หลังจากวันนั้นมาบุรารีก็ทำตัวเงียบกริบอย่างที่ว่า โดยเธอไม่คิดที่จะโทรไปตามหาหรือตามมารบกวนให้เขาได้วุ่นวายใจ ตั้งแต่ที่ดรัณภพได้รู้จักเธอมาบุรารีไม่เคยเป็นแบบนี้ กระทั่งรายการการโทรเข้าโทรออกในโทรศัพท์มือถือของเขาที่เคยมีแต่ชื่อเธอ แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับเงียบสนิทไปอย่างน่าใจหาย มันเงียบเกินไป จนดรัณภพเองอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ ยิ่งหลังจากนั้นมาอีกแค่ไม่กี่วันก็มีข่าวออกตามมาจริงๆ ว่าคุณหมอสาวลูกสาวทายาทเจ้าของโรงพยาบาลดังก่อเรื่องตบตีแย่งผู้ชายกลางห้าง เจ้ามีชัยจึงได้เรียกขอให้เขาเข้าไปหา
"ฉันต้องขอโทษดิมมากด้วยจริงๆที่คราวนี้ยัยแบมก่อเรื่องรุนแรงจนหน้าอับอาย ลูกสาวฉันอายุอานามตั้งขนาดนี้ หน้าที่การงานก็มีแต่กลับมาทำให้ชื่อเสียงของครอบครัวและวงศ์ตระกลูเสียหาย"
"ไม่เป็นไรครับ"
"แล้วนี่แฟนดิมเขาเป็นอะไรมากหรือเปล่า บาดเจ็บอะไรตรงไหน"
"ลินไม่ได้เป็นอะไรมากครับท่าน แค่ตกใจนิดหน่อยเท่านั้น"
"อื้มเอาเถอะ งั้นต่อไปนี้ทั้งดิมและแฟนก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปนะ เห็นทีว่าเรื่องยัยแบมฉันคงต้องหาทางจัดการให้เด็ดขาด ที่ผ่านมาทุกคนตามใจยัยแบมมามากเกินไป จนทำให้ยัยแบมเสียนิสัยแบบนี้"
"คุณท่านหมายความว่ายังไงหรอครับ"
"ฉันจะบังคับให้ยัยแบมแต่งงาน ยัยแบมจะได้เลิกไปก่อกวนวุ่นวายกับดิมเสียที ฉันไม่อยากให้ดิมต้องมาทนลำบากใจเพราะลูกสาวของฉันอีก แค่ลำพังตอนนี้ดิมก็ยุ่งวุ่นวายในการดูแลบริษัทแทนฉันมากพอแล้ว"
"อะไรนะครับ..คุณท่านจะบังคับให้แบมแต่งงาน" ดรัณภพที่กำลังตกใจ เผลอหลุดปากถามออกไปแผ่วเบาอย่างไม่รู้ตัว เจ้าสัวมีชัยกำลังจะบังคับให้บุรารีแต่งงาน เรื่องนี้เขาควรต้องรู้สึกอย่างไร
"ใช่ วันก่อนฉันเจออคิณที่เป็นเพื่อนรุ่นพี่ของเจ้าบาส ที่พึ่งย้ายกลับมาอยู่ไทย บอกว่าอยากจะมาขออนุญาตตามจีบยัยแบม รายนั้นน่ะชอบยัยแบมมาตั้งแต่สมัยไหน ทุกวันนี้ก็ยังชอบอยู่ ถ้าไม่ติดว่าเมื่อก่อนฉันตามใจลูกมากเกินไป ไม่กล้าบังคับลูกแล้วล่ะก็ ไม่แน่ว่าป่านนี้ยัยแบมอาจจะเป็นฝั่งเป็นฝาแต่งงานมีครอบครัวไปแล้วก็ได้"
"เอ่อ แต่ท่านเจ้าสัวครับผมว่า..อันที่จริงแล้วสิ่งที่แบมทำ มันก็ไม่ได้ถึงกับหนักหนาสาหัสอะไรหรอกนะครับ เธอก็เป็นของเธอแบบนี้มานานแล้ว ผมว่าคุณท่าน เอ่อ อย่าไปบังคับเธอเลยครับ" ขอพูดเอาไว้ก่อน แม้ว่าจะยังคิดไม่ตกว่าตัวเองต้องรู้สึกอย่างไร แต่สมองสั่งให้พูดคำพวกนี้ออกไปเขาก็เลยต้องพูด
"นี่ดิมยังจะบอกว่าสิ่งที่ยัยแบมทำมันยังไม่หนักหนาอีกอย่างงั้นเหรอ บุกเข้าไปตบตีคนอื่นในที่สาธารณะ ไม่รู้จักหักห้ามอารมณ์ตัวเอง ทั้งๆที่ก็รู้ว่าตัวเองเป็นใคร โดนทั้งฉันและดิมตามใจให้ท้ายเสียจนเคยตัว เห็นทีว่าฉันคงจะปล่อยให้ยัยแบมเป็นแบบนี้อีกต่อไปไม่ได้"
"คือ..คุณท่านครับ ผมว่าเรื่องนี้เราน่าจะลองค่อยๆคุยกันดูดีๆก่อนดีกว่านะครับ"
"ไม่ล่ะ เย็นนี้ฉันนัดให้อคิณเข้ามาทานข้าวด้วยที่บ้านแล้ว ถึงเวลาที่ยัยแบมควรต้องหัดที่จะต้องมองผู้ชายคนอื่นบ้าง ไม่ใช่เอาแต่ยึดติดอยู่กับดิม ทั้งๆที่ยัยแบมเองก็รู้ว่าดิมน่ะมีคนรักอยู่แล้ว เอาแต่สร้างความรำคาญอกรำคาญใจให้ดิมไม่ได้หยุดได้หย่อน แค่งานที่บริษัทก็วุ่นวายมากพอ นี่ดิมยังจะต้องมาคอยรับมือความเอาแต่ใจของยัยแบมอีก เรื่องนี้ฉันคงยอมให้ยัยแบมทำอย่างนั้นต่อไปไม่ได้หรอก ดิมอย่าได้คิดที่จะหาช่วยยัยแบบเลย"
"เอ่อ คุณท่านครับ คือว่าอันที่จริง ผมก็ไม่ได้.."
ในจังหวะที่ดรัณภพเองก็กำลังอึกอักและพยายามอยากจะอธิบายบอกกับเจ้าสัวมีชัยว่าตัวเขาเองไม่ได้อยากให้ท่านทำแบบนั้นกับบุรารีเลยแม้แต่น้อย แต่แล้วจู่ๆคนที่กำลังตกอยู่ในหัวข้อสนทนาก็โผล่เข้ามาเผชิญหน้าอย่างเงียบเชียบและไม่บอกกล่าว
"คุณพ่ออยากจะให้แบมคบหาและก็แต่งงานกับพี่อคิณจริงๆใช่ไหมคะ ก็ได้ค่ะ แบมจะตามที่คุณพ่อบอก"
ใบหน้าสวยยืนเชิดนิ่งอยู่ด้านหลังโซฟาที่ดรัณภพและเจ้าสัวมีชัยใช้นั่งคุยกัน พอได้ยินว่าเป็นเสียงตอบรับที่ตนคุ้นเคย ดรัณภพก็รีบหันกลับไปมองด้วยความตกใจเมื่อได้ยินว่าเธอไม่ได้คิดที่จะคัดค้าน
บุรารีเดินอ้อมเข้ามาด้านหน้า ก่อนจะหย่อนกายนั่งลงไปบนโซฟาตัวเดียวกับเขา หากแต่ดวงตากลมโตคู่สวยคู่นั้นที่เคยมองมาที่เขาด้วยความสดใสกลับว่างเปล่า เธอไม่ได้มองมาที่เขาเลยแม้แต่น้อย ไม่แม้กระทั่งชำเลืองมองหรือกล่าวทักทายอย่างที่เคยทำ จนคนมองนั้นได้แต่ใจหาย
ดูท่าแล้วคราวนี้บุรารีคงจะเอาจริง เรื่องที่เธอบอกว่าต่อไปนี้จะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกที่เธอมีท่าทีห่างเหินกับเขาแบบนี้ มันคงจะถือว่าเป็นเรื่องที่ดีแล้วใช่ไหม หากบุรารีได้คบหาและแต่งงานกับคนที่เจ้าสัวมีชัยพึ่งบอกไป เพราะว่าผู้ชายคนนั้นคือคนที่คู่ควรกับเธอดีมากกว่า..เขา
"ถ้าแบมตกลงง่ายๆตามที่พูดมาจริงๆก็ดี อย่างน้อยพ่อก็จะได้เบาใจว่าต่อไปนี้ลูกจะไม่ไปยุ่งวุ่นวายสร้างความลำบากใจให้กับพี่ดิมเขาอีก แล้วก็เรื่องหนูไปอาละวาดใส่แฟนพี่เขา ถึงแม้ว่าพี่ดิมและแฟนเขาจะไม่ติดใจเอาความอะไร แต่ลูกก็ทำให้มันเสื่อมเสียชื่อเสียมาถึงตระกูลเราอยู่ดี แบมทำตัวแบบนี้เคยคิดบ้างไหมว่าคนอื่นเขาจะมองลูกยังไง" เจ้าสัวมีชัยได้ทีก็ถือโอกาสตักเตือนลูกสาวเอาเสียยกใหญ่ เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่เธอจะนิ่ง นานๆทีที่บุรารีจะยอมนั่งเฉยรับฟังโดยที่ไม่ตอบกลับอะไร
"คุณพ่อไม่ต้องห่วงหรอกค่ะว่าต่อไปนี้แบมจะไปสร้างความลำบากวุ่นวายใจให้ใครเขาอีก แบมพอแล้ว"
บุารารียังคงพูดออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย สายตามองหลุบต่ำลงไปยังพื้นกระเบื้องขัดเงาด้านหน้าของบิดา ไม่แม้แต่ว่าจะเงยขึ้นมามองใคร
"งั้นก็ดี เย็นนี้พ่อนัดอคิณเอาไว้แล้ว พี่เขาเองก็ชอบพอในตัวลูกมาตั้งนาน ต่อไปก็ให้เริ่มที่จะเรียนรู้ซึ่งกันและกันไป"
"ค่ะ"
บุรารีเอ่ยตอบรับบิดาออกมาเสียงเบา หลายวันมานี้ที่เขาไม่ได้มาเจอ ไม่รู้ว่าเธอมีเรื่องอะไรให้ไม่สบายใจอะไรตรงไหนหรือเปล่าเขาเองก็ไม่กล้าที่จะถาม แต่ถ้าจะให้เดาแล้ว ดรัณภพคิดว่าบุรารีคงจะยังไม่หายโกรธเขาเรื่องนั้น เพราะไม่เช่นนั้นเธอคงจะโทรตามไปยอแยเขาแล้ว ไม่ใช่นิ่งเฉยขนาดนี้
หลังจากที่คุยกันจบ ท่านเจ้าสัวมีชัยก็ได้ขอตัวขึ้นไปพักผ่อน ปล่อยให้เขากับบุรารีนั่งเผชิญหน้าอยู่ด้วยกันเพียงลำพังอย่างนั้น และเป็นตัวเขาเองที่อดทนนิ่งเฉยต่อไปไม่ไหว จำเป็นและจำใจที่จะต้องเอ่ยปากถามคนตรงหน้าออกไปด้วยความเป็นห่วง
"แบมยังโกรธพี่อยู่หรอ"
คงใช่..เพราะบุรารีนิ่งเงียบและไม่ตอบ แล้วต่อจากนั้นเธอก็ลุกเดินออกไปจากตรงนั้นไปเฉยๆ จนดรัณภพเห็นท่าทีนั้นแล้วก็อดจะหมั่นเขี้ยวบวกกับกระวนกระวายใจไม่ได้ จึงรีบลุกตามออกไปอย่างไว เพื่อที่จะได้เข้าไปดึงแขนเรียวนั่นเอาไว้ได้ทัน
"ตกลงจะไม่คุยกันอีกแล้วใช่ไหม"
"ปล่อย มีสิทธิ์อะไรมาถูกเนื้อต้องตัวแบมแบบนี้ ลืมไปแล้วหรือไงว่าสถานะของพี่คือใคร" บุรารีแหวกลับมาทันทีที่ถูกดึงด้วยสีหน้าเอาเรื่อง ส่วนคนที่ตามไปดึงก็ได้แต่ขมวดคิ้วเข้มอย่างเหลืออด
"อย่ามาทำตัวเป็นเด็กๆหน่อยเลยได้ไหม"
"ต่อให้แบมจะทำตัวเป็นเด็กหรือว่าเป็นผู้ใหญ่ มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพี่ดิมอยู่ดี หลบไป"
แม้ว่าจะถูกบุรารีสั่งว่าให้เว้นระยะห่างจากเธอนับตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปแล้ว หากแต่ดรัณภพก็ยังคงทำเป็นเหมือนทองไม่รู้ร้อน วันทั้งวันนั้นเขายังคงปักหลักอยู่ในคฤหาสน์แบบไม่ยอมที่จะออกไปไหน อยู่รอจนกระทั่งถึงเวลานัดหมายในตอนเย็น เพื่อรอแขกที่เจ้าสัวมีชัยนัดให้เดินทางมาถึง"อ้าวดิม ไปไงมาไงถึงได้มาที่นี่ได้" บุรินทร์ทักขึ้นเมื่อเข้ามาเห็นว่าดรัณภพนั่งดูทีวีอยู่ที่โซฟารับแขก"พอดีท่านเจ้าสัวเรียกเข้ามาคุยเมื่อตอนกลางวัน แล้ววันนี้ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องไปทำที่ไหน ก็เลยว่าจะอยู่ขอกินข้าวเย็นด้วยน่ะ""หึ แล้วคุณพ่อเรียกนายมาคุยเรื่องอะไรล่ะ ใช่เรื่องที่ยัยแบมก่อเอาไว้หรือเปล่า" บุรินทร์ถามคนที่โตมาด้วยกันจนถือว่าเป็นดั่งคนในครอบครัวยิ้มๆ เมื่อพอที่จะคาดเดาถึงเรื่องที่น้องสาวของตัวเองก่อเอาไว้ได้"ก็ตามนั้นแหละ แต่คราวนี้ท่านเจ้าสัวอยากที่จะลงโทษแบมด้วย ก็เลย...""คิดจะหาแฟนให้ยัยแบม""อื้ม แกเองก็คงรู้แล้วใช่ไหมว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร""คุณพ่อบอกฉันแล้ว ทีนี้แกก็เลยต้องมานั่งเศร้าเป็นหมาหงอย อยู่เพื่อคอยเฝ้าดูสถานการณ์อยู่อย่างนี้ใช่ไหมวะ" บุรินทร์เลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามเมื่อเห็นหน้าคนที่ทำเป็นเก๊
หลังจากที่ทานมื้อเย็นกันจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว อคิณก็ถือโอกาสขออนุญาตเจ้าสัวมีชัยพาบุรารีออกไปเที่ยว โดยอ้างว่าวันนี้พื่อนเขามีเปิดร้านอาหารกึ่งบาร์แถวๆนี้ จึงอยากขออนุญาตพาบุรารีออกไปด้วยแน่นอนว่าท่านเจ้าสัวเองไม่ได้ขัด ส่วนบุรารีก็ดูเหมือนว่าจะเต็มอกเต็มใจที่อยากจะออกไปกับชายผู้นั้นเสียเหลือเกิน ส่วนคนที่ฟังแล้วดูเหมือนว่าจะไม่ชอบอกชอบใจเอาเสียเลยก็น่าจะเป็นดรัณภพเสียมากกว่าจังหวะที่บุรารีขอกลับขึ้นไปแต่งตัวและอคิณเองก็ยังนั่งคุยกับท่านเจ้าสัวและบุรินทร์อยู่บนโต๊ะอาหาร คนที่กำลังร้อนอกร้อนใจไม่อยากให้บุรารีออกไปจึงทำทีว่าขอตัวเพื่อไปเข้าห้องน้ำ แน่นอนว่าเขาโกหก เป้าหมายของเขาคือห้องที่อยู่บนชั้นสองของคฤหาสน์หลังนี้ต่างหาก ดรัณภพแอบเดินย่องขึ้นบันไดไปอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่ผ่ามือใหญ่จะบิดไปตรงลูกบิดประตูห้องที่เป็นเป้าหมายและมันก็ถูกเปิดออกอย่างง่ายดายและกดล็อกสายตามองไปตามทางที่มีเสียงน้ำไหลดังออกมาจากห้องน้ำ ก่อนต้นขายาวๆจะก้าวพาตัวเองไปนั่งลงบนเตียงขนาดใหญ่กลางห้องเพื่อรอจังหวะ ทันทีที่ประตูห้องน้ำเปิดออก ดรัณภพก็รีบลุกก้าวเดินไป แน่นอนว่าพอบุรารีเปิดประตูออกมาก็ได้แต่ตกใจและทำ
เสียงครางแหบพร่าและต่ำทุ้มที่ดังเล็ดลอดออกมาจากคนที่กำลังนั่งเงยหน้าและหลับตาพริ้มนั้นสร้างความหมั่นไส้แต่ก็แอบปนความพออกพอใจให้บุรารีอยู่ไม่น้อยดรัณภพกำลังเสียว ลำเอ็นท่อนโตของเขาแข็งเกร็งจนเกิดเส้นเลือดปูดโปนคับไปทั้งปากนุ่ม แม้ว่าบุรารีจะอยากเงยหน้าขึ้นมาชำเรืองมองหลายต่อหลายหน แต่ก็ถูกฝ่ามือใหญ่กดศรีษะของเธอให้มุดต่ำลงไปจนแทบจะมิดด้ามทุกที"เมื่อยปากหน่อยนะ พอดีว่าของพี่ใหญ่"ไอ้หมั่นไส้น่ะเธอก็หมั่นไส้จริงๆ แต่บุรารีก็เถียงออกไปไม่ได้ว่าสิ่งที่ดรัณภพพูดมานั้นมันไม่ใช่เรื่องโกหกใช่..เขา 'ใหญ่' เธอไม่เถียง ส่วนตัวเธอไม่รู้หรอกว่าขนาดของผู้ชายคนอื่นที่ว่าใหญ่นั้นมันจะสักแค่ไหน แต่จากที่ประเมินได้ทางสายตาและนำขนาดไปนึกเทียบกับพระเอกในหนังผู้ใหญ่ที่เคยดูมา ทั้งขนาดของไซส์และสีผิวของดรัณภพนั้นงดงามราวกับพวกฝรั่งอะไรไปทางนั้นถามจากส่วนลึกว่าเธอรู้สึกพอใจไหมกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้ บอกเลยว่าพอใจมาก แต่การกระทำและเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ต่างหากที่เธอไม่พอใจสิ่งที่ดรัณภพทำกำลังสร้างความสับสนและไม่พึงพอใจให้กับเธอเป็นอย่างมาก ในเมื่อเขาเองที่เป็นคนอยากผลักไสเธอมาตลอด ก็ตอนนี้
ภายในรถยนต์คันหรูที่จอดซุ่มดูสถานการณ์อยู่ฝั่งตรงข้ามถนน กำปั้นใหญ่ถูกบีบเข้าหากันจนแน่นก่อนที่มันจะถูกทุบลงไปบนพวกมาลัยด้านหน้าอย่างแรงไปอยู่หลายที ยามเมื่อสายตามองถนนข้ามฝั่งไปเห็นภาพที่บุรารีถูกอคิณกอดเอวเดินปลิวหายเข้าไปด้านใน"คนอะไรไม่รู้จักมีความละอาย มาเที่ยวกับผู้ชายวันแรกก็ยอมให้เขาเตะเนื้อต้องตัวละ"ดรัณภพหายใจกระฟึดกระฟัดด้วยความโกรธที่บุรารียอมให้ผู้ชายที่พึ่งจะพากันมาเดตตั้งแต่วันแรกได้ถูกเนื้อต้องตัวมากถึงเพียงนี้ ถึงแม้ว่าการเดตครั้งนี้มันจะเป็นการเห็นดีจากบิดาของเธอเองก็เถอะ แต่อย่างไรเสียบุรารีก็ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงไม่ได้แล้ว เขาคงทนนั่งรออยู่ในรถแบบนี้อีกต่อไปไม่ไหว คงต้องขอตามเข้าไปดูจนถึงข้างในเสียหน่อยว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกบ้าง เพราะถ้าเผื่อว่าข้างในมันเกิดมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากล เขาจะได้ถือโอกาสพาตัวบุรารีออกไปจากที่นี่ได้ทันจากตอนแรกที่ทำเพียงแค่แอบขับรถตามมาอย่างไกลๆ ไปๆมาๆ ดรัณภพก็พาตัวเองเข้ามายังสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนและเสียงเพลงดังสนั่นเป็นที่เรียบร้อย พอเดินเข้ามา ยังไม่ทันที่จะได้หาโต๊ะนั่งสายตาก็สอดส่องหาบุรารีอย่างว่องไว แต่มองหายังไงก็ยังไม่เจ
เดินไปเอากับพี่ที่รถอย่างนั้นหรอ..ทำไมประโยคมันฟังแล้วถึงกับรู้สึกแปลกๆจังนะ แต่ด้วยความที่ว่าไหนๆเธอก็อยากชิ่งไปจากที่นี่จะแย่ด้วยแล้ว จึงทำให้บุรารีตัดสินใจเดินตามดรัณภพออกไปด้านนอกโดยที่ไม่มีการคิดคัดค้าน ขอแค่ให้เธอได้ออกไปให้พ้นๆจากตรงนี้ก็พอดรัณภพเดินนำเธออกจากสถานที่นั้นตรงมายังรถของเขาที่จอดอยู่ด้วยความโมโหระดับร้อยล้านพันล้าน อารมณ์ความโกรธของเขาเรียกว่าแทบอยากจะจับบุรารีมันเขย่าเสียจนให้หัวสั่นหัวโยกหัวคลอนไปเลยก็ว่าได้พอเดินมาถึงก็กดรีโมทรถยนต์ให้ส่งสัญญาณ หากแต่ว่าตัวเขากลับกลับยืนกอดอกมองเธออยู่อย่างนั้น จนบุรารีสงสัย"ไหนล่ะคะถุงยาง เอามาค่ะแบมจะรีบกลับเข้าไปข้างใน ป่านนี้พี่อคิณรอแย่แล้ว"กรี๊ด..อยากตบปากตัวเองว่าทำไมถึงได้พูดอะไรบ้าๆแบบนั้นออกไป พึ่งจะหลบออกมาได้แล้วแท้ๆยังจะมีหน้ามาพูดว่าจะรีบกลับเข้าไปด้านในอีก นี่เธอเอาสมองส่วนไหนคิดนะบุรารี"ถุงยางอยู่ในเก๊ะตรงคอนโซลหน้ารถ แบมเปิดแล้วหยิบออกมาสิ พี่อยากจะขอยืนสูบบุหรี่เสียหน่อย"ดรัณภพยืนบอกน้ำเสียงเรียบ หากแต่ภายในใจกำลังเดือดปุดคิดหาทางจัดการคนเก่งเสียให้ควัก "แล้วแบมรู้หรอว่าเขาใส่ไซส์ไหน ใช่ใส่ไซส์เดียวกันกับ
ทันทีที่บานประตูถูกปิดล็อกลง ร่างทั้งร่างของบุรารีก็ถูกดรัณภพดึงเข้ามาประกบปิดปาก ตัวเธอถูกเขาดันจนแนบชิดติดไปกับฝาผนังและพยายามตะบี้ตะบันจูบบุรารีตกใจมากกับการกระทำนี้ นึกไม่ถึงว่าอยู่ๆดรัณภพที่เธอเคยรู้จัก คนที่ตั้งมั่นในปณิธานอันแน่วแน่ของตัวเองว่าจะไม่มีทางล่วงเกินเธอ เวลานี้กลับกำลังพยายามปล้ำจูบเธออย่างดุเดือด"อี้อิม อ่อยๆ ปละปล่อยแบมก่อนค่ะ นี่พี่เป็นอะไรไป""พี่ก็กำลังทำหน้าที่ตอบสนองความต้องการให้แบมไง ถึงขนาดว่าเดินมาขอถุงยางกับพี่ขนาดนี้ แสดงว่าคงต้องการมาก หรือว่าเมื่อตอนเย็นที่พี่ทำให้เสร็จไปจะยังไม่เต็มอิ่ม เห็นว่าที่ผ่านมาแบมอยากกินพี่นักไม่ใช่หรอ ตอนนี้พี่ยอมทำแบบนั้นให้แบมแล้วไง จะมัวมาร้องค้านไปทำไม"อะไรนะ..เมื่อกี้ดรัณภพใช้คำว่าอะไรบ้าง 'ยอมทำ' บางแหละ 'ทำหน้าที่' บ้างแหละ 'สนองความต้องการ' อีกต่างหาก เเสดงว่าเมื่อก่อนนี้เขาเคยจำใจยังไง ตอนนี้ก็คงจะยังไม่แตกต่าง ยิ่งพาให้ความรู้สึกน้อยใจพากันประดังประเดเข้ามา ถมเข้ามาจนใจเธอปวด มันจะเคยมีสักครั้งบ้างไหมนะที่ดรัณภพจะรู้สึกดีกับเธอจากใจจริง เคยมีบ้างไหมที่เขารู้สึกอยากที่จะใกล้ชิดสัมผัสเธอแบบที่ผู้ชายกับผู้หญิงที่ร
บุรารียังคงยืนแอ่นก้นให้งอนๆขึ้นเพื่อรองรับการตอกอัดที่สวนแทรกเข้ามาอยู่เรื่อยๆ สองมือแนบชิดฝาผนังเอาไว้แน่น ยามที่ดรัณภพกระแทกเข้ามาเมื่อใดก็เกิดความรู้สึกเสียวจนแทบจะขาดใจไปหมด "อ๊า พี่ดิมขาเเบมเสียวเหลือเกิน""ได้กินพี่สมใจแล้ว หวังว่าพี่คงจะไม่ทำให้แบมผิดหวังนะครับ""มะ ไม่เลยค่ะ แค่นี้แบมก็แทบจะสำลักความสุขตายอยู่แล้ว""งั้นหันหน้ามาทีสิครับ ขอพี่เอาเน้นๆแรงๆด้านหน้าหน่อย"จากนั้นดรัณภพก็ถอดชักท่อนความแข็งแกร่งของตัวเองออกไป ก่อนจะสอดใส่กลับเข้ามาใหม่เมื่อได้จับบุรารีหันหน้ามาแล้วยกเรียวขาข้างหนึ่งของเธอขึ้น""อ่าส์แบมครับ รูแบมช่างแน่นดีจริงๆ""แบมก็เสียวเหลือเกินค่ะพี่ดิมขา"บุรารีครางไปอ้อนไป ทำเอาดรัณภพทนเสียวจนแทบจะไม่ไหวจึงได้ประกบปิดปากหวานนั้นเอาไว้ด้วยจูบ ลิ้นร้อนทำหน้าที่กวาดต้อนซุกซอนไปทั่วโพรงปาก ในขณะที่เอวด้านล่างก็ขยับซอย พลอยให้มือส่วนด้านบนบีบเฟ้นเสียจนรุนแรง จนเนื้อบริเวณเต้างามแดงขึ้นเป็นรอยสองร่างกายสอดประสานกันแนบชิด ดรัณภพขยับกระแทกแรงขึ้นทุกเมื่อที่บุรารีจิกเล็บคมๆลงไปบนแผ่นหลัง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังตับๆลั่นห้อง ปลุกปั่นเปลวคลื่นพิศวาสให้โหมกระพือจนแทบจ
หลังจากตื่นเช้ามาดรัณภพก็ยังคงขอทำหลานให้บิดาเธอแข่งกับบุรินทร์ไปอีกสองรอบ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนบ่ายถึงได้ยอมขับรถพาเธอไปส่งบ้าน ระหว่างทางบุรารีจับโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็แปลกใจที่เมื่อคืนอคิณไม่ได้โทรมาตามหาเธอเลยแม้แต่สายเดียว นี่เขาไม่คิดสงสัยบ้างเลยหรือว่าเธอหายออกไปไหน แล้วความสงสัยทั้งหมดก็ได้รับความกระจ่างเมื่อเธอกลับมาถึงบ้าน ทันทีที่เดินเข้าไปข้างใน ก็พบกับพี่ชายและพี่สะใภ้นั่งชิบชายามบ่ายอยู่กับบิดาที่ในสวนทันทีที่เธอและดรัณภพเข้ามาถึง สามคู่สายตาก็พากันหันมามองทางเธอและดรัณภพเป็นตาเดียว ยิ่งดรัณภพจับมือเธอเอาไว้แน่นอยู่อย่างนี้ พอคริมาเห็นก็แอบยิ้มจนเธอรู้สึกเขินก็อย่างว่า เธอกับดรัณภพพึ่งจะพากันไปทำเรื่องทำราวบางอย่างมา ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาตอนนี้มันเหมือนราวกับว่าเธอเองกำลังมีชนักติดหลังยังไงยังงั้น ยิ่งพอได้เห็นคริมามองมาหาเธอแล้วอมยิ้มแบบนี้ บุรารีก็ยิ่งอดสงสัยไม่ได้ว่าคริมาหมายความว่ายังไงกัน ราวกับว่าเพื่อนสนิทที่ควบตำแหน่งพี่สะใภ้นั้นรู้อะไรอยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า"พี่อคิณโทรหาพี่ บอกว่าเมื่อคืนถูกแกทิ้งไว้ที่นั่น แล้วแกก็ขึ้นรถกลับไปกับเจ้าดิม""เอ่อ คือว่าเมื่อคืน
หลังจากตื่นเช้ามาดรัณภพก็ยังคงขอทำหลานให้บิดาเธอแข่งกับบุรินทร์ไปอีกสองรอบ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนบ่ายถึงได้ยอมขับรถพาเธอไปส่งบ้าน ระหว่างทางบุรารีจับโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็แปลกใจที่เมื่อคืนอคิณไม่ได้โทรมาตามหาเธอเลยแม้แต่สายเดียว นี่เขาไม่คิดสงสัยบ้างเลยหรือว่าเธอหายออกไปไหน แล้วความสงสัยทั้งหมดก็ได้รับความกระจ่างเมื่อเธอกลับมาถึงบ้าน ทันทีที่เดินเข้าไปข้างใน ก็พบกับพี่ชายและพี่สะใภ้นั่งชิบชายามบ่ายอยู่กับบิดาที่ในสวนทันทีที่เธอและดรัณภพเข้ามาถึง สามคู่สายตาก็พากันหันมามองทางเธอและดรัณภพเป็นตาเดียว ยิ่งดรัณภพจับมือเธอเอาไว้แน่นอยู่อย่างนี้ พอคริมาเห็นก็แอบยิ้มจนเธอรู้สึกเขินก็อย่างว่า เธอกับดรัณภพพึ่งจะพากันไปทำเรื่องทำราวบางอย่างมา ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาตอนนี้มันเหมือนราวกับว่าเธอเองกำลังมีชนักติดหลังยังไงยังงั้น ยิ่งพอได้เห็นคริมามองมาหาเธอแล้วอมยิ้มแบบนี้ บุรารีก็ยิ่งอดสงสัยไม่ได้ว่าคริมาหมายความว่ายังไงกัน ราวกับว่าเพื่อนสนิทที่ควบตำแหน่งพี่สะใภ้นั้นรู้อะไรอยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า"พี่อคิณโทรหาพี่ บอกว่าเมื่อคืนถูกแกทิ้งไว้ที่นั่น แล้วแกก็ขึ้นรถกลับไปกับเจ้าดิม""เอ่อ คือว่าเมื่อคืน
บุรารียังคงยืนแอ่นก้นให้งอนๆขึ้นเพื่อรองรับการตอกอัดที่สวนแทรกเข้ามาอยู่เรื่อยๆ สองมือแนบชิดฝาผนังเอาไว้แน่น ยามที่ดรัณภพกระแทกเข้ามาเมื่อใดก็เกิดความรู้สึกเสียวจนแทบจะขาดใจไปหมด "อ๊า พี่ดิมขาเเบมเสียวเหลือเกิน""ได้กินพี่สมใจแล้ว หวังว่าพี่คงจะไม่ทำให้แบมผิดหวังนะครับ""มะ ไม่เลยค่ะ แค่นี้แบมก็แทบจะสำลักความสุขตายอยู่แล้ว""งั้นหันหน้ามาทีสิครับ ขอพี่เอาเน้นๆแรงๆด้านหน้าหน่อย"จากนั้นดรัณภพก็ถอดชักท่อนความแข็งแกร่งของตัวเองออกไป ก่อนจะสอดใส่กลับเข้ามาใหม่เมื่อได้จับบุรารีหันหน้ามาแล้วยกเรียวขาข้างหนึ่งของเธอขึ้น""อ่าส์แบมครับ รูแบมช่างแน่นดีจริงๆ""แบมก็เสียวเหลือเกินค่ะพี่ดิมขา"บุรารีครางไปอ้อนไป ทำเอาดรัณภพทนเสียวจนแทบจะไม่ไหวจึงได้ประกบปิดปากหวานนั้นเอาไว้ด้วยจูบ ลิ้นร้อนทำหน้าที่กวาดต้อนซุกซอนไปทั่วโพรงปาก ในขณะที่เอวด้านล่างก็ขยับซอย พลอยให้มือส่วนด้านบนบีบเฟ้นเสียจนรุนแรง จนเนื้อบริเวณเต้างามแดงขึ้นเป็นรอยสองร่างกายสอดประสานกันแนบชิด ดรัณภพขยับกระแทกแรงขึ้นทุกเมื่อที่บุรารีจิกเล็บคมๆลงไปบนแผ่นหลัง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังตับๆลั่นห้อง ปลุกปั่นเปลวคลื่นพิศวาสให้โหมกระพือจนแทบจ
ทันทีที่บานประตูถูกปิดล็อกลง ร่างทั้งร่างของบุรารีก็ถูกดรัณภพดึงเข้ามาประกบปิดปาก ตัวเธอถูกเขาดันจนแนบชิดติดไปกับฝาผนังและพยายามตะบี้ตะบันจูบบุรารีตกใจมากกับการกระทำนี้ นึกไม่ถึงว่าอยู่ๆดรัณภพที่เธอเคยรู้จัก คนที่ตั้งมั่นในปณิธานอันแน่วแน่ของตัวเองว่าจะไม่มีทางล่วงเกินเธอ เวลานี้กลับกำลังพยายามปล้ำจูบเธออย่างดุเดือด"อี้อิม อ่อยๆ ปละปล่อยแบมก่อนค่ะ นี่พี่เป็นอะไรไป""พี่ก็กำลังทำหน้าที่ตอบสนองความต้องการให้แบมไง ถึงขนาดว่าเดินมาขอถุงยางกับพี่ขนาดนี้ แสดงว่าคงต้องการมาก หรือว่าเมื่อตอนเย็นที่พี่ทำให้เสร็จไปจะยังไม่เต็มอิ่ม เห็นว่าที่ผ่านมาแบมอยากกินพี่นักไม่ใช่หรอ ตอนนี้พี่ยอมทำแบบนั้นให้แบมแล้วไง จะมัวมาร้องค้านไปทำไม"อะไรนะ..เมื่อกี้ดรัณภพใช้คำว่าอะไรบ้าง 'ยอมทำ' บางแหละ 'ทำหน้าที่' บ้างแหละ 'สนองความต้องการ' อีกต่างหาก เเสดงว่าเมื่อก่อนนี้เขาเคยจำใจยังไง ตอนนี้ก็คงจะยังไม่แตกต่าง ยิ่งพาให้ความรู้สึกน้อยใจพากันประดังประเดเข้ามา ถมเข้ามาจนใจเธอปวด มันจะเคยมีสักครั้งบ้างไหมนะที่ดรัณภพจะรู้สึกดีกับเธอจากใจจริง เคยมีบ้างไหมที่เขารู้สึกอยากที่จะใกล้ชิดสัมผัสเธอแบบที่ผู้ชายกับผู้หญิงที่ร
เดินไปเอากับพี่ที่รถอย่างนั้นหรอ..ทำไมประโยคมันฟังแล้วถึงกับรู้สึกแปลกๆจังนะ แต่ด้วยความที่ว่าไหนๆเธอก็อยากชิ่งไปจากที่นี่จะแย่ด้วยแล้ว จึงทำให้บุรารีตัดสินใจเดินตามดรัณภพออกไปด้านนอกโดยที่ไม่มีการคิดคัดค้าน ขอแค่ให้เธอได้ออกไปให้พ้นๆจากตรงนี้ก็พอดรัณภพเดินนำเธออกจากสถานที่นั้นตรงมายังรถของเขาที่จอดอยู่ด้วยความโมโหระดับร้อยล้านพันล้าน อารมณ์ความโกรธของเขาเรียกว่าแทบอยากจะจับบุรารีมันเขย่าเสียจนให้หัวสั่นหัวโยกหัวคลอนไปเลยก็ว่าได้พอเดินมาถึงก็กดรีโมทรถยนต์ให้ส่งสัญญาณ หากแต่ว่าตัวเขากลับกลับยืนกอดอกมองเธออยู่อย่างนั้น จนบุรารีสงสัย"ไหนล่ะคะถุงยาง เอามาค่ะแบมจะรีบกลับเข้าไปข้างใน ป่านนี้พี่อคิณรอแย่แล้ว"กรี๊ด..อยากตบปากตัวเองว่าทำไมถึงได้พูดอะไรบ้าๆแบบนั้นออกไป พึ่งจะหลบออกมาได้แล้วแท้ๆยังจะมีหน้ามาพูดว่าจะรีบกลับเข้าไปด้านในอีก นี่เธอเอาสมองส่วนไหนคิดนะบุรารี"ถุงยางอยู่ในเก๊ะตรงคอนโซลหน้ารถ แบมเปิดแล้วหยิบออกมาสิ พี่อยากจะขอยืนสูบบุหรี่เสียหน่อย"ดรัณภพยืนบอกน้ำเสียงเรียบ หากแต่ภายในใจกำลังเดือดปุดคิดหาทางจัดการคนเก่งเสียให้ควัก "แล้วแบมรู้หรอว่าเขาใส่ไซส์ไหน ใช่ใส่ไซส์เดียวกันกับ
ภายในรถยนต์คันหรูที่จอดซุ่มดูสถานการณ์อยู่ฝั่งตรงข้ามถนน กำปั้นใหญ่ถูกบีบเข้าหากันจนแน่นก่อนที่มันจะถูกทุบลงไปบนพวกมาลัยด้านหน้าอย่างแรงไปอยู่หลายที ยามเมื่อสายตามองถนนข้ามฝั่งไปเห็นภาพที่บุรารีถูกอคิณกอดเอวเดินปลิวหายเข้าไปด้านใน"คนอะไรไม่รู้จักมีความละอาย มาเที่ยวกับผู้ชายวันแรกก็ยอมให้เขาเตะเนื้อต้องตัวละ"ดรัณภพหายใจกระฟึดกระฟัดด้วยความโกรธที่บุรารียอมให้ผู้ชายที่พึ่งจะพากันมาเดตตั้งแต่วันแรกได้ถูกเนื้อต้องตัวมากถึงเพียงนี้ ถึงแม้ว่าการเดตครั้งนี้มันจะเป็นการเห็นดีจากบิดาของเธอเองก็เถอะ แต่อย่างไรเสียบุรารีก็ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงไม่ได้แล้ว เขาคงทนนั่งรออยู่ในรถแบบนี้อีกต่อไปไม่ไหว คงต้องขอตามเข้าไปดูจนถึงข้างในเสียหน่อยว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกบ้าง เพราะถ้าเผื่อว่าข้างในมันเกิดมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากล เขาจะได้ถือโอกาสพาตัวบุรารีออกไปจากที่นี่ได้ทันจากตอนแรกที่ทำเพียงแค่แอบขับรถตามมาอย่างไกลๆ ไปๆมาๆ ดรัณภพก็พาตัวเองเข้ามายังสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนและเสียงเพลงดังสนั่นเป็นที่เรียบร้อย พอเดินเข้ามา ยังไม่ทันที่จะได้หาโต๊ะนั่งสายตาก็สอดส่องหาบุรารีอย่างว่องไว แต่มองหายังไงก็ยังไม่เจ
เสียงครางแหบพร่าและต่ำทุ้มที่ดังเล็ดลอดออกมาจากคนที่กำลังนั่งเงยหน้าและหลับตาพริ้มนั้นสร้างความหมั่นไส้แต่ก็แอบปนความพออกพอใจให้บุรารีอยู่ไม่น้อยดรัณภพกำลังเสียว ลำเอ็นท่อนโตของเขาแข็งเกร็งจนเกิดเส้นเลือดปูดโปนคับไปทั้งปากนุ่ม แม้ว่าบุรารีจะอยากเงยหน้าขึ้นมาชำเรืองมองหลายต่อหลายหน แต่ก็ถูกฝ่ามือใหญ่กดศรีษะของเธอให้มุดต่ำลงไปจนแทบจะมิดด้ามทุกที"เมื่อยปากหน่อยนะ พอดีว่าของพี่ใหญ่"ไอ้หมั่นไส้น่ะเธอก็หมั่นไส้จริงๆ แต่บุรารีก็เถียงออกไปไม่ได้ว่าสิ่งที่ดรัณภพพูดมานั้นมันไม่ใช่เรื่องโกหกใช่..เขา 'ใหญ่' เธอไม่เถียง ส่วนตัวเธอไม่รู้หรอกว่าขนาดของผู้ชายคนอื่นที่ว่าใหญ่นั้นมันจะสักแค่ไหน แต่จากที่ประเมินได้ทางสายตาและนำขนาดไปนึกเทียบกับพระเอกในหนังผู้ใหญ่ที่เคยดูมา ทั้งขนาดของไซส์และสีผิวของดรัณภพนั้นงดงามราวกับพวกฝรั่งอะไรไปทางนั้นถามจากส่วนลึกว่าเธอรู้สึกพอใจไหมกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้ บอกเลยว่าพอใจมาก แต่การกระทำและเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ต่างหากที่เธอไม่พอใจสิ่งที่ดรัณภพทำกำลังสร้างความสับสนและไม่พึงพอใจให้กับเธอเป็นอย่างมาก ในเมื่อเขาเองที่เป็นคนอยากผลักไสเธอมาตลอด ก็ตอนนี้
หลังจากที่ทานมื้อเย็นกันจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว อคิณก็ถือโอกาสขออนุญาตเจ้าสัวมีชัยพาบุรารีออกไปเที่ยว โดยอ้างว่าวันนี้พื่อนเขามีเปิดร้านอาหารกึ่งบาร์แถวๆนี้ จึงอยากขออนุญาตพาบุรารีออกไปด้วยแน่นอนว่าท่านเจ้าสัวเองไม่ได้ขัด ส่วนบุรารีก็ดูเหมือนว่าจะเต็มอกเต็มใจที่อยากจะออกไปกับชายผู้นั้นเสียเหลือเกิน ส่วนคนที่ฟังแล้วดูเหมือนว่าจะไม่ชอบอกชอบใจเอาเสียเลยก็น่าจะเป็นดรัณภพเสียมากกว่าจังหวะที่บุรารีขอกลับขึ้นไปแต่งตัวและอคิณเองก็ยังนั่งคุยกับท่านเจ้าสัวและบุรินทร์อยู่บนโต๊ะอาหาร คนที่กำลังร้อนอกร้อนใจไม่อยากให้บุรารีออกไปจึงทำทีว่าขอตัวเพื่อไปเข้าห้องน้ำ แน่นอนว่าเขาโกหก เป้าหมายของเขาคือห้องที่อยู่บนชั้นสองของคฤหาสน์หลังนี้ต่างหาก ดรัณภพแอบเดินย่องขึ้นบันไดไปอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่ผ่ามือใหญ่จะบิดไปตรงลูกบิดประตูห้องที่เป็นเป้าหมายและมันก็ถูกเปิดออกอย่างง่ายดายและกดล็อกสายตามองไปตามทางที่มีเสียงน้ำไหลดังออกมาจากห้องน้ำ ก่อนต้นขายาวๆจะก้าวพาตัวเองไปนั่งลงบนเตียงขนาดใหญ่กลางห้องเพื่อรอจังหวะ ทันทีที่ประตูห้องน้ำเปิดออก ดรัณภพก็รีบลุกก้าวเดินไป แน่นอนว่าพอบุรารีเปิดประตูออกมาก็ได้แต่ตกใจและทำ
แม้ว่าจะถูกบุรารีสั่งว่าให้เว้นระยะห่างจากเธอนับตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปแล้ว หากแต่ดรัณภพก็ยังคงทำเป็นเหมือนทองไม่รู้ร้อน วันทั้งวันนั้นเขายังคงปักหลักอยู่ในคฤหาสน์แบบไม่ยอมที่จะออกไปไหน อยู่รอจนกระทั่งถึงเวลานัดหมายในตอนเย็น เพื่อรอแขกที่เจ้าสัวมีชัยนัดให้เดินทางมาถึง"อ้าวดิม ไปไงมาไงถึงได้มาที่นี่ได้" บุรินทร์ทักขึ้นเมื่อเข้ามาเห็นว่าดรัณภพนั่งดูทีวีอยู่ที่โซฟารับแขก"พอดีท่านเจ้าสัวเรียกเข้ามาคุยเมื่อตอนกลางวัน แล้ววันนี้ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องไปทำที่ไหน ก็เลยว่าจะอยู่ขอกินข้าวเย็นด้วยน่ะ""หึ แล้วคุณพ่อเรียกนายมาคุยเรื่องอะไรล่ะ ใช่เรื่องที่ยัยแบมก่อเอาไว้หรือเปล่า" บุรินทร์ถามคนที่โตมาด้วยกันจนถือว่าเป็นดั่งคนในครอบครัวยิ้มๆ เมื่อพอที่จะคาดเดาถึงเรื่องที่น้องสาวของตัวเองก่อเอาไว้ได้"ก็ตามนั้นแหละ แต่คราวนี้ท่านเจ้าสัวอยากที่จะลงโทษแบมด้วย ก็เลย...""คิดจะหาแฟนให้ยัยแบม""อื้ม แกเองก็คงรู้แล้วใช่ไหมว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร""คุณพ่อบอกฉันแล้ว ทีนี้แกก็เลยต้องมานั่งเศร้าเป็นหมาหงอย อยู่เพื่อคอยเฝ้าดูสถานการณ์อยู่อย่างนี้ใช่ไหมวะ" บุรินทร์เลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามเมื่อเห็นหน้าคนที่ทำเป็นเก๊
หลังจากวันนั้นมาบุรารีก็ทำตัวเงียบกริบอย่างที่ว่า โดยเธอไม่คิดที่จะโทรไปตามหาหรือตามมารบกวนให้เขาได้วุ่นวายใจ ตั้งแต่ที่ดรัณภพได้รู้จักเธอมาบุรารีไม่เคยเป็นแบบนี้ กระทั่งรายการการโทรเข้าโทรออกในโทรศัพท์มือถือของเขาที่เคยมีแต่ชื่อเธอ แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับเงียบสนิทไปอย่างน่าใจหาย มันเงียบเกินไป จนดรัณภพเองอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ ยิ่งหลังจากนั้นมาอีกแค่ไม่กี่วันก็มีข่าวออกตามมาจริงๆ ว่าคุณหมอสาวลูกสาวทายาทเจ้าของโรงพยาบาลดังก่อเรื่องตบตีแย่งผู้ชายกลางห้าง เจ้ามีชัยจึงได้เรียกขอให้เขาเข้าไปหา"ฉันต้องขอโทษดิมมากด้วยจริงๆที่คราวนี้ยัยแบมก่อเรื่องรุนแรงจนหน้าอับอาย ลูกสาวฉันอายุอานามตั้งขนาดนี้ หน้าที่การงานก็มีแต่กลับมาทำให้ชื่อเสียงของครอบครัวและวงศ์ตระกลูเสียหาย""ไม่เป็นไรครับ""แล้วนี่แฟนดิมเขาเป็นอะไรมากหรือเปล่า บาดเจ็บอะไรตรงไหน""ลินไม่ได้เป็นอะไรมากครับท่าน แค่ตกใจนิดหน่อยเท่านั้น""อื้มเอาเถอะ งั้นต่อไปนี้ทั้งดิมและแฟนก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปนะ เห็นทีว่าเรื่องยัยแบมฉันคงต้องหาทางจัดการให้เด็ดขาด ที่ผ่านมาทุกคนตามใจยัยแบมมามากเกินไป จนทำให้ยัยแบมเสียนิสัยแบบนี้""คุณท่านหมายความว่า