"ชเวย์...เรามาเป็นfwbกันไหม" "ที่พี่พูด พี่คิดดีแล้วใช่ไหม" "ใช่" "แล้วรู้ไหมว่ากฎของมันคืออะไร" "รู้สิ ใครรู้สึกก่อน คนนั้นแพ้" "พี่คิดว่าพี่จะแพ้หรือเปล่าล่ะ" "ไม่มีทาง" "งั้นผมก็จะเป็นให้"
Voir plusช่วงบ่ายวันต่อมาฉันตื่นมาด้วยความรู้สึกสุขล้นหัวใจในรอบหลายเดือน มันเป็นความรู้สึกที่ดีมาก จนไม่รู้จะบรรยายยังไง คนที่คิดว่าตายไปแล้วกลับมีชีวิตใหม่อีกครั้ง และครั้งนี้พวกเราจะรักและดูแลกันให้ดีที่สุด"พี่ครับ ตื่นมาอาบน้ำ กินข้าวได้แล้ว" เขานุ่งผ้าขนหนูเดินออกจากห้องน้ำ แล้วเดินมาหาฉัน"เพิ่งตื่นเหมือนกันเหรอ" ฉันเงยหน้าถามเขา"ใช่ครับ" เขายิ้ม แล้วก้มลงมาจุ๊บที่ริมฝีปากฉันเบาๆ"หวานเกิน" ฉันบอกเขาแล้วยิ้มกว้าง"ผมก็หวานแบบนี้อยู่แล้วนะ""ตรงไหนวะ มีแต่กวนตีนสิไม่ว่า" ฉันเบะปากใส่เขา"ถึงจะกวนตีน แต่ก็มีคนแถวนี้ตกหลุมรักนะ" เขาหัวเราะ"ชิ" ฉันสะบัดหน้าใส่เขา เขาหัวเราะ แล้วกอดฉันไว้"พี่""ว่า""แต่งงานกันไหม""ห๊ะ" ฉันมองสายตาเขาด้วยความตกใจ เล่นขอกันแบบนี้เลยเหรอ ไม่มีความโรแมนติกใดๆ เลย=_="พวกเราเสียเวลามามากพอแล้ว""ได้สิ""งั้นไปจดทะเบียนสมรสกันวันนี้เลยนะ""รีบเกิน""รีบสิ...ป่ะ งั้นพี่ไปอาบน้ำได้แล้ว" เขาดึงฉันให้ลุกขึ้นมา"โอเค" ฉันตอบรับแล้วเดินเข้าห้องน้ำประมาณหนึ่งชั่วโมง เราสองคนก็ออกจากบ้านเพื่อไปจดทะเบียนสมรส พอจดทะเบียนสมรสเสร็จก็ไปนั่งกินข้าวในร้านอาหารเพื่อฉลอง
"โอ๊ย เดินไวจัง" ฉันบ่นพร้อมกับหอบหายใจ เนื่องจากต้องเร่งฝีเท้าตามเขาให้ทัน เพราะเขาเดินไวมาก รู้ตัวอีกทีก็มายืนอยู่ตรงลานจอดรถวีไอพีแล้ว"นี่คุณ!" ฉันตะโกนเรียกผู้ชายคนนั้นที่กำลังหันหลังเปิดประตูรถ"..." เขาชะงักนิดหน่อย แล้วหันหน้ามามองหน้าฉัน"ชเวย์!" ฉันยืนอึ้ง อ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน"ครับ" เขายิ้มกว้าง"นะ...นี่...แกตายไปแล้ว...ไม่ใช่เหรอ" ฉันถามเสียงสั่น น้ำตาไหลริน ความรู้สึกต่างๆ ปนเปกันไปหมด"ใช่""นะ...นี่แกเป็นผีเหรอ...หรือฉันกำลังฝันไป" ฉันพูดจบก็หยิกแขนตัวเอง แต่พอมันเจ็บ ฉันจึงรู้ว่านี่คือความจริงไม่ใช่ความฝัน"ผมไม่ได้เป็นผีแล้วพี่ก็ไม่ได้ฝันไป...ผมยังมีชีวิตอยู่จริงๆ" เขาพูดพร้อมก้าวเดินมาหาฉัน"แล้วที่บอกว่าตายไปแล้วนี่มันยังไง""ผมตายไปแล้วในฐานะ ชเวย์ เอนส์เวิร์ธ""หมายความยังไง""หมายความว่า...ต่อไปนี้ผมจะไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับตระกูลเอนส์เวิร์ธอีก""หมายความว่าทั้งหมดมันเป็นแผนของแกเหรอ?""พี่อย่าเพิ่งโกรธ ผมอธิบายได้""พูดมา""พี่...ที่ผมทำแบบนี้ เพราะผมอยากจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับพี่""แล้วตระกูลเอนส์เวิร์ธล่ะ""ตระกูลเอนส์เวิร์ธมีไอ้ชาลีดูแลแล้ว""แล้ว
ครึ่งชั่วโมงต่อมาฉันกับเจ้คาริสายืนอยู่ที่หน้าหลุมศพของชเวย์ ที่เป็นแค่ป้ายสลักชื่อว่า'ชเวย์ เอนส์เวิร์ธ' ส่วนด้านหน้ามีดอกไม้วางอยู่"ชเวย์...ฮึก" ฉันทรุดตัวลงพร้อมกับร้องไห้ มืออีกข้างยื่นไปลูบแท่นหลุมศพของเขา ภาพความทรงจำต่างๆ ไหลในเข้ามาในสมองฉันร้องไห้ พูดพร่ำเพ้ออยู่คนเดียวนานมาก จนฟ้าที่เคยสว่างกลับกลายเป็นมืด"ชเวย์...พี่มาส่งแกได้แค่นี้นะ...และพี่จะเก็บแกไว้ในใจพี่ตลอดไป...พี่รักแกนะ" ฉันบอกลาเขาครั้งสุดท้าย ก่อนจะลุกขึ้นยืนโดยมีเจ้คาริสาประคองอยู่ด้านข้าง"แกไหวใช่ไหม" เจ้คาริสาถามฉัน"ไหวเจ้" ฉันตอบเจ้คาริสา แล้วจ้องมองหลุมศพของเขาราวกับจะสลักไว้ในใจ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้เจ้คาริสา แล้วพวกเราก็เดินออกจากที่นี่"คุณกล้วยหอม ขอคุยด้วยหน่อยสิ" คุณคิดส์ที่เป็นลูกน้องของชเวย์ มายืนดักฉันไว้ ฉันกับเจ้คาริสาหันมามองหน้ากันทันที เพราะรู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ"มีอะไรก็คุยกันตรงนี้ได้เลยค่ะ" ฉันตอบ เขาจึงเหลืบมองเจ้คาริสา แล้วเดินนำไปยังลานจอดรถ ซึ่งฉันกับเจ้คาริสาก็เดินตามไป"ระวังตัวด้วยนะ" เจ้คาริสากระซิบบอกฉัน ฉันพยักหน้า พวกเรากระชับมือที่จับซึ่งกันและกันคุณคิดส์หยุดเดินแล้วยืนพิ
เมื่อมาถึงโรงแรม เจ้คาริสารีบพาฉันเข้าห้อง แล้วปลอบใจฉันที่ร้องไห้ไม่หยุด"เจ้ไม่ได้คิดเลย ว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้ นึกว่าไอ้ชเวย์เป็นแค่ผู้ชายเลวๆ คนหนึ่ง" เจ้คาริสาถอนหายใจ"หนูสับสนไปหมดแล้วเจ้ ไม่รู้ว่าเรื่องราวมันเป็นยังไงกันแน่""แก...แกอยากเจอไอ้ชเวย์ไหม" เจ้คาริสาถาม"อยาก..หนูอยากเจอเขา" ฉันพยักหน้ารัวๆ"งั้นเราก็ลุยกันเลย เจ้พร้อมไปกับแก""ได้เจ้ ขอบคุณมากนะ" ฉันปาดน้ำตา แล้วเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำ ก่อนจะหยิบมือถือมาส่งข้อความและโทรหาเขา แต่ก็ไม่มีการตอบรับใดๆ"เจ้ว่าเราบุกไปถึงเกาะxxxเลยไหม ยังไงก็มีคนรู้จักชเวย์อยู่แล้ว""งั้นไปเถอะเจ้" ฉันรับคำ จากนั้นเราสองคนก็เรียกรถไปยังเกาะที่เป็นจุดหมายปลายทาง ซึ่งห่างจากที่นี่ประมาณสองชั่วโมงกว่า"จอดตรงนี้นะ รถยนต์เข้าไปไม่ได้แล้ว" คนขับบอกพวกเรา ฉันกับเจ้หันมามองหน้ากันก่อนจะพยักหน้าให้คนขับแล้วลงจากรถ"ทำไมมันดูเงียบๆ วะแก" เจ้คาริสาพูดพลางมองซ้ายขวา ซึ่งมีคนอยู่บางตา แทบจะนับคนได้ และแต่ละคนสวมใส่เสื้อสีดำ"นั่นสิเจ้" ฉันตอบรับ รู้สึกว่าที่นี่มันอึมครึมยังไงก็ไม่รู้"ไปกันเถอะ" เจ้คาริสาพูด แล้วจูงมือฉันเดินตรงไปยังคฤหาสน์ บอดี้
ช่วงสายวันต่อมาพวกเราตื่นมาอาบน้ำ แต่งตัว เก็บของ เช็คเอาท์แล้วออกไปกินข้าว ส่วนชเวย์น่าจะกลับไปตั้งแต่เมื่อคืนหลังจากกินข้าวเสร็จ ก็ไปเที่ยวกันอีก2-3ที่ แล้วกลับกรุงเทพฯ ตอนแยกกันซูพรีมร้องไห้ ไม่อยากกลับพวกพี่ๆ เลยต้องปลอบกันใหญ่"ไอ้กล้วยหอม" พี่เอวเรียกฉัน ตอนนี้เราอยู่ในรถกันสองคน เนื่องจากพี่เอวทยอยส่งทีละคนๆ แล้ว"ว่าไงพี่""ไม่ได้อยากเผือกนะ แต่เอ็งกับไอ้ชเวย์มันมากกว่าคำว่าพี่น้องใช่ไหม""...""นั่น...เงียบเลย""ก็..." "ที่เอ็งคุยกับมันเมื่อคืนอ่ะ พี่ได้ยินนะ" "จริงอ่ะ" ฉันทำหน้าตาตกใจ "เออสิ...แต่คนอื่นน่าจะไม่ได้ยินหรอก แต่ละคนเมาขนาดนั้น" "ค่อยยังชั่ว" ฉันถอนหายใจอย่างโล่งอก "แต่พี่ว่ามันคงไม่มาเจอเอ็งแล้วแหละ" "ก็ดีแล้วนี่นา" "ก็ถ้าเอ็งทำใจได้ก็ดี" "พี่หมายความว่าไงเนี่ย" "เมื่อคืนมันมาคุยกับพี่" "คุยว่า?" "มันไม่ให้บอกอ่ะ" "อ้าว...แล้วพี่จะพูดเพื่อ?" ฉันกรอกตามองบน "ก็พี่จะเล่าในฐานะที่เอ็งเป็นน้องสาวพี่" "ว่า" "เรื่องที่มันโดนบังคับแต่งงานเป็นเรื่องจริง" "หนูก็บอกไปแล้ว จริงไม่จริงแล้วยังไง แต่งไปแล้วนี่" "น่าจะแต่งเพราะเป็นสัญญาอะไรสักอย่างนี่แหละ"
หนึ่งเดือนต่อมา"ตื่นเต้นจังเลย" เสียงแหลมใสของซูพรีมดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มกว้าง คนอื่นๆ จึงยิ้มตามแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรในวันนี้แก๊งเรานัดกันมาเที่ยวทะเล และพักบ้านพูลวิลล่า ไม่รู้ว่าพี่เอวได้ส่วนลดบ้านพักมาจากไหนลดไปตั้ง70% จึงทำให้ทุกคนตอบตกลงอย่างรวดเร็ว"บ้านสวยมาก ไฮโซสุดๆ" ซูพรีมกระโดดโลดเต้น ส่วนเจ้คาริสากับพี่พิธาก็พยักหน้าเห็นด้วย"สวยจริง เลือกดีมากเลยพี่" ฉันบอกพี่เอว แล้วเดินสำรวจบ้าน ซึ่งหน้าบ้านเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยต้นไม้ บ้านพักมี2ชั้นแบ่งเป็นสัดส่วน ข้าวของเครื่องใช้ครบครัน"เลือกห้องนอนกัน" เจ้คาริสาพูด แล้วออกความเห็นว่าให้เป่ายิ้งฉุบ ซึ่งคนที่ได้เลือกคนแรกพี่เอว เจ้คาริสา ซูพรีม พี่พิธา และก็ฉันตามลำดับ"เลือกห้องชั้นล่างแล้วกัน ขี้เกียจเดิน" พี่เอวเลือก"เอาห้องใหญ่ชั้นสอง ตรงข้างบันได" เจ้คาริสาเลือก"หนูเอาห้องเล็กชั้นสอง" ซูพรีมเลือก"งั้นเลือกห้องนอนข้างล่างเหมือนกัน" พี่พิธาเลือก"งั้นห้องใหญ่ห้องสุดท้ายก็เป็นของหนู" ฉันเลือก"ตามนั้น" เจ้คาริสาตอบ จากนั้นพวกเราสามคน ฉัน เจ้คาริสา และซูพรีม จึงขนกระเป๋าขึ้นไปชั้นสอง และเข้าห้องของตัวเองประมาณสิบนา
เจ้คาริสาวางสายเมื่อเรียกแล้วฉันไม่ตอบ ฉันจึงส่งข้อความไปหาเจ้ว่าขออยู่คนเดียวก่อน"ฮ่าๆ ฮ่าๆ" ฉันหัวเราะทั้งน้ำตา จากนี้ฉันกับเขาเราก็เป็นเหมือนเส้นขนาน ไม่มีวันมาบรรจบกัน เขามีคนของเขาอยู่แล้ว และฉันก็ควรจะมูฟออกจากความรู้สึกนี้สักที"ชเวย์...พี่ขอให้แกมีความสุข...แม้คนที่แกเลือกจะไม่ใช่พี่ก็ตาม" ฉันพูดพร้อมกับถอดสร้อยที่เขาให้ฉัน แล้วเก็บมันไว้ในกล่องเหมือนเดิม"ไอ้กล้วยหอม...ชาติก่อนไปทำอะไรไว้เนี่ย...ทำไมถึงเจอแต่ความรักแย่ๆ...เจอแต่ความผิดหวัง""ไอ้กล้วยหอม...ฉันขอให้วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่แกจะเจ็บปวด...แกร้องไห้ให้เต็มที่...แล้วแกอย่าลืมว่าคนที่แกควรรักที่สุดคือตัวแกเอง" ฉันเพ้อ น้ำตาไหลพราก เจ็บปวดหัวใจสุดๆช่วงสายวันต่อมาฉันตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ดีมากขึ้น เหมือนเมื่อวานได้ปลดล็อคตัวเองแล้ว ฉันมองตัวเองในกระจกเงาก็รู้สึกว่ารับไม่ได้ที่ปล่อยให้ตัวเองเป็นแบบนี้ สภาพคือดูไม่ได้สุดๆฉันยิ้มให้กับตัวเองเพื่อเรียกกำลังใจ ก่อนจะเก็บกวาดห้องให้สะอาด แล้วเปิดฟังธรรมะและดูดวงในยูทูปหลังจากนั้นฉันใช้สิ่งเหล่านี้ในการยึดเหนี่ยวจิตใจ มันทำให้ฉันปล่อยวางได้เหมือนอย่างที่คิด และฉันก็ร
วันต่อมา ฉันตื่นมาทำงานในสภาพที่ดวงตาบวมเปล่งจากการร้องไห้ ขนาดใช้การแต่งหน้าเข้าช่วยแล้วก็ยังปกปิดร่องรอยไม่ได้ "เฮ้อ~" ฉันถอนหายใจรอบที่ล้าน คิดมาทั้งคืนก็ยังคิดไม่ตกว่าไอ้เด็กชเวย์นั่นหายไปทำไม แล้วมีเหตุผลอะไรที่ไม่อ่านแชท ไม่โทรกลับ ทำแบบนี้ทำไมทั้งๆที่พวกเราไม่ได้ทะเลาะกันฉันโทรบอกพี่สิงว่าวันนี้มีทำโอที เพราะกลัวว่าพี่เขาจะมารอรับ แล้วจะไม่สะดวกไปเซฟเฮ้าส์ ที่ทำแบบนี้เพราะพวกเขาเป็นเจ้านายลูกน้องกัน ฉันคิดว่าถ้าพี่สิงรู้ พี่เขาจะต้องบอกเจ้านายของเขาแน่ๆ ฉันทำงานไปเรื่อยๆจนถึงเวลาเลิกงาน ก็รีบเรียกรถแท็กซี่ไปยังจุดหมายทันที กว่าจะมาถึงได้ก็ทุลักทุเลพอควร เนื่องจากฉันจำทางได้ลางๆ เข้าซอยนั้นผิดบ้างอะไรบ้าง ฉันจึงจ่ายค่าเสียเวลาให้คนขับด้วย "หวังว่าจะได้เจอ" ฉันพึมพำ แล้วเดินไปใกล้บอดี้การ์ดสองคนที่ยืนทำหน้านิ่งอยู่หน้าประตูรั้วด้านใน "พี่คะๆ บอกชเวย์ให้ทีค่ะ ว่ากล้วยหอมมาหา" "..." สองคนนั้นมองหน้าฉันนิ่งๆ ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะพยักหน้า แล้วกดวิทยุสื่อสารที่ข้างหูพูดถึงความต้องการของฉัน รออยู่ประมาณห้านาที เขาก็หันเขาก็หันมาพูดว่า "ต้องขอโทษด้วยนะครับ นายท่านไม่สะดวกให้เข้า
ช่วงสายวันต่อมา "หาว~" ร่างบางหาวพร้อมบิดขี้เกียจ ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง "ไปทำงานแล้วสินะ" ร่างบางพึมพำเมื่อเห็นว่าเตียงด้านข้างว่างเปล่า จากนั้นจึงไปอาบน้ำ หลังจากอาบน้ำ แต่งตัวเสร็จ ก็สั่งข้าวมากิน แล้วมานอนเล่นมือถือบนเตียง หาหนังดู จนลากยาวไปถึงตอนค่ำ "ไอ้เด็กชเวย์มันหายไปไหนเนี่ย ทำไมวันนี้ไม่ทักมาเลย แปลกจัง" ฉันบ่นพร้อมเปิดแชทดู "สงสัยงานยุ่งอีกแล้วสินะ" ฉันบ่นอีกครั้ง จากนั้นก็ปัดความคิดทิ้ง ลุกไปล้างหน้าแล้วลงไปหาของกินแทนฉันสั่งอาหารตามสั่งสองกล่อง แล้วเดินไปซื้อปลาหมึกย่าง10ไม้ และซื้อชาไทยหนึ่งแก้วกับหนึ่งขวด ที่ซื้อเป็นขวดเพราะคิดว่าเขาน่าจะเลิกงานดึกแน่ๆ ถ้าซื้อเป็นแก้วน้ำแข็งน่าจะละลายก่อน หลังจากได้ของกินทั้งหมด ฉันก็ขึ้นห้อง นั่งกินข้าวก่อน แล้วตามด้วยปลาหมึก5ไม้ ส่วนอีก5ไม้แบ่งไว้ให้เขา เมื่อกินเสร็จฉันก็นั่งย่อยอยู่สักครู่ แล้วจึงไปอาบน้ำ แต่งตัวมานอนเล่นมือถือบนเตียง"เที่ยงคืนแล้วนะ งานยังไม่เสร็จอีกเหรอ" ฉันมองดูเวลาที่จอมือถืออีกครั้ง แล้วจึงตัดสินใจทักเขาไป กล้วยหอม🍌 : ชเวย์ กล้วยหอม🍌 : งานยุ่งเหรอ หายไปทั้งวันเลย กล้วยหอม🍌 : พี่ซื้อของกินไว้ให้แล้
เวลา 15.00 น. ภายในห้องนอนเล็กที่ตกแต่งเป็นสัดส่วน ดูเรียบร้อยสบายตา มีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนอนเล่นมือถืออยู่บนเตียง"เฮ้อ~ น่าเบื่อชะมัด วันหยุดทั้งทีแทนที่จะได้ไปกินข้าวดูหนัง จู๋จี๋ ดู๋ดี๋ คุณแฟนก็ดันไม่ว่างซะงั้น " ร่างบางบ่นพลางกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงและใช้มือทุบเตียงด้วยความเจ็บใจ "แง~ TT" "ติ๊ง" เสียงข้อความจากไลน์ดังขึ้น ร่างบางจึงหยิบมือถือขึ้นมาอ่าน เจ้คาริสา : กล้วยหอมๆอยู่ป่าว กล้วยหอม🍌 : อยู่จ้า เจ้คาริสา : เจ้มีไรจะบอก กล้วยหอม🍌 : อะไรเจ้ เรื่องผู้ชายป่ะเนี่ย ไปคลั่งรักใครเขาอีกล่ะเจ้ รอบก่อนก็เมาจนอ้วกแตก555 เจ้คาริสา : อย่าแซวค่าาาา อย่าให้เห็นว่าไปคลั่งรักใครบ้างนะ เจ้จะล้อยันลูกบวชเลย กล้วยหอม🍌 : ไม่มีทางอ่ะเจ้ กับแฟนหนู หนูยังไม่คลั่งรักเลยนะ มีแต่แฟนที่คลั่งรักหนู อิอิเจ้คาริสา : ไอ้กล้วยหอม ขิงเก่ง อยากโดนตบมะ กล้วยหอม🍌 : รุนแรงจังเจ้555 ว่าแต่เจ้มีไรเหรอเจ้คาริสา : คืออย่างนี้นะ เจ้ลองโหลดแอปถ่ายทอดสดมาเล่นอ่ะ เล่นไปเล่นมาไปเจอผู้ชายคนหนึ่ง กรี๊ดดดดดด หล่อมาก สเปคเจ้เลย😍 เจ้อยากให้แกรู้จักเขาด้วย กล้วยหอม 🍌 : ใครอ่ะเจ้ แอปไรอ่ะ เจ้คาริสา : แอป liv...
Commentaires