เมื่อคุณหนูสุดเอาแต่ใจอย่างเธอดันตกหลุมรักหนุ่มน้อยแสนเนิร์ดตั้งแต่แรกเห็น เธอจึงเริ่มแผนการตื้อให้ได้หัวใจเขามา ทว่าพอได้รู้จักตัวตนเขาน่ะมันฮอตเสียยิ่งกว่าไฟ "คุณเป็นผู้หญิงนะครับ มันดูไม่งาม" "ไม่งาม? ให้ตาย ทิวเขาเป็นคนแรกเลยนะที่พูดแบบนี้น่ะ รู้ไหมผู้ชายเกือบทั้งมหาลัยเขาอยากได้ดาวเหนือกันขนาดไหน" "....." 'อาการแบบนี้ แผนฉันสำเร็จแล้วสินะ' ดาวเหนือคิดในใจ ขณะสบสายตาทิวเขาที่เผลอจ้องตอบพอดี "คุณแน่ใจแล้วใช่ไหมที่ทำแบบนี้" ดาวเหนือสะดุ้งเล็กน้อยในยามที่อีกฝ่ายใช้ฝ่ามือจับเข้ามายังเอวของเธอ ทิวเขาเห็นท่าทีของเธอก็รู้ได้ทันทีว่าเธอคงจะไม่เคย ที่ทำมานี่คงจะอวดเก่งสินะ "หึ" ทิวเขายักยิ้มที่มุมปาก สายตาเจ้าเล่ห์แบบนั้นดาวเหนือไม่เคยเห็นมาก่อน พอได้เห็นก็ทำเอาเธอถึงกับกลืนน้ำลายไปอึกใหญ่ ไหนจะมือร้อนๆ ที่เริ่มจะบีบเค้นเอวเธอนั่นด้วย จากใจกล้าอยากลองเล่นของเสียหน่อย กลายเป็นฝ่ายปอดแหกเสียเอง บ้าเอ้ย ไม่คิดว่าพอเขาเล่นด้วย เธอกลับไม่กล้าดันต่อเสียอย่างนั้น จากที่บอกว่าเขามันเด็กน้อย พอเอาเข้าจริงแล้วกลับเป็นเธอเสียเองที่ดีแต่ปาก
View More7 ปีต่อมา...ทิวเขาซึ่งอยู่ในชุดสีเขียวเข้มเดินออกมาจากห้องผ่าตัด ร่างกายเหนื่อยล้าไม่ใช่น้อย แต่เขาก็ภาคภูมิใจที่วันนี้ได้ช่วยคนไข้ไว้ได้อีกคนแล้ว“วันนี้มีคิวผ่าตัดอีกไหม”“ไม่มีแล้วค่ะคุณหมอ”“หมดเวรของผมแล้ว งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”ทิวเขาขับรถออดี้คันหรูออกจากโรงพยาบาลเอกชนที่ตนทำงานอยู่ วันนี้ภรรยาคนสวยของเขาโทรมาบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย เสียงที่เอ่ยออกมานั้นดูจริงจังเสียจนเขานั้นอยากจะกลับบ้านเสียตอนนั้นเลย ถ้าไม่ติดว่ายังเหลือเคสผ่าตัดสุดท้าย ป่านนี้เขาคงได้อยู่กับภรรยาไปแล้วรถยนต์คันหรูเลี้ยวเข้าไปในคฤหาสน์เพราะเขาต้องมารับภรรยาที่บ้านพ่อตาเสียก่อน“สวัสดีครับคุณพ่อ คุณแม่”“ไหว้พระเถอะลูก” คุณนายสร้อยฟ้ากล่าว พลันยิ้มแย้มด้วยความเอ็นดูลูกเขยที่ว่านอนสอนง่าย ทิวเขาเข้ามาเป็นสมาชิกในครอบครัวนี้ได้สามปีแล้ว และไม่มีครั้งไหนที่เขาจะหนักใจเมื่อก้าวเข้ามาสู่ความหรูหราร่ำรวยของครอบครัวภรรยา“ดาวเหนืออยู่ไหนเหรอครับ”“นู้นจ้ะ อยู่ที่สวนเลย”“ครับ งั้นผมขอตัวไปหาเขาก่อนนะครับ”ทิวเขาเดินเข้าไปในสวน ดอกกุหลาบหลากสีบานสะพรั่ง สวยสดงดงาม แต่มีสิ่งหนึ่งที่สวยงามกว่าดอกไม้เหล่านั้น
“พ่อกับคุณสร้อย รู้จักกันตั้งแต่ก่อนที่พ่อจะคบกับแม่ของลูกเสียอีก เวลาที่มีปัญหาพ่อก็มักจะมีคุณสร้อยนี่แหละคอยอยู่ข้างๆ คุณสร้อยเป็นคนที่คอยหาลูกค้าให้พ่อมาตลอด แล้วอีกอย่างก็เป็นคนติสท์ ที่บ้านทิ้งมรดกไว้ให้เป็นพันล้าน แต่ชอบเที่ยวทำอะไรตามความรู้สึก จนผ่านไปเจ็ดปีนั่นล่ะ พ่อก็รู้สึกชอบผู้หญิงคนนี้จึงได้ตามจีบจนเธอยอมใจอ่อนแต่งงานกับพ่อ”“เดี๋ยวนะคะ พ่อกำลังจะบอกว่า คุณสร้อยเป็นคนดีเหรอคะ แล้วทำไมหนูถึงเจอแต่เรื่องไม่ดีกับผู้หญิงคนนี้ละ”“พ่อบอกแล้ว เธอน่ะเป็นคนติสท์แตก แต่เอาเข้าจริง ก็เอ็นดูหนูมากนะลูก แค่ชอบแกล้งแรงไปหน่อย”ดาวเหนือตัวชาไปครึ่งซีก พ่อบอกว่า 'แค่แกล้ง' มันจะเป็นอย่างนั้นไปได้อย่างไร หน้าตา สีหน้า ปากคอที่เลาะร้ายเช่นนั้นน่ะเหรอ คิดเอ็นดูเธอ?!“คุณจะไปบอกทำไมคะว่าฉันเอ็นดูแก ดาวเหนือไม่มีทางเชื่อหรอกว่าฉันไม่ได้ร้าย”“ก็มันคือเรื่องจริง คุณทำไปก็เพราะหวังดีกับแก แล้วจะให้ผมนิ่งเฉยให้ลูกเข้าใจผิดอีกทำไมกัน”“เฮ้อ...คุณก็เป็นซะแบบนี้ ดูเอาเถอะ หน้าดาวเหนือแย่ขนาดไหน”พ่อหันมองลูกสาว ดาวเหนืออาการย่ำแย่จริง หน้าขาวจนไร้สีเลือด คงตกใจไม่น้อยกับความจริงในหลายๆ เรื่อง“เพ
16 ปีที่แล้วบริษัทนำเข้าดาวเคียงฟ้าเป็นบริษัทที่ค่อนข้างใหญ่ เมื่อเกิดข่าวอื้อฉาวขึ้นที่ถูกสร้างโดยเฟคนิวส์ก็โดนถล่มอย่างหนัก ถึงแม้จะมีหลักฐานมาพิสูจน์แต่เพราะพลังโซเชียลมีเดียที่เป็นดั่งมีดสองคมก็ยังคงโจมตีเข้ามาไม่หยุด“คุณนี คุณหยุดที่ผมได้ไหม ผมขอร้อง”“ไม่ บริษัทคุณจะล้มละลายวันนี้พรุ่งนี้ใครจะไปรู้ ฉันไม่ทนอยู่สภาพแบบนี้หรอกนะ”“เรารักกันไม่ใช่เหรอ ทำไมคุณพูดออกมาแบบนี้”“เมื่อไหร่จะหายโง่สักที ที่ฉันอยู่ก็เพราะเงินของแกทั้งนั้นแหละ ตอนนี้แกไม่มีเงินให้ฉันแล้ว ฉันไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป หลบ!!”สองสามีภรรยาที่แต่งงานกันมาเข้าปีที่เจ็ด พวกเขาเกิดปากเสียงกันเมื่อคนเป็นภรรยาทราบมาว่าสามีของเธอกำลังตกต่ำ เสียงเด็กร้องสลับกับเสียงฟ้าร้องไปมา สามีของเธอนิ่งไปทันทีที่เธอพูดจบ นัยน์ตาของเขาแดงก่ำจากพิษรักที่กำลังถูกทรยศ“แล้วลูกล่ะ คุณไม่รักลูกเหรอ”“ใครอยากมีก็เลี้ยงไปสิ ฉันไม่ได้อยากให้มันเกิดมาสักหน่อย”มณี หรือแม่ของดาวเหนือพูดออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย ที่ผ่านมาเธอไม่ได้รักลูกจริงเลย มณีเพียงแสร้งทำดีเพื่อให้สามีหลงเธอจนหัวปักหัวปรำต่างหากแต่ในวันนี้ มันคือฟางเส้นสุดท้ายของคน
ทางด้านทิวเขาเมื่อเขาเข้าไปในโกดังร้างได้ ก็ได้เห็นแสงสว่างเดียวจากโคมไฟดวงหนึ่ง ส่องแสงสว่างไปยังทางมืดมิดเบื้องหน้า เขากลั้นใจชั่วอึดหนึ่ง ก่อนจะย่างเดินไปตามทางบังคับนั้นอย่างช้าๆ“ดาวเหนือ!”เขาตะโกนเรียกชื่อคนรัก สักประเดี๋ยวก็มีเสียงตอบกลับมา เสียงนั้นฟังแทบไม่ได้ศัพท์ ราวกับมีสิ่งใดขวางกั้นจนทรมานพอฟังอีกครั้ง ทิวเขาก็ใจเต้นระทึกลั่นอก ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ เสียงอู้อี้ก็ยิ่งดังขึ้น จนกระทั่ง...“ทิวเขา!!”เป็นดาวเหนือเองที่ส่งเสียงตอบกลับมา ทิวเขาตาเบิกโพลงกลับภาพที่เห็น ดาวเหนือถูกจับมัดแขนมัดขารวบรัดไว้กับเก้าอี้ มีผ้าผืนเก่าปิดปากไว้ เธอพยายามดิ้นรน ทั้งร้อง ทั้งเรียกหาแต่เขาอยู่เช่นนั้น“มาแล้วเหรอ ทิวเขาสุดที่รัก”ผิงผิงเดินไขว้หลังยิ้มแย้มออกมาจากมุมมืด เธอมาหยุดยืนคั่นกลางระหว่างทิวเขากับดาวเหนือ หันหน้ามาหาชายหนุ่มที่รักหมดหัวใจมากไปกว่านั้น ทิวเขายังเห็นผู้ชายอีกคนเดินตามออกมาด้วย ทว่าสีหน้าที่มองมายังดาวเหนือไม่ได้มีแววเย็นชาเหมือนอย่างผิงผิงแม้แต่นิด“ผิง ทำแบบนี้ทำไม ปล่อยดาวเหนือเดี๋ยวนี้”“เฮอะ ตลกสิ้นดี มาถึงก็ทำตัวเป็นพระเอกน้ำเน่าเลยนะ มาบอกให้ปล่อยงั้นเหรอ ฝันไ
ดาวเหนือลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจ ละทิ้งเตียงนอนที่อุดอู้มาทั้งวัน เดินไปยังตู้เสื้อผ้า เปิดลิ้นชักเพื่อดูของด้านในนิดหน่อย แต่แล้วก็ต้องถอนหายใจ ยกมือตบหน้าผากหลังจากของใช้ที่ต้องการร่อยหรอไปหลายอย่างเลยเชียว“อ้าว หมดแม้กระทั่งผ้าอนามัยเลยเหรอเนี่ย” หญิงสาวคว้านมือเข้าไปด้านในสุดอย่างเสียอารมณ์ “เฮ้อ...ออกไปซื้อดีไหมนะ”ดาวเหนือคิดสักประเดี๋ยวหนึ่ง ก็เกิดอยากออกไปเซเว่น ร้านสะดวกซื้อที่ว่าอยู่ซอยถัดไปนี่เอง คงไม่เป็นไรหรอกมั้งถ้าเธอจะออกไปก่อนที่ทิวเขาจะกลับมา“เอาละ รีบไปรีบกลับก็แล้วกัน”หญิงสาวเดินออกมาจากหอพักด้วยกางเกงขายาวสวมใส่เสื้อฮู้ดธรรมดา เมื่อมาถึงเซเว่นดาวเหนือก็หายห่วง จัดการมองหาของที่ต้องการเธอซื้อของรวมถึงผลไม้และอาหารแช่แข็งสำเร็จรูปสำหรับทำอาหารทานมื้อเย็น แต่เธอไม่ใช่คนทำหรอกนะ คนทำตัวจริงยังไม่กลับมาจากมหาวิทยาลัยนั่นเลยดาวเหนือเดินกลับทางเดิมที่เธอเดินมา สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าและมีบ้านคนเพียงแค่ไม่กี่หลัง ก็นี่มันทางผ่านเฉยๆ นี่เนอะ ถ้ากลับทางถนนใหญ่คนเยอะก็จริง แต่เดินไกลกว่า มอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ไม่มีเสียด้วย เธอไม่ยอมเดินไกลกว่าเพราะอยากกลับไปให้ทันก่อนที่ทิวเข
เช้าวันนี้ทิวเขาออกไปเรียนคนเดียว จุดมุ่งหมายของเขามีเพียงผิงผิง ที่คาดว่าฝ่ายนั้นจะอยู่ใต้ตึกของคณะ ผิงผิงเป็นเพื่อนสาวคนเดียวที่เขาสนิทด้วย แต่ตอนนี้ เธอยังเป็นคนเดียวที่คอยทำให้เขาไม่สบายใจ โดยเฉพาะเรื่องล่าสุด ที่ทำให้ทิวเขาต้องนอนไม่หลับมาทั้งคืน“ผิง เราขอคุยด้วยหน่อย”“มีอะไรหรือเปล่าทิวเขา นั่งก่อนสิ นี่กำลังคุยกับเพื่อนๆ สนุกเลย”“เรามีเรื่องต้องคุยกับผิงตอนนี้ มาคุยกันหน่อยเถอะ”ทิวเขาไม่เคยพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงแกมหงุดหงิดมาก่อน หากเรื่องที่ว่าไม่เกี่ยวข้องกับน้องผู้หญิงคนนั้น เขาคงจะลืมทุกเรื่องไปแล้วทิวเขาเดินนำผิงผิงมายังมุมลับตาคน ใต้บันไดไม่ค่อยมีคนเดินผ่าน เพราะจุดนี้เป็นเพียงมุมเชื่อมต่อไปอีกอาคารหนึ่งเท่านั้น ผิงผิงมองสถานที่แวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาสบตากับทิวเขา สีหน้าของเขาบึ้งตึงตั้งแต่เจอกันแล้ว“มีอะไรเหรอทิวเขา”“เรื่องทั้งหมด ผิงเป็นคนทำใช่ไหม”“เรื่องอะไร?” ผิงผิงขมวดคิ้วมุ่น ก่อนที่เธอจะพลันคิดได้ หรือว่า...ทิวเขาจะรู้อะไรเข้า“ผิงรู้ดีแก่ใจ ทั้งเรื่องฝน เรื่องในห้องน้ำ และยังไม่รวมที่อื่นอีก”“ทิวเขา...”“คราวนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าเรื่องอะไร”ผิงผิงกัดริมฝีปากตัวเ
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดยามเช้าอ่อนๆ ลอดเข้ามาจากทางหน้าต่างฝั่งระเบียง ผ้าม่านสีขาวปิดไว้มิดชิดก็จริง แต่ก็ไม่อาจปิดกั้นแสงแดงเข้ามาได้ ร่างบางที่นอนหมดเรี่ยวแรงบนเตียงค่อยๆ ขยับลุกขึ้น เสมองไปยังอีกคนที่นอนไม่ห่างกัน หรือจะเรียกให้ถูก เธอนอนทับตัวเขาเสียมากกว่าโดยมีอ้อมแขนเขากอดรัดไว้ตลอดจนรุ่งเช้ามาถึงดาวเหนือลุกลงจากเตียงเดินกายเปลือยเปล่าเข้าห้องน้ำ เธอไม่มีความอายเมื่ออยู่กับเขา และยังชินเสียอีกด้วยเมื่อต้องแก้ผ้าเดินผ่านหน้าเขาไปไม่รู้ต่อกี่ครั้ง“ดาวเหนือตื่นเร็วจัง”เสียงเอ่ยทักเบาๆ ทำให้ร่างบางชะงักเท้า ก่อนจะรีบหมุนตัวเดินกลับมายังคนที่นอนกึ่งนั่งบนเตียง“รีบตื่นทำไม เหนื่อยไม่ใช่เหรอ นอนต่อเถอะ”เธอแหย่เขาด้วยรอยยิ้ม และคนถูกแกล้งก็ยิ้มออกมาทันใดพร้อมกับตวัดแขนดึงเอวเธอให้เข้ามาชิดอกแกร่ง ริมฝีปากของคนเพิ่งตื่นนอนจรดหน้าผากหญิงสาว กระซิบคำน่ารัก“อยากฟินเหมือนเมื่อคืนต่อจัง สักรอบดีไหม”“บ้าน่าพอเถอะ”เธอกลั้นยิ้มไว้แทบแย่ หมู่นี้ทิวเขาชักจะร้ายขึ้นทุกวัน คำพูดคำจาก็ล่อแหลมกลั่นแกล้งเธอให้พลาดท่าให้ไม่รู้ต่อกี่ครั้ง และไหนจะความอบอุ่นในอ้อมแขนเช่นนี้อีก บอกเลย ไม่หลงก็คงไม่
“แย่เลย ขอโทษนะที่ถาม”ไม่หรอก ผมดีใจจะตาย”ถึงปากจะพูดแบบนั้น แต่ดาวเหนือก็มองออกว่ามันตรงข้ามกับความรู้สึกของเขา“ผมเห็นทั้งเพื่อน พี่ น้อง หลายคนที่ไปแล้วได้ดี แต่ก็มีบางคนที่อาจจะโชคร้ายได้ครอบครัวไม่ดี แบบนั้นน่ะ ไม่ถูกเลือกมันดีที่สุดแล้ว”“นี่เป็นครั้งแรกเลยนะ ที่ทิวเขาพูดเยอะขนาดนี้” ดาวเหนือเอียงคอมองแฟนหนุ่มด้วยความชื่นชม“ทิวเขาเคยคิดอยากเจอพ่อแม่ตัวจริงไหม”“เคยนะ จริงๆ ตอนนี้ก็ยังคงอยากเจอท่านอยู่ ผมอยากจะถามทำไมถึงเลือกที่จะทิ้งผม ทำไมถึงไม่มาหาผมบ้าง ตอนนี้สบายดีไหม ทำอะไรอยู่ ไม่มีใครไม่อยากเจอพ่อแม่ตัวเองหรอกนะ”“นั่นน่ะสิ คงมีแต่ดาวเหนือเองนี่แหละ”คำพูดที่ออกมาจากปากเธอทำเอาทิวเขาต้องหันกลับมามองหน้าอย่างแปลกใจ เท่าที่รู้มา เหมือนเธอจะไม่ถูกกับพ่อ แต่เขาก็ไม่เคยคิดว่าจะไม่ถูกกันถึงขนาดไม่อยากเจอหน้ากันเลย“เมื่อก่อนครอบครัวดาวเหนือก็เหมือนครอบครัวคนอื่น ดาวเหนือมีทุกอย่างที่เพียบพร้อม เงิน ทอง ครอบครัวที่แสนสุขใครเห็นก็อิจฉา แต่แล้ววันหนึ่งทั้งสองก็เกิดทะเลาะ ตอนนั้นดาวเหนืออายุแค่ห้าขวบเลยไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมาก แต่สิ่งหนึ่งที่รู้คือพ่อชอบเอาผู้หญิงคนอื่นมาที่บ้าน”
ในที่สุดช่วงปิดเทอมก็มาถึง ถึงแม้จะเป็นปิดเทอมสั้นแต่สำหรับดาวเหนือแล้วเวลานี้มันคือสวรรค์ เป็นเวลาเดือนกว่าๆ แล้วที่เธอและทิวเขาคบกันมา ช่วงแรกที่ทุกคนรู้ว่าทั้งสองคบกันก็มีข่าวซุบซิบมากมายแต่ไม่ใช่ข่าวดีหรอกนะ บ้างก็ว่าทิวเขาไม่ได้รักเธอจริง บ้างก็ว่าทิวเขารักเธอเพราะเงิน บ้างก็ว่าเธอไปข่มขู่ทิวเขาเฮ้อ ไปกันใหญ่แล้วถ้าคิดว่านี่หนักแล้ว ไม่เลย...บางคนพูดกันถึงขนาดว่าทิวเขาขายตัวให้ดาวเหนือเลยก็มี เธอทนไม่ไหวจึงได้โพสรูปคู่ลงในไอจีพร้อมกับประโยคแคปชั่นแซะๆ ไปเรื่องถึงได้เงียบลง ดาวเหนือไม่เข้าใจเลยจริงๆ ทำไมถึงได้มีคนสนใจเรื่องไร้สาระกันขนาดนี้“ดาวเหนือ มากินข้าวครับ” ทิวเขาเรียกเธอที่เอาแต่นอนอยู่บนเตียงไม่ไปไหน“วันนี้ทำอะไรทานคะสุดหล่อ”ทิวเขาส่ายหน้าอย่างเอ็นดู “พอได้แล้ว แซวอยู่ได้”“แหมม ทำเป็นเบื่อที่ถูกแซว แสดงว่ามีสาวๆ มาแซวบ่อยใช่ไหม”“เฮ้ย! มีที่ไหนกัน ไม่มีเลย”“เชอะ อย่าให้รู้ว่ามีนะแม่จะตีเข่าใส่เลย” ดาวเหนือทำทีเป็นโหดใส่เพื่อข่มขู่แต่มีหรือคนถูกขู่จะกลัว เขามองเธอเป็นแฟนสาวที่น่ารักเสมอ ทิวเขาวางมือจากสิ่งที่ทำอยู่ดึงรวบตัวแม่เสือสาวเข้ามาในอ้อมกอด ริมฝีปากบรรจงจ
“สุดหล่อที่เรียนอยู่ปีสองน่ะ สั่งเครื่องดื่มหน่อยสิคะ”เสียงลูกค้าโต๊ะหนึ่งตะโกนมาแข่งกับเสียงจอแจพูดคุยของคนในร้าน แต่เพราะความหูดีของ ทิวเขา นั่นล่ะ เขาจึงเงยหน้าขึ้นมองมือลูกค้าที่ยกขึ้นมาไหวๆ เพื่อทำเครื่องหมายว่ากำลังสั่งอะไรอยู่“ได้ครับ”ชายหนุ่มผู้อยู่หลังเคาน์เตอร์ผสมเครื่องดื่มตอบรับอย่างเป็นอันเข้าใจความหมาย แค่มองไม่กี่วิ เขาก็จำได้แล้วว่าลูกค้าต้องการเครื่องดื่มประเภทไหน อีกทั้งยังรู้ไปถึงรสนิยมด้วย อย่างเช่นคนเมื่อครู่นี้ กางมือห้านิ้วสองครั้งนั่นก็หมายความว่าขอแบบจัดหนักจัดเต็ม หวาน มัน ซ่า เปรี้ยว เอามาทุกรสชาติให้มันขยี้ซ่านไปทั้งหัวใจเสียงเพลงที่ออกร็อคนิดๆ หากใครได้มาฟังคงคิดอยากแจ้งความว่ามีผับมาเปิดใกล้สถานศึกษา แต่เข้ามาแล้วก็คงเก้อล่ะ เพราะตึกสามคูหานี้มันคือคาเฟ่แนวใสๆ ของเหล่านักศึกษา หนุ่มๆ สาวๆ แถวนี้ล้วนติดอกติดใจฝีมือการผสมเครื่องดื่มหลากรสชาติของทิวเขากันทั้งนั้นทิวเขาไม่ได้มีดีแค่ฝีมือหรอก เขายังมีดีถึงหน้าตาที่หล่อคมมากด้วยเสน่ห์ แค่เพียงเขามอง คนที่เห็นก็คิดว่าเขาหว่านเสน่ห์แล้ว ทั้งที่เขาก็แค่มองไปเรื่อยเปื่อยเพราะแบบนั้นคาเฟ่แห่งนี้จึงไม่เคยร้...
Comments