ช่วงสายวันต่อมา
ฉันตื่นมาอาบน้ำ แต่งตัวด้วยเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวกับกางเกงขาสั้นสีครีม แต่งหน้าอ่อนๆ รวบผมลวกๆ จากนั้นจึงไปร้านขนส่งเพื่อส่งของให้ลูกค้า แล้วไปซุปเปอร์มาร์เก็ต ซื้อพวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแห้ง ขนมขบเคี้ยว ช็อกโกแลต น้ำต่างๆ เอาไว้ตุนในห้อง พอกลับมาถึงห้อง ฉันก็ทำความสะอาดห้อง ซักผ้า กินข้าว แล้วนอนเล่นแอป live jing เวลานี้เคนทาโร่ยังไม่ขึ้นไลฟ์ ฉันจึงคุยกับคนอื่นๆเพื่อแก้เบื่อ "ครืด ครืด" เสียงแจ้งเตือนส่งข้อความจากไลน์เด้งขึ้นที่หน้าจอ เคนทาโร่ : คุณคาริสาทำอะไรอยู่ครับ? คาริสา : เล่นแอป live jing อยู่ค่ะ เคนทาโร่ : อ่า...งั้นผมไม่กวนแล้ว ไว้ทักไปใหม่นะครับ คาริสา : อ้าว จะรีบไปไหนคะ ฉันยังไม่ได้ตอบว่าสะดวกหรือไม่สะดวกเลยนะ คาริสา : ส่งสติกเกอร์หัวเราะ เคนทาโร่ : ผมกลัวว่าจะรบกวนเวลาคุณน่ะครับ คาริสา : ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่าคะ? เคนทาโร่ : แค่รู้สึกเหงาๆน่ะครับ คาริสา : เป็นอะไรหรือเปล่าคะ เล่าให้ฟังได้นะคะ เคนทาโร่ : ไม่ได้เป็นอะไรครับ...แต่ว่า ช่วยอยู่คุยเป็นเพื่อนผมหน่อยได้ไหมครับ คาริสา : ได้สิคะ เคนทาโร่ : ขอบคุณมากนะครับ คาริสา : ไม่เป็นไรค่ะ เคนทาโร่ : งั้นผมขอเปิดกล้องคุยได้ไหมครับ คาริสา : ได้ค่ะ แต่ขอเวลาสิบนาทีนะคะ เดี๋ยวฉันโทรหาเองค่ะ เคนทาโร่ : ได้ครับ เมื่อเขาตอบตกลง ฉันรีบลุกไปนั่งหน้ากระจก จัดการเติมแป้ง เติมตา เติมลิปสติก แล้วเปลี่ยนไปใส่เสื้อเปิดไหล่สีแดง เมื่อเช็คตัวเองเรียบร้อยแล้ว ฉันจึงกดวีดีโอคอลหาเขา "สวัสดีครับ" เขากดรับแล้วทักทายพร้อมรอยยิ้มบางๆ "สวัสดีค่ะ" ฉันยิ้มกว้าง นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันวีดีโอคอลกับเขาแบบส่วนตัว ก่อนหน้านั้นเคยคุยกันในแอป live jing ก็จริง แต่ก็จะมีคนเข้าๆ ออกๆห้องไลฟ์ตลอด "รู้ไหม...คุณเป็นคนแรกในแอป live jing ที่ผมแลกไลน์ส่วนตัว" "โอ้~ พูดจริงหรือพูดเล่นคะเนี่ย ไม่ใช่ว่าพูดแบบนี้กับทุกคนเหรอคะ" "ผมพูดจริงๆนะ เชื่อผมสิคุณคาริสา" เขาพูดด้วยสีหน้ากังวล "ฉันหยอกคุณเล่นค่ะ คิกๆ...ฉันเชื่อคุณอยู่แล้วค่ะ" ฉันหัวเราะเบาๆ "คุณรู้ไหม...เวลาผมคุยกับคุณ ผมสบายใจมากเลยนะ ถึงเราจะเพิ่งรู้จักกันไม่นานก็ตาม" "จริงเหรอคะ ดีใจที่คุณรู้สึกแบบนั้นนะคะ ถ้างั้นพวกเราก็คุยกันบ่อยๆสิคะ คุยกันทุกวันยังได้เลย" "คุณพูดเองนะ งั้นผมไม่เกรงใจแล้วนะ" เขาพูดทีเล่นทีจริงแล้วหัวเราะ "แน่นอนสิคะ คุณโทรหาฉันได้ตลอดเวลาเลยนะ" "ขอบคุณมากนะครับ" "ไม่เป็นไรค่ะ" หลังจากนั้นเขาจึงเปิดประเด็นขึ้นมาว่ามีเรื่องไม่สบายใจ แต่เขาไม่ได้บอกว่าเป็นเรื่องอะไร ฉันก็ได้แต่ให้กำลังใจเขา "คาริสาจัง" เราคุยกันไปมาจนเขาสนิทใจ เรียกฉันว่าคาริสาจัง "อะไรคะ เคนทาโร่คุง" "วันไหนที่ว่างๆ คุณมาเที่ยวที่ญี่ปุ่นสิครับ" "อยากเจอฉันเหรอคะ?" ฉันเอียงคอถามอยางมีจริต "ใช่ครับ ไว้ว่างๆ เรามาเจอกันไหมครับ" "ดีเลยค่ะ ฉันเองก็อยากไปเที่ยวที่ญี่ปุ่นอยู่เหมือนกัน" "งั้นถ้าวันไหนที่คาริสาจังว่าง ก็บอกผมได้เลยนะ เดี๋ยวผมจองตั๋วเครื่องบินให้ ส่วนเรื่องค่าที่พักหรือค่ากินก็ไม่ต้องกังวลนะครับ ผมจะออกให้ทั้งหมด" "ไม่เป็นไรค่ะๆ ฉันเกรงใจเคนทาโร่คุง" "ไม่ต้องเกรงใจนะคาริสาจัง พวกเราเป็นเพื่อนกันนี่ครับ" คำพูดเขาดับฝันฉันมาก ทำไมต้องขีดเส้นใต้คำว่าเพื่อนด้วย แต่ไม่เป็นไร ตอนนี้เป็นแค่เพื่อน...แต่ในอนาคตอาจจะเลื่อนสถานะก็ได้ คิกๆ(≧▽≦) "งั้นก็ได้ค่ะ" "ดึกแล้ว...แยกย้ายกันไปนอนเถอะครับ" เขาพูดขึ้นหลังจากที่คุยกันไปหลายชั่วโมง "ได้ค่ะ ฝันดีนะคะเคนทาโร่คุง" "ฝันดีครับ" จากนั้นเขาก็วางสายไป ส่วนฉันเปลี่ยนเสื้อ แล้วต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสลาบกิน จากนั้นก็กินขนมปังทาแยมกับนมช็อคโกแลต แล้วไปอาบน้ำมาไลฟ์สดขายของ จากนั้นจึงเข้านอน เช้าวันต่อมา "ครืด ครืด" เสียงเรียกเข้ามือถือดังขึ้น ฉันงัวเงีย ยื่นมือควานหามือถือ จากนั้นจึงกดรับสาย "สวัสดีค่ะ โทรจากบริษัทxxxนะคะ คุณคาริสาใช่ไหมคะ?" "ใช่ค่ะ" "ยินดีด้วยค่ะ คุณได้รับเข้าทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยทนายความ พรุ่งนี้เวลา08.00 กรุณามารายงานตัวที่บริษัทด้วยนะคะ" "ค่ะ" เมื่อฉันตอบรับ ปลายสายจึงวางสายไป ส่วนฉันนอนหลับต่อ...แต่เอ๊ะ...เดี๊ยวนะ "กรี๊ด~" ฉันกระเด้งขึ้นจากเตียงแล้วกรีดร้องด้วยความดีใจ นี่ฉันได้งานแล้วนี่นา แถมได้ทำงานกับทนายบีมด้วย โคตรจะโชคดี "ทักไปบอกเคนทาโร่ดีกว่า" ฉันยิ้มด้วยความดีใจ แล้วส่งข้อความไปหาเคนทาโร่ จากนั้นจึงไล่เปิดดูคลิปของทนายบีม ทั้งคลิปเก่า ทั้งคลิปใหม่ "คนอะไรทั้งหล่อ ทั้งเก่ง หลงอ่า งื้อ~" ฉันดูคลิปไป จินตนาการไป วาสนาของใครกันหนอ น่าอิจฉาจริงๆเช้าวันต่อมา ฉันตื่นนอนด้วยความรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ขณะอาบน้ำ แต่งตัว แต่งหน้าก็เปิดเพลงฟังพร้อมกับร้องตาม วันนี้ฉันอยู่ในชุดเดรสสีชมพูดีเทลผูกโบว์ช่วงคอ ตรงช่วงแขนเป็นผ้าชีฟองสีขาว มัดผมหางม้า ปล่อยปอยผมที่ด้านหน้าเล็กน้อย แต่งหน้าโทนสีชมพูอ่อน ดูสดใสสุดๆ "สวยจัง" ฉันหมุนตัวไปมา จากนั้นจึงฉีดน้ำหอม แล้วสะพายกระเป๋าออกจากห้อง ลงลิฟต์ไปลานจอดรถ เมื่อถึงบริษัท ฉันก็แลกบัตร แล้วขึ้นไปรอตรงหน้าห้องที่ใช้สัมภาษณ์ในวันนั้น ผ่านไปราวๆ5-10นาที พี่เปรี้ยวก็เดินเข้ามาทักทายฉัน แล้วพาฉันไปห้องทนายบีม "สวัสดีค่ะ" ฉันพนมมือไหว้ทนายบีมที่นั่งอ่านเอกสารอยู่ในห้องทำงาน "สวัสดีครับคุณคาริสา" เขารับไหว้พร้อมกับยิ้มบางๆ จากนั้นจึงลุกออกจากที่นั่ง ผายมือให้ฉันนั่งตรงโซฟารับแขก "เชิญครับ" "ขอบคุณค่ะ" ฉันเอ่ยแล้วนั่งตรงข้ามกับเขา "เดี๋ยวพี่ไปเตรียมเอกสารมาให้เซ็นนะคะ" พี่เปรี้ยวพูดกับฉัน"ค่ะ" เมื่อฉันรับคำ พี่เปรี้ยวจึงเดินออกจากห้อง "ยินดีที่ได้ร่วมงานกับนะครับคุณคาริสา" เขายื่นมือมาตรงหน้า ฉันจึงยื่นมือไปจับพร้อมกับยิ้มบางๆ "ยินดีที่ได้ร่วมงานเช่นกันคะคุณทนายบีม" "เรียกพี่บีมเฉยๆก็ได้ครับ"
เวลาเลิกงาน"กลับแล้วนะคะ สวัสดีค่ะ" ฉันบอกลาทุกคน แล้วขับรถกลับคอนโดเมื่อมาถึงห้องฉันก็โยนกระเป๋า แล้วขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยความเหนื่อยล้า จากนั้นก็หยิบมือถือมาส่งข้อความหาเคนทาโร่ เมื่อเขายังไม่ตอบ ฉันจึงไปต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกิน จากนั้นก็อาบน้ำเตรียมเข้านอน"ครืด ครืด" เสียงวีดีโอคอลดังขึ้น ฉันจึงกดรับทันที"วันนี้ทำงานเป็นยังไงบ้าง" เขาเอ่ยถาม"ก็ดีค่ะ" ฉันตอบ หลังจากนั้นพวกเราก็คุยกันยาวๆ คุยจนถึงเที่ยงคืนก็แยกย้ายกันเข้านอนสองสัปดาห์ต่อมาช่วงนี้งานค่อนข้างยุ่ง ฉันจึงมาทำงานแต่เช้า และเห็นเหมยนั่งทำหน้าเครียดๆ อยู่ที่หน้าคอม"สวัสดี" ฉันทักทาย"สวัสดี" เหมยตอบ"เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?""ไม่ได้เป็นอะไร ขอบคุณนะ" เหมยตอบแล้วก็ก้มหน้าทำงาน ฉันจึงเดินกลับไปที่โต๊ะแล้วเคลียร์งานของตัวเองพักเที่ยง"สา..." เหมยเดินมาหาฉันที่โต๊ะทำงาน"มีอะไรเหรอ?""คะ...คือว่า" เหมยทำท่าทางลังเล ก่อนจะมองซ้ายมองขวาแล้วดึงแขนฉันไปตรงบันไดหนีไฟ"มีอะไรเหรอ ทำลับๆ ล่อๆ""คะ...คือว่า...เธอช่วยฉันได้ไหม""ช่วยอะไร""พอดีว่าแม่ของฉันป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลกระทันหัน แต่ฉันไม่มีเงินเก็บเลย ขอยืมเงินเธอได้ไหม" เห
"โอ๊ย ปวดหัว" ฉันตีที่ศีรษของตนเองเบาๆ ดีแล้วที่ไม่ได้ขับรถมา ไม่งั้นต้องได้ทิ้งรถไว้แน่ๆ "ไปนอนโรงแรมดีกว่า" ฉันเดินไปยังโรงแรมที่ใกล้ที่สุดแล้วจองห้องพักทันที "ห้อง099ค่ะ" พนักงานโรงแรมยื่นคีย์การ์ดให้ฉัน "ขอบคุณค่ะ" ฉันรับคีย์การ์ดพร้อมกับยิ้มบางๆ จากนั้นจึงกดลิฟท์ไปยังชั้น9 "ถึงสักที" ฉันแตะคีย์การ์ดแล้วเปิดประตูเข้าห้อง จากนั้นก็เดินไปนอนบนเตียง ห้านาทีต่อมา "อะไรล่ะเนี่ย" ร่างสูงที่เพิ่งเดินออกจากห้องน้ำ ยืนทำหน้าเซ็ง เมื่อเห็นร่างเล็กของหญิงสาวนอนบนเตียง "ไอ้เวรที่ไหนมันส่งมาอีกวะ" ร่างสูงสบถ เขาไล่หญิงสาวออกไป2คนแล้ว ยังมีคนที่3อีกเหรอเนี่ย"คุณ" เขาสะกิดเรียกร่างบาง ที่นอนได้เอ่อ...เปิดเผยดี "อื้อ~" ร่างบางปัดมือออก แล้วพลิกตัวไปอีกด้าน "..." ร่างสูงหมดคำพูด เขาทำหน้าเซ็งกว่าเดิม แล้วเขย่าร่างเล็กอย่างแรง "ว้าย~" ร่างเล็กตกใจตื่น มองรางสูงตรงหน้า แต่ด้วยความที่มึนเมา เลยรู้สึกว่ามองคนตรงหน้าได้ไม่ค่อยชัดเจน แต่ก็ตัดสินไปแล้วว่าเขาคือน้องคิง "ถ้าคิงจะทำขนาดนี้ พี่ยอมก็ได้" ฉันหัวเราะคิกคัก "คิงไหนล่ะนั่น" "อย่ามาทำเป็นไขสือ" ฉันถลาเข้าไปกอดเขาไว้ "ตัวหอมจังเลยอ่
เช้าวันต่อมา "โอ๊ย~" ฉันครางเบาๆ ทำไมมันรู้สึกปวดเนื้อปวดตัว แถมรู้สึกหน่วงๆที่น้องสาวขนาดนี้เนี่ยฉันตื่นขึ้นมาก็พบว่านี่ไม่ใช่ห้องฉัน ฉันเรียบเรียงความคิดสักครู่ ก็จำเรื่องราวทั้งหมดได้ "เด็กสมัยนี้มันแรงดีจริงๆ คิกๆ" ฉันหัวเราะ แล้วลุกขึ้นมาใส่เสื้อผ้า ได้ยินเสียงน้ำในห้องน้ำก็คิดว่าต้องเป็นคิงแน่ๆ "คิงๆ" ฉันตะโกนเรียก คนในห้องน้ำไม่ตอบ แต่ปิดเสียงน้ำ "เมื่อคืนทำดีมาก พี่ฟินมาก" "..." "แอดไลน์พี่มานะ เดี๋ยวพี่ให้เงินพิเศษ" "..." "แล้วทำไมไม่ตอบพี่ล่ะเนี่ย งั้นพี่ไปแล้วนะ...ไว้นัดเจอกันใหม่" ฉันพูดจบก็จะเดินออกจากห้อง "คาริสา" เสียงทุ้มเอ่ยเรียกพร้อมเสียงเปิดประตูห้องน้ำ ฉันจึงหันกลับไปมอง ฉันยืนเบิกตาค้างO_o เพราะเขาไม่ใช่คิง และเขาก็เหมือนเคนทาโร่แทบจะถอดแบบกันมา เขาเป็นหนุ่มตี๋ ใส่แว่น ตัวสูง ผิวขาว มีกล้ามหน้าท้องนิดๆ สเปคฉันสุดๆเลย>.คะ...เคนทาโร่" ฉันชี้ไปที่เขา เขาเลิกคิ้วมองฉัน หยดน้ำค่อยๆไล้จากต้นคอไปยังกล้ามหน้าท้องและใต้ผ้าขนหนูอย่างหมิ่นเหม่ "เอื๊อก" ฉันกลืนน้ำลายลงคอ "หึ" เขายิ้มมุมปากแล้วเดินไปสวมกางเกง ทำเหมือนว่าฉันไม่ได้อยู่ตรงนั้น"ว้าย~" ฉันกรีด
สองสัปดาห์ต่อมา ฉันนั่งเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทาง เพราะว่าพรุ่งนี้จะเดินทางไปญี่ปุ่น ตอนแรกนึกว่าจะลางานไม่ได้เพราะเพิ่งเข้ามาทำงาน แต่บริษัทนี้ดีมากขอแค่เคลียร์งานของตัวเองได้ ไม่เป็นภาระให้คนอื่นก็ลาได้แล้ว ประกอบกับพี่บีมก็ลาไปทำธุระด้วย ฉันเลยลาได้แบบสบายๆ ตอนนี้ฉันจึงรู้สึกมีความสุขสุดๆ ส่วนเหตุผลที่ทำให้ลากระทันหันคือฉันเพิ่งรู้เมื่อสองอาทิตย์ก่อน ว่าใกล้จะถึงวันเกิดของเกิดของเคนทาโร่แล้ว จึงอยากจะไปเซอร์ไพรส์ "จะเจอกันแล้วนะ ไอ้ต้าวความรัก" ฉันเปิดรูปของเคนทาโร่ที่เซฟในมือถือ แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ "รีบนอนดีกว่าเดี๋ยวตื่นสาย" จากนั้นฉันจึงนอนหลับไป ช่วงเช้า ฉันตื่นมาอาบน้ำแต่งตัว วันนี้ใส่เสื้อยืดเข้ารูป กางเกงยีนส์ สวมรองเท้าผ้าใบ เมื่อสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองเสร็จ ก็ลากกระเป๋าออกจากห้อง ฉันนั่งแท็กซี่ไปสนามบิน แล้วรีบตรงไปเช็คอิน หลังจากที่ทำทุกอย่างเสร็จก็เข้าไปรอในเกต ฉันนั่งเล่นมือถืออยู่พักใหญ่ ก็ได้ยินเจ้าหน้าที่ประกาศให้ขึ้นเครื่อง ฉันจึงลากกระเป๋าเดินไปตามเสียงเรียก "ตื่นเต้นจัง" ฉันพูดเบาๆหลังจากได้ขึ้นเครื่องบินแล้ว ฉันก็นอนหลับทันที ตื่นอีกทีก็ถึงญี่ปุ
หลังจากปลอบใจกันอยู่พักใหญ่ ฉันก็ได้รู้ว่า เคนทาโร่จะโดนจับคลุมถุงชนกับผู้หญิงที่เป็นคู่ค้าทางธุรกิจ แต่ติดตรงที่ว่าเคนทาโร่ชอบผู้ชาย และทางบ้านก็กดดัน ไหนจะเรื่องงานที่มีปัญหาอีก ตอนนี้จึงเกิดความเครียด "ผมเหนื่อยจริงๆนะ บางทีผมก็รู้สึกว่าอยากตายไปให้จบๆ" "ไม่คิดแบบนี้สิ ฉันเชื่อว่ามันจะต้องมีทางออก" ฉันปลอบใจเขา "เฮ้อ~ ผมไม่อยากหลอกผู้หญิงคนนั้นด้วย ทั้งเธอและตัวผมเองคงไม่มีความสุขไปตลอดชีวิต ทำไมนะ ผมถึงเลือกใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองชอบไม่ได้" "อาจจะเป็นเพราะคุณมีภาระหน้าที่ที่คุณต้องแบกรับ" "คาริสา...ผมไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ผมอยากหลุดพ้นจากชีวิตแบบนี้สักที ชีวิตที่เต็มไปด้วยความคาดหวังจากคนอื่น" เขาทำสีหน้าเศร้าสร้อย"พวกเรามาช่วยกันคิดเถอะ ว่าจะมีวิธีไหน ที่ทำให้คุณหลุดพ้นจากเรื่องแบบนี้ได้บ้าง" "คาริสา...ขอบคุณจริงๆนะ อย่างน้อยตอนนี้ก็มีคุณที่เข้าใจผม" "ฉันเป็นกำลังใจให้นะ" ฉันจับมือเขายิ้มกว้าง"ดีจริงๆเลย ที่ผมได้เจอคุณในวันนั้น" "เคนทาโร่...ไว้ไปเที่ยวบ้านฉันบ้างสิ ฉันจะแนะนำน้องที่สนิทกับฉันให้รู้จัก ฉันรับรองว่าคุณจะได้เพื่อนสนิทเพิ่มอีกหนึ่งคนแน่ๆ" "ได้เลย...คาริสาจัง...
เช้าวันต่อมา "คาริสาจัง~ ตื่นได้แล้ว" เคนทาโร่เขย่าตัวฉัน "อื้อ~" ฉันงัวเงีย ลุกขึ้นมานั่งบนเตียงพร้อมกับขยี้ตา "ไปอาบน้ำได้แล้ว" "ได้" หลังจากนั้นฉันก็แต่งหน้า แต่งตัว วันนี้ใส่เสื้อเปิดไหล่สีขาวกับกางเกงยีนส์ แต่งหน้าบางๆ แค่เขียนคิ้ว ปัดแก้ม ทาลิปสติก "เสร็จแล้ว" ฉันเดินออกไปหาเคนทาโร่ที่นั่งดูทีวีในห้องนั่งเล่น "วันนี้เป็นคนเท่ๆคูลๆเหรอ" ฉันแซวเขา เมื่อเห็นเขาใส่ชุดสีดำทั้งตัว "ประมาณนั้น" เขายิ้มบางๆ แล้วเดินมาหาฉันจากนั้นก็ดึงฉันไปกอด "คุณเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผม" "เป็นอะไรเนี่ย?" ฉันทำหน้างง แล้วยื่นมือไปแตะหน้าผากเขา "ตัวก็ไม่ร้อนแฮะ""ผมสบายดี...แค่อยากบอกเฉยๆ" "ไปกันเถอะ ฉันพร้อมแล้ว เล็ทโก~" "ป่ะ" หลังจากนั้นเขาก็ขับรถพาฉันไปยังจุดหมาย ในระหว่างทางเราก็คุยสัพเพเหระ แล้วก็ร้องเพลงตามเพลงที่เปิดบนรถ อยู่กับเขาแล้วฉันรู้สึกมีความสุขมากเลย "เคนทาโร่" "หืม?" "ทำไมยังไม่ถึงภูเขาไฟล่ะ อย่าบอกนะว่าหลงทาง?" ฉันถามเสียงกลั้วหัวเราะ"ใกล้จะถึงแล้ว" "ถึงอะไร?" ฉันทำหน้างง แล้วทำท่าจะเปิดแผนที่ในมือถือดู "ลืมบอก...จะพามาเซอร์ไพรส์" เมื่อเขาพูดแบบนั้นฉันก็ไม่ได้ใส่ใจอ
ช่วงค่ำ ร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงหนา เริ่มรู้สึกตัวจึงค่อยๆลืมตา "กะ...กรี๊ด!!" ฉันกรีดร้อง เมื่อยังคงหวาดกลัวจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ "คาริสาจัง...คุณเป็นอะไร" เสียงเคนทาโร่ตะโกนด้วยความตื่นตระหนกพร้อมกับเร่งฝีเท้าวิ่งมาเปิดประตูห้อง"ผลั่ก" "กรี๊ด!! อย่าเข้ามานะ ฮือๆ" เมื่อฉันเห็นเขา ฉันรีบวิ่งลงจากเตียงแล้วหยิบแจกันที่วางอยู่บนหัวเตียงมาเป็นอาวุธป้องกันตัว "คาริสา...ใจเย็นก่อนนะ" เคนทาโร่ยกมือห้าม"เพล้ง!" ฉันปาแจกันใส่เขา เขาเอี้ยวตัวหลบ ฉันจึงมองหาสิ่งที่พอจะเป็นอาวุธได้ เขวี้ยงใส่เขา พร้อมกับร้องไห้ "ฮือๆ" "คาริสา...คุณกำลังเข้าใจผมผิดนะ ขอผมอธิบายก่อน" เคนทาโร่ละล่ำละลักบอก พร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ "กรี๊ด!!! ออกไปนะ" ฉันถอยหลังกรูด พลางตะโกนลั่น "เสียงดังว่ะ" เสียงไม่สบอารมณ์ของร่างสูงดังขึ้น ก่อนที่เขาจะเดินมาเอนตัวพิงขอบประตู มือหนึ่งข้างล้วงกระเป๋ากางเกง "ชะ...ช่วยด้วย" ฉันรีบตะโกนขอความช่วยเหลือจากเขา เขามองหน้าฉันแล้วเลิกคิ้ว ก่อนจะมองสภาพห้องที่เละเทะ "เคลียร์กันยังไม่เสร็จเหรอ?" เขาหันไปถามเคนทาโร่ "ยัง...ช่วยกูหน่อยสิ" เคนทาโร่ตอบ "สมน้ำหน้า" ร่างสูงส่งเสียเย
หนึ่งเดือนต่อมา ฉันกับคุณใต้หล้าเลือกที่จะจดทะเบียนสมรสกันก่อน แล้วคุยกันว่าถ้าจะจัดงานแต่งงานก็อยากให้มีลูกของพวกเราร่วมงานด้วย ฉันปล่อยเช่าคอนโด แล้วย้ายมาอยู่กับคุณใต้หล้า เขาซื้อบ้านเดี่ยวแถวๆชานเมือง เป็นบ้านสองชั้น มีสระว่ายน้ำในตัวชีวิตของพวกเราเป็นไปอย่างเรียบง่าย วันหยุดพวกเราก็ใช้เวลาร่วมกันบ้าง บางทีก็พักผ่อนอยู่ที่บ้าน บางทีก็ออกไปเที่ยว ค่อนข้างมีความสุขเลยทีเดียว จนกระทั่งวันหนึ่ง "คุณใต้หล้า" ฉันเรียกเขาที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องนั่งเล่น"ครับ" เขาเงยหน้าขึ้นมามองฉัน "แบมือ" ฉันบอกเขาพร้อมกับยิ้มมุมปาก เขาจึงยื่นมือมาตรงหน้า ฉันจึงวางของบางอย่างลงบนมือเขา"เซอร์ไพรส์""หืม?" เขามองสิ่งของที่อยู่บนมือของตัวเอง ก่อนจะลุกพรวดขึ้นมากอดฉันด้วยความยินดี"ดีใจไหมคะ?" ฉันถามเขา"ดีใจสิ...ในที่สุดก็จะมีลูกกับเธอแล้ว" เขายิ้มกว้าง และแน่นอนว่าสิ่งที่อยู่ในมือเขาคือที่ตรวจครรภ์ หลังจากนั้นเราสองคนก็เห่อลูกมาก พยายามเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเด็ก และกำลังวางแผนสร้างห้องให้ลูก แม้ฉันเพิ่งจะท้องได้สองเดือน แต่แล้ววันหนึ่ง เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ในวันที่ฉันเลิกงาน ใ
สองสัปดาห์ต่อมา หลังจากเคนทาโร่ออกจากโรงพยาบาล คุณใต้หล้าก็ส่งเคนทาโร่ไปอยู่ต่างหวัด ซึ่งเป็นบ้านหลังเล็กๆท่ามกลางธรรมชาติ และยังส่งบอดี้การ์ดในคราบเพื่อนบ้านให้คอยดูแลเคนทาโร่อีกด้วย หนึ่งเดือนต่อมา ฉันกับคุณใต้หล้าไปเยี่ยมเคนทาโร่ เคนทาโร่มีใบหน้าที่สดใส ฉันเห็นแล้วก็รู้สึกสุขใจ เพราะเคนทาโร่น่าจะได้ใช้ชีวิตแบบที่ต้องการแล้ว"คาริสาดูสิ ผมปลูกเองนะ" เขาอวดพืชผักที่ปลูกเอง "เก่งมาก" ฉันยิ้มกว้าง "ผมฝึกทำกับข้าวด้วยแหละ พี่ชานนท์ พี่ที่อยู่ข้างบ้านสอน" เคนทาโร่ทำตาเป็นประกาย"จริงเหรอ...งั้นวันนี้ขอชิมฝีมือคุณหน่อยนะ" ฉันพูด "ได้เลย นั่งรอก่อนนะ" เคนทาโร่ จับมือฉันกับคุณใต้หล้าให้ไปนั่งที่โซฟา แล้วจึงหายเข้าไปในครัวครู่ใหญ่ "มาแล้วๆ" เคนทาโร่เดินถือไข่เจียวต้นหอมร้อนๆ ส่งกลิ่นเย้ายวนใจ แล้วเรียกพวกฉันให้ไปที่โต๊ะอาหาร"หอมมาก" ฉันกลืนน้ำลาย "มีแค่ไข่เจียวเหรอ?" คุณใต้หล้าถาม "มียำปลากระป๋องด้วย" เคนทาโร่ตอบ ก่อนจะวิ่งเข้าไปในครัว แล้วถือจานยำปลากระป๋องมาวางบนโต๊ะ"มากินข้าวกันเถอะ" เคนทาโร่ ตักข้าวสวยร้อนๆ ยื่นให้พวกเราคนละจาน และหันไปตักของตัวเอง จากนั้นจึงเริ่มกิน "อร่อย"
"เคนทาโร่...กินส้มตำไหม?" "เอาสิๆ ผมชอบ" เขาพยักหน้าเห็นด้วย "ขอหาร้านเด็ดก่อน" ฉันหยิบมือถือขึ้นมาหาร้านส้มตำเจ้าอร่อย เมื่อหาได้ก็บอกเคนทาโร่ ประมาณเกือบยี่สิบนาทีพวกเราก็มาถึงร้าน "โห/โห" ฉันกับเคนทาโร่หันมามองหน้ากัน เมื่อมองเห็นว่าร้านส้มตำคนแน่นร้านมาก อาจจะเป็นเพราะว่าพักกลางวันด้วยแหละมั้ง "ร้านอื่นไหม" ฉันหันไปถามเคนทาโร่ "ดีครับ" เขาพูดจบก็ออกรถ พวกเราจึงหาร้านไม่ไกลจากบริเวณนั้นเพราะหิวแล้ว ขับได้สิบนาทีก็มาถึงร้านส้มตำ ฉันกับเคนทาโร่ก็สั่งตำไทย ตำปูปลาร้า ปีกไก่ย่าง น้ำตก ยำทะเล และจิ้มจุ่ม ระหว่างรออาหารก็คุยสัพเพเหระไปเรื่อย "คาริสาจัง" "หืม?" "เมื่อไหร่จะมีหลาน ผมอยากอุ้มหลาน" "พรวด!" ฉันที่ดูดน้ำส้มอยู่ น้ำส้มพุ่งออกจากปากทันที "แค่กๆ" เคนทาโร่รีบยื่นทิชชู่ให้ "ถามอะไรของคุณเนี่ย" ฉันทำหน้าไม่ถูกเลย "ผมจริงจังนะ คุณก็รู้ว่าผมมีลูกไม่ได้" เคนทาโร่หมายถึงว่าเขาชอบผู้ชาย และไม่คิดที่จะเอาน้ำเชื้อของตัวเองไปทำลูกด้วย "ฉันกับเขายังไม่ได้คิดถึงขั้นนั้น พวกเราเพิ่งจะคบกันเองนะ" "ผมใจร้อนไปเหรอ? ฮ่าๆ" เขาหัวเราะ "ก็ใช่น่ะสิ" "เฮ้อ~ แย่จัง" เขาถอนหายใจด้วยความเ
"พี่คะ" ฉันเรียกเขา "หืม?" "ร้องเพลงให้หนูฟังหน่อยสิ" ฉันลงไปนอนบนเตียง แล้วเท้าคางมองหน้าเขา"เอาเพลงอะไรดี?" "อะไรก็ได้ค่ะ หนูฟังได้หมด" "โอเค" เขาตอบรับ แล้วดีดกีตาร์ เริ่มทำนองเพลง ก่อนจะร้องเพลง ฉันฟังเขาอย่างตั้งใจ เนื้อเพลงที่เขาร้องสื่อความหมายว่าขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้เราพบกัน และเขาไม่รู้ตัวว่ารักฉันตั้งแต่ตอนไหน รู้ตัวอีกทีคือรักไปแล้ว "คิกๆ" ฉันนั่งยิ้มกว้าง ทำตาหวานเยิ้มมองเขา อีตาพี่คนนี้มันโรแมนติกตัวพ่อเลยนี่นา( ꈍᴗꈍ) "แปะๆ" ฉันตบมือรัวๆ แล้วพูดว่า "ร้องเพราะมากเลยค่ะ" "เพลงนี้แต่งเองนะ" "จริงเหรอ" "ใช่...มันเป็นความรู้สึกของผม...ถึงคุณ" "โอ๊ย~" ฉันเอามือจับที่บริเวณหัวใจของตัวเอง แล้วกระตุกทำท่าเหมือนจะตาย "เว่อร์" เขาหัวเราะ แล้วลุกไปเก็บกีตาร์ จากนั้นจึงนอนบนเตียง แล้วตะแคงข้างหันมากอดฉัน "จุ๊บ" เขายื่นหน้า มาจูบริมฝีปากฉันเบาๆ และแน่นอนว่าฉันไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆแน่>.ฉันขบเม้มริมฝีปากเขา แล้วค่อยๆสอดลิ้นเล็กเข้าไปในโพรงปาก ใช้ลิ้นเล็กเกี่ยวรัดลิ้นหนาอย่างหยอกล้อ มือที่ว่างอยู่ก็ยื่นไปปลดกระดุมเสื้อเขา ส่วนเขาใช้มือหนา ลูบไล้ที่บริเวณต้นขา ก่อนจะผลุ
หนึ่งเดือนต่อมา หลังจากที่ตกลงเป็นแฟนกัน เขากับฉันก็เจอกันบ้าง แต่ไม่ได้บ่อย ส่วนใหญ่จะวีดีโอคอลมากกว่าเพราะเขางานยุ่งและคืนนี้เขาสะพายกระเป๋าหนึ่งใบ มายืนอยู่หน้าห้องของฉันแล้วบอกว่า "ผมจะมาอยู่ที่นี่หนึ่งสัปดาห์" "พี่ไม่ทำงานทำการหรือไงคะ?" ฉันเอียงคอถามด้วยความสงสัย "เคลียร์หมดแล้วครับ" "อย่าบอกนะว่า...ที่พี่โหมทำงานหนักตลอดหนึ่งเดือนนี้เพราะจะลามาอยู่กับหนู" "ใช่" เขายิ้มกว้าง "โห~" น้ำตาของฉันไหลริน "ร้องไห้ทำไม" เขายื่นมือมาเช็ดน้ำตาให้ฉัน "ฮือ~" ฉันยิ่งร้องไห้หนัก เขาจึงดึงฉันเข้าไปกอดปลอบใจ แล้วอุ้มฉันเข้าห้อง จากนั้นจึงวางลงบนเตียงกว้าง"ไม่ดีใจเหรอ?" "ฮึก...ดีใจสิคะ" ฉันสะอื้นตอบ ก่อนหน้าที่เคยผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉันก็เคยคิดว่าเป็นเพราะฉันดีไม่พอหรือเพราะอะไร ทำไมคนอย่างฉันไม่สมควรถูกรักบ้าง ทั้งๆที่ทุกความสัมพันธ์ฉันให้ใจไปเต็มร้อยและซื่อสัตย์กับทุกความสัมพันธ์เสมอ และในวันนี้ฉันได้คำตอบแล้วว่า'เพราะที่ผ่านมาฉันรักไม่ถูกคน' กว่าฉันจะก้าวผ่านความเจ็บปวดและเยียวยาจิตใจตัวเองจากคนก่อนๆค่อนข้างสาหัสทีเดียว ฉันเก็บความผิดพลาดจากคนก่อนๆมาพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น แล้วเริ
เมื่อขับรถตามมาจนถึงจุดหมาย ก็พบว่าเป็นหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่ง ฉ้นกับคุณใต้หล้าจึงลงจากรถ "ฮือๆ" เสียงสะอื้นของเหมยดังลอดออกมา ฉันมองเข้าไปก็ไม่เห็นตัวเหมยเพราะคนที่จับตัวเหมยมายืนล้อมเหมยเอาไว้ "สาแก่ใจหรือยัง" เสียงผู้ชายที่เต็มไปด้วยความคับแค้นระคนเศร้าใจดังขึ้น ฉันจำได้ว่ามันเป็นเสียงของคนที่เอาปืนขู่ฉัน "ฮึกๆ...ฮือๆ...ฉันขอโทษ...ฉันไม่รู้" เหมยสะอื้น "ไม่รู้? พูดง่ายๆว่าไม่รู้...ฮ่าๆ" ชายคนนั้นหัวเราะเหมือนคนเสียสติ คุณใต้หล้าจับมือฉันเดินเข้าไปใกล้ พวกเขาได้ยินฝีเท้าของพวกเราจึงพากันเปิดทางออก ทำให้ฉันเห็นโลงศพสามโลงตั้งอยู่ หน้าโลงศพ มีผู้หญิงอายุราวๆสี่สิบปีหนึ่งคน เด็กผู้หญิงอายุราวๆสิบสองปีหนึ่งคน และเด็กชายอายุราวๆเก้าขวบหนึ่งคน เมื่อเห็นอย่างนั้นฉันก็พอนึกเรื่องราวออก ฉันมองไปที่เหมยแล้วเดินเข้าไปหา "เหมย" "คาริสา...ฮือๆ" "แกกลับไปทำงานแล้วเหรอ?" "ใช่" "คดีแรกเหรอ?" "ฮึก...ฮือๆ...ใช่...แต่ฉันไม่รู้นี่...ไม่รู้ว่าเรื่องมันเป็นแบบนี้" "เมาแล้วขับใช่ไหม" "น่าจะใช่...ฮือ" "เฮ้อ~" ฉันถอนหายใจ ไม่รู้จะช่วยยังไง ถ้าพูดในเรื่องของหน้าที่เหมยก็ทำถูกแล้ว แต่ถ้าจะพูดถึง
หนึ่งเดือนต่อมา ช่วงที่ผ่านมาฉันนอนขึ้นอืดอยู่ที่ห้อง จนน้ำหนักขึ้นมา5กิโล มุแง(TT) จะเอาออกได้ตอนไหนก็ไม่รู้=_= วันๆฉันก็สิงที่แอป live jing ไม่ก็ only live jing 18+ เวลาอัพรูปก็จะอัพรูปเก่าที่ถ่ายไว้แล้ว ถ่ายตอนนี้ไม่ไหวจริงๆ ยิ่งกว่าหมูสามชั้นอีก(TT)และอีกอย่างก็คือคุณใต้หล้าสมัครแอป live jing แล้ว แถมยังมาดีดกีตาร์ร้องเพลงให้ฉันฟังอีกต่างหาก ถ้าไม่คิดเข้าข้างตัวเองว่าเขามีใจก็ไม่รู้ว่าจะพูดว่าไงแล้ว>..เฮ้อ~ เบื่อจัง" ฉันบ่นเบาๆ แล้วโทรหากล้วยหอม แต่กล้วยหอมคุยได้แป็บเดียวก็วางสาย ฉันจึงโทรหาซูพรีม ก็คุยได้แป็บเดียวเพราะติดเรียนอีก ฉันจึงโทรหาพี่เอว รายนั้นยิ่งไม่ได้ใหญ่ เมียคุม โอ๊ย! ฉันทำหน้าเซ็ง กดไล่ไปที่เบอร์พี่พิธาอีก แต่ก็เปลี่ยนใจ "ครืด ครืด" เสียงเรียกเข้าดังขึ้น "ฮัลโหล~" ฉันกดรับสายแล้วส่งเสียงร่าเริง "ไม่ได้เจ
หลังจากส่งเหมยเสร็จ ฉันก็กลับคอนโด "เหนื่อยชะมัด" ฉันบิดตัวไปมาระหว่างรอลิฟต์ "เหนื่อยมากไหม?" เสียงทุ้มถาม"เหนื่อยมาก" ฉันตอบ ก่อนจะชะงักแล้วหันไปมองทางด้านหลัง "เคนทาโร่~ กรี๊ด~" ฉันร้องด้วยความดีใจ แล้วกระโดดกอดเคนทาโร่ เขารับไว้แล้วยิ้มกว้าง "คาริสาจัง~ คิดถึงมากเลยครับ" เคนทาโร่กอดฉันไว้แน่น"อะแฮ่ม!" คุณใต้หล้ากระแอมไอ "อะไรติดคอคะ?" ฉันถามเขา "..." เขาขมวดคิ้วทำหน้าตาไม่ชอบใจ ฉันจึงผละออกจากเคนทาโร่แล้วไปกอดเขาไว้ จากนั้นจึงเขย่งไปกระซิบที่ข้างหูเขาว่า "คิดถึงหนูไหมคะ...หนูคิดถึงคุณจังเลยค่ะ" "..." เขาเงียบไม่ตอบ แต่ใบหน้าแฝงไปด้วยความพอใจ ฉันยิ้มบางๆ แล้วผละออกจากเขา ไปกอดแขนเคนทาโร่ "เคนทาโร่~" ฉันเรียกเขาเสียงหวาน "อะแฮ่ม" คุณใต้หล้ากระแอมไออีกครั้ง ฉันหันไปมองเขา ก็เห็นว่าใบหน้าเขาไม่สบอารมณ์ "เคนทาโร่ๆ" ฉันสะกิดเคนทาโร่แล้วเรียกเขาเบาๆ "ครับ?" "พี่ชายคุณเป็นอะไรเหรอ ทำไมดูอารมณ์ไม่ดี" "ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน" เคนทาโร่ยักไหล่ "ทำตัวแปลกๆแฮะ" ฉันเอียงคอด้วยความสงสัย ก่อนจะสลัดทิ้งเมื่อลิฟต์มา "ติ๊ง" พวกเราเข้าลิฟท์ ฉันกับเคนทาโร่ก็พูดคุยสัพเพเหระ จนถึงห้องของฉัน
20นาทีต่อมา "เล่าให้ฟังหน่อย แกไปเจออะไรมา" ฉันถามนีน่า นีน่าปาดน้ำตา แล้วเริ่มเล่าให้ฟัง"หลังเลิกงานฉันกลับหอไปแล้ว...แต่ลืมขนมไว้เลยกลับมาเอา" "อ่า~" ฉันกับเหมยหันมามองหน้ากันแล้วพยักหน้า "ก็ขนมมันจะหมดอายุแล้วอ่ะ ถ้าไม่กินก็เสียดายแย่" นีน่าทำหน้ามุ่ย "ข้ามน้ำไปเลย เอาแต่เนื้อ" เหมยพูด "นั่นแหละ...พอฉันเข้าไปก็ได้ยินเสียงคนคุยกัน ตอนแรกจะเข้าไปทักทาย แต่มองเห็นช่องว่างตรงบานประตูก่อน ฉันเห็น...อึก...พี่ปีโป้กำลังโดนพี่บีม...ไม่สิ...ไอ้คนชาติชั่วนั่นบีบคอ...ฮึก...ฮือๆ...ตอนนั้นฉันตกใจจนลนไปหมด...ฮือๆ...ไม่รู้จะทำยังไงเลยหนีออกมา...คิดว่าจะบอกเรื่องนี้ให้พวกแกรู้...ฮึก...แต่มารู้ข่าวอีกทีก็ตอนที่พี่ปีโป้เสียแล้ว" "ฉัน...ฮึก...รู้สึกผิดมาก...ถ้าฉันเข้าไปช่วย...พี่ปีโป้...อาจจะไม่ตาย" นีน่าเอามือปิดหน้าแล้วปล่อยโฮอีกครั้ง "ไม่ใช่ความผิดของแกหรอก" เหมยปลอบ "ใช่...แกอย่าโทษตัวเองเลย" ฉันเสริม "ฮึก...ฉันรู้สึกผิดมาก...ฉันรู้สึกผิดจริงๆ...พี่ปีโป้...ฮึก...หนูขอโทษ" "หรือว่า...ที่ไอ้บีมบอกว่าพี่ปีโป้หลับในจริงๆแล้วคือการอำพรางศพ" เหมยเบิกตากว้างเอามือปิดปาก "ฉันว่าใช่" ฉันตอบ "