เธอมาแบล็กเมลคนอีกแล้วหรือไง ชื่อหนูดี แต่นิสัยไม่ดีเหมือนชื่อเลยนะ...
View More“หนูดี...แต่งงานกับพี่นะ”คำพูดนี้สามารถใช้อธิบายถึงเหตุผลที่ที่เขากลับบ้านมาก่อนเวลาและท่าทางที่ดูสนิทสนมกับอดีตภรรยาจนเกินไปได้ คนที่เพิ่งถูกเซอร์ไพรส์เข้าใจขึ้นมาในทันทีคนเราถ้าจะสุขที่สุดก็ต้องรู้สึกทุกข์ที่สุดก่อน“คนบ้า...”คนตัวเล็กนั้นร้องไห้ออกมาอย่างตื้นตันใจจนสองแม่ลูกที่อยู่เป็นพยานในที่แห่งนี้เองก็ซึ้งไปด้วย และถึงแม้ว่าวิสัยทัศน์การมองเห็นของหนูดีจะถูกบดบังด้วยม่านของน้ำตามากเพียงใดแต่ก็ยังมองเห็นคนที่ตนรักที่สุดได้ชัดปัณณทัตในตอนนี้เองก็มีน้ำตาคลออยู่ในเบ้าเช่นเดียวกัน คนที่ถูกแกล้งเช่นกษิดิศจึงคิดที่จะเอาคืนโดยการไม่ตอบตกลง ทว่าใจกับปากกลับไม่เป็นเช่นนั้น พวกมันกลับโพล่งออกมาอย่างตามใจตัวเองว่า“แต่งครับ ผมยินดี ฮึก...”เมื่อได้ยินคำตอบที่ต้องการร่างสูงจึงลุกขึ้นมาสวมแหวนให้ว่าที่คู่ชีวิตก่อนจะโน้มตัวลงไปมอบจุมพิตอันแสนหวานให้ ธานิดากับปณิตาพากันปรบมือให้กับความรักที่สมหวังนี้เพราะพวกเธอรู้ดีว่ากว่าปัณณทัตจะหาคนที่ใช่เจอกันไม่ใช่เรื่องง่าย ชายหนุ่มนั้นคบคนมามากมาย และกับอดีตภรรยาเองเธอก็รู้สึกดีใจแทนเขายิ่งนักเพราะเวลาผ่านมาเกือบยี่สิบปี ในที่สุดเขาก็ได้แต่งงานกับคนท
เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว แต่ผู้จัดการร้านนั้นก็ยังไม่ได้เอาแหวนมาส่ง หนูดีถามถึงวันทุกวันจนกระทั่งวันหนึ่งคนที่มาเยือนที่บ้านกลับไม่ใช่ผู้จัดการร้านที่ต้องเอาแหวนมาให้ตอนนี้ปณิตาปิดเทอมเรียบร้อยแล้วแม้จะเป็นช่วงเวลาไม่นานแต่เด็กสาวนั้นก็จะไปอยู่กับแม่ที่ต่างประเทศอยู่ดี ดังนั้นคนที่กษิดิศคิดว่ามีความสำคัญในใจของปัณณทัตไม่น้อยกว่าลูกสาวก็ได้ปรากฏตัวขึ้นเมื่อรถแท็กซี่ได้จอดตรงที่หน้าบ้าน หญิงสาวที่มีรูปร่างปราดเปรียวคนหนึ่งก็เดินลงมาพร้อมกับกระเป๋าใบเล็ก เธอนั้นแต่งตัวค่อนข้างที่จะแฟชั่นทำให้หนูดีนึกถึงคำที่ว่าอาชีพของมารดาน้องปริมนั้นเป็นแฟชั่นสไตล์ลิสให้กับนิตยสารที่อังกฤษ“คุณแม่!”สาวน้อยนั้นเมื่อเห็นบุคคลอันเป็นที่รักก็ได้รีบวิ่งมาหาธานิดาในทันที คนที่ไม่ได้เจอกับลูกมานานก็ได้รีบอ้าแขนออกให้กว้างเพื่อรอรับอ้อมกอดอันอบอุ่น“น้องปริม คิดถึงจังเลยค่ะมาให้แม่กอดหน่อย”สองแม่ลูกแสดงความรักกันเสร็จ ปณิตาจึงได้แนะให้มารดานั้นรู้จักคนรักของพ่ออย่างกษิดิศในทันที เขานั้นมองผู้ที่มาใหม่ตรงหน้าเช่นเดียวกันกับที่เธอมองมา หากจะให้อธิบายความรู้สึกได้พบได้แล้วก็หนูดีต้องขอบอกว่าคนคนนี้ดูน่าเกรงข
ระยะนี้ทุกคนเข้ากันได้เป็นอย่างดีทำให้บ้านหลังนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุข หนูดีเองที่มหาวิทยาลัยก็ทำได้ดีเช่นเดียวกัน งานคราวที่แล้วที่เขาได้ออกไปพรีเซนต์คะแนนก็อยู่ในกลุ่มท็อป ความรักเองก็ราบรื่นความเป็นผู้ใหญ่ของปัณณทัตนั้นทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก“มีความสุขไหมจ๊ะเพื่อนรัก”เบสท์ถามออกมาพวกเขานั้นแม้จะชอบเป็นเกย์เหมือนกัน แต่รูปลักษณ์ภายนอกก็ต่างกันมากเพราะคนที่ถามนั้นตอนนี้แค่มองภายนอกก็คล้ายกับผู้หญิงแล้ว“มีความสุข...”หนูดีไม่ปฏิเสธความจริงข้อนี้ จึงทำให้ผู้ที่ได้ฟังอีกคนอย่างพิ้งค์ต้องเบะปากมองบนก่อนจะกล่าวออกมาว่า“วาสนาของคนเรานี่มันไม่เท่ากันจริง ๆ เอาเถอะแก ฉันปลงแล้วโสดไปจนตายก็ไม่แย่หรอกนะ”คราวนี้ไม้เบื่อไม้เมาของเธอกลับเห็นด้วย บนโลกนี้นั้นไม่จำเป็นว่าจะต้องมีคู่อีกต่อไปเพราะอาหารก็สามารถหาเองได้ ป่วยก็สามารถเรียกรถพยาบาลได้ แล้วถ้าแก่ไปก็ยังสามารถอยู่บ้านพักคนชราได้ ทุกอย่างเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ด้วยตัวเองแล้วเราต้องการเพื่อชีวิตคนอื่นไปทำไม“ใช่แล้วแหละตอนนี้ฉันยังมีแรงฉันก็จะตั้งใจเรียนแล้วก็หาเงินเยอะ ๆ ไปอัพหน้าอัพนมผ่ากีกี้ หลังจากนั้นก
“อันนี้ดีไหม เป็นกลิ่นที่หนูดีใช้ประจำหรือเปล่า”ปัณณทัตถามในขณะที่หยิบน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ราคาแพงที่สุดขึ้นมา แต่ก่อนเขาก็ไม่ได้สนใจหรอกว่าจะต้องใช้กลิ่นไหน แต่เพราะการเข้ามาของคนที่ตนจับมือเอาไว้อยู่นี้ทำให้เขาหันมาชอบกลิ่นของเสื้อผ้าที่ซักใหม่ ๆ มากขึ้น“ไม่ใช่ครับอีกยี่ห้อนึง”หนูดีชี้ไปที่ชั้นบนสุด ทันใดนั้นในสมองของคนที่ตัวโตกว่าก็ปรากฏภาพภาพหนึ่ง เขาอยากจะรู้ว่าหากตนทำตามสิ่งที่เห็นนั้นปฏิกิริยาของคนข้างหน้านี้จะเป็นยังไง กษิดิศที่ไม่ล่วงรู้เลยว่าคนรักของตนจะทำสิ่งใดก็หยิบน้ำยาปรับผ้านุ่มลงมาได้สำเร็จ“เรียบร้อยแล้วต่อไปเราไปซื้อของสดกันเถอะ”คนที่ไม่ได้ทำการตามที่วาดฝันเอาไว้เงียบไป เรื่องนี้เขาจะไม่บอกใครเด็ดขาด ใครมันจะทำมือไปหยิบเอาของบนชั้นบนไม่ได้กันแค่สูง 165 ซม. ก็น่าจะหยิบได้แล้ว“พี่ชอบกินอาหารไทยที่หนูดีทำนะ ครั้งก่อนที่เข้าตู้เย็นค้างคืนมาแล้วเอาไปอุ่นด้วยไมโครเวฟยังอร่อยเลยอ่ะ”ชายหนุ่มนั้นพูดตามจริง เขาชอบรสชาติจัดจ้านเช่นนี้เป็นอย่างมากเลยต้องการที่จะชิมมันอีกรอบ คนที่ได้ยินคำชมก็คิดเมนูขึ้นมาในหัวทันทีคนตัวเล็กนั้นเดินไปหยิบเอาวัตถุดิบที่ต้องการอย่างรวดเร็วปล่อยใ
ร่างสูงไม่รอช้าเริ่มจัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่อยู่บนตัวของเขาออก ก่อนจะทาบตัวลงไปบนร่างของอีกฝ่าย ตอนนี้อาวุธของเขานั้นเจริญเติบโตเต็มวัยแล้วพร้อมที่จะออกรบเต็มที“จะเริ่มละนะ”ร่างเล็กมองไปที่เป้าหมายซึ่งตนเองก็พอจะคุ้นชินอย่างเต็มตา เขาหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่สามารถทำได้เพราะทุกอย่างจะต้องถูกเตรียมการเอาไว้ก่อน ครั้งนี้มันฉุกละหุกมากเกินไป“สอดใส่ไม่ได้นะครับ วันนี้หนูดีไม่พร้อม”ปัณณทัตเมื่อได้ยินก็เข้าใจ เขาจึงจะเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเอง ทว่าในตอนที่ร่างสูงจะลุกออกจากที่นอนไปนั่นเอง ที่ตรงนั้นของเขาก็ถูกจับจองเข้า ในตอนนี้นั้นกษิดิศคิดที่จะทำให้อีกฝ่ายมีความสุขบ้าง “อ่า..หนูดี แบบนี้ไม่ดีเลย”เขานั้นแม้ปากจะพูดออกมาแบบนี้ แต่การกระทำกับสวนทาง เพราะถ้าดูจากสีหน้าและท่าทีแล้วนั้นร่างสูงจะพอใจเป็นอย่างมาก“แล้วต้องทำแบบไหนหรอครับ แบบนี้หรอ”คนตัวเล็กคลานเข้ามาใกล้ก่อนที่จะใช้ริมฝีปากของตนสัมผัสเข้ากับสิ่งที่มโหฬารผิดกับคนทั่วไปเข้า การกระทำเช่นนี้ทำให้ใจที่เต้นรัวอยู่แล้วของคนตัวโตนั้นเต้นไม่เป็นจังหวะมากกว่าเดิม“หนูดีเคยเห็นและก็เคยดู แต่ว่าไม่เ
“ก็เพราะว่าฉันชอบหนูดียังไง”คนที่ปิดบังความคิดอันลึกซึ้งเช่นนี้เอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไปจึงได้สารภาพออกมา“คุณ... คุณชอบผม เอ่อ... คือ... มันไม่ถูกต้องนะครับ ผมไม่ใช่คนที่คุณควรจะชอบ”“ทำไมฉันจะชอบเธอไม่ได้ แต่ครั้งแรกที่เจอกัน จนเราไปจบที่เตียงในครั้งนั้นเธอก็น่าจะรู้แล้วว่าสเปคของฉันเป็นแบบไหน แน่นอนว่าเรื่องราวหลังจากนั้นทำให้ฉันไม่กล้าคิดกับเธอเกินเลย เพราะฉันเองก็ไม่อยากทำผิดกฎหมาย แต่พอรู้ว่าเธอไม่ใช่เด็กแล้วฉันก็รู้สึกตกใจ แปลกใจมากจนเผลอลงมือทำร้ายจิตใจเธอไป แต่ครั้งนั้นก็ทำให้ฉันรู้ว่าเธอเองก็เป็นคนที่ไม่ได้แย่อะไร จริง ๆ นะ ฉันชอบเธอจริง ๆ”เมื่อได้ยินคำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาจากปากของคนที่ตนวางเอาไว้บนหิ้ง กษิดิศก็ได้ช็อคไปแล้ว เรื่องเช่นนี้มันไม่น่าเชื่อเลยสักนิด จนเสียงที่ออกมานั้นมีแต่คำพูดไม่ได้ศัพท์“ผม...ไม่...คะ..คุณ ...ไม่”นี่เขาตั้งใจจะบอกว่าผมไม่ได้ชอบคุณแต่ก็ไม่สามารถพูดออกมาได้ และประโยคหลังเขาก็จะบอกว่าคุณไม่ได้ชอบผม สิ่งนี้เขาก็พูดออกมาไม่ได้เช่นเดียวกัน หนูดีตั้งใจเป็นอย่างมากที่จะหยุดความสัมพันธ์นี้ไม่ให้เกินเลยไปเนื่องจากรู้ที่ว่าตนไม่คู่ควร“ไม่อะไร เธอไม่ได้ช
ผู้ที่ทำความผิดไปจริง ๆ เห็นเพื่อนเชื่อมั่นในตนขนาดนี้ก็รู้สึกผิดขึ้นมาอีกระลอกใหญ่ ก่อนจะบอกความจริงกับทั้งคู่ไป“ฉันทำจริง ๆ ตอนนั้นฉันต้องเอาเงินไปรักษาย่า”ทั้งเขมิกาและดนุเดชน์เมื่อได้ฟังก็ตกใจอยู่บ้าง แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็พยุงผู้ที่สารภาพบาปขึ้นมากอดกันกลม ทั้งสามคนนั้นไม่ได้รู้จักกันมานานแต่ก็ไม่เคยทำร้ายกัน ดังนั้นมิตรภาพจึงยังแน่นแฟ้น“ฮือ ๆ ฉันมันเป็นคนไม่ดีจริง ๆ ฮือ ๆ ยกโทษให้ฉันด้วย”“แกแค่ทำผิดไปไม่เป็นไรหรอกนะ คนเราแก้ตัวได้ ฮือ ๆ”มีเป็นเสียงของสาวจริงคนเดียวในกลุ่ม เธอนั้นร้องไห้ไปด้วยกันกับหนูดี ส่วนคนที่อยากจะเป็นสาวเต็มตัวก็ได้พูดมาในทำนองเดียวกัน“พวกฉันไม่มีสิทธิ์ให้อภัยแกหรอกเว้ย เราไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียสักหน่อย คนที่ไอ้พี่อ้อนมันกล่าวถึงก็คือคนที่มารับมาส่งแกใช่ป่ะ ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าเขายกโทษให้แกแล้วนิ พวกฉันยังเป็นเพื่อนแกเหมือนเดิมเว้ย”เพื่อนในห้องหลายคนที่ได้ยินก็เริ่มคล้อยตามบรรยากาศที่ทำให้คนรู้สึกซาบซึ้งใจเช่นนี้ จึงเริ่มหันกลับมาให้กำลังใจหนูดี ตอนเดินออกมาอยู่ที่โรงอาหารคณะบอดี้การ์ดของกษิดิศจึงมีจำนวนมากกว่าหลายสิบคน คนเขากล้าทำกล้ารับอยู่แล้วยิ่งใ
วันนี้เป็นวันที่พวกเขาต้องออกไปพรีเซนต์งานคู่ คนที่ทำงานชิ้นเดียวกันกับหนูดีจึงได้มารอเขาอยู่ที่หน้าประตู เมื่อเห็นรถคันสีดำที่มารับมาส่งเพื่อนร่วมสาขาของตนเข้า ติวานนท์ก็ได้ทำตัวมีมารยาทวิ่งเข้ามายกมือไหว้คนที่ตัวเองคิดว่าเป็นญาติผู้ใหญ่“สวัสดีครับคุณอา”คนที่หันมองร่างเล็กเปิดประตูลงจากรถก็ตกใจ ผู้ชายคนนี้มาจากไหนแล้วทำไมถึงเรียกเขาว่าอา กษิดิศเห็นสถานการณ์ไม่สู้ดีก็เลยรีบอธิบายให้ปัณณทัตฟังแล้วจึงหันไปเอ็ดเพื่อน“เพื่อนของผมเองครับ ต้นเขาไม่ใช่อาเรา เขาเป็นเจ้านาย!”การกระทำสองมาตรฐานนี้ทำให้ผู้ที่ได้ถูกเรียกว่าอารู้สึกเจ็บจี๊ดในใจ ความสนิทสนมของเขากับคนตัวเล็กเรียกได้ว่าห่างเหินเป็นอย่างยิ่ง เพราะคำพูดของหนูดีที่พูดกับตัวเองนั้นเป็นทางการและราบเรียบเป็นอย่างมาก แตกต่างกับที่พูดกับเพื่อนโดยสิ้นเชิง“ขอโทษครับ หนูดีปะ ไปเตรียมพร้อมกันเถอะ ขอตัวก่อนนะครับ”“เดี๋ยวสิ...”ปัณณทัตไม่ทันได้เรียกไว้ก่อนที่บอกว่าตัวเองนั้นจะมารับหนูดีในตอนบ่ายเหมือนเดิมแล้ว คนที่โผล่มาอย่างไม่มีมารยาทนั้นก็ลากตัวของกษิดิศออกไปไกลแล้ว ตอนนี้ชายหนุ่มไม่ค่อยจะพอใจสักเท่าไหร่และแน่นอนว่าเขาก็ไม่ถูกชะตากับเพื่
คำถามคาดคั้นนี้ส่งผลให้กษิดิศเลิกคิดที่จะอธิบายเพิ่มเติมเขาจึงปิดประตูของคำถามนี้ไปด้วยความเงียบ“ไม่มีคุยอะไรทั้งนั้นแหละ พวกแกคิดมากไปแล้ว”แต่ในที่สุดหมัดเด็ดของเพื่อนก็ถูกปล่อยออกมา เมื่อถูกถามข้อต่าง ๆ คำตอบของคำถามนั้นก็มีเพียงแค่ความเงียบ“แกชอบเขา”“...”“จบกัน ฉันรู้แล้วว่าปัญหาของพวกเราคืออะไร ก็คือชอบแอบฟินอยู่คนเดียวโดยที่ไม่บอกอีกฝ่ายว่าเราชอบเขายังไงล่ะ พวกเราถึงได้โสดมาจนถึงทุกวันนี้”เขมิกาอธิบายข้อคิดเห็น พวกเธอไม่ได้คิดว่าหนูดีจะกลายเป็นคนทรยศหรืออะไร แต่กลับจะดีใจด้วยซะอีก เพราะว่านิสัยของพวกเขานั้นคล้ายกันคือปัญหาการเป็นโสดนี้โดยยังคงอยู่“แต่ฉันไม่กล้าชอบเขา เขาดีเกินไป”คำพูดอันชัดเจนนี้ทำให้เพื่อนทั้งสองคนต้องตกใจ แต่ว่าในขณะที่พูดคุยกันอย่างออกรสออกชาตินั้นรถยุโรปคันสีดำก็ได้มาจอดเทียบที่ห้องสมุดตามที่คุยกันเอาไว้“หนูดี!”พอได้เห็นโฉมหน้าของผู้ที่เพื่อนตนไม่กล้าตกหลุมรักนั้นทั้งสองคนจึงได้แต่พร่ำเพ้อเป็นประโยคเดียวกันว่า“ใช่แล้วแหละ เขาดีเกินไป”“มึงงง ดีเกินไปมากกก”เวลาผ่านไปได้อีกสองสัปดาห์แล้ว แต่วันนี้นั้นกิจวัตรประจำวันของเขาเปลี่ยนไป ปัณณทัตไม่ได้ไปรับ
“เธอมาแบล็กเมลคนอีกแล้วหรือไง ชื่อหนูดี แต่นิสัยไม่ดีเหมือนชื่อเลยนะ”กษิดิศเม้มปากแน่นสนิท เพราะเรื่องนี้เป็นตัวเองที่ทำผิด เขาที่เคยโดนหลอกมาไม่มีทางที่จะมองอาชญากรอย่างตนว่ากลับตัวแล้วแน่ หนูดีคิดไม่ถึงเลย ว่าสิ่งที่กังวลนั้นจะเกิดขึ้นมาจริง ๆ วันนี้กลับมาที่บาร์แห่งนี้อีกครั้งก็เพราะต้องการจะเอาโน้ตบุ๊กมาให้รุ่นพี่คนสนิท หากเป็นคนอื่นที่รู้เรื่องราวในอดีตของทั้งคู่ ตอนนี้ก็คงจะมองว่าเขาหน้าหนาไม่น้อย“...”ในบาร์นั้นมีเสียงดนตรีและเสียงพูดคุยตลอดเวลา ทว่าคนตรงหน้าของปัณณทัตกลับปิดปากเงียบ ชายหนุ่มเมื่อเห็นปฏิกิริยาตอบสนองเช่นนี้เข้าอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ก็เริ่มจะเดือดขึ้นมาเรื่อย ๆเขาเมื่อเห็นแค่เพียงกระหม่อมของเด็กหนุ่มที่ก้มหน้าลงไปเพราะไม่ยอมสบสายตานั่น สมองก็มีถ้อยคำดูถูกผุดขึ้นมาไม่หยุด‘คิดจะเอาตัวเข้าแลกอีกแล้วสินะ ดูท่าเงินที่ได้ไปครั้งที่แล้วคงไม่พอ ย่าที่ว่าป่วยก็คงเป็นป่วยการเมือง เด็กนี่มันเห็นแก่เงินจริง ๆ’คนร่างสูงยิ่งคิดยิ่งไม่พอใจ ครั้งแรกที่เจอกันปัณณทัตก็คิดที่จะจริงจังกับกษิดิศอยู่เหมือนกัน และหลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นเขายังประนีประนอมยอมอ่อนข้อให้เพราะเห็นว่...
Comments