หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปทิวเขานึกขึ้นมาได้ว่าจะมีรูมเมทอีกคนมาอยู่ด้วย เขาหยิบโทรศัพท์เครื่องโทรมขึ้นมาโทรหาพี่ต้นทันที ที่เห็นว่าเครื่องโทรมนี่ไม่ใช่เครื่องเก่าหรอกนะ แต่เขาไปหาซื้อมือสองตามตลาดนัดแล้วนำมาซ่อมเองต่างหาก
ส่วนเครื่องที่ดาวเหนือให้นั่นยังไม่ได้ถูกแกะและยังวางไว้ในห้องหน้าตรงโต๊ะเครื่องแป้ง
เอาตามจริง เขาเองไม่ได้รังเกียจอะไรดาวเหนือถึงขนาดนั้นหรอก แค่ไม่ชอบใจในสิ่งที่เธอทำนั่นล่ะ
“ว่าไงทิวเขา”
“สวัสดีครับพี่ต้น พอดีผมจะถามเรื่องรูมเมท”
“พี่ก็ลืมไปเลย เดี๋ยวพี่ไปถามเขาแล้วจะโทรมาบอกนะ”
“ครับพี่ ถ้าเขาจะมาวันไหนบอกผมได้เลยนะ เดี๋ยวผมจัดห้องไว้รอ”
“โอเค งั้นเดี๋ยวแค่นี้ก่อนนะ พี่ต้องไปประชุมแล้ว”
เมื่อสนทนากับพี่ต้นเรียบร้อย ทิวเขาก็ทำความสะอาดห้อง เก็บ กวาด เช็ด ถูให้สะอาดสะอ้าน เมื่อทำความสะอาดเรียบร้อยเขาก็ได้เตรียมตัวไปทำงาน
วันนี้เขาเข้างานบ่ายเพราะช่วงเช้ามีเรียน ตอนนี้ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว คงต้องรีบทำเพราะเดี๋ยวจะไม่มีเวลาทานข้าวเอาได้ เขาทำความสะอาดเรียบร้อยก็ออกมากินข้าวที่ร้านใต้หอ ทิวเขาสั่งอาหารเสร็จก็มีสายโทรเข้ามา
“อยู่หอไหม”
“อยู่ ผิงมีอะไรหรือเปล่า”
“พอดีเลย ผิงอยู่แถวหอทิวเขาพอดี ว่าจะชวนไปกินข้าว”
ผิงผิง คือหนึ่งในเพื่อนสนิทของทิวเขา เนื่องจากหอพักทั้งสองเป็นทางเดียวกัน และอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่ซอย จึงได้มีเวลาทานข้าวด้วยกันบ่อยๆ
หลังจากเจอกันสักพักทั้งคู่ก็จ่ายเงินค่าอาหาร ทิวเขาขอตัวแยกไปทำงาน แต่ผิงผิงที่เห็นว่าว่างพอดีจึงขอตามไปด้วย ทางด้านทิวเขาเมื่อเห็นว่าไปแล้วก็ไม่ได้มีผลเสียอะไรจึงตอบตกลง
ทิวเขาเดินเข้ามาภายในร้านก็ถึงกับหยุดยืนนิ่งกลางร้าน
เขาเห็นผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว!
ให้ตาย โลกจะกลมอะไรนักหนา
ดาวเหนือกำลังนั่งคุยกับพี่เมฆด้วยท่าทางสนิทสนม อีกทั้งผู้หญิงคนนี้ยังทำให้พี่เมฆหน้าแดงได้อีกด้วย
ทางด้านดาวเหนือที่นั่งหันหน้ามาทางประตูเมื่อเห็นทิวเขาเดินเข้ามาก็รีบตะโกนโบกมือทักทาย ท่าทางของเธอกระดี๊กระด๊าขั้นสุดว่าชอบเขาขนาดไหน ทิวเขาที่รู้สึกไม่ดีจึงเดินเข้าไปหาเพราะคิดว่าดาวเหนือจะมาก่อกวนเวลาการทำงานของเขา
“อ้าวทิวเขา มาพอดีเลย นี่ดาวเหนือนะจำได้ไหม”
“จำได้ครับมีอะไรหรือเปล่าครับพี่เมฆ”
ทิวเขาตอบคำถามพี่เจ้าของร้านด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยเต็มประดา ภายในใจนั้นก็คิดไปแล้วว่าสิ่งที่พี่เมฆกำลังจะเอ่ยออกมานั้นต้องไม่เป็นเรื่องดีแน่
“พอดีดาวเหนือเขามีเหตุให้ต้องหางานทำน่ะ พี่เห็นเราทำคนเดียวกลัวเหนื่อยเลยรับน้องเขามาทำงานด้วย”
“ห้ะ อะไรนะครับพี่” เป็นไปอย่างที่เขาคาด เธอคนนี้กำลังจะเข้ามาก่อกวนการทำงานแสนจะสงบสุขของเขา
“พี่เมฆให้ผิงทำแทนก็ได้นะคะ ผิงไม่เอาเงินก็ได้”
“บ้า คุณหนูแบบผิงเนี่ยนะ อย่าเลยงานไม่ใช่ทำง่ายๆ”
“ให้ทิวเขาสอนก็ได้นี่คะ” ผิงผิงมีท่าทีเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จากโดยปกติจะเป็นสาวหวาน เรียบร้อย ใจเย็น แต่คราวนี้เธอกลับลุกลี้ลุกลนราวกับไม่ใช่ผิงผิงคนเดิม
“อย่าเลย พี่เกรงใจ เอาเป็นว่าตามนี้นะ เดี๋ยวอีกสามวันดาวเหนือจะมาทำงานด้วย”
“แต่ พี่เมฆครับ ผมทำคนเดียวก็ได้นะครับ”
ทิวเขายังคงไม่ละความพยายามเพื่อจะเกลี้ยกล่อมให้พี่เจ้าของร้านเปลี่ยนใจ
“ช่วงเนี่ยเป็นช่วงที่เด็กในมอจะมาร้านบ่อย แล้วช่วงนี้พี่ก็ไม่ค่อยมีเวลาว่างด้วย ให้ดาวเหนือมาช่วยนั่นแหละดีแล้ว”
“ถ้าพี่เห็นว่าดีผมก็คงปฏิเสธไม่ได้แล้วแหละครับ” ทิวเขาตอบด้วยใบหน้าเย็นชา เขาจนปัญญาจะหนีผู้หญิงคนนี้แล้ว
“ดีแล้ว เราจะได้มีเวลาอ่านหนังสือเยอะๆ ไง มีเวลาพักบ้างเถอะจะได้กลับไปหาน้องๆ ด้วย”
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”
ดาวเหนือมองตามทิวเขาไปอย่างยิ้มๆ ภายในใจมีร้อยล้านคำที่อยากบรรยายถึงความหล่อเหลาและสุดแสนจะเท่ห์ของทิวเขา
เธอไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าการกระทำเช่นนี้นั้นเหมือนกับพวกโรคจิตที่ชอบแอบถ้ำมองหญิงสาวที่มักจะเดินผ่านไปเลยด้วยซ้ำ
“พี่เมฆคะ” ผิงผิงยังคงมีอาการไม่พอใจ เมื่อเห็นว่าไม่ได้การแล้วจึงพยายามใช้ไม้ตาย นั่นก็คือการอ้อนและแอ๊บเป็นสาวน่าสงสารนั่นเอง
ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะหลงกลให้แก่ท่าทีที่แสนหวานแบบนี้ไปแล้ว แต่นี่คือเมฆ เมฆที่โตมาพร้อมๆ กับเธอ แผนการนี้จึงล้มไม่เป็นท่า
“พอเลยผิงผิง ไปนั่งจิ๊บกาแฟสวยๆ เถอะเราน่ะ”
“งั้นดาวเหนือขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวขอไปเตรียมตัวก่อน”
ดาวเหนือเมื่อหลุดพ้นจากภวังค์ความหล่อเหลาของทิวเขาแล้ว สติที่หายไปก็กลับมาเช่นเดิม
“ได้ครับ เดี๋ยวยังไงพี่ขอเบอร์ติดต่อเราไว้หน่อยนะ”
“ค่ะ นี่นะคะดาวเหนือส่งไปให้แล้ว”
“ครับ ลานะครับ”
“ขอบคุณที่รับดาวเหนือนะคะ”
ดาวเหนือยิ้มให้พี่เจ้าของร้านก่อนจะหันไปยิ้มมุมปากให้ผิงผิง
ทำไมดาวเหนือจะดูไม่ออกว่ายัยผิงผังอะไรนี่จะแอ๊บอยู่ อย่าลืมสิว่าดาวเหนือน่ะ เจ้าแม่ทุกสถาบันเชียวนะ บอกเลยงานนี้ไม่พลาดแน่นอน
แล้วการที่ยัยนั่นมาขัดแบบนี้ คงจะชอบทิวเขาสินะ วางแผนดีนี่ตีสนิทใช้คำว่าเพื่อนมาล่อ มาดูซิว่าตีสนิทเป็นเพื่อนกับรุกหนักๆ ใครมันจะชนะ
เธอลุกขึ้นเดินเข้าไปหาเขาหลังเคาน์เตอร์พร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยคำพูดที่หวานหู
“ฝากตัวด้วยนะคะ”
ดาวเหนือเดินเข้าไปใกล้เขายิ้มจนปากจะถึงรูหูพร้อมกับพูดประโยคหนึ่งที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ไปทั้งตัว
“คุณเพื่อนร่วมงานช่างน่ารักจังเลยค่ะ”
แล้วคำพูดนั้นก็เหมือนเป็นแค่สายลม เพราะทิวเขาทำเป็นหูทวนลมก่อนจะเดินหายไปจากตรงนั้น
เมื่อพูดจบดาวเหนือก็ก้าวเดินออกจากร้าน ทิวเขารู้ว่าต่อให้ไล่ไปยังไงเธอก็คงไม่แคร์ คงต้องทนรำคาญไปจนกว่าอีกฝ่ายจะยอมตัดใจนั่นล่ะ
ทิวเขารำคาญดาวเหนืออย่างมาก จากปกติก็ตามรังควานเขาแทบทุกวันอยู่แล้ว นี่เขาคิดแล้วนะว่าการทำงานกับอยู่ห้องจะเป็นหลุมหลบภัยที่อยู่แล้วสบายใจสุด แต่เหมือนสิ่งที่คิดจะไม่เป็นไปตามที่หวัง
“นี่ แค่ตามจีบผู้ชายถึงขั้นต้องยอมลงทุนเสียเหงื่อเลยเหรอ” ผิงผิงทนไม่ไหวตามดาวเหนือออกมา
เพราะเสียงแว้ดๆ ชวนมีเรื่องนั่น ทำให้ดาวเหนือต้องหยุดเดิน หันกลับมายังตัวปัญหา
“หึ แล้วจะทำไมล่ะ ฉันจะลงทุนจีบหรือไม่ มันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย นังเด็กขี้แอ๊บ”
แน่นอนว่ามีหรือคนอย่างดาวเหนือจะยอม โดยเฉพาะกับนางเพื่อนที่คิดจะเคลมเพื่อนคนนี้
“ตัวร้าย คนอย่างเธอน่ะไม่มีผู้ชายที่ไหนเขาเอาหรอก!”
ผิงผิงขึ้นเสียงมาราวกับคนสติแตกที่ถูกแฉความจริง ดาวเหนือเห็นแล้วหมันไส้สุดขีด ยิ่งแม่นี่พล่านเหมือนโดนน้ำร้อนลวกเธอก็ชักอยากเล่นด้วย
“โฮะ ให้ตาย” ดาวเหนือตวัดสายตามองนังเด็กเมื่อวานซืนที่ชี้นิ้วด่าเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
“นี่นังเด็กปากดี ก่อนที่เธอจะว่าอะไรฉันก็ช่วยย้อนดูตัวเองเสียก่อนเถอะ ทำเป็นตีสนิทเข้าทางเพื่อน คงคิดละสิว่าผู้ชายเขาจะเล่นด้วย ฝันไปเถอะย่ะ ถ้าเขาจะเอาเธอน่ะ เขาเอาไปตั้งนานแล้ว”
“งั้นก็มาลองดูไหม ว่าใครจะเป็นที่สนใจมากกว่ากัน!”
พูดจบผิงผิงก็ทำในสิ่งที่ดาวเหนือต้องขมวดคิ้ว
“กรี๊ดด! พี่ดาวเหนือ อย่าทำอะไรผิงเลยนะคะผิงขอร้อง!!”
ใช่แล้ว ผิงผิงกำลังแสดงละคร ทำทีเป็นว่าดาวเหนือนั้นรังแก ดาวเหนือที่เบื่อกับมุกแบบนี้ของผู้หญิงก็ได้แต่มองบนทำหน้าเซ็งเต็มทน
“เฮ้อ...ถ้าคิดว่าใช้มารยาหญิงได้เก่งนัก ก็เอาเลยร้องให้มันดังๆ”
ดาวเหนือพูดไม่ทันจบ ทิวเขาที่เดินออกมาทางหลังร้านเพื่อเอาถุงขยะมาทิ้งดันเห็นเหตุการณ์นี้เข้าพอดี
“นี่คุณ!!!”
“ทิวเขา ช่วยผิงด้วย ฮึก พี่ดาวเหนือเป็นอะไรก็ไม่รู้จู่ๆ ก็มาทำร้ายเราแล้วยังพูดอีกด้วยว่าเราไปแย่งทิวเขามา เราไม่รู้เรื่องเลยนะ ฮื่อ”
“สตอ”
“พี่ดาวเหนือทำไมมาว่าผิงแบบนี้ล่ะคะ”
เสียงสั่นเครือของผิงผิงกับท่าทางไม่สนโลกของดาวเหนือทำให้ทิวเขาอดรนทนไม่ได้
“ถ้าคุณจะมาป่วน ก็ช่วยกรุณากลับไปเถอะ อย่ามารังแกคนที่เขาสู้คุณไม่ได้เลย”
“เฮอะ สู้ไม่ได้เหรอ ให้ตาย”
ดาวเหนือตวัดมองคนปั้นน้ำเป็นตัวอย่างคาดโทษ ก่อนจะมองคนไล่อย่างท้าทาย
“ถ้าทำจริง ยัยเด็กปากดีที่คิดปีนเกลียวรุ่นพี่นี่ก็คงปากแตกไปนานแล้วล่ะค่ะทิวเขา”
“คุณนี่มัน...จะไม่ยอมรับผิดบ้างเลยหรือไง”
“ก็ดาวเหนือไม่ผิดนี่ ทำไมต้องยอมด้วยล่ะ”
ทั้งคู่ประชันสายตากันอย่างดุเดือด งานนี้ไม่มีใครยอมใคร จนกระทั่งทิวเขาเอ่ยปากออกมาก่อน
“ลุกไหวไหมผิง”
“พอไหวอยู่อ่ะ” ผิงผิงเหลือบตามองดาวเหนือด้วยสายตามีชัยเหนือกว่า “ทิวเขาพอเถอะ พี่ดาวเหนือคงจะแค่เข้าใจเราผิดน่ะ”
“เข้าใจผิดงั้นเหรอ ต่อให้เข้าใจผิดมันคงไม่มีคนดีๆที่ไหนมาทำคนอื่นแบบนี้หรอก”
“อืม...นั่นสินะ คนดีๆ ไหนเขาทำกัน” ดาวเหนือทำเป็นยักไหล่ ก่อนเหล่มองคนเสแสร้งที่หน้าด้านสุดๆ
“เล่นละครก็ให้มันเนียนหน่อยแล้วกัน ระวังมันจะโป๊ะแตกเข้าสักวัน”
ดาวเหนือพูดทิ้งท้ายจบก็หันหลังเดินมา หนนี้เธอตัดสินใจปล่อยทิวเขาไปก่อน
ถ้าถามว่าเธอโกรธไหม ก็คงไม่หรอก มันรู้สึกสนุกมากกว่าน่ะสิ ชีวิตช่วงนี้ของเธอนั้นน่าเบื่ออย่างกับอะไรดี ดีเสียอีก คิดว่าเป็นสีสันของชีวิต ได้มาเจออะไรที่มันโคตรสนุก
“ครับผม ทิวเขาพูดครับ” ชายหนุ่มรีบคว้าโทรศัพท์หลังจากมันดังอยู่ได้พักใหญ่ พอรับสายถึงรู้ว่าเป็นพี่ต้น“นอนอยู่เหรอ โทษทีนะที่โทรมารบกวนพอดีจะมาบอกเรื่องรูมเมทน่ะ”“ไม่เป็นไรครับ ตกลงเขาจะมาวันไหนครับพี่”“เอ่อ พอดีว่าคนนั้นเขาบอกว่าหาหอได้แล้ว เขาจะไปอยู่กับเพื่อนสนิทน่ะ”“อ้าว ทำไมแบบนั้นล่ะครับ”“ก็อย่างว่าล่ะคนมันเปลี่ยนใจกันได้ แต่ทิวเขาไม่ต้องกังวลไป ทางนั้นบอกว่ามีเพื่อนในคณะสนใจจะไปอยู่แทน”“ค่อยยังชั่วหน่อย นึกว่าจะไม่มีใครมาซะอีก แล้วเขาเป็นใครเหรอครับ”“อันนี้ก็...” คนปลายสายดูจะเงียบไปชั่วแวบหนึ่งก่อนตอบกลับมา “เอาน่า เดี๋ยวก็รู้เองแหละ”ไม่ทันให้ทิวเขาถามต่อเสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดังขึ้น“สักครู่นะครับ พอดีมีคนมาเคาะประตู”ทิวเขาลุกเดินไปยังหน้าห้อง ทันทีที่เขาเปิดประตูบุคคลที่ยืนคอยอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมาสบตา ทิวเขาถึงกับตื่นตะลึง ใจเสียวแวบทันทีที่เห็นรอยยิ้มของอีกฝ่าย“คุณดาวเหนือ” เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาไร้น้ำหนัก ซึ่งผิดกับหญิงสาวตรงหน้า น้ำเสียงของเธอใสกังวานราวกับแก้วเนื้อดี“Hi~ สวัสดีค่ะคุณเพื่อนร่วมห้อง”เพื่อนร่วมห้อง?!ทิวเขารู้สึกตัวชาไปครึ่งซีกกับคำกล่
บรรยากาศเช้านี้ดูสดใสกว่าทุกวัน ราวกับเป็นวันแห่งฤกษ์งามยามดีสำหรับดาวเหนือ หญิงสาวตื่นตั้งแต่หกโมงเช้า นับเป็นครั้งแรกเลยดีกว่าที่เธอตื่นเร็วมากขนาดนี้ แล้วยังรู้สึกตื่นเต้นประหนึ่งตนเองเป็นหญิงสาวที่เพิ่งแต่งงานใช่แล้ว ดาวเหนือรู้สึกแบบนั้นจริงๆ การได้เข้ามาอยู่ในบ้านของคนที่ชอบมันช่างเป็นอะไรที่มีความสุขดีแท้ และเพื่อเป็นการเอาใจสามีในอนาคต และเพื่อไม่ให้เขาหลุดมือไปไหน เธอจึงยอมลงทุนตื่นตั้งแต่ไก่โห่ไปจ่ายตลาดมาทำอาหารให้กับเขาวันนี้ดาวเหนือเลือกสวมชุดเดรสสีครีมยาวถึงตาตุ่ม แต่งหน้าจัดเต็มสีปากแดงฉูดฉาด เธอพร้อมมากกับการไปตลาดครั้งแรก พกความมั่นใจไปเกินร้อยและครั้งนี้ ก็เป็นครั้งแรกอีกเช่นกันการไปตลาดได้สร้างรอยจารึกไว้ในหัวใจของเธอ...“กรี๊ดด ขับรถดีๆ ไม่เป็นกันหรือไงย๊ะ!”“หยี๋ แล้วนี่อะไรอีก อะไร!”“เฮ้ยไม่นะ ฮืออ ทิวเขาช่วยด้วยยยย!!”ใช่แล้ว การไปผจญภัยตลาดครั้งนี้ไม่ได้สวยหรูเลย กลับกลายเป็นดั่งฝันร้ายให้ผวาทุกครั้งยามนึกถึง...ทิวเขาตื่นมาในเวลาปกติของทุกๆ เช้า เขาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกมาเข้าครัวเพื่อทำอะไรทาน เมื่อออกมาก็ถึงกับแปลกใจ ครัวที่เคยเป็นระเบียบเรียบร้อย บัดน
ดาวเหนือเข้ามาทำงานในคาเฟ่แล้วเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม ที่ผ่านมาเมฆเห็นว่าทั้งดาวเหนือและทิวเขาต่างก็ทำงานกันอย่างหนัก แถมยอดขายยังสูงขึ้นถึงสามเท่าตัว เมื่อเห็นเช่นนี้เมฆจึงมีความคิดเพิ่มวันหยุดพิเศษให้พวกเขาสักหน่อยเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ“หน้าบานเลยนะคะพี่เมฆ เป็นไง ฝีมือฉันเองแหละ” ดาวเหนือพูดด้วยความภูมิใจเต็มเปี่ยม“แน่นอนสิน้องดาวเหนือ นี่มันสถิติสูงสุดที่เคยทำมาเลยนะ ต้องขอบคุณน้องดาวเหนือเลยที่มาช่วย”“ว่าแต่วันหยุดจะไปไหนกันล่ะ”“ดาวเหนือยังไม่รู้เลยค่ะ” หญิงสาวทำเป็นกระซิบกระซาบ “กะว่าจะชวนทิวเขาไปเดทสักหน่อยค่ะ”“ฮ่า ฮ่า พี่เอาใจช่วย”“หื้อ...น่ารักตลอดเลยพี่เมฆเนี่ย”“คุยอะไรกันครับ” ทิวเขาเห็นทั้งสองคุยกันหัวเราะคิกคักอดไม่ได้ที่จะถามไถ่“เปล่านี่ ใช่ไหมพี่เมฆ”“อ๋อ...ใช่ๆ”ทิวเขาหรี่ตาลงเล็กน้อย เขามองทั้งคู่ด้วยสายตาที่เหมือนกำลังจับผิดอะไรใครสักอย่าง แต่ก็ไม่เห็นพิรุธชัดอะไร จึงเปลี่ยนมาคุยกับเจ้าของ“ผมเคลียร์เคาน์เตอร์เสร็จแล้วนะครับพี่เมฆ เดี๋ยวผมกลับก่อนนะครับ”“เดินทางดี เที่ยวให้สนุกนะ”“ไปก่อนนะพี่เมฆ” ดาวเหนือโบกมือให้เจ้าของร้าน“โชคดีๆ”“รอด้วยสิทิวเขา!”เธอตะโกน
ผู้หญิงสวยหุ่นดี แต่งตัวเซ็กซี่ หน้าอกใหญ่ สะโพกกลม และไหนจะขาที่เรียวยาว สวยไปหมดนั่นอีกสิ่งเหล่านี้ประกอบเข้าเป็นผู้หญิงที่ชื่อดาวเหนือ คนที่เขาคิดไว้ว่าจะไม่มีวันสนใจ แต่ทำไมเวลานี้ ใจเขาต้องเต้นแรงเมื่อเธอบอกว่าจะไปกับเพื่อนต่อแล้วครู่เดียว ทิวเขาก็ได้เห็นรูปที่เธอส่งมา เขาเปิดดูทันทีด้วยความรีบร้อน ซึ่งก็ไม่รู้อีกว่ากลายเป็นคนอยากรู้อยากเห็นตั้งแต่เมื่อไหร่ภาพที่เห็น คือผับหรูที่มีแต่แสงสลัว และกลุ่มคนที่ยืนเบียดกันจนแน่นขนัด ดาวเหนืออยู่กลางวงล้อมของเพื่อนชายทั้งสาม ท่าทางสนุกสุดเหวี่ยง เธอแอ่นสะโพกไปด้านหลังเฉียดชนกับเพื่อน ส่วนมือวางแหมะที่หน้าอกของเพื่อนอีกคนโดยไม่คิดที่จะหวงเนื้อหวงเนื้อเลยสักนิดขัดใจ! ใช่ มันแทบทนมองต่อไม่ได้ในใจของทิวเขาอัดแน่นไปด้วยคำถามหลากหลายอย่างทำไมเธอถึงกล้าไปกับผู้ชายยามดึกแบบนี้?ทำไมถึงไม่รีบกลับมาพักผ่อน?คิ้วเข้มทั้งสองขมวดติดกันอย่างไม่เคยเป็น อีกใจก็นึกอยากจะไปตาม อีกใจก็คิดว่าทำไมเขาต้องไปตามเธอด้วยล่ะ นี่เขากำลังเป็นอะไรเนี่ย“นอนซะทิวเขา ก็แค่คนเที่ยวเก่งจนติดนิสัย จะไปใส่ใจด้วยทำไม”เวลาผ่านไปเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงชายหนุ่มรูปงามที่มีน
ปกติแล้วดาวเหนือจะชื่นชอบในการมองท้องฟ้ายามแดดออกเป็นที่สุด เพราะเจ้าตัวคิดว่ามันช่างสวยงาม ละมุมไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน แต่สำหรับวันนี้แล้ว ท้องฟ้าในสายตาเธอกลับไม่สวยเอาเสียเลยเป็นเวลาห้าโมงเย็น หญิงสาวเดินออกจากห้องนอนด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยสดใสนัก เธอเดินหน้าบึ้งไปยังห้องครัวหวังจะหายาแก้อาการปวดหัวกินสักหน่อย ดูๆ ไปแล้ว เหมือนเธอกำลังจะมีไข้“ลมอะไรหอบเธอกลับมา”ไม่ต้องหันไปมองเธอก็สามารถเดาได้เลยว่านั่นคือใครก็นังแม่เลี้ยงตัวดียังไงล่ะ!“ไง ยังไม่ตายอีกเหรอ” ดาวเหนือตอบด้วยอารมณ์หงุดหงิด บอกตามตรง จากที่แย่พออยู่แล้ว มาตอนนี้เธอรู้สึกเลยว่ามันน่าหัวเสียสุดๆ“ก่อนจะพูดอะไรดูสภาพตัวเองบ้างเถอะ”อีกฝ่ายเบ้ปากมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าเออ มันก็จริง ดาวเหนือไม่แปลกใจหรอกกับคำพูดของยัยแม่เลี้ยง เพราะตั้งแต่เมื่อคืนเธอก็ยังไม่ได้อาบน้ำเลย เครื่องสำอางก็ยังเช็ดออกไม่หมดเลยด้วยซ้ำ“รีบๆ กลับไปในที่ของเธอได้แล้ว อีกสักพักพ่อเธอก็จะกลับมาแล้ว”“ที่ของฉันน่ะเหรอ” ดาวเหนือแค่นหัวเราะ พลางปรายตามองคนพูดแบบหัวจรดเท้าบ้าง“ก็นี่ไง...ที่ของฉัน ส่วนที่เธอเหยียบใต้เท้าก็อาณาเขตของฉัน แล้วมีสิทธิ์อะไรมาแห
“แม่!!!”ดาวเหนือสะดุ้งตื่นกลางดึก เธอหันมองรอบๆ บริเวณที่ตัวเองอยู่ จึงรู้ว่านี่คือห้องของธามเพื่อนสนิทของเธอเองและก่อนที่ดาวเหนือจะตั้งสติอะไรได้ประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมกับธามที่รีบวิ่งเข้ามาในห้องด้วยความเป็นห่วง“เป็นอะไรดาวเหนือ ฝันร้ายเหรอ”ร่างเล็กนั่งคดตัวกอดเข่าทั้งสองข้างเอาไว้แนบอก ตาทั้งสองข้างบวมเปล่ง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก“ไม่เป็นไรนะ ธามอยู่ตรงนี้แล้ว”ธามเห็นท่าทีของเพื่อนไม่ดีนักจึงเอื้อมแขนไปดึงตัวเธอเข้ามาโอบกอด คำพูดเขาก็ออกจะอบอุ่นเมื่อต้องปลอบคนกำลังฝันเสีย“ฮึก ไม่เหลืออะไรแล้ว กูไม่เหลือใครแล้ว”ธามกอดเธอไว้แน่น ใช้มือแปะๆ หลังของเธอเป็นการตอกย้ำว่าเพื่อนคนนี้จะไม่หายไปไหนและยังคงอยู่ข้างเธอเสมอ“ทำไมต้องเป็นแบบนี้วะ ฮือ ไม่มีใครรักเลย ทำไมทุกคนต้องทิ้งไปด้วย”“ไม่เป็นไรนะ ดาวเหนือยังมีธาม มีณัฐ มีพู่กัน คนเรามีคนรักก็ต้องมีคนเกลียด เป็นเรื่องธรรมดา”“คนที่เกลียดรวมถึงพ่อด้วยไหม ทำไมอะ ดาวเหนือไม่น่ารักเหรอ หรือไม่ดีตรงไหนกัน”หญิงสาวยังคงร้องไห้ออกมาไม่หยุด เธอเข้าใจว่ามีคนรักก็ย่อมมีคนเกลียด แต่พ่อของเธอทำไมไม่รักเธอเลย ทำไมชอบทำร้ายจิต
ทิวเขามาถึงสถานบันเทิงเพียงแค่ไม่กี่นาที วันนี้เขาสวมใส่กางเกงยีนส์ขาดเข่าที่ไม่เคยใส่ กับเสื้อยืดสีดำที่ใส่เป็นประจำวันก่อนที่เข้ามาได้ก็เพราะผิงผิงพาเข้า แต่ครั้งนี้เขามาคนเดียวจึงคิดว่าควรแต่งตัวให้สมกับสถานที่สักหน่อยก็คงจะดูกลืนไปกับนักเที่ยวคนอื่นๆ ได้ทิวเขาไม่รอช้ารีบเข้าไปด้านใน เสียงเพลงดังกระหึ่มด้วยจังหวะเพลงร็อค ชายหนุ่มไม่ชอบเสียงดังที่ชวนหูหนวก มันทำให้เขารู้สึกถึงพลังด้านลบที่ไม่ดีต่อร่างกาย อาจเป็นเพราะนักศึกษาคณะแพทย์ศาสตร์ด้วยล่ะมั้ง ที่ทำให้เขาสนใจตัวเองมากกว่าจะมาเที่ยวเล่นเพราะความสนุกชั่วครั้งชั่วคราวซึ่งแน่นอน ชีวิตเขามันต่างกับอีกคนที่หายหน้าหายตาไปเลยตั้งแต่วันนั้น...“อยู่ไหนของเขานะ”ทิวเขาบ่นกับตัวเองขณะเดินสอดส่องมองหาดาวเหนือ บอกตามตรงถ้าเขาไม่รู้สึกผิดก็อย่าหวังว่าเธอจะได้รับความสนใจจากเขา ผู้หญิงก๋ากั๋นแบบนั้น รู้อยู่หรอกว่าเอาตัวรอดได้ แต่ที่เขามา มันก็แค่...อยากเคลียร์เรื่องวันนั้น!ร่างสูงโปร่งเดินเบียดกลุ่มนักเต้นไปจนถึงกลางลานไฟที่คอยกระพริบยิบๆ ทำเอาเขาปวดกระบอกตาไม่น้อย ไม่เข้าใจว่าทำไมคนพวกนี้ถึงชอบมาเที่ยวกันนัก ที่แบบนี้หาความสุขได้จริงหรื
“ไม่ ฉันไม่อยู่!”ดาวเหนือมองทิวเขาด้วยความประหลาดใจ คนที่ยืนตรงหน้านี้ใช่ผู้ชายที่คอยรังเกียจไล่เธออยู่ทุกวันจริงหรือ เขาเพิ่งพูดว่า ขอชดเชย... แบบนี้หมายความว่ายังไง ไม่ชอบหน้า แต่อยากให้อยู่ต่อ?บอกเลย เธอตามเกมผู้ชายคนนี้ไม่ทัน“ไม่คิดสักหน่อย ก่อนจะปฏิเสธเหรอครับ”ทิวเขาบอกเธอด้วยคำสุภาพ แล้วพอเขาทำตาอ้อนมา ใจดาวเหนือก็เต้นแรงเชียว เธอไม่เคยเห็นแววตาแสนออดอ้อนเช่นนี้มาก่อนเลยก็ยังอยากจะย้ำคำเดิม ทิวเขาในโหมดนี้...มันใช่ตัวตนของเขาจริงหรือ?!“นี่นายป่วยหรือเปล่า วันก่อนด่าฉันแทบไม่ไว้หน้า มาวันนี้กลับมาอ้อนวอน ฉันงงไปหมดแล้ว”ไม่คิดว่าเธอจะต้องมาตั้งคำถามนี้เลย คนอย่างทิวเขา เท่าที่เคยสัมผัสอยู่ร่วมห้องกันมา เขาเอาแต่หนี และคิดว่าเธอคงเหมือนเชื้อโรค พอนั่งร่วมโต๊ะกินข้าวด้วย เขาก็ทำเป็นตกใจ รีบหลบหน้า ก่อนจะคว้าชามกลับเข้าห้องไปเสียเฉยๆหรือไม่บางครั้งที่เธอใส่เพียงผ้าขนหนูออกมาจากห้องน้ำหลังอาบเสร็จ ทิวเขาจะทำเป็นตื่นตะลึง แล้วเขาก็หลบเข้าห้องปิดประตูใส่หน้าเธอเสียงดังสนั่นเนี่ย! เขาทำกับเธอแบบนี้ทุกครั้งที่อยู่ห้องนี้แล้วหนนี้คืออะไร? เขาคิดอะไรอยู่กันแน่นะ“ผมสบายดี แต่ถ้าจะ
7 ปีต่อมา...ทิวเขาซึ่งอยู่ในชุดสีเขียวเข้มเดินออกมาจากห้องผ่าตัด ร่างกายเหนื่อยล้าไม่ใช่น้อย แต่เขาก็ภาคภูมิใจที่วันนี้ได้ช่วยคนไข้ไว้ได้อีกคนแล้ว“วันนี้มีคิวผ่าตัดอีกไหม”“ไม่มีแล้วค่ะคุณหมอ”“หมดเวรของผมแล้ว งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”ทิวเขาขับรถออดี้คันหรูออกจากโรงพยาบาลเอกชนที่ตนทำงานอยู่ วันนี้ภรรยาคนสวยของเขาโทรมาบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย เสียงที่เอ่ยออกมานั้นดูจริงจังเสียจนเขานั้นอยากจะกลับบ้านเสียตอนนั้นเลย ถ้าไม่ติดว่ายังเหลือเคสผ่าตัดสุดท้าย ป่านนี้เขาคงได้อยู่กับภรรยาไปแล้วรถยนต์คันหรูเลี้ยวเข้าไปในคฤหาสน์เพราะเขาต้องมารับภรรยาที่บ้านพ่อตาเสียก่อน“สวัสดีครับคุณพ่อ คุณแม่”“ไหว้พระเถอะลูก” คุณนายสร้อยฟ้ากล่าว พลันยิ้มแย้มด้วยความเอ็นดูลูกเขยที่ว่านอนสอนง่าย ทิวเขาเข้ามาเป็นสมาชิกในครอบครัวนี้ได้สามปีแล้ว และไม่มีครั้งไหนที่เขาจะหนักใจเมื่อก้าวเข้ามาสู่ความหรูหราร่ำรวยของครอบครัวภรรยา“ดาวเหนืออยู่ไหนเหรอครับ”“นู้นจ้ะ อยู่ที่สวนเลย”“ครับ งั้นผมขอตัวไปหาเขาก่อนนะครับ”ทิวเขาเดินเข้าไปในสวน ดอกกุหลาบหลากสีบานสะพรั่ง สวยสดงดงาม แต่มีสิ่งหนึ่งที่สวยงามกว่าดอกไม้เหล่านั้น
“พ่อกับคุณสร้อย รู้จักกันตั้งแต่ก่อนที่พ่อจะคบกับแม่ของลูกเสียอีก เวลาที่มีปัญหาพ่อก็มักจะมีคุณสร้อยนี่แหละคอยอยู่ข้างๆ คุณสร้อยเป็นคนที่คอยหาลูกค้าให้พ่อมาตลอด แล้วอีกอย่างก็เป็นคนติสท์ ที่บ้านทิ้งมรดกไว้ให้เป็นพันล้าน แต่ชอบเที่ยวทำอะไรตามความรู้สึก จนผ่านไปเจ็ดปีนั่นล่ะ พ่อก็รู้สึกชอบผู้หญิงคนนี้จึงได้ตามจีบจนเธอยอมใจอ่อนแต่งงานกับพ่อ”“เดี๋ยวนะคะ พ่อกำลังจะบอกว่า คุณสร้อยเป็นคนดีเหรอคะ แล้วทำไมหนูถึงเจอแต่เรื่องไม่ดีกับผู้หญิงคนนี้ละ”“พ่อบอกแล้ว เธอน่ะเป็นคนติสท์แตก แต่เอาเข้าจริง ก็เอ็นดูหนูมากนะลูก แค่ชอบแกล้งแรงไปหน่อย”ดาวเหนือตัวชาไปครึ่งซีก พ่อบอกว่า 'แค่แกล้ง' มันจะเป็นอย่างนั้นไปได้อย่างไร หน้าตา สีหน้า ปากคอที่เลาะร้ายเช่นนั้นน่ะเหรอ คิดเอ็นดูเธอ?!“คุณจะไปบอกทำไมคะว่าฉันเอ็นดูแก ดาวเหนือไม่มีทางเชื่อหรอกว่าฉันไม่ได้ร้าย”“ก็มันคือเรื่องจริง คุณทำไปก็เพราะหวังดีกับแก แล้วจะให้ผมนิ่งเฉยให้ลูกเข้าใจผิดอีกทำไมกัน”“เฮ้อ...คุณก็เป็นซะแบบนี้ ดูเอาเถอะ หน้าดาวเหนือแย่ขนาดไหน”พ่อหันมองลูกสาว ดาวเหนืออาการย่ำแย่จริง หน้าขาวจนไร้สีเลือด คงตกใจไม่น้อยกับความจริงในหลายๆ เรื่อง“เพ
16 ปีที่แล้วบริษัทนำเข้าดาวเคียงฟ้าเป็นบริษัทที่ค่อนข้างใหญ่ เมื่อเกิดข่าวอื้อฉาวขึ้นที่ถูกสร้างโดยเฟคนิวส์ก็โดนถล่มอย่างหนัก ถึงแม้จะมีหลักฐานมาพิสูจน์แต่เพราะพลังโซเชียลมีเดียที่เป็นดั่งมีดสองคมก็ยังคงโจมตีเข้ามาไม่หยุด“คุณนี คุณหยุดที่ผมได้ไหม ผมขอร้อง”“ไม่ บริษัทคุณจะล้มละลายวันนี้พรุ่งนี้ใครจะไปรู้ ฉันไม่ทนอยู่สภาพแบบนี้หรอกนะ”“เรารักกันไม่ใช่เหรอ ทำไมคุณพูดออกมาแบบนี้”“เมื่อไหร่จะหายโง่สักที ที่ฉันอยู่ก็เพราะเงินของแกทั้งนั้นแหละ ตอนนี้แกไม่มีเงินให้ฉันแล้ว ฉันไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป หลบ!!”สองสามีภรรยาที่แต่งงานกันมาเข้าปีที่เจ็ด พวกเขาเกิดปากเสียงกันเมื่อคนเป็นภรรยาทราบมาว่าสามีของเธอกำลังตกต่ำ เสียงเด็กร้องสลับกับเสียงฟ้าร้องไปมา สามีของเธอนิ่งไปทันทีที่เธอพูดจบ นัยน์ตาของเขาแดงก่ำจากพิษรักที่กำลังถูกทรยศ“แล้วลูกล่ะ คุณไม่รักลูกเหรอ”“ใครอยากมีก็เลี้ยงไปสิ ฉันไม่ได้อยากให้มันเกิดมาสักหน่อย”มณี หรือแม่ของดาวเหนือพูดออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย ที่ผ่านมาเธอไม่ได้รักลูกจริงเลย มณีเพียงแสร้งทำดีเพื่อให้สามีหลงเธอจนหัวปักหัวปรำต่างหากแต่ในวันนี้ มันคือฟางเส้นสุดท้ายของคน
ทางด้านทิวเขาเมื่อเขาเข้าไปในโกดังร้างได้ ก็ได้เห็นแสงสว่างเดียวจากโคมไฟดวงหนึ่ง ส่องแสงสว่างไปยังทางมืดมิดเบื้องหน้า เขากลั้นใจชั่วอึดหนึ่ง ก่อนจะย่างเดินไปตามทางบังคับนั้นอย่างช้าๆ“ดาวเหนือ!”เขาตะโกนเรียกชื่อคนรัก สักประเดี๋ยวก็มีเสียงตอบกลับมา เสียงนั้นฟังแทบไม่ได้ศัพท์ ราวกับมีสิ่งใดขวางกั้นจนทรมานพอฟังอีกครั้ง ทิวเขาก็ใจเต้นระทึกลั่นอก ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ เสียงอู้อี้ก็ยิ่งดังขึ้น จนกระทั่ง...“ทิวเขา!!”เป็นดาวเหนือเองที่ส่งเสียงตอบกลับมา ทิวเขาตาเบิกโพลงกลับภาพที่เห็น ดาวเหนือถูกจับมัดแขนมัดขารวบรัดไว้กับเก้าอี้ มีผ้าผืนเก่าปิดปากไว้ เธอพยายามดิ้นรน ทั้งร้อง ทั้งเรียกหาแต่เขาอยู่เช่นนั้น“มาแล้วเหรอ ทิวเขาสุดที่รัก”ผิงผิงเดินไขว้หลังยิ้มแย้มออกมาจากมุมมืด เธอมาหยุดยืนคั่นกลางระหว่างทิวเขากับดาวเหนือ หันหน้ามาหาชายหนุ่มที่รักหมดหัวใจมากไปกว่านั้น ทิวเขายังเห็นผู้ชายอีกคนเดินตามออกมาด้วย ทว่าสีหน้าที่มองมายังดาวเหนือไม่ได้มีแววเย็นชาเหมือนอย่างผิงผิงแม้แต่นิด“ผิง ทำแบบนี้ทำไม ปล่อยดาวเหนือเดี๋ยวนี้”“เฮอะ ตลกสิ้นดี มาถึงก็ทำตัวเป็นพระเอกน้ำเน่าเลยนะ มาบอกให้ปล่อยงั้นเหรอ ฝันไ
ดาวเหนือลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจ ละทิ้งเตียงนอนที่อุดอู้มาทั้งวัน เดินไปยังตู้เสื้อผ้า เปิดลิ้นชักเพื่อดูของด้านในนิดหน่อย แต่แล้วก็ต้องถอนหายใจ ยกมือตบหน้าผากหลังจากของใช้ที่ต้องการร่อยหรอไปหลายอย่างเลยเชียว“อ้าว หมดแม้กระทั่งผ้าอนามัยเลยเหรอเนี่ย” หญิงสาวคว้านมือเข้าไปด้านในสุดอย่างเสียอารมณ์ “เฮ้อ...ออกไปซื้อดีไหมนะ”ดาวเหนือคิดสักประเดี๋ยวหนึ่ง ก็เกิดอยากออกไปเซเว่น ร้านสะดวกซื้อที่ว่าอยู่ซอยถัดไปนี่เอง คงไม่เป็นไรหรอกมั้งถ้าเธอจะออกไปก่อนที่ทิวเขาจะกลับมา“เอาละ รีบไปรีบกลับก็แล้วกัน”หญิงสาวเดินออกมาจากหอพักด้วยกางเกงขายาวสวมใส่เสื้อฮู้ดธรรมดา เมื่อมาถึงเซเว่นดาวเหนือก็หายห่วง จัดการมองหาของที่ต้องการเธอซื้อของรวมถึงผลไม้และอาหารแช่แข็งสำเร็จรูปสำหรับทำอาหารทานมื้อเย็น แต่เธอไม่ใช่คนทำหรอกนะ คนทำตัวจริงยังไม่กลับมาจากมหาวิทยาลัยนั่นเลยดาวเหนือเดินกลับทางเดิมที่เธอเดินมา สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าและมีบ้านคนเพียงแค่ไม่กี่หลัง ก็นี่มันทางผ่านเฉยๆ นี่เนอะ ถ้ากลับทางถนนใหญ่คนเยอะก็จริง แต่เดินไกลกว่า มอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ไม่มีเสียด้วย เธอไม่ยอมเดินไกลกว่าเพราะอยากกลับไปให้ทันก่อนที่ทิวเข
เช้าวันนี้ทิวเขาออกไปเรียนคนเดียว จุดมุ่งหมายของเขามีเพียงผิงผิง ที่คาดว่าฝ่ายนั้นจะอยู่ใต้ตึกของคณะ ผิงผิงเป็นเพื่อนสาวคนเดียวที่เขาสนิทด้วย แต่ตอนนี้ เธอยังเป็นคนเดียวที่คอยทำให้เขาไม่สบายใจ โดยเฉพาะเรื่องล่าสุด ที่ทำให้ทิวเขาต้องนอนไม่หลับมาทั้งคืน“ผิง เราขอคุยด้วยหน่อย”“มีอะไรหรือเปล่าทิวเขา นั่งก่อนสิ นี่กำลังคุยกับเพื่อนๆ สนุกเลย”“เรามีเรื่องต้องคุยกับผิงตอนนี้ มาคุยกันหน่อยเถอะ”ทิวเขาไม่เคยพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงแกมหงุดหงิดมาก่อน หากเรื่องที่ว่าไม่เกี่ยวข้องกับน้องผู้หญิงคนนั้น เขาคงจะลืมทุกเรื่องไปแล้วทิวเขาเดินนำผิงผิงมายังมุมลับตาคน ใต้บันไดไม่ค่อยมีคนเดินผ่าน เพราะจุดนี้เป็นเพียงมุมเชื่อมต่อไปอีกอาคารหนึ่งเท่านั้น ผิงผิงมองสถานที่แวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาสบตากับทิวเขา สีหน้าของเขาบึ้งตึงตั้งแต่เจอกันแล้ว“มีอะไรเหรอทิวเขา”“เรื่องทั้งหมด ผิงเป็นคนทำใช่ไหม”“เรื่องอะไร?” ผิงผิงขมวดคิ้วมุ่น ก่อนที่เธอจะพลันคิดได้ หรือว่า...ทิวเขาจะรู้อะไรเข้า“ผิงรู้ดีแก่ใจ ทั้งเรื่องฝน เรื่องในห้องน้ำ และยังไม่รวมที่อื่นอีก”“ทิวเขา...”“คราวนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าเรื่องอะไร”ผิงผิงกัดริมฝีปากตัวเ
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดยามเช้าอ่อนๆ ลอดเข้ามาจากทางหน้าต่างฝั่งระเบียง ผ้าม่านสีขาวปิดไว้มิดชิดก็จริง แต่ก็ไม่อาจปิดกั้นแสงแดงเข้ามาได้ ร่างบางที่นอนหมดเรี่ยวแรงบนเตียงค่อยๆ ขยับลุกขึ้น เสมองไปยังอีกคนที่นอนไม่ห่างกัน หรือจะเรียกให้ถูก เธอนอนทับตัวเขาเสียมากกว่าโดยมีอ้อมแขนเขากอดรัดไว้ตลอดจนรุ่งเช้ามาถึงดาวเหนือลุกลงจากเตียงเดินกายเปลือยเปล่าเข้าห้องน้ำ เธอไม่มีความอายเมื่ออยู่กับเขา และยังชินเสียอีกด้วยเมื่อต้องแก้ผ้าเดินผ่านหน้าเขาไปไม่รู้ต่อกี่ครั้ง“ดาวเหนือตื่นเร็วจัง”เสียงเอ่ยทักเบาๆ ทำให้ร่างบางชะงักเท้า ก่อนจะรีบหมุนตัวเดินกลับมายังคนที่นอนกึ่งนั่งบนเตียง“รีบตื่นทำไม เหนื่อยไม่ใช่เหรอ นอนต่อเถอะ”เธอแหย่เขาด้วยรอยยิ้ม และคนถูกแกล้งก็ยิ้มออกมาทันใดพร้อมกับตวัดแขนดึงเอวเธอให้เข้ามาชิดอกแกร่ง ริมฝีปากของคนเพิ่งตื่นนอนจรดหน้าผากหญิงสาว กระซิบคำน่ารัก“อยากฟินเหมือนเมื่อคืนต่อจัง สักรอบดีไหม”“บ้าน่าพอเถอะ”เธอกลั้นยิ้มไว้แทบแย่ หมู่นี้ทิวเขาชักจะร้ายขึ้นทุกวัน คำพูดคำจาก็ล่อแหลมกลั่นแกล้งเธอให้พลาดท่าให้ไม่รู้ต่อกี่ครั้ง และไหนจะความอบอุ่นในอ้อมแขนเช่นนี้อีก บอกเลย ไม่หลงก็คงไม่
“แย่เลย ขอโทษนะที่ถาม”ไม่หรอก ผมดีใจจะตาย”ถึงปากจะพูดแบบนั้น แต่ดาวเหนือก็มองออกว่ามันตรงข้ามกับความรู้สึกของเขา“ผมเห็นทั้งเพื่อน พี่ น้อง หลายคนที่ไปแล้วได้ดี แต่ก็มีบางคนที่อาจจะโชคร้ายได้ครอบครัวไม่ดี แบบนั้นน่ะ ไม่ถูกเลือกมันดีที่สุดแล้ว”“นี่เป็นครั้งแรกเลยนะ ที่ทิวเขาพูดเยอะขนาดนี้” ดาวเหนือเอียงคอมองแฟนหนุ่มด้วยความชื่นชม“ทิวเขาเคยคิดอยากเจอพ่อแม่ตัวจริงไหม”“เคยนะ จริงๆ ตอนนี้ก็ยังคงอยากเจอท่านอยู่ ผมอยากจะถามทำไมถึงเลือกที่จะทิ้งผม ทำไมถึงไม่มาหาผมบ้าง ตอนนี้สบายดีไหม ทำอะไรอยู่ ไม่มีใครไม่อยากเจอพ่อแม่ตัวเองหรอกนะ”“นั่นน่ะสิ คงมีแต่ดาวเหนือเองนี่แหละ”คำพูดที่ออกมาจากปากเธอทำเอาทิวเขาต้องหันกลับมามองหน้าอย่างแปลกใจ เท่าที่รู้มา เหมือนเธอจะไม่ถูกกับพ่อ แต่เขาก็ไม่เคยคิดว่าจะไม่ถูกกันถึงขนาดไม่อยากเจอหน้ากันเลย“เมื่อก่อนครอบครัวดาวเหนือก็เหมือนครอบครัวคนอื่น ดาวเหนือมีทุกอย่างที่เพียบพร้อม เงิน ทอง ครอบครัวที่แสนสุขใครเห็นก็อิจฉา แต่แล้ววันหนึ่งทั้งสองก็เกิดทะเลาะ ตอนนั้นดาวเหนืออายุแค่ห้าขวบเลยไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมาก แต่สิ่งหนึ่งที่รู้คือพ่อชอบเอาผู้หญิงคนอื่นมาที่บ้าน”
ในที่สุดช่วงปิดเทอมก็มาถึง ถึงแม้จะเป็นปิดเทอมสั้นแต่สำหรับดาวเหนือแล้วเวลานี้มันคือสวรรค์ เป็นเวลาเดือนกว่าๆ แล้วที่เธอและทิวเขาคบกันมา ช่วงแรกที่ทุกคนรู้ว่าทั้งสองคบกันก็มีข่าวซุบซิบมากมายแต่ไม่ใช่ข่าวดีหรอกนะ บ้างก็ว่าทิวเขาไม่ได้รักเธอจริง บ้างก็ว่าทิวเขารักเธอเพราะเงิน บ้างก็ว่าเธอไปข่มขู่ทิวเขาเฮ้อ ไปกันใหญ่แล้วถ้าคิดว่านี่หนักแล้ว ไม่เลย...บางคนพูดกันถึงขนาดว่าทิวเขาขายตัวให้ดาวเหนือเลยก็มี เธอทนไม่ไหวจึงได้โพสรูปคู่ลงในไอจีพร้อมกับประโยคแคปชั่นแซะๆ ไปเรื่องถึงได้เงียบลง ดาวเหนือไม่เข้าใจเลยจริงๆ ทำไมถึงได้มีคนสนใจเรื่องไร้สาระกันขนาดนี้“ดาวเหนือ มากินข้าวครับ” ทิวเขาเรียกเธอที่เอาแต่นอนอยู่บนเตียงไม่ไปไหน“วันนี้ทำอะไรทานคะสุดหล่อ”ทิวเขาส่ายหน้าอย่างเอ็นดู “พอได้แล้ว แซวอยู่ได้”“แหมม ทำเป็นเบื่อที่ถูกแซว แสดงว่ามีสาวๆ มาแซวบ่อยใช่ไหม”“เฮ้ย! มีที่ไหนกัน ไม่มีเลย”“เชอะ อย่าให้รู้ว่ามีนะแม่จะตีเข่าใส่เลย” ดาวเหนือทำทีเป็นโหดใส่เพื่อข่มขู่แต่มีหรือคนถูกขู่จะกลัว เขามองเธอเป็นแฟนสาวที่น่ารักเสมอ ทิวเขาวางมือจากสิ่งที่ทำอยู่ดึงรวบตัวแม่เสือสาวเข้ามาในอ้อมกอด ริมฝีปากบรรจงจ