บทที่13
โซ่น้อยคล้องใจ
ผ่านไปแค่เพียงสองวัน ทางทนายก็โทรมาแจ้งให้ติณห์ไปรับนาเดียร์มาดูแลได้เลย เขาจัดการเรื่องกฎหมายเรียบร้อยแล้ว
“เราไปรับเย็นนี้เลยไหมคะ คุณมีเบอร์ติดต่อแม่บ้านที่ดูแลไหม” ลลิลตื่นเต้น
“ผมว่าจะจ้างแม่บ้านคนที่เลี้ยงนาเดียร์ ให้มาอยู่ที่นี่ด้วย ผมได้เบอร์จากทนายก็เลยโทรคุยกันเรียบร้อยแล้ว โดยที่เธอขอกลับไปดูแลบ้านของเจ้ายายเธอเดือนละครั้ง” ติณห์จัดการก่อนที่หญิงสาวจะบอกเสียอีก
“แล้วเราจะให้ลูกนอนที่ไหนคะ” หญิงสาวเรียกลูกอย่างเผลอตัว
“ลูก...อ๋อ เราจะเป็นพ่อแม่กันแล้วเนาะ นอนบ้านใหญ่ยังมีห้องว่างอยู่ ผมจะให้นอนกับแม่บ้านที่เลี้ยงเขามานั่นแหละ” ติณห์วางแผนไว้เรียบร้อย โดยผ่านการปรึกษาบิดาและป้าช่วยก่อน
“ลลิลคิดว่าตื่นเต้นอยู่คนเดียว ที่แท้คุณแอบจัดการทุกอย่างไว้แล้ว ก่อนลลิลจะคิดอีกนะคะ” หญิงสาวยิ้มอย่างมีความสุขให้กับคุณพ่อคนใหม่ที่ดูตื่นเต้นกว่าเธอแต่เก็บอาการไว้
ได้เวลาไปรับลูกสาวคนใหม่ของบ้าน นอกจากคุณพ่อคุณแม่จำเป็น แล้วยังมีคุณปู่อีกคน ที่ตื่นเต้นไม่แพ้กัน กิตต์ขจรอยากให้บ้านนี้มีเด็ก มันคงช่วยให้ชีวิตเขามีสีสันมากขึ้น เพราะดูแล้ว ยังไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนถึงจะได้มีหลานแท้ๆเป็นของตัวเอง
“เสื้อผ้าข้าวของเอาเท่าที่จำเป็นไปก่อน เดี๋ยววันหลังจะให้คนรถพามามาขน” ติณห์บอกกับรัตน์แม่บ้านที่ทำหน้าที่เลี้ยงนาเดียร์
“สวัดดีจ๊ะหนูนาเดียร์ ไปอยู่บ้านหลังใหม่กันนะ ไปอยู่กับพ่อจ๋า แม่จ๋า และยังมีปู่จ๋าอีกคน ทุกคนยินดีต้อนรับหนูนะลูก” ลลิลโน้มตัวลงไปลูบผมสวยของเด็กน้อย ที่น้ำตาคลอเบ้า
หญิงสาวเข้าใจความรู้สึกเด็กน้อยตรงหน้าดี เพราะเธอก็สูญเสียมารดา จากการฆ่าตัวตายเหมือนกัน ถึงแม้เธอจะเหลือบิดา แต่ก็เหมือนไม่มี นาเดียร์ยังเด็กอีกไม่นานเธอก็จะลืมไม่เหมือนลลิลที่ยังจำได้ทุกเรื่อราว ภาพแม่ของเธอยังอยู่ในความทรงจำตลอด
“รัตน์จ๊ะ เราต้องช่วยกัน สร้างความทรงจำใหม่ให้นาเดียร์กันนะ” ลลิลพูดกับรัตน์สมาชิกใหม่ของบ้านอีกคน
“ค่ะ คุณผู้หญิง”
“เรียกลิลก็พอค่ะ” หญิงสาวตกใจที่ถูกเรียกเป็นถึงคุณผู้หญิง
“ค่ะคุณลิล” แม่บ้านคนใหม่ยังคงยืนยันจะเรียกนำหน้าว่าคุณเช่นเดิม
เสียงรถขับเข้ามา ในบริเวณบ้าน คนป่วยที่เคยเอาแต่นอนไปวันๆ กลับมารู้สึกตื่นเต้นอีกครั้ง เพราะเขากำลังรอการมาของหลานสาวคนใหม่ของบ้าน
“สวัสดีคุณปู่จ๋าสิลูก” ลลิลพาเด็กน้อยเดินเข้าไปใกล้เพื่อสวัสดีคุณปู่คนใหม่ ที่วันนี้สีหน้ายิ้มแย้มกว่าทุกวัน
“พระคุ้มครองนะลูก มาอยู่ที่นี่ด้วยกัน ปู่ดีใจนะที่ได้มีหลานสาวน่ารักอย่างหนู” กิตต์ขจรพยายามเอียงตัวมาลูบหัวหลานสาว แต่ก็ทำได้ยากเหลือเกิน เพราะเขาไม่ค่อยยอมขยับตัวตามที่นางพยาบาลพาทำ
นาเดียร์ยังคงไม่ค่อยพูด เอาแต่เดินเกาะรัตน์ที่เป็นคนเลี้ยงตลอดเวลา อาจเป็นเพราะต้องมาอยู่ต่างที่ และยังคงคิดถึงพ่อกับแม่อยู่
“รัตน์เก็บข้าวของให้เรียบร้อย นาเดียร์ไปหาไอศกรีมกินกันไหม เดี๋ยวแม่จ๋ากับพ่อจ๋าพาไป ไปดูของเล่นกันด้วย” ลลิลมองหน้าติณห์ที่ยังงงๆเพราะเธอไม่ได้บอกเขาล่วงหน้า
“ไปเถอะค่ะคุณหนู เดี๋ยวรัตนืเก็บของแล้วรออยู่ที่นี่ ซื้อของเล่นมาฝากรัตน์ด้วยนะคะ” นาเดียร์ทำท่าลังเล จนคนเลี้ยงต้องช่วยพูด
“ค่ะ รอหนูอยู่นี่นะ ห้ามไปไหน” เด็กน้อยหันมาบอกคนเลี้ยง
ร้านไอศกรีมชื่อดัง ถูกเลือกให้เป็นสถานที่แรก ในการสร้างความสัมพันธ์พ่อแม่ลูก ให้มีความคุ้นเคยสนิทสนมกัน นาเดียร์เริ่มคุ้นเคยกับลลิลแต่ยังทำท่าไม่ค่อยไว้วางใจติณห์สักเท่าไหร่
“จะมีใครอยากให้พ่อจ๋าซื้อตุ๊กตาให้บ้างนะ” ติณห์หาของมาดึงใจลูกสาวคนใหม่
“หนูอยากค่ะ” นาเดียร์ยกมือ
“ต้องจูงมือพ่อจ๋าไปซื้อนะ ตุ๊กตาร้านไหนดีนะ” ชายหนุ่มเดินจูงมือลูกสาวไปที่ร้านตุ๊กตาที่อยู่ใกล้ๆ
ลลิลเลือกที่จะรออยู่ที่ร้านไอศกรีม เพราะถ้าเธอไปด้วย นาเดียร์จะไม่ยอมสนิทกับติณห์แน่ๆ แต่ดูจากที่กล้าจูงมือพอจ๋าแล้ว อีกไม่นานคงสนิทสนมกันแน่ๆ
“น่ารักทั้งนั้นเลย ลูกอยากได้ตัวไหนบอกพ่อจ๋านะ” ติณห์นั่งลงคุยกับสาวน้อยที่กำลังมองตุ๊กตาในร้านอย่างตื่นตาตื่นใจ
“หนูซื้อได้กี่ตัวคะ” นาเดียร์หันมาถาม
“หนูจะเอากี่ตัวล่ะครับ”
“สองค่ะ” สาวน้อยชูมือสองนิ้ว
“ถ้าอย่างนั้นก็สองตัว เดินเลือกเลย จูงมือพ่อไปดูด้วยนะ”
เลือกอยู่นานแสนนาน สองคนพ่อลูกก็เดินจูงมือกันกลับมา ต่างคนต่างถือตุ๊กตากลับมาคนละตัว ลลิลคิดว่านาเดียร์คงเลือกตัวใหญ่ แต่เด็กน้อยกับเลือกมาตัวขนาดเล็กที่เธอจะอุ้มได้ถนัดแค่นั้น
“น่ารักเชียว ขอแม่จ๋าลองอุ้มบ้างสิ” นาเดียร์ส่งตุ๊กตาให้แม่จ๋าคนใหม่
“คุณคะเดี๋ยวลิลว่าจะไปซื้อนมกับขนมให้นาเดียร์ด้วย เมื่อกี้ลิลโทรถามแล้วว่าลูกกินนมอะไร”
สามคนพ่อแม่ลูก พากันเดินซื้อนมและขนมจนเต็มรถเข็น ลลิลกลัวว่าถ้าตอนที่ติณห์ไม่อยู่ และนาเดียร์อยากกินขนมขึ้นมาเธอไม่รู้จะทำอย่างไร เลยซื้อตุนไว้เพียบ
เมื่อเดินกันเสียนาน เด็กน้อยก็เริ่มทำท่าทางหมดแรง ตาปรือ ติณห์อุ้มลูกสาวคนใหม่ขึ้นมา เพราะลืมไปว่าเดินมากขนาดนี้ เด็กตัวนิดเดียวคงจะเหนื่อยแล้ว เมื่อถูกอุ้มได้ไม่นานเด็กน้อยนาเดียร์ก็หลับสนิทอยู่บ่าของพ่อจ๋า ที่ค่อยเดินเพราะกลัวจะทำลูกสาวตื่น
“หลับมาเชียว” รัตน์ประคองรับเด็กน้อยที่หลับสนิท วางลงบนเตียง ถึงตาจะหลับแต่มือยังกอดตีกตาสองตัวไว้แน่น อย่างน่าเอ็นดู
“ขนมกับนม เดี๋ยวขนจากรถมาเก็บไว้ในห้องกับในครัวนะ” ลลิลเริ่มทำหน้าที่แม่
“เหนื่อยไหมคุณแม่” ติณห์เดินโอบเอวคุณแม่คนใหม่กลับห้อง
“คุณพ่อสิคะเหนื่อยไหม อุ้มตลอดทางเลยตินเดินกลับ”
“ไม่เหนื่อยนะ ตัวเล็กนิดเดียว เมื่อคืนอุ้มคนตัวใหญ่กว่ายังไม่เหนื่อยเลย” คนตัวใหญ่ดึงคนในอ้อมแขนเข้ามาใกล้อย่างหยอกเย้า
“ทะลึ่ง” ลลิลอายจนหน้าแดง เพราะพื้นที่แคบทำให้เมื่อคืนเขาถึงกับอุ้มเธอเชียวในห้องน้ำ
“ช่วย ไปดูสิพ่อแม่ลูกเขาทำอะไรกัน หายเงียบกันไปเลย เห็นว่าจะออกไปข้างนอกกันก็เห็นกลับมาแล้วไม่ใช่เหรอ” คุณปู่ไม่ทันไรก็อยากเจอหลานสาวแล้ว
“ค่ะคุณท่าน”
ป้าช่วยเจอรัตน์ที่กำลัง ยกนมและขนมลงจากรถ จึงได้ความว่า ตอนนี้สาวน้อยของบ้านกำลังหลับสนิทอยู่บนที่นอน ไว้ตื่นเมื่อไหร่ จะรีบพามาเล่นกับคุณปู่ทันที
“ยังไม่ทันข้ามคืนก็ติดหลานแล้วเหรอคะ” ป้าช่วยแซวคนป่วยที่ไม่ทันไร ก็เรียกหาแต่หลานแล้ว
“ตามประสาคนแก่ นี่ขนาดไม่ใช่สายเลือดนะ เฮ้อ...เมื่อไหร่เจ้าติณห์มันจะลงหลักปักฐานกับใครเขาสักคนนะ” คนเป็นพ่ออยากเห็นลูกมีครอบครัวที่อบอุ่นก่อนที่ตัวเองจะจากโลกใบนี้ไป
“คุณท่านดูไม่ออกเหรอคะ คุณติณห์คงไม่ไปไหนแล้ว ตัวติดกับกับคุณลลิลขนาดนั้น ทำเป็นปากแข็ง เพราะกลัวผิดหวังล่ะสิ” ป้าช่วยเลี้ยงติณห์มากับมือ เขาแค่มองสายตาก็รู้ใจแล้ว
“ใจหนึ่งฉันก็แอบคิดแบบนั้นอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่อยากคาดหวังอะไร คนของเราหลงเขาหรือรักเขาก็ยังไม่แน่ใจ ส่วนตัวหนูลลิลเองก็อ่านยาก ตั้งแต่วันแรกที่ก็าวเข้ามาอยู่ที่นี่ จนถึงวันนี้ หนูลลิลเองก็มีทีท่าเหมือนเดิมทุกอย่าง”
กิตต์ขจรอ่านลูกชายไม่ออกเพราะเขาได้เจอแค่บางมุมบางเวลา ส่วนป้าช่วยเองอาจจะได้เห็นบางมุมที่แตกต่าง และเธอก็เป็นคนเลี้ยงดูติณห์มาตั้งแต่เด็ก
“ถ้าเป็นคู่กันแล้วไม่แคล้วกันแน่นอนค่ะ” ป้าช่วยเชื่อแบบนั้น
“ว่าแต่คุณท่านเถอะ เห็นไหมดื้อไม่ยอมทำตามหมอสั่ง แล้วเมื่อไหร่จะได้ลุกมานั่งเล่นกับหลานคะ” ได้ทีแม่บ้านคนเก่าคนแก่ หาทางพุดให้เจ้านานหันกลับมามีกำลังใจ ที่จะทำกายภาพให้กับมานั่งได้ก็ยังดี
“ก็จริงของเธอ แค่จะเอื้อมไปจับหัวฉันยังทำแทบไม่ได้ เอาวะ...เดี๋ยวจะลองสู้กันสักตั้ง นี่ถ้าเจ้าติณห์มีหลานแท้ๆให้ จะวิ่งให้ดูเลย” กิตต์ขจรอารมณ์ดี
“จำไว้นะคะ พูดไว้ว่าอะไร ช่วยว่าอีกไม่นาน คุณท่านได้วิ่งเล่นกับหลานแน่ๆ” ป้าช่วยเห็นความหวานของทั้งคู่ แล้วคิดว่าอีกไม่นาน กิตต์ขจรต้องได้หลานเป็นของตัวเองแน่ๆ
“เอาวะ วิ่งก็วิ่ง” แต่ตอนนี้คนป่วยทำได้แค่ยกมือก็ยังเหนื่อย
บทที่1หัวใจที่แตกสลาย “ผมยังไม่มีจริงๆ ครับ ถ้าหาได้เมื่อไหร่ ผมจะรีบเอามาใช้ให้เลย” ชายวัยกลางคนพนมมือไหว้ชายหนุ่มรุ่นลูก “ก็พูดแบบนี้ทุกราย ไม่มีปัญญาใช้หนี้ แต่! เสือกมีปัญญาลงขันจ้างมือปืนมายิงพ่อกู” คนพูดชี้หน้า จ้องตาแบบหมายจะเอาถึงชีวิต “ผมไม่เกี่ยว เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับผมเลย ท่านมีพระคุณ เมตตาผมมาตั้งหลายครั้ง ผมจะทำกับผู้มีพระคุณแบบนั้นได้อย่างไรกัน” คนพูดมือไม้สั่นรนราน “ก็ถ้ามึงไม่เกี่ยว แล้วใครเกี่ยว พ่อกูใจดีกับพวกมึง ไม่มีเงิน ก็ให้กู้ แต่พวกมึงเสือกไปเล่นเสียกันเอง ยืมแล้วมันก็ต้องใช้ พอทวงพวกมึงก็หาว่าใจร้าย มึงอย่านึกว่ากูโง่นะ” เท้าใหญ่ถีบเก็าอี้ที่อยู่ใกล้ๆชายที่ยืนพนมมือด้วยความกลัว กลิ้งระเนะนาด เสียงดังโครมคราม คนข้างนอกห้องที่กำลังมุ่งมั่นกับการพนันต่างพากันหันมาดู “ถ้าภายในหนึ่งเดือนมึงหาต้นมาคืนกูไม่ได้ มึงก็เอาลูกสาวคนสวยของมึง มาเป็นนางบำเรอขัดดอกกูแล้วกัน ” รอยยิ้มแบบสะใจปรากฏบนใบหน้าที่ดุร้ายของคนพูด “เอ่อ....” ลูกหนี้รุ่นพ่อพูดไม่ออก “ถ้าทำไม่ได้ มึงก็บอกลูกสาวคนส
ก่อนกลับบ้าน เขาก็เพิ่งโดนเล่นงานจนหมดศักดิ์ศรี หวังจะได้มาพัก คิดหาทางออกที่บ้าน กลับต้องมาโดนเมียด่า เพราะรู้ความจริง ที่เขามีเมียอีกคนและอยู่ด้วยกันมานานเป็นสิบปี จนมีลุก ทัตเทพทนไม่ไหวแล้ว เขาขับรถออกมา คืนนี้คงต้องหาโรงแรมนอนพักใจสักคืน “แม่คะ ลลิลกลับมาแล้ว ทำแม่ไม่เปิดไฟเลย ” กัณต์ชนิตลูกสาวคนเดียวของเกสรา กลับจากทำงานวันแรกของเธอ “แม่คะ แม่ได้ยอนลิลไหมคะ” บ้านทั้งหลังเงียบสนิท ไม่มีไฟสักดวงในบ้านถูกเปิด หญิงสาวสัมผัสได้ ว่ามีอะไรบ้างอย่างเกิดขึ้นที่บ้านแน่ๆ เธอรีบวิ่งขึ้นไปที่ห้องนอนของมารดาทันที ภาพที่เธอเห็น โดยที่ไม่ต้องเปิดประตูเสียด้วยซ้ำ ลลิลขาอ่อนทรุดตัวลงอย่างหมดแรง “แม่......” หญิงสาวตะโกนสุดเสียง ภาพเกสราน้ำลายฟูมปาก นอนตาค้างอยู่ข้างเตียงนอน ลลิลเขย่าตัวมารดา แนบหูกับหน้าอกด้วยความหมายว่าหัวใจของแม่เธอจะยังเต้นอยู่ แต่มันไร้วี่แวว มารดาของเธอจากไปแล้ว หญิงสาวตั้งสติโทรหาตำรวจ และโทรหาทัตเทพผู้เป็นบิดา เวลานี้ เธอไม่สามารถทำอะไรมากไปกว่านี้ได้ จึงได้แต่นอนกอดศพมารดา ร้องไห้ รอจนกว่าทุกคนจะมาถึงบ้านขอ
เขาต้องทุกข์ที่เห็นกิตต์ขจร พ่อของเขาต้องทุกข์ทรมาน ดังนันเขาก็อยากเห็นคนที่เป็นต้นเหตุตายทั้งเป็น ถ้าทัตเทพยอมให้ลูกสาวของเขามาเป็นนางบำเรอเขา คนเป็นพ่อมันคงเหมือนถูกย่ำยีหัวใจ แค่คิดเขาก็ยิ้มออกมาด้วยความสะใจที่เป็นฝ่ายได้แก็แค้น“ผมไม่ลืมหรอก สบายใจได้” สีหน้ากับคำตอบสวนทางกันสิ้นดีเขาคงไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เงินตั้งสิบล้าน เขาจะไปหาจากที่ไหนมาได้ จากตอนแรกมีเงินที่ได้จาการตายของเกสราก็เพียงแค่ล้านเดียว และตอนนี้มันก็เหลือแค่ไม่กี่หมื่นกริ๊งๆสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ ช่วยดึงชายกลางคน ให้เดินออกมาจากวงของการพนัน เพื่อมารับโทรศัพท์ภรรยาของเขาอีกคน“พี่เทพ พี่หายไปเลยตั้งแต่เมียพี่ตาย” เสียงหญิงสาวที่อายุมากกว่าลลิลเพียงไม่กี่ปี ต่อว่าดังมาจากปลายสาย“จะให้พี่ไปหาเรากับลูก ให้ความแตกเหรอ ถ้าลลิลเกิดรู้เรื่องนี้ขึ้นมา พี่จะไม่ได้อะไรเลยนะ เพราะพี่กับเกสราไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน บ้านก็เป็นชื่อของเขา เงินในบัญชีอีก”“แต่ตอนนี้ยายหนู เข้าโรงพยาบาล ” เสียงปลายสายดูอ่อนลง“ลูกเป็นอะไร” ทัตเทพตกใจ เพราะเขามีลูกแค่เพียงคนเดียว“ก็โรคหัวใจที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิดนั่นแหละ หมอบอกค่าใช้จ่ายอาจจะถึงแส
บทที่2ทวงบุญคุณ “คุณพ่อทำไมกลับดึกจังคะ ลลิลโทรไปคุณพ่อก็ไม่ยอมรับสาย ” ลูกสาวคนสวยนั่งรอกินข้าวกับพ่อจนดึก “งานที่บริษัทกำลังยุ่ง สินค้าหาให้ลูกค้าไม่ได้ตามกำหนด พ่อโดนค่าปรับหลายแสนเลย แต่ก่อนพ่อเคยมีเงินของแม่คอยช่วยอยู่ ตอนนี้เป็นชื่อของลลิล พ่อก็ไม่อยากรบกวน” เลี้ยงมากับมือ ทำไมทัตเทพจะไม่รู้จักนิสัยลูกสาวนอกสายเลือดคนนี้ ถ้าเขาขอตรงๆก็ได้ แต่ถ้าใช้ลูกเกรงใจแบบนี้ มีเท่าไหร่ให้หมด “พ่อเอาบัตรเอทีเอ็มของคุณแม่ที่อยู่กับลลิลไปใช้เลยค่ะ ในนั้นมีอยู่หลายแสน น่าจะพอช่วยค่าปรับที่ต้องจ่ายให้กับลูกค้าได้” เป็นอย่างที่ทัตเทพคิด “มันจะดีเหรอ พ่อไม่อยากเอาของลูกเลย แต่ตอนนี้เราแย่จริงๆ และ.....”คนพูดลากเสียงให้ดูน่าสงสัย “และอะไรคะพ่อ ยังมีอะไรที่พ่อยังไม่ได้บอก บอกมาเถอะค่ะ ลลิลยินดีช่วยพ่อทุกอย่าง เราเหลือกันแค่สองคนแล้ว ถ้าลลิลไม่ช่วยพ่อ ก็ไม่รู้จะไปช่วยใครแล้วค่ะ” หญิงสาวเอื้อมือมาจับมือหนาที่เริ่มเหี่ยวย่นด้วยอายุที่มากขึ้น มองตาคนตรงหน้าอย่างทั้งรัก เคารพ และเทิดทูน ลลิลยังจำทุกเรื่องที่มาเล่าว่าพ่อร
“ติณห์ พ่ออยากให้ลูกล้มเลิกความคิดที่จะแก็แค้น แค้นกันไปแค้นกันมา มันไม่ทางจบ” กิตต์ขจรพูดกับลูกชาย ที่มานั่งคุยกับเขาข้างเตียง “ผมว่าพ่อปล่อยเรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของผมดีกว่า พ่อไม่ต้องไปคิดถึง รักษาร่างกายให้กับมาเป็นเหมือนเดิมดีกว่าครับพ่อ” ชายหนุ่มไม่สนใจในสิ่งที่บิดาพูดด้วยความกังวล “ร่างกายคงต้องใช้เวลาอีกนาน แต่มันก็ดีเหมือนกันนะ ทำร้ายคนอื่นเขามามาก ก็จะได้ชดใช้คืนก็ครั้งนี้แหละ” ผู้เป็นพ่อยิ้มอย่างมองโลกในแง่ดี “เวลามาอ้อนวอนอยากได้เงินจากเรา ก็พูดได้สารพัด พอถึงเวลาใช้คืน กลับบ่ายเบี่ยง พ่อให้โอกาสทุกคน พวกมันต่างหาก แทนที่จะคิดถึงบุญคุณที่พ่อช่วย มันกลับแว้งกัดเป็นงูเห่า คนพวกนี้ต่างหาก ที่จะต้องรับเวรกรรมของมัน” ทุกวันที่ติณห์ มานั่งคุยกับกิตต์ขจร ที่นอนป่วยอยู่บนเตียง ความจริงแล้วหมอบอกว่าร่างกายส่วนบนของเขายังคงใช้การได้ปกติ แต่ยิ่งนานวันคนแก่ที่หมดกำลังใจ ก็เอาแต่นอน จนร่างกายส่วนบนเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อยๆ แขนขารีบลงทุกวัน โชคดี ที่มีพยาบาลพิเศษหมุนเวียนกันมาดูแล เขาถึงได้ไม่เป็นแผลเตียง “พ่อคงเปลี่ยนความคิดลูกไม
“คุณพยาบาลได้ยินที่เรื่องเมื่อกี้แล้วใช่ไหม” คนไข้เข้าเรื่องเพราะอยากระบาย“ค่ะ ฉันได้ยิน”“ทำอย่างไร ผมถึงจะหยุดทุกอย่างได้” น้ำตาคลอแก็ม ที่เหี่ยวย่น ซีดเซียว“เราไม่สามารถจัดการทุกเรื่อง ที่เกิดขึ้นในชีวิตเราได้ ถึงคุณจะไม่เป็นแบบนี้ คุณก็ไม่สามารถทำทุกอย่างให้เป็นอย่างใจหวังได้ ถ้าหยุดไม่ได้ ก็ปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามกรรมของมัน บางที มันอาจจะไม่ได้เลวร้าย อย่างที่คุณคิดไว้ก็ได้ค่ะ” พยาบาลสาวผู้เรียนจิตวิทยามาพูดด้วยรอยยิ้ม“กินยาแล้ว ค่อยๆปล่อยวาง หลับตาเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาค่ะ”กำลังในการที่อยากจะมีชีวิตอยู่ ลดน้อยลงไปทุกวัน โชคดีที่ทุกครั้งที่ท้อ เขายังมีคนที่คอยรับฟัง และพูดให้กำลังใจเสมอ ในยามที่หมดจากงานบ้าน ป้าช่วย แม่บ้านของที่นี่ ก็จะมานั่งอ่านหนังสือธรรมมะให้คนป่วยได้พอชุ่มชื่นหัวใจขึ้นมาบ้างตั้งแต่กิตต์ขจรออกจากโรงพยาบาล เขาก็ขอให้ลูกชาย พาเขามาอยู่บ้านสวนที่เขาซื้อไว้ที่ชานเมือง ส่วนบ้านหลังใหญ่ในเมืองหลวง ติณห์ก็ใช้นอนในวันที่เขาไม่ได้มาหาพ่อบ้านสวนหลังนี้ มีขนาดเล็กทันทีถ้าเทียบกับคฤหาสน์หลังใหญ่ ที่ติณห์ดูแลอยู่ แต่ในความเป็นจริง
“คืนพรุ่งนี้ที่บ่อน บอกลูกสาวแกด้วยว่า นางบำเรอจะต้องอยู่ในที่ ที่ฉันจัดไว้ให้ เธอจะไม่ได้ออกไปไหนถ้าฉันไม่อนุญาต” เจ้าหนี้บอกเงื่อนไข “ทำไมต้องขนาดนั้นครับ นั่นมันติดคุกแล้ว” ทัตเทพทักท้วง “ฉันจะแน่ใจได้ยังไง ว่าแกกับลูกสาวจะไม่ทำอะไรที่เป็นการหักหลังฉัน แต่ถ้าไม่เอาก็ได้นะ ก็ไปหาเงินมาใช้หนี้ให้หมดทั้งต้นทั้งดอก ” คนพูดตะคอกเสียง “ได้ครับๆ แต่ผมขออะไรหน่อย ช่วยบอกลูกสาวผม ว่าหนี้ทั้งหมดแม่เขาเป็นคนมายืม ผมขอแค่นี้แหละ” ทัตเทพขอร้อง “นี่ชั่วขนาดไปหลอกลูกเลยเหรอ ได้สิ ไม่ต้องกังวล ว่าลูกสาวจะรู้ความจริงที่แสนเลวของพ่อหรอก” ติณห์ด่าอย่างเต็มปาก เมื่อตกลงกันเรียบร้อย ทัตเทพจึงบอกข้อตกลงต่างๆให้ลลิลรู้ตัว และเตรียมตัว ที่จะต้องไปอยู่ในตำแหน่งนางบำเรอตั้งแต่คืนพรุ่งนี้ “พ่อมันเลวจริงๆ ที่หาเงินไม่ได้” ทัตเทพตบหน้าตัวเอง “ไม่เอาค่ะพ่อ อย่าทำร้ายตัวเองแบบนี้ ลลิลเต็มใจ พ่ออยู่คนเดียวแล้วดูแลตัวเองนะคะ มีเงินเมื่อไหร่ค่อยไปไถ่ตัวลูกออกมา ลูกอยู่ที่นั่นก็จะดูแลตัวเองให้ดี พ่อไม่ต้องคิดมากนะ”หญิงสา
บทที่4คืนแรกในบ้านหลังใหม่ “ตื่นได้แล้วคุณ” ชายหนุ่มเอื้อมือไปสัมผัสที่แขนเล็ก ของหญิงสาวที่กำลังหลับ ลลิลค่อยๆลืมตาช้าๆ เธอยังไม่อยากตื่นเลย อยากนอนต่อไปยาวๆ หรือหลับไปตลอดกาลเลยก็ได้ แต่นั่นมันก็แค่ความคิด ความจริงคือเธอต้องตื่นและลงจากรถ เพื่อไปยังที่อยู่ใหม่ ที่เธอจะต้องใช้ชีวิตแบบติดคุกอยู่ที่นี่ “เดินตามมา” แทนที่จะพาเดินเข้าประตูหน้าบ้านตามปกติ แต่ติณห์กลับพาหญิงสาวผู้มาใหม่ เดินอ้อมสวนย่อมหน้าบ้าน ไปยังประตูอีกบาน ที่ทำให้ส่วนนี้ดูแยกออกส่วนของบ้านทางประตูแรกที่ผ่านมา “ตรงส่วนนี้เป็นที่อยู่ของเธอ ส่วนประตูแรกที่เธอเดินผ่านมา เป็นพื้นที่ส่วนตัวของครอบครัวฉัน ไว้อยู่ที่นี่ไปสักพัก ฉันจะพาเธอเข้าไปที่นั่นเอง” เจ้าของบ้านอธิบาย “ในนี้มีทั้งห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัวและห้องรับแขก ในตู้เย็นจะมีคนซื้อของมาคอยเติมให้ อยากได้อะไรก็บอกเขาไป รวมถึงของใช้ส่วนตัว เพราะฉันไม่อนุญาตให้เธอออกไปไหน” ชายหนุ่มเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว “นี่ห้องนอนของเธอ” ประตูสีขาวถูกเปิดออก ข้างในถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงาม “เ
บทที่13โซ่น้อยคล้องใจ ผ่านไปแค่เพียงสองวัน ทางทนายก็โทรมาแจ้งให้ติณห์ไปรับนาเดียร์มาดูแลได้เลย เขาจัดการเรื่องกฎหมายเรียบร้อยแล้ว “เราไปรับเย็นนี้เลยไหมคะ คุณมีเบอร์ติดต่อแม่บ้านที่ดูแลไหม” ลลิลตื่นเต้น “ผมว่าจะจ้างแม่บ้านคนที่เลี้ยงนาเดียร์ ให้มาอยู่ที่นี่ด้วย ผมได้เบอร์จากทนายก็เลยโทรคุยกันเรียบร้อยแล้ว โดยที่เธอขอกลับไปดูแลบ้านของเจ้ายายเธอเดือนละครั้ง” ติณห์จัดการก่อนที่หญิงสาวจะบอกเสียอีก “แล้วเราจะให้ลูกนอนที่ไหนคะ” หญิงสาวเรียกลูกอย่างเผลอตัว “ลูก...อ๋อ เราจะเป็นพ่อแม่กันแล้วเนาะ นอนบ้านใหญ่ยังมีห้องว่างอยู่ ผมจะให้นอนกับแม่บ้านที่เลี้ยงเขามานั่นแหละ” ติณห์วางแผนไว้เรียบร้อย โดยผ่านการปรึกษาบิดาและป้าช่วยก่อน “ลลิลคิดว่าตื่นเต้นอยู่คนเดียว ที่แท้คุณแอบจัดการทุกอย่างไว้แล้ว ก่อนลลิลจะคิดอีกนะคะ” หญิงสาวยิ้มอย่างมีความสุขให้กับคุณพ่อคนใหม่ที่ดูตื่นเต้นกว่าเธอแต่เก็บอาการไว้ ได้เวลาไปรับลูกสาวคนใหม่ของบ้าน นอกจากคุณพ่อคุณแม่จำเป็น แล้วยังมีคุณปู่อีกคน ที่ตื่นเต้นไม่แพ้กัน กิตต์ขจรอยากให้บ้านนี้มี
บทที่12คุณพ่อคุณแม่จำเป็น “ขากลับทำไมของเยอะกว่าขามาเยอะเลยนะ” ชายหนุ่มยืนมองท้ายรถของตัวเอง ที่ไม่มีที่วางเหลือเหมือนตอนมา ท้ายรถเต็มไปด้วยของฝากที่หญิงสาวซื้อไปฝากคนที่บ้าน “ทำเป็นบ่น ขึ้นรถเถอะค่ะ เดี่ยวจะถึงมืด” ลลิลไม่อยากยืนเถียงด้วย เพราะข้างหลังมีแต่ของเธอจริงๆ “ผมจัดการเรื่องเงินให้พ่อคุรเรียบร้อยแล้วนะ” ติณห์จัดการทุกอย่างตั้งแต่วันที่พ่อหญิงสาวโทรศัพท์มาแล้ว แต่เขายังไม่อยากพูดเรื่องนี้กับลลิล เพราะไม่อยากทำให้เธอเครียดขึ้นมาอีก โชคดีที่รถไม่ติดมาก ทั้งคู่จึงมาถึงบ้านในช่วงหัวค่ำ ลลิลรีบหยิบของฝากที่เธอซื้อมฝากป้าช่วย และบิดาของติณห์ “ทำไมกลับกันมาเร็ว กว่าที่บอกพ่อไว้” กิตต์ขจรคิดว่าลูกชายคงไปนานกว่านี้ “มีงานด่วนนิดหน่อยครับพ่อ” ติณห์ยังไม่อยากเล่าให้บิดาฟัง เขาอยากรอให้เรื่องราวที่จะเปิดพินัยกรรมพรุ่งนี้เสร็จสิ้นไปก่อน “คุณพ่อคะ ลิลซื้อเสื้อหล่อๆ มาฝากคุรพ่อหลายชุดเลยค่ะ เดี๋ยวให้ป้าช่วยเอาไปซักก่อนนะคะ พรุ่งนี้คุณพ่อจะเป็นหนุ่มเหนือ” หญิงสาวหยิบเสื้อออกจากถุง มากางให้คนนอนป่วยดู
บทที่11เผชิญหน้ากับปัญหา ปัญหาชีวิตของลลิล ทำให้ติณห์ชายหนุ่มที่มีความพร้อมกว่าทุกอย่าง อย่างน้อยเขาก็ยังเหลือพ่อ เขาตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับความจริงที่เขาได้ก่อไว้ เขาตัดสินใจโทรศัพท์กลับไปหาฤทธิ์ลูกน้องคนสนิท ที่เฝ้าโทรหาเขาไม่รู้กี่ร้อยสาย ป่านนี้คงตื่นแล้ว เพราะก็ใกล้เวลาไปจัดการเรื่องเอาเงินเข้าธนาคาร ซึ่งตอนนี้ ลูกน้องคนนี้ต้องทำหน้าที่แทนลูกพี่ทุกอย่าง “ฤทธิ์ มีอะไร โทษที ใจยังแย่เลยไม่อยากรับสายใคร” ชายหนุ่มออกมาคุยด้านนอก เพราะไม่อยากให้ลลิลรับรู้ด้านมืดของเขา “ผมจะโทรมาบอกคุณติณห์ว่า สองคนนั้นเขาฆ่าตัวตาย เพราะป่วยเป็นเอดส์ และจากที่เราเอาคลิปลงคนเป็นเมียเลยจับผัวไปตรวจเลือด และเมื่อรู้ผล ก็ตรวจของตัวเอง จนรู้ว่าทั้งคู่ติดเชื้อ” ลูกน้องรีบอธิบาย “แกไม่ได้โกหกใช่ไหม” ติณห์ดีใจที่ตัวเองไม่ใช่สาเหตุ “แต่มันยังมีบางอย่างมากกว่านั้น แต่ผมไม่รู้ ทางตำรวจและทนายความส่วนตัวของบ้านนู้น ติดต่อมาต้องการพบคุณโดยด่วน ผมจึงพยายามติดต่อคุณ” ฤทธิ์รายงานแบบคนลืมหายใจ “ในเมื่อฉันไม่ใช่สาเหตุแล้วทำไมต้องอยากเจอ
บทที่10รสรักบำบัดความเครียด อาหารมือเย็น มื้อแรกของที่นี่ เป็นกับข้าวทางเหนือ ที่ทั้งคู่ซื้อมาจากตลาดนัดที่อยู่ใกล้ๆ ระเบียงหน้าห้องมีตะสำหรับนั่งกินอาหาร บรรยากาศยามพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน สวยงามมากกว่าทุกวันที่ทั้งสองเคยพบเจอ “อยากให้พ่อหายเป็นปกติ นานแล้วที่ท่านไม่เคยได้ออกไปไหน” ติณห์คิดถึงภาพเมื่อครั้งที่เขากับพ่อมาเที่ยวด้วยกัน “หมอบอกว่ามีโอกาสไหมคะ” หญิงสาวถามด้วยความมารู้ถึงอาการ “มีโอกาสกลับมาลุก นั่งได้ แต่เดินคงยาก เพราะพ่อเอาแต่นอน เหมือนไม่ต้องการมีชีวิตอยู่อีกต่อไป ร่างกายส่วนล่างก็ลีบลงเรื่อยๆ” เสียงของคนพูดหมดหวัง “คุณเป็นลูกย่อมเข้าใจดี ว่าทำอย่างไรพ่อของคุณถึงจะกำลังใจ ในการมีชีวิตอยู่มากขึ้น ถ้ามีอะไรให้ลิลช่วยก็บอกนะคะ อย่างน้อยมันคงช่วยลดกรรมที่พ่อลิลทำไว้กับพ่อของคุณ”“กินข้าวกันเถอะ ผมทำเสียบรรยากาศหมด มีแต่อาหารเหนือทั้งนั้นเลย น้ำพริกหนุ่มลองกินสิลิล คุณน่าจะชอบ”ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่องพูดสำเร็จแต่เขาเปลี่ยนสีหน้าแววตาที่เก็บงำความเครียดไว้ไม่สำเร็จ ลลิลสัมผัสมันได้ตลอดเวลา เขาคุยกับเธอแค่เพียงร่างกาย แต่
บทที่9การเดินทางของความรู้สึก จากวันแรกที่ลลิลได้รับหน้าที่ดูแลกิตต์ขจร มาถึงวันนี้ก็เกือบจะครบหนึ่งเดือนแล้ว ทั้งสองคนสนิทกันมาก ความสดใส น่ารัก และเป็นเด็กที่กตัญญู ทำให้คนป่วยอยากได้ลลิลเป็นลูกอีกคน ไม่ว่าจะในฐานะลูกสะใภ้หรือลูกสาวก็ได้ทั้งสองอย่าง “ติณห์พ่อรักและเอ็นดูหนูลลิลมาก ถ้าลูกไม่คิดจะจริงจังกับเธอ ก็ปล่อยเธอจาสถานะที่เธอเป็นอยู่เสีย และรับเธอเข้ามาเป็นน้องสาวของลูกซะ” ผู้เป็นพ่อทั้งรักทั้งสงสาร “จริงจังไหม คงไม่มั้งครับ เพราะพ่อก็รู้ว่าเธอเข้ามาอยู่ที่นี่เพราะอะไร ส่วนที่พ่อจะให้ผมรับเธอมาเป็นน้องสาว คงไม่ได้ ผมนอนกับเธอแล้วนะ อยุ่ดีจะให้มาเป็นพี่น้องกัน” “ถ้าเป็นพี่น้องมันยาก ลูกก็ให้เธอเป็นเมียเสียสิ พ่ออยากมีหลาน พ่อจะอยู่อีกสักกี่วัน กี่เดือน กี่ปี ก็ยังไม่รู้ ลูกไม่คิดจะมีครอบครัวมีหลานให้พ่อสักคนเหรอ” ก่อนหน้านี้กิตต์ขจรไม่คิดจะพูดเรื่องการมีครอบครัวกับลูกชาย เพราะเขามองไม่เห็นทาง แต่ตอนนี้ ติณห์มีผู้หญิงข้างกาย และเธอก็แสนจะน่ารัก ผู้เป็นพ่ออยากมีหลานเต็มที่แล้ว “เรื่องนี้มันก็ไม่ได้อยู่ที่ผมค
บทที่8ผิดหรือที่แค้น คืนนี้เป็นอีกคืน ทีทั้งคู่หลับใหลอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน โดยที่ไม่มีความสัมพันธ์แบบชู้สาวเกิดขึ้น มันมีแต่ความห่วงใย และความอบอุ่นที่มอบให้กัน เมื่อวานติณห์เองก็หมดเรี่ยวแรงไปกับการตามแก้แค้นแทนบิดา เขาไล่รายชื่อลูกหนี้ที่คิดว่า มีส่วนในการจ้างมือปืนมายิงพ่อของเขา นอกจากทัตเทพแล้ว ยังนักธุรกิจ และชาวบ้านฐานะปานกลาง อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งวิธีการแก็แค้นก็ถูกเลือกวิธีที่ต่างกันไป สองคนที่โดนจัดการไปเมื่อวาน ชายหนุ่มรู้ว่าทั้งสองมีหน้ามีตาในสังคม และก็ต่างก็ภรรยามากด้วยกันทั้งคู่ เพราะอาศัยบารมีของครอบครัวฝ่ายหญิงอยู่ ติณห์ได้ทำการปล่อยคลิปวิดีโอ ที่ทั้งสองคนมาขอยืมเงินของเขา โดยชายหนุ่มไม่ลืมที่จะกันตัวเอง เขาให้คนทั้งสองพูดว่า จะยืมไปเพื่อเอาเงินไปเลี้ยงดูบรรดาเมียเด็กๆ ระเบิดครอบครัวก้อนใหญ่ ถูกส่งผ่านโลกโซเชี่ยลเพียงไม่ถึงชั่วโมง เรื่องราวก็ถูกแชร์ออกไป บรรดาเมียทั้งหลายต่างพากันหัวร้อน จัดการสามีของตัวเองแบบจัดหนัก เมื่อเรื่องราวความอื้อฉาวของประธานบริษัทถูกพูดถึง อย่างสนุกปาก ลูกค้าต่างไม่ให้กา
บทที่7น้ำตาที่ไร้ค่า เช้านี้หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นมา พบว่าเขายังนอนหลับอยู่ข้างๆเธอ สาวตัวเล็กร่างบาง ค่อยขยับตัวออกจาก มือหนาที่โอบกอดเธอไว้ เพราะไม่อยากทำให้เขาตื่น “ตื่นแล้วเหรอ” คนตัวใหญ่ถามตามหลังเมื่อเห็นคนนอนข้างๆกับลุกไปเข้าห้องน้ำ “ลลิลขอโทษที่ทำให้คุณตื่นเลย” หญิงสาวเดินกลับมานั่งข้างเขาบนเตียง “ไม่หรอก ผมตื่นนานแล้ว แต่ไม่อยากลุก เพราะกลัวจะทำให้คุณตื่น เห็นกำลังนอนกรนสบายเลย” ลลิลเผลอตัวยกฝ่ามือขึ้นมาตีแขน คนที่หาว่าเธอนอนกรน จนคนถูกตีร้อง เพราะทั้งเจ็บและตกใจ ที่ถูกคนตัวเล็กแต่มือหนักตีเข้าเต็มแรง “เรื่องอะไรมาตีแบบนี้นี่ ไปเลยไปอาบน้ำแต่งตัว ทำกับข้าวให้กินด้วย” ชายหนุ่มออกคำสั่ง ระหว่างที่หญิงสาวกำลังอาบน้ำ เธอก็คิดถึงคำพูดของติณห์ เขาเปลี่ยนคำแทนตัวเองจากฉัน เป็นผม มันทำให้หญิงสาวรู้สึกสนิทสนมกับเขามากขึ้น ในเมื่อไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ บิดาของเธอจะหาเงินหลายล้านมาไถ่เธอได้ เธอก็เลือกที่จะอยู่ที่นี่อย่างมีความสุขที่สุดดีกว่า ตั้งแต่วันที่พ่อของเธอ มาส่งเธอที่บ่อน เขาก็ไม
บทที่6นางบำเรอในกรงทอง “ทำไมจะต้องไปนอนห่างฉันแบบนั้น” ติณห์ถามเมื่อหันไปเห็นอีกฝ่าย นอนอยู่ห่างจากเขาจนเกือบล่วงลงไปข้างเตียง “คุณติณห์จะได้นอนสบายไงคะ” หญิงสาวตอบโดยไม่ยอมหันหน้ามามองคนถาม “อย่าทำเหมือนไม่เคย เมื่อคืนเธอก็รู้ ว่าหน้าที่ของเธอมันคืออะไร จะขยับตัวมาเอง หรือให้ไปอุ้มมา” คนพูดทำเสียงขู่ ลลิลพาร่างบางของเธอ ค่อยๆเข้ามานอนใกล้กับชายหนุ่มร่างใหญ่ ที่เมื่อคืนเขาได้สร้างความเสียวซ่านแต่มันแฝงไปด้วยความเจ็บด้วย “ไม่ชอบเหรอเมื่อคืน” คนตัวหนาถามตรง “ลิลเจ็บค่ะ” ถึงจะอายแต่หญิงสาวอยากให้เขารู้ว่าเธอเจ็บ “มันเป็นครั้งแรก มันก็ไม่แปลกจะเจ็บแบบนี้ เดี๋ยวผ่านไปหลายๆครั้ง เธอก็จะไม่รู้สึกเจ็บอีกแล้ว แต่จะรู้สึกเสียวซ่านอย่างเดียว” สิ้นคำพูดมือหนาก็เอื้อมือไปปิดโคมไฟบนหัวเตียงให้ดับลง ปากหนาหยักก็ซุกไซ้ลงบนคอยาวระหง มือหนาบีบเคล้นเล่นยอดประทุม ที่ชี้ตัวชูช่อรอสัมผัส ชายหนุ่มคว้ามือของหญิงสาวให้จับสัมผัส กับท่อนความเป็นชายของเขา ก่อนที่ติณห์จะประกบลงบนปากบาง พาชิวหาไล่วนเวียนตวั
บทที่5คืนแรกของการเสียสาว “อย่าเอาความเป็นตัวคุณ มาวัดว่าคนอื่นจะเป็นแบบคุณนะ” หญิงสาวจ้องตา “อะไรนะ! เธอพูดว่าอะไร” ชายหนุ่มถามกลับด้วยแววตาคล้ายเสือที่จเองจะกินเหยื่อ ลลิลนึกอยากจะพูดอีกสักหนึ่งรอบ แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะติณห์อาศัยจังหวะที่เธอเผลอ จู่โจมจนกายสาว สั่นสะท้านและอ่อนระทวย สมองพร่าเบลอว่างเปล่า มีเสียงครางกระเส่าเล็ดลอดออกมาจากปากอิ่ม “คุณติณห์” ลลิลเผลอเรียกชื่อเขาเสียงหลง ขณะที่มือน้อยก็เริ่มลูบไล้ตามแผ่นหลังแกร่งใต้เสื้อกร้ามสีขาว ดวงหน้าหวานเชิดสูง ยามใบหน้าคมซุกไซ้ต่ำลงมาดูดเม้มที่ไหปลาร้า จนเป้นรอยแดงช้ำ จากนั้นมือหนาก็จัดการถอดชุดนอนของเธอออกอย่างรวดเร็ว ตามด้วยเสื้อในตัวสวย จนกายสาวหวาบหวิวสะท้าน ชายหนุ่มไม่รอให้เธอมีสติกลับคืน เขาเร่งรุกเร้าฝ่ามือร้อน เคล้นคลึงความอวบใหญ่ของเนินอกหญิงสาวที่เปลือยเปล่านั้นอย่างหมั่นเขี้ยว “อยากร้อง ก็ร้อง ฉันชอบให้เธอส่งเสียง” ติณห์กระซิบชิดทรวงอกงาม ปลายลิ้นสัมผัสแผ่วๆบนยอดอกที่ชูช่อ เพื่อให้คนตัวเล็กสะดุ้งเสียว ก่อนจะพลิ้วสะบัดรัวเร็วจนกายบางแอ่นอก