เช้าวันต่อมา
"กริ๊ง กริ๊ง~" เสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือที่ตั้งอัตโนมัติดังขึ้น ร่างบางสะลึมสะลือ ใช้มือควานหาตามเสียงนั้น เมื่อหยิบได้ก็เลื่อนปิดและหลับต่อ "เฮือก" ร่างบางสะดุ้งตื่นและรีบหยิบมือถือมาเปิดดูเวลาก็พบว่า ตอนนี้8โมงนิดๆแล้ว เวลาเข้างานของเธอคือ9โมงเช้า "ว้าย! สายแน่ๆ ...ไม่น่าหลับต่อเลยเรา" ร่างบางรีบลุกออกจากเตียงแล้วทำธุระส่วนตัวให้เสร็จ เธอรีบทำเวลามาก ยิ่งรีบก็เหมือนยิ่งช้า ก่อนจะออกจากห้องเธอหยิบขวดน้ำหอมมาเพื่อที่จะฉีด แต่ดันทำหลุดมือเสียได้ "เพล้ง" เสียงน้ำหอมตกแตก "แง~ ไอ้มือบ้า" ร่างบางตีมือตัวเอง ก่อนจะรีบทำความสะอาด เธอกลัวว่าถ้าทิ้งไว้แล้วเลิกงานค่อยกลับมาทำ เธอจะลืม ตอนนั้นเธอคงจะเผลอเหยียบมันแน่ๆ "อ๊ะ!" ร่างบางสะดุ้ง เมื่อหยิบโดนเศษแก้ว เลือดตรงนิ้วชี้ไหลยาวเป็นทาง "รู้งี้เก็บตอนเย็นดีกว่า" ร่างบางส่ายหัวเบาๆ จากนั้นจึงรีบล้างมือแล้วเอาพลาสเตอร์มาพันแผล แล้วรีบวิ่งออกจากห้อง โชคดีที่หอพักที่เธอเช่าอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าประมาณ5นาทีเท่านั้น เธอสามารถนั่งรถไฟฟ้าไปยังที่ทำงานของเธอได้เลยโดยเดินต่ออีกนิดหน่อย "แฮ่กๆ" ร่างบางพาตัวเองมายืนหอบหายใจอยู่หน้าลิฟต์ หลังจากที่ไปแสกนใบหน้าเข้างานแล้ว โชคดีที่เธอมาทันเวลาเข้างานพอดี 9โมงตรงเป๊ะ "มาสายอีกแล้วเหรอ...กล้วยหอม" เสียงเข้มงวดของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น ร่างบางสะดุ้งก่อนจะหันไปยิ้มแหยๆ "สวัสดีค่ะพี่พร" เธอหันไปไหว้หญิงสาวผู้นั้น เขาเป็นหัวหน้างานของเธอ พี่พรเป็นผู้หญิงอายุประมาณ50ปี เป็นคนผิวคล้ำนิดๆ ผมหยักศก ใบหน้าดุ สูงใกล้เคียงกับเธอ "อย่ามัวยืนอยู่ รีบไปทำงานได้แล้ว" พี่พรพูดเสียงดุ "ค่ะ" ร่างบางตอบรับ พลางนึกในใจว่าปีนึงเธอมาสายแค่1-2ครั้งเอง เพราะเธอกลัวจะโดนหักเงินค่าสายนาทีละ100บาท สำหรับเธอแล้วโหดเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน 100บาทนี่กินได้2มื้อเลยนะ ดังนั้นถ้าไม่มาตรงเวลาเธอก็จะมาก่อนสัก5-10นาทีก่อนเข้างาน ร่างบางขึ้นลิฟต์ไปยังชั้น7 ซึ่งเป็นแผนกของกฎหมาย เธอเดินไปยังที่นั่งของเธอแล้วเริ่มทำงานทันที เธอเรียนจบปริญญาตรีด้านนิติศาสตร์ ตอนจบใหม่ๆ เธอยังไม่มีประสบการณ์หางานก็ไม่ค่อยได้ พอดีกับที่ว่าคนรู้จักของเธอเคยทำงานอยู่ที่นี่ จึงรู้ว่าตำแหน่งธุรการของกฎหมายว่าง เธอจึงมาสมัครแล้วได้ที่นี่ เธอจึงทำมาตั้งแต่ตอนนั้น "กล้วยหอม!" เสียงของพี่พรเรียกเธออย่างเข้มงวด "คะ?" ร่างบางสะดุ้ง แล้วรีบเดินไปทางด้านหลัง ซึ่งเป็นที่นั่งของพี่พรหัวหน้าเธอ "พี่บอกให้เอาเรื่องนี้ไปส่ง ทำไมยังวางอยู่บนโต๊ะพี่!" พี่พรถลึงตาใส่และชี้เอกสารซองสีน้ำตาล "พี่บอกหนูตอนไหนคะ?" ร่างบางทำหน้างง "ยังจะมาย้อนถามอีก!" พี่พรพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ก่อนจะโยนซองเอกสารใส่ฉัน แล้วพูดต่อว่า "พี่บอกเมื่อวานตอนเย็นไง" ร่างบางก้มไปหยิบเอกสาร แล้วทำหน้าครุ่นคิด คิดแล้วคิดอีก คิดไปคิดมาก็ยังงง เมื่อวานพี่พรลาช่วงบ่าย เก็บของออกไปตั้งแต่ตอนเที่ยงแล้วก็ไม่ได้กลับมาอีก แล้วจะบอกเธอได้ยังไงล่ะ "เมื่อวานพี่ลาบ่ายนะคะ" ฉันพูดออกไป เหมือนพี่พรจะนึกได้ เลยมองหน้าฉันพร้อมทำมือไล่แล้วพูดว่า "กลับไปทำงานได้แล้ว" ร่างบางมานั่งที่โต๊ะทำงานตัวเองพลางทำหน้าเซ็งๆ โดนด่าทั้งๆที่ไม่ผิดอีกแล้ว จากนั้นจึงถอนหายใจเฮือกหนึ่ง แล้วทำงานต่อจนกระทั่งเลิกงาน ช่วงเย็น ร่างบางไปเดินเล่นที่ห้าง ซึ่งหากจากที่ทำงานประมาณ2-3สถานี ห้างขนาดใหญ่เป็นแหล่งของวัยรุ่นกับวัยทำงาน เธอเดินเล่นในห้างเสร็จก็เดินออกมาซื้อของกินหน้าห้าง ในขณะที่เดินๆอยู่ เธอก็เจอคนคุ้นเคย ไม่ใช่ใครที่ไหน แฟนหนุ่มของเธอนั่นเอง ในขณะที่กำลังเธอยิ้มกว้างและกำลังจะวิ่งไปหาเขาที่ยืนหันหลังซื้อของอยู่ เธอก็ต้องหยุดชะงักทันที เพราะมีผู้หญิงคนหนึ่งจูงมือเด็กผู้หญิงอายุราวๆ 5ขวบ เดินเข้ามาหาเขา ร่างบางที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล พอจะได้ยินบทสนทนา "คุณพ่อคะ หนูอยากได้ตุ๊กตา ซื้อให้หนูหน่อยสิคะ" เด็กหญิงจับมือเขาพร้อมกับทำเสียงออดอ้อน จากนั้นจึงชี้ไปยังร้านตุ๊กตา "ได้สิครับ เจ้าหญิงของพ่อ" เขาตอบพร้อมกับย่อตัวไปอุ้มเด็กผู้หญิงคนนั้น ส่วนมืออีกข้างก็จับมือผู้หญิงคนนั้นแล้วเดินจากไป "ฮึก..." เธอยืนหน้าชา ตัวชาอยู่ตรงนั้น ขาแข้งสั่นจนแทบจะทรุด มันจุกจนบอกไม่ถูก เธอค่อยๆ พาร่างที่แทบจะไร้สติของเธอไปนั่งพักตรงบริเวณม้านั่งหน้าห้องน้ำ เธอนั่งนิ่งๆ อยู่สักครู่ ก่อนน้ำตาจะไหลรินเป็นสาย "ฮึก..." เธอกลั้นสะอื้น แล้วเช็ดน้ำตา จากนั้นจึงเป่าลมออกจากปากแล้วตบอกตัวเองให้ใจเย็นๆ ทำอยู่อย่างนั้นสักพักก็ลุกขึ้นจากที่นั่ง เธอเดินออกจากบริเวณหน้าห้องน้ำ เพื่อที่จะกลับบ้าน "แม่คะ..." เสียงเด็กผู้หญิงพูดคุยเจื้อยแจ้ว ฉันมองภาพที่อยู่ตรงหน้าก็ยิ้มอย่างขมขื่น พวกเขาสามคนพ่อแม่ลูกครอบครัวสุขสันต์ พวกเราเดินสวนกันเหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ชั่วขณะหนึ่งฉันสบตากับเขา เขาทำหน้าตื่นตกใจแต่ก็หายไปในพริบตา หนึ่งปีกว่าๆ สำหรับฉันและเขา'พี่ภูมิ' ผู้ชายที่อ่อนโยน ผู้ชายใจดี ผู้ชายอบอุ่น ผู้ชายคนที่เป็นรักแรกของฉัน ผู้ชายที่เคยบอกว่ารักฉัน ผู้ชายที่เคยบอกว่าเราจะใช้ชิวิตด้วยกัน สุดท้ายแล้วก็สลายไปราวกับสายลม ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันไม่เคยรู้เลยว่าเขามีเมียมีลูกแล้ว ไม่แม้แต่จะคิดเสียด้วยซ้ำ "ผู้ชายเฮงซวย" ร่างบางเอ่ยเบาๆ เธอก็รู้ว่าเขาได้ยินเพราะเขาชะงัก เธอเดินห่างจากเขาไปเรื่อยๆ และล้วงมือถือในกระเป๋ามาโทรหาใครบางคน เมื่อปลายสายรับ เธอก็กรอกเสียงทันที"เจ้คาริสา" "ว่าไงไอ้กล้วยหอม" "เจ้ว่างไหม" ฉันถามเสียงสั่น "เฮ้ย...แกเป็นไรอ่ะ" เจ้พูดด้วยความตกใจ "เจ้...ฮือๆ ...หนูไม่ไหว" ฉันปล่อยโฮ "แกอยู่ไหน เดี๋ยวเจ้ไปหา" เจ้พูดอย่างร้อนใจ "ฮึกๆ...ตอนนี้หนูอยู่ห้าง...ฮือๆ...มาเจอกันที่...หอพักหนูนะเจ้" "แกรีบกลับห้อง เดี๋ยวเจ้รีบไป" "โอเคเจ้" ฉันกลั้นสะอื้นแล้วเช็ดน้ำตาลวกๆ จากนั้นจึงรีบกลับห้องทันทีณ หอพักร่างบางไขกุญแจประตูห้องอย่างรีบร้อน เมื่อไขเสร็จก็รีบเข้าไปในห้อง แล้วทรุดตัวลงกับพื้นห้องอย่างหมดแรงร่างบางที่อดทนอดกลั้นที่จะไม่ร้องไห้ในระหว่างทางกลับบ้าน ปล่อยโฮทันที "ฮือๆ"ภาพระหว่างเธอและเขายังคงวนเวียนอยู่ในหัว เธอเจ็บปวดเจียนตาย และเธออดที่ขยะแขยงเขาไม่ได้ เขามีเมียมีลูกอยู่แล้ว ยังมาหลอกคบเธอ ยังมาบอกรักเธอ แถมเธอกับเขายังเคยมีเซ็กซ์กันอีกด้วยร่างบางเริ่มเอามือเช็ดร่างกายตัวเองด้วยความรังเกียจ ราวกับว่าจะลบรอยสัมผัสจากเขา และเริ่มดึงผมตัวเอง จากนั้นจึงตบหน้าตัวเอง ราวกับว่าทำอย่างนี้แล้วเธอจะรู้สึกผิดกับเมียเขาน้อยลง"ฮือๆ" เธอทุบตีตัวเองอย่างบ้าคลั่ง"กล้วยหอม!" เสียงเจ้คาริสาดังขึ้น พร้อมกับวิ่งเข้ามากอดฉัน"ฮือๆ" ฉันดิ้นรนออกจากอ้อมกอดของเจ้คาริสา"กล้วยหอม! หยุด! แกทำอะไรของแก!" เจ้คาริสาพูดเสียงแข็งแล้วใช้แรงทั้งหมดที่มีจับมือฉันเอาไว้"ฮือๆ ...เจ้...หนู...หนูกลายเป็นเมียน้อยเขา" ฉันมองหน้าเจ้คาริสาด้วยดวงตาที่แดงก่ำเจ้คาริสาเช็ดน้ำตาให้ฉันพร้อมกับเอ่ยถาม "เรื่องมันเป็นยังไง""ฮือๆ ...เจ้...." ฉันสะอึกสะอื้นและเล่าเรื่องให้เจ้คาริสาฟัง เมื่อฟังจบ เจ้คาริสาก็ร
หลังจากไลฟ์ราวๆ 2ชั่วโมง ร่างบางกับเจ้คาริสาก็ลงไลฟ์ ทั้งสองทิ้งร่างลงบนเตียง นอนแผ่หลาอย่างหมดสภาพ"เต้นแป็บเดียวก็เหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย" เจ้คาริสาหอบหายใจพูดพลางเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก"นั่นสิเจ้ หรือเราต้องยอมรับว่าเราเริ่มอายุมากขึ้นแล้ว" ร่างบางหันมาพูดพร้อมกับทำหน้ายู่ยี่ เธอยังจำได้ว่าสมัยเรียนมหาลัยฯ เธอกับเจ้เป็นตัวจี๊ด ทั้งกิจกรรมรับน้องและกิจกรรมอื่นๆ ทั้งสองคนเต้นเก่งเต้นกระจายจนเป็นที่รู้จักไปทั้งคณะ...ไม่สิ ทั้งมหาลัยฯเลย ขนาดตอนนั้นเต้นเยอะกว่า ก็ยังไม่ปวดเมื่อยเท่าตอนนี้เลย"คงงั้นแหละแก เวลาช่างผ่านไปไวจริงๆ""เออเจ้...เจ้ว่าเราไลฟ์วันนี้เป็นไงบ้าง" "เจ้ว่าผลตอบรับดีเลยนะ ยอดคนดูครั้งแรกพันกว่าคนแน่ะ แถมยอดส่งของขวัญก็ใช้ได้ แบบนี้สร้างรายได้ ได้อีกทางเลยนะ" "แบบนี้ค่อยหายเหนื่อยหน่อย" ร่างบางยิ้มหวาน จากนั้นจึงถามต่อว่า "แล้วมันคิดเป็นยอดเงินยังไงอ่ะเจ้" เจ้คาริสาลุกไปหยิบมือถือมาเปิดแอพให้ดูพร้อมกับอธิบายว่า "ตรงปุ่มส่งของขวัญจะมีราคาบอก ส่วนของขวัญแต่ละอันก็จะมีราคาที่ต่างกันไป เช่น สมมุติว่าแกได้ดอกกุหลาบที่มีราคา2บาท ได้100ดอกก็เท่ากับ200บาท เอายอดที่ได้มาลบ20
ช่วงสายวันต่อมา หลังจากเจ้คาริสากลับไป ร่างบางก็ทำความสะอาดห้อง ซักผ้า ล้างจานฯลฯ เธอมีวันหยุดสองวันต่อสัปดาห์จึงรีบทำ พรุ่งนี้จะได้นอนพักผ่อนสบายๆ ในระหว่างที่รอผ้าซัก เธอก็กลับไปรอที่ห้อง เปิดแอป live jing เลื่อนดูไปเรื่อยๆ ถ้าเจอคนที่ชอบหรือถูกใจ เธอก็จะส่งของขวัญให้พวกเขา หรือบางครั้งเธอก็จะเข้าร่วมไปพูดคุยในโหมดออดิโอ ก็คือโหมดที่มีแค่เสียง แต่ก็สามารถเปิดกล้องได้ถ้าต้องการ เธอจึงได้เพื่อนใหม่มาหลายคน ร่างบางมองเวลาที่หน้าจอ ก็คิดว่าผ้าที่เอาไปซักน่าจะเสร็จแล้ว จึงบอกลาคนในห้องไลฟ์ แล้วลงไปเอาเสื้อผ้ามาตาก หลังจากนั้นจึงกินข้าว อาบน้ำ ร่างบางทิ้งตัวลงข้างเตียง ชันเข่าก้มหน้าร้องไห้ จู่ๆเธอก็รู้สึกเศร้า "ฮึก...ฮือๆ" เมื่อวานเธอมีเจ้คาริสาอยู่เป็นเพื่อน จึงทำให้ลืมเรื่องเศร้าไปได้ชั่วคราว แต่พอเธออยู่คนเดียวความรู้สึกในส่วนลึกมันก็เผยขึ้นมาอีกครั้ง... "แกต้องผ่านมันไปให้ได้สิ" ฉันพูดกับตัวเอง จากนั้นจึงเช็ดน้ำตาแล้วฝืนยิ้ม "ติ๊ง" เสียงข้อความดังขึ้น ฉันจึงหยิบมือถือมาเปิดดู 🌿ชเวย์ : สวัสดีงับ~ "ยอมพิมพ์แล้วเหรอ" ฉันพูดแล้วหัวเราะเบาๆ กล้วยหอม🍌 : สวัสดีค่ะ 🌿ชเวย์ : ชื่
ช่วงสายวันต่อมาร่างบางตื่นขึ้นมาอาบน้ำ กินข้าว หลังจากจัดการตัวเองเสร็จ ก็เข้าแอป live jing ขึ้นไปคุยกับคนอื่นๆ หาเพื่อนใหม่อีกเช่นเคยระหว่างที่คุยกับคนอื่น ร่างบางก็เห็นรายชื่อคนเข้าห้องไลฟ์Yakye_d เข้าร่วมไลฟ์มะพร้าว เข้าร่วมไลฟ์(Yakye_dขึ้นห้องไลฟ์ เลือกจอ5)"อีกล้วยหอม! เมื่อวานมึงเตะกูทำไม!" ทันทีที่ขึ้นมาบนจอ คนที่มีไอดีชื่อYakye_d ก็ตะคอกใส่เธอทันที"ก็คุณพิมพ์อะไรมาล่ะ คุณไม่เกียรติเราเลย ถูกเตะออกจากห้องก็สมควรแล้วนี่" ฉันตอบกลับพร้อมขมวดคิ้ว"กูจะพิมพ์อะไรก็ได้มันเรื่องของกู อีกระxรี่""อ้าว ทำไมพูดแบบนี้อ่ะ สันดาน" ฉันด่ากลับ"ไอ้เxี้ย แต่งตัวแรดๆ ทำตัวร่านๆแบบนั้น ทำเป็นรับไม่ได้ ถุย! โดนเอาจนรูบานหมดแล้วมั้ง ฮ่าๆ" มันหัวเราะสะใจ"รูบานแม่มึงสิ ไอ้ควาย!" ฉันตอบโต้กลับคนดู 556แก๊งตัวลาย_โจ้ เข้าร่วมไลฟ์แก๊งตัวลาย_หมี เข้าร่วมไลฟ์ซ้อฝนสุดสวย เข้าร่วมไลฟ์ พรี่โบว์เมียโบ้ เข้าร่วมไลฟ์Devilพลอย เข้าร่วมไลฟ์Devilฉี เข้าร่วมไลฟ์ร่างบางมองคนที่เข้าห้องไลฟ์มาเรื่อยๆ จากยอดไม่ถึง100คนเมื่อสักครู่ซ้อฝนสุดสวย : นี่เหรออีกล้วยหอม@Yakye_d"ใช่" ไอ้Yakye_dพูดตอบไอดีที่ชื่อซ
เช้าวันต่อมา ร่างบางตื่นไปทำงานตามปกติ ในระหว่างที่อยู่บนรถไฟฟ้าก็หยิบมือถือมาเล่น "ติ๊ง" เสียงข้อความเข้า จึงกดเปิดดู🌿ชเวย์ : ตื่นยังค้าบ~ กล้วยหอม🍌 : ตื่นแล้ว กำลังไปทำงาน 🌿ชเวย์ : ตั้งใจทำงานนะครับ กล้วยหอม🍌 : ขอบใจนะ ชเวย์🌿 : ส่งสติกเกอร์หัวใจ กล้วยหอม🍌 : นี่...ไอ้เด็กชเวย์ ทักมาบ่อยๆนี่มีใจป่ะ5555ร่างบางพิมพ์ถามด้วยความอยากรู้ชเวย์🌿 : ไม่อ่ะ ผมเหงา กล้วยหอม🍌 : เคชเวย์🌿 : ทำไม พี่คิดอะไรกับผมป่ะเนี่ย555 อย่าตกหลุมรักผมเลยพี่สาว ผมอันตรายนะ กล้วยหอม🍌 : หลงตัวเองไม่ไหว หัวจะปวด ชเวย์🌿 : หลงพี่แทนได้ป่ะ555 กล้วยหอม🍌: เสร่อ ชเวย์🌿 : ตามนั้น555 ผมไม่กวนล่ะ เดี๋ยวตอนเที่ยงทักไป กล้วยหอม🍌 : โอเค ร่างบางยิ้มบางๆก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ เมื่อถึงสถานีรถไฟฟ้าที่ทำงาน เธอก็ลงและเดินแวะซื้อข้าวเช้าที่ข้างทาง เมื่อมาถึงที่ทำงานร่างบางก็กินข้าว หลังจากนั้นก็นั่งทำงานจนถึงช่วงเที่ยง "ติ๊ง" เสียงข้อความดังขึ้น ในเวลาเที่ยงตรงแบบไม่ขาดไม่เกินไปแม้แต่นาทีเดียว ชเวย์🌿 : เที่ยงแล้ว อย่าลืมกินข้าวนะครับ กล้วยหอม🍌 : เหมือนกันนะ ร่างบางตอบแชทแล้วจึงลุกไปซื้ออาหารกลางวันมา
สามสัปดาห์ต่อมา ร่างบางลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจ ก่อนจะลุกไปอาบน้ำ และกินข้าวตามปกติ จากนั้นจึงมาเช็คมือ แล้วอมยิ้มบางๆ เมื่อเห็นข้อความที่ทักทิ้งไว้เป็นปกติ ร่างบางคุยกับชเวย์ทุกวัน ตอนเช้าเขาก็จะทักมาถามว่าตื่นหรือยัง ตอนกลางวันก็จะทักมาถามว่ากินข้าวหรือยัง ตอนเย็นก็บอกให้กลับบ้านดีๆ พอถึงห้องเขาก็โทรหา ตอนขึ้นไลฟ์ก็จะเข้ามาเฝ้า ตอนก่อนนอนก็จะโทรคุยกัน แยกย้ายตอนตีหนึ่งกว่าๆถ้าเป็นวันทำงาน ถ้าวันหยุดก็จะประมาณตีสองถึงตีสาม เรียกว่าแทบจะอยู่ด้วยกันยี่สิบสี่ชั่วโมง แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เขาก็ไม่เคยเปิดหน้าให้เธอดูสักครั้ง ในแก๊งไลฟ์ของเราไม่เคยมีใครเคยเห็นเขาสักคน ถ้าวีดีโอคอลก็จะมีแค่เธอที่เปิด ส่วนเขาก็ปิด แต่ถึงเขาจะไม่หล่อหรืออะไรเธอก็ไม่ได้สนใจแล้ว เธอรู้สึกว่าสบายใจเมื่อได้คุยกับเขา มีหยอกล้อกันบ้างอะไรบ้าง ทำให้เธอลืมความเศร้าจากการอกหักเป็นปลิดทิ้ง "ชเวย์ไม่อยู่...เหงาจัง" ฉันถอนหายใจ แล้วทำหน้าซึม เพราะฉันชินแล้วที่จะต้องคุยกับเขา แต่เมื่อคืนเขาบอกว่าเขามีงานที่ต่างจังหวัด อาจจะไม่ได้คุย "เบื่อจัง" ฉันบ่นเบาๆ จากนั้นจึงเข้าแอป live jing แล้วดูไลฟ์คนอื่นไปเรื่อยๆ แต่ก็คงเบื่
เวลา 21.15 น.ร่างบางอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน เมื่อทิ้งตัวลงบนเตียงก็ไถมือเล่นไปเรื่อยเปื่อย เข้าแอป live jing ก็เห็นว่าซูพรีมไลฟ์แบบออดิโอ จึงกดเข้าร่วมไลฟ์ ในห้องไลฟ์ แก๊งเราอยู่กันเกือบครบ มีซูพรีม เจ้คาริสา พี่เอว พี่พิธา และมีฉันที่เพิ่งเข้าไป ขาดแค่ชเวย์คนเดียวเท่านั้นฉันเม้ามอยกับพวกเขาจนถึงเวลาสี่ทุ่มกว่า ก็ขอตัวนอน ทุกคนเลยตกลงกันว่าจะแยกย้ายไปนอนเหมือนกัน ซูพรีมจึงลงไลฟ์ฉันจ้องมือถืออยู่สักครู่ก็ถอนหายใจพร้อมบ่นเบาๆ ว่า "สงสัยวันนี้ไอ้เด็กชเวย์คงไม่โทรมาแล้ว" เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉันจึงชาร์จแบตเตอรี่มือถือไว้ตรงหัวเตียง และเตรียมตัวเข้านอน"ครืด ครืด" เสียงเรียกเข้าว่ามีคนโทรมาดังขึ้น ฉันรีบหยิบมือถือมาดูก็พบว่าเป็นคนที่ฉันรออยู่ ฉันจึงกดรับสาย"พี่กำลังจะนอนเลย นึกว่าแกจะไม่โทรมา" ฉันพูดด้วยความดีใจพร้อมหัวเราะน้อยๆ"ดีใจขนาดนั้นเลยเหรอ หึหึ" เขาหัวเราะ"ดีใจอะไร อย่ามั่ว""น้ำเสียงพี่มันบอกแบบนั้นอ่ะ""ก็บอกไปแล้วว่าเหงาอ่ะ""คิดถึงก็บอกคิดถึงสิ ให้ปากมันตรงกับใจหน่อย""เพ้อเจ้อ""หึหึ แล้ววันนี้ได้ไลฟ์ไหม""พี่ไม่ได้ไลฟ์ ซูพรีมมันไลฟ์""อ๋อ""แล้วแกทำไรอยู่""ชักว่าว""ห๊ะ
ห้าวันต่อมา ร่างบางตื่นมาอาบน้ำไปทำงานตามปกติ ตอนช่วงพักเที่ยงกินข้าว เจ้คาริสาก็ไลน์มาหา เจ้คาริสา : กล้วยหอม วันนี้ว่างป่ะ กล้วยหอม🍌 : ว่างเจ้ จะชวนไปไหนเหรอเจ้คาริสา : จะชวนไปกินบุฟเฟ่ต์อ่ะ กล้วยหอม🍌 : ได้เลยเจ้ ไม่ได้กินนานแล้วเหมือนกัน เจ้คาริสา : เดี๋ยวเจ้ชวนพี่เอวไปด้วยนะ เห็นบอกว่าจะมาทำธุระแถวที่ทำงานแกพอดี" กล้วยหอม🍌 : ได้เลยเจ้ อยากเห็นพี่เอวตัวจริงเหมือนกัน จะหล่ออย่างที่โม้ไว้หรือเปล่า555 เจ้คาริสา : เจ้ก็อยากเห็น555 โอเคตอนเย็นเจอกัน กล้วยหอม🍌 : ได้เลยเจ้ ไว้เจอกันค่าาาา หลังจากคุยกับเจ้เสร็จ ฉันก็นั่งกินข้าวแล้วเปิดอ่านแชทของชเวย์ แล้วตอบกลับ ปกติเขาจะตอบแชทของฉันไวมาก ฉันขมวดคิ้วก่อนจะนึกได้ว่าเขาบอกว่ามีงานที่ต่างจังหวัด จึงเปิดดูซีรีย์ระหว่างกินข้าวแทนช่วงเย็น ร่างบางนั่งรอพี่เอวอยู่หน้าตึก เนื่องจากพี่เอวมาทำธุระแถวนี้จึงแวะรับเธอด้วย ส่วนเจ้คาริสากำลังขับรถมาในระหว่างรอก็มีเสียงสายเรียกเข้า "ครืด ครืด" ฉันจึงกดรับสาย "เลิกงานยังครับ" "เลิกงานแล้ว" "กำลังกลับห้องเหรอ อยู่ไหนแล้ว" "วันนี้ยังไม่กลับ พี่รอพี่เอวอยู่" "..." "ฮัลโหล ชเวย์...ได้ยิ
ช่วงบ่ายวันต่อมาฉันตื่นมาด้วยความรู้สึกสุขล้นหัวใจในรอบหลายเดือน มันเป็นความรู้สึกที่ดีมาก จนไม่รู้จะบรรยายยังไง คนที่คิดว่าตายไปแล้วกลับมีชีวิตใหม่อีกครั้ง และครั้งนี้พวกเราจะรักและดูแลกันให้ดีที่สุด"พี่ครับ ตื่นมาอาบน้ำ กินข้าวได้แล้ว" เขานุ่งผ้าขนหนูเดินออกจากห้องน้ำ แล้วเดินมาหาฉัน"เพิ่งตื่นเหมือนกันเหรอ" ฉันเงยหน้าถามเขา"ใช่ครับ" เขายิ้ม แล้วก้มลงมาจุ๊บที่ริมฝีปากฉันเบาๆ"หวานเกิน" ฉันบอกเขาแล้วยิ้มกว้าง"ผมก็หวานแบบนี้อยู่แล้วนะ""ตรงไหนวะ มีแต่กวนตีนสิไม่ว่า" ฉันเบะปากใส่เขา"ถึงจะกวนตีน แต่ก็มีคนแถวนี้ตกหลุมรักนะ" เขาหัวเราะ"ชิ" ฉันสะบัดหน้าใส่เขา เขาหัวเราะ แล้วกอดฉันไว้"พี่""ว่า""แต่งงานกันไหม""ห๊ะ" ฉันมองสายตาเขาด้วยความตกใจ เล่นขอกันแบบนี้เลยเหรอ ไม่มีความโรแมนติกใดๆ เลย=_="พวกเราเสียเวลามามากพอแล้ว""ได้สิ""งั้นไปจดทะเบียนสมรสกันวันนี้เลยนะ""รีบเกิน""รีบสิ...ป่ะ งั้นพี่ไปอาบน้ำได้แล้ว" เขาดึงฉันให้ลุกขึ้นมา"โอเค" ฉันตอบรับแล้วเดินเข้าห้องน้ำประมาณหนึ่งชั่วโมง เราสองคนก็ออกจากบ้านเพื่อไปจดทะเบียนสมรส พอจดทะเบียนสมรสเสร็จก็ไปนั่งกินข้าวในร้านอาหารเพื่อฉลอง
"โอ๊ย เดินไวจัง" ฉันบ่นพร้อมกับหอบหายใจ เนื่องจากต้องเร่งฝีเท้าตามเขาให้ทัน เพราะเขาเดินไวมาก รู้ตัวอีกทีก็มายืนอยู่ตรงลานจอดรถวีไอพีแล้ว"นี่คุณ!" ฉันตะโกนเรียกผู้ชายคนนั้นที่กำลังหันหลังเปิดประตูรถ"..." เขาชะงักนิดหน่อย แล้วหันหน้ามามองหน้าฉัน"ชเวย์!" ฉันยืนอึ้ง อ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน"ครับ" เขายิ้มกว้าง"นะ...นี่...แกตายไปแล้ว...ไม่ใช่เหรอ" ฉันถามเสียงสั่น น้ำตาไหลริน ความรู้สึกต่างๆ ปนเปกันไปหมด"ใช่""นะ...นี่แกเป็นผีเหรอ...หรือฉันกำลังฝันไป" ฉันพูดจบก็หยิกแขนตัวเอง แต่พอมันเจ็บ ฉันจึงรู้ว่านี่คือความจริงไม่ใช่ความฝัน"ผมไม่ได้เป็นผีแล้วพี่ก็ไม่ได้ฝันไป...ผมยังมีชีวิตอยู่จริงๆ" เขาพูดพร้อมก้าวเดินมาหาฉัน"แล้วที่บอกว่าตายไปแล้วนี่มันยังไง""ผมตายไปแล้วในฐานะ ชเวย์ เอนส์เวิร์ธ""หมายความยังไง""หมายความว่า...ต่อไปนี้ผมจะไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับตระกูลเอนส์เวิร์ธอีก""หมายความว่าทั้งหมดมันเป็นแผนของแกเหรอ?""พี่อย่าเพิ่งโกรธ ผมอธิบายได้""พูดมา""พี่...ที่ผมทำแบบนี้ เพราะผมอยากจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับพี่""แล้วตระกูลเอนส์เวิร์ธล่ะ""ตระกูลเอนส์เวิร์ธมีไอ้ชาลีดูแลแล้ว""แล้ว
ครึ่งชั่วโมงต่อมาฉันกับเจ้คาริสายืนอยู่ที่หน้าหลุมศพของชเวย์ ที่เป็นแค่ป้ายสลักชื่อว่า'ชเวย์ เอนส์เวิร์ธ' ส่วนด้านหน้ามีดอกไม้วางอยู่"ชเวย์...ฮึก" ฉันทรุดตัวลงพร้อมกับร้องไห้ มืออีกข้างยื่นไปลูบแท่นหลุมศพของเขา ภาพความทรงจำต่างๆ ไหลในเข้ามาในสมองฉันร้องไห้ พูดพร่ำเพ้ออยู่คนเดียวนานมาก จนฟ้าที่เคยสว่างกลับกลายเป็นมืด"ชเวย์...พี่มาส่งแกได้แค่นี้นะ...และพี่จะเก็บแกไว้ในใจพี่ตลอดไป...พี่รักแกนะ" ฉันบอกลาเขาครั้งสุดท้าย ก่อนจะลุกขึ้นยืนโดยมีเจ้คาริสาประคองอยู่ด้านข้าง"แกไหวใช่ไหม" เจ้คาริสาถามฉัน"ไหวเจ้" ฉันตอบเจ้คาริสา แล้วจ้องมองหลุมศพของเขาราวกับจะสลักไว้ในใจ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้เจ้คาริสา แล้วพวกเราก็เดินออกจากที่นี่"คุณกล้วยหอม ขอคุยด้วยหน่อยสิ" คุณคิดส์ที่เป็นลูกน้องของชเวย์ มายืนดักฉันไว้ ฉันกับเจ้คาริสาหันมามองหน้ากันทันที เพราะรู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ"มีอะไรก็คุยกันตรงนี้ได้เลยค่ะ" ฉันตอบ เขาจึงเหลืบมองเจ้คาริสา แล้วเดินนำไปยังลานจอดรถ ซึ่งฉันกับเจ้คาริสาก็เดินตามไป"ระวังตัวด้วยนะ" เจ้คาริสากระซิบบอกฉัน ฉันพยักหน้า พวกเรากระชับมือที่จับซึ่งกันและกันคุณคิดส์หยุดเดินแล้วยืนพิ
เมื่อมาถึงโรงแรม เจ้คาริสารีบพาฉันเข้าห้อง แล้วปลอบใจฉันที่ร้องไห้ไม่หยุด"เจ้ไม่ได้คิดเลย ว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้ นึกว่าไอ้ชเวย์เป็นแค่ผู้ชายเลวๆ คนหนึ่ง" เจ้คาริสาถอนหายใจ"หนูสับสนไปหมดแล้วเจ้ ไม่รู้ว่าเรื่องราวมันเป็นยังไงกันแน่""แก...แกอยากเจอไอ้ชเวย์ไหม" เจ้คาริสาถาม"อยาก..หนูอยากเจอเขา" ฉันพยักหน้ารัวๆ"งั้นเราก็ลุยกันเลย เจ้พร้อมไปกับแก""ได้เจ้ ขอบคุณมากนะ" ฉันปาดน้ำตา แล้วเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำ ก่อนจะหยิบมือถือมาส่งข้อความและโทรหาเขา แต่ก็ไม่มีการตอบรับใดๆ"เจ้ว่าเราบุกไปถึงเกาะxxxเลยไหม ยังไงก็มีคนรู้จักชเวย์อยู่แล้ว""งั้นไปเถอะเจ้" ฉันรับคำ จากนั้นเราสองคนก็เรียกรถไปยังเกาะที่เป็นจุดหมายปลายทาง ซึ่งห่างจากที่นี่ประมาณสองชั่วโมงกว่า"จอดตรงนี้นะ รถยนต์เข้าไปไม่ได้แล้ว" คนขับบอกพวกเรา ฉันกับเจ้หันมามองหน้ากันก่อนจะพยักหน้าให้คนขับแล้วลงจากรถ"ทำไมมันดูเงียบๆ วะแก" เจ้คาริสาพูดพลางมองซ้ายขวา ซึ่งมีคนอยู่บางตา แทบจะนับคนได้ และแต่ละคนสวมใส่เสื้อสีดำ"นั่นสิเจ้" ฉันตอบรับ รู้สึกว่าที่นี่มันอึมครึมยังไงก็ไม่รู้"ไปกันเถอะ" เจ้คาริสาพูด แล้วจูงมือฉันเดินตรงไปยังคฤหาสน์ บอดี้
ช่วงสายวันต่อมาพวกเราตื่นมาอาบน้ำ แต่งตัว เก็บของ เช็คเอาท์แล้วออกไปกินข้าว ส่วนชเวย์น่าจะกลับไปตั้งแต่เมื่อคืนหลังจากกินข้าวเสร็จ ก็ไปเที่ยวกันอีก2-3ที่ แล้วกลับกรุงเทพฯ ตอนแยกกันซูพรีมร้องไห้ ไม่อยากกลับพวกพี่ๆ เลยต้องปลอบกันใหญ่"ไอ้กล้วยหอม" พี่เอวเรียกฉัน ตอนนี้เราอยู่ในรถกันสองคน เนื่องจากพี่เอวทยอยส่งทีละคนๆ แล้ว"ว่าไงพี่""ไม่ได้อยากเผือกนะ แต่เอ็งกับไอ้ชเวย์มันมากกว่าคำว่าพี่น้องใช่ไหม""...""นั่น...เงียบเลย""ก็..." "ที่เอ็งคุยกับมันเมื่อคืนอ่ะ พี่ได้ยินนะ" "จริงอ่ะ" ฉันทำหน้าตาตกใจ "เออสิ...แต่คนอื่นน่าจะไม่ได้ยินหรอก แต่ละคนเมาขนาดนั้น" "ค่อยยังชั่ว" ฉันถอนหายใจอย่างโล่งอก "แต่พี่ว่ามันคงไม่มาเจอเอ็งแล้วแหละ" "ก็ดีแล้วนี่นา" "ก็ถ้าเอ็งทำใจได้ก็ดี" "พี่หมายความว่าไงเนี่ย" "เมื่อคืนมันมาคุยกับพี่" "คุยว่า?" "มันไม่ให้บอกอ่ะ" "อ้าว...แล้วพี่จะพูดเพื่อ?" ฉันกรอกตามองบน "ก็พี่จะเล่าในฐานะที่เอ็งเป็นน้องสาวพี่" "ว่า" "เรื่องที่มันโดนบังคับแต่งงานเป็นเรื่องจริง" "หนูก็บอกไปแล้ว จริงไม่จริงแล้วยังไง แต่งไปแล้วนี่" "น่าจะแต่งเพราะเป็นสัญญาอะไรสักอย่างนี่แหละ"
หนึ่งเดือนต่อมา"ตื่นเต้นจังเลย" เสียงแหลมใสของซูพรีมดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มกว้าง คนอื่นๆ จึงยิ้มตามแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรในวันนี้แก๊งเรานัดกันมาเที่ยวทะเล และพักบ้านพูลวิลล่า ไม่รู้ว่าพี่เอวได้ส่วนลดบ้านพักมาจากไหนลดไปตั้ง70% จึงทำให้ทุกคนตอบตกลงอย่างรวดเร็ว"บ้านสวยมาก ไฮโซสุดๆ" ซูพรีมกระโดดโลดเต้น ส่วนเจ้คาริสากับพี่พิธาก็พยักหน้าเห็นด้วย"สวยจริง เลือกดีมากเลยพี่" ฉันบอกพี่เอว แล้วเดินสำรวจบ้าน ซึ่งหน้าบ้านเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยต้นไม้ บ้านพักมี2ชั้นแบ่งเป็นสัดส่วน ข้าวของเครื่องใช้ครบครัน"เลือกห้องนอนกัน" เจ้คาริสาพูด แล้วออกความเห็นว่าให้เป่ายิ้งฉุบ ซึ่งคนที่ได้เลือกคนแรกพี่เอว เจ้คาริสา ซูพรีม พี่พิธา และก็ฉันตามลำดับ"เลือกห้องชั้นล่างแล้วกัน ขี้เกียจเดิน" พี่เอวเลือก"เอาห้องใหญ่ชั้นสอง ตรงข้างบันได" เจ้คาริสาเลือก"หนูเอาห้องเล็กชั้นสอง" ซูพรีมเลือก"งั้นเลือกห้องนอนข้างล่างเหมือนกัน" พี่พิธาเลือก"งั้นห้องใหญ่ห้องสุดท้ายก็เป็นของหนู" ฉันเลือก"ตามนั้น" เจ้คาริสาตอบ จากนั้นพวกเราสามคน ฉัน เจ้คาริสา และซูพรีม จึงขนกระเป๋าขึ้นไปชั้นสอง และเข้าห้องของตัวเองประมาณสิบนา
เจ้คาริสาวางสายเมื่อเรียกแล้วฉันไม่ตอบ ฉันจึงส่งข้อความไปหาเจ้ว่าขออยู่คนเดียวก่อน"ฮ่าๆ ฮ่าๆ" ฉันหัวเราะทั้งน้ำตา จากนี้ฉันกับเขาเราก็เป็นเหมือนเส้นขนาน ไม่มีวันมาบรรจบกัน เขามีคนของเขาอยู่แล้ว และฉันก็ควรจะมูฟออกจากความรู้สึกนี้สักที"ชเวย์...พี่ขอให้แกมีความสุข...แม้คนที่แกเลือกจะไม่ใช่พี่ก็ตาม" ฉันพูดพร้อมกับถอดสร้อยที่เขาให้ฉัน แล้วเก็บมันไว้ในกล่องเหมือนเดิม"ไอ้กล้วยหอม...ชาติก่อนไปทำอะไรไว้เนี่ย...ทำไมถึงเจอแต่ความรักแย่ๆ...เจอแต่ความผิดหวัง""ไอ้กล้วยหอม...ฉันขอให้วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่แกจะเจ็บปวด...แกร้องไห้ให้เต็มที่...แล้วแกอย่าลืมว่าคนที่แกควรรักที่สุดคือตัวแกเอง" ฉันเพ้อ น้ำตาไหลพราก เจ็บปวดหัวใจสุดๆช่วงสายวันต่อมาฉันตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ดีมากขึ้น เหมือนเมื่อวานได้ปลดล็อคตัวเองแล้ว ฉันมองตัวเองในกระจกเงาก็รู้สึกว่ารับไม่ได้ที่ปล่อยให้ตัวเองเป็นแบบนี้ สภาพคือดูไม่ได้สุดๆฉันยิ้มให้กับตัวเองเพื่อเรียกกำลังใจ ก่อนจะเก็บกวาดห้องให้สะอาด แล้วเปิดฟังธรรมะและดูดวงในยูทูปหลังจากนั้นฉันใช้สิ่งเหล่านี้ในการยึดเหนี่ยวจิตใจ มันทำให้ฉันปล่อยวางได้เหมือนอย่างที่คิด และฉันก็ร
วันต่อมา ฉันตื่นมาทำงานในสภาพที่ดวงตาบวมเปล่งจากการร้องไห้ ขนาดใช้การแต่งหน้าเข้าช่วยแล้วก็ยังปกปิดร่องรอยไม่ได้ "เฮ้อ~" ฉันถอนหายใจรอบที่ล้าน คิดมาทั้งคืนก็ยังคิดไม่ตกว่าไอ้เด็กชเวย์นั่นหายไปทำไม แล้วมีเหตุผลอะไรที่ไม่อ่านแชท ไม่โทรกลับ ทำแบบนี้ทำไมทั้งๆที่พวกเราไม่ได้ทะเลาะกันฉันโทรบอกพี่สิงว่าวันนี้มีทำโอที เพราะกลัวว่าพี่เขาจะมารอรับ แล้วจะไม่สะดวกไปเซฟเฮ้าส์ ที่ทำแบบนี้เพราะพวกเขาเป็นเจ้านายลูกน้องกัน ฉันคิดว่าถ้าพี่สิงรู้ พี่เขาจะต้องบอกเจ้านายของเขาแน่ๆ ฉันทำงานไปเรื่อยๆจนถึงเวลาเลิกงาน ก็รีบเรียกรถแท็กซี่ไปยังจุดหมายทันที กว่าจะมาถึงได้ก็ทุลักทุเลพอควร เนื่องจากฉันจำทางได้ลางๆ เข้าซอยนั้นผิดบ้างอะไรบ้าง ฉันจึงจ่ายค่าเสียเวลาให้คนขับด้วย "หวังว่าจะได้เจอ" ฉันพึมพำ แล้วเดินไปใกล้บอดี้การ์ดสองคนที่ยืนทำหน้านิ่งอยู่หน้าประตูรั้วด้านใน "พี่คะๆ บอกชเวย์ให้ทีค่ะ ว่ากล้วยหอมมาหา" "..." สองคนนั้นมองหน้าฉันนิ่งๆ ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะพยักหน้า แล้วกดวิทยุสื่อสารที่ข้างหูพูดถึงความต้องการของฉัน รออยู่ประมาณห้านาที เขาก็หันเขาก็หันมาพูดว่า "ต้องขอโทษด้วยนะครับ นายท่านไม่สะดวกให้เข้า
ช่วงสายวันต่อมา "หาว~" ร่างบางหาวพร้อมบิดขี้เกียจ ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง "ไปทำงานแล้วสินะ" ร่างบางพึมพำเมื่อเห็นว่าเตียงด้านข้างว่างเปล่า จากนั้นจึงไปอาบน้ำ หลังจากอาบน้ำ แต่งตัวเสร็จ ก็สั่งข้าวมากิน แล้วมานอนเล่นมือถือบนเตียง หาหนังดู จนลากยาวไปถึงตอนค่ำ "ไอ้เด็กชเวย์มันหายไปไหนเนี่ย ทำไมวันนี้ไม่ทักมาเลย แปลกจัง" ฉันบ่นพร้อมเปิดแชทดู "สงสัยงานยุ่งอีกแล้วสินะ" ฉันบ่นอีกครั้ง จากนั้นก็ปัดความคิดทิ้ง ลุกไปล้างหน้าแล้วลงไปหาของกินแทนฉันสั่งอาหารตามสั่งสองกล่อง แล้วเดินไปซื้อปลาหมึกย่าง10ไม้ และซื้อชาไทยหนึ่งแก้วกับหนึ่งขวด ที่ซื้อเป็นขวดเพราะคิดว่าเขาน่าจะเลิกงานดึกแน่ๆ ถ้าซื้อเป็นแก้วน้ำแข็งน่าจะละลายก่อน หลังจากได้ของกินทั้งหมด ฉันก็ขึ้นห้อง นั่งกินข้าวก่อน แล้วตามด้วยปลาหมึก5ไม้ ส่วนอีก5ไม้แบ่งไว้ให้เขา เมื่อกินเสร็จฉันก็นั่งย่อยอยู่สักครู่ แล้วจึงไปอาบน้ำ แต่งตัวมานอนเล่นมือถือบนเตียง"เที่ยงคืนแล้วนะ งานยังไม่เสร็จอีกเหรอ" ฉันมองดูเวลาที่จอมือถืออีกครั้ง แล้วจึงตัดสินใจทักเขาไป กล้วยหอม🍌 : ชเวย์ กล้วยหอม🍌 : งานยุ่งเหรอ หายไปทั้งวันเลย กล้วยหอม🍌 : พี่ซื้อของกินไว้ให้แล้