นีรนิลมาแอบมองคนถือดีที่ตอนนี้บอกว่าจะรับประทานอาหารเอง คิ้วเรียวขมวดนิ่วหน้าอย่างไม่พอใจ ทำไมเขาถึงได้ดื้อได้ใจอย่างนี้นะ จะทานเองได้ยังไงกัน แขนข้างที่ใช้งานได้นั้นมันไม่ใช่ข้างถนัดของเขา แล้วมันก็ยังไม่ค่อยปกติด้วย ภาพที่เห็นทำให้เธอต้องส่ายหัวอย่างเอือมระอา แบบนี้คงไม่ได้ทานยาแน่
แกร่ก! คนตัวเล็กรีบเปิดประตูเข้าไปข้างในทันทีโดยไม่ต้องเคาะส่งสัญญาณตามมารยาท
“อื้อ ...มาค่ะ เดี๋ยวเค้าป้อนให้เอง” หญิงสาวรีบขยับโต๊ะเลื่อนที่วางถาดอาหาร มาวางอยู่ตรงหน้าของเขา
“ไม่ต้อง..ฉันกินเองได้” เนติกาจ้องหน้าอีกฝ่ายเสียงเข้ม ในใจนึกรำคาญตัวเองที่ทำอะไรไม่ค่อยถนัดนั้น
“กินเองได้ยังไงล่ะคะ ดูสิ ถามว่า..ได้สักคำหรือยัง” หญิงสาวนิ่วหน้าตำหนิเขา เมื่ออีกฝ่ายเบนหน้าหนี เธอก็อมยิ้ม เพราะรู้ว่าคงเถียงไม่ออกนั่นเอง
“อืมก็ได้ ป้อนเร็วๆ ด้วย หิวจะแย่แล้ว” ประโยคที่ได้ยินทำให้นีรนิลอมยิ้ม นีรนิลจัดการดึงข้าวต้มหมูของโปรดของเขาเอามาถือ ก่อนจะค่อยๆ ตักชั้นบนสุดใส่ปากเขาอย่างเบามือ
เนติการู้สึกดีเมื่อมีอะไรลงท้องเสียทีหลังจากที่ป้ำตักใส่ปากอย่างยากลำบาก ทุกการกระทำนั้นทำให้นีรนิลดีใจ นี่เป็นครั้งแรกในรอบ ห้าหกปีที่เธอได้ปรนนิบัติเขา แต่ก่อนนั้นเธอตั้งใจจะเป็นแม่ศรีเรือนทำอาหารให้กับเขากินทุกวัน แต่ความฝันก็ต้องพังทะลายลง แต่ก็ช่างเถอะมันผ่านมาแล้ว และตอนนี้เขาก็อยู่ต่อหน้าเธอแล้ว ไม่รู้ด้วยพรมลิขิตหรือว่าโชคชะตาที่ทำให้มาเจอกับเขาอีกครั้ง
เนติกาเองก็อ้าปากรับข้าวต้มอย่างว่าง่าย เธอลอบชำเรืองมองใบหน้าใสที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมนั้น หากตอนนั้นเราไม่เลิกกันตอนนี้คงจะไปหาทางมีลูกด้วยกันแล้วกระมัง เพราะเธอเคยวาดฝันเอาไว้ว่าหากแต่งงานอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวเธอจะบินไปปรึกษาแพทย์เพื่อมีลูก คิดแล้วก็แอบน้อยใจเมื่อนึกถึงเรื่องที่อีกฝ่ายโกหกเรื่องที่ตัวเองจะต้องหมั้นและแต่งงานกับคู่หมั้นไฮโซนั้น
“เอาอีกไหมคะ” นีรนิลช้อนสายตาบอกเขาเมื่อเห็นอีกฝ่ายกินเอากินเอาอย่างเอร็ดอร่อย เนติกาลืมตัวแล้วเอ่ยเย้าตามความเคยชิน
“แล้วให้เอาหรือเปล่าล่ะ” น้ำเสียงกระเส่าเอ่ย นีรนิลหน้าร้อนผ่าวมองหน้าเขาด้วยความตกใจ
“อะ อะไรนะคะ”
“อุ้ย!เอ่อๆ หมายความว่ามีอีกไหม แฮกๆๆ” เนติการีบแก้ตัวแล้วเบนสายตาไปทางอื่น การรีบพูดนั้นทำให้เธอสำลัก
“อื้อ ตัวอ่ะ เห็นไหม ดื่มน้ำก่อนค่ะ นี่ๆ” นีรนิลรีบหันไปหยิบแก้วน้ำแล้วป้อนเขาด้วยความเป็นห่วง พลางลูบหลังเบาๆ ไปมา
เนติกาเหลียวไปมองอีกฝ่าย ทำให้ปลายจมูกนั้นเฉียดแก้มใสของอีกฝ่ายไปมา เธอลืมตัวเผลอสูดกลิ่นหอมเข้าปอด หัวใจของเธอพองโตน้ำหอมที่เจ้าหล่อนใช้มันเป็นกลิ่นเดิม กลิ่นที่เธอเคยซื้อให้แล้วบอกว่าเธอชอบให้เจ้าหล่อนใช้กลิ่นนี้ มันเป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ แต่แอบเซ็กซี่เบาๆ
พรึ่บ!
“จุ๊บ! อุ๊ย!” ด้วยความรีบร้อน นีรนิลรีบหันมามองเขา แก้มใสจึงชนกับปากของเขาอย่างจัง ร่างบางตาลุกวาวพลางแก้มนั้นร้อนผ่าว เธอรู้สึกเหมือนเขาจุ๊บเธอนั้น มันคงบังเอิญมากกว่า คนตัวเล็กรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
“เอ่อๆ ฉันหายแล้ว ขอบคุณค่ะๆ” เนติการีบบอก
“อื้อ ค่ะ เดี๋ยวอีก 10 นาทีทานยานะคะ” นีรนิลเปลี่ยนเรื่องทันที เธอปรับให้สถานการณ์เป็นปกติโดยเร็ว เนติกามองยาเม็ดโตแล้วแอบกลืนน้ำลายฝืดๆ ลงคอ นึกถึงความขมที่ปาดเนื้อในลำคอแล้วมันพะอืดผะอมอย่างบอกไม่ถูก
“หากกินยากอีกจะป้อนแบบเมื่อวานนะคะ” นีรนิลอมยิ้มแล้วเอ่ยขึ้น เนติกานึกฉุน ชอบใช้เล่ห์กลหลอกลวงอยู่เรื่อยไม่รู้ว่าทำแบบนี้มากี่คนแล้ว
“หึ คุณพยาบาลคงถนัดป้อนยาแบบนี้กับคนไข้ซินะคะ” สายตาเหยียดหยามนั้นทำให้นีรนิลรู้สึกไม่พอใจ
“หึ ป้อนแบบนี้คือแบบไหนคะ” หญิงสาวทำเป็นไม่รู้ที่เขาพูด คางเรียวเชิดขึ้น ประโยคที่สุดแสนจะกวนนั้นมันทำให้คนฟังอารมณ์เสีย
"หึ! คนนิสะ....” ก๊อกๆๆๆ เสียงนั้นทำให้เนติกาหยุดชะงัก
“พี่เน...เป็นไงบ้างคะ” ร่างของหญิงสาวเดินยิ้มเข้ามาแต่ไกล
“อื้อ ดีขึ้นเยอะเลย วันนี้ไม่มีเรียนภาคค่ำเหรอคะ”
“อื้อ ไม่ค่ะ พอพี่เนไม่อยู่ คุณพ่อก็เลยไม่อยากให้เรียน ไม่มีคนไปรับนะคะ”
“เดี๋ยวก็ไม่ทันเพื่อนหรอกค่ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ รสาจะเกาะพี่เนกินจนตายเลย” หญิงสาวขยับเข้าไปใกล้แล้วแกล้งซบหน้ากับแขนของเนติกาเบาๆ ภาพนั้นทำให้คนที่แอบมองเจ็บปวดใจ นีรนิลรีบขอตัวออกมาจากห้องนั้นอย่างรวดเร็ว เธอแน่ใจแล้วว่านักศึกษาคนนี้คือแฟนของเขา แล้วเราจะเสียเวลารอทำไมนะน้ำตาล หญิงสาวบอกตัวเองพลางเช็ดขอบตาที่ร้อนผ่าวเบาๆ
“น้ำตาลเป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
“เอ่อๆ คุณหมอนพ ปะ ปล่าวค่ะ ดูเหมือนเศษฝุ่นจะเข้าตาค่ะ” นีรนิลต้องกลายเป็นคนโกหกโดยไม่รู้ตัว
“ไหนครับ ขอหมอดูหน่อยสิ” หมอนพรีบเข้าไปดูใกล้ๆ ด้วยความเป็นห่วง เขาหยิบผ้าสะอาดที่ชอบพกติดตัวนั้นออกมาทำหน้าที่จักษุแพทย์ ภาพที่เห็นนั้นทำให้ทุกคนต่างอมยิ้ม ต่างจากคนที่นั่งอยู่บนรถเข็ญ ถึงกับกำมือแน่น เนติการีบเบนหน้าหนีทันที ในโรงพยาบาลก็ไม่เว้น
“ว้าว คุณหมอกับคุณพยาบาลสวีทกันจริงเชียวนะคะ”
“อ้าวคุณหนูรสา คงหวานสู้คุณหนูไม่ได้หรอกครับ” นีรนิลสะดุ้งเมื่อหันไปสบตากับเขา
“มันแน่อยู่แล้วค่ะ ไปเดินเล่นทางนู้นดีกว่าค่ะพี่เน” เนติเหลือบไปมองหน้าอีกคนพลางเอื้ออมือไปลูบไล้ฝ่ามือของรสาไปมาเบาๆ
“ค่ะ”
หลังจากนั้นนีรนิลก็ได้แต่คอยแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เมื่อรู้ว่าเขามีแฟนแล้วเธอจึงต้องหยุดอยู่ในมุมุของตัวเองนั้น วันนี้เขาต้องออกจากโรงพยาบาลแล้วซินะ ไปขอดูหน้าอีกครั้งก็ได้นีรนิลบอกตัวเอง จากนั้นเธอก็เขาไปที่ห้องของเขา พบว่ามันว่างป่าว นี่เขากลับไปแล้วอย่างนั้นเหรอ คนตัวเล็กรู้สึกผิดหวังสายตาเหม่อลอยไปยังเตียงที่เขาเคยนอน ก่อนจะหันหลังกลับด้วยสีหน้าห่อเหี่ยว
พรืด!
“อุ๊ย! ว๊ายยยย อื้อ” ทันทีที่หันกลับมาก็พบว่าเขาคนนั้นยืนอยู่ด้านหลัง ร่างเล็กสะดุดขาตัวเองจนเกือบล้ม ถ้าไม่มีแขนของเขารองรับเอาไว้ป่านนี้ลงไปนั่งก้นจั้มเบ้าอับอายเขาเป็นแน่ ทั้งคู่มองหน้ากันอยู่สักพัก แต่คนที่ได้สติก็คือนีรนิล
“เอ่อๆ ขอบคุณค่ะ อ๊ะ” นีรนิลช้อนสายตามองเขาอย่างตำหนิเมื่อเขาไม่ยอมคลายอ้อมแขนแถมยังรัดแน่ยมากกว่าเดิมเสียอีก
“ทำไมเหรอ โดนตัวนิดตัวหน่อยไม่ได้อย่างนั้นเหรอ” เนติกาเปิดประเด็น คำพูดนั้นใครฟังก็รู้ว่าไม่พอใจ ซึ่งมันก็เป็นไปตามนั้น ตั้งแต่วันนั้นเจ้าหล่อนไม่เคยเข้ามาดูแลพยาบาลเธออีก จนเธอหายดี ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดถึงหายหน้าไปแบบนี้ นี่ต้องการจะปั่นหัวเราอีกอย่างนั้นเหรอ
“อ๊ะ หาเรื่อง ปล่อยนะ คุณจะทำอะไร” นีรนิลกรอกสายตามองกิริยาของเขา เธอรู้สึกสายตาที่มองมานั้นมันแปลกชอบกล เขาจะหาเรื่องอะไรของเขา เธอไปทำอะไรให้อีก นีรนิลคิดแล้วรู้สึกหวาดๆ ทั้งๆ ที่เรากับเขาเราก็ไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว แต่ทำไมหัวใจเธอสั่นแบบนี้....>>>>>
นีรนิลหลุบสายตามองริมฝีปากเขาเมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากของเธอ การกอดรัดของเขานั้นมันแรงขึ้นมากกว่าเดิมที่เป็นอยู่นี้ มือน้อยรีบดันหน้าอกของเขาเอาไว้ ในใจเริ่มสับสนกับการกระทำของเขานี้“อื้อ ปล่อยนะคะ คุณกำลังจะทำอะไร” คนตัวเล็กถามเขาอีกครั้ง เนติกายกยิ้มมุมปาก แขนเรียวรัดเจ้าหล่อนมากยิ่งขั้น“นี่คุณ มากอดฉันทำไมคะเนี่ย จะพูดอะไรก็ไม่พูด ยืนจ้องหน้าอยู่ได้”“คิดจะปั่นหัวฉันเล่นอย่างนั้นเหรอ หืม” เนติกาเค้นเสียงต่ำพลางก้มหน้าลงมาใกล้“ปั่นหัวอะไรคะ ฉันไม่รู้เรื่องสักหน่อย อื้อ ปล่อยนะฉันอึดอัด อ๊ะ” คนตัวเล็กเริ่มดิ้น“คบกับคุณหมอแล้วยังมาทำเหมือนกับว่าอยากได้ฉันอีก นิสัยไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ”“อื้อ อย่ามาว่าฉันนะ ใครกันแน่ที่เลิกกันไปไม่กี่เดือนก็มีใหม่ ทุกวันนี้ยังกินเด็กอีกต่างหาก” นีรนิลเชิดหน้าต่อว่าเขาบ้าง เธอจ้องตาเขากลับอย่างเอาเรื่อง“ก็ยังดีกว่าคนที่บอกว่าชอบลิ้นแล้วกินดุ้นหน้าตาเฉย”“บ้า หยาบคาย คุณจะไปไหนมันก็เรื่องของคุณ เราไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว จะทำอะไรก็เรื่องของคุณ อ๊ะ ปล่อยสิ อื้อ” นีรนิลต่อว่าเขาผลักเขาสารพัด“หึ ไม่ปล่อย ""คนบ้า คนหยาบคาย""ใครจะนุ่มนวลเห
นีรนิลนั่งมองคนตรงหน้าด้วยแววตาเศร้าหมอง ภาพของเขากับคนรักทำให้เธออกหักซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันจะหวานเกินไปหรือเปล่าหญิงสาวคิดแล้วเมินหน้าหนี"น้ำหวานทานนี่สิครับ""ขอบคุณค่ะคุณหมอ" นีรนิลทำหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก เพราะสิ่งที่หมอนพตักให้คือยำซึ่งมีหอมใหญ่กับผักชี เพราะเธอเกลียดผักทั้งสองชนิดนี้เป็นที่สุดแต่เธอรับเพราะความเกรงใจ คนตัวเล็กตักเฉพาะเนื้อสัตว์"หืม ยำนี้น่ากินอ่ะ "เนติการีบหยิบจานเอามาวางตรงหน้า แล้วเอาปลาสามรสไปวางแทน นีรนิลช้อนสายตามองหน้าเขา แอบยิ้มในใจที่มีคนเอาออกไปจากตรงหน้าเธอนั้น"อื้อ พี่เนอ่ะ ชอบกินผักก็ไม่บอก" รสามองเพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทแล้วอมยิ้ม"กินผักอร่อยจะตายไป" ร่างโปร่งแอบเหน็บ"อื้อ ดื่มกันหน่อยครับ เอ้า ยินดีต้อนรับผู้กองเนกลับมาอีกครั้งครับ" พ่อของรสาเอ่ยพร้อมยกแก้วขึ้นนำ หลังจากนั้นทุกคนก็ร่วมกันยกแก้วร่วมยินดีที่เนติกาหายป่วยเกร่ง!!"น้ำตาลทานอีกนิดได้นะครับ พรุ่งนี้หยุดด้วย เดี๋ยวผมไปส่งครับ” สายตากรุ่มกริ่มของหมอนพไม่บอกก็รู้ว่าเขาคิดยังไง ทำเอาคนที่แอบฟังทุกการกระทำนั้นหงุดหงิดหัวใจเหลือเกิน“จะดีหรอคะเมาแล้วจะยุ่งนะคะ” ประโยคนั้นเนติกา หันไปมองอย่างฉับพลั
นีรนิลพยายามเบนกายหนี แต่ตอนนี้มันติดอยู่กับกำแพงบ้านของนายพลนี้เสียแล้ว แถมข้างซ้ายยังเป็นต้นไม้บ้านี้อีก คนตัวเล็กเริ่มหงุดหงิดตัวเองที่พอดื่มเหล้าแล้วเรี่ยวแรงไปไหนหมด เนติกาบดจูบอย่างหนักหน่วง มือข้างหนึ่งดันเจ้าหล่อนจนชิดกำแพง ส่วนอีกข้างก็สอดเข้าท้ายทอยให้แหงนเงยขึ้น ลิ้นร้อนพยายามสอดเข้าริมฝีปากเล็กอวบอิ่ม ความหวานของมันเธอรู้ดีว่ามันหวานมากมายขนาดไหน แต่ทว่าตอนนี้มันรู้สึกว่าเข้าไปชิมยากจัง“อื้อ ...” เสียงครางอย่างขัดใจดังขึ้น พลางลิ้นร้ายค่อยๆ สอดเพื่อเปิดปาก แต่อีกฝ่ายก็เม้มแน่นและพยายามเบี่ยงหน้าหนี ร่างโปร่งไม่รอช้าที่จะเคลื่อนมือไม้นั้นไปจัดการสิ่งที่กระตุ้นให้มันเปิดปากออกมา มือข้างหนึ่งเคลื่อนเข้ากอบกุมก้อนเนื้อกมข้างหนึ่งแล้วบีบคลึงมันอย่างหนักหน่วง“อ๊ะ! อุ๊บ อื้อ” ร่างน้อยสะดุ้งโหยงพร้อมส่งเสียงร้อง เพราะเนื้อนุ่มถูกเขาขยำอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บจี๊ดตรงฐานไตที่แข็งขืนนั้น เธอจึงเพลี่ยงพล้ำให้กับเจ้าลิ้นร้อนของเขาที่สอดเข้ามาในอุ้งปากเธออย่างรวดเร็ว และตอนนี้มันได้ถือวิสาสะคิดว่าทั้งโพรงปากนี้เป็นของตัวเองเสียแล้ว มันเกี่ยวกวัดกวาดควานไปทั่ว ไม่เว้นแม้กระพุ้งแก้ม“อื้ม จ
นีรนิลนั่งรถกลับมากับเขา ใบหน้าสวยเรียบนิ่งพลางหันมองไปทางอื่น สมองของเธอตอนนี้พยายามบอกตัวเองว่าให้ไปเอาปี๊บมาคลุมหัว หรือไม่ก็เอาจุ่มลงถังน้ำข้างทางไปเลยยิ่งดี ไปหลงเคลิ้มกับการกระทำของเขาแถมได้น้ำเสียด้วย ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้ว หญิงสาวเลือกที่จะเงียบไม่เอ่ยคำใดให้เขาแอบหัวเราะเยาะได้อีก แล้วนี่เธอจะเอาหน้าไปสู้เขาได้ยังไงกันตืดๆๆๆ!! เสียงนั้นดังขึ้น เนติกาหันไปกดปุ่มรับสายซึ่งเป็นบูทูชที่เชื่อมไว้กับในรถ“ฮัลโหล! พี่เนคะ ถึงไหนแล้วคะ” เสียงเจื้อยแจ้วดังขึ้น เนติกาเหลือบมองคนที่นั่งข้างคนขับแล้วตอบเสียงเรียบ“มีอะไรเหรอน้องรสา”“ก็รสาเห็นพี่เนไปนานนี่คะ รสามีเรื่องจะปรึกษาพี่เนค่ะ เรื่องสำคัญมาก อีกอย่างก็คิดถึงพี่เนด้วย พี่เนไปนอนโรงพยาบาลได้หลายวัน รสาเหง๊าเหงา” น้ำเสียงออดอ้อนนั้นทำเอาคนนั่งข้างๆ รู้สึกหมั่นไส้“หืม คิดถึงเป็นด้วยเหรอคะ” เนติกาแกล้งเย้าตอบ“เป็นสิคะ อยากนอนกอดพี่เนจะแย่แล้ว”“อื้อ แค่นี้นะพี่ขับรถอยู่” เมื่อเห็นว่ารสาพูดเยอะไป หญิงสาวจึงตัดบท แอบชำเรืองคนที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ นี่หากว่าเป็นเมื่อก่อนมีสาวโทรมาแบบนี้ เธอถูกบิดเนื้อเขียวเป็นแน่ ตอนนั้นคือคลั่งร
นีรนิลไม่รู้ตัวเองเลยว่าทำไมร่างกายของเธอร้อนลุ่มถึงเพียงนี้ ข้างในกายมันเหมือนมีเชื้อเพลิงเป็นโกดังลุกไหม้อยู่นั้น ร่างน้อยกดริมฝีปากทาบทับลงปากของเขา พร้อมกับกอดรัดร่างของเขาเอาไว้แนบแน่นดวงตาหวานปิดลงพร้อมกับรีบสอดส่งเจ้าลิ้นเล็กเข้าไปในปากของเขา ซึ่งมันดูเหมือนกับว่าเขาพร้อมรอรับเธอเอาไว้อยู่แล้ว คนตัวเล็กไม่รอช้าที่จะตวัดรัดรึงกันไปมานั้น“อื้อ อม จ๊วบ อื้ม” เสียงครางอย่างพอใจดังขึ้น เนติกายกยิ้มมุมปากพร้อมจูบตอบ เธอไม่คิดว่าเจ้าหล่อนจะเริ่มก่อน แต่ถึงกระนั้นชั่วโมงนี้ใครเริ่มก่อนเริ่มหลังไม่สำคัญอีกแล้ว มันสำคัญตรงที่ว่าระหว่างนี้ต่างหาก ร่างสูงไม่รอช้าที่จะเอื้อมโอบรอบเอวเล็กแล้วลูบไล้ไปมาเบาๆ ไปตามแผ่นหลัง พลางเคลื่อนลงมาหาบั้นท้ายงอนงามที่ดีดด้งเต็มไม้เต็มมือนี้“อื้อ ตัว อ๊ะ จุ๊บ อ่าส์” ดูเหมือนว่าตัวเองเริ่มจะไม่เป็นตัวเองเสียแล้ว การคอนโทรลทั้งร่างกายและจิตใจมันเริ่มแปลปวนเสียแล้ว ร่างบางขยับเบียดกายสาวเข้าหาฝ่ามือของเขาที่เริ่มยุ่มย่ามตรงก้อนเนื้อเต่งของเธอนี้ นีรนิลเองก็เช่นเดียวกัน เธอก็กอดรัดร่างของเขาแนบแน่น มือข้างหนึ่งเคลื่อนเข้าตะปบหน้าอกอิ่มของเขาเฉกเช่นคนเคยๆ“ห
รุ่งเช้า นีรนิลตื่นขึ้นมาพร้อมกับร่างกายที่เมื่อยขบ กายสาวรู้สึกเหมือนตรงส่วนนั้นของเธอไปเดินชนอะไรบางอย่าง มันปวดไปหมดตรงสามเหลี่ยมนี้ ยิ่งตรงส่วนนั้นไม่ต้องพูดถึง รู้สึกแปล่บๆ อย่างบอกไม่ถูก ใบหน้าสวยร้อนผ่าวเมื่อนึกถึงคนที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้ เมื่อคืนจำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ส่วนที่จำได้คือมันมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก อยากให้มันมีความสุขแบบนี้ไปตลอดจัง ช่างเถอะมันคงเป็นไปไม่ได้เขามีแฟนอยู่แล้วนี่คนตัวเล็กขยับลุกขึ้นเพื่อจะไปอาบน้ำแต่งตัวกลับบ้านของตัวเอง“โอ๊ะ! เจ็บจัง” เสียงหวานร้องขึ้นทำเอาคนที่หลับอยู่นั้นรู้สึกตัว“อื้อ ..” เนติกาครางอย่างขัดใจ เธอลืมตาข้างหนึ่งขึ้นแล้วตะแคงข้างไปวางแขนทับบนตัวคนตัวเล็กด้วยความลืมตัวตามความเคยชินในอดีต“อ๊ะๆ .อื้อ เค้าจะลุกขึ้น ปล่อยก่อนค่ะ.” ใบหน้าสวยร้อนผ่าวเมื่อเขากอดเธอแน่นมากยิ่งขึ้น เธอพยายามแกะมือเขาออก แต่มันก็หนักอึ้งจนเธอต้องใช้สองมือช่วย“อื้อ นอนพักก่อนก็ได้ ไหนว่าเจ็บไง” เสียงอู้อี้ดังขึ้น ขณะที่ดวงตาหวานยังคงหลับพริ้ม แล้วพยายามรวบร่างของเธอเข้ามากอดเอาไว้“แต่เค้าจะไปอาบน้ำ มันเหนียวตัว" นีรนิลพยายามขยับร่างของเธอออกจากการกอดรัดของเขา
เนติกาไม่รอช้าอีกต่อไปเธอไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้โมโหมากมายถึงเพียงนี้บอกตามตรงว่าความรู้สึกที่มีต่อเจ้าหล่อนมันไม่ได้น้อยลงไปจากเดิมตลอดระยะเวลา 5 ปี เธอพยายามทำใจมาตลอดไม่อยากติดต่อใครในรุ่น ไม่อยากให้ใครพูดชื่อเจ้าหล่อนแล้วใครจะไปรู้จู่ๆ เราก็มาเจอกันอีกที่นี่ ต่างจังวัดแห่งนี้แล้วก็พื้นที่นั้นมันห่างไกลจากเมืองหลวงเลยก็ว่าได้แถมยังต้องมาใกล้ชิดกันอีก ความทรงจำของเธอจึงถูกเปิดอีกครั้งแถมครั้งนี้คนที่เริ่มก่อนก็คือเจ้าหล่อนด้วยร่างสูงคิดพลางมุดใบหน้าเข้าหาซอกคอหอมกรุ่นระหว่างนั้นก็ขยับร่างสูงขึ้นลงตามจังหวะอารมณ์“อ๊ะ ตัว อ๊ะ อื้อ อือ” นีรนิลครางออกมาเบาๆ ในลำคอความรู้สึกมากมายอยู่ข้างในร่างกายของเธอนี้ ขนกายสาวของเธอลุกซู่ความเสียวสะท้านปรากฏขึ้นในหัวใจดวงน้อยนี้เนินเนื้อสวยถูกเบียดจนร้อนผ่าว ขณะที่ปุ่มกระสันถูกบดบี้อยู่อย่างนั้นแม้จะเจ็บนิดๆ แต่ความสุขมันมีมากกว่านั้น“ตัว จุ๊บ อื้อ อือ หอม จุ๊บ อ่าส์” น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นพร้อมปลายจมูกลากดอมดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนกายของเจ้าหล่อนนี้ กลิ่นของมันคุ้นเคยเธอที่สุดแล้ว และเป็นกลิ่นที่เธอหลงใหลที่สุดแล้ว เนติกาคิด พลางหลับหูหลับต
หลังจากวันนั้นเนติกาก็ไปทำภารกิจสำคัญ นีรนิลเองก็ทำหน้าที่พยาบาลของเธอตามปกติ คนตัวเล็กเฝ้าคิดถึงเขา แต่เธอก็ไม่รู้ว่าเขาไปไหน ไปกี่วัน แถมไม่มีเบอร์ติดต่ออีก นี่มันก็เกือบเดือนแล้วไม่มีวี่แววที่เขาจะกลับมา คนตัวเล็กยืนเหม่อระหว่างที่ยืนรอน้ำร้อนเดือดเพื่อชงกาแฟ“นี่เธอๆ จำผ็กองสวยๆ ที่ถูกยิงมาได้หรือเปล่า” เสียงเพื่อนพยาบาลเดินเมาส์กันตามปกติ“จำได้สิ สวยสะดุดตาแบบนั้นใครจะจำไม่ได้หล่ะ ฉันยังแอบปลื้มเลย แล้วทำไมเหรอ”“เปล่าหรอก เห็นเขาว่าคนนี้แหละที่นายพลจะให้แต่งงานกับลูกสาวของเขา”“จริงเหรอ!”“จริงสิ สมกันดีนะว่าไหม”“อื้อ แต่ฉันแอบเสียดายอ่ะ ผู้กองออกจะดูดี แถมเก่งอีกต่างหาก”“อื้อ หน้าที่การงานก็รุ่ง”“จะไม่ให้รุ่งได้ยังไงก็พ่อตาเป็นถึงนายพล แถมเป็นผู้กว้างขวางด้วย”“เออนึๆ ฉันล่ะอยากมีแฟนเท่ห์แบบนั้นบ้างจัง”ทุกประโยคนั้นนีรนิลได้ยินเต็มสองหู ใบหน้าสวยที่เศร้าอยู่แล้วนั้นเศร้ามากขึ้นกว่าเดิมเป็นสองเท่า เธอกำลังคิดถึงคนมีเจ้าของอยู่นะน้ำตาล โอกาสของเธอคงไม่มีอีกแล้ว ร่างน้อยถอนหายใจดังลั่น“เฮ้อออ!!”“แหม! ผมอยู่ข้างนอกยังได้ยินเลยครับเนี่ย เหนื่อยเหรอครับน้ำตาล”“อ้าวหมอนพ นิดหน
เนติกาอมยิ้มเมื่อเห็นความฉ่ำเยิ้มของดอกไม้งามตรงหน้า กลีบของมันแม้จะช้ำจากการเข้าหอเมื่อคืนอยู่บ้าง แต่ความสวยยังคงเป็นเช่นเดิม ดวงตาคมจ้องมองมันด้วยความปรารถนา หญิงสาวค่อยๆ กรีดปลายนิ้วลงไปเพื่อขอดูความฉ่ำข้างในนั้น“อื้อ...ตะ ตัว” เมื่อรู้สึกถึงการแยกออกจากกันนั้น เจ้าของความหวานฉ่ำจึงร้องครางขึ้น หญิงสาวผงกหัวมองผู้เป็นสามี ที่ตอนนี้กำลังซุกซนจนเกินไปเสียแล้ว“หืม ที่รัก จุ๊บ อื้อ อ่าส์” เนติกาเงยหน้าขานรับเสียงหวาน ขณะที่ริมฝีปากนุ่มก็จุมพิตอยู่กับเนินเนื้ออิ่มตรงหน้านั้น เธอใช้นิ้วที่ยวที่สุดสะกิดปุ่มด้านบนไปมาเบาๆ“มัน สะ เสียว ตัวอย่าเขี่ย อื้อ อ่าส์” หัวใจของนีรนิลเต้นระทึก เมื่อกลีบเนื้อสวยถูกแบะออกขณะที่นิ้วร้ายยังเล่นซนจนเธอหัวใจจะวาย เขาทำแบบนี้รู้ไหมว่าน้ำเธอกำลังไหลออกจนหมดตัวแล้ว“ไม่เขี่ยแล้วเลียได้ไหม อื้อ แพล่บ อื้ม อร่อยจัง แพล่บๆ” เนติกาเปรยระหว่างปาดลิ้นร้อนไปตรงปุ่มนั้น พลับดูดซับน้ำหวานแล้วกลืนกินลงคอ ไม่อยากจะบอกเลยว่าน้ำตาลก้อนนี้หวานล้ำจนเธอหลงใหล กลิ่นสาบสาวที่โชยแตะปลายจมูกมันปลุกอารมณ์ดิบข้างในร่างกายของเธอเป็นอย่างดี คิดแล้วก็ห่อปากงาบงับเจ้าเนื้อหยุ่นสีช
นายเหลือบสายตามองเบื้องหน้าในระหว่างนั้นก็ค่อยๆ จรดริมฝีปากพรหมจูบเนินเนื้ออิ่มของเจ้าหล่อนด้วยความแผ่วเบา ปลายนิ้วยาวทั้งสามยังคงแช่มันอยู่ตรงช่อทางรัก เมื่อเห็นสีใสที่ไหลเยิ้มออกมานั้นเธอจึงเบาใจลงบ้าง กล้ามเนื้อหยุ่นที่เริ่มปรับตัวนั้นมันทำให้นายแอบอมยิ้ม“อื้อ ตอดดีจัง จุ๊บ อื้ม จุ๊บ อื้อ” นายเปรยระหว่างนั้นก็พรมจูบลงกับเนินเนื้ออิ่มของเจ้าหล่อน ลิ้นร้อนแอบตวัดปุ่มเนื้อหยุ่นที่บวมเป่งเบาๆ“อ๊ะ คุณ อ๊ะ อื้อ อ่าส์” รสาเงยหน้าร้องบอกเขา หญิงสาวส่ายหน้าไปมาเบาๆ สะโพกสวยบิดเร้าอยู่อย่างนั้น หัวใจของเธอเต้นระทึกเมื่อรู้สึกถึงสิ่งที่ค้างคาอยู่ตรงร่องสวยของเธอนั้นเริ่มขยับไปมา หญิงสาวถึงกลับต้องเลียริมฝีปากที่แห้งผาก มือทั้งสอข้างกำผ้าปูที่นอนแน่น“อื้ม จุ๊บ อื้อ คนดี แบบนี้แหล่ะค่ะ แบบนี้ อื้ม จ๊วบ อือ” เมื่อเห็นว่าร่างน้อยเลิกเกร็งร่างกายนั้นแล้ว นายจึงเปรยออกมาพร้อมกับการเล้าโลมขึ้นสุด เธอห่อปากดูดดึงติ่งเนื้อนุ่มนิ่มของเจ้าหล่อนไปมา หยดน้ำหวานที่เคลือบอยู่ถูกตวัดปาดเลียลงลำคอ นายจึงค่อยๆ ขยับข้อมือตัวเองออกอย่างช้าๆ จากนั้นก็ดันมันเข้าไปใหม่ด้วยความแผ่วเบา“อื้อ อ๊ะ อ๊ะ อื้อ คุณ อื้อ
รสาตกใจที่เห็นว่ามันไม่ใช่แค่ฝัน แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน เธอจำได้ว่าเธอถูกเขาจูบอยู่ที่ห้องน้ำในผับนั้น มารู้ตัวอีกทีก็อยู่ที่นี่แล้ว แถมเขายังทำการถือวิสาสะกับเนื้อตัวเธออีก ทุกอย่างมันคือฝีมือของเขาอย่างนั้นสินะ ทไม่อย่างนั้นเนื้อตัวของเธอไม่ล่อนจ้อนขนาดนี้ สิ่งที่เธอฝันนั้นแสดงว่ามันไม่ได้เป็นเพียงแค่ฝัน เขาจูบเธอจริงเข้าเล็มเลียเนื้อตัวของเธอจริง แถมตอนนี้เขากำลังจะขืนใจเธออีกด้วย รสาตกใจรีบดิ้นหนีปากของเขา“อื้อ จุ๊บ จ๊วบอื้อ” นายครางอย่างขัดใจเมื่อคนด้านล่างดิ้นรนขัดขืนอยู่อย่างนั้น ร่างสูงเหลือบตามองใบหน้าของอีกฝ่าย สายตาสบเข้าอย่างจัง คนตัวสูงกว่ากดร่างของตัวเองลงไปแนบแน่น พร้อมกับบดริมฝีปากลงเคล้าเจ้าหล่อนอย่างหนักหน่วง มือข้างหนึ่งเอื้อมไปไปถูไถลกลีบเนื้อสวยก่อนจะค่อยๆ กรีดลงไปใจกลางสาวแล้วสะกิดติ่งเนื้อหยุ่นเต่งตึงนั้นไปมา“อ๊ะ อ๊ะ อื้อ นาย อุ๊บ อือ” รสาสะดุ้งกายเบาๆ ตามจังหวะการสะกิดของเขานั้น ร่างน้อยร้อนวูบวาบขึ้นตามจังหวะการสัมผัสของเขา ใช่ว่าเธอจะไร้เดียวสา พอจะรู้ว่าตรงส่วนนั้นมันไวต่อความรู้สึกมากมายขนาดไหน เธอเสียวสยิวเป็นที่สุดเขาทำให้ขนกายของเธอลุกซู่อย่างเ
รสาดิ้นขลุกขลักเธอทั้งผลักทั้งดึงเพื่อให้เขาปล่อยปากจากการจูบเธอนี้ แต่ดูเหมือนว่าคนตัวสูงกว่าจะไม่ยอมปล่อยง่ายๆ เหมือนลิ้นร้ายของเขาพยายามสอดแทรกเพื่อเปิดปากอิ่มของเธอเข้าไปข้างในริมฝีปากนี้ เธอไม่ยอมให้เขาจูบเธอเหมือนเมื่อวันก่อนเป็นแน่ แค่ครั้งเดียวมันก็เกินพอแล้ว รสาคิดพลางดึงเสื้อของเขาแน่น“อื้อ....” นายครางอย่างขัดใจ เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมให้ความร่วมมือ ความนุ่มนิ่มของปากอิ่มทำให้เธอคิดถึงความหวานจากข้างในนั้น ทีแรกก็แค่อยากจะปิดปากเจ้าหล่อนไม่ให้ส่งเสียง แต่พอได้สัมผัสแล้วมันทำให้เธออยากลิ้มรสความหวานจากข้างในโพรงปากนี้ หญิงสาวค่อยๆ สอดมือเข้าท้ายทอยของเจ้าหล่อน พลางสอดมืออีกข้างเคลื่อนเข้าก้อนเนื้อตรงหน้าอย่างถือวิสาสะ“อ๊ะ อื้อ อะ อุ๊บ จุ๊บ อื้อ อ่าส์” รสารีบร้องห้ามเมื่อเมื่อเขาสอดมือเข้าใต้สาบเสื้อแล้วบีบหน้าอกเธออย่างแรง แต่เธอไม่รู้เลยว่าการกระทำเช่นนั้นมันทำให้เขาอาศัยจังหวะเผลอส่งแทรกเจ้าลิ้นร้ายเข้าไปข้างในโพรงปากเธอทันที รสารีบถดลิ้นเล็กหนี แต่พื้นที่ข้างในปากอิ่มของเธอนี้มันก็ไม่ได้กว้างเหมือนลานจอดรถ เขาไล่ตามต้อนเธอจนมุม และตอนนี้เขากำลังตวัดปลายลิ้นมายังเธอนี้“อื้อ
นีรนิลหน้าร้อนผ่าวเมื่อร่างสวยขาวโพลนทอดยาวอยู่บนเตียงนุ่ม คนตัวเล็กนอนหอบตัวโยงหลังจากที่เรามีความสุขกันไปรอบหนึ่งแล้ว ร่างสูงของเขายังคงขึ้นค่อมอยู่ด้านบน มือทั้งสอข้างยังยันอยู่กับเตียงนุ่มอยู่อย่างนั้น คนตัวเล็กหน้าแดงจัดพลางอมยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงลีลารักของเขา กลีบเนื้อนุ่มก็ร้อนขึ้นมาเลยก็ว่าได้ สายตาหวานเยิ้มมองเรือนร่างของเขาแล้วเอื้อมมือไปลูบไล้เนื้อตัวของเขาไปมาเบาๆ เนติกาเงยหน้าส่งเสียงครางเมื่อฝ่ามือร้อนสัมผัสเรือนร่าง“อื้อ....อาส์” เสียงหวานครางเบาๆ เมื่อฝ่ามือร้อนแสนนุ่มนิ่มนั้นสัมผัสเรือนร่างโปร่งของตนนั้น ร่างสูงโน้มลงไปใกล้ สายตาหวานเยิ้ม นีรนิลอมยิ้มปรือตาหวานเยิ้ม เธอไต่ปลายนิ้วไปกอบกุมอยู่กับเต้าเต่งของเขา“นุ่มมือจังค่ะ อื้อ” เสียงหวานของคนด้านล่างเอ่ย พลางเคล้นไปมาเบาๆ เนติกาหน้าร้อนผ่าวหญิงสาวเบียดร่างน้อยลงไปหาเจ้าหล่อนอีกแล้วคลายยิ้มออกมา“อื้อ มือตัวก็นุ่มจังค่ะ อ่าส์ รู้สึกดีจังเลย” ร่างโปร่งหลับตาเงยหน้าคราง นีรนิลอมยิ้ม ทุกครั้งที่เธอสัมผัสเขาๆ ก็จะร้องแบบนี้ บิดกายส่ายไปมาแบบนี้ ซึ่งมันปลุกเร้าความต้องการข้างในขึ้นมาทุกขณะ นีรนิลใช้ปลายนิ้วยาวสะกิดไปมาเบา
เนติกายืนมองร่างร่างบางในชุดราตรีสีครีมยาวกรอมพื้นด้วยแววตาปลื้มปริ่ม ใบหน้าสวยหวานของคนตรงหน้าทำให้เธอรู้สึกภูมิใจ เมียใครทำไมสวยขนาดนี้ คนตัวสูงคิดพลางอมยิ้มก่อนจะก้มลงไปจับมือเรียวสวยนั้นขึ้นมากุมไว้ สายตามองคนตรงหน้าหวานเยิ้ม“รู้ไหม ว่าวันนี้ตัวสวยมากเลยนะคะ”“อื้อ ตัวก็สวยค่ะ สวยจนจำไม่ได้เลยคะ”เสียงหวานเอ่ยพลางกุมมือเขาตอบ เธอยิ้มหวานให้คนตรงหน้า คนที่กำลังเป็นคู่วิวาห์กับเธออยู่ตอนนี้ เธอไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่เธอจะได้แต่งงานกับเขา คนที่หนีเธอไปและเลิกกันเมื่อห้าปีก่อนนั้น มันเหมือนฝันเลยก็ว่าได้“อื้อ ว่าแต่ตอนนี้เมียพร้อมหรือยังคะ” เธออมยิ้มใส่ตาหวานคู่ที่ระยิบระยับนั้น นีรนิลมองตามเขาไปยังประตูโบสถ์ที่ปิดสนิทนั้นแล้วพยักหน้า“พร้อมตั้งแต่เกิดแล้วค่ะ” เจ้าหล่อนเย้าคนตัวสูงเล่น เนติกาอมยิ้มก่อนจะจับหัวเจ้าหล่อนแล้วโยกเบาๆ“อื้อ อ่ะจ๊ะ ไปกันค่ะ”“อื้อ...” นีรนิลพยักหน้าเบาๆ จากนั้นทั้งสองสามก็พากันเดินจูงมือเข้าสู่ประตูวิวาห์ ทันทีที่บานประตูเปิดออกเสียงปรบมือก็ดังเกรียวกราวพร้อมกับเสียงชื่นชมยินดีที่ดังขึ้น ทั้งคู่มองหน้ากันแล้วยิ้มหวานให้กัน มือสองมือกุมกันแน่น แน่นชน
นีรนิลยืนมองนิ้วนางข้างซ้ายของตัวเองแล้วอมยิ้ม หัวใจดวงน้อยรู้สึกอิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก เธอไม่คิดว่าเขาจะขอเธอแต่งงานในวันเปิดตัวว่าเราคบกันแบบนี้ ซึ่งทุกคนก็ตกใจและเซอร์ไพรซ์มาก ไม่รู้ว่าไปคบกันตอนไหนแล้วก็มาขอแต่งงานกันเลย เขาต้องเล่าสตอรี่ทั้งหมด แล้วทุกคนก็ถึงบางอ้อ เธอถูกเพื่อนๆ ล้อเลียนกันใหญ่ เรื่องที่อาสาดูแลคนไข้ตอนที่เขาถูกยิงครั้งแรก เธอเกือบจะเอาปี๊บคลุมหัว แต่จะทำยังไงได้ ก็ตอนนั้นเธออยากเข้าใกล้เขานี่นา คนตัวเล็กคิดแล้วยิ้มออกมาคนเดียวหมับ“อุ๊ย!”ร่างน้อยสะดุ้ง เมื่อถูกสวมกอดจากด้านหลัง เธอเหลียวหน้าไปมองเสี้ยวหน้าคมแล้วยิ้มออกมา“คิดอะไรอยู่เหรอจ๊ะเมียจ๋า” เนติกาเอ่ยเสียงหวานพลางเกลี่ยปลายจมูกกับแก้วใสของเจ้าหล่อนไปมาเบาๆ“ปะ เปล่าค่ะ”“แน๊ เปล่าได้ยังไงคะ เห็นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่นี่ไง หรือว่าคิดถึงใครอีก”เนติกาจับร่างน้อยให้รีบหันมามองตน สายตาคมจ้องมาอย่างเอาเรื่อง“อื้อ ปะ เปล่าค่ะ เค้าแค่คิดถึงเรื่องของเราน่ะ” นีรนิลต้องรีบบอกเขาเมื่อเห็นว่าคนตัวสูงเริ่มจะเข้าใจผิด“เรื่องของเรา เรื่องอะไรเหรอคะ” ร่างสูงชะโงกหน้าลงไปปาสายตากรุ้มกริ่มเป็นที่สุด นีรนิลอมยิ้มแล้วรีบดัน
ตกเย็นบ้านของเนติกาเต็มไปด้วยบรรดาเพื่อนพ้องน้องพี่ที่สนิทสนมกัน ทั้งหมดมาร่วมงานเพื่อแสดงความยินดีและเลี้ยงรับขวัญที่นิติกาหายจากอาการป่วยทุกครั้งที่เขาได้รับบาดเจ็บและหายทุกคนในหน่วยงานก็จะมาเลี้ยงรับขวัญเขาไม่ที่ใดก็ที่หนึ่งแต่วันนี้เป็นวันที่พิเศษมากกว่าวันอื่น“ตัวไม่ต้องทำมากหรอกให้เด็กช่วยทำก็ได้” ร่างสูงเอยทางสายตามองคนรักที่ง่วนอยู่กับการจัดผลไม้นีรนิลหันมายิ้มให้เขาก่อนจะเอยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“เด็กๆ เขาก็ยุ่งค่ะ ตัวดูสิ” หญิงสาวมองไปยังกลุ่มคนงานที่พามาช่วยเขาจัดบ้านทำอาหาร“ก็ปล่อยให้เขาทำไปตัว ไปอาบน้ำอาบได้แล้วค่ะ”“ทำไมเหรอคะ เหม็นเหรอ” สายตาตำหนิจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่องใบหน้าสวยแยกเขี้ยวคล้ายจะกินเลือดกินเนื้อคนถูกดุอมยิ้มก่อนจะเดินเข้าไปหาแล้วรวบเอวบางเอาไว้หลวมๆ“เหม็นที่ไหนคะ เมียออกจะหอม” ร่างสูงเอ่ยอย่างเอาใจ มือไม้ก็เกลี่ยไปที่ผมยุ่งเหยิงของคนตัวเล็กด้วยความเอ็นดู นีรนนิลอมยิ้มเธอเห็นเขาแสดงความรักออกมาแบบนี้มันก็ยิ่งทำให้หัวใจของเธอพองโต“จริงหรือเปล่าคะ”ฟอดดดด!!! อื้อ จริงสิคะ ขนาดเหงื่อมากขนาดนี้ยังหอมเลย”เนติกาเอ่ยทันทีที่ถอดปลายจมูกออกมาจากแก้มใสของเจ้าหล่
เนติกายืนมองร่างน้อยตรงหน้าแล้วอมยิ้ม เธอไม่คิดเลยว่าจะกลับมาเห็นภาพนี้อีกครั้ง เพราะตอนนั้นที่เราเลิกกันเมื่อห้าปีก่อน เธอก็ไม่ได้รับข่าวคราวของเจ้าหล่อน และไม่คิดที่จะอยากรู้ข่าวของเจ้าหล่อนด้วย เพราะทุกครั้งที่มีใครมาสะกิด มันทำให้เธอเจ็บปางตายเกือบเดือน แต่หารู้ไม่ว่าเธอได้พลาดสิ่งดีๆ ไปหลายอย่าง เธอพลาดโอกาสที่จะได้รู้ข่าวว่าเจ้าหล่อนไม่ได้เข้าพิธีหมั้น แล้วไม่ได้แต่งงานกับคนที่แม่ของเธอเลือกให้ด้วย เธอพลาดโอกาสที่จะรับรู้ว่าเจ้าหล่อนรักเธอมากมายขนาดไหน เพราะตลอดเวลาห้าปีที่เลิกกันนั้นเจ้าหล่อนไม่เคยมีแฟนเลยแม้แต่น้อย หากรู้แบบนั้น เธอเองคงไม่ต้องมาเจ็บปวดใจอยู่ก่อนหน้านี้ ร่างโปร่งคิดแล้วส่ายหน้าไปมา ต่อไปนี้เธอจะไม่ให้พลาดโอกาสใดๆ อีกแล้ว เธอเสียเวลามามากแล้ว เธอจะต้องใช้ทุกวินาทีให้มีค่านั้น ไวเท่าความคิด ร่างสูงค่อยๆ เดินเข้าไปซ้อนหลังคนตัวเล็กแล้วเอื้อมมือโอบกอดอีกฝ่ายอย่างเบามือพรืดดด!!“อ๊ะ!ตัว ตื่นแล้วเหรอคะ” คนตัวเล็กเอ่ยพลางง่วนมืออยู่กับการตักเครื่องปรุงข้าวต้มลงไปนั้น“เมียไม่อยู่ เลยตื่นเร็วอ๊ะ’ คนตัวสูงด้านหลังเอ่ยน้ำเสียงอุ่น พลางกดปลายจมูกกับแก้มใสของอีกฝ่ายแผ่วเ