“กองพล” ผู้สะกดคำว่า “อ่อนโยน” ไม่เป็น ส่วน “ใกล้รุ้ง” เธอผู้กำลังมีชีวิตที่สดใสหลังเรียนจบ แต่ก็ต้องมาเจอกับคน “โฉด” อย่างนายเหมืองกองพล แล้วเรื่องระหว่างทั้งคู่จะเป็นยังไง เมื่อเริ่มต้นด้วยการ “ฉุด!”
View Moreบ่ายโมงกว่าสองหนุ่มมาถึงหน้าห้องพักฟื้นของพี่ชายพร้อมกัน กองทัพยกยิ้มมุมปากทักทายพี่ชายคนรองเล็กน้อยพร้อมกับเปิดผลักประตูเข้าไปก่อน และตามมาด้วยกองบินที่เดินตามมา เมื่อเข้ามาในห้องก็เห็นพี่ชายกำลังลุกขึ้นจะเข้าห้องน้ำ แล้วทั้งสองก็รีบวิ่งไปช่วยประคองพี่ชายคนโตด้วยคิดว่าอาการหนัก แต่พอจับแขนของพี่ชายก็สะบัดมือของพวกเขาออก “ไม่ต้องมาจับกู กูไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่หัวแตกเว้ย!” กองพลบอกน้องชายทั้งสอง “เอ้า! ป้าบู่บอกมึงสาหัสปางตาย” กองบินเอ่ย “แล้วกูตายไหมล่ะ กูแค่หัวแตกเว้ย!” เขาตอบสวนกลับน้องชายคนรองทันที หึหึ “ไอ้เราก็อุตส่าห์ขับรถมาหา แม่งไม่ตายว่ะ!” กองทัพขำในลำคอพร้อมเอ่ยบ้าง “เออ! ไม่ตายง่ายหรอก แล้วทำไมมาพร้อมกันได้” กองพลถามทั้ง
พอจอดรถสนิทดับเครื่องยนต์ กองพลก็วิ่งไปหาความวุ่นวายตรงหน้าทันที ตอนนี้คนงานต่างพากันช่วยเหลือกันหนีตายจากภูเขาที่กำลังถล่มทับลงมา และพร้อมกับที่ไอ้เนตรลูกน้องของเขาขับรถเครื่องมาถึงจุดที่ระเบิดเช่นกัน “เกิดอะไรขึ้นไอ้เนตร” เขาถามทันที “ไม่ทราบครับนายเหมือง เหมือนว่ามีพวกไม่หวังดีมาแอบวางดินปืนแถวนี้เลยทำให้เหมืองเราระเบิด” ไอ้เนตรตอบเมื่อลูกน้องได้โทรไปรายงานหลังจากที่เกิดระเบิด “แล้วคนงานของเราเป็นอะไรไหม” “เห็นว่ามีคนติดอยู่ข้างในสามคนครับ กำลังขุดช่วยเหลือ” “อือ...เดี๋ยวกูไปช่วยเอง มึงพาคนงานของเราที่บาดเจ็บไปหาหมอ และหยุดการขุดเหมืองก่อน กูต้องรู้ให้ได้ว่าพวกไหน” เขาบอกสั่งไอ้เนตร “ครับนายเหมือง ผมว่ารอบนี้คงไม่พ้นกำนันชัดเหมือนเดิม”&
แอ๊ค! กองพลเปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมสั่งให้คนของตัวเองกลับ เพราะตอนนี้พวกมันไม่จำเป็นแล้ว พอเข้ามาในห้องก็มองไปยังเตียงขนาดเล็กสามฟุตครึ่งก็เห็นใกล้รุ้งนอนคว่ำหน้ากับหมอน แล้วปิดล็อกประตูเดินสาวเท้ายาวๆ ไปหาคนที่นอนหลับบนเตียงเพื่อปลุกให้เธอตื่น “รุ้ง...ฉันมาแล้ว” เขาหย่อนก้นนั่งเบียดคนที่นอนบนเตียงเล็ก เขย่าหัวไหล่เธอเบาๆ เพื่อปลุกให้เธอตื่น อือ! เธอครางอย่างรำคาญพร้อมปัดมือใหญ่ออกจากหัวไหล่ตัวเองพร้อมพลิกตัวเล็กน้อย “ตื่นได้แล้ว เราต้องกลับกำแพงเพชรกันทูนหัว” ครั้งนี้เขาก้มหน้าลงไปเอ่ยข้างหูเธอพร้อมกับขบเม้มติ่งหูเล็กน่าเอ็นดูด้วย “อ่ะ...อื้อ” เธอร้องครางเบาๆ เมื่อถูกเขากัดติ่งหู แต่ก็ไม่ยอมลืมตาตื่นขึ้นมา “ถ้าไม่ตื่น ฉันจะมีเซ็
พอได้คร่อมทับร่างน้อยที่แสนคิดถึง กองพลก็ไม่รอช้าจะเล้าโลมปลดเปลื้องชุดทำงานของเธอออก เขาเกลียดเสื้อผ้าพวกนี้ที่สุด เพราะมันทำให้เขาเสียเวลา เพียงเวลารวดเร็วเสื้อผ้าของเขาและของใกล้รุ้งก็ถูกถอดโยนทิ้งไปข้างเตียงเล็กอย่างไม่ไยดี เมื่อไร้เสื้อผ้าเขาก็ไม่อาจใจเย็นต่อไปได้ รีบกดกระแทกกายสอดเข้าในความคับแน่นของสาวเจ้าทันที “อ่ะ...อื้อ” ความใหญ่โตอัดแน่นเข้ามาในตัวเธอ ทำให้เธอรู้สึกเจ็บและแน่นท้อง แต่ก็เพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้น เมื่อเอวสอบเริ่มขยับโยกไหว ใกล้รุ้งพลิ้วไหวแอ่นเด้งตอบสนองกลับอย่างรู้งาน เธอไม่อาจปฏิเสธความเร่าร้อนของกองพลได้สักครั้ง เธอเองก็เกลียดตัวเองที่โหยหาปรารถนากายแกร่งอุ่นร้อนของเขา “อ่า...แน่นดีเป็นบ้าเด็กน้อยของผัว อื้ม...” เขาคำรามซ่านเสียวเมื่อกายแกร่งอุ่นร้อนกลางหว่างขาทำงานเสียดสีขูดเร่าร้อนในโพรงสวาทฉ่ำของใกล้รุ้ง “อ่ะ...ไม่ไหวแล้ว รุ้งไม่ไหวแล้วคุณหิน อ่า...พะ...พอก่อน ลึก อ่ะ...ลึกมาก อ่า...” ปากเธอกับร่างกายช่างส
ใกล้รุ้งกลับมาถึงหอพักก็สองทุ่มกว่า รุ่นพี่พาเธอไปทานก๋วยเตี๋ยวเรือร้านโปรดแถวรัชดา และกว่าจะขับรถมาถึงก็นะ รถติดมาก พอมาถึงเธอก็ให้เขาส่งแค่หน้าประตูรั้วของหอพัก เธอเดินเข้ามาเอง พอเดินมาถึงหน้าตึกก็ก้มหน้าเปิดล้วงกระเป๋าหาคีย์การ์ดเพื่อจะเข้าไปด้านใน แต่จังหวะที่ก้มค้นหาคีย์การ์ดนั้นก็ต้องสะดุ้งตัวแข็งเกร็งเมื่อเสียงคุ้นเคยดังรดหัวตัวเอง “เจอไหม?” “คะ...คุณหิน” เธอเอ่ยเรียกชื่อเขาออกมาเมื่อได้สติ “ใช่ ผัวเองเด็กน้อย เปิดเร็วๆ สิมารอตั้งนานแล้วนะ และไปไหนกันมา หรือไปแวะเอากับมันมาถึงได้มาช้า” เขาเริ่มหาเรื่องเธอทันทีเมื่อนึกถึงภาพที่เห็นก่อนหน้านี้ “อย่ามาพูดจาต่ำๆ กับรุ้งนะคะ และอีกอย่างมันเรื่องของรุ้งค่ะ คุณหินไม่มีสิทธิ์มาพูดแบบนี้กับรุ้ง เราไม่ได้เป็นอะไรกัน” เธอหยิบคีย์การ์ดออกมาจากกระเป๋าสะพายใบเล็กเมื่อหาเจอแล้วรีบแตะคีย์การ์ดเพื่อจะเปิดเข้าไปคนเดียว แต่ก็ไม่ทันเมื่อเขาดันประตูไว้แล้ว
หนึ่งอาทิตย์ที่กลับมาพักผ่อน แต่มันตรงกันข้ามมาก เพราะร่างกายเธอถูกเจ้าของเหมืองเอาเปรียบตลอดเวลาที่มีโอกาส เขาทำอะไรเอาแต่ใจตัวเอง เห็นแก่ตัว วันนี้แหละ เธอจะไปกรุงเทพฯ แล้ว จะไปทำงานไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ อยู่ที่นี่เธอก็เป็นแค่เพียงของเล่นใกล้มือของเขาเท่านั้นเอง “คะ พี่โอม” เธอล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋าออกมากดรับสายระหว่างนั่งรอเวลารถที่สถานีขนส่งออก ซึ่งก็เหลือแค่ยี่สิบนาทีก็จะได้ขึ้นรถแล้ว “กลับถึงกรุงเทพกี่โมงครับ ให้พี่ไปรอรับกลับที่ห้องพักไหมรุ้ง”โอมเอ่ยกรอกเสียงมาในสาย และเรื่องผู้ชายที่คุยสายกับเขาวันนั้น เขาก็ได้ถามหญิงสาวแล้ว เธอบอกว่าเป็นเสียงของเพื่อนสมัยเด็กที่ชอบแกล้งเธอเท่านั้นเอง และเขาก็เลือกที่จะเชื่อใกล้รุ้ง เพราะสงสัยไปก็มีแต่จะทำให้เขากลัดกลุ้มกังวลใจเอง จึงเลือกเชื่อที่รุ่นน้องคนสวยพูด “ไม่เป็นไรค่ะพี่โอม รุ้งนั่งรถกลับหอพักเองได้ค่ะ” เธอบอกชายหนุ่ม “งั
ว้าย!ด้วยความไม่ระวังและไม่คิดว่าจะมีใครมาฉุดตัวเองจากด้านหลังแบบนี้ จึงทำให้ร้องตกใจ แต่พอได้ยินเสียงที่ดังขึ้นข้างแก้มก็รู้ทันทีว่าเป็นใคร“ผัวเองทูนหัว” กองพลฉุดกอดเอวเล็กจากด้านหลังยกอุ้มเดินมาหลบที่มุมเสาเพื่อหลบสายตาผู้คน เพราะที่นี่ยังอยู่ในเขตของบ้านของเขาอยู่“ปล่อยรุ้งนะคุณหิน” เธอสั่งเขาพร้อมดิ้นตัวเองออกจากวงแขนแข็งแรงที่โอบกอดอยู่ด้านหลัง“ไม่ปล่อย งานที่กรุงเทพน่ะ งานอะไร ทำไมถึงอยากไปทำนัก ทำไมไม่มาทำงานที่เหมืองกับผัว” เขาถามทันที เพราะอยากรู้ว่ามันเป็นงานอะไร และอยากรู้ว่าหญิงสาวเรียนจบอะไรมา“อย่ามาพูดแบบนี้กับรุ้งนะคุณหิน คุณหินไม่ใช่ผัวรุ้ง”“อ้อ...ไม่ใช่ผัว แต่แตกข้างในเธอไม่รู้กี่รอบเนี่ยนะทูนหัว”เขาตอบสวนกลับพร้อมซุกปลายจมูกกับซอกคอระหง ความหอมของเธอทำให้เขารู้สึกตื่นตัว และตอนนี้ก็ต้องการหล่อนมาก อยากกระแทกแรงๆ ให้สมกับที่อดมาสองวัน ปกติเขาไม่เคยต้องอดเรื่องเซ็กซ์เลยสักครั้ง เวลาหิวขึ้นมาก็เข้าไปในเมือง แต่ไม่เข้าใจ ทำไมเขาถึงไม่คิดถึงพวกหล่อนที่เคยนอนด้วย แต่กลับนึกถึงแต่คนท
ผ่านมาสองวันแล้วที่แอบย่องออกมาจากบ้านหลังใหญ่มาบ้านพักคนงานที่เคยอาศัยอยู่กับพ่อแม่ตั้งแต่จำความได้ หรือตั้งแต่เธออยู่ในท้องของแม่ก็ว่าได้ หญิงสาวมองพ่อกับแม่ที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์กันที่ห้องรับแขกขนาดเล็กของบ้านพักคนงาน บ้านพักคนงานหลังนี้เป็นบ้านพักที่คุณเกษม พ่อของกองพลยกให้ เพราะพ่อกับแม่เธอเป็นคนงานเก่าแก่ที่อยู่กับท่านมานานเลยให้แยกออกมาจากคนงานคนอื่น “สละลอยแก้วมาแล้วค่ะ” คนที่หายไปทำสละลอยแก้วก็เดินเข้าไปหาท่านทั้งสองพร้อมถาดถ้วยสละลอยแก้วในมือสองสามถ้วย มีของตัวเองและของพ่อกับแม่ “เสร็จแล้วเหรอรุ้ง” กำปองถามลูกสาวที่นั่งลงข้างๆ โซฟาตัวเล็กที่นั่งกันสามคนพ่อแม่ลูกได้พอดี ใกล้รุ้งหยิบถ้วยสละลอยแก้วส่งให้แม่เพื่อยกให้พ่อและเธอก็ยกวางตรงหน้าแม่อีกหนึ่งถ้วยพร้อมถ้วยของตัวเองก็หยิบยกขึ้นมาตักทาน “อื้ม...อร่อยชื่นใจจังเลยค่ะ” เธอตักกินไปหนึ่งคำก็อดเอ่ยชมฝีมือตัวเองไม่ได้&n
“คุณหิน! คุณพูดแบบนั้นกับพี่โอมทำไมคะ และเนี่ยมาแย่งมือถือรุ้งทำไม” เธอถามเขาพร้อมแย่งโทรศัพท์ในมือหนาของเขามากำแน่นอย่างไม่พอใจ“ก็มันถามฉันว่าฉันเป็นใคร ฉันบอกว่าเป็นผัวเธอแล้วผิดตรงไหน และบอกให้นอนพักทำไมไม่นอน หรือว่าอยากต่ออีกไหม ฉันได้นะ สำหรับฉันแล้วเซ็กซ์คือกิจกรรมหลักที่สำคัญกว่างานที่เหมืองเลยแหละ”“รุ้งจะกลับค่ะ”“รอค่ำก่อนค่อยแอบออกจากบ้าน ไปตอนนี้คนก็เห็นกันพอดีว่าเธอมานอนที่ห้องกับฉัน ฉันจะซวย! เพราะฉันไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนกลับมานอนที่ห้องด้วย แต่เธอ...ฉันจำเป็นถึงได้อุ้มคนที่อ่อนเพลียจนหลับกลับมาด้วย จะทิ้งข้างทางก็กลัวคนอื่นจะมาข่มขืนต่อ”เผียะ!พอได้ฟังจบใกล้รุ้งก็อดทนไม่ไหวกับคำพูดเห็นแก่ตัวของกองพล ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเขาจะเป็นคนแบบนี้ เสียใจ เสียแรงที่แอบรักแอบมองมาตั้งแต่เด็ก มือเล็กตวัดใส่แก้มสากอย่างเคืองโกรธ หาได้มีความหวาดกลัวในสายตาที่หันกลับมาจ้องมองเอาเรื่องตัวเองตอนนี้ไม่กรอด!สองมือใหญ่กำแน่นเข้าหากันด้วยความขุ่นเคืองเดือดดา
อร้าย!กรี๊ด!ตุ้บ!ทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็ว ร่างเล็กถูกฉุดกระชากดึงเข้าข้างทางพร้อมกับเงาดำๆ ในความมืดคร่อมทับเธอที่ล้มกระแทกกับพื้นหญ้า ทั้งเจ็บทั้งจุกและหวาดกลัว พอจะร้องขอความช่วยเหลือก็ต้องเบิกตาในความมืดเมื่อปากหนาของคนร้ายกระแทกจูบหนักหน่วง“อ่ะ...อื้อ” มือน้อยทุบตีคนเหนือร่างพร้อมพยายามเบี่ยงหน้าหลบหนีปากของคนร้าย วันนี้เธอเพิ่งเดินทางกลับมาจากกรุงเทพฯ มาถึงหน้าทางเข้าเขตเหมืองแร่สุปรีย์ เหมืองดังของจังหวัดกำแพงเพชรก็มืดแล้ว รถเข้ามาไม่ถึง พอมันมืดดึกจะโทรไปบอกพ่อแม่ก็เกรงใจท่านทั้งสองเพราะมันดึกแล้ว ท่านทั้งสองทำงานเหนื่อยจึงอยากให้นอนพักผ่อน อีกอย่างเธอก็โตมากับเหมืองแร่แห่งนี้และคุ้นเคยกับเส้นทางเป็นอย่างดีเลยตัดสินใจถือกระเป๋าเดินทางใบเล็กของตัวเองเดินเข้าไปด้านในเหมืองแร่ แต่ใครจะคิดว่าจะมาโชคร้ายเจอกับโจรดักฉุดแบบนี้เดินอีกแค่สองร้อยกว่าเมตรก็จะถึงที่พัก แต่ต้องมาเจอกับสิ่งไม่คาดคิดเสียก่อน เสื้อผ้าของหญิงสาวหลุดลุ่ยตามแรงกระชากฉีกของคนที่บดจูบปากตัวเอง หล่อนรังเกียจขยะแขยงเหลือเกิน พยายามดิ้นผลักไสคนเหนือร่างออก แต่ก็ไม่อาจหนีรอดและห้ามให้คนสารเลวหยุดได้ และยิ่งกลิ่น...
Comments