แม้จะเจ็บมาหลายครั้ง ผิดหวังมาหลายหน แต่ฉันก็ยังเชื่อว่ารักแท้มีอยู่จริง จะทำไงได้ล่ะ คนนี้ก็หล่อ คนนั้นก็โดนใจนี่นา>.< คาริสา: คุณใต้หล้าหน้าตาคุ้นๆนะคะ หน้าเหมือนเนื้อคู่หนูเลย ใต้หล้า: ...
View Moreหนึ่งเดือนต่อมา ฉันกับคุณใต้หล้าเลือกที่จะจดทะเบียนสมรสกันก่อน แล้วคุยกันว่าถ้าจะจัดงานแต่งงานก็อยากให้มีลูกของพวกเราร่วมงานด้วย ฉันปล่อยเช่าคอนโด แล้วย้ายมาอยู่กับคุณใต้หล้า เขาซื้อบ้านเดี่ยวแถวๆชานเมือง เป็นบ้านสองชั้น มีสระว่ายน้ำในตัวชีวิตของพวกเราเป็นไปอย่างเรียบง่าย วันหยุดพวกเราก็ใช้เวลาร่วมกันบ้าง บางทีก็พักผ่อนอยู่ที่บ้าน บางทีก็ออกไปเที่ยว ค่อนข้างมีความสุขเลยทีเดียว จนกระทั่งวันหนึ่ง "คุณใต้หล้า" ฉันเรียกเขาที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องนั่งเล่น"ครับ" เขาเงยหน้าขึ้นมามองฉัน "แบมือ" ฉันบอกเขาพร้อมกับยิ้มมุมปาก เขาจึงยื่นมือมาตรงหน้า ฉันจึงวางของบางอย่างลงบนมือเขา"เซอร์ไพรส์""หืม?" เขามองสิ่งของที่อยู่บนมือของตัวเอง ก่อนจะลุกพรวดขึ้นมากอดฉันด้วยความยินดี"ดีใจไหมคะ?" ฉันถามเขา"ดีใจสิ...ในที่สุดก็จะมีลูกกับเธอแล้ว" เขายิ้มกว้าง และแน่นอนว่าสิ่งที่อยู่ในมือเขาคือที่ตรวจครรภ์ หลังจากนั้นเราสองคนก็เห่อลูกมาก พยายามเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเด็ก และกำลังวางแผนสร้างห้องให้ลูก แม้ฉันเพิ่งจะท้องได้สองเดือน แต่แล้ววันหนึ่ง เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ในวันที่ฉันเลิกงาน ใ
สองสัปดาห์ต่อมา หลังจากเคนทาโร่ออกจากโรงพยาบาล คุณใต้หล้าก็ส่งเคนทาโร่ไปอยู่ต่างหวัด ซึ่งเป็นบ้านหลังเล็กๆท่ามกลางธรรมชาติ และยังส่งบอดี้การ์ดในคราบเพื่อนบ้านให้คอยดูแลเคนทาโร่อีกด้วย หนึ่งเดือนต่อมา ฉันกับคุณใต้หล้าไปเยี่ยมเคนทาโร่ เคนทาโร่มีใบหน้าที่สดใส ฉันเห็นแล้วก็รู้สึกสุขใจ เพราะเคนทาโร่น่าจะได้ใช้ชีวิตแบบที่ต้องการแล้ว"คาริสาดูสิ ผมปลูกเองนะ" เขาอวดพืชผักที่ปลูกเอง "เก่งมาก" ฉันยิ้มกว้าง "ผมฝึกทำกับข้าวด้วยแหละ พี่ชานนท์ พี่ที่อยู่ข้างบ้านสอน" เคนทาโร่ทำตาเป็นประกาย"จริงเหรอ...งั้นวันนี้ขอชิมฝีมือคุณหน่อยนะ" ฉันพูด "ได้เลย นั่งรอก่อนนะ" เคนทาโร่ จับมือฉันกับคุณใต้หล้าให้ไปนั่งที่โซฟา แล้วจึงหายเข้าไปในครัวครู่ใหญ่ "มาแล้วๆ" เคนทาโร่เดินถือไข่เจียวต้นหอมร้อนๆ ส่งกลิ่นเย้ายวนใจ แล้วเรียกพวกฉันให้ไปที่โต๊ะอาหาร"หอมมาก" ฉันกลืนน้ำลาย "มีแค่ไข่เจียวเหรอ?" คุณใต้หล้าถาม "มียำปลากระป๋องด้วย" เคนทาโร่ตอบ ก่อนจะวิ่งเข้าไปในครัว แล้วถือจานยำปลากระป๋องมาวางบนโต๊ะ"มากินข้าวกันเถอะ" เคนทาโร่ ตักข้าวสวยร้อนๆ ยื่นให้พวกเราคนละจาน และหันไปตักของตัวเอง จากนั้นจึงเริ่มกิน "อร่อย"
"เคนทาโร่...กินส้มตำไหม?" "เอาสิๆ ผมชอบ" เขาพยักหน้าเห็นด้วย "ขอหาร้านเด็ดก่อน" ฉันหยิบมือถือขึ้นมาหาร้านส้มตำเจ้าอร่อย เมื่อหาได้ก็บอกเคนทาโร่ ประมาณเกือบยี่สิบนาทีพวกเราก็มาถึงร้าน "โห/โห" ฉันกับเคนทาโร่หันมามองหน้ากัน เมื่อมองเห็นว่าร้านส้มตำคนแน่นร้านมาก อาจจะเป็นเพราะว่าพักกลางวันด้วยแหละมั้ง "ร้านอื่นไหม" ฉันหันไปถามเคนทาโร่ "ดีครับ" เขาพูดจบก็ออกรถ พวกเราจึงหาร้านไม่ไกลจากบริเวณนั้นเพราะหิวแล้ว ขับได้สิบนาทีก็มาถึงร้านส้มตำ ฉันกับเคนทาโร่ก็สั่งตำไทย ตำปูปลาร้า ปีกไก่ย่าง น้ำตก ยำทะเล และจิ้มจุ่ม ระหว่างรออาหารก็คุยสัพเพเหระไปเรื่อย "คาริสาจัง" "หืม?" "เมื่อไหร่จะมีหลาน ผมอยากอุ้มหลาน" "พรวด!" ฉันที่ดูดน้ำส้มอยู่ น้ำส้มพุ่งออกจากปากทันที "แค่กๆ" เคนทาโร่รีบยื่นทิชชู่ให้ "ถามอะไรของคุณเนี่ย" ฉันทำหน้าไม่ถูกเลย "ผมจริงจังนะ คุณก็รู้ว่าผมมีลูกไม่ได้" เคนทาโร่หมายถึงว่าเขาชอบผู้ชาย และไม่คิดที่จะเอาน้ำเชื้อของตัวเองไปทำลูกด้วย "ฉันกับเขายังไม่ได้คิดถึงขั้นนั้น พวกเราเพิ่งจะคบกันเองนะ" "ผมใจร้อนไปเหรอ? ฮ่าๆ" เขาหัวเราะ "ก็ใช่น่ะสิ" "เฮ้อ~ แย่จัง" เขาถอนหายใจด้วยความเ
"พี่คะ" ฉันเรียกเขา "หืม?" "ร้องเพลงให้หนูฟังหน่อยสิ" ฉันลงไปนอนบนเตียง แล้วเท้าคางมองหน้าเขา"เอาเพลงอะไรดี?" "อะไรก็ได้ค่ะ หนูฟังได้หมด" "โอเค" เขาตอบรับ แล้วดีดกีตาร์ เริ่มทำนองเพลง ก่อนจะร้องเพลง ฉันฟังเขาอย่างตั้งใจ เนื้อเพลงที่เขาร้องสื่อความหมายว่าขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้เราพบกัน และเขาไม่รู้ตัวว่ารักฉันตั้งแต่ตอนไหน รู้ตัวอีกทีคือรักไปแล้ว "คิกๆ" ฉันนั่งยิ้มกว้าง ทำตาหวานเยิ้มมองเขา อีตาพี่คนนี้มันโรแมนติกตัวพ่อเลยนี่นา( ꈍᴗꈍ) "แปะๆ" ฉันตบมือรัวๆ แล้วพูดว่า "ร้องเพราะมากเลยค่ะ" "เพลงนี้แต่งเองนะ" "จริงเหรอ" "ใช่...มันเป็นความรู้สึกของผม...ถึงคุณ" "โอ๊ย~" ฉันเอามือจับที่บริเวณหัวใจของตัวเอง แล้วกระตุกทำท่าเหมือนจะตาย "เว่อร์" เขาหัวเราะ แล้วลุกไปเก็บกีตาร์ จากนั้นจึงนอนบนเตียง แล้วตะแคงข้างหันมากอดฉัน "จุ๊บ" เขายื่นหน้า มาจูบริมฝีปากฉันเบาๆ และแน่นอนว่าฉันไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆแน่>.ฉันขบเม้มริมฝีปากเขา แล้วค่อยๆสอดลิ้นเล็กเข้าไปในโพรงปาก ใช้ลิ้นเล็กเกี่ยวรัดลิ้นหนาอย่างหยอกล้อ มือที่ว่างอยู่ก็ยื่นไปปลดกระดุมเสื้อเขา ส่วนเขาใช้มือหนา ลูบไล้ที่บริเวณต้นขา ก่อนจะผลุ
หนึ่งเดือนต่อมา หลังจากที่ตกลงเป็นแฟนกัน เขากับฉันก็เจอกันบ้าง แต่ไม่ได้บ่อย ส่วนใหญ่จะวีดีโอคอลมากกว่าเพราะเขางานยุ่งและคืนนี้เขาสะพายกระเป๋าหนึ่งใบ มายืนอยู่หน้าห้องของฉันแล้วบอกว่า "ผมจะมาอยู่ที่นี่หนึ่งสัปดาห์" "พี่ไม่ทำงานทำการหรือไงคะ?" ฉันเอียงคอถามด้วยความสงสัย "เคลียร์หมดแล้วครับ" "อย่าบอกนะว่า...ที่พี่โหมทำงานหนักตลอดหนึ่งเดือนนี้เพราะจะลามาอยู่กับหนู" "ใช่" เขายิ้มกว้าง "โห~" น้ำตาของฉันไหลริน "ร้องไห้ทำไม" เขายื่นมือมาเช็ดน้ำตาให้ฉัน "ฮือ~" ฉันยิ่งร้องไห้หนัก เขาจึงดึงฉันเข้าไปกอดปลอบใจ แล้วอุ้มฉันเข้าห้อง จากนั้นจึงวางลงบนเตียงกว้าง"ไม่ดีใจเหรอ?" "ฮึก...ดีใจสิคะ" ฉันสะอื้นตอบ ก่อนหน้าที่เคยผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉันก็เคยคิดว่าเป็นเพราะฉันดีไม่พอหรือเพราะอะไร ทำไมคนอย่างฉันไม่สมควรถูกรักบ้าง ทั้งๆที่ทุกความสัมพันธ์ฉันให้ใจไปเต็มร้อยและซื่อสัตย์กับทุกความสัมพันธ์เสมอ และในวันนี้ฉันได้คำตอบแล้วว่า'เพราะที่ผ่านมาฉันรักไม่ถูกคน' กว่าฉันจะก้าวผ่านความเจ็บปวดและเยียวยาจิตใจตัวเองจากคนก่อนๆค่อนข้างสาหัสทีเดียว ฉันเก็บความผิดพลาดจากคนก่อนๆมาพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น แล้วเริ
เมื่อขับรถตามมาจนถึงจุดหมาย ก็พบว่าเป็นหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่ง ฉ้นกับคุณใต้หล้าจึงลงจากรถ "ฮือๆ" เสียงสะอื้นของเหมยดังลอดออกมา ฉันมองเข้าไปก็ไม่เห็นตัวเหมยเพราะคนที่จับตัวเหมยมายืนล้อมเหมยเอาไว้ "สาแก่ใจหรือยัง" เสียงผู้ชายที่เต็มไปด้วยความคับแค้นระคนเศร้าใจดังขึ้น ฉันจำได้ว่ามันเป็นเสียงของคนที่เอาปืนขู่ฉัน "ฮึกๆ...ฮือๆ...ฉันขอโทษ...ฉันไม่รู้" เหมยสะอื้น "ไม่รู้? พูดง่ายๆว่าไม่รู้...ฮ่าๆ" ชายคนนั้นหัวเราะเหมือนคนเสียสติ คุณใต้หล้าจับมือฉันเดินเข้าไปใกล้ พวกเขาได้ยินฝีเท้าของพวกเราจึงพากันเปิดทางออก ทำให้ฉันเห็นโลงศพสามโลงตั้งอยู่ หน้าโลงศพ มีผู้หญิงอายุราวๆสี่สิบปีหนึ่งคน เด็กผู้หญิงอายุราวๆสิบสองปีหนึ่งคน และเด็กชายอายุราวๆเก้าขวบหนึ่งคน เมื่อเห็นอย่างนั้นฉันก็พอนึกเรื่องราวออก ฉันมองไปที่เหมยแล้วเดินเข้าไปหา "เหมย" "คาริสา...ฮือๆ" "แกกลับไปทำงานแล้วเหรอ?" "ใช่" "คดีแรกเหรอ?" "ฮึก...ฮือๆ...ใช่...แต่ฉันไม่รู้นี่...ไม่รู้ว่าเรื่องมันเป็นแบบนี้" "เมาแล้วขับใช่ไหม" "น่าจะใช่...ฮือ" "เฮ้อ~" ฉันถอนหายใจ ไม่รู้จะช่วยยังไง ถ้าพูดในเรื่องของหน้าที่เหมยก็ทำถูกแล้ว แต่ถ้าจะพูดถึง
หนึ่งเดือนต่อมา ช่วงที่ผ่านมาฉันนอนขึ้นอืดอยู่ที่ห้อง จนน้ำหนักขึ้นมา5กิโล มุแง(TT) จะเอาออกได้ตอนไหนก็ไม่รู้=_= วันๆฉันก็สิงที่แอป live jing ไม่ก็ only live jing 18+ เวลาอัพรูปก็จะอัพรูปเก่าที่ถ่ายไว้แล้ว ถ่ายตอนนี้ไม่ไหวจริงๆ ยิ่งกว่าหมูสามชั้นอีก(TT)และอีกอย่างก็คือคุณใต้หล้าสมัครแอป live jing แล้ว แถมยังมาดีดกีตาร์ร้องเพลงให้ฉันฟังอีกต่างหาก ถ้าไม่คิดเข้าข้างตัวเองว่าเขามีใจก็ไม่รู้ว่าจะพูดว่าไงแล้ว>..เฮ้อ~ เบื่อจัง" ฉันบ่นเบาๆ แล้วโทรหากล้วยหอม แต่กล้วยหอมคุยได้แป็บเดียวก็วางสาย ฉันจึงโทรหาซูพรีม ก็คุยได้แป็บเดียวเพราะติดเรียนอีก ฉันจึงโทรหาพี่เอว รายนั้นยิ่งไม่ได้ใหญ่ เมียคุม โอ๊ย! ฉันทำหน้าเซ็ง กดไล่ไปที่เบอร์พี่พิธาอีก แต่ก็เปลี่ยนใจ "ครืด ครืด" เสียงเรียกเข้าดังขึ้น "ฮัลโหล~" ฉันกดรับสายแล้วส่งเสียงร่าเริง "ไม่ได้เจ
หลังจากส่งเหมยเสร็จ ฉันก็กลับคอนโด "เหนื่อยชะมัด" ฉันบิดตัวไปมาระหว่างรอลิฟต์ "เหนื่อยมากไหม?" เสียงทุ้มถาม"เหนื่อยมาก" ฉันตอบ ก่อนจะชะงักแล้วหันไปมองทางด้านหลัง "เคนทาโร่~ กรี๊ด~" ฉันร้องด้วยความดีใจ แล้วกระโดดกอดเคนทาโร่ เขารับไว้แล้วยิ้มกว้าง "คาริสาจัง~ คิดถึงมากเลยครับ" เคนทาโร่กอดฉันไว้แน่น"อะแฮ่ม!" คุณใต้หล้ากระแอมไอ "อะไรติดคอคะ?" ฉันถามเขา "..." เขาขมวดคิ้วทำหน้าตาไม่ชอบใจ ฉันจึงผละออกจากเคนทาโร่แล้วไปกอดเขาไว้ จากนั้นจึงเขย่งไปกระซิบที่ข้างหูเขาว่า "คิดถึงหนูไหมคะ...หนูคิดถึงคุณจังเลยค่ะ" "..." เขาเงียบไม่ตอบ แต่ใบหน้าแฝงไปด้วยความพอใจ ฉันยิ้มบางๆ แล้วผละออกจากเขา ไปกอดแขนเคนทาโร่ "เคนทาโร่~" ฉันเรียกเขาเสียงหวาน "อะแฮ่ม" คุณใต้หล้ากระแอมไออีกครั้ง ฉันหันไปมองเขา ก็เห็นว่าใบหน้าเขาไม่สบอารมณ์ "เคนทาโร่ๆ" ฉันสะกิดเคนทาโร่แล้วเรียกเขาเบาๆ "ครับ?" "พี่ชายคุณเป็นอะไรเหรอ ทำไมดูอารมณ์ไม่ดี" "ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน" เคนทาโร่ยักไหล่ "ทำตัวแปลกๆแฮะ" ฉันเอียงคอด้วยความสงสัย ก่อนจะสลัดทิ้งเมื่อลิฟต์มา "ติ๊ง" พวกเราเข้าลิฟท์ ฉันกับเคนทาโร่ก็พูดคุยสัพเพเหระ จนถึงห้องของฉัน
20นาทีต่อมา "เล่าให้ฟังหน่อย แกไปเจออะไรมา" ฉันถามนีน่า นีน่าปาดน้ำตา แล้วเริ่มเล่าให้ฟัง"หลังเลิกงานฉันกลับหอไปแล้ว...แต่ลืมขนมไว้เลยกลับมาเอา" "อ่า~" ฉันกับเหมยหันมามองหน้ากันแล้วพยักหน้า "ก็ขนมมันจะหมดอายุแล้วอ่ะ ถ้าไม่กินก็เสียดายแย่" นีน่าทำหน้ามุ่ย "ข้ามน้ำไปเลย เอาแต่เนื้อ" เหมยพูด "นั่นแหละ...พอฉันเข้าไปก็ได้ยินเสียงคนคุยกัน ตอนแรกจะเข้าไปทักทาย แต่มองเห็นช่องว่างตรงบานประตูก่อน ฉันเห็น...อึก...พี่ปีโป้กำลังโดนพี่บีม...ไม่สิ...ไอ้คนชาติชั่วนั่นบีบคอ...ฮึก...ฮือๆ...ตอนนั้นฉันตกใจจนลนไปหมด...ฮือๆ...ไม่รู้จะทำยังไงเลยหนีออกมา...คิดว่าจะบอกเรื่องนี้ให้พวกแกรู้...ฮึก...แต่มารู้ข่าวอีกทีก็ตอนที่พี่ปีโป้เสียแล้ว" "ฉัน...ฮึก...รู้สึกผิดมาก...ถ้าฉันเข้าไปช่วย...พี่ปีโป้...อาจจะไม่ตาย" นีน่าเอามือปิดหน้าแล้วปล่อยโฮอีกครั้ง "ไม่ใช่ความผิดของแกหรอก" เหมยปลอบ "ใช่...แกอย่าโทษตัวเองเลย" ฉันเสริม "ฮึก...ฉันรู้สึกผิดมาก...ฉันรู้สึกผิดจริงๆ...พี่ปีโป้...ฮึก...หนูขอโทษ" "หรือว่า...ที่ไอ้บีมบอกว่าพี่ปีโป้หลับในจริงๆแล้วคือการอำพรางศพ" เหมยเบิกตากว้างเอามือปิดปาก "ฉันว่าใช่" ฉันตอบ "
ท่ามกลางท้องฟ้าอันมืดมิด โอบล้อมไปด้วยแสงสว่างหลากสีจากพลุที่ถูกจุดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ริมหาดทรายแห่งหนึ่ง หญิงสาวผมสีน้ำตาลยาวสลวย ดวงตาคม จมูกโด่ง ปากสีชมพูบางกระจับได้รูป ใส่เสื้อเกาะอกสีขาวลายเชอรี่สีแดงตรงกลาง ใส่กางเกงยีนส์ขาสั้น สวมใส่รองเท้าแตะ กำลังยืนจับมือกับแฟนหนุ่มของตนเอง "พลุสวยจังเลย~ ขอบคุณนะบี๋ ที่พาเค้ามา" ฉันเงยหน้ามองแฟนของตนเองแล้วยิ้มกว้าง "อืม" เขาตอบแบบขอไปที "บี๋เป็นอะไรหรือเปล่า" ฉันยื่นมือไปแตะใบหน้าเขา แต่เขาปัดมือออก "เราเลิกกันเถอะ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ"ขอเหตุผล""เบื่อ" เขาทำหน้าเซ็งๆ"เบื่อนี่...หรือมีคนอื่น?" ฉันแสยะยิ้ม"ก็เพราะเบื่อไง เลยมีคนอื่น"เขายักไหล่ ไม่มีความรู้สึกผิดใดๆอยู่ในดวงตาคู่นั้นเลย "เบื่อก็แค่ข้ออ้าง แต่สันดานเจ้าชู้อ่ะของจริง" ฉันส่ายหน้าระอา "ก็ตามนั้นแหละ" "เออ!" ฉันกระแทกเสียง ก่อนจะหันหลังเดินจากมา "เฮ้อ~" ฉันถอนหายใจ อกหักครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้"ฮึก" ฉันกลั้นสะอื้นเอาไว้ ปาดน้ำตาที่ไหลรินลงมาที่ข้างแก้มแล้วรีบเดินไปยังรถของตนเองที่จอดอยู่ลานจอดรถแถวๆหาดทราย"แง~" เมื่อขึ้นรถมาแล้วฉันก็ปล่อยโฮทันที ฉันได้แ...
Comments