แชร์

คิดจับปลาสองมืองั้นรึ?

ผู้เขียน: suniki
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-01-20 19:18:28

กงเจิ้งอยากพูดบางอย่างแต่สีหน้าของชินอ๋องสั่งเขาให้หุบปาก เมื่อรถม้าจอดหน้าจวนจึงลงจากรถม้าแต่โดยดี ภายในรถม้าเหลือเพียงหนึ่งคนหนึ่งแมว หงอี้ยังไม่รู้ตัวว่าการที่นางสยบเสือร้ายจนหงอเป็นเรื่องแปลกประหลาด จึงนั่งเลียขนเงียบ ๆ บนตักแกร่ง

ไต้ชินอ๋องหลุบตามองสัตว์เลี้ยงที่ไม่เคยตั้งใจเก็บมาเลี้ยงอย่างใช้ความคิด แคว้นหลี่ก่อตั้งมายาวนานนับพันปี เปลี่ยนราชวงศ์มานับสิบราชวงศ์ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนหรือสูญหาย นั่นก็คือตำนานเก่าแก่ในสมุดบันทึก ซึ่งตกทอดและถูกเก็บรักษาอย่างดีในห้องลับ มีเพียงคนในราชวงศ์ไม่กี่คนสามารถเข้าถึงมันได้

เขาไม่เคยอยากสนใจศึกษาอย่างถ่องแท้จนกระทั่งวันนี้ หงอี้เป็นแค่แมวแต่กลับทำให้เสือดำยอมสงบลงได้เพียงแค่ขู่ หงอี้ฉลาดกว่าแมวทั่วไปเขายอมรับ มันถึงขนาดเข้าใจท่าทีหรือภาษาคนได้ มีหลายครั้งหรือเหตุการณ์บางอย่างที่เขามิได้คิดไปเอง

เห็นทีต้องกลับไปลื้อค้นตำนานพวกนั้นมาอ่านสักครั้ง บางทีอาจมีคำตอบในข้อสงสัยของวันนี้ ส่วนเสือดำแต่มีลายพาดกลอนตัวนั้น...

หลี่ไต้ซวนก้มมองหงอี้ผู้นอนหมอบนิ่งบนตัก ตัดสินใจทดสอบบางอย่างอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ “หงอี้”

เจ้าของชื่อผงกหัวมองคนเรียก ดวงตาสีเทากลมแป๋วคู่นั้น ดูไร้เดียงสาจนสามารถล่อลวงใครต่อใครให้มาเอ็นดูได้หลายคนโดยไม่รู้ตัวมาแล้ว

“ตอนอยู่ในห้อง เจ้าคุยกับพยัคฆ์ดำรู้เรื่องด้วยหรือ”

หงอี้ดูไม่แปลกใจนัก อีกทั้งนางยังอยากแบ่งปันความดีใจของตนเองที่สามารถพูดคุยกับสัตว์ตัวอื่นได้เสียที หลังจากโดดเดี่ยวในโลกของสัตว์มานาน จึงพยักหน้าเร็ว ๆ เป็นคำยืนยัน ส่งเสียงราวต้องการบอกเล่าแม้ว่าคนฟังจะไม่เข้าใจก็ตามที ไต้ชินอ๋องชินเสียแล้วที่เจ้าแมวขี้เซาเห็นแก่กินตัวนี้ของเขาเข้าใจภาษามนุษย์ กล่าวเพิ่มว่า

“อีกสองวันจะมีการประมูล เจ้านั่นจะเป็นรายการประมูลสุดท้าย วันพรุ่งนี้ข้าจะพาเจ้าไปที่นั่นอีกครั้งเพื่อพูดคุย หากมันยอมทำตัวสงบเสงี่ยม ไม่ขู่คำรามจนผู้คนหวาดกลัว ข้าจะรับเลี้ยงมันไว้ในจวนอ๋อง คอยเป็นเพื่อนเล่นให้เจ้า ดีหรือไม่”

หากเป็นอย่างที่เขาคิด การประมูลพยัคฆ์ดำออกไปก็เหมือนเพิ่มกำลังสำคัญให้ผู้อื่น ยิ่งผู้อื่นที่ได้ไปคือศัตรูหรือมีความคิดหมายอยากเป็นศัตรูกับแคว้นหลี่ เขาเชื่อแน่ว่ามันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่

ท่านคิดผิดแล้วเรื่องเพื่อนเล่น เจ้านั่นเป็นได้แค่ลูกน้องของข้าเท่านั้น

หงอี้ไม่รู้ว่าความมั่นใจนี้เกิดจากอะไร แต่มันมาจากสัญชาตญาณในร่างกาย บอกว่านางอยู่สูงกว่าตาแก่ในกรงขังนั่นมากนัก จึงส่งเสียงในลำคอสองสามครั้งเป็นการเห็นด้วย พลางยืดตัวเชิดหน้าอย่างโอหัง ย่ำเท้าหน้าคล้ายต้องการนวดเหมือนต้องการบอกบางอย่างกับเขา

น่าเสียดาย ไต้ชินอ๋องอ่านท่าทางของแมวขี้เซาตัวนี้ไม่ออก นอกจากมองว่ามันกำลังทำตัวอวดเบ่ง

“นับจากนี้คงต้องรบกวนเจ้าคอยสั่งสอนให้มันสงบเสงี่ยมสักหน่อย”

เมื่อมีงานให้รับผิดชอบเจ้าตัวกลมนี่จะได้เลิกหนีเที่ยวเสียที เขาเบื่อสีหน้าเหนือชั้นของกงเจิ้งเต็มที เวลาเขาออกตามหาจนมาเจอหงอี้กลิ้งเล่นอยู่ในแปลงดอกไม้ของเจ้านั่น

รอสวนดอกไม้ที่เขาสั่งพ่อบ้านให้พาคนสวนมาปลูกเสร็จเรียบร้อย...ฮึ ๆ

รถม้าจอดสนิทบนลานเรือนด้านหน้า ไต้ชินอ๋องเดินลงจากรถม้ามุ่งกลับเรือนใหญ่เพื่อจัดการงานอีกเล็กน้อย ในอ้อมแขนแกร่งมีสัตว์เลี้ยงสีขาวขดตัวเป็นก้อนกลม ถือเป็นภาพชินตาของเหล่าบ่าวไพร่ในจวนอ๋องไปเสียแล้ว

คืนนั้นหงอี้เข้านอนพร้อมได้รับการปรนเปรอจากทาส เอ๊ย เจ้านาย ด้วยการแปลงขนจนหลับไปอย่างมีความสุข

ยามนี้ไต้ชินอ๋องกำลังยืนนิ่งอยู่ในห้องทรงพระอักษรของฮ่องเต้แคว้นหลี่ โดยเจ้าของห้องกำลังนั่งทรงงานมิได้ไยดีต่อการมีอยู่ของบุคคลที่สองหรือสาม หนึ่งเค่อผ่านไปเรียวนิ้วยังคงตวัดพู่กันอย่างคล่องแคล่ว ประทับตราลงบนฎีกาเล่มแล้วเล่มเล่า

หนึ่งชั่วยามผ่านไปจึงยอมเงยพระพักตร์ขึ้นมองน้องชายร่วมมารดา หลี่ไต้ซวนยืนนิ่งไม่ไหวติง ใบหน้าไร้อารมณ์ นัยน์ตาสีรัตติกาลว่างเปล่าไม่เห็นการกลั่นแกล้งของฮ่องเต้อยู่ในสายตา สุดท้ายคนนึกสนุกอยากแกล้งจึงยอมแพ้

“คำขอของเจ้า มีสิ่งใดมาแลก”

แค่อ้าปากก็เห็นถึงความคิดแท้จริง หลี่ไต้ซวนถอนหายใจเฮือก ไม่คิดเก็บอาการหรือกลัวเกรงต่ออำนาจของโอรสสวรรค์แม้แต่น้อย กล่าวถึงของแลกเปลี่ยนที่พี่ชายต้องการด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย “มันทั้งขี้เซาแถมยังกินจุ อิ่มแล้วก็นอนทั้งวัน นับเป็นสิ่งคลายเหงาให้ฝ่าบาทตั้งแต่เมื่อใดพ่ะย่ะค่ะ”

“แค่รู้สึกถึงการมีอยู่ก็นับว่าคลายเหงาแล้ว เจ้าคงไม่รู้สินะว่าการที่เจิ้นต้องนั่งทำงานท่ามกลางกองฎีกาของขุนนางพวกนี้ทั้งวัน ไม่รู้ว่าวันไหนจะถูกฎีกาพวกนี้ล้มทับหัวมันน่าเบื่อแค่ไหน มีบุตรก็มีแต่โอรสหน้าเหม็น รู้จักแต่กวนโทโส ไร้ความนุ่มนิ่ม ด้วยเหตุนี้ดวงใจของเจิ้นจึงเริ่มห่อเหี่ยวราวต้นไม้ขาดน้ำ ต่อไปเจิ้นคงไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงบริหารแคว้นหลี่ พูดแล้วก็...”

ไต้ชินอ๋องยกมือห้ามก่อนพี่ชายจะร่ายยาวถึงความทุกข์ทรมานต่าง ๆ นานาให้เขาฟัง ซึ่งเขาฟังมันมามากเกินพอตลอดสามปีมานี้ ถึงขนาดจดจำได้ทุกคำ หากยังไม่ห้ามคงคร่ำครวญแล้วโยนงานมาให้เขาทำอีก เท่าที่รับมาก็มากเกินตำแหน่งชินอ๋องจนมีขุนนางบางกลุ่มไม่ใคร่พอใจ

ลำพังอำนาจทางการทหารสามในสี่ของแคว้นอยู่ภายใต้สังกัดของเขา ก็มีขุนนางหลายฝ่ายเพ่งเล็งด้วยเกรงว่าเขาจะก่อกบฏ แย่งบัลลังก์กับหลายชายตัวเอง

โง่เง่า  ในใจของหลี่ไต้ซวนกร่นด่าขุนนางแก่ผมหงอกใกล้ลงโลงพวกนั้นทุกคราที่ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดในท้องพระโรง

แม้ว่าจะถูกฮ่องเต้และขั้วอำนาจฝ่ายของเขากล่าวแย้งจนฝ่ายเปิดเรื่องพ่ายแพ้ ก็ยังไม่วายโยนภาระมากมายมาให้เขาได้จัดการอยู่ร่ำไป หวังใช้งาน เผื่อสักวันเขาพลาดพลั้งจะได้ลงมือลดทอนอำนาจ

แน่ละ หากหลี่ไต้ซวนลุ่มหลงในอำนาจ หมายตาบัลลังก์มังกร ย่อมคว้ามาได้เพียงสั่งเคลื่อนพล แต่เขาไม่โง่ถึงขนาดพาตัวเองก้าวไปหยิบบ่วงหนาหนักมาคล้องคอ เพียงตำแหน่งชินอ๋องพ่วงด้วยแม่ทัพใหญ่ของแคว้น ก็นับว่าหนักหนาพอแล้ว

“หากเจ้าบอกว่าหงอี้กินจุ กินล้างกินผลาญ พื้นที่ในวังของเจิ้นออกจะกว้างขวาง ทรัพย์สินในพระคลังส่วนตัว ไหนจะมีสินเดิมของฮองเฮา เท่านี้คงพอเลี้ยงดูหงอี้ได้กระมัง อุทยานในวังล้วนกว้างขวาง แมวตัวเดียวจะวิ่งเล่นทั้งวันได้สักเท่าใดกันเชียว หงอี้อยากนอนทั้งวันทั้งคืนข้าย่อมตามใจ หากเจ้าไม่อยากเลี้ยงก็ยกให้เจิ้นเสีย”

หลี่ไต้ซานหรือจะมองน้องชายไม่ออก พอเป็นเรื่องของเจ้าเหมียวสีขาวอย่างหงอี้ ทำมาพูดดีสารพัด น่าเบื่อบ้างละ กินจุบ้างละ ซุกซนจนน่ารำคาญบ้าง สร้างความวุ่นวายภายในจวนจนความสงบในชีวิตหายไป พอเขาขอมาเลี้ยงเองเจ้าน้องชายกลับส่งสายตาจิกกัด แค่ขอมาเล่นด้วยวันเดียวยังยากแสนยาก

ดูอย่างตอนนี้ ถูกหยอดหน่อยทำมามองตาขวาง ไม่เคยคิดเกรงใจตำแหน่งฮ่องเต้ของเขา

“เจิ้นกล่าวผิดที่ใด ในเมื่อเจ้าเหมือนจะไม่เต็มใจเลี้ยง ก็ยกให้เจิ้นเลี้ยงจะได้พ้นความรำคาญเสียที เจ้าจะได้มีเวลาไปตามเกี้ยวคุณหนูตระกูลอ้าย”

ไต้ชินอ๋องทำหน้าขรึมหนัก มิรู้ว่าถูกสะกิดต่อมความหลงแมวแบบหน้ามึน หรือถูกพี่ชายล่วงรู้ความจริงว่าเผลอไปถูกใจคุณหนูตระกูลอ้าย ถึงขนาดสาวเจ้ามีวาสนาดอกท้อกับราชเลขาหนุ่ม ขุนนางคนสนิทของพี่ชาย ก็ยังไม่วายคิดแย่งชิง

“เห้อ อาซวนนะอาซวน สตรีทั่วแคว้นหลี่มีน้อยเกินไปหรืออย่างไร ไยต้องถูกใจสตรีมีเจ้าของ เหตุใดจึงไม่มองคุณหนูทั้งหลายบ้าง พวกนางคอยแต่จะส่งสายตาให้เจ้าทุกเวลาที่พบหน้า”

มิใช่ว่าพระองค์กังวลว่าศึกรักครั้งนี้จะก่อปัญหาใหญ่โตจนขัดแย้งไปแทบทุกฝ่าย แต่ความสมานฉันท์ก็ยังดีกว่าความแตกแยกมิใช่หรือ

“แค่คนรัก ยังมิได้แต่งงาน จะเรียกว่ามีเจ้าของได้อย่างไร” หลี่ไต้ซวนแสยะยิ้มนึกสนุก ถือว่าการถูกใจสตรีสักคน แถมนางยังมีคนรักอยู่ก่อนแล้ว เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งสำหรับเขา

หากหงอี้มาเห็นใบหน้าของชินอ๋องในยามนี้ คงอุทานว่านี่มันออร่าของตัวร้ายชายชัด ๆ เลย ทั้งรอยยิ้มแสยะตรงมุมปาก ทั้งแววตาวาววับแตกต่างจากแววตาไร้อารมณ์ไม่สนใจสิ่งรอบตัวในยามปกติ

นับแต่เกิดจนเติบใหญ่ถึงเพียงนี้ ไต้ชินอ๋องไม่เคยรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนของก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเมื่อยามมองหน้าสตรีคนไหนเลยสักครั้ง ทว่าการพบกันโดยบังเอิญพร้อมรอยยิ้มแสนหวานของอ้ายเมิ่งเหยาในตลาดเมื่อไม่กี่วันก่อน กลับทำให้บุรุษผู้ด้านชาอย่างเขาอยากทำความรู้จักกับนางให้มากกว่าการพบหน้าโดยฉาบฉวย

แม้ว่าจะทราบภายหลังว่าคุณหนูอ้ายกำลังปลูกต้นรักกับราชเลขาหนุ่มเจียงจื้อหมิง แล้วอย่างไร ในเมื่อมาทำให้เขารู้สึกแม้จะเล็กน้อยก็ควรรับผิดชอบมิใช่หรือ คนรักกันแต่ยังไม่แต่งงานก็มีโอกาสเลิกราได้

เขามั่นใจว่าตนเองสามารถมอบทุกอย่างที่เจียงจื้อหมิงมีให้อ้ายเมิ่งหยา อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำขอเพียงนางยอมเปิดใจให้

หลี่ไต้ซานเห็นเช่นนี้แล้วทำได้เพียงถอนหายใจ ความรักไม่เข้าใครออกใครจริง ๆ

“แล้วแต่เจ้าเถิดเรื่องความรักข้ามิอยากสอดมือเข้าไปยุ่ง พรุ่งนี้พาหงอี้มาแล้วข้าจะบอกจวิ้นอ๋องไว้ให้”

“ฝ่าบาทคิดเช่นนั้นดีแล้วพ่ะย่ะค่ะ เพราะตอนที่ท่านตามขอความรักจากพี่สะใภ้ ข้าเองยังไม่คิดเข้าไปยุ่ง”

โอรสสวรรค์แยกเขี้ยวใส่น้องชาย ร้องเหอะอย่างหงุดหงิด คิดวิธีแก้ลำได้อย่างรวดเร็วด้วยการรีดไถเงินจากน้องชายตัวดี เอาให้หมดตัวเลยดีหรือไม่ “อย่างน้อยข้าก็ไม่คิดแย่งชิงสตรีของผู้ใด กล่าวถึงข้อแลกเปลี่ยนของเจ้ากับข้าจะตกลงกันได้ เจ้าคงไม่ลืมใช่หรือไม่ว่าจวิ้นอ๋องดูแลโรงประมูลซวี่หัว”

“ฝ่าบาทโปรดวางพระทัย โรงประมูลซวี่หัวจะไม่ขาดทุนเมื่อทำการค้ากับจวนชินอ๋อง”

“ดี ของหายาก มูลค่าย่อมสูงตามไปด้วย” ฮ่องเต้หนุ่มแย้มโอษฐ์เมื่อได้ตามที่ร้องขอ ก่อนยกพระหัตถ์โบกไล่น้องชายหน้าปลาตายไปให้พ้นหน้า ไม่วายตรัสสำทับเพราะกลัวอีกฝ่ายแสร้งทำเป็นลืมว่า “พรุ่งนี้ก่อนยามเฉิน (07.00-08.59) ข้าต้องเห็นหงอี้ในห้องนี้”

โอรสสวรรค์หมุนเรือนกายกลับไปทรงงานอีกครา หลายเพลาแล้วที่พระองค์ไม่ได้พบเจ้าตัวนุ่มนิ่มแสนขี้เซา บอกไม่ถูกเช่นเดียวกันว่าเหตุใดการมีอยู่ของหงอี้จึงทำให้พระองค์รู้สึกปลอดโปร่ง ร่างกายกระฉับกระเฉง

ยังมีสิ่งเหลือเชื่ออีกเรื่อง ซึ่งยังไม่เปิดเผยต่อผู้ใด หมอหลวงประจำตัวของฮองเฮาตรวจสุขภาพของนาง พบว่าสุขภาพหลังคลอดองค์ชายสามแต่เดิมย่ำแย่ ต้องดื่มยาสมุนไพรประคองอาการมาตลอดแปดปี กลับดีขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ

นั่นจุดประกายความหวังของฮ่องเต้และฮองเฮา ทำให้ทั้งสองพระองค์ตระหนักถึงบางอย่างและย้อนกลับมามองถึงตัวแปรสำคัญให้ละเอียด มันเริ่มตั้งแต่มีหงอี้เข้ามา อาการอ่อนล้า เคร่งเครียดหมดไปเมื่อสูดกลิ่นประจำตัวของหงอี้ แม้แต่ใบหน้าซีดเซียวของฮองเฮายังดีขึ้นเมื่อหงอี้เข้ามาคลอเคลียข้างกาย

เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าความคิดของพระองค์ถูกต้อง หงอี้จึงต้องมาอยู่ที่นี่ ไม่คิดว่าตอนกำลังคิดหาข้ออ้างเพื่อยืมตัวแมวของน้องชาย ตัวการกลับเดินเข้ามาพบพระองค์ด้วยตัวเอง

สุดท้ายหงอี้ผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรก็ถูกอุ้มออกจากที่นอนท่ามกลางฝันดี แล้วถูกนำมาวางจุ่มปุ๊กทั้งเมาขี้ตาตรงหน้าบุรุษผู้มีใบหน้าคล้ายกับชินอ๋องถึงแปดส่วน ความง่วงไม่เคยปรานีใคร แม้จะนั่งอยู่เบื้องหน้าเอกบุรุษผู้ยืนอยู่เหนือคนใต้หล้า นางก็ยังอ้าปากหาวจนน้ำตาคลอ

หลี่ไต้ซานยิ้มจนดวงตาเล็กหยี กดจมูกลงระหว่างหูสองข้าง สูดดมกลิ่นจวี๋ฮวาที่ชื่นชอบแล้วถอนใบหน้าออก มองดูแมวขี้เซาที่ยังคงไม่ตื่นดี หลงลืมตัวตนของน้องชายอย่างไต้ชินอ๋องอีกครั้ง

คนถูกลืมรู้สึกหมั่นไส้การแสดงความรักของพี่ชายกับแมวของเขาเต็มทน ก่อเกิดความหวงจนนึกขุ่นมัว กำลังจะคว้าเจ้าก้อนขนออกมาเพื่อกลั่นแกล้ง แต่โอรสสวรรค์ดูจะไวกว่า รีบยกหงอี้ผู้นั่งหลับท่ามกลางสงครามแย่งชิงของสองพี่น้องขึ้นมากอด

ถลึงเนตรประกายลึกล้ำมองน้องชายที่กลั่นแกล้งผู้อื่นด้วยใบหน้าปลาตาย มีเพียงแววตาเท่านั้นกำลังสั่นไหว บ่งบอกว่าเจ้าตัวมีความสุขแค่ไหนที่ได้แกล้งเขาจนเสียอาการ

“กลับไปได้แล้ว ส่วนเรื่องที่ตกลงไว้ข้าจะจัดการให้เอง” รีบออกปากไล่โดยไม่มองหน้าเพราะเหม็นขี้หน้าของมันเต็มทน ไอ้หน้าตาไร้อารมณ์นั่นไม่รู้ได้ใครมา เอาสายพระเนตรมามองเจ้าขี้เซาตัวนี้ยังดีกว่าอีก

พระหัตถ์ทั้งสองข้างเกาคางนุ่มจนได้ยินเสียงครางในลำคออย่างพึงพอใจ ดวงตากลมแป๋วปรือขึ้นมองอีกครั้ง “เจ้าไม่น่าหลงผิดรับน้องชายของข้าเป็นเจ้านายเลย ชีวิตแต่ละวันช่างไร้สีสัน”

เหมี้ยว ซวนรวยมาก มีเงินซื้อของกินให้ข้าเยอะด้วย ที่สำคัญนางชอบกลิ่นตัวของพ่อตัวร้ายคนนี้มาก ถึงจะชอบเข้าไปออดอ้อนคนนั้นที คนนี้ที แต่ถ้าให้ทิ้งเจ้านายผู้มีพระคุณอย่างชินอ๋อง หงอี้ก็ทำไม่ลง

ถึงสีหน้าปลาตายจะน่าเบื่อในบางที แต่กับนาง เขาอ่อนโยนและยอมตามใจมาก ถึงตอนถูกรับมาเลี้ยงใหม่ ๆ ต้องเสียพลังงานออดอ้อนอยู่นานนับเดือนก็เถอะ ผลลัพธ์ในตอนหลังนับว่าคุ้มค่าต่อการลงแรง

“ฝ่าบาทคิดเช่นนั้นกระหม่อมไม่บังอาจกล่าวแย้งพ่ะย่ะค่ะ แต่ต้องดูความเห็นของหงอี้ด้วยว่าคิดเช่นนั้นจริงหรือไม่” ไต้ชินอ๋องเผยแววตามั่นใจ หงอี้จะแอบไปเที่ยวเล่นข้างนอกหรือออดอ้อนผู้ใด สุดท้ายนางจะเลือกเขา ฮ่องเต้เองก็ทราบความจริงข้อนี้จึงเลิกต่อล้อต่อเถียงกับน้องชายให้เสียเวลาตรวจฎีกา

“เอาเถอะ ๆ ผลเป็นเช่นไรก็รู้ ๆ กันอยู่ จัดการธุระของเจ้าเสร็จแล้วรีบเข้าวัง ข้ามีบางอย่างต้องการหารือกับเจ้า”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ตัวร้ายผู้นั้นเก็บข้ามาเลี้ยง   หนักใจ

    หงอี้มองตามแผ่นหลังกว้างของชินอ๋องจนลับสายตา พอถูกนำมาวางบนเบาะนอนซึ่งกงกงคนสนิทของฮ่องเต้จัดวางบนโต๊ะทรงงาน พร้อมถ้วยใส่นมอุ่น ๆ ความสนใจของนางจึงกลับมาจดจ่อกับของกินแทนโอรสสวรรค์ยิ้มปลาบปลื้ม รู้สึกมีแรงทำงานเพิ่มขึ้นหลังได้กลิ่นประจำตัวของจอมขี้เซา รอให้พระองค์จัดการงานบนโต๊ะแล้วเสร็จ ค่อยพาหงอี้ไปเสวยสำรับเช้าที่ตำหนักของฮองเฮาด้วยผลตรวจร่างกายรอบล่าสุด ทำให้พระองค์มีความหวังที่จะผลิตองค์หญิงตัวน้อยหน้าตาเหมือนฮองเฮาออกมาวิ่งเล่นไปทั่วพระราชวัง ส่งเสียงเรียกพระองค์ว่าเสด็จพ่อเจ้าคะ เสด็จพ่อเจ้าขาองค์หญิงน้อยเนื้อตัวนุ่มนิ่มหอมน้ำนม สวมชุดปักลวดลายสวยงาม ทำผมเป็นก้อนซาลาเปา ฉีกยิ้มหวานจนแก้มขึ้นก้อนกลมส่งมาให้...เพียงแค่คิดก็มีความสุขแล้ว“สำหรับเรื่องที่ข้าปรารถนาในตอนนี้ เจ้าคือความหวังเดียว หงอี้”เจ้าก้อนขนแสนนุ่มนิ่มเลียปากหลังดื่มนมอุ่นจนหมดถ้วย มองบุรุษผู้อยู่เหนือคนทั้งใต้หล้าด้วยดวงตากลมแป๋ว แสนใสซื่อ ไม่อาจเข้าใจว่านางเป็นความหวังในเรื่องใดหากนั่นทำให้คนมีความหวัง แม้จะเล็กน้อย ถือว่านางมีความสำคัญ หรือเปล่านะหงอี้โคลงศีรษะ ท้องอิ่มเล็กน้อยทำให้นางขี้เกียจก็ไม่อยากนอ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-24
  • ตัวร้ายผู้นั้นเก็บข้ามาเลี้ยง   ชาติกำเนิดแสนลึกลับ

    เมื่อเห็นสีหน้าของชินอ๋องกลับมาอ่อนโยนอีกครั้ง อ้ายเมิ่งเหยาจึงลอบถอนหายใจโดยระวังไม่ให้บุรุษตัวโตจับได้นางเหลือบมองคนสนิทที่ยืนตัวแข็งทื่อจากการถูกแรงกดดันรอบตัวของชินอ๋องไปนาน แล้วออกเดินนำ จึงไม่ได้เห็นรอยยิ้มชอบใจตรงมุมปากหยักของคนตัวโตด้านหลังทิ้งความรู้สึกหงุดหงิดบางอย่าง ก้าวตามแผ่นหลังของสตรีที่เขาเกิดสนใจขึ้นมากะทันหัน ลึกลงไปในแววตากร้าวกระด้าง เกิดแววไม่ยินยอมต่อบางสิ่ง ทว่ากลับไร้หนทางต่อต้าน ทำได้เพียงโอนเอนตามแรงฉุดดึงที่มองไม่เห็นเพื่อหาคำตอบเย็นวันนั้น พอออกจากพระราชวัง ซึ่งกว่าจะหลุด ต้องนั่งมองการยื้อยุดของสองพี่น้องอยู่นานสองนาน ด้วยฮ่องเต้คิดหาข้ออ้างดึงตัวนางไว้ข้างกายอีกหนึ่งคืน ชินอ๋องไม่ยอมอ่อนข้ออาศัยช่วงทีเผลอคว้าตัวนางแล้วเดินตัวปลิวออกจากห้องทรงพระอักษรพอกินข้าวเย็นอิ่ม หงอี้ได้รับการไหว้วานจากชินอ๋องให้ติดตามไปยังโรงประมูลซวี่หัวอีกครั้ง เบื้องหน้าของนางยังคงเป็นกรงขังขนาดใหญ่ ภายในนั้นเป็นเสือดำลายพาดกลอนตัวใหญ่ผู้หงุดหงิดง่าย นอนหมดแรงหลังถูกวางยาสลายกำลังซึ่งเป็นตัวยาหายาก แทบสูญหายจากแผ่นดิน ต้องใช้ทั้งกำลังคนและกำลังทรัพย์ออกค้นหา เมื่อได้มาแล้วย

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-24
  • ตัวร้ายผู้นั้นเก็บข้ามาเลี้ยง   เครื่องมือเข้าหาสตรี

    สามวันต่อมา จวนตระกูลเจียงจัดงานครบรอบวันเกิดให้แก่ราชเลขาเจียง ผู้เป็นแรงสำคัญนำพาให้ตระกูลเจียงกลับมาผงาด จนยืนอย่างมั่นคงท่ามกลางตระกูลขุนนางชั้นสูงในเมืองหลวงได้อีกครั้งหลังจากตระกูลเจียงตกต่ำมานับสิบแปดปี ด้วยการตัดสินใจทำการค้ากับขุนนางนิสัยชั่วร้าย หลอกลวงได้แม้กระทั่งราชสำนัก แม้จะพิสูจน์หลักฐานพบเพียงตระกูลเจียงไม่รู้เห็น แต่ความร่ำรวยของพวกเขาปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากเงินของราษฎรบทลงโทษของพวกเขาตระกูลเจียง คือ ยึดทรัพย์สินเข้าคลังหลวง เพื่อชดเชยความเสียหายจากการค้า จากตระกูลคหบดีผู้ร่ำรวย ดิ่งสู่จุดต่ำสุด เคยอาศัยในจวนหลังใหญ่ สาวใช้บ่าวไพร่นับร้อยชีวิตคอยทำงาน ชีวิตสุขสบายหายไปพวกเขาต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดย้ายออกจากจวนเดิม สาวใช้บ่าวไพร่ต่างถูกขายเพื่อลดรายจ่าย บุตรหลานตระกูลเจียงราวตกสวรรค์ พวกเขาไม่มีทางฟื้นคืนได้อีกแล้ว แม้แต่สหายที่เคยคบหายังหนีหน้า เลิกคบหาพวกเขาสอนให้เห็นถึงจิตใจแท้จริงของคนเมื่อหกปีก่อนเจียงจื้อหมิงสอบได้จอหงวน เขาเริ่มทำงานเป็นขุนนางขั้นเล็ก ๆ ไต่เต้าด้วยความสามารถจนกระทั่งวันนี้ กลายเป็นราชเลขาคนสำคัญที่ฝ่าบาทไว้วางพระทัยและว่าที่ผู้นำตระกูลเจียงคนต่

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-01
  • ตัวร้ายผู้นั้นเก็บข้ามาเลี้ยง   ฤทธิ์กำหนัดเล่นงาน

    บรรยากาศแสนหนักอึ้งบนโต๊ะของชินอ๋องหมดไป หงอี้จึงมีความคิดอยากลองชิมสุรา ว่าก็ว่าเถอะ นางเมื่อครั้งยังเป็นกมลเนตรชื่นชอบการเติมแอลกอฮอล์ในเส้นเลือดมาก ยี่ห้อไหนคนว่าดี ผสมแบบไหนคนว่าเด็ด เป็นต้องขอลองเสมอพออยู่ในร่างแมวความชอบจึงถูกงดเว้นไป หงอี้อาศัยจังหวะที่สองหนุ่มเผลอยื่นอุ้งเท้าหน้าจุ่มลงในจอกสุรา ยกขึ้นใช้ลิ้นแตะ ๆ เพื่อทดลองรสชาติ ลิ้นน้อย ๆ สีแดงเลียอุ้งเท้าหน้าชวนให้คนมองรู้สึกจั๊กจี้อู้ววว รสชาติใช้ได้เลย ฤทธิ์ไม่แรงเท่าไหร่ ถือว่าพอแก้ขัดอาการเปรี้ยวปากได้หลังจากนั้นความสนใจทั้งหมดของนางจึงอยู่ที่จอกสุราตรงหน้า ลิ้มรสชาติแสนคิดถึงอย่างสุขใจ ดวงตากลมหลับพริ้มอย่างมีความสุข ความเร็วของการจุ่มอุ้งเท้าก็เพิ่มขึ้น เผลออีกทีสุราเต็มจอกก็เหลือเพียงครึ่งหนึ่งตายละ ซวนจะรู้ไหมทำไงดี ๆความกังวลส่งผลให้นางไม่ได้นอนเฉยอีกต่อไป ลุกขึ้นกลอกตามองไปมาอย่างใช้ความคิด ก่อนจะ..“หงอี้ ซุกซนอีกแล้วหรือ” ไต้ชินอ๋องบ่นไม่จริงจังนักออกมา เมื่อพบว่าจอกสุราของตนเองหกคว่ำ เมื่อมองดูตัวการกำลังส่งเสียงอย่างรู้สึกผิด จึงเรียกสาวใช้แถวนั้นมาเก็บกวาด สาวใช้รีบเช็ดสุราและเปลี่ยนจอกใหม่พร้อมเติมสุรา

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-16
  • ตัวร้ายผู้นั้นเก็บข้ามาเลี้ยง   ยังไม่พอ

    ไต้ชินอ๋องแทบทะยานมาที่เรือนนอน ตอนเปิดประตูใช้เท้า ตอนปิดก็ยังใช้เท้ากระแทกปิดเสียงดังปัง ร่างบางในห่อผ้าอยู่ไม่สุข มือน้อยเลื้อยออกมาสอดเข้าสาบชุดลูบไล้ผิวเนื้อของเขา สัมผัสราวถูกขนนกปัดผ่าน สร้างความวาบหวามจนต้องข่มเสียงครางแสนพอใจแม้ความคิดจะอยากจับนางทุ่มลงบนเตียง ตามด้วยคร่อมทับทรมานให้สาสมกับความต้องการในอก แต่เขาสนใจอย่างอื่นมากกว่า จึงต้องสะกดความร้อนรุ่มวางหญิงสาวผู้อ้างตัวว่าคือหงอี้ แมวขี้เซาที่เขาเลี้ยงไว้ข้างกายตลอดสามปีเมื่อเป็นอิสระ หงอี้ใช้มือปัดผ้าคลุมออกอย่างนึกรำคาญ นางร้อนแทบตายแล้วแต่ชินอ๋องยังใช้มันห่อตัว ไยต้องทำถึงขนาดนี้ด้วยนางก็แค่แมวตัวหนึ่งอุ้มไว้ในอกอย่างเปิดเผย มีสิ่งใดน่าอายกันนัยน์ตาสีเทากลม แวววาวจากแรงปรารถนา มองใบหน้าแดงก่ำของพ่อตัวร้ายหยาดเยิ้ม ยังคงไม่เข้าใจอยู่เหมือนเดิมนางแค่แอบดื่มสุราเองมิใช่หรือ ความร้อนในร่างกายโดยเฉพาะส่วนนั้นมาจากไหนหงอี้สับสนแต่ร่างกายไม่รักดีกลับเอนกายลงบนเตียงเย็นชืด บิดเร่าอย่างชอบใจ ชินอ๋องหายใจหอบกับภาพยั่วราคะของสตรีบนเตียง ผ้าปูสีดำตัดกับผิวกายนวลลออ เส้นผมสีเทาออกเงินกระจายไปทั่วหมอนใบใหญ่“อื้อ...เย็นจัง”บ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-16
  • ตัวร้ายผู้นั้นเก็บข้ามาเลี้ยง   หงอี้ของเขา

    หงอี้ร้อนวูบวาบตรงจุดประสานเชื่อม ความกระสั่นซ่านไต่ระดับ รู้สึกถึงเขามากกว่าทุกสิ่ง รอบกายราวถูกหยุดเวลาเอาไว้มีเพียงนางและเขาที่หลงระเริงในห้วงราคะ เอวคอดยกตามติดทุกการถอดถอน คล้ายกับว่าไม่ต้องการให้เขาหนีห่าง ร้อนผ่าวจนใบหน้าแทบไหม้เมื่อสบตาหยอกล้อของเขามันเร็วขึ้น เร็วขึ้นจนร่างเคลื่อนคลอนทรวงอิ่มไหวยวบยาบตามจังหวะขึ้นลง จนต้องประคองไว้ในอุ้งมือ นวดเคล้นเนื้อล้นผ่านง่ามนิ้ว แทรกท่อนกายผ่านความอ่อนนุ่ม ให้เนื้อของเขาและนางเสียดสีกันครั้งแล้วครั้งเล่าความคับแน่น เจ็บตึงในร่องแคบเลือนหายไป เหลือเพียงความซ่านกระสันยามความใหญ่โตแทรกผ่าน ขาเรียวอ้ากว้างยิ่งกว่าเดิมนั่นทำให้เขาเข้าถึงทุกอณูการรับรู้ จ้วงทะยานตามความอยากจนกลีบอ่อนยู่เข้ายู่ออก จนหงอี้หนีออกจากความเสียวซ่านไม่พ้นมันมากขึ้น...เสียวขึ้น...ไต่ระดับความเสียวจนแทบขาดใจน้ำเมือกลื่นของนางหลั่งริน ทำให้เขาเร่งเร้าจ้วงแทงราวไม่รู้จักเต็มอิ่ม หลี่ไต้ซวนจุมพิตหน้าผากมลชื้นเหงื่อ ตามด้วยดวงตาทั้งสองข้าง พวงแก้มนุ่ม ปลายจมูกเล็กโด่งรั้นก่อนจะหยัดนั่งตรงมองส่วนประสาน เอวหนาลดความเร็วลง กระทั้นแกนกายเคลือบน้ำหวานสีใสและเลือดสีแด

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-17
  • ตัวร้ายผู้นั้นเก็บข้ามาเลี้ยง   เสียอาการ

    “อึก อ๊ะ อ๊า”ถูกเคี่ยวกรำมาหลายชั่วยาม เสียงครางแสนหวานจึงเปลี่ยนเป็นแหบแห้ง หงอี้ถูกจับนอนตะแคงโดยมีร่างใหญ่ซ้อนประชิดด้านหลัง เรียวขาพาดบนแขนแกร่ง แอ่นอ้ารับการป้อนความเสียวจากท่อนกายใหญ่ที่ยังคงสอดเข้าออกอย่างพลิ้วไหวน้ำหวานเจิ่งนองจนรู้สึกแฉะตรงหว่างขา เม็ดเสียวเต่งบวมสั่นริกจากการขยี้ของท้องนิ้วสาก ยิ่งเขาดันเนินชายเข้าลึกนางยิ่งกระสันจนตัวกระตุก แอ่นบั้นท้ายเข้าหาราวนางโลมแสนร่าน กระหายรสสวาทไม่รู้อิ่ม“ขะ ข้า อ๊ะ ซวนจ๋า~ ช้าหน่อย อื้อ อ๊า”ทรมานเหลือเกิน...รัญจวนเหลือแสนกับราคะที่เขาปรนเปรอให้ไม่หยุดพัก“บอกให้ช้าลงแต่เจ้ากลับแอ่นรับไม่น้อยหน้า”“ฮึก อ๊า”“น้ำหวานของเจ้า ไหลอาบข้าจนเปียกแฉะ แมวน้อยแสนร่าน” เนินชายของเขาที่มีขนหยาบแห้งและเปียกวนกันเช่นนี้มาหลายชั่วยาม ถึงจะฉีดน้ำคาวออกไป อีกสักพักลำกายใหญ่ก็กลับมาขยายพองคับโพรงอุ่นให้เขาสร้างความหฤหรรษ์กับนางอีกครั้งวาจาแสนลามกขับความร้อนจนใบหน้าร้อนผ่าว เขินอายเหลือเกินกับความจริงที่เขากล่าวออกมา แต่กลีบบุปผากลับขมิบรัว ราวกับว่ากำลังประจานความคิดแท้จริงของนางให้เขารับรู้ว่าชอบมากแค่ไหนหลี่ไต้ซวนคำรามเมื่อนางทั้งดูดดึงและเ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-19
  • ตัวร้ายผู้นั้นเก็บข้ามาเลี้ยง   ไม่รู้ตัว

    แม้เมื่อวานชินอ๋องจะกลับมาพร้อมสตรีและยังดื่มน้ำผึ้งยามค่ำคืน จนกระทั่งล่วงเข้าวันใหม่ แต่พ่อบ้านรวมถึงคนสนิทไม่ได้เอ่ยปากถาม พวกเขาเพียงลอบส่งสายตาเพื่อพูดคุยกันว่าสตรีนางนั้นหายไปที่ใดแล้ว ในเมื่อท่านอ๋องกำลังเดินอุ้มหงอี้ที่หายตัวไปออกมาจากห้องสาวใช้ผู้เข้าไปปรนนิบัติถูกพ่อบ้านสอบซัก ได้ความว่าไร้เงาของสตรีที่ท่านอ๋องอุ้มเข้าห้องน่าแปลกเกินไป รวมถึงน่าเหลือเชื่อ คนทั้งคนจะหายไปโดยไม่มีผู้ใดพบเห็นเลยหรือการหายตัวไปของหงอี้ไม่ใช่เรื่องน่าสงสัย แมวตัวนี้ชอบเที่ยวเล่น ซุกซนตลอดเวลา หายตัวไปก็กลับมาเองได้ พวกเขาทั้งหมดเคยชินเสียแล้ว เมื่อคืนถึงถึงก็เพียงนึกห่วงเท่านั้น เช้านี้พบอยู่กับท่านอ๋อง เป็นอันว่าหายห่วงหงอี้กลับมาอยู่ในร่างแมวเพียงแค่คิดเท่านั้น นางยังนึกแปลกใจ ก่อนหน้านั้นเคยลองแล้วผลปรากฏว่าว่างเปล่า นางยังคงเป็นแมวสีขาวขนปุย แล้วเหตุใดจึงเกิดขึ้นมันได้รับการกระตุ้น?แล้วอะไรคือตัวกระตุ้น หงอี้ปวดหัวไปหมด ยิ่งคิดยิ่งใช้สมองมาก ความหิวยิ่งถาโถม เสียงท้องเจ้ากรรมดังเข้าหูชินอ๋อง จนเขาก้มมองเจ้าก้อนขนในอ้อมอกอย่างนึกสงสาร รีบหันไปสั่งสาวใช้จัดโต๊ะอาหาร จับนางเข้าประจำที่นมอ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-22

บทล่าสุด

  • ตัวร้ายผู้นั้นเก็บข้ามาเลี้ยง   โดนแมวงอน

    เมื่อมาถึงห้องทรงพระอักษร หงอี้ที่ยังไม่อยากเสวนากับชินอ๋องรีบดิ้นออกจากอ้อมแขนของเขา เดินนวยนาดไปหาบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแคว้น แต่กลับแย้มสรวลเมื่อเห็นก้อนสีขาวเดินส่ายพวงหางเข้ามาคลอเคลียชายฉลองพระองค์หลี่ไต้ซานแย้มโอษฐ์ โน้มพระวรกายลงช้อนอุ้มหงอี้แล้วตรัสอย่างรู้ทันว่า “หงุดหงิดเจ้าหน้าตายอยู่ละสิ จึงเดินมาคลอเคลียข้าเช่นนี้”หากในเวลาปกติ การเดินมาออดอ้อนเช่นนี้มีแทบนับครั้งได้ ไม่หงุดหงิดน้องชายของเขาก็อยากได้บางอย่าง ครานี้พระองค์ทรงคาดเคาว่าเหตุผลข้อแรก แม้ชินอ๋องจะไม่แสดงออกทางสีหน้าแต่แววตาละห้อยที่มองตามหลังเจ้าตัวกลมก็ชัดเจนดีหงอี้วางคางบนไหล่หนาของฮ่องเต้ เมินเฉยคำถามเท่าทันนั้น ในคราแรกนางตื่นตัวอยู่บ้างเมื่อได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้ บุคคลผู้ทรงอำนาจเหนือผู้ใดในแคว้นนี้ บารมีของเขาเรืองรองจนนางแสดงความนอบน้อมออกมาโดยธรรมชาติ จึงออกอาการเกร็งเมื่อถูกโอบอุ้มเมื่อนานวันเข้าความสนิทสนมเริ่มมากขึ้นความรู้สึกหวั่นเกรงหายไป กล้าอ้อนกล้าซุกมากขึ้น ยิ่งหลี่ไต้ซานปล่อยให้นางทำตามใจ โดยไร้ซึ่งโทสะแถมยังมีความสุขทุกคราเมื่อนางมาอยู่ใกล้ หงอี้จึงยิ่งได้ใจการถูกเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีจาก

  • ตัวร้ายผู้นั้นเก็บข้ามาเลี้ยง   ไม่รู้ตัว

    แม้เมื่อวานชินอ๋องจะกลับมาพร้อมสตรีและยังดื่มน้ำผึ้งยามค่ำคืน จนกระทั่งล่วงเข้าวันใหม่ แต่พ่อบ้านรวมถึงคนสนิทไม่ได้เอ่ยปากถาม พวกเขาเพียงลอบส่งสายตาเพื่อพูดคุยกันว่าสตรีนางนั้นหายไปที่ใดแล้ว ในเมื่อท่านอ๋องกำลังเดินอุ้มหงอี้ที่หายตัวไปออกมาจากห้องสาวใช้ผู้เข้าไปปรนนิบัติถูกพ่อบ้านสอบซัก ได้ความว่าไร้เงาของสตรีที่ท่านอ๋องอุ้มเข้าห้องน่าแปลกเกินไป รวมถึงน่าเหลือเชื่อ คนทั้งคนจะหายไปโดยไม่มีผู้ใดพบเห็นเลยหรือการหายตัวไปของหงอี้ไม่ใช่เรื่องน่าสงสัย แมวตัวนี้ชอบเที่ยวเล่น ซุกซนตลอดเวลา หายตัวไปก็กลับมาเองได้ พวกเขาทั้งหมดเคยชินเสียแล้ว เมื่อคืนถึงถึงก็เพียงนึกห่วงเท่านั้น เช้านี้พบอยู่กับท่านอ๋อง เป็นอันว่าหายห่วงหงอี้กลับมาอยู่ในร่างแมวเพียงแค่คิดเท่านั้น นางยังนึกแปลกใจ ก่อนหน้านั้นเคยลองแล้วผลปรากฏว่าว่างเปล่า นางยังคงเป็นแมวสีขาวขนปุย แล้วเหตุใดจึงเกิดขึ้นมันได้รับการกระตุ้น?แล้วอะไรคือตัวกระตุ้น หงอี้ปวดหัวไปหมด ยิ่งคิดยิ่งใช้สมองมาก ความหิวยิ่งถาโถม เสียงท้องเจ้ากรรมดังเข้าหูชินอ๋อง จนเขาก้มมองเจ้าก้อนขนในอ้อมอกอย่างนึกสงสาร รีบหันไปสั่งสาวใช้จัดโต๊ะอาหาร จับนางเข้าประจำที่นมอ

  • ตัวร้ายผู้นั้นเก็บข้ามาเลี้ยง   เสียอาการ

    “อึก อ๊ะ อ๊า”ถูกเคี่ยวกรำมาหลายชั่วยาม เสียงครางแสนหวานจึงเปลี่ยนเป็นแหบแห้ง หงอี้ถูกจับนอนตะแคงโดยมีร่างใหญ่ซ้อนประชิดด้านหลัง เรียวขาพาดบนแขนแกร่ง แอ่นอ้ารับการป้อนความเสียวจากท่อนกายใหญ่ที่ยังคงสอดเข้าออกอย่างพลิ้วไหวน้ำหวานเจิ่งนองจนรู้สึกแฉะตรงหว่างขา เม็ดเสียวเต่งบวมสั่นริกจากการขยี้ของท้องนิ้วสาก ยิ่งเขาดันเนินชายเข้าลึกนางยิ่งกระสันจนตัวกระตุก แอ่นบั้นท้ายเข้าหาราวนางโลมแสนร่าน กระหายรสสวาทไม่รู้อิ่ม“ขะ ข้า อ๊ะ ซวนจ๋า~ ช้าหน่อย อื้อ อ๊า”ทรมานเหลือเกิน...รัญจวนเหลือแสนกับราคะที่เขาปรนเปรอให้ไม่หยุดพัก“บอกให้ช้าลงแต่เจ้ากลับแอ่นรับไม่น้อยหน้า”“ฮึก อ๊า”“น้ำหวานของเจ้า ไหลอาบข้าจนเปียกแฉะ แมวน้อยแสนร่าน” เนินชายของเขาที่มีขนหยาบแห้งและเปียกวนกันเช่นนี้มาหลายชั่วยาม ถึงจะฉีดน้ำคาวออกไป อีกสักพักลำกายใหญ่ก็กลับมาขยายพองคับโพรงอุ่นให้เขาสร้างความหฤหรรษ์กับนางอีกครั้งวาจาแสนลามกขับความร้อนจนใบหน้าร้อนผ่าว เขินอายเหลือเกินกับความจริงที่เขากล่าวออกมา แต่กลีบบุปผากลับขมิบรัว ราวกับว่ากำลังประจานความคิดแท้จริงของนางให้เขารับรู้ว่าชอบมากแค่ไหนหลี่ไต้ซวนคำรามเมื่อนางทั้งดูดดึงและเ

  • ตัวร้ายผู้นั้นเก็บข้ามาเลี้ยง   หงอี้ของเขา

    หงอี้ร้อนวูบวาบตรงจุดประสานเชื่อม ความกระสั่นซ่านไต่ระดับ รู้สึกถึงเขามากกว่าทุกสิ่ง รอบกายราวถูกหยุดเวลาเอาไว้มีเพียงนางและเขาที่หลงระเริงในห้วงราคะ เอวคอดยกตามติดทุกการถอดถอน คล้ายกับว่าไม่ต้องการให้เขาหนีห่าง ร้อนผ่าวจนใบหน้าแทบไหม้เมื่อสบตาหยอกล้อของเขามันเร็วขึ้น เร็วขึ้นจนร่างเคลื่อนคลอนทรวงอิ่มไหวยวบยาบตามจังหวะขึ้นลง จนต้องประคองไว้ในอุ้งมือ นวดเคล้นเนื้อล้นผ่านง่ามนิ้ว แทรกท่อนกายผ่านความอ่อนนุ่ม ให้เนื้อของเขาและนางเสียดสีกันครั้งแล้วครั้งเล่าความคับแน่น เจ็บตึงในร่องแคบเลือนหายไป เหลือเพียงความซ่านกระสันยามความใหญ่โตแทรกผ่าน ขาเรียวอ้ากว้างยิ่งกว่าเดิมนั่นทำให้เขาเข้าถึงทุกอณูการรับรู้ จ้วงทะยานตามความอยากจนกลีบอ่อนยู่เข้ายู่ออก จนหงอี้หนีออกจากความเสียวซ่านไม่พ้นมันมากขึ้น...เสียวขึ้น...ไต่ระดับความเสียวจนแทบขาดใจน้ำเมือกลื่นของนางหลั่งริน ทำให้เขาเร่งเร้าจ้วงแทงราวไม่รู้จักเต็มอิ่ม หลี่ไต้ซวนจุมพิตหน้าผากมลชื้นเหงื่อ ตามด้วยดวงตาทั้งสองข้าง พวงแก้มนุ่ม ปลายจมูกเล็กโด่งรั้นก่อนจะหยัดนั่งตรงมองส่วนประสาน เอวหนาลดความเร็วลง กระทั้นแกนกายเคลือบน้ำหวานสีใสและเลือดสีแด

  • ตัวร้ายผู้นั้นเก็บข้ามาเลี้ยง   ยังไม่พอ

    ไต้ชินอ๋องแทบทะยานมาที่เรือนนอน ตอนเปิดประตูใช้เท้า ตอนปิดก็ยังใช้เท้ากระแทกปิดเสียงดังปัง ร่างบางในห่อผ้าอยู่ไม่สุข มือน้อยเลื้อยออกมาสอดเข้าสาบชุดลูบไล้ผิวเนื้อของเขา สัมผัสราวถูกขนนกปัดผ่าน สร้างความวาบหวามจนต้องข่มเสียงครางแสนพอใจแม้ความคิดจะอยากจับนางทุ่มลงบนเตียง ตามด้วยคร่อมทับทรมานให้สาสมกับความต้องการในอก แต่เขาสนใจอย่างอื่นมากกว่า จึงต้องสะกดความร้อนรุ่มวางหญิงสาวผู้อ้างตัวว่าคือหงอี้ แมวขี้เซาที่เขาเลี้ยงไว้ข้างกายตลอดสามปีเมื่อเป็นอิสระ หงอี้ใช้มือปัดผ้าคลุมออกอย่างนึกรำคาญ นางร้อนแทบตายแล้วแต่ชินอ๋องยังใช้มันห่อตัว ไยต้องทำถึงขนาดนี้ด้วยนางก็แค่แมวตัวหนึ่งอุ้มไว้ในอกอย่างเปิดเผย มีสิ่งใดน่าอายกันนัยน์ตาสีเทากลม แวววาวจากแรงปรารถนา มองใบหน้าแดงก่ำของพ่อตัวร้ายหยาดเยิ้ม ยังคงไม่เข้าใจอยู่เหมือนเดิมนางแค่แอบดื่มสุราเองมิใช่หรือ ความร้อนในร่างกายโดยเฉพาะส่วนนั้นมาจากไหนหงอี้สับสนแต่ร่างกายไม่รักดีกลับเอนกายลงบนเตียงเย็นชืด บิดเร่าอย่างชอบใจ ชินอ๋องหายใจหอบกับภาพยั่วราคะของสตรีบนเตียง ผ้าปูสีดำตัดกับผิวกายนวลลออ เส้นผมสีเทาออกเงินกระจายไปทั่วหมอนใบใหญ่“อื้อ...เย็นจัง”บ

  • ตัวร้ายผู้นั้นเก็บข้ามาเลี้ยง   ฤทธิ์กำหนัดเล่นงาน

    บรรยากาศแสนหนักอึ้งบนโต๊ะของชินอ๋องหมดไป หงอี้จึงมีความคิดอยากลองชิมสุรา ว่าก็ว่าเถอะ นางเมื่อครั้งยังเป็นกมลเนตรชื่นชอบการเติมแอลกอฮอล์ในเส้นเลือดมาก ยี่ห้อไหนคนว่าดี ผสมแบบไหนคนว่าเด็ด เป็นต้องขอลองเสมอพออยู่ในร่างแมวความชอบจึงถูกงดเว้นไป หงอี้อาศัยจังหวะที่สองหนุ่มเผลอยื่นอุ้งเท้าหน้าจุ่มลงในจอกสุรา ยกขึ้นใช้ลิ้นแตะ ๆ เพื่อทดลองรสชาติ ลิ้นน้อย ๆ สีแดงเลียอุ้งเท้าหน้าชวนให้คนมองรู้สึกจั๊กจี้อู้ววว รสชาติใช้ได้เลย ฤทธิ์ไม่แรงเท่าไหร่ ถือว่าพอแก้ขัดอาการเปรี้ยวปากได้หลังจากนั้นความสนใจทั้งหมดของนางจึงอยู่ที่จอกสุราตรงหน้า ลิ้มรสชาติแสนคิดถึงอย่างสุขใจ ดวงตากลมหลับพริ้มอย่างมีความสุข ความเร็วของการจุ่มอุ้งเท้าก็เพิ่มขึ้น เผลออีกทีสุราเต็มจอกก็เหลือเพียงครึ่งหนึ่งตายละ ซวนจะรู้ไหมทำไงดี ๆความกังวลส่งผลให้นางไม่ได้นอนเฉยอีกต่อไป ลุกขึ้นกลอกตามองไปมาอย่างใช้ความคิด ก่อนจะ..“หงอี้ ซุกซนอีกแล้วหรือ” ไต้ชินอ๋องบ่นไม่จริงจังนักออกมา เมื่อพบว่าจอกสุราของตนเองหกคว่ำ เมื่อมองดูตัวการกำลังส่งเสียงอย่างรู้สึกผิด จึงเรียกสาวใช้แถวนั้นมาเก็บกวาด สาวใช้รีบเช็ดสุราและเปลี่ยนจอกใหม่พร้อมเติมสุรา

  • ตัวร้ายผู้นั้นเก็บข้ามาเลี้ยง   เครื่องมือเข้าหาสตรี

    สามวันต่อมา จวนตระกูลเจียงจัดงานครบรอบวันเกิดให้แก่ราชเลขาเจียง ผู้เป็นแรงสำคัญนำพาให้ตระกูลเจียงกลับมาผงาด จนยืนอย่างมั่นคงท่ามกลางตระกูลขุนนางชั้นสูงในเมืองหลวงได้อีกครั้งหลังจากตระกูลเจียงตกต่ำมานับสิบแปดปี ด้วยการตัดสินใจทำการค้ากับขุนนางนิสัยชั่วร้าย หลอกลวงได้แม้กระทั่งราชสำนัก แม้จะพิสูจน์หลักฐานพบเพียงตระกูลเจียงไม่รู้เห็น แต่ความร่ำรวยของพวกเขาปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากเงินของราษฎรบทลงโทษของพวกเขาตระกูลเจียง คือ ยึดทรัพย์สินเข้าคลังหลวง เพื่อชดเชยความเสียหายจากการค้า จากตระกูลคหบดีผู้ร่ำรวย ดิ่งสู่จุดต่ำสุด เคยอาศัยในจวนหลังใหญ่ สาวใช้บ่าวไพร่นับร้อยชีวิตคอยทำงาน ชีวิตสุขสบายหายไปพวกเขาต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดย้ายออกจากจวนเดิม สาวใช้บ่าวไพร่ต่างถูกขายเพื่อลดรายจ่าย บุตรหลานตระกูลเจียงราวตกสวรรค์ พวกเขาไม่มีทางฟื้นคืนได้อีกแล้ว แม้แต่สหายที่เคยคบหายังหนีหน้า เลิกคบหาพวกเขาสอนให้เห็นถึงจิตใจแท้จริงของคนเมื่อหกปีก่อนเจียงจื้อหมิงสอบได้จอหงวน เขาเริ่มทำงานเป็นขุนนางขั้นเล็ก ๆ ไต่เต้าด้วยความสามารถจนกระทั่งวันนี้ กลายเป็นราชเลขาคนสำคัญที่ฝ่าบาทไว้วางพระทัยและว่าที่ผู้นำตระกูลเจียงคนต่

  • ตัวร้ายผู้นั้นเก็บข้ามาเลี้ยง   ชาติกำเนิดแสนลึกลับ

    เมื่อเห็นสีหน้าของชินอ๋องกลับมาอ่อนโยนอีกครั้ง อ้ายเมิ่งเหยาจึงลอบถอนหายใจโดยระวังไม่ให้บุรุษตัวโตจับได้นางเหลือบมองคนสนิทที่ยืนตัวแข็งทื่อจากการถูกแรงกดดันรอบตัวของชินอ๋องไปนาน แล้วออกเดินนำ จึงไม่ได้เห็นรอยยิ้มชอบใจตรงมุมปากหยักของคนตัวโตด้านหลังทิ้งความรู้สึกหงุดหงิดบางอย่าง ก้าวตามแผ่นหลังของสตรีที่เขาเกิดสนใจขึ้นมากะทันหัน ลึกลงไปในแววตากร้าวกระด้าง เกิดแววไม่ยินยอมต่อบางสิ่ง ทว่ากลับไร้หนทางต่อต้าน ทำได้เพียงโอนเอนตามแรงฉุดดึงที่มองไม่เห็นเพื่อหาคำตอบเย็นวันนั้น พอออกจากพระราชวัง ซึ่งกว่าจะหลุด ต้องนั่งมองการยื้อยุดของสองพี่น้องอยู่นานสองนาน ด้วยฮ่องเต้คิดหาข้ออ้างดึงตัวนางไว้ข้างกายอีกหนึ่งคืน ชินอ๋องไม่ยอมอ่อนข้ออาศัยช่วงทีเผลอคว้าตัวนางแล้วเดินตัวปลิวออกจากห้องทรงพระอักษรพอกินข้าวเย็นอิ่ม หงอี้ได้รับการไหว้วานจากชินอ๋องให้ติดตามไปยังโรงประมูลซวี่หัวอีกครั้ง เบื้องหน้าของนางยังคงเป็นกรงขังขนาดใหญ่ ภายในนั้นเป็นเสือดำลายพาดกลอนตัวใหญ่ผู้หงุดหงิดง่าย นอนหมดแรงหลังถูกวางยาสลายกำลังซึ่งเป็นตัวยาหายาก แทบสูญหายจากแผ่นดิน ต้องใช้ทั้งกำลังคนและกำลังทรัพย์ออกค้นหา เมื่อได้มาแล้วย

  • ตัวร้ายผู้นั้นเก็บข้ามาเลี้ยง   หนักใจ

    หงอี้มองตามแผ่นหลังกว้างของชินอ๋องจนลับสายตา พอถูกนำมาวางบนเบาะนอนซึ่งกงกงคนสนิทของฮ่องเต้จัดวางบนโต๊ะทรงงาน พร้อมถ้วยใส่นมอุ่น ๆ ความสนใจของนางจึงกลับมาจดจ่อกับของกินแทนโอรสสวรรค์ยิ้มปลาบปลื้ม รู้สึกมีแรงทำงานเพิ่มขึ้นหลังได้กลิ่นประจำตัวของจอมขี้เซา รอให้พระองค์จัดการงานบนโต๊ะแล้วเสร็จ ค่อยพาหงอี้ไปเสวยสำรับเช้าที่ตำหนักของฮองเฮาด้วยผลตรวจร่างกายรอบล่าสุด ทำให้พระองค์มีความหวังที่จะผลิตองค์หญิงตัวน้อยหน้าตาเหมือนฮองเฮาออกมาวิ่งเล่นไปทั่วพระราชวัง ส่งเสียงเรียกพระองค์ว่าเสด็จพ่อเจ้าคะ เสด็จพ่อเจ้าขาองค์หญิงน้อยเนื้อตัวนุ่มนิ่มหอมน้ำนม สวมชุดปักลวดลายสวยงาม ทำผมเป็นก้อนซาลาเปา ฉีกยิ้มหวานจนแก้มขึ้นก้อนกลมส่งมาให้...เพียงแค่คิดก็มีความสุขแล้ว“สำหรับเรื่องที่ข้าปรารถนาในตอนนี้ เจ้าคือความหวังเดียว หงอี้”เจ้าก้อนขนแสนนุ่มนิ่มเลียปากหลังดื่มนมอุ่นจนหมดถ้วย มองบุรุษผู้อยู่เหนือคนทั้งใต้หล้าด้วยดวงตากลมแป๋ว แสนใสซื่อ ไม่อาจเข้าใจว่านางเป็นความหวังในเรื่องใดหากนั่นทำให้คนมีความหวัง แม้จะเล็กน้อย ถือว่านางมีความสำคัญ หรือเปล่านะหงอี้โคลงศีรษะ ท้องอิ่มเล็กน้อยทำให้นางขี้เกียจก็ไม่อยากนอ

สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status