หลังจากที่ทานมื้อเย็นกันจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว อคิณก็ถือโอกาสขออนุญาตเจ้าสัวมีชัยพาบุรารีออกไปเที่ยว โดยอ้างว่าวันนี้พื่อนเขามีเปิดร้านอาหารกึ่งบาร์แถวๆนี้ จึงอยากขออนุญาตพาบุรารีออกไปด้วย
แน่นอนว่าท่านเจ้าสัวเองไม่ได้ขัด ส่วนบุรารีก็ดูเหมือนว่าจะเต็มอกเต็มใจที่อยากจะออกไปกับชายผู้นั้นเสียเหลือเกิน ส่วนคนที่ฟังแล้วดูเหมือนว่าจะไม่ชอบอกชอบใจเอาเสียเลยก็น่าจะเป็นดรัณภพเสียมากกว่า
จังหวะที่บุรารีขอกลับขึ้นไปแต่งตัวและอคิณเองก็ยังนั่งคุยกับท่านเจ้าสัวและบุรินทร์อยู่บนโต๊ะอาหาร คนที่กำลังร้อนอกร้อนใจไม่อยากให้บุรารีออกไปจึงทำทีว่าขอตัวเพื่อไปเข้าห้องน้ำ
แน่นอนว่าเขาโกหก เป้าหมายของเขาคือห้องที่อยู่บนชั้นสองของคฤหาสน์หลังนี้ต่างหาก ดรัณภพแอบเดินย่องขึ้นบันไดไปอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่ผ่ามือใหญ่จะบิดไปตรงลูกบิดประตูห้องที่เป็นเป้าหมายและมันก็ถูกเปิดออกอย่างง่ายดายและกดล็อก
สายตามองไปตามทางที่มีเสียงน้ำไหลดังออกมาจากห้องน้ำ ก่อนต้นขายาวๆจะก้าวพาตัวเองไปนั่งลงบนเตียงขนาดใหญ่กลางห้องเพื่อรอจังหวะ
ทันทีที่ประตูห้องน้ำเปิดออก ดรัณภพก็รีบลุกก้าวเดินไป แน่นอนว่าพอบุรารีเปิดประตูออกมาก็ได้แต่ตกใจและทำท่าว่าจะกรีดร้อง แต่ถูกฝ่ามือใหญ่ปิดประกบปากเอาไว้
"อื้อ อ่อยอ๊ะ"
บุรารีพยายามดิ้นสะบัดตัวอย่างแรง สองมือก็ทั้งแกะทึ้งพยายามจะดึงฝ่ามือใหญ่ที่ปิดปากของตัวเองออกให้จงได้ ดูเหมือนว่ามันชุลมุนขลุกขลักจนกระทั่งผ้าขนหนูผื่นที่เธอใช้พันกายเอาไว้นั้นหลุดร่วงลงไปกองที่พื้น
"แบมอย่าร้อง พี่ไม่ได้จะทำอะไร"
ดรัณภพพูดออกมาเสียงเบา พร้อมทั้งทอดมองมาด้วยแววตาที่ดูน่ากังวล จนในที่สุดเธอค่อยๆเริ่มท่จะหยุดดิ้น พอเห็นว่าบุรารีหยุดขยับฝ่ามือใหญ่จึงได้เปิดออกให้เธอเป็นอิสระ
"ไม่ได้จะทำอะไรแล้วพี่ดิมแอบเข้ามาในห้องแบมทำไม" ถึงแม้ว่าจะยอมคุยกับเขาดีๆแล้ว แต่สีหน้าท่าทางของเธอและแววตาที่มองมาทางเขาก็ยังคงเหวี่ยงเอาเรื่อง
"วันนี้ทั้งวันแบมยังไม่ยอมคุยกับพี่เลยนะ"
"หึ แล้วพี่ดิมเเคร์ด้วยหรอคะ" บุรารีแค่นขำราวกับว่าเรื่องที่กำลังคุยกันอยู่นั้นตลกเสียเต็มที
"แล้วแบมคิดว่าที่พี่แอบขึ้นห้องแบมมาแบบนี้น่ะเพราะอะไรกันล่ะ" ดรัณภพไม่ขำ แต่ตอบกลับหน้าเครียด
"จะเพราะอะไรก็เรื่องของพี่ดิมเถอะค่ะ เพราะว่ายังไงเสียตอนนี้แบมไม่ได้มานั่งสนใจแล้ว หลบสิคะพี่อคิณรออยู่แบมจะรีบไปแต่งตัว"
"นี่แบมจะออกไปกับเขาจริงๆหรอ งั้นให้พี่ขับรถไปส่งก็แล้วกันนะ เผื่อมีอะไรเกิดขึ้นพี่จะได้ช่วยทัน"
"ไม่ต้องหรอกค่ะ แบมไปกับพี่อคิณไม่มีอะไรที่ต้องน่าห่วง"
เมื่อเห็นว่าดรัณภพยังคงตื้อที่จะคุยด้วยไม่หยุดจังหวะที่พูดจบบุรารีก็รีบเดินหลบเขาไป แต่ดูเหมือนว่าดรัณภพนั้นพอใจที่ไหน คนตัวใหญ่รีบหันขวับกลับไปดึงแขนคนตัวเล็กเอาไว้จนเธอเซถลาเข้ามาในอ้อมอก แม้ว่าพึ่งจะถูกบุรารีตัดบทและพยายามโยนความหวังดีของเขาทิ้งไปหยกๆ แต่ดรัณภพก็ยังคงไม่ยอมแพ้อยู่ดี
"นั่นแหละที่ยิ่งต้องน่าเป็นห่วง ลืมไปหรือเปล่าว่าเขาน่ะเป็นผู้ชาย เกิดอะไรขึ้นมาจะทำยังไง" ดรัณภพต่อว่าคนรั้นออกไปเสียงเข้ม
"ก็ถ้าอะไรมันจะเกิด..ก็ให้มันเกิดสิคะ แบมกลัวที่ไหน ขนาดเราไปอยู่เกาะข้างคืนสองต่อสองด้วยกันมาแล้วด้วยซ้ำ แบมก็ยังไม่เห็นว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นเลยค่ะ พี่ดิมเองก็เห็นว่าแบมทั้งอ่อยทั้งยั่ว อย่างมากสุดระหว่างเรามันก็แค่เกือบ..เท่านั้นเอง"
"หรอ"
สิ้นสุดถ้อยคำน้ำเสียงท้าทายที่บวกด้วยแววตากวนประสาท ริมฝีปากเล็กก็ถูกดรัณภพดึงเข้าไปประกบและครอบริมฝีปากลงมาแทบจะทันที ร่างงามถูกเขาดันให้เดินถอยหลังจนกระทั่งทั้งสองร่างล้มลงไปยังบนเตียง
ดรัณภพได้จังหวะที่คนด้านล่างพยายามจะอ้าปากเพื่อต่อว่านั้นสอดแทรกลิ้นตัวเองสวนเข้าไปในโพรงปากหวาน แล้วเม็ดทับทิมสีงามที่ประดับอยู่บนเต้าก็ถูกเขาขย้ำบีบ
"อื้อ อี้อิม"
ฝ่ามือเล็กยังคงพยายามทั้งผลักทั้งดัน มีบางทีก็ทุบแรงๆด้วยความโกรธจนดังอึก แต่มีหรือที่มันจะทำให้เขาหยุดการกระทำลงได้ ริมฝีปากร้อนลากยาวดูดเม้มไปเรื่อยๆตั้งแต่ลำคอไล่ไปยังใบหูขาวสะอาดและดูดเลีย จนบุรารีเริ่มเกิดความเสียวสยิวและขนลุก
"ที่แบมอยากออกไปกับเขา จริงๆแล้วแค่อยากออกไปเที่ยวหรือว่าอยากออกไปทำอะไรกันแน่"
"แล้วพี่ดิมคิดว่าหนุ่มสาวที่เขาออกไปเที่ยวกลางคืนด้วยกัน เขาแค่ออกไปเที่ยวด้วยกันเฉยๆหรือเปล่าล่ะคะ หรือว่าที่จริงเขานัดกันออกไปทำอะไร แบมก็จะออกไปทำแบบนั้นล่ะค่ะ แบมอยากลอง" พอพูดจบแล้วตบด้วยยิ้มร้ายแบบนี้ แสดงว่าคุณหนูบุรารียังไม่เคยได้เห็นด้านมืดของเขาสินะ
"นี่ท้าทายพี่หรอ"จากนั้นเข็มขัดเส้นยาวที่อยู่บนเอวแกร่งก็ถูกปลดออกมาแล้วนำไปมัดไว้ที่ข้อมือเล็กทั้งสองข้างไว้ บุรารีเห็นก็ตกใจมาก ทั้งสะบัดพลิกกายต่อว่าด่าทอเสียเป็นการใหญ่
"พี่ดิมนี่พี่จะทำบ้าอะไร ปล่อยแบมเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างั้นแบมจะร้อง"
"ลองร้องสิ ถ้าแบมร้องพี่จะหาอะไรมายัดปาก"
บุรารีหน้าเครียดเมื่อเห็นท่าทีที่เอาจริงเอาจังของดรัณภพที่เปลี่ยนไป จากนั้นเขาจึงจับเรียวขาทั้งสองข้างของเธอให้แยกออกพร้อมทั้งใช้นิ้วโป้งหัวแม่มือคลึงลงมาที่บนเม็ดติ่งเกสรสีสด
"อ๊า พี่ดิม นะ..นี่พี่จะทำอะไร พี่อคิณกำลังรอแบมอยู่ข้างล่างนะ"
"อยากรอก็รอไป อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าแบมไม่ยอมลงไป แล้วพี่ก็หายออกมานานๆแบบนี้จะมีใครสงสัยอะไรหรือเปล่า"
จากนั้นนิ้วยาวก็เริ่มปาดป่ายขึ้นลงยามเมื่อสัมผัสได้ถึงหยาดน้ำหวานที่พากันไหลทะลักออกมาจนเยิ้ม ดรัณภพใช้จังหวะที่บุรารีกำลังซ่านสยิวก้มหน้ามุดลงไป แล้วก็ใช้ลิ้นร้ายตามเข้ามาทำหน้าที่อย่างรู้งาน
"พะ พี่ดิม อ๊า อย่าเลียนะ"
"แบมแน่ใจหรอ"
จังหวะที่ถูกเลีย ร่างกายบุรารีก็ร้อนรุ่มไปหมด เสียงที่ดรัณภพดูดกินน้ำหวานจากเรือนร่างเธอดังก้องกังวานอยู่ภายในหู สะโพกงามเริ่มส่ายร่อนและเพิ่มการแบะกว้างของเรียวขาออกมากขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ ยิ่งยามใดที่เขาสะบัดเรียวลิ้น ยามนั้นสะโพกงามของเธอก็แอ่นเด้งขึ้นลงและเกร็งกระตุกตาม
"อ๊าพี่ดิม ดูดแรงขึ้นอีกค่ะ ดูดเม็ดให้แบมอีก"
เมื่อเห็นว่าบุรารีอ้อนขอเสียงสั่น มีหรือคนที่ต้องคอยรับฟังคำสั่งจากเธอตลอดมาจะขัดได้ ดรัณภพดูดเม้มมันแรงขึ้นอีก จนกระทั่งกลีบอวบสีชมพูนั้นขึ้นจ้ำจนเป็นสีแดงทั่วทั้งบริเวณ ซึ่งการกระทำนั้นดูเหมือนว่าบุรารีเองก็จะพอใจ เมื่อใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้ม ยิ่งพอถึงจังหวะที่ร่างกายเธอเกร็งกระตุกจากการที่ถูกนิ้วยาวๆนั่นกระแทกรัวเข้าใส่ ภายในเธอก็ยิ่งตอดรัดนิ้วเขาเอาไว้แน่น
"ไหนบอกว่าไม่ให้พี่ทำ ดูแบมตอดนิ้วพี่เข้าสิ"
ไม่นาน..จากนั้นก็เป็นเธอที่ถูกเขาจับลากแขนให้ลงมานั่งข้างเตียงทั้งๆที่ยังถูกมัดข้อมือเอาไว้อย่างนั้น โดยตัวเขาจัดการปลดกระดุมกางเกงออกอย่างไม่ชักช้าและนั่งลงไปด้านหน้า มีเธอนั่งลงบนส้นเท้าอยู่ตรงกลางระหว่างขา ปล่อยให้ความแข็งขืนที่ตั้งโด่เด่ชี้หน้า แล้วเขาก็จับศรีษะของเธอกดให้ก้มต่ำลงมาจนส่วนตรงปลายประชิดเข้าที่ริมปากงาม
"อมสิ ชอบไม่ใช่หรอ"
"เมื่อก่อนอาจจะชอบ แต่ตอนนี้แบมมีเป้าหมายใหม่แล้ว พี่ดิมอย่ามาบังคับเสียให้ยากเลย"
"ก็ได้นะ แต่ถ้าวันนี้พี่ไม่เสร็จแบมก็อย่าหวังเลยว่าจะได้ลงไปหาหรือว่าได้ออกไปเจอใคร"
"พี่ดิม!"
บุรารีเงยหน้ามองคนบนเตียงอย่างเข่นเขี้ยว ไม่นึกเลยว่าดรัณภพที่เธอเคยคิดว่าเขาแสนจะอบอุ่นจะมีมุมที่ดิบเถื่อนแบบนี้ จนในที่สุดลิ้นเล็กจำต้องค่อยๆยื่นออกมาและเลียลงไปที่รอบหัวหยัก พอเห็นว่าคนตัวเล็กยอมทำตามคำสั่งดรัณภพก็เงยหน้าขึ้นมองเพดาน ครางซี๊ด และปิดตาลง
"อ่าส์แบม พี่เคยบอกหรือเปล่าว่าลิ้นแบมน่ะนุ่มมาก"
เสียงครางแหบพร่าและต่ำทุ้มที่ดังเล็ดลอดออกมาจากคนที่กำลังนั่งเงยหน้าและหลับตาพริ้มนั้นสร้างความหมั่นไส้แต่ก็แอบปนความพออกพอใจให้บุรารีอยู่ไม่น้อยดรัณภพกำลังเสียว ลำเอ็นท่อนโตของเขาแข็งเกร็งจนเกิดเส้นเลือดปูดโปนคับไปทั้งปากนุ่ม แม้ว่าบุรารีจะอยากเงยหน้าขึ้นมาชำเรืองมองหลายต่อหลายหน แต่ก็ถูกฝ่ามือใหญ่กดศรีษะของเธอให้มุดต่ำลงไปจนแทบจะมิดด้ามทุกที"เมื่อยปากหน่อยนะ พอดีว่าของพี่ใหญ่"ไอ้หมั่นไส้น่ะเธอก็หมั่นไส้จริงๆ แต่บุรารีก็เถียงออกไปไม่ได้ว่าสิ่งที่ดรัณภพพูดมานั้นมันไม่ใช่เรื่องโกหกใช่..เขา 'ใหญ่' เธอไม่เถียง ส่วนตัวเธอไม่รู้หรอกว่าขนาดของผู้ชายคนอื่นที่ว่าใหญ่นั้นมันจะสักแค่ไหน แต่จากที่ประเมินได้ทางสายตาและนำขนาดไปนึกเทียบกับพระเอกในหนังผู้ใหญ่ที่เคยดูมา ทั้งขนาดของไซส์และสีผิวของดรัณภพนั้นงดงามราวกับพวกฝรั่งอะไรไปทางนั้นถามจากส่วนลึกว่าเธอรู้สึกพอใจไหมกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้ บอกเลยว่าพอใจมาก แต่การกระทำและเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ต่างหากที่เธอไม่พอใจสิ่งที่ดรัณภพทำกำลังสร้างความสับสนและไม่พึงพอใจให้กับเธอเป็นอย่างมาก ในเมื่อเขาเองที่เป็นคนอยากผลักไสเธอมาตลอด ก็ตอนนี้
ภายในรถยนต์คันหรูที่จอดซุ่มดูสถานการณ์อยู่ฝั่งตรงข้ามถนน กำปั้นใหญ่ถูกบีบเข้าหากันจนแน่นก่อนที่มันจะถูกทุบลงไปบนพวกมาลัยด้านหน้าอย่างแรงไปอยู่หลายที ยามเมื่อสายตามองถนนข้ามฝั่งไปเห็นภาพที่บุรารีถูกอคิณกอดเอวเดินปลิวหายเข้าไปด้านใน"คนอะไรไม่รู้จักมีความละอาย มาเที่ยวกับผู้ชายวันแรกก็ยอมให้เขาเตะเนื้อต้องตัวละ"ดรัณภพหายใจกระฟึดกระฟัดด้วยความโกรธที่บุรารียอมให้ผู้ชายที่พึ่งจะพากันมาเดตตั้งแต่วันแรกได้ถูกเนื้อต้องตัวมากถึงเพียงนี้ ถึงแม้ว่าการเดตครั้งนี้มันจะเป็นการเห็นดีจากบิดาของเธอเองก็เถอะ แต่อย่างไรเสียบุรารีก็ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงไม่ได้แล้ว เขาคงทนนั่งรออยู่ในรถแบบนี้อีกต่อไปไม่ไหว คงต้องขอตามเข้าไปดูจนถึงข้างในเสียหน่อยว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกบ้าง เพราะถ้าเผื่อว่าข้างในมันเกิดมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากล เขาจะได้ถือโอกาสพาตัวบุรารีออกไปจากที่นี่ได้ทันจากตอนแรกที่ทำเพียงแค่แอบขับรถตามมาอย่างไกลๆ ไปๆมาๆ ดรัณภพก็พาตัวเองเข้ามายังสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนและเสียงเพลงดังสนั่นเป็นที่เรียบร้อย พอเดินเข้ามา ยังไม่ทันที่จะได้หาโต๊ะนั่งสายตาก็สอดส่องหาบุรารีอย่างว่องไว แต่มองหายังไงก็ยังไม่เจ
เดินไปเอากับพี่ที่รถอย่างนั้นหรอ..ทำไมประโยคมันฟังแล้วถึงกับรู้สึกแปลกๆจังนะ แต่ด้วยความที่ว่าไหนๆเธอก็อยากชิ่งไปจากที่นี่จะแย่ด้วยแล้ว จึงทำให้บุรารีตัดสินใจเดินตามดรัณภพออกไปด้านนอกโดยที่ไม่มีการคิดคัดค้าน ขอแค่ให้เธอได้ออกไปให้พ้นๆจากตรงนี้ก็พอดรัณภพเดินนำเธออกจากสถานที่นั้นตรงมายังรถของเขาที่จอดอยู่ด้วยความโมโหระดับร้อยล้านพันล้าน อารมณ์ความโกรธของเขาเรียกว่าแทบอยากจะจับบุรารีมันเขย่าเสียจนให้หัวสั่นหัวโยกหัวคลอนไปเลยก็ว่าได้พอเดินมาถึงก็กดรีโมทรถยนต์ให้ส่งสัญญาณ หากแต่ว่าตัวเขากลับกลับยืนกอดอกมองเธออยู่อย่างนั้น จนบุรารีสงสัย"ไหนล่ะคะถุงยาง เอามาค่ะแบมจะรีบกลับเข้าไปข้างใน ป่านนี้พี่อคิณรอแย่แล้ว"กรี๊ด..อยากตบปากตัวเองว่าทำไมถึงได้พูดอะไรบ้าๆแบบนั้นออกไป พึ่งจะหลบออกมาได้แล้วแท้ๆยังจะมีหน้ามาพูดว่าจะรีบกลับเข้าไปด้านในอีก นี่เธอเอาสมองส่วนไหนคิดนะบุรารี"ถุงยางอยู่ในเก๊ะตรงคอนโซลหน้ารถ แบมเปิดแล้วหยิบออกมาสิ พี่อยากจะขอยืนสูบบุหรี่เสียหน่อย"ดรัณภพยืนบอกน้ำเสียงเรียบ หากแต่ภายในใจกำลังเดือดปุดคิดหาทางจัดการคนเก่งเสียให้ควัก "แล้วแบมรู้หรอว่าเขาใส่ไซส์ไหน ใช่ใส่ไซส์เดียวกันกับ
ทันทีที่บานประตูถูกปิดล็อกลง ร่างทั้งร่างของบุรารีก็ถูกดรัณภพดึงเข้ามาประกบปิดปาก ตัวเธอถูกเขาดันจนแนบชิดติดไปกับฝาผนังและพยายามตะบี้ตะบันจูบบุรารีตกใจมากกับการกระทำนี้ นึกไม่ถึงว่าอยู่ๆดรัณภพที่เธอเคยรู้จัก คนที่ตั้งมั่นในปณิธานอันแน่วแน่ของตัวเองว่าจะไม่มีทางล่วงเกินเธอ เวลานี้กลับกำลังพยายามปล้ำจูบเธออย่างดุเดือด"อี้อิม อ่อยๆ ปละปล่อยแบมก่อนค่ะ นี่พี่เป็นอะไรไป""พี่ก็กำลังทำหน้าที่ตอบสนองความต้องการให้แบมไง ถึงขนาดว่าเดินมาขอถุงยางกับพี่ขนาดนี้ แสดงว่าคงต้องการมาก หรือว่าเมื่อตอนเย็นที่พี่ทำให้เสร็จไปจะยังไม่เต็มอิ่ม เห็นว่าที่ผ่านมาแบมอยากกินพี่นักไม่ใช่หรอ ตอนนี้พี่ยอมทำแบบนั้นให้แบมแล้วไง จะมัวมาร้องค้านไปทำไม"อะไรนะ..เมื่อกี้ดรัณภพใช้คำว่าอะไรบ้าง 'ยอมทำ' บางแหละ 'ทำหน้าที่' บ้างแหละ 'สนองความต้องการ' อีกต่างหาก เเสดงว่าเมื่อก่อนนี้เขาเคยจำใจยังไง ตอนนี้ก็คงจะยังไม่แตกต่าง ยิ่งพาให้ความรู้สึกน้อยใจพากันประดังประเดเข้ามา ถมเข้ามาจนใจเธอปวด มันจะเคยมีสักครั้งบ้างไหมนะที่ดรัณภพจะรู้สึกดีกับเธอจากใจจริง เคยมีบ้างไหมที่เขารู้สึกอยากที่จะใกล้ชิดสัมผัสเธอแบบที่ผู้ชายกับผู้หญิงที่ร
บุรารียังคงยืนแอ่นก้นให้งอนๆขึ้นเพื่อรองรับการตอกอัดที่สวนแทรกเข้ามาอยู่เรื่อยๆ สองมือแนบชิดฝาผนังเอาไว้แน่น ยามที่ดรัณภพกระแทกเข้ามาเมื่อใดก็เกิดความรู้สึกเสียวจนแทบจะขาดใจไปหมด "อ๊า พี่ดิมขาเเบมเสียวเหลือเกิน""ได้กินพี่สมใจแล้ว หวังว่าพี่คงจะไม่ทำให้แบมผิดหวังนะครับ""มะ ไม่เลยค่ะ แค่นี้แบมก็แทบจะสำลักความสุขตายอยู่แล้ว""งั้นหันหน้ามาทีสิครับ ขอพี่เอาเน้นๆแรงๆด้านหน้าหน่อย"จากนั้นดรัณภพก็ถอดชักท่อนความแข็งแกร่งของตัวเองออกไป ก่อนจะสอดใส่กลับเข้ามาใหม่เมื่อได้จับบุรารีหันหน้ามาแล้วยกเรียวขาข้างหนึ่งของเธอขึ้น""อ่าส์แบมครับ รูแบมช่างแน่นดีจริงๆ""แบมก็เสียวเหลือเกินค่ะพี่ดิมขา"บุรารีครางไปอ้อนไป ทำเอาดรัณภพทนเสียวจนแทบจะไม่ไหวจึงได้ประกบปิดปากหวานนั้นเอาไว้ด้วยจูบ ลิ้นร้อนทำหน้าที่กวาดต้อนซุกซอนไปทั่วโพรงปาก ในขณะที่เอวด้านล่างก็ขยับซอย พลอยให้มือส่วนด้านบนบีบเฟ้นเสียจนรุนแรง จนเนื้อบริเวณเต้างามแดงขึ้นเป็นรอยสองร่างกายสอดประสานกันแนบชิด ดรัณภพขยับกระแทกแรงขึ้นทุกเมื่อที่บุรารีจิกเล็บคมๆลงไปบนแผ่นหลัง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังตับๆลั่นห้อง ปลุกปั่นเปลวคลื่นพิศวาสให้โหมกระพือจนแทบจ
หลังจากตื่นเช้ามาดรัณภพก็ยังคงขอทำหลานให้บิดาเธอแข่งกับบุรินทร์ไปอีกสองรอบ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนบ่ายถึงได้ยอมขับรถพาเธอไปส่งบ้าน ระหว่างทางบุรารีจับโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็แปลกใจที่เมื่อคืนอคิณไม่ได้โทรมาตามหาเธอเลยแม้แต่สายเดียว นี่เขาไม่คิดสงสัยบ้างเลยหรือว่าเธอหายออกไปไหน แล้วความสงสัยทั้งหมดก็ได้รับความกระจ่างเมื่อเธอกลับมาถึงบ้าน ทันทีที่เดินเข้าไปข้างใน ก็พบกับพี่ชายและพี่สะใภ้นั่งชิบชายามบ่ายอยู่กับบิดาที่ในสวนทันทีที่เธอและดรัณภพเข้ามาถึง สามคู่สายตาก็พากันหันมามองทางเธอและดรัณภพเป็นตาเดียว ยิ่งดรัณภพจับมือเธอเอาไว้แน่นอยู่อย่างนี้ พอคริมาเห็นก็แอบยิ้มจนเธอรู้สึกเขินก็อย่างว่า เธอกับดรัณภพพึ่งจะพากันไปทำเรื่องทำราวบางอย่างมา ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาตอนนี้มันเหมือนราวกับว่าเธอเองกำลังมีชนักติดหลังยังไงยังงั้น ยิ่งพอได้เห็นคริมามองมาหาเธอแล้วอมยิ้มแบบนี้ บุรารีก็ยิ่งอดสงสัยไม่ได้ว่าคริมาหมายความว่ายังไงกัน ราวกับว่าเพื่อนสนิทที่ควบตำแหน่งพี่สะใภ้นั้นรู้อะไรอยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า"พี่อคิณโทรหาพี่ บอกว่าเมื่อคืนถูกแกทิ้งไว้ที่นั่น แล้วแกก็ขึ้นรถกลับไปกับเจ้าดิม""เอ่อ คือว่าเมื่อคืน
หลังจากงานแต่งงานของพี่ชายจบลง บุรารีก็เดินออกมาทางโรงแรมและยกโทรศัพท์สายตรงขึ้นหาคนขับรถคนโปรด คนที่บิดาของเธอวางใจให้เขาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัว คนที่บิดากำชับกับเขานักหนาว่าให้คอยดูแลเธอประดุจเจ้าหญิง"พี่ดิม แบมเสร็จแล้วนะคะ"ดรัณภพ ลูกน้องคนสนิทอีกคนหนึ่งของบิดาเธอ เขาคือคนที่บิดาของเธอไว้ใจนักหนา จนยอมแม้กระทั่งปล่อยให้เขามาคอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆเธอดรัณภพอายุเท่ากับบุรินทร์ ทั้งสองจึงทั้งสนิทและเคยเรียนด้วยกันมา พอจบมหาวิทยาลัย พี่ชายของเธอเลือกที่จะต่อตรงไปทางด้านแพทย์ ส่วนดรัณภพเลือกที่จะเรียนทางด้านบริหารจนกระทั่งจบปริญญาโทพอจบก็กลับมาคอยช่วยเหลือดูแลรับผิดชอบ ช่วยบิดาเธอในบริษัทนำเข้าและจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ แม้ว่าหน้าที่หลักๆของดรัณภพจะต้องเข้าบริษัทกับบิดาเธอทุกวัน แต่หน้าที่รองของเขานั้น คือ สารถีแบบวีวีไอพีประจำตัวเธอ "คุณพ่อคะ แบมชอบพี่ดิม แบมอยากให้พี่ดิมมาคอยดูแลแบมอยู่ใกล้ๆ""แต่พี่ดิมเขามีแฟนแล้วนะลูก หนูจะไปบอกว่าชอบพี่เขาแบบนั้นมันไม่ได้""แบมก็ไม่ได้จะแย่งนี่คะ แบมแค่อยากขอให้เขามาคอยอยู่ใกล้ๆ ขับรถพาแบมไปไหนมาไหนแค่นี้เอง อีกอย่าง ถ้าพี่ดิมเขารักแฟนเขามากพอ ต่
บุรารีก้มจ้องมองลึกสื่อเข้าไปในดวงตาคม ภายในใจได้แต่ภาวนาหวังว่าเขาคงจะเห็นว่าเธอเฝ้ารักเฝ้าปรารถนาเขามานานแค่ไหน ในขณะที่พูดร่างกายของเธอก็ยังไม่ได้หยุดเคลื่อนไหว สะโพกงามขยับเขยื้อนขี่โยกไปมาอยู่บนตัวเขาไปอย่างนั้น จนมัน..แข็ง หากแต่ว่าสีหน้าเขานั้นยังคงเรียบเฉยตามแบบฉบับเดิม"รู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังพูดอะไรออกมา" ดรัณภพเอ่ยออกมาเสียงเรียบ เมื่อบุรารียังคงไม่ยอมหยุด"รู้ค่ะ แบมโตขนาดนี้แล้วไม่ใช่เด็กๆ คืนนี้พี่ดิมนอนกับแบมเถอะนะคะ แบมอยากโดนพี่ทำ"และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ดรัณภพก็ยันตัวเองลุกขึ้นนั่งแล้วจับพลิกเปลี่ยนให้คนบนร่างไปนอนอยู่บนเตียงเเทน ร่างใหญ่ประกบทาบทับตัวเธอเอาไว้ สองข้อมือเล็กถูกเขาจับตรึงเอาไว้อยู่ข้างบนเหนือศรีษะ"อ๊ะ เปลี่ยนใจแล้วใช่ไหมคะ"ริมฝีปากหวานที่แต่งแต้มเอาไว้ด้วยสีฉูดฉาดบรรจงคลี่ยิ้มออกมา ตามด้วยเรียวขางามที่กอดรัดบั้นเอวแกร่งนั่นเอาไว้แน่นเพื่อจะไม่ยอมให้ตัวเขาหลุด พร้อมทั้งยังพยายามแอ่นให้กึ่งกลางกายนั้นได้ถูไถสัมผัสกับตัวตนเขา"อ๊า พี่ดิม"จังหวะที่ดรัณภพค่อยๆโน้มใบหน้าใกล้เข้ามา บุรารีรีบหลับตาลง เผยอปากขึ้นน้อยๆเพื่อรอรับจูบแสนหวาน แต่ก็ไม่เห็นว่ามั
หลังจากตื่นเช้ามาดรัณภพก็ยังคงขอทำหลานให้บิดาเธอแข่งกับบุรินทร์ไปอีกสองรอบ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนบ่ายถึงได้ยอมขับรถพาเธอไปส่งบ้าน ระหว่างทางบุรารีจับโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็แปลกใจที่เมื่อคืนอคิณไม่ได้โทรมาตามหาเธอเลยแม้แต่สายเดียว นี่เขาไม่คิดสงสัยบ้างเลยหรือว่าเธอหายออกไปไหน แล้วความสงสัยทั้งหมดก็ได้รับความกระจ่างเมื่อเธอกลับมาถึงบ้าน ทันทีที่เดินเข้าไปข้างใน ก็พบกับพี่ชายและพี่สะใภ้นั่งชิบชายามบ่ายอยู่กับบิดาที่ในสวนทันทีที่เธอและดรัณภพเข้ามาถึง สามคู่สายตาก็พากันหันมามองทางเธอและดรัณภพเป็นตาเดียว ยิ่งดรัณภพจับมือเธอเอาไว้แน่นอยู่อย่างนี้ พอคริมาเห็นก็แอบยิ้มจนเธอรู้สึกเขินก็อย่างว่า เธอกับดรัณภพพึ่งจะพากันไปทำเรื่องทำราวบางอย่างมา ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาตอนนี้มันเหมือนราวกับว่าเธอเองกำลังมีชนักติดหลังยังไงยังงั้น ยิ่งพอได้เห็นคริมามองมาหาเธอแล้วอมยิ้มแบบนี้ บุรารีก็ยิ่งอดสงสัยไม่ได้ว่าคริมาหมายความว่ายังไงกัน ราวกับว่าเพื่อนสนิทที่ควบตำแหน่งพี่สะใภ้นั้นรู้อะไรอยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า"พี่อคิณโทรหาพี่ บอกว่าเมื่อคืนถูกแกทิ้งไว้ที่นั่น แล้วแกก็ขึ้นรถกลับไปกับเจ้าดิม""เอ่อ คือว่าเมื่อคืน
บุรารียังคงยืนแอ่นก้นให้งอนๆขึ้นเพื่อรองรับการตอกอัดที่สวนแทรกเข้ามาอยู่เรื่อยๆ สองมือแนบชิดฝาผนังเอาไว้แน่น ยามที่ดรัณภพกระแทกเข้ามาเมื่อใดก็เกิดความรู้สึกเสียวจนแทบจะขาดใจไปหมด "อ๊า พี่ดิมขาเเบมเสียวเหลือเกิน""ได้กินพี่สมใจแล้ว หวังว่าพี่คงจะไม่ทำให้แบมผิดหวังนะครับ""มะ ไม่เลยค่ะ แค่นี้แบมก็แทบจะสำลักความสุขตายอยู่แล้ว""งั้นหันหน้ามาทีสิครับ ขอพี่เอาเน้นๆแรงๆด้านหน้าหน่อย"จากนั้นดรัณภพก็ถอดชักท่อนความแข็งแกร่งของตัวเองออกไป ก่อนจะสอดใส่กลับเข้ามาใหม่เมื่อได้จับบุรารีหันหน้ามาแล้วยกเรียวขาข้างหนึ่งของเธอขึ้น""อ่าส์แบมครับ รูแบมช่างแน่นดีจริงๆ""แบมก็เสียวเหลือเกินค่ะพี่ดิมขา"บุรารีครางไปอ้อนไป ทำเอาดรัณภพทนเสียวจนแทบจะไม่ไหวจึงได้ประกบปิดปากหวานนั้นเอาไว้ด้วยจูบ ลิ้นร้อนทำหน้าที่กวาดต้อนซุกซอนไปทั่วโพรงปาก ในขณะที่เอวด้านล่างก็ขยับซอย พลอยให้มือส่วนด้านบนบีบเฟ้นเสียจนรุนแรง จนเนื้อบริเวณเต้างามแดงขึ้นเป็นรอยสองร่างกายสอดประสานกันแนบชิด ดรัณภพขยับกระแทกแรงขึ้นทุกเมื่อที่บุรารีจิกเล็บคมๆลงไปบนแผ่นหลัง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังตับๆลั่นห้อง ปลุกปั่นเปลวคลื่นพิศวาสให้โหมกระพือจนแทบจ
ทันทีที่บานประตูถูกปิดล็อกลง ร่างทั้งร่างของบุรารีก็ถูกดรัณภพดึงเข้ามาประกบปิดปาก ตัวเธอถูกเขาดันจนแนบชิดติดไปกับฝาผนังและพยายามตะบี้ตะบันจูบบุรารีตกใจมากกับการกระทำนี้ นึกไม่ถึงว่าอยู่ๆดรัณภพที่เธอเคยรู้จัก คนที่ตั้งมั่นในปณิธานอันแน่วแน่ของตัวเองว่าจะไม่มีทางล่วงเกินเธอ เวลานี้กลับกำลังพยายามปล้ำจูบเธออย่างดุเดือด"อี้อิม อ่อยๆ ปละปล่อยแบมก่อนค่ะ นี่พี่เป็นอะไรไป""พี่ก็กำลังทำหน้าที่ตอบสนองความต้องการให้แบมไง ถึงขนาดว่าเดินมาขอถุงยางกับพี่ขนาดนี้ แสดงว่าคงต้องการมาก หรือว่าเมื่อตอนเย็นที่พี่ทำให้เสร็จไปจะยังไม่เต็มอิ่ม เห็นว่าที่ผ่านมาแบมอยากกินพี่นักไม่ใช่หรอ ตอนนี้พี่ยอมทำแบบนั้นให้แบมแล้วไง จะมัวมาร้องค้านไปทำไม"อะไรนะ..เมื่อกี้ดรัณภพใช้คำว่าอะไรบ้าง 'ยอมทำ' บางแหละ 'ทำหน้าที่' บ้างแหละ 'สนองความต้องการ' อีกต่างหาก เเสดงว่าเมื่อก่อนนี้เขาเคยจำใจยังไง ตอนนี้ก็คงจะยังไม่แตกต่าง ยิ่งพาให้ความรู้สึกน้อยใจพากันประดังประเดเข้ามา ถมเข้ามาจนใจเธอปวด มันจะเคยมีสักครั้งบ้างไหมนะที่ดรัณภพจะรู้สึกดีกับเธอจากใจจริง เคยมีบ้างไหมที่เขารู้สึกอยากที่จะใกล้ชิดสัมผัสเธอแบบที่ผู้ชายกับผู้หญิงที่ร
เดินไปเอากับพี่ที่รถอย่างนั้นหรอ..ทำไมประโยคมันฟังแล้วถึงกับรู้สึกแปลกๆจังนะ แต่ด้วยความที่ว่าไหนๆเธอก็อยากชิ่งไปจากที่นี่จะแย่ด้วยแล้ว จึงทำให้บุรารีตัดสินใจเดินตามดรัณภพออกไปด้านนอกโดยที่ไม่มีการคิดคัดค้าน ขอแค่ให้เธอได้ออกไปให้พ้นๆจากตรงนี้ก็พอดรัณภพเดินนำเธออกจากสถานที่นั้นตรงมายังรถของเขาที่จอดอยู่ด้วยความโมโหระดับร้อยล้านพันล้าน อารมณ์ความโกรธของเขาเรียกว่าแทบอยากจะจับบุรารีมันเขย่าเสียจนให้หัวสั่นหัวโยกหัวคลอนไปเลยก็ว่าได้พอเดินมาถึงก็กดรีโมทรถยนต์ให้ส่งสัญญาณ หากแต่ว่าตัวเขากลับกลับยืนกอดอกมองเธออยู่อย่างนั้น จนบุรารีสงสัย"ไหนล่ะคะถุงยาง เอามาค่ะแบมจะรีบกลับเข้าไปข้างใน ป่านนี้พี่อคิณรอแย่แล้ว"กรี๊ด..อยากตบปากตัวเองว่าทำไมถึงได้พูดอะไรบ้าๆแบบนั้นออกไป พึ่งจะหลบออกมาได้แล้วแท้ๆยังจะมีหน้ามาพูดว่าจะรีบกลับเข้าไปด้านในอีก นี่เธอเอาสมองส่วนไหนคิดนะบุรารี"ถุงยางอยู่ในเก๊ะตรงคอนโซลหน้ารถ แบมเปิดแล้วหยิบออกมาสิ พี่อยากจะขอยืนสูบบุหรี่เสียหน่อย"ดรัณภพยืนบอกน้ำเสียงเรียบ หากแต่ภายในใจกำลังเดือดปุดคิดหาทางจัดการคนเก่งเสียให้ควัก "แล้วแบมรู้หรอว่าเขาใส่ไซส์ไหน ใช่ใส่ไซส์เดียวกันกับ
ภายในรถยนต์คันหรูที่จอดซุ่มดูสถานการณ์อยู่ฝั่งตรงข้ามถนน กำปั้นใหญ่ถูกบีบเข้าหากันจนแน่นก่อนที่มันจะถูกทุบลงไปบนพวกมาลัยด้านหน้าอย่างแรงไปอยู่หลายที ยามเมื่อสายตามองถนนข้ามฝั่งไปเห็นภาพที่บุรารีถูกอคิณกอดเอวเดินปลิวหายเข้าไปด้านใน"คนอะไรไม่รู้จักมีความละอาย มาเที่ยวกับผู้ชายวันแรกก็ยอมให้เขาเตะเนื้อต้องตัวละ"ดรัณภพหายใจกระฟึดกระฟัดด้วยความโกรธที่บุรารียอมให้ผู้ชายที่พึ่งจะพากันมาเดตตั้งแต่วันแรกได้ถูกเนื้อต้องตัวมากถึงเพียงนี้ ถึงแม้ว่าการเดตครั้งนี้มันจะเป็นการเห็นดีจากบิดาของเธอเองก็เถอะ แต่อย่างไรเสียบุรารีก็ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงไม่ได้แล้ว เขาคงทนนั่งรออยู่ในรถแบบนี้อีกต่อไปไม่ไหว คงต้องขอตามเข้าไปดูจนถึงข้างในเสียหน่อยว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกบ้าง เพราะถ้าเผื่อว่าข้างในมันเกิดมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากล เขาจะได้ถือโอกาสพาตัวบุรารีออกไปจากที่นี่ได้ทันจากตอนแรกที่ทำเพียงแค่แอบขับรถตามมาอย่างไกลๆ ไปๆมาๆ ดรัณภพก็พาตัวเองเข้ามายังสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนและเสียงเพลงดังสนั่นเป็นที่เรียบร้อย พอเดินเข้ามา ยังไม่ทันที่จะได้หาโต๊ะนั่งสายตาก็สอดส่องหาบุรารีอย่างว่องไว แต่มองหายังไงก็ยังไม่เจ
เสียงครางแหบพร่าและต่ำทุ้มที่ดังเล็ดลอดออกมาจากคนที่กำลังนั่งเงยหน้าและหลับตาพริ้มนั้นสร้างความหมั่นไส้แต่ก็แอบปนความพออกพอใจให้บุรารีอยู่ไม่น้อยดรัณภพกำลังเสียว ลำเอ็นท่อนโตของเขาแข็งเกร็งจนเกิดเส้นเลือดปูดโปนคับไปทั้งปากนุ่ม แม้ว่าบุรารีจะอยากเงยหน้าขึ้นมาชำเรืองมองหลายต่อหลายหน แต่ก็ถูกฝ่ามือใหญ่กดศรีษะของเธอให้มุดต่ำลงไปจนแทบจะมิดด้ามทุกที"เมื่อยปากหน่อยนะ พอดีว่าของพี่ใหญ่"ไอ้หมั่นไส้น่ะเธอก็หมั่นไส้จริงๆ แต่บุรารีก็เถียงออกไปไม่ได้ว่าสิ่งที่ดรัณภพพูดมานั้นมันไม่ใช่เรื่องโกหกใช่..เขา 'ใหญ่' เธอไม่เถียง ส่วนตัวเธอไม่รู้หรอกว่าขนาดของผู้ชายคนอื่นที่ว่าใหญ่นั้นมันจะสักแค่ไหน แต่จากที่ประเมินได้ทางสายตาและนำขนาดไปนึกเทียบกับพระเอกในหนังผู้ใหญ่ที่เคยดูมา ทั้งขนาดของไซส์และสีผิวของดรัณภพนั้นงดงามราวกับพวกฝรั่งอะไรไปทางนั้นถามจากส่วนลึกว่าเธอรู้สึกพอใจไหมกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้ บอกเลยว่าพอใจมาก แต่การกระทำและเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ต่างหากที่เธอไม่พอใจสิ่งที่ดรัณภพทำกำลังสร้างความสับสนและไม่พึงพอใจให้กับเธอเป็นอย่างมาก ในเมื่อเขาเองที่เป็นคนอยากผลักไสเธอมาตลอด ก็ตอนนี้
หลังจากที่ทานมื้อเย็นกันจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว อคิณก็ถือโอกาสขออนุญาตเจ้าสัวมีชัยพาบุรารีออกไปเที่ยว โดยอ้างว่าวันนี้พื่อนเขามีเปิดร้านอาหารกึ่งบาร์แถวๆนี้ จึงอยากขออนุญาตพาบุรารีออกไปด้วยแน่นอนว่าท่านเจ้าสัวเองไม่ได้ขัด ส่วนบุรารีก็ดูเหมือนว่าจะเต็มอกเต็มใจที่อยากจะออกไปกับชายผู้นั้นเสียเหลือเกิน ส่วนคนที่ฟังแล้วดูเหมือนว่าจะไม่ชอบอกชอบใจเอาเสียเลยก็น่าจะเป็นดรัณภพเสียมากกว่าจังหวะที่บุรารีขอกลับขึ้นไปแต่งตัวและอคิณเองก็ยังนั่งคุยกับท่านเจ้าสัวและบุรินทร์อยู่บนโต๊ะอาหาร คนที่กำลังร้อนอกร้อนใจไม่อยากให้บุรารีออกไปจึงทำทีว่าขอตัวเพื่อไปเข้าห้องน้ำ แน่นอนว่าเขาโกหก เป้าหมายของเขาคือห้องที่อยู่บนชั้นสองของคฤหาสน์หลังนี้ต่างหาก ดรัณภพแอบเดินย่องขึ้นบันไดไปอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่ผ่ามือใหญ่จะบิดไปตรงลูกบิดประตูห้องที่เป็นเป้าหมายและมันก็ถูกเปิดออกอย่างง่ายดายและกดล็อกสายตามองไปตามทางที่มีเสียงน้ำไหลดังออกมาจากห้องน้ำ ก่อนต้นขายาวๆจะก้าวพาตัวเองไปนั่งลงบนเตียงขนาดใหญ่กลางห้องเพื่อรอจังหวะ ทันทีที่ประตูห้องน้ำเปิดออก ดรัณภพก็รีบลุกก้าวเดินไป แน่นอนว่าพอบุรารีเปิดประตูออกมาก็ได้แต่ตกใจและทำ
แม้ว่าจะถูกบุรารีสั่งว่าให้เว้นระยะห่างจากเธอนับตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปแล้ว หากแต่ดรัณภพก็ยังคงทำเป็นเหมือนทองไม่รู้ร้อน วันทั้งวันนั้นเขายังคงปักหลักอยู่ในคฤหาสน์แบบไม่ยอมที่จะออกไปไหน อยู่รอจนกระทั่งถึงเวลานัดหมายในตอนเย็น เพื่อรอแขกที่เจ้าสัวมีชัยนัดให้เดินทางมาถึง"อ้าวดิม ไปไงมาไงถึงได้มาที่นี่ได้" บุรินทร์ทักขึ้นเมื่อเข้ามาเห็นว่าดรัณภพนั่งดูทีวีอยู่ที่โซฟารับแขก"พอดีท่านเจ้าสัวเรียกเข้ามาคุยเมื่อตอนกลางวัน แล้ววันนี้ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องไปทำที่ไหน ก็เลยว่าจะอยู่ขอกินข้าวเย็นด้วยน่ะ""หึ แล้วคุณพ่อเรียกนายมาคุยเรื่องอะไรล่ะ ใช่เรื่องที่ยัยแบมก่อเอาไว้หรือเปล่า" บุรินทร์ถามคนที่โตมาด้วยกันจนถือว่าเป็นดั่งคนในครอบครัวยิ้มๆ เมื่อพอที่จะคาดเดาถึงเรื่องที่น้องสาวของตัวเองก่อเอาไว้ได้"ก็ตามนั้นแหละ แต่คราวนี้ท่านเจ้าสัวอยากที่จะลงโทษแบมด้วย ก็เลย...""คิดจะหาแฟนให้ยัยแบม""อื้ม แกเองก็คงรู้แล้วใช่ไหมว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร""คุณพ่อบอกฉันแล้ว ทีนี้แกก็เลยต้องมานั่งเศร้าเป็นหมาหงอย อยู่เพื่อคอยเฝ้าดูสถานการณ์อยู่อย่างนี้ใช่ไหมวะ" บุรินทร์เลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามเมื่อเห็นหน้าคนที่ทำเป็นเก๊
หลังจากวันนั้นมาบุรารีก็ทำตัวเงียบกริบอย่างที่ว่า โดยเธอไม่คิดที่จะโทรไปตามหาหรือตามมารบกวนให้เขาได้วุ่นวายใจ ตั้งแต่ที่ดรัณภพได้รู้จักเธอมาบุรารีไม่เคยเป็นแบบนี้ กระทั่งรายการการโทรเข้าโทรออกในโทรศัพท์มือถือของเขาที่เคยมีแต่ชื่อเธอ แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับเงียบสนิทไปอย่างน่าใจหาย มันเงียบเกินไป จนดรัณภพเองอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ ยิ่งหลังจากนั้นมาอีกแค่ไม่กี่วันก็มีข่าวออกตามมาจริงๆ ว่าคุณหมอสาวลูกสาวทายาทเจ้าของโรงพยาบาลดังก่อเรื่องตบตีแย่งผู้ชายกลางห้าง เจ้ามีชัยจึงได้เรียกขอให้เขาเข้าไปหา"ฉันต้องขอโทษดิมมากด้วยจริงๆที่คราวนี้ยัยแบมก่อเรื่องรุนแรงจนหน้าอับอาย ลูกสาวฉันอายุอานามตั้งขนาดนี้ หน้าที่การงานก็มีแต่กลับมาทำให้ชื่อเสียงของครอบครัวและวงศ์ตระกลูเสียหาย""ไม่เป็นไรครับ""แล้วนี่แฟนดิมเขาเป็นอะไรมากหรือเปล่า บาดเจ็บอะไรตรงไหน""ลินไม่ได้เป็นอะไรมากครับท่าน แค่ตกใจนิดหน่อยเท่านั้น""อื้มเอาเถอะ งั้นต่อไปนี้ทั้งดิมและแฟนก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปนะ เห็นทีว่าเรื่องยัยแบมฉันคงต้องหาทางจัดการให้เด็ดขาด ที่ผ่านมาทุกคนตามใจยัยแบมมามากเกินไป จนทำให้ยัยแบมเสียนิสัยแบบนี้""คุณท่านหมายความว่า