่ของข้าไป ข้าจะยิงพวกเจ้าให้ตายด้วยลูกธนูดอกเดียว!” ฉินเย่ว์เจียวตะโกนลั่น พร้อมดึงสายธนูในมือให้โค้งได้มากที่สุด“พี่สาม อย่าเลย!”ฉินเย่ว์โหรวกอดฉินเย่ว์เจียว “ให้เรื่องจบเท่านี้เถิด ข้าจะไปกับพวกเขาเอง ท่านไม่จำเป็นต้องเสี่ยงชีวิตอีก”ฉินเย่ว์โหรวหลับตาอย่างยอมแพ้ ยังคิดด้วยซ้ำว่าหลีกเลี่ยงจูต้าอันก็พอแล้วแต่ทำไมนางถึงลืมเรื่องที่นางถูกขายให้กับหอนางโลมอี๋ชุนย่วนไปอีกแล้ว“เจ้าพูดเหลวไหลอะไรน่ะ! มาเลย!” ดวงตาของฉินเย่ว์เจียวเป็นสีแดงเข้ม นางกัดฟันและตะโกนเสียงดัง “ถ้าอย่างนั้นเราก็มาตายด้วยกัน!”“จะตายอะไร จะรอดอะไรน่ะ!” เฉินฝานคว้าด้ามธนูจากมือของฉินเย่ว์เจียว “ข้าบอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือ เจ้าเป็นเด็กผู้หญิง อย่าเอาแต่ต่อสู้ฆ่าฟันทั้งวัน เจ้าไม่ฟังคำของข้าเลยหรือไร”“เฉินฝาน ท่านปล่อยข้า!”ความจริงที่ว่าฉินเย่ว์

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 17

    “จริงสิ ข้าเตือนไว้เสียหน่อย เมื่อครู่ที่ตีคือใบหน้า แต่ครั้งนี้จะไม่ใช่ และมันเป็น…”สายตาของเฉินฝานจับจ้องไปที่ดวงตาของหลี่ซานหลี่ซานปกป้องดวงตาของตนตามสัญชาตญาณ และพูดขึ้นอย่างร้อนตัว “เจ้าหนู เจ้ากำลังขู่ใครอยู่?"เฉินฝานพูดไม่ยี่หระ “ถ้าเจ้าลอง...ก็จะได้รู้เอง”ก่อนจะทะลุมิติมา เฉินฝานเพิ่งปลดประจำการจากทีมปฏิบัติการพิเศษในประเทศหนึ่งหากไม่ใช่เพราะร่างกายนี้ขาดการออกกำลังกาย ท่อนไม้ที่เพิ่งพุ่งเข้าไปที่ใบหน้าของหลี่ซานจะไม่เพียงแต่ทำให้หลี่ซานเจ็บเท่านั้น ครั้นจะเห็นเลือดออกมาเสียด้วยซ้ำหลี่ซานอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย เฉินฝานที่อยู่ตรงหน้า เห็นได้ชัดว่าเป็นคนธรรมดาที่ยากจนคำพูดและดวงตาของเขาก็ประจักษ์แจ้งได้ว่าดูไม่จริงจัง กระนั้นไม่รู้ว่าทำไมยังทำให้เขาหวาดกลัวเพื่อนชั่วช้าของจูต้าอัน ในเวลานี้ได้ปลุกจูต้าอันให้ฟื้นขึ้นมาแล้วเขาถูกเฉินฝานทุบตีจนหยุดหายใจไปชั่วคราว แม้เฉินฝานจะเคลื่อนไหวรุนแรง ตีจนทำให้จูต้าอันเจ็บเกือบตายแต่เป็นการลงมืออย่างพอดี เพื่อป้องกันไม่ให้จูต้าอันตายจริงและก่อให้เกิดคดีความเกี่ยวกับชีวิตคนเมื่อจูต้าอันตื่นขึ้นมา ดวงตาของเขาก็เปลี่ยนไปอย่

Latest chapter

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 970

    “ขอรับ ใต้เท้า!”เฉินฝานเงยหน้ามองจ้าวฮวั่นที่กำลังวุ่นวายกับการสั่งการอยู่บนหอประตูเมืองทว่าก็เชื่อมั่นว่าพวกจ้าวฮวั่นก็จะสามารถทนรับมือได้ถึงหนึ่งชั่วยามครึ่ง-เกิดเสียงตู้มดังสนั่นขึ้น“องค์หญิง ๆ!” อัครเสนาบดีแค้วนหลู่น้ำตาคลอเบ้า วิ่งมาหาด้านหน้าโอวหยาวน่าหลันด้วยความตื่นเต้น “พังทลายแล้ว พวกเราพังทลายประตูเมืองลู่ตูแคว้นต้าชิ่งได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ!”“จริงรึ!”โอวหยางน่าหลันสีหน้าตื่นเต้นทันทีเมื่อได้ยินเสียง นางก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นเสียงประตูเมืองลู่ตูพังทลาย หลังจากที่ได้ยินกับหูตนเองแล้ว ก็รู้สึกสบายใจมากขึ้นโอวหยางน่าหลันกระโดดขึ้นม้าสะบัดดาบไปทางเมืองลู่ตูอีกครั้ง“เข้าเมือง!”“เข้าไปกินข้าว!”คำพูดของโอวหยางน่าหลันเหมือนกับน้ำมันที่ราดใส่กองไฟ ปลุกกองกำลังเมืองหลู่ให้ลุกฮืออีกครั้ง“เข้าเมือง!”“เข้าไปกินข้าว!”ทหารเมืองหลู่ตะโกนคำปลุกใจบุกเข้าไปในเมืองลู่ตูกองกำลังเมืองหลู่ที่หิวจนเสียสติ เมื่อเข้าไปในเมืองก็ค้นทุกหลังคาเรือนอย่างป่าเถื่อนมิต่างอันใดกันโจรปล้นเสบียงแม้แต่น้อยยังมีคนจำนวนน้อยที่มิยอมทำตามยืนหยัดที่จะอยู่ในเมืองต่อไปตอนนี้พวกเขารู้สึกเสียใ

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 969

    โดยปกติ คนมหาศาลถูกโจมตีจนตายอย่างอเนจอนาถปานนั้น คงจะบั่นทอนขวัญกำลังใจให้คนที่ตามมามิกล้าผลีผลามบุกเข้ามาทว่า...“ฆ่ามัน!”เสียงตะโกนฆ่าฟันด้านล่างหอประตูเมืองมิได้ลดทอนลงแม้แต่น้อย กลับเสียงดังกึกก้องมากกว่าเดิมเสียอีกจ้าวฮวั่นวิ่งขึ้นไปที่หอประตูเมืองกวาดสายตามองลงมา...กองกำลังเมืองหลู่ยังคงมากมายมหาศาลราวกับฝูงมดมุ่งหน้าโถมเข้ามาที่เมืองลู่ตู“ท่านแม่ทัพ พลทหารเมืองหลู่เหล่านั้นเสียสติไปแล้วงั้นรึ?” รองแม่ทัพข้างกายจ้าวฮวั่นกล่าวถามจ้าวฮวั่นมิรู้จะตอบอย่างไร มองพลทหารเมืองหลู่ที่จำนวนมหาศาลด้านนอกเมือง เขาก็รู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมากอายุของจ้าวฮวั่นน้อยกว่าเหอกังเท่านั้น เขาติดตามเหอกังไปสู้รบทุกหนแห่งมิต่ำกว่าหนึ่งร้อยครั้งทว่าเป็นครั้งแรกที่เขาเคยเห็นกองกำลังที่บ้าคลั่งมิเสียดายชีวิตอย่างกองกำลังเมืองหลู่จ้าวฮวั่นหันหน้ากลับไปมองในเมืองราษฎรในเมืองกำลังเดินทางอพยพ เป็นเพราะว่าต้องขนย้ายเสบียงด้วยจึงทำให้การอพยพค่อนข้างช้า“ฆ่ามัน!”เสียงตะโกนฆ่าฟันด้านนอกเมืองเข้าใกล้มาเรื่อย ๆ“พลธนู”“พลขว้างระเบิด”จ้าวฮวั่นหันหน้ากลับมาตะโกนออกคำสั่ง“จงโจมตีต่อเนื่อ

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 968

    “ใต้เท้า ท่านวางใจเถอะ ข้าจะพาเขาออกไปได้แน่นอน” เหอจื่อกลินกล่าวรับปาก“เจ้าเองก็ด้วย อย่าอวดเก่งอย่าใจร้อน!”ถึงแม้เหอจื่อหลินรับปากว่าจะดูแลตัวเองให้ดีแล้ว เฉินฝานก็ยังมิวางใจ จึงให้ทหารรักษาพระองค์ที่ฉินเย่ว์เหมยสั่งให้มาอารักขาเขา ติดตามออกไปปกป้องเหอจื่อหลินด้วยครั้งนี้เหอกังมิได้มาด้วย เมื่อกลับไปเขามิอยากหลบหน้าเหอกัง-ด้านนอกเมืองลู่ตูกองกำลังเมืองหลู่แน่นขนัดมากมายสุดลูกหูลูกตา ราวกับมดที่ออกจากรังจ้าวฮวั่นชำเลืองมองกองกำลังเมืองหลู่ด้านล่าง หันหน้ากลับมาถาม“สหายทั้งหลายพวกเจ้าเกรงกลัวหรือไม่?”“มิกลัว!”เสี่ยวซื่อชูคันศรในมือขึ้น กล่าวตอบเป็นคนแรกตอนที่อยู่เมืองหรงตู เขายังเป็นเด็กหนุ่มที่ทำอันใดมิเป็น ตอนนี้ได้กลายเป็นชายร่างใหญ่ที่สูงหนึ่งเมตรแปดสิบแล้วร่างกายกำยำ ผิวสีแทน เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายชายชาตรีทุกกระเบียดนิ้วเขาที่เพิ่งจะได้ภรรยาใหม่และจะได้เป็นพ่อคน ได้กลายเป็นชายชาตรีที่มีสง่าราศีแล้ว“มิกลัว!”“มิกลัว!”เหล่าพลทหารต่างพากันชูอาวุธในมือ เปล่งเสียงพร้อมเพรียงดังกังวานราวกับระฆังใหญ่ในวัดดังกังวาน กึกก้องน้ำเสียงของพวกเขาดังทะลุไปนอกเมือ

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 967

    “ใช่แล้ว เป็นการทำเพื่อพวกเจ้าทั้งนั้น ไฉนเจ้ามิดูเหล่าคุณชายในกองกำลังที่หนึ่งของเจ้า จนป่านนี้แล้วทุกคนยังเป็นพวกไร้ฝีมืออยู่ หากไปเผชิญหน้ากับกองกำลังเมืองหลู่จริง อาจจะปัสสาวะราดก็ได้นะ”“ถูกต้อง เมื่อถึงตอนนั้นกลิ่นปัสสาวะก็จะตลบอบอวลไปทั่ว”แม่ทัพประจำกองคนอื่นต่างพากันหัวเราะสะใจ“ปัสสาวะราดอันใด กองกำลังที่หนึ่งของข้ามิมีผู้ใดเป็นไก่อ่อนเสียหน่อย!” มั่วเซินกำหมัดแน่น“มิใช่ไก่อ่อนก็จริง แค่คงจะตกใจจน...”“พอได้แล้ว!”เฉินฝานตะโกนลั่น “ตอนนี้สงครามใหญ่จะเริ่มแล้ว ยังจะมาพูดจาล้อเล่นอีก!”“......” ตอนนี้ทั่วบริเวณเงียบกริบลงทันทีเฉินฝานกวาดสายตามองโดยรอบ “ตอนนี้ทุกกองกำลังล้วนได้รับมอบหมายหน้าที่แล้ว...“ใต้ ใต้เท้า”มีเสียงแผ่วเบาดังขึ้นจากมุมหนึ่งฝูงชนหันไปมองตามเสียงเสียงนั้นคือนายกองเมืองลู่ตูพานอีเฟย“ใต้เท้า ท่านยังมิได้มอบหมายหน้าที่ให้พวกเรากองกำลังรักษาเมืองลู่ตูขอรับ”“โอ้!” เฉินฝานรีบยกมือกล่าวขอโทษ “ขอโทษด้วย เกือบจะลืมพวกเจ้าไปเสียแล้ว”“นายกองเมืองลู่ตู!” เฉินฝานตะโกนเสียงดังตามความเคยชิน“ขอ...ขอรับ” พานอีเฟยเลียนแบบการขานรับของพวกมั่วเซินด้วยควา

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 966

    “พี่จื่อหลินพูดถูก สงครามครั้งนี้จะใช้แผนโจมตีจากด้านหลังมิได้เด็ดขาด”“กล่าวรายงานขอรับ!”เฉินฝานกล่าวมิทันจบ ก็มีพลส่งสาสน์เข้ามารายงานอีกกองทัพใหญ่แคว้นหลู่ห่างจากเมืองลู่ตูเพียงสิบลี้แล้วเฉินฝาน : “จ้าวฮวั่น เฉียนหง!”“ขอรับ!” จ้าวฮวั่นยืนตัวตรงทันที“พวกเจ้านำกองกำลังที่สองไปบนหอประตูเมือง!”“ขอรับ!”“เฉียนหง ซุนลี่ หลี่จื้อ”“ขอรับ!”“พวกเจ้าพากองกำลังที่สามสี่ห้า ออกไปนอกเมืองลู่ตู”“...ขอรับ!”ทั้งสามคนมิได้ขานรับทันที ต้องเคลื่อนทัพออกจากเมืองงั้นรึ?นี่หมายความว่าเยี่ยงไร? จะมิสู้แล้วงั้นรึ?ถึงแม้ว่าจะเต็มไปด้วยความงุนงง ทว่าทั้งสามคนก็ยังยืนกรานที่จะทำตามคำสั่งและมีความตั้งตารอคอยเล็กน้อยยุทธวิธีของเฉินฝานมักจะแปลกประหลาด เกินกว่าที่คนธรรมดาจะเข้าใจได้เสมอพวกเขามิได้เดือดดาลมิยอมทำตามเหมือนตอนที่สู้รบกับกองกำลังเมืองเตียนตูอีกแล้วตอนนี้มิว่าเฉินฝานจะสั่งให้ทำอันใดก็ล้วนยอมทำตาม ในใจคาดหวังว่าจะได้เจอยุทธวิธีที่แปลกใหม่อันใดอีก“เฉียงหง หลังที่กองกำลังของเจ้าออกเมืองไปแล้ว ให้อยู่ตรงนี้!” เฉินฝานใช้ปลายพู่กันจิ้มไปที่ภูเขาลูกเล็กบนถาดทราย เนินเขาลูกนั

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 965

    “กล่าวรายงานขอรับ!”นายกองเมืองลู่ตูพานอีเฟยกล่าวรายงานว่าตอนนี้กองกำลังแคว้นหลู่แปดแสนคนห่างจากเมืองลู่ตูมิถึงสามสิบลี้แล้วสำหรับทหารที่ได้รับการฝึกมาอย่างดี ในระยะทางสามสิบลี้มิถึงหนึ่งชั่วยามก็สามารถมาถึงเมืองลู่ตูได้ทางเฉินฝานยังมิได้ออกคำสั่งใดๆทุกคนล้วนรออย่างกระวนกระวายใจ รวมถึงเหอจื่อหลินและเย่ว์หนูด้วยเฉินฝานขมวดคิ้วสีหน้าเคร่งขรึม จ้องถาดทรายด้านหน้าอย่างมิละสายตา“พี่จื่อหลิน!”จู่ ๆ เฉินฝานก็เงยหน้าขึ้นมา “เรียกกองกำลังลาดตระเวนห้าหมู่และนายกองกองกำลังรักษาเมืองลู่ตูเข้ามาเถอะ!”หลังจากที่กองกำลังเหล่านั้นเข้ามา เฉินฝานอธิบายการรับมือสถานการณ์ตอนนี้ให้เหอจื่อหลินฟังคร่าว ๆตอนที่ได้ยินว่ากองกำลังเมืองหลู่ตูมีแปดแสนคน ห้ากองกำลังลาดตระเวนก็ตื่นตกใจควบสติไว้มิได้จำนวนแปดแสนคนเกินกว่าที่พวกเขาคาดการณ์ไว้มหาศาลก่อนหน้านี้พวกเขาคิดว่ามากที่สุดคงจะมิเกินสามแสน“สถานการณ์เป็นเช่นนี้แล้ว กองกำลังแคว้นหลู่แปดแสนคนจวนจะมาประชิดเมืองแล้ว พวกเจ้ามีความคิดเห็นอันใดหรือไม่? หรือมียุทธ์วิธีที่ดีอันใด? พูดออกมาให้หมด”ตอนที่เฉินฝานพูดเขายังคงจ้องมองถาดทราย และย้ายธงบน

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 964

    “ใต้เท้า ข้าน้อยผิดไปแล้ว!”เหอจื่อหลินรีบก้มหน้าลง คำพูดของเฉินฝานเรียกสติเขากลับมาเป็นจริงอย่างที่ว่าในสถานการณ์เช่นนี้มิสมควรจะกล่าววาจาบั่นทอนกำลังใจโชคดีที่ว่าตอนที่ให้พานอีเฟยมากล่าวรายงาน เฉินฝานก็ให้แม่ทัพกองกำลังลาดตระเวนคนอื่นออกไปด้วยในชายคา มีเพียงเฉินฝาน เหอจื่อหลิน เย่ว์หนูเย่ว์เจียวรวมกันสี่คน“นายท่าน!” เย่ว์หนูเดินรุดหน้าขึ้นมา “ตอนนี้กองกำลังหญิงมีทั้งหมดหนึ่งหมื่นสามพันคน ทุกคนล้วนมีความสามารถในการขว้างระเบิดมือ และครั้งนี้พวกเรามีระเบิดเหลือเฟือ ตอนนี้บ่าวสามารถนำกองกำลังหญิงออกไปนอกเมืองเพื่อขุดกับดักวางระเบิดสังหารพวกเขา”“ชายชาตรีอย่างข้ายังสู้เย่ว์หนูมิได้!”ในขณะที่เหอจื่อหลินตำหนิตนเอง ก็รู้สึกฮึกเหิมสุดขีด มิมีท่าทางห่อเหี่ยวเมื่อครู่แล้ว“เมื่อตอนที่กองกำลังหญิงกำลังเริ่มจุดระเบิด กองกำลังแคว้นหลู่จะลนลานทำอะไรมิถูก ข้าก็ใช้จังหวะนี้นำทัพกองกำลังลาดตระเวนหนึ่งหมื่นคนและกองกำลังรักษาเมืองลู่ตูห้าหมื่นคนมุ่งเข้าไปสังหารมิให้พวกเขาไหวตัวทัน”เหอจื่อหลินยิ่งพูดยิ่งฮึกเหิม อยากจะลงมือใจจะขาดเย่ว์หนูก็เช่นกันเป็นครั้งแรกที่นางได้นำทัพกองกำลังหญิงมา

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 963

    “ฝ่าบาท หยุดตีได้แล้ว!”“ฝ่าบาท ท่านก็จูบข้าเสียหน่อยสิ เช่นนี้เวลาที่ข้าอยู่ในสนามรบ จะได้มีฝ่าบาทไว้คอยเตือนใจมิให้อวดดีไปทั่ว ดูแลรักษาตนเองไว้ให้ดี”“ชายลามกไร้ยางอาย หมกมุ่นในเรื่องนั้นทุกวินาทีเลยหรือกระไร!”“โอ๊ย เจ็บๆ ฝ่าบาท ข้าผิดไปแล้ว หยุดตีเสียที!”ฉินเย่ว์เหมยที่ยิ่งคิดยิ่งโมโหไล่ทุบตีตั้งแต่ด้านล่างจนไปถึงบนรถม้า“ฝ่าบาท ถ้ายังตีอีก ประเดี๋ยวหน้าข้าปูดบวมจะมีหน้าไปเจอเหล่ากองกำลังลาดตระเวนได้อย่างไร...เฉินฝานที่กำลังร้องโอดครวญ จู่ ๆก็เงียบไป เขารู้สึกเพียงว่ามีปากอันอ่อนนุ่มละมุนมาประทับริมฝีปากเขาไว้ริมฝีปากที่มาประทับนั้นช่างหอมหวาน ทำให้เฉินฝานรู้สึกสดชื่นสุดขีดชวนให้อยากลิ้มลองซ้ำแล้วซ้ำเล่าท่าทางในการประทับริมฝีปากเงอะงะอย่างมาก มิใช่การจูบแม้แต่น้อยเฉินฝานยื่นมือออกไปคิดจะคว้าฉินเย่ว์เหมยมากอดเพื่อสอนวิธีการจูบให้กับนาง ปรากฏว่ามือของเขายังมิทันได้สัมผัสฉินเย่ว์เหมย ฉินเย่ว์เหมยก็ลุกขึ้นไปแล้ว วิชาตัวเบาของฉินเย่ว์เหมยยอดเยี่ยม เฉินฝานคว้าตัวนางไว้มิทัน“ถ้าเจ้ากล้ากลับมาด้วยร่างไร้วิญญาณ ข้าจะจัดการเจ้าให้สาสม!”เสียงเยือกเย็นของฉินเย่ว์เหมยดังข

  • เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ   บทที่ 962

    สีหน้าของฉินเย่ว์เหมยกระอักกระอ่วนสุดขีดเฉินฝานกลับดีใจกับคำพูดของหงอิง “ได้ยินหรือไม่ กอดจูบเสียหน่อยก็ใช้ได้แล้ว”ใบหน้าเยือกเย็นของฉินเย่ว์เหมยขึ้นสีทันที“หงอิง เจ้ามีนิสัยชอบพูดเหลวไหลเหมือนกับเหล่าหมัวมัวตั้งแต่เมื่อใดกัน ทำแผลเสร็จแล้วใช่หรือไม่ ถ้าทำเสร็จแล้วเจ้าก็ออกไปเถอะ!”“ฝ่าบาท จวนจะเสร็จแล้วเพคะ!”หงอิงรีบก้มหน้าตั้งใจทำแผลให้เฉินฝานด้วยความรวดเร็วเมื่อครู่รู้สึกขัดหูขัดตาเกินไป จนลืมไปว่าฉินเย่ว์เหมยเป็นจักรพรรดินี นางเป็นขุนนางหลังจากที่หงอิงออกไปแล้ว ในรถม้าก็เหลือเพียงเฉินฝานและฉินเย่ว์เหมยเฉินฝานมิได้หยอกล้อฉินเย่ว์เหมย เอนตัวมองฉินเย่ว์เหมยโดยมิพูดอันใดดวงตาสุกสกาว คิ้วเรียวงาม ใบหน้ายลโฉมนางนั่งนิ่งสงบและโดดเดี่ยว ราวกับกล้วยไม้ที่อยู่กลางหุบเขาใบหน้าอันงดงามมีความกังวลปรากฏขึ้นจาง ๆในสงครามรบราฆ่าฟันมิเลือกหน้า นางกังวลความปลอดภัยของเฉินฝานหัวคิ้วขมวดแน่นเป็นปมโดยตลอด เฉินฝานมองแล้วรู้สึกมิสบายใจ เขาจึงยื่นมือไปคลายคิ้วที่ขมวดของฉินเย่ว์เหมยออก“ มิต้องห่วงหรอก ข้าจะปลอดภัยแน่นอน”“ใครเป็นห่วงเจ้ากัน!”ฉินเย่ว์เหมยปากร้ายใจดีเหมือนดั่งเคย

Scan code to read on App
DMCA.com Protection Status