หลังจากตื่นเช้ามาดรัณภพก็ยังคงขอทำหลานให้บิดาเธอแข่งกับบุรินทร์ไปอีกสองรอบ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนบ่ายถึงได้ยอมขับรถพาเธอไปส่งบ้าน ระหว่างทางบุรารีจับโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็แปลกใจที่เมื่อคืนอคิณไม่ได้โทรมาตามหาเธอเลยแม้แต่สายเดียว นี่เขาไม่คิดสงสัยบ้างเลยหรือว่าเธอหายออกไปไหน
แล้วความสงสัยทั้งหมดก็ได้รับความกระจ่างเมื่อเธอกลับมาถึงบ้าน ทันทีที่เดินเข้าไปข้างใน ก็พบกับพี่ชายและพี่สะใภ้นั่งชิบชายามบ่ายอยู่กับบิดาที่ในสวน
ทันทีที่เธอและดรัณภพเข้ามาถึง สามคู่สายตาก็พากันหันมามองทางเธอและดรัณภพเป็นตาเดียว ยิ่งดรัณภพจับมือเธอเอาไว้แน่นอยู่อย่างนี้ พอคริมาเห็นก็แอบยิ้มจนเธอรู้สึกเขิน
ก็อย่างว่า เธอกับดรัณภพพึ่งจะพากันไปทำเรื่องทำราวบางอย่างมา ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาตอนนี้มันเหมือนราวกับว่าเธอเองกำลังมีชนักติดหลังยังไงยังงั้น ยิ่งพอได้เห็นคริมามองมาหาเธอแล้วอมยิ้มแบบนี้ บุรารีก็ยิ่งอดสงสัยไม่ได้ว่าคริมาหมายความว่ายังไงกัน ราวกับว่าเพื่อนสนิทที่ควบตำแหน่งพี่สะใภ้นั้นรู้อะไรอยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า
"พี่อคิณโทรหาพี่ บอกว่าเมื่อคืนถูกแกทิ้งไว้ที่นั่น แล้วแกก็ขึ้นรถกลับไปกับเจ้าดิม"
"เอ่อ คือว่าเมื่อคืนแบมเหมือนรู้สึกว่าจะไม่ค่อยสบาย..ก็เลย.."
"เลยขอไปค้างที่คอนโดเจ้าดิมแล้วพึ่งได้กลับมา"
"พี่บาส" บุรารีเรียกพี่ชายเสียงอ่อนหน้าหงอย ถึงแม้ว่าทุกคนในบ้านจะรู้ว่าเธอมีใจให้ดรัณภพ แต่ทุกคนก็ทราบดีเช่นกันว่าดรัณภพนั้นตั้งหน้าตั้งตาปฏิเสธเธอมาตลอด ยิ่งเมื่อคืนสถานะระหว่างเธอและดรัณภพได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ยังไงเสียเธอก็ยังไม่อยากให้บิดาเสียใจ ถ้าหากว่าท่านต้องมารู้ว่าลูกสาวทำตัวแบบนี้
"ผมเข้ามากราบขอขมาท่านเจ้าสัวครับที่เมื่อคืนผมทำแบมเสียหาย ผมอยากขออนุญาตท่านเจ้าสัวพาผู้ใหญ่มาสู่ขอแบมให้เร็วที่สุดครับถ้าท่านเจ้าสัวอนุญาต"
ดรัณภพย่อตัวลงและพนมมือไหว้ ก่อนจะคลานเข้าไปกราบที่หน้าตักเจ้าสัวมีชัยด้วยสีหน้าจริงจัง บุรารีเองพอเห็นสิ่งที่ดรัณภพทำเข้าก็ตกใจ คิดไม่ถึงว่าดรัณภพจะใจกล้ารับสารภาพเร็วขนาดนี้
"ในที่สุดดิมก็หนียายแบมไม่พ้นสินะ ฉันว่าแล้วเชียวว่าวันหนึ่งดิมจะต้องพ่ายแพ้ให้กับความน่ารักแล้วก็เจ้าเล่ห์ของลูกสาวฉันจนได้ เก่งมากลูกที่แบมทำให้บริษัทของเราได้มีคนดูแลที่เก่งและมีความสามารถมาบริหารแบบถาวรได้เสียที" ทันทีที่ดรัณภพเข้ามากราบขอขมา เจ้าสัวมีชัยก็ถึงกับหัวเราะและตบเข่าฉาดด้วยความชอบอกชอบใจใหญ่
"นี่มันอะไรกันคะคุณพ่อ" บุรารียังคงงงตาแตกที่ทุกอย่างเป็นแบบนี้ แทนที่บิดาของเธอจะโกรธแล้วต่อว่าด่าทออะไรดรัณภพไปแต่กลับหัวเราะชอบใจที่ได้ดรัณภพมาเป็นลูกเขยปุบปับ
"นี่เจ้าดิมมันยังไม่ได้บอกแกหรอยายแบมว่ามันแหกขี้ตาโทรมากราบขอขมาคุณพ่อตั้งแต่เช้าแล้ว มันสารภาพกับคุณพ่ออย่างลูกผู้ชายแล้วว่าเมื่อคืนมันกับแกเรียบร้อยโรงเรียนดิมกันไปแล้ว" บุรินทร์อธิบายต่อให้เพื่อที่น้องสาวจะได้หายงงอย่างอารมณ์ดี
"หมายความว่าคุณพ่อไม่โกรธหรอคะที่พี่ดิมกับแบมเรา..เอ่อ..เรา"
"คุณพ่อจะไปโกรธอะไรแกได้ยังไง มีแต่จะขอบอกขอบใจแกเสียด้วยซ้ำ แกไม่รู้หรือไงว่าพ่อเราน่ะอยากได้เจ้าดิมมันมาเป็นลูกเขยขนาดไหน ถึงขนาดว่าเคยเอ่ยปากเอาไว้ตั้งแต่แกยังไม่เข้าเรียนอนุบาลแล้วด้วยซ้ำ พอวันนี้ได้รู้ว่าแกทำให้มันกลายมาเป็นลูกเขยได้สมใจคุณพ่อแบบนี้แล้ว หน้าที่ในการบริหารบริษัทมันจะหนีไปไหนได้ล่ะ ได้คนโปรดมาบริหารดูแลให้แบบนี้ ทีนี้คุณพ่อก็จะได้แอบหนีเที่ยวได้แบบสบายๆใจไม่ต้องกังวล แล้วก็ปล่อยให้ลูกเขยสุดที่รักบริหารแทนไปยังไงล่ะ จบ"
บุรินทร์อธิบายเสียจนยืดยาว และนั่นก็ทำให้บุรารีถึงกับกระจ่าง ส่วนดรัณภพเองนั้นเขารู้ความปรารถนาของผู้มีพระคุณมาตั้งนานแล้ว ติดก็แค่ตัวเขาที่คิดเอาเองมาตลอดว่ายังไงตัวเองก็ไม่คู่ควรกับบุรารี ทั้งๆที่ก็รู้หัวใจตัวเองดีว่าเขานั้นรักบุรารีมากแค่ไหน จนกระทั่งเมื่อวานนี้ที่เขาไม่สามารถหักห้ามควรรู้สึกของตัวเองได้อีกต่อไป
"เป็นแบบนี้นี่เอง ถ้าอย่างงั้นจริงๆคุณพ่อก็น่าจะสนับสนุนแบมให้จับพี่ดิมเขมือบเสียตั้งนานแล้วนะคะ" บุรารีหันไปกระเง้ากระงอดใส่บิดาตอนที่เข้าใจในสิ่งที่บุรินทร์อธิบายหมดแล้ว
"ได้ที่ไหนกันล่ะลูก ปลูกเรือนน่ะต้องตามใจผู้อยู่ ถ้าเกิดว่าพี่ดิมเขาไม่ได้รักชอบลูกพ่ออย่างสมัครใจ ก็จะกลายเป็นว่าพ่อไปฝืนใจพี่เขาเสียเปล่าๆ"
"แต่ทีนี้คุณพ่อก็ทราบแล้วใช่ไหมล่ะคะ ว่าพี่ดิมลูกเขยคุณพ่อน่ะเขาสมัครใจที่จะปลูกเรือนอยู่กับแบม"
"ว่าไงล่ะ ตกลงดิมสมัครใจที่จะปลูกบ้านปลูกเรือนอยู่กับยัยแบมแน่ใช่ไหม เปลี่ยนใจทีหลังไม่ได้แล้วนะ"
เจ้าสัวมีชัยหันกลับไปถามลูกเขยหมาดๆด้วยใบหน้าเต็มยิ้ม ก็จะไม่ให้ท่านเจ้าสัวมีชัยดีอกดีใจที่จะได้ดรัณภพมาเป็นลูกเขยได้อย่างไร ในเมื่อตัวเองเป็นคนอบรมสั่งสอน ทั้งเรื่องการใช้ชีวิต แถมยังถ่ายทอดวิชาบริหารธุรกิจที่บุรินทร์ไม่ค่อยจะสนใจเพราะไปสนใจในสาขาการแพทย์แทนให้จนหมด
ดรัณภพคือความภาคภูมิใจของเจ้าสัวมีชัย ความฝันในวัยเด็กของเขาคือนักธุรกิจ แต่ในเมื่อตัวเองถูกครอบครัวตีกรอบให้มาทางสายด้านการแพทย์ ดรัณภพเลยเสมือนเป็นตัวแทนในความสำเร็จของเขา
เขาสอนทุกอย่างให้กับดรัณภพ คอยสนับสนุนและถ่ายทอดวิชาความสำเร็จส่งต่อให้ จนได้เห็นกับตาตัวเองแล้วว่าดรัณภพทำตามได้ดีแค่ไหน เพราะฉะนั้นการที่บุรารีจัดการทำให้ดรัณภพยอมสยบมาเป็นลูกเขยของเขาได้นั้น มันยิ่งกว่าถูกรางวัลทั้งหมด
และอีกอย่างที่ท่านเจ้าสัวคลายใจ ก็คือการที่ลูกสาวสุดที่รักจะได้สามีที่ดีและเพรียบพร้อมอย่างดรัณภพด้วย ส่วนเรื่องภูมิหลังที่ลูกเขยของเขากังวลหนักหนากลัวว่าตัวเองจะไม่คู่ควรกับลูกสาวของเขานั้น บอกเลยว่าเรื่องนี้ตัวเขาเองไม่เคยซีเรียส ถือว่าชีวิตคนเราเลือกเกิดไม่ได้ ปัจจุบันต่างหากที่จะเป็นตัวกำหนดชีวิตและความเป็นไปในอนาคต
"ผมรักแบมมาตั้งนานแล้วครับท่านเจ้าสัว รักมาโดยตลอดแล้วก็ไม่เคยคิดเปลี่ยนใจ"
"ดี งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อจะได้เข้าไปหาหลวงปู่ ให้ท่านดูฤกษ์ยามที่เหมาะสมให้ จะได้แต่งกันเลย แล้วระหว่างนี้ดิมก็ไปขนข้าวขนของมาอยู่ที่บ้านนี้เลยด้วย รู้ใช่ไหมว่าพ่อไม่มีทางยอมให้ยัยแบมย้ายออกไปอยู่ข้างนอกกับดิมแน่ๆ บ้านช่องที่สร้างไว้ออกจะใหญ่โตขนาดนี้ จะมาให้พ่อเป็นตาแก่อยู่เฝ้าบ้านหลังใหญ่คนเดียว แล้วพวกเราก็พากันหนีออกไปอยู่ข้างนอกหมดแบบนั้นไม่เอานะ"
"ครับท่านเจ้าสัว"
"ยังจะมาท่านเจ้าสัวอีก เขมือบลูกสาวพ่อไปทั้งคน เรียกพ่อก็ได้แล้วมั้ง"
จากนั้นเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นกันทั้งบ้าน จนกระทั่งตอนนี้บุรารีเองยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเรื่องราวของเธอกับดรัณภพนั้นมันจะกลายเป็นเรื่องง่ายและลงตัวได้ขนาดนี้ จากที่เคยตามเฝ้ารบเร้าอยากได้เขาแทบเป็นแทบตาย จนกลายมาเป็นท้อแท้แล้วท้อท้ออีก ในที่สุดยุดยื้อเขาไม่ไหว วันที่เห็นเขาขอผู้หญิงคนอื่นแต่งงาน จึงได้ยอมเป็นคนถอดใจถอยออกไปจากเขาเอง
แต่ใครเลยจะคิด พอวันที่เธอตัดสินใจถอย อยู่ๆดรัณภพจะบ้าดีเดือนตามไปกระชากเธอคืนมา และก็ยังสารภาพมาเองเสียจนหมดเปลือกว่าตัวเขาเองก็มีใจให้เธอมานานแล้วเสียอย่างนั้น ชั่ววินาทีนี้บุรารีเชื่อได้เลยว่าเธอคือผู้หญิงที่มีความสุขที่สุด
"พี่ดิมจะเเต่งงานกับแบมจริงๆหรอคะ"
"บอกแล้วว่าพี่รักแบม รักมานานมากแล้ว ถ้าไม่แต่งกับแบมแล้วจะให้พี่ไปแต่งกับใคร"
"แต่วันนั้นพี่ดิมขอยัยอรลลินแต่งงาน อย่าคิดว่าแบมลืมนะ" บุรารีหันกลับมาเผชิญหน้าคนที่พยายามตามเข้ามาซุกไซ้ต้นคอเธอจากทางด้านหลังตาเขียวปั๊ด หลังจากที่พากันขึ้นมาดูห้องนอนของบุรารีเพื่อเตรียมที่เขาจะได้ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยได้
"ถ้าพี่บอกว่า ที่วันนั้นพี่จำใจขอลินแต่งงาน ก็เพราะว่าพี่อยากตัดใจจากแบมล่ะ"
"แล้วทำไมถึงต้องตัดใจ ในเมื่อพี่ดิมรักแบมมากขนาดนั้น ทำไมถึงไม่คิดสู้"
"แบมจะให้พี่สู้ได้ไง คู่แข่งของพี่น่ะลูกชายเจ้าสัวเกรียงไกรเลยนะ วันนั้นตอนที่พี่เห็นแบมให้คอนแทคเขาไปตอนกลับจากเกาะ พี่ก็เลยคิดว่าถึงเวลาที่ต้องตัดใจจริงๆเสียที ก็เลย..เลยคิดสั้นไปหน่อย ก็อย่างที่แบมเห็นว่าพี่ลองขอลินแต่งงาน"
"ไม่คิดเลยนะคะว่าคนหล่อๆฉลาดๆอย่างพี่ดิม ถึงตอนจะสิ้นคิดก็ทำอะไรบ้าๆลงไปได้"
"แล้วแบมไม่เคยได้ยินหรือไง เวลาที่เรามีความรักมักจะตาบอด แบมคิดดูนะว่าพี่รักแบม แต่จำเป็นต้องตัดใจจากแบม คิดูสิครับว่าพี่จะเจ็บปวดแค่ไหน"
"พี่คิดของพี่ไปเองทั้งนั้นว่าตัวพี่ไม่คู่ควร ทั้งๆที่ทั้งคุณพ่อแล้วก็พี่บาสสนับสนุนพี่ออกขนาดนี้ ยอมถึงขนาดว่าย้ายไปอยู่ทีมพี่ดิมกันหมด ไม่มีใครยอมบอกอะไรแบมเลย ปล่อยให้แบมรักพี่จนบ้าบอ เสียใจร้องไห้ที่พี่ไม่ยอมตอบรับรักแบมกลับ ดูทุกคนทำกับแบมสิคะ"
บุรารีได้ทีก็ระบายความอัดอั้นตันใจออกมาใหญ่ จนดรัณภพเห็นก็อดขำคนตรงหน้าไม่ได้ เลยหาวิธีเบี่ยงเบนความสนใจด้วยการผลักให้เธอนอนหงานลงไปบนเตียงแทน
"เรื่องอื่นมันผ่านมาแล้ว แบมลืมมันไปเถอะนะครับ พี่ว่าตอนนี้เรามาชดเชยช่วงเวลาที่เราเสียไป ทำอะไรที่ควรทำมาตั้งนานแล้วดีกว่า"
"อื้อ พี่ดิม เมื่อเช้าก็สองน้ำไปแล้วนะคะ"
เจอทีเด็ดดรัณภพเข้าไปบุรารีก็ถึงกับอ่อนเปลี้ยเพลียแรง ชายกระโปรงลูกไม้ของเธอถูกเปิดสะบัดขึ้นทันทีที่ดรัณภพลูบไล้ไปตามต้นขาขาว
"ถ้าจะบอกแบมว่าวันหนึ่งพี่เสร็จได้เป็นสิบน้ำ แบมจะยอมให้พี่ทำไหมละครับ"
"อ๊าพี่ดิม ยอมสิคะ ขอแค่พี่ดิมเป็นคนทำ กี่น้ำแบมก็ไหว"
"งั้นอาข้าออกเลยนะครับ เลียเสร็จพี่จะได้ใส่เลย"
แล้วท่วงทำนองเพลงรักระหว่างเธอและเขาก็บรรเลงขึ้นโดยมีดรัณภพเป็นคนกำลังท่วงทำนอง บุรารียินดีที่จะเป็นผู้ตามอย่างว่าง่าย ตราบใดที่เขายังลุ่มหลงใหลในตัวเธออย่างนี้...
----------จบ---------
หลังจากงานแต่งงานของพี่ชายจบลง บุรารีก็เดินออกมาทางโรงแรมและยกโทรศัพท์สายตรงขึ้นหาคนขับรถคนโปรด คนที่บิดาของเธอวางใจให้เขาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัว คนที่บิดากำชับกับเขานักหนาว่าให้คอยดูแลเธอประดุจเจ้าหญิง"พี่ดิม แบมเสร็จแล้วนะคะ"ดรัณภพ ลูกน้องคนสนิทอีกคนหนึ่งของบิดาเธอ เขาคือคนที่บิดาของเธอไว้ใจนักหนา จนยอมแม้กระทั่งปล่อยให้เขามาคอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆเธอดรัณภพอายุเท่ากับบุรินทร์ ทั้งสองจึงทั้งสนิทและเคยเรียนด้วยกันมา พอจบมหาวิทยาลัย พี่ชายของเธอเลือกที่จะต่อตรงไปทางด้านแพทย์ ส่วนดรัณภพเลือกที่จะเรียนทางด้านบริหารจนกระทั่งจบปริญญาโทพอจบก็กลับมาคอยช่วยเหลือดูแลรับผิดชอบ ช่วยบิดาเธอในบริษัทนำเข้าและจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ แม้ว่าหน้าที่หลักๆของดรัณภพจะต้องเข้าบริษัทกับบิดาเธอทุกวัน แต่หน้าที่รองของเขานั้น คือ สารถีแบบวีวีไอพีประจำตัวเธอ "คุณพ่อคะ แบมชอบพี่ดิม แบมอยากให้พี่ดิมมาคอยดูแลแบมอยู่ใกล้ๆ""แต่พี่ดิมเขามีแฟนแล้วนะลูก หนูจะไปบอกว่าชอบพี่เขาแบบนั้นมันไม่ได้""แบมก็ไม่ได้จะแย่งนี่คะ แบมแค่อยากขอให้เขามาคอยอยู่ใกล้ๆ ขับรถพาแบมไปไหนมาไหนแค่นี้เอง อีกอย่าง ถ้าพี่ดิมเขารักแฟนเขามากพอ ต่
บุรารีก้มจ้องมองลึกสื่อเข้าไปในดวงตาคม ภายในใจได้แต่ภาวนาหวังว่าเขาคงจะเห็นว่าเธอเฝ้ารักเฝ้าปรารถนาเขามานานแค่ไหน ในขณะที่พูดร่างกายของเธอก็ยังไม่ได้หยุดเคลื่อนไหว สะโพกงามขยับเขยื้อนขี่โยกไปมาอยู่บนตัวเขาไปอย่างนั้น จนมัน..แข็ง หากแต่ว่าสีหน้าเขานั้นยังคงเรียบเฉยตามแบบฉบับเดิม"รู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังพูดอะไรออกมา" ดรัณภพเอ่ยออกมาเสียงเรียบ เมื่อบุรารียังคงไม่ยอมหยุด"รู้ค่ะ แบมโตขนาดนี้แล้วไม่ใช่เด็กๆ คืนนี้พี่ดิมนอนกับแบมเถอะนะคะ แบมอยากโดนพี่ทำ"และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ดรัณภพก็ยันตัวเองลุกขึ้นนั่งแล้วจับพลิกเปลี่ยนให้คนบนร่างไปนอนอยู่บนเตียงเเทน ร่างใหญ่ประกบทาบทับตัวเธอเอาไว้ สองข้อมือเล็กถูกเขาจับตรึงเอาไว้อยู่ข้างบนเหนือศรีษะ"อ๊ะ เปลี่ยนใจแล้วใช่ไหมคะ"ริมฝีปากหวานที่แต่งแต้มเอาไว้ด้วยสีฉูดฉาดบรรจงคลี่ยิ้มออกมา ตามด้วยเรียวขางามที่กอดรัดบั้นเอวแกร่งนั่นเอาไว้แน่นเพื่อจะไม่ยอมให้ตัวเขาหลุด พร้อมทั้งยังพยายามแอ่นให้กึ่งกลางกายนั้นได้ถูไถสัมผัสกับตัวตนเขา"อ๊า พี่ดิม"จังหวะที่ดรัณภพค่อยๆโน้มใบหน้าใกล้เข้ามา บุรารีรีบหลับตาลง เผยอปากขึ้นน้อยๆเพื่อรอรับจูบแสนหวาน แต่ก็ไม่เห็นว่ามั
บุรารีในสภาพเปลือยเปล่าก้าวเขยิบชิดเข้ามาจนใกล้ ก่อนที่เธอจะยกเรียวแขนทั้งสองข้างขี้นมาโอบกอดไปที่รอบคอของเขาไว้ พร้อมกับรอยยิ้มยั่วยวนและสายตาเชิญชวนที่ถูกส่งมา"ทาให้ทั่วตัวเลยนะคะพี่ดิม เอาให้ทั่วทุกซอกทุกมุมเลยค่ะ" น้ำเสียงหวานส่งกระซิบเข้าที่ข้างหูอย่างแผ่วเบา ตามด้วยการขบเม้มน้อยๆ แล้วจึงค่อยผลักดันให้เขานั่งพิงตัวลงไปบนโซฟาหลังจากที่ผลักให้เขานั่งลงไปบนโซฟาได้ เรือนร่างยั่วเย้านั่นก็เบียดกายแทรกเข้ามาตรงกลางและนั่งทับลงที่บนต้นขาแกร่ง เท่ากับว่าเวลานี้ที่ตรงด้านหน้าเขานั้นมีความอวบอิ่มของทั้งสองเต้าที่กำลังชูชันตั้งเด่ห่างจากปากไปไม่ถึงคืบ"ทาต่อสิคะพี่ดิม หยุดทำไม"ดรัณภพบีบโลชั่นใส่มือต่อ ก่อนจะค่อยๆลูบทาไปที่หน้าท้องแบนราบ สองสายตาสบประสานกันนิ่งจนได้รู้สึกถึงลมหายใจที่เป่ารดกันไปมา ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งลูบวนเวียนไปอยู่อย่างนั้นโดยที่ยังไม่ได้คิดจะขยับไปไหน ส่วนอีกข้างก็วางทาบเอาไว้ที่ตรงเอวคอดบุรารีไม่มีทางรู้ได้เลยว่าภายใต้สีหน้าที่ทั้งนิ่งและเรียบเฉยนั้นดรัณภพรู้สึกอย่างไร หากแต่ใจก็อยากที่จะให้เขานั้นคล้อยตามเธอเสียเหลือเกิน จนกระทั่งทนรอดูไม่ไหว จึงได้ตัดสินใจละมือประกบ
ดรัณภพมองภาพบุรารีที่ตอนนี้ค่อยๆเอนกายลงไปบนเตียงอย่างช้าๆ เธอเลือกที่จะนอนหงายก่อนที่เรียวขาสวยจะค่อยๆแยกกว้างออกจากกันจนเผยให้เห็นกุหลาบงามเต่งตูมที่มีกลีบดอกสีชมพูสดงดงามกำลังค่อยๆแบะบานคลี่ออกทีละน้อย ดรัณภพมองดูสายตาเธอที่ยังคงมองมาที่เขาไม่กระพริบ สายตาที่บุรารีใช้มองมาเวลานี้มีทั้งเว้าวอนยั่วยวนเชิญชวนและปวดเเปลบในเวลาเดียวกัน เรือนกายแกร่งขยับก้าวตามขึ้นเตียงไป ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะค่อยๆโน้มต่ำลงไปเรื่อยๆ ใกล้ชิดจนปลายจมูกโด่งแนบสัมผัส ตามด้วยลิ้นร้อนขยับจ่อเข้าไปจากนั้นจึงได้เริ่มกวาดเลียไปที่กลางเกสร"อ๊า"ทันทีที่เขาสัมผัส บุรารีก็เปล่งเสียงคราง มือเล็กทั้งสองข้างจิกลงบนผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่น พลางนิ้วเท้าเล็กก็จิกกับผืนฟูกเอาไว้เมื่อดรัณภพเริ่มใช้สองฝ่ามือใหญ่จับกระชับลงมาที่บนต้นขาขาว เขาแหวกอ้ามันออกให้กว้างยิ่งขึ้น เขาเริ่มดูดมันจากช้าๆและเบาๆ ก่อนจะค่อยเร่งจังหวะให้แรงและเร็วขึ้นจนบังเกิดเสียงดังจ๊วบจ๊าบ พร้อมทั้งเรียวลิ้นก็โบกสะบัดพริ้วไปมา "อ๊าพี่ดิม เสียวค่ะ แบมเสียวมากๆค่ะ"ดรัณภพยังคงตั้งหน้าตั้งตาเลียต่อ โดยที่ครั้งนี้ปลายลิ้นของเขาแหย่คลึงไปที่บนเม็ดเกสร เขาต
"ก็ถ้าไม่ใส่เข้าไปพี่ดิมจะเสร็จได้หรอคะ" บุรารีทำเสียงออดอ้อนเมื่อเห็นว่าดรัณภพทำหน้าเสียจนจริงจัง"ไม่เคยดูหนังโป๊หรือไง ทำไมผู้ชายถึงจะเสร็จไม่ได้ถ้าไม่สอดใส่""ยังไงหรอคะ" บุรารีถามออกไปอย่างใสซื่อ ถึงแม้ว่าเธอเองจะเคยดูหนังโป๊มาก็จริง แต่ก็ยังคงไม่เก็ทกับสิ่งที่ดรัณภพบอก ดรัณภพอยากจะเสร็จด้วยวิธีไหน ใช้มือนั่งชักว่าวให้เธอดูหรือไง"อยากช่วยพี่จริงๆใช่ไหม ถ้าแบมอยากช่วยพี่จริงๆ งั้นแบมนอนลงสิ คว่ำหน้าลงแล้วเดี๋ยวพี่จัดการเอง" ทันทีที่ดรัณภพบอก คนที่กำลังนึกสงสัยอยู่ก็รีบทำตามที่เขาบอกอย่างไว บุรารีนอนคว่ำตัวลงบนที่นอนแล้วแนบใบหน้าลงไปบนหมอน จากนั้นเธอจึงเริ่มรู้สึกว่าเริ่มมีอะไรบางอย่างค่อยๆถูไถไปตามร่องก้น"ซี๊ด"เสียงของดรัณภพครางแหบออกมาเบาๆ พร้อมทั้งสะโพกแกร่งของเขาก็เริ่มถูความแข็งขืนนั่นไปตามร่องก้นของเธอ มีบางจังหวะเสี้ยววินาทีที่เขาหยุดไป และจับเรียวขาเธอแยกออกจากกัน ก่อนที่เขาจะนิ้วมือตัวเองปาดลงไปในรูของเธอที่มันเยิ้มเต็มไปด้วยน้ำหวานออกมาละเลงทาลงไปบนท่อนเอ็นนั่น แล้วจากนั้นดรัณภพจึงได้ตั้งหน้าตั้งตาถูกระแทกตัวตนไปมากับร่องก้นขาวๆตรงหน้าใหม่"อ๊า เสียวไหมคะพี่ดิมขา ก้นแบ
"อ่าส์แบม"หลังจากที่ถูกบุรารีทั้งดูดทั้งเลีย ตั้งแต่หน้าขา ลิ้นเล็กของเธอลากยาวมาจนกระทั่งสัมผัสถึงบริเวณเจ้าลูกบอลแฝด เธอจับพวกมันขึ้นมาและเลียมันอย่างช้าๆ จากนั้นจึงได้จับพวกมันทั้งหมดยัดใส่เข้าปากไปและค่อยๆดูดมันจนแก้มบุ๋ม เสียงของดรัณภพยังครางออกมาอย่างไม่หยุด เมื่อบุรารีกำลังเข้าถึงจุดอ่อนของเขาอย่างถึงอกถึงใจ ซึ่งมันก็ไม่ได้ต่างจากเธอเลย ดอกไม้งามยามนี้ถูกปลายลิ้นร้ายจ่อและแหย่แทงลึกเข้าไปจนแล้วขยี้ ดรัณภพกระแทกมันเข้าๆออกๆ จนบุรารีนั้นต้องร้องครางและยอมปล่อยลูกบอลแฝดออกมา เพราะว่าตัวเธอนั้นก็เสียวราวกับแทบจะขาดใจ "อ๊าพี่ดิม ทะ..แทงลิ้นเข้าไปแบบนี้ อยากให้แบมเสร็จไวหรอคะ บอกไว้ก่อนนะคะ วะ..ว่าแบมน่ะอึดมาก ไม่แน่ว่าพี่อาจจะต้องเลียจนลิ้น ปะ..เป็นตะคริวเลยก็ได้ อ๊า อ๊า พี่ดิม ดูดเม็ดแบบนี้มันเสียวเหลือเกินค่ะ"จากตอนแรกยังทำเป็นสบประสาทเขาอยู่ไวๆ พอดรัณภพยกขยับสะโพกเธอให้เลื่อนขึ้นมาข้างบนหน่อย แล้วตัวเขาเองก็ทั้งละเลงลิ้น บางทีก็แวะเข้าไปดูเขี่ยเม็ดให้เธอไป บุรารีที่เมื่อครู่นี้ทำเองปากดีก็ถึงกับครางเสียงหอบเสียไม่เป็นท่าในขณะที่ทั้งเธอและเขาต่างก็บ้าคลั่งกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้
สปีดโบ๊ทลำใหญ่ถูกขับไปจอดเทียบท่าเรือที่หน้าอ่าวภายในเวลาเพียงแค่ไม่ถึงสิบหน้านาทีจากฝั่งเท่านั้น ท่าเรือแห่งนี้เป็นท่าเรือส่วนตัวของโรงแรมสุดหรูติดท็อปอันดับหนึ่งบนเกาะแห่งนี้ พื้นที่บริเวณใกล้เคียงก็จะมีเพียงแค่แขกที่เข้าพักโรงแรมแห่งนี้เท่านั้นที่จะสามารถเข้ามาใช้บริการได้ ทันทีเรือจอดสนิท ดรัณภพก็เป็นฝ่ายก้าวเดินขึ้นไปยังบนสะพานเชื่อมก่อน ก่อนจะหันมาส่งมือเพื่อเอื้อมไปรับบุรารี ใบหน้าหวานที่ถูกปกปิดด้วยแว่นตากันแดดสีเข้มกับหมวกปีกสานใบใหญ่รีบส่งยื่นออกมาพร้อมกับรอยยิ้มสุดเก๋มอบให้ แม้ว่าจะได้รับกลับมาเพียงแค่ใบหน้าที่เฉยชา แต่นั่นมันก็ยังทำให้บุรารีพอใจอยู่ดี"อุ้มหน่อยสิคะพี่ดิม" บุรารีพูดอ้อนเสียงหวานทันทีที่ขึ้นมายืนบนสะพานไม้ ดรัณภพพอได้ยินก็ไม่ได้พูดขัดอะไร วงแขนใหญ่ก้มลงไปซ้อนร่างคนตัวเล็กขึ้นมาไว้ แล้วจึงพาก้าวเดินไปอย่างมั่นคงการได้อยู่ภายในอ้อมกอดของชายคนที่ตนรัก ทำให้ทุกอย่างรอบๆตัวเป็นสีชมพูขึ้นมาทันใจ ไม่ว่าจะมองไปทางไหน เปลวแดดที่ว่าร้อนก็ยังกลายเป็นเพียงแค่ลมอุ่นได้ในบัดดลสายตาของดรัณภพยังคงมองไปข้างหน้า ส่วนสายตาของบุรารีเงยช้อนขึ้นมองเรียวคางสากที่ถูกปกคลุมไปด้
บุรารีขยับสะโพกของเธอให้บดเบียดเข้ากับความแข็งขืนนั้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป สองริมฝีปากบางและหนายังคงประกบจูบกันอย่างเร่าร้อน แต่มีบางทีก็อ้อยอิ่งราวกับว่าวันนี้ทั้งวันเธอกับเขานั้นมีเวลาเหลือแหล่เต็มที่มากพอที่ไม่รู้ว่าจะต้องไปรีบจูบรีบจบกันไปทำไม"ทำไมถึงแฉะเร็วจัง"ดรัณภพกระซิบถามยามเมื่อตัวตนของเขาสัมผัสได้ถึงความเปียกและลื่นด้านล่าง"ก็โดนเอ็นพี่ดิมถูทิ่มมาซะขนาดนี้ จะไม่ให้แบมแฉะได้ยังไงไหว""แต่แบมเอามาถูพี่เองนะ""ค่ะ แบมก็ไม่ได้ว่าอะไรพี่ดิมนี่คะ นอกอยากแค่ติเรื่องที่พี่ดิมนั่งเฉยไปหน่อย แสดงไม่สมบทบาทการเป็นคนรักกันเลยก็แค่นั้นเอง" ดรัณภพได้ฟังก็ถึงกับหลุดยิ้มเท่ออกมาอีกครั้งเมื่อได้ยินว่าตนเองถูกผู้กำกับต่อว่าว่าแสดงได้ไม่เข้าถึงบทบาทเท่าไหร่"แบมอยากให้พี่เข้าถึงบทบาทมากกว่านี้อีกหรอ""ค่ะ บทบาทของคนรักกัน ไม่ใช่ปล่อยให้แบมแสดงบทบาทนางร้ายกำลังยั่วพระเอกอยู่เพียงฝ่ายเดียว นะคะพี่ดิม" บุรารีออดอ้อนเสียงหวานพลางใบหน้าก็มุดซุกไปที่ต้นคอและเริ่มจูบไซ้"ก็ได้ครับ งั้นแบมก็นอนลงไปสิ บ่ายนี้แดดยังแรงอยู่ พี่จะทาครีมกันแดดให้""อ้าว ซะงั้นน่ะพี่ดิม เมื่อกี้เราจูบกันอยู่แท้ๆไม่ใช่หรอคะ
หลังจากตื่นเช้ามาดรัณภพก็ยังคงขอทำหลานให้บิดาเธอแข่งกับบุรินทร์ไปอีกสองรอบ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนบ่ายถึงได้ยอมขับรถพาเธอไปส่งบ้าน ระหว่างทางบุรารีจับโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็แปลกใจที่เมื่อคืนอคิณไม่ได้โทรมาตามหาเธอเลยแม้แต่สายเดียว นี่เขาไม่คิดสงสัยบ้างเลยหรือว่าเธอหายออกไปไหน แล้วความสงสัยทั้งหมดก็ได้รับความกระจ่างเมื่อเธอกลับมาถึงบ้าน ทันทีที่เดินเข้าไปข้างใน ก็พบกับพี่ชายและพี่สะใภ้นั่งชิบชายามบ่ายอยู่กับบิดาที่ในสวนทันทีที่เธอและดรัณภพเข้ามาถึง สามคู่สายตาก็พากันหันมามองทางเธอและดรัณภพเป็นตาเดียว ยิ่งดรัณภพจับมือเธอเอาไว้แน่นอยู่อย่างนี้ พอคริมาเห็นก็แอบยิ้มจนเธอรู้สึกเขินก็อย่างว่า เธอกับดรัณภพพึ่งจะพากันไปทำเรื่องทำราวบางอย่างมา ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาตอนนี้มันเหมือนราวกับว่าเธอเองกำลังมีชนักติดหลังยังไงยังงั้น ยิ่งพอได้เห็นคริมามองมาหาเธอแล้วอมยิ้มแบบนี้ บุรารีก็ยิ่งอดสงสัยไม่ได้ว่าคริมาหมายความว่ายังไงกัน ราวกับว่าเพื่อนสนิทที่ควบตำแหน่งพี่สะใภ้นั้นรู้อะไรอยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า"พี่อคิณโทรหาพี่ บอกว่าเมื่อคืนถูกแกทิ้งไว้ที่นั่น แล้วแกก็ขึ้นรถกลับไปกับเจ้าดิม""เอ่อ คือว่าเมื่อคืน
บุรารียังคงยืนแอ่นก้นให้งอนๆขึ้นเพื่อรองรับการตอกอัดที่สวนแทรกเข้ามาอยู่เรื่อยๆ สองมือแนบชิดฝาผนังเอาไว้แน่น ยามที่ดรัณภพกระแทกเข้ามาเมื่อใดก็เกิดความรู้สึกเสียวจนแทบจะขาดใจไปหมด "อ๊า พี่ดิมขาเเบมเสียวเหลือเกิน""ได้กินพี่สมใจแล้ว หวังว่าพี่คงจะไม่ทำให้แบมผิดหวังนะครับ""มะ ไม่เลยค่ะ แค่นี้แบมก็แทบจะสำลักความสุขตายอยู่แล้ว""งั้นหันหน้ามาทีสิครับ ขอพี่เอาเน้นๆแรงๆด้านหน้าหน่อย"จากนั้นดรัณภพก็ถอดชักท่อนความแข็งแกร่งของตัวเองออกไป ก่อนจะสอดใส่กลับเข้ามาใหม่เมื่อได้จับบุรารีหันหน้ามาแล้วยกเรียวขาข้างหนึ่งของเธอขึ้น""อ่าส์แบมครับ รูแบมช่างแน่นดีจริงๆ""แบมก็เสียวเหลือเกินค่ะพี่ดิมขา"บุรารีครางไปอ้อนไป ทำเอาดรัณภพทนเสียวจนแทบจะไม่ไหวจึงได้ประกบปิดปากหวานนั้นเอาไว้ด้วยจูบ ลิ้นร้อนทำหน้าที่กวาดต้อนซุกซอนไปทั่วโพรงปาก ในขณะที่เอวด้านล่างก็ขยับซอย พลอยให้มือส่วนด้านบนบีบเฟ้นเสียจนรุนแรง จนเนื้อบริเวณเต้างามแดงขึ้นเป็นรอยสองร่างกายสอดประสานกันแนบชิด ดรัณภพขยับกระแทกแรงขึ้นทุกเมื่อที่บุรารีจิกเล็บคมๆลงไปบนแผ่นหลัง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังตับๆลั่นห้อง ปลุกปั่นเปลวคลื่นพิศวาสให้โหมกระพือจนแทบจ
ทันทีที่บานประตูถูกปิดล็อกลง ร่างทั้งร่างของบุรารีก็ถูกดรัณภพดึงเข้ามาประกบปิดปาก ตัวเธอถูกเขาดันจนแนบชิดติดไปกับฝาผนังและพยายามตะบี้ตะบันจูบบุรารีตกใจมากกับการกระทำนี้ นึกไม่ถึงว่าอยู่ๆดรัณภพที่เธอเคยรู้จัก คนที่ตั้งมั่นในปณิธานอันแน่วแน่ของตัวเองว่าจะไม่มีทางล่วงเกินเธอ เวลานี้กลับกำลังพยายามปล้ำจูบเธออย่างดุเดือด"อี้อิม อ่อยๆ ปละปล่อยแบมก่อนค่ะ นี่พี่เป็นอะไรไป""พี่ก็กำลังทำหน้าที่ตอบสนองความต้องการให้แบมไง ถึงขนาดว่าเดินมาขอถุงยางกับพี่ขนาดนี้ แสดงว่าคงต้องการมาก หรือว่าเมื่อตอนเย็นที่พี่ทำให้เสร็จไปจะยังไม่เต็มอิ่ม เห็นว่าที่ผ่านมาแบมอยากกินพี่นักไม่ใช่หรอ ตอนนี้พี่ยอมทำแบบนั้นให้แบมแล้วไง จะมัวมาร้องค้านไปทำไม"อะไรนะ..เมื่อกี้ดรัณภพใช้คำว่าอะไรบ้าง 'ยอมทำ' บางแหละ 'ทำหน้าที่' บ้างแหละ 'สนองความต้องการ' อีกต่างหาก เเสดงว่าเมื่อก่อนนี้เขาเคยจำใจยังไง ตอนนี้ก็คงจะยังไม่แตกต่าง ยิ่งพาให้ความรู้สึกน้อยใจพากันประดังประเดเข้ามา ถมเข้ามาจนใจเธอปวด มันจะเคยมีสักครั้งบ้างไหมนะที่ดรัณภพจะรู้สึกดีกับเธอจากใจจริง เคยมีบ้างไหมที่เขารู้สึกอยากที่จะใกล้ชิดสัมผัสเธอแบบที่ผู้ชายกับผู้หญิงที่ร
เดินไปเอากับพี่ที่รถอย่างนั้นหรอ..ทำไมประโยคมันฟังแล้วถึงกับรู้สึกแปลกๆจังนะ แต่ด้วยความที่ว่าไหนๆเธอก็อยากชิ่งไปจากที่นี่จะแย่ด้วยแล้ว จึงทำให้บุรารีตัดสินใจเดินตามดรัณภพออกไปด้านนอกโดยที่ไม่มีการคิดคัดค้าน ขอแค่ให้เธอได้ออกไปให้พ้นๆจากตรงนี้ก็พอดรัณภพเดินนำเธออกจากสถานที่นั้นตรงมายังรถของเขาที่จอดอยู่ด้วยความโมโหระดับร้อยล้านพันล้าน อารมณ์ความโกรธของเขาเรียกว่าแทบอยากจะจับบุรารีมันเขย่าเสียจนให้หัวสั่นหัวโยกหัวคลอนไปเลยก็ว่าได้พอเดินมาถึงก็กดรีโมทรถยนต์ให้ส่งสัญญาณ หากแต่ว่าตัวเขากลับกลับยืนกอดอกมองเธออยู่อย่างนั้น จนบุรารีสงสัย"ไหนล่ะคะถุงยาง เอามาค่ะแบมจะรีบกลับเข้าไปข้างใน ป่านนี้พี่อคิณรอแย่แล้ว"กรี๊ด..อยากตบปากตัวเองว่าทำไมถึงได้พูดอะไรบ้าๆแบบนั้นออกไป พึ่งจะหลบออกมาได้แล้วแท้ๆยังจะมีหน้ามาพูดว่าจะรีบกลับเข้าไปด้านในอีก นี่เธอเอาสมองส่วนไหนคิดนะบุรารี"ถุงยางอยู่ในเก๊ะตรงคอนโซลหน้ารถ แบมเปิดแล้วหยิบออกมาสิ พี่อยากจะขอยืนสูบบุหรี่เสียหน่อย"ดรัณภพยืนบอกน้ำเสียงเรียบ หากแต่ภายในใจกำลังเดือดปุดคิดหาทางจัดการคนเก่งเสียให้ควัก "แล้วแบมรู้หรอว่าเขาใส่ไซส์ไหน ใช่ใส่ไซส์เดียวกันกับ
ภายในรถยนต์คันหรูที่จอดซุ่มดูสถานการณ์อยู่ฝั่งตรงข้ามถนน กำปั้นใหญ่ถูกบีบเข้าหากันจนแน่นก่อนที่มันจะถูกทุบลงไปบนพวกมาลัยด้านหน้าอย่างแรงไปอยู่หลายที ยามเมื่อสายตามองถนนข้ามฝั่งไปเห็นภาพที่บุรารีถูกอคิณกอดเอวเดินปลิวหายเข้าไปด้านใน"คนอะไรไม่รู้จักมีความละอาย มาเที่ยวกับผู้ชายวันแรกก็ยอมให้เขาเตะเนื้อต้องตัวละ"ดรัณภพหายใจกระฟึดกระฟัดด้วยความโกรธที่บุรารียอมให้ผู้ชายที่พึ่งจะพากันมาเดตตั้งแต่วันแรกได้ถูกเนื้อต้องตัวมากถึงเพียงนี้ ถึงแม้ว่าการเดตครั้งนี้มันจะเป็นการเห็นดีจากบิดาของเธอเองก็เถอะ แต่อย่างไรเสียบุรารีก็ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงไม่ได้แล้ว เขาคงทนนั่งรออยู่ในรถแบบนี้อีกต่อไปไม่ไหว คงต้องขอตามเข้าไปดูจนถึงข้างในเสียหน่อยว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกบ้าง เพราะถ้าเผื่อว่าข้างในมันเกิดมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากล เขาจะได้ถือโอกาสพาตัวบุรารีออกไปจากที่นี่ได้ทันจากตอนแรกที่ทำเพียงแค่แอบขับรถตามมาอย่างไกลๆ ไปๆมาๆ ดรัณภพก็พาตัวเองเข้ามายังสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนและเสียงเพลงดังสนั่นเป็นที่เรียบร้อย พอเดินเข้ามา ยังไม่ทันที่จะได้หาโต๊ะนั่งสายตาก็สอดส่องหาบุรารีอย่างว่องไว แต่มองหายังไงก็ยังไม่เจ
เสียงครางแหบพร่าและต่ำทุ้มที่ดังเล็ดลอดออกมาจากคนที่กำลังนั่งเงยหน้าและหลับตาพริ้มนั้นสร้างความหมั่นไส้แต่ก็แอบปนความพออกพอใจให้บุรารีอยู่ไม่น้อยดรัณภพกำลังเสียว ลำเอ็นท่อนโตของเขาแข็งเกร็งจนเกิดเส้นเลือดปูดโปนคับไปทั้งปากนุ่ม แม้ว่าบุรารีจะอยากเงยหน้าขึ้นมาชำเรืองมองหลายต่อหลายหน แต่ก็ถูกฝ่ามือใหญ่กดศรีษะของเธอให้มุดต่ำลงไปจนแทบจะมิดด้ามทุกที"เมื่อยปากหน่อยนะ พอดีว่าของพี่ใหญ่"ไอ้หมั่นไส้น่ะเธอก็หมั่นไส้จริงๆ แต่บุรารีก็เถียงออกไปไม่ได้ว่าสิ่งที่ดรัณภพพูดมานั้นมันไม่ใช่เรื่องโกหกใช่..เขา 'ใหญ่' เธอไม่เถียง ส่วนตัวเธอไม่รู้หรอกว่าขนาดของผู้ชายคนอื่นที่ว่าใหญ่นั้นมันจะสักแค่ไหน แต่จากที่ประเมินได้ทางสายตาและนำขนาดไปนึกเทียบกับพระเอกในหนังผู้ใหญ่ที่เคยดูมา ทั้งขนาดของไซส์และสีผิวของดรัณภพนั้นงดงามราวกับพวกฝรั่งอะไรไปทางนั้นถามจากส่วนลึกว่าเธอรู้สึกพอใจไหมกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้ บอกเลยว่าพอใจมาก แต่การกระทำและเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ต่างหากที่เธอไม่พอใจสิ่งที่ดรัณภพทำกำลังสร้างความสับสนและไม่พึงพอใจให้กับเธอเป็นอย่างมาก ในเมื่อเขาเองที่เป็นคนอยากผลักไสเธอมาตลอด ก็ตอนนี้
หลังจากที่ทานมื้อเย็นกันจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว อคิณก็ถือโอกาสขออนุญาตเจ้าสัวมีชัยพาบุรารีออกไปเที่ยว โดยอ้างว่าวันนี้พื่อนเขามีเปิดร้านอาหารกึ่งบาร์แถวๆนี้ จึงอยากขออนุญาตพาบุรารีออกไปด้วยแน่นอนว่าท่านเจ้าสัวเองไม่ได้ขัด ส่วนบุรารีก็ดูเหมือนว่าจะเต็มอกเต็มใจที่อยากจะออกไปกับชายผู้นั้นเสียเหลือเกิน ส่วนคนที่ฟังแล้วดูเหมือนว่าจะไม่ชอบอกชอบใจเอาเสียเลยก็น่าจะเป็นดรัณภพเสียมากกว่าจังหวะที่บุรารีขอกลับขึ้นไปแต่งตัวและอคิณเองก็ยังนั่งคุยกับท่านเจ้าสัวและบุรินทร์อยู่บนโต๊ะอาหาร คนที่กำลังร้อนอกร้อนใจไม่อยากให้บุรารีออกไปจึงทำทีว่าขอตัวเพื่อไปเข้าห้องน้ำ แน่นอนว่าเขาโกหก เป้าหมายของเขาคือห้องที่อยู่บนชั้นสองของคฤหาสน์หลังนี้ต่างหาก ดรัณภพแอบเดินย่องขึ้นบันไดไปอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่ผ่ามือใหญ่จะบิดไปตรงลูกบิดประตูห้องที่เป็นเป้าหมายและมันก็ถูกเปิดออกอย่างง่ายดายและกดล็อกสายตามองไปตามทางที่มีเสียงน้ำไหลดังออกมาจากห้องน้ำ ก่อนต้นขายาวๆจะก้าวพาตัวเองไปนั่งลงบนเตียงขนาดใหญ่กลางห้องเพื่อรอจังหวะ ทันทีที่ประตูห้องน้ำเปิดออก ดรัณภพก็รีบลุกก้าวเดินไป แน่นอนว่าพอบุรารีเปิดประตูออกมาก็ได้แต่ตกใจและทำ
แม้ว่าจะถูกบุรารีสั่งว่าให้เว้นระยะห่างจากเธอนับตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปแล้ว หากแต่ดรัณภพก็ยังคงทำเป็นเหมือนทองไม่รู้ร้อน วันทั้งวันนั้นเขายังคงปักหลักอยู่ในคฤหาสน์แบบไม่ยอมที่จะออกไปไหน อยู่รอจนกระทั่งถึงเวลานัดหมายในตอนเย็น เพื่อรอแขกที่เจ้าสัวมีชัยนัดให้เดินทางมาถึง"อ้าวดิม ไปไงมาไงถึงได้มาที่นี่ได้" บุรินทร์ทักขึ้นเมื่อเข้ามาเห็นว่าดรัณภพนั่งดูทีวีอยู่ที่โซฟารับแขก"พอดีท่านเจ้าสัวเรียกเข้ามาคุยเมื่อตอนกลางวัน แล้ววันนี้ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องไปทำที่ไหน ก็เลยว่าจะอยู่ขอกินข้าวเย็นด้วยน่ะ""หึ แล้วคุณพ่อเรียกนายมาคุยเรื่องอะไรล่ะ ใช่เรื่องที่ยัยแบมก่อเอาไว้หรือเปล่า" บุรินทร์ถามคนที่โตมาด้วยกันจนถือว่าเป็นดั่งคนในครอบครัวยิ้มๆ เมื่อพอที่จะคาดเดาถึงเรื่องที่น้องสาวของตัวเองก่อเอาไว้ได้"ก็ตามนั้นแหละ แต่คราวนี้ท่านเจ้าสัวอยากที่จะลงโทษแบมด้วย ก็เลย...""คิดจะหาแฟนให้ยัยแบม""อื้ม แกเองก็คงรู้แล้วใช่ไหมว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร""คุณพ่อบอกฉันแล้ว ทีนี้แกก็เลยต้องมานั่งเศร้าเป็นหมาหงอย อยู่เพื่อคอยเฝ้าดูสถานการณ์อยู่อย่างนี้ใช่ไหมวะ" บุรินทร์เลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามเมื่อเห็นหน้าคนที่ทำเป็นเก๊
หลังจากวันนั้นมาบุรารีก็ทำตัวเงียบกริบอย่างที่ว่า โดยเธอไม่คิดที่จะโทรไปตามหาหรือตามมารบกวนให้เขาได้วุ่นวายใจ ตั้งแต่ที่ดรัณภพได้รู้จักเธอมาบุรารีไม่เคยเป็นแบบนี้ กระทั่งรายการการโทรเข้าโทรออกในโทรศัพท์มือถือของเขาที่เคยมีแต่ชื่อเธอ แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับเงียบสนิทไปอย่างน่าใจหาย มันเงียบเกินไป จนดรัณภพเองอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ ยิ่งหลังจากนั้นมาอีกแค่ไม่กี่วันก็มีข่าวออกตามมาจริงๆ ว่าคุณหมอสาวลูกสาวทายาทเจ้าของโรงพยาบาลดังก่อเรื่องตบตีแย่งผู้ชายกลางห้าง เจ้ามีชัยจึงได้เรียกขอให้เขาเข้าไปหา"ฉันต้องขอโทษดิมมากด้วยจริงๆที่คราวนี้ยัยแบมก่อเรื่องรุนแรงจนหน้าอับอาย ลูกสาวฉันอายุอานามตั้งขนาดนี้ หน้าที่การงานก็มีแต่กลับมาทำให้ชื่อเสียงของครอบครัวและวงศ์ตระกลูเสียหาย""ไม่เป็นไรครับ""แล้วนี่แฟนดิมเขาเป็นอะไรมากหรือเปล่า บาดเจ็บอะไรตรงไหน""ลินไม่ได้เป็นอะไรมากครับท่าน แค่ตกใจนิดหน่อยเท่านั้น""อื้มเอาเถอะ งั้นต่อไปนี้ทั้งดิมและแฟนก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปนะ เห็นทีว่าเรื่องยัยแบมฉันคงต้องหาทางจัดการให้เด็ดขาด ที่ผ่านมาทุกคนตามใจยัยแบมมามากเกินไป จนทำให้ยัยแบมเสียนิสัยแบบนี้""คุณท่านหมายความว่า