อัสลานเตรียมพามาหยาออกจากรีสอร์ทเพราะเขาไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับนายหัวใหญ่ที่บุกมาถึงถิ่นขนาดนี้ ตอนนี้เขามีเรื่องให้ต้องระวังรอบตัวไปหมด รวมถึงต้องระวังเรื่องมาหยาด้วยดูท่าไอ้แม็กซิมมันคงรู้ระแคะระคายอะไรแน่นอนถึงได้กล้าเยื่อนเขาถึงประเทศไทย
“มาหยาต่อไปนี้เธอคงต้องเหนื่อยหน่อยนะ เพราะฉันคงต้องคอยให้คนเฝ้าเธอถ้าเวลาที่ฉันไม่อยู่”อัสลานพูดด้วยสีหน้าตึงเครียด ขณะที่เดินออกจากห้องทำงานเพื่อไปขึ้นรถ “ได้จ้ะ นายหัวอัสลานไม่ต้องเป็นห่วงมาหยานะจ๊ะ”เธอฟังจากน้ำเสียงของอัสลานดูเป็นกังวล “ฮืม งั้นเราไปกันเถอะ”อัสลานจูงมือมาหยาออกไปจากรีสอร์ททันที นายหัวใหญ่ที่เพิ่งจะเอาข้าวของเข้าไปเก็บที่ห้องก็อารมณ์ดีที่ได้เห็นหน้ามาหยา เขาวางแผนว่าก่อนมาหยากลับบ้านจะพาตัวมานั่งดูพระอาทิตย์ตกดินด้วยกันให้ได้ แต่เขานั้นยังไม่ทันได้รู้ตัวว่า นายหัวอัสลานได้พามาหยาออกจากรีสอร์ทไปพักใหญ่แล้ว “เรามาสนามบินกันทำไมจ๊ะนายหัวอัสลาน”มาหยาที่ดูตื่น นิดหน่อยเพราะเกิดมาไม่เคยขึ้นเครื่องบินเลย “เราจะไปเที่ยวกันไง แต่ที่ไหนไว้ค่อยบอก”อัสลานเหมาลำเครื่องบินพร้อมกับผู้ติดตามอีก 5 คน โดยมีไอ้ดำ ลูกไล่มือทองของไอ้เดชคอยดูแลเขาและมาหยา “นายหัวจ๊ะ ทำไมทั้งลำมีแต่เราละ...?”มาหยาที่แอบถามเขาด้วยความสงสัย อัสลานไม่ตอบแค่อมยิ้ม พร้อมกับขยี้หัวทุยของมาหยา ด้วยความเอ็นดูในความช่างสงสัยของเธอ หลังจากขึ้นเครื่องก็มีบริการอาหารเครื่องดื่มสุดหรูมาเสิร์ฟมาหยาก็ตื่นตาไม่พักเลย เขาพามาหยาไปเที่ยวไร่ชา ของคุณแม่เขาที่ซื้อไว้นานมากแล้ว แต่เขาไม่ค่อยได้ขึ้นไปดูจ้างผู้จัดการดูแล และบางครั้งบางคราวก็จะให้เดชเขาไปตรวจความเรียบร้อย ไร่ไม่ใหญ่มากแค่ 150 ร้อยไร่ คนงานอีก 50 คนมีคาเฟ่พร้อมอาหารทานเล่นจุดชมวิวพร้อมจุดเช็คอิน ช่วงนี้เป็นหน้าไฮซีซันของภาคเหนือในเดือนธันวาคม ทำให้เห็นหมอกหนาในตอนเช้า เขาอยากจะพามาหยามาพักผ่อนไปในตัวด้วย “อะไรกันผมอยากเจอมาหยา เธอไปไหนครับคุณบริกร”เสียงนายหัวใหญ่โวยวายดังลั่นหน้าเคาเตอร์รับลูกค้าจนเดชต้องรีบลงมาดูด้วยตัวเอง “มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นครับลูกค้า”เดชรีบพูดด้วยความสุขภาพทันทีเขารู้ว่าต้องเกิดเรื่องแน่น แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ “กูถามว่ามาหยาไปไหนกูต้องการพบเธอ..!!”เสียงตะหวาดลั่นด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง “มาหยาเธอออกไปกับนายหัวอัสลานแต่ไม่ได้แจ้งว่าออกไปไหนครับ ต้องขอโทษลูกค้าด้วยครับ” “มึงแน่ใจว่ามึงไม่รู้ ..” เดชที่ไม่อยากจะมีปัญหารีบตัดบทไม่ตอบอะไรมากไปกว่านั้นนายหัวใหญ่ที่โกรธจนเลือดขึ้นหน้าก็เดินหนีกลับไปที่ห้องพักทันทีเขาไม่คิดว่านายหัวอัสลานคนนี้มันจะกันท่าเขาขนาดนี้ “อย่าให้ถึงทีกูนะมึง” เสียงโวยวายเมื่อกี้ทำให้ต่อมอยากเผือกของเลขาออยทำงานทันทีเลยไปยืนฟังและคิดหาวิธีเขาหานายหัวใหญ่เพื่อทำข้อตกลงอะไรบางอย่างเกี่ยวกับมาหยา “สวัสดีค่ะ คุณคือนายหัวใหญ่ที่ใคร ๆ ก็พากันพูดถึงใช่ไหมค่ะ พอดีฉันอยากจะช่วยคุณเรื่องของมาหยานะ”เลขาออยส่งสายตายัวยวนอย่างสุดฤทธิ์ จริงเธอก็เป็นผู้หญิงที่สวยฉลาดคนหนึ่งเลยเพียงแต่ใช้ไม่ถูกที่ก็เท่านั้นเอง “ทำไมคุณต้องมาช่วยผม”นายหัวใหญ่เอ่ยถามอย่างใจเย็น “ก็ฉันชอบนายหัวอัสลาน ส่วนคุณก็ชอบมาหยาถูกไหม” “ก็ใช่ ผมชอบมาหยาแล้วยังไง” “ฉันจะวางแผนให้มาหยาออกห่างนายหัวอัสลาน ส่วนคุณก็ทำคะแนนเอานะ ฉันช่วยได้ประมาณนี้ตกลงไหมละ”เลขาออยจ้องหน้านายหัวใหญ่ด้วยท่าทางที่พร้อมบวกมาก เธอตัวสูงพอ ๆ กับมาหยาละมั้ง 157 ได้ไหมเนี่ย “ก็ได้ตกลง งั้นคุณเลิกงานแล้วมาหาผมที่รีสอร์ทนะ เราจะได้ปิดดิวกัน”อัสลานเองก็เซ็งไหน ๆ มาเที่ยวก็ไม่มีเพื่อนแล้วทำความรู้จักเธอไว้ดีกว่า “ก็ได้เดี๋ยวฉันไปหาคุณค่ะ”พูดจบเลขาออยก็เดินสบัดตูดออกไปทันที นายหัวใหญ่ที่มองผู้หญิงจอมพยศคนนี้ดูท่าจะเอาเรื่องไม่เบานะเนี่ย ขนาดทำให้เขาเชิญเธอมาห้องได้ เธอก็ดูมีเสน่ห์อยู่พอตัวสะโพกผาย เอวคอด ผมสั้นทรงบ๊อบ เปรี้ยวเข็ดฟันเลยนะแม่คุณเอ๋ยนายหัวใหญ่ที่มองตามร่างบางของเลขาออยพร้อมกับตัดสินคะแนนอยู่ในใจ กลับมาที่นายหัวอัสลานที่กำลังสุขสำราญกับรอยยิ้มที่ได้จากมาหยาที่เขารัก ตอนนี้เขามาถึงเชียงรายแล้ว ณ ไร่ชาทีไลออนเป็นไร่ชาของคุณแม่ดอกแก้วที่เขารักนั่นเอง เขาจะพามาหยาไปหาคุณแม่หลังจากนี้ “สวย สวยจังเลยจ้ะ มาหยาไม่เคยเห็นวิวแบบนี้เลย”ร่างบางที่ดีใจกอดแขนนายหัวอัสลานจนแทบหลุด “เธอชอบฉันก็ดีใจ เหนื่อยหรือเปล่าไปบ้านพักของเรากัน” “แล้วข้าวของเราละจ๊ะนายหัว” “ฉันให้เด็กเก็บไปแล้ว” อัสลานพามาหยาเดินไปที่บ้านพักตากอากาศขนาดใหญ่ สี่ห้องนอนสี่ห้องน้ำพร้อมกับดาดฟ้าไว้ชมวิวดวงดาว ส่วนห้องของอัสลานยื่นออกไปมีระเบียง พร้อมกับเก้าอี้โยก วิวมองเห็นภูเขาชมวิวหลักล้านที่หาได้ยากเขาอยากให้มาหยาเห็น “นี่ห้องของเธอกับฉัน เดี๋ยวแม่บ้านจะเอาอาหารเข้ามาให้นะ เธออยากได้อะไรเพิ่มไหม”อัสลานหันไปถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ขอน้ำส้มเพิ่มได้ไหมจ๊ะ มาหยาหิวน้ำ” “ได้ซิ เธอไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวหกโมงครึ่งฉันปลุก”เขาที่เห็นท่าทีเหนื่อยล้าจากใบหน้าเล็ก มาหยาก็เดินขึ้นเตียงเหมือนหุ่นยนต์แบตหมด ทันทีที่หัวทุยสัมผัสหมอนใบโตก็เหมือนโดนปิดสวิสเปลือกตาที่เหนื่อยล้าลงหลับลงทันที อัสลานที่เฝ้ามองทุกการกระทำของร่างบางที่หลับตาพริ้มบนเตียงทำให้เขาอดใจไม่ได้ที่จะเข้าไปจูบหน้าผากมนด้วยความรักใคร่ เขาเองก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลองสีขาวพร้อมกับเดินไปเปิดแอร์เย็น ๆ แล้วมุดร่างกายใหญ่โตไปใต้ผ้านวมหนา กอดร่างบางตรงหน้าแล้วหลับไปพร้อมกันจนถึงเย็น มาหยาที่ดิ้นไปมาเพราะรู้สึกหนักตรงเอวคอด ท่อนแขนใหญ่ที่กอดรัดเธอเหมือนกับงูเหลือม แน่นไปหมด นี่ถ้าเป็นอาหารเธอคงโดนกินเข้าไปแล้วหรือไม่ก็คงโดนย่อย “นายหัวจ๊ะ นายหัว ตื่นเถอะ” “ฮืม ขอนอนอีกแป๊ปได้ไหม ฉันยังไม่อยากตื่นเลย” “นอนตอนหกโมงเย็นไม่ได้จ๊ะ เดี๋ยวตะวันแยงตา” อัสลานที่ได้ยินคำพูดแบบนี้จากเด็กอายุเท่ามาหยาก็ลืมตาพร้อมกับยิ้มมุมปาก รุ่นนี้ยังมีเชื่อเรื่องตะวันแยงตาอีกหรอ “ตื่นแล้ว ตื่นแล้ว ไปล้างหน้ากัน ป่านนี้แม่บ้านคงรอเอาอาหารขึ้นมาให้ ฉันมีอะไรให้เธอดูด้วยนะ”อัสลานพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูตื่นเต้น “งั้นมาหยาขอไปล้างหน้าก่อนนะจ๊ะ” “ไม่ก่อนไปจุ๊บหน่อยซิ”อัสลานที่ออดอ้อนมาหยาจนดูน่าหมั่นไส้เสียเหลือเกิน จุ๊บ !! มาหยาจุ๊บอย่างรวดเร็วพร้อมกับวิ่งกระโดดลงเตียงไปด้วยความเขินอาย อัสลานก็มองตามหลังพร้อมกับยิ้มอยู่คนเดียวราวกับคนบ้าวันนี้เขาเตรียมบางอย่างให้มาหยา เวลาจวนโพล้เพล้เข้าเวลา 18.30 น. พระอาทิตย์ดวงกลมโตทอแสงอ่อนแรงลงหลังภูเขาลูกใหญ่สีเขียวขจี จนเป็นวัฏจักรที่มนุษย์ทุกคนเห็นตลอดชีพ แตกต่างเพียงสถานที่และเวลาอัสลานสั่งให้ร้านดอกไม้จัดระเบียงหน้าบ้านพร้อมกับดอกกุหลาบสีขาวแซมชมพู มีดินเนอร์สุดหรู พร้อมกับเสริ์ฟไวท์แดง แสงเทียนรายล้อมหอบอบอวลประดับประดาไปด้วยไฟสีชวนให้ดูน่าหลงไหล “มาหยาเธอหลับตานะ ฉันมีอะไรจะให้เธอดู”อัสลานเอาผ้าผืนบาง ๆ ปิดตามาหยา แล้วจูงมือเรียวเดินตามเขาไปตามทิศทางทางที่เขาได้กำหนด แสงสุดท้ายของวันสาดส่อง เป็นสีทองอร่ามบนไร่ชาเขียวขจีแห่งเชียงราย ณ ระเบียงบ้านพักตากอากาศหรูหราที่ประดับประดาด้วยดอกกุหลาบขาวแซมพู ไฟสีนวลตา และเทียนหอม มาหยาถูกผ้าไหมเนื้อดีปิดตาไว้ เธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นของแสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านผ้ามากระทบผิวแก้ม “อะไรหรือจ๊ะ ทำไมต้องเป็นความลับขนาดนี้”เสียงเล็กที่เอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัยปนตื่นเต้น "ที่พิเศษสำหรับเธอคนเดียว มาหยา" เสียงทุ้มกระซิบข้างหู ก่อนจะประคองร่างบางให้เดินตามไป มาหยาสัมผัสได้ถึงพื้นไม้ที่คุ้นเคย กลิ่นหอมอ่อนๆ ของกุหลาบขาวแซมพู และกลิ่นเทียนหอมโชยมาตามลมชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย เธอหยุดเดินเมื่อสัมผัสได้ถึงลมเย็นที่พัดมากระทบใบหน้า "ถึงแล้วครับ" เสียงทุ้มเอ่ย ก่อนจะค่อยๆ แกะผ้าปิดตาออก ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้มาหยาลืมหายใจ ระเบียงกว้างถูกประดับประดาด้วยดอกกุหลาบขาวแซมพู ไฟสีนวลตา และเทียนหอมนับร้อย ดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า แสงสุดท้ายสาดส่องลงมากระทบกับแก้วไวน์แดงในมือของนายหัวอัสลาน บนโต๊ะอาหารหรูหรามีอาหารค่ำเลิศรสวางเรียงราย มาหยากวาดสายตาไปรอบๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างสูงสง่าของนายหัวอัสลานที่ยืนอยู่ตรงหน้า "นี่มัน..." มาหยาเอ่ยเสียงแผ่ว "ฉันอยากจะบอกเธอว่า..." นายหัวอัสลานเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้ามาหย "ฉันรักเธอนะมาหยา ถึงมันจะดูเร็วไปแต่ก็รักเธอจริง ๆ " มาหยาน้ำตาคลอเบ้า เธอไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายที่ดูแข็งกระด้างอย่างนายหัวอัสลานจะพูดคำว่ารักออกมาได้ "เออ...คือ" มาหยาเอ่ยไม่ออก เธอรู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ "ไม่ต้องพูดอะไร" นายหัวอัสลานเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้มาหยา "แค่รับรู้ว่าฉันรักเธอมากแค่ไหนก็พอ" มาหยาพยักหน้า ก่อนจะโผเข้ากอดร่างสูงใหญ่ตรงหน้า นายหัวอัสลานกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าเธอจะหายไป "ฉันรู้ว่าเราอายุห่างกันมาก ส่วนเธอยังเด็กและมีอนาคตอีกยาวไกล แต่ฉันสัญญาว่าจะดูแลเธอให้ดีที่สุด ฉันอยากขอหมั้นคเธอไว้ก่อนได้ไหม รอจนกว่าเธอจะพร้อม เราค่อยแต่งงานกัน" นายหัวอัสลานเอ่ยเสียงจริงจังพร้อมกับรอฟังคำตอบจากปากของมาหยาด้วยหัวใจที่จดจ่อ มาหยาเงยหน้าขึ้นมองสบตาเขา เธอเห็นความจริงใจและความรักในแววตาคู่นั้น "จ้ะนายหัว มาหยาตกลง" มาหยาตอบกลับเสียงแผ่วเบาเพราะความเขินอายบวกกับความดีใจจนล้นปรี่ นายหัวอัสลานยิ้มกว้าง ก่อนจะสวมแหวนเพชรเม็ดงามบนนิ้วนางข้างซ้ายของมาหยา "ฉันสัญญาว่าจะทำให้เธอมีความสุขที่สุด" นายหัวอัสลานกระซิบข้างหู ค่ำคืนนั้น ทั้งสองดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก ท่ามกลางแสงจันทร์และหมู่ดาวที่ส่องประกายระยิบระยับ ไร่ชาที่เงียบสงบกลับอบอวลไปด้วยความรักและความอบอุ่นพวงแก้มแดงละมุนภายใต้แสงเทียน พร้อมกับบรรยากาศที่แสนจะเป็นใจในบ้านพักตากอากาศหลังโตคนสองคนที่กำลังตกหลุมรักกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดวงดาว ดวงจันทร์ สายลมหนาวที่พร้อมเป็นพยานรักให้กับเขาและเธอ “ฮืม...นายหัว อย่าจ้ะไม่ได้นี่มันข้างนอก”เสียงหวานเอ่ยห้ามด้วยความตกใจเพราะคนตัวโตโน้มตัวลงมาจูบเธออย่างแผ่วเบาด้วยความอ่อนโยน “ทำไมล่ะ ที่นี่บ้านของฉันไม่มีใครกล้าเข้ามาหรอกฉันให้คนของฉันเฝ้าอยู่ด้านนอกสั่งห้ามทุกคนเข้ามาจนกว่าจะได้รับอนุญาตจากฉัน”อัสลานที่เตรียมการในหัวมาเป็นอย่างดีระหว่างที่อยู่บนเครื่องบินส่วนตัว สองมือแกร่งโอบกอดร่างเล็กไว้แนบกายไม่ห่างพรมจูบไปทั่วไปหน้า ปากหน้าประกบจูบเล้าโลมริมฝีปากเล็กอย่างเร้าร้อน สองมือบีบขย่ำก้นกลมกลึงเสียงครางอื้ออึงในลำคอ มาหยาที่ตอบสนองสัมผัสอย่างว่องไวทำให้อัสลานเริ่มเกมส์ราคะ แสนร้อนฉ่า เหงื่อพุดเต็มดวงหน้าสวยต่อให้ปกปิดความรู้สึกอย่างไรก็รู้จะไร้ผล ความรู้สึกที่เปี่ยมล้นด้วยแรงปรารถนาถึงขีดสุด“จูบของเธอช่างหวานจริง ๆ มาหยาของฉัน”อัสลานกระซิบเผ่าเบาพร้อมจ้องดวงตาสวยที่หยาดเยิ้มยิ่งกว่าน้ำผี้งเดือนห้าอัสลานไม่พูดเปล่า ใช้มือหน
“ใครให้มึงเข้ามาในห้องกู มาหยาไปไหน!!” เสียงตะโกนลั่นห้องไม่สนใจใครทั้งนั้น“นะ นาย คือมาหยาไปช่วยงานในครัวครับ” ลูกน้องอย่างเดชแทบเข่าทรุดเมื่อนายหัวอย่างอัสลาน อีแวนสัน อ่านต่อได้ที่ ลูกครึ่งไทยอิตาลี เจ้าของรีสอร์ตทางใต้และธุรกิจสีดำอีกไม่กี่อย่างแต่มูลค่านับไม่ได้ เขาอายุ 40 ปี สูง 190 ซม. หน้าตาหล่อ จมูกโดง หน้ารูปไข่ ไว้หนวดเคราถูกตัดแต่งให้เข้ากับใบหน้า ราวกับพระเจ้าพระทาน ร่างกายกำยำใหญ่โต ผิวแทนนิดหน่อยเพราะตากแดด ลูกน้องนับร้อยชีวิตที่เขาต้องดูแลบริหารเรื่องรีสอร์ตเรื่องผู้หญิงมากหน้าหลายตามาไม่ซ้ำหน้า ที่พร้อมจะพลีกายถวายหัวให้กับนายหัวอัสลานคนนี้ ด้วยความเลื่องชื่อ ความแซ่บบนเตียง ขนาดของลูกครึ่งไทยอิตาลีหนุ่มตาน้ำข้าวคนนี้ ที่สมบูรณ์แบบราวกับเทพบุตรในนิยายสาว ๆ พร้อมจะถวายตัวเป็นเมียนายหัวทั้งนั้นแต่คนอย่างอัสลานเขาเลือกที่จะครองโสด เขาไม่สนใจเรื่องแต่งงาน เขาไม่เชื่อในความรัก และไม่คิดจะมีความรักเข้ามาในหัวเข้าเลยตลอดเวลาจนอายุ 40 ปี ยิ่งอายุเพิ่มขึ้นความหล่อเหลากับไม่ถดถ้อยลง กลายเป็นขวัญใจสาวน้อยใหญ่ สาวแก่แม่หม้ายพากันเข้าคิวอยากจะเป็นเมียนายหัวอัสลานทั้งนั้น ด้วย
ดวงตาเล็ก ๆ เปิดออก ภาพเบลอมัวจนจำอะไร เธอรู้สึกปวดเนื้อปวดตัว ปวดหัวไปหมด ภาพสุดท้ายที่จำได้คือเธอกำลังรีบกลับบ้านหลังจากทำกิจกรรมที่โรงเรียนเสร็จวันสุดท้าย แต่ว่าฝนตกหนักแล้วรถเสียหลักลงข้างทาง แล้วที่นี่ที่ไหน แล้วเพื่อนเธอละ“จิ๊บ จิ๊บ” เสียงแหบพร่าของมาหยาที่เรียกชื่อของเพื่อนรักออกมาเป็นอย่างแรก เพราะเธอมีเพื่อนเพียงคนเดียวที่เป็นเพื่อนสนิท“อ้าวตื่นแล้วหรอ เป็นไงบ้าง” เสียงทุ้มต่ำที่พูดออกมาด้วยความเป็นห่วงเป็นใย“เออ นายหัวอัสลานใช่ไหมจ๊ะ” เสียงแหบพร่าตอบกลับมาพร้อมกับหัวใจดวงเล็ก ๆ ที่เฝ้าคิดถึงนายหัวผู้มีพระคุณมาตลอดเวลา 5 ปี เขาไม่เคยมาหาเธอเลย แต่มักจะซื้อของต่าง ๆ ส่งมาให้เธอทุกเทศกาลเลย“ใช่ ฉันเอง เธอทำไมรู้ละฮึ” เขารู้สึกแปลกใจกับร่างเล็กตรงหน้าที่จำเขาได้ทันที ทั้งที่ไม่เคยเจอกันเลย“จำได้ซิจ๊ะ ก็นายหัวเป็นผู้มีพระคุณของมาหยานี่จ๊ะ”“ฮึม”“แล้วเพื่อนมาหยาละจ๊ะนายหัว”“เพื่อนเธอไม่เป็นอะไร มีแต่เธอที่ตกใจจนสลบไป”“นม มาหยายังไม่ได้บอกนมเลยจ้ะ โดนนมดุแน่เลย” ใบหน้าซีดเริ่มทำหน้าประวิงกังวล“นมไม่ต้องห่วงหรอก ฉันบอกแล้ว ว่าเธอประสบอุบัติเหตุนิดหน่อย เดี๋ยวฉันจัดการให้”“
เดชที่ได้รับคำสั่งงานก็จัดการโทรสั่งลูกน้องจัดการทุกอย่างที่บ้านสวน เขาที่ยังอยู่โรงพยาบาลกับนายหัว ก็เห็นน้องสาวตัวแสบอย่างมาหยากินข้าวเสร็จแล้ว น่าจะอยากกินผลไม้พอหันจะกลับเข้าไปปลอกให้เธอ ปรากฏว่านายหัวอัสลานทำเองเรียบร้อย พร้อมกับนั่งมองมาหยากินจนแก้มป่องทั้งสองข้าง เดชเริ่มรู้สึกมีกลิ่นตุ ตุ ซะแล้วนายหัวผู้ที่รักความโสดยิ่งชีพ จะสละโสดเพราะเด็ก 19 หรือเปล่าเนี่ย เขาเห็นก็อดขำไม่ได้“ส้มอีกไหมดาหวัน เดี๋ยวฉันปลอกแกะให้อีก” เขาถามเด็กในอุปการะด้วยความเป็นห่วงเป็นใย นั่งเฝ้าไม่ห่างเลย“พอแล้วจ้ะ นายหัว นายหัวยังไม่ทานอะไรเลย ให้มาหยาปลอกส้มให้นายหัวเอาไหมจ้ะ” เสียงน่ารักเล็ก ที่พูดอยากจะปลอกส้มให้ผู้มีพระคุณที่มาดูแลเธอด้วยตัวเองเธออยากจะตอบแทนเขาทุกอย่างที่ทำได้โดยไม่มีข้อแม้เลยสำหรับเธอมีเพียง นายหัวอัสลาน นม และเดชที่เป็นครอบครัวสุดท้ายในชีวิตเหลืออยู่“เอาซิ ฉันกำลังหิวพอดี”อัสลานยื่นส้มให้กับมาหยาที่เพิ่งถอดสายน้ำเกลือออก จริง ๆ เขาไม่หิวหรอก ปกติก็แทบจะกินข้าวมื้อเดียวอยู่แล้ว แต่เขาอยากให้มาหยาเอาใจเขาบ้างเลยยอมหิวขึ้นมาซะดื้อ ๆมาหยารับส้มจากนายหัวมา ใช้สองมือเรียวปลอกส้มอ
ร่างเล็กที่สูงเพียง 157 ซม. เดินตามหลังแผ่นหลังกว้างออกจากโรงพยาบาล นายหัวอัสลานเดินบังร่างเล็กมิด แถมไม่พอ เขาเอาเสื้อสูตรตัวโคร่งใหญ่ของเขา คลุมตัวเธอปิดออกมาจากห้องผู้ป่วยพิเศษ เธอถามเขาอย่างสงสัยแต่ไม่ได้คำตอบ ได้แต่คำสั่งกลับมาแทนว่าให้ใส่ก็ใส่เถอะ มาหยาจะบ้าตายเพราะเสื้อเขาหนักมาก แล้วเสื้อของนายหัวอัสลานใหญ่มากยังกับชุดคลุมที่มันยาวแทบจะถึงตาตุ่มอยู่แล้วก็เท่าที่ดูด้วยตาเปล่านายหัวอัสลานสูงกว่าพี่เดชที่สูง 180 ซม.อีกแล้วเธอก็เดินดุ๊กดิ๊กเพื่อให้ทันก้าวยาว ๆ ของนายหัวผู้ที่กำลังเริ่มเข้ามาปั่นป่วนชีวิตอันสงบสุขของเธอ นายหัวในจินตนาการคือพูดน้อย ไม่จุกจิก ไม่ทำเธอเป็นประสาทได้ขนาดนี้ อยู่กับนายหัวแค่วันเดียว 5 นาที 4 อารมณ์เธอจัดการไม่ถูกว่าต้องทำตัวยังไง ได้แต่เดินตามนายหัวอัสลานต้อย ๆ เหมือนเธอเป็นลูกสมุนเจ้าพ่อเลย เดชที่ขับรถมารอหน้าโรงพยาบาล เพื่อรอรับคนทั้งสองที่กำลังเดินลงมาจากตึกผู้ป่วยพิเศษ เขาถึงกับขำแตก น้ำตาไหลที่เห็นว่ามีคนเกิดอาการหวงของขึ้นมาดื้อ ๆ แบบที่ยังไม่ได้เป็นอะไรกันนอกจากผู้มีพระคุณ เดชพออ่านใจนายหัวอัสลานของเขาออกแล้วว่าคิดจะทำอ
“มาหยา มาหยา” เสียงตะโกนลั่น รถกระบะคันงามสีดำมาจอดพร้อมกับพวงมะพร้าวกะทิเต็มหลังรถ ที่จอดหน้าบ้านสวนของเขา “จ้าพี่ชิน รอแปปนะ เดี๋ยวลงไป”เสียงตะโกนตอบรีบวิ่งลงมาจากห้องชั้นสองเพื่อตรงไปหน้าบ้านอัสลานที่แอบมองร่างเล็ก กาแฟแทบพุ่งออกจากปากเมื่อเสื้อที่เธอใส่โคตรเซ็กซี่ เสื้อกล้ามสายเดี่ยวสีน้ำตาล โชว์สองเต้าใหญ่เบียดกันแทบระเบิดออก กางเกงขาสั้น วิ่งออกไปหาเด็กผู้ชายที่กำลังยืนยิ้มรอเธออย่างร่าเริง“ใครอนุญาตให้เธอโชว์ร่างกายขนาดนี้ มาหยา”สองคนยืนคุยกันยิ้มกระซิบกระซาบอย่างออกรถออกชาติ ส่วนลูกน้องสองคนก็โยนมะพร้าวกะทิที่ปอกแล้วออกมาจากท้ายรถ มาหยาเธอลืมไปว่า ผู้มีพระคุณของเธอมาอยู่ด้วยแล้ว หลายอย่างเลยยังปรับตัวไม่ค่อยได้ เธอเคยชินกับการแต่งตัวสบาย ๆ มากกว่าโดยไม่ได้คิดอะไร“เท่าไรจ้ะพี่ชิน”“รอบนี้พี่ลดราคาพิเศษให้เลย หมดคัน 2000 พอ”“เสาร์นี้พี่จะเข้าไปช่วยรอบเย็นนะมาหยา พี่ติดติวสอบนะ”“ไม่เป็นไรจ้ะ มาหยาทำคนเดียวสบายมาก”มาหยาควักเงินที่เสียบไว้ในเต้าใหญ่ของเธอ เอาออกเพื่อมาจ่ายให้กับชิน พรูด..!! แค่ก แค่ก เสียงใหญ่สำลักาแฟอัสลานตาเลือก สำลักกาแฟเต็มโต๊ะ ของแท้รอบนี้
“มาหยา ฉันหิวข้าว”ร่างใหญ่ของนายหัวอัสลานที่หมดแรงแค่นั่งปั้นแป้ง ทำเอากระดูกสันหลังเคล็ด ตอนเขานั่งเซ็นเอกสารกับต่อสู้ไม่เคยปวดหลังเลย “นายหัวรอซักครู่นะจ๊ะ ใกล้เสร็จแล้ว”มาหยาที่ปกติก็ไม่ได้กินข้าวเย็นกลายเป็นต้องมาเหนื่อยเพิ่มขึ้นเพราะมีผู้มีพระคุณมาเป็นภาระเธอซะแล้ว อัสลานนั่งรอมาหยาที่โต๊ะกินข้าว เธอที่เอากับข้าวออกมาทีละอย่างเป็นอาหารไทย บ้าน ๆ มาก แต่อาหารแต่ละอย่างออกมาหน้ากินทั้งนั้น แต่ไม่รู้จะอร่อยเหมือนหน้าตาหรือเปล่า “วันนี้เรากินแค่นี้ นายหัวกินได้ใช่ไหมจ๊ะ” “กินได้ซิ น่ากินทุกอย่างเลย”รายการเมนูก็ฉู่ฉี่ปลาทู ไข่เจียวหมูสับ และต้มยำไก่บ้านน้ำใส มาหยาลุกขึ้นตักข้าวสวยในโถใส่จากให้กับนายหัวที่นั่งตัวโตดูใหญ่เทอะทะสำหรับเธอเหลือเกิน “มาหยา พรุ่งนี้เธอไปร้านยังไงละ”เขาก็ลืมถามเพราะเธอไม่ได้มีรถเขาไม่เคยซื้อให้เธอเลย “พรุ่งนี้รถของนายหัวใหญ่ จะมารับจ้ะ” “ใครนายหัวใหญ่ !!” “นายหัวใหญ่คือเจ้าของบาร์ข้าง ๆ ร้านของมาหยาจ้ะ แกใจดีให้รถที่ร้านมารับมาหยาเป็นประจำ บางทีก็รับขนมของมาหยาเอาเข้าไปขายในบาร์ด้วย” อัสลานแทบอิ่มข้าว แค่ไอ้ชิน ไอ้เดช ก็ยังไม่ทันได้เคลียร์ให้พ้นทา
ร่างบางที่ลงมาก็ตกใจที่เห็นร่างใหญ่ของนายหัวแต่งตัวหล่อมากแต่เหมือน ซีอีโอระดับใหญ่ที่มาตรวจเช็คงานมากกว่าเธอเตรียมข้าวของเสร็จก็รอรถมารับของ “นายหัวจ๊ะ มาไหร่รถเราจะมาจ้ะ”ร่างบางก็สงสัยเพราะนี่ก็เกือบจะหกโมงครึ่งแล้ว “อีก 10 นาทีก็มาแล้วมาหยาใจเย็น ๆ”พูดไม่ทันขาดคำ รถสไลด์ก็ใส่รถหรูใหม่ป้ายแดงยกสูงสี่ประตูก็มาจอดที่หน้าบ้านสวน เจ้าของรถสไลด์ก็ถอยจอดให้ที่หน้าบ้านทันที “นายหัว นี่มันอะไรกันจ๊ะ แล้วใครจะขับกัน”มาหยาที่ตกใจจนหน้าเสีย เพราะอยู่ ๆ ก็มีรถสี่ประตูมาจอดที่หน้าบ้านแบบนี้ “ก็ฉันไงขับให้เธอเอง ไปซิให้ช่วยกันขนของขึ้นรถเดี๋ยวจะสายเอาได้นะ”อัสลานรีบพูดก่อนที่จะให้ร่างบางถามเรื่องรถอีก เขาก็อยากจะซื้อรถให้ร่างบางได้ใช้งาน จะได้ไม่ต้องพึ่งพานายหัวใหญ่นั่นอีก ตัดไฟตั้งแต่ต้นก็ดี มาหยาที่บอกทางให้อัสลานว่าร้านอยู่ตรงไหนเป็นซอยที่มีนักท่องเที่ยวชุกชุมเพราะมีบาร์เปิดเต็มทั้งซอยตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอย ส่วนร้านขนมของมาหยา ก็อยู่ต้นซอยใครเข้ามาก็เจอเธอก่อนอย่างที่พูดจริง ๆ มาหยาตาแหลมคมมาก อัสลานมาจอดที่หน้าเล็ก ๆ สีชมพูร้านโดดเด่นเพราะเป็นเหมือนบ้านขนมขนาดเล็ก ๆ ด้านหน้าเป็นตู้เค
พวงแก้มแดงละมุนภายใต้แสงเทียน พร้อมกับบรรยากาศที่แสนจะเป็นใจในบ้านพักตากอากาศหลังโตคนสองคนที่กำลังตกหลุมรักกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดวงดาว ดวงจันทร์ สายลมหนาวที่พร้อมเป็นพยานรักให้กับเขาและเธอ “ฮืม...นายหัว อย่าจ้ะไม่ได้นี่มันข้างนอก”เสียงหวานเอ่ยห้ามด้วยความตกใจเพราะคนตัวโตโน้มตัวลงมาจูบเธออย่างแผ่วเบาด้วยความอ่อนโยน “ทำไมล่ะ ที่นี่บ้านของฉันไม่มีใครกล้าเข้ามาหรอกฉันให้คนของฉันเฝ้าอยู่ด้านนอกสั่งห้ามทุกคนเข้ามาจนกว่าจะได้รับอนุญาตจากฉัน”อัสลานที่เตรียมการในหัวมาเป็นอย่างดีระหว่างที่อยู่บนเครื่องบินส่วนตัว สองมือแกร่งโอบกอดร่างเล็กไว้แนบกายไม่ห่างพรมจูบไปทั่วไปหน้า ปากหน้าประกบจูบเล้าโลมริมฝีปากเล็กอย่างเร้าร้อน สองมือบีบขย่ำก้นกลมกลึงเสียงครางอื้ออึงในลำคอ มาหยาที่ตอบสนองสัมผัสอย่างว่องไวทำให้อัสลานเริ่มเกมส์ราคะ แสนร้อนฉ่า เหงื่อพุดเต็มดวงหน้าสวยต่อให้ปกปิดความรู้สึกอย่างไรก็รู้จะไร้ผล ความรู้สึกที่เปี่ยมล้นด้วยแรงปรารถนาถึงขีดสุด“จูบของเธอช่างหวานจริง ๆ มาหยาของฉัน”อัสลานกระซิบเผ่าเบาพร้อมจ้องดวงตาสวยที่หยาดเยิ้มยิ่งกว่าน้ำผี้งเดือนห้าอัสลานไม่พูดเปล่า ใช้มือหน
อัสลานเตรียมพามาหยาออกจากรีสอร์ทเพราะเขาไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับนายหัวใหญ่ที่บุกมาถึงถิ่นขนาดนี้ ตอนนี้เขามีเรื่องให้ต้องระวังรอบตัวไปหมด รวมถึงต้องระวังเรื่องมาหยาด้วยดูท่าไอ้แม็กซิมมันคงรู้ระแคะระคายอะไรแน่นอนถึงได้กล้าเยื่อนเขาถึงประเทศไทย “มาหยาต่อไปนี้เธอคงต้องเหนื่อยหน่อยนะ เพราะฉันคงต้องคอยให้คนเฝ้าเธอถ้าเวลาที่ฉันไม่อยู่”อัสลานพูดด้วยสีหน้าตึงเครียด ขณะที่เดินออกจากห้องทำงานเพื่อไปขึ้นรถ “ได้จ้ะ นายหัวอัสลานไม่ต้องเป็นห่วงมาหยานะจ๊ะ”เธอฟังจากน้ำเสียงของอัสลานดูเป็นกังวล “ฮืม งั้นเราไปกันเถอะ”อัสลานจูงมือมาหยาออกไปจากรีสอร์ททันทีนายหัวใหญ่ที่เพิ่งจะเอาข้าวของเข้าไปเก็บที่ห้องก็อารมณ์ดีที่ได้เห็นหน้ามาหยา เขาวางแผนว่าก่อนมาหยากลับบ้านจะพาตัวมานั่งดูพระอาทิตย์ตกดินด้วยกันให้ได้ แต่เขานั้นยังไม่ทันได้รู้ตัวว่า นายหัวอัสลานได้พามาหยาออกจากรีสอร์ทไปพักใหญ่แล้ว “เรามาสนามบินกันทำไมจ๊ะนายหัวอัสลาน”มาหยาที่ดูตื่น นิดหน่อยเพราะเกิดมาไม่เคยขึ้นเครื่องบินเลย “เราจะไปเที่ยวกันไง แต่ที่ไหนไว้ค่อยบอก”อัสลานเหมาลำเครื่องบินพร้อมกับผู้ติดตามอีก 5 คน
จากเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เลขาออยก็หน้าเสียไม่น้อยก็หยุดการวุ่นวายวอแว กับนายหัวอัสลานไปพักใหญ่ แต่ก็ไม่ได้หายหน้าหายตาไปเลย ยังคงป้วนเปี้ยนแวะมาถากถางมาหยาเวลาที่เดินมาชงกาแฟให้กับนายหัวอัสลาน พนักงานที่นี่รู้ดีว่ามาหยาไม่ใช่แค่เด็กในอุปการะ แต่คาดการณ์ว่าคงเป็นนายหญิงในอนาคตแน่นอนทำให้ทุกคนไม่อยากจะยุ่งกับมาหยามากนัก ยกเว้นเลขาออยที่ไม่เคยเกรงกลัว พร้อมจะซ้ำทุกแมทที่มาหยาล้ม “วันไหนที่นายหัวเขาเบื่อแก แล้วฉันจะรอซ้ำ”มาหยาที่กำลังยืนชงกาแฟถึงกลอกตาขึ้นข้างบน ไม่รู้เลขาออยไปเอาพลังในการจิกกัดมาจากไหนหนักหนา มาถากถางทุกวันกับเธอเนี่ยจนเธอเหนื่อยไม่อยากจะต่อปากต่อคำ “หยิ่งให้มันถึงที่สุดนะนางเด็กเส้น ก็แค่เด็กกำพร้าที่นายหัวอัสลานเขาเมตตา ทำตัวเป็นหงส์ชูคอไปเถอะ คอหักมาวันไหนฉันจะเอาน้ำร้อนลดให้”พร้อมกับปากเบ้ ใบหน้าเย้ยหยัน มาหยาที่ได้ฟังก็ยิ่งรู้สึกว่านับวันคุณเลขาออยนี่เป็นมลพิษทางเสียง ทางสายตา และอากาศมาก จนเธอสงสารพนักงานที่ต้องคอยรับมือด้วยอีกเธอชงกาแฟเสร็จก็รีบเดินหนีกลับไปห้องของอัสลานทันที “กาแฟดำ ใส่มะนาวมาแล้วค้า”เสียงหวานมาก่อนตัวมาหยาที่น่ารักของ
มาหยาที่สามารถปรับตัวได้กับงานรีสอร์ทเป็นอย่างดีในฐานะผู้ช่วยงานของอัสลาน พร้อมกับบริหารจัดการงานที่ร้านขนมไปพร้อมกันอีกไม่นานเธอก็ต้องได้กลับไปเรียนมหาวิทยาลัยในแบบที่ตั้งใจไว้แต่ถ้าตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดีเธออาจจะต้องเปลี่ยนแผนเรียนออนไลน์เอาเก็บวิชาต่าง ๆ เพราะงานเริ่มล้นมือ เธอที่เห็นแก่รายได้และมีลูกน้องหลายชีวิตต้องดูแล เธอมีความสุขมากที่ได้เจอผู้มีพระคุณอย่างอัสลานที่ให้เธอได้เพรียบพร้อมไปทุกสิ่งไม่ต่างจากลูกที่มีพ่อมีแม่ อัสลานเป็นทุกอย่างในชีวิตของเธอ แม้อัสลานจะไม่เคยบอกว่ารักเธอแบบไหน เธอไม่เคยหวังสูงเลย “มาหยา เหม่อคิดอะไรอยู่ ฮึ ?” อัสลานที่เห็นร่างเล็กนั่งเหม่อที่โต๊ะทำงานอยู่ “เปล่าหรอกจ้ะ นายหัวอัสลานนี่ก็ใกล้เที่ยงแล้ว เราไปหาอะไรทานกันไหมจ้ะ”มาหยาเปลี่ยนเรื่องคุยทันที “ไป ซิ ฉันกำลังอยากดื่มกาแฟพอดีเลย”ยังไม่ทันที่อัสลานจะก้าวขาออกจากห้อง เลขาออยก็เปิดประตูพรวดพราดเข้ามาแบบไร้มารยาททันที พร้อมกับจ้องหน้าสำออยมาหาอัสลานทันที “นายหัวอัสลานค่ะ พอดีออยรถเสียเลยไม่ได้เอารถมาจะขอติดรถไปกับนายหัวออกไปทานข้าวด้วยได้ไหมค่ะ”เธ
นายหัวใหญ่ที่จัดการเรื่องราวภายในบาร์จนเสร็จเรียบร้อยเขาก็ยังชะเง้อชะแง้รอคอยลูกน้องอย่างไอ้ยศที่ให้เอารถไปส่งมาอย่าที่บ้านสวนมันก็ยังไม่กลับมาสักทีผ่านไปเกือบชั่วโมงเขาก็ได้เห็นข้อความส่งมาในมือถือแสนแพงของเขา เป็นข้อความจากไอ้ยศลูกน้องคู่ใจที่ได้ส่งข้อความพร้อมภาพมาให้เขา รูปนายหัวอัสลานที่ขับมอเตอร์ไซค์ที่เขาซื้อให้มาหยาพาเธอไปกินข้าวที่ชายทะเลอย่างสบายใจ"ไอ้ชิบหายนี่กูจะทำคะแนนหรือกูจะให้มันทำคะแนนแทนกูวะเนี่ย มึงนี่มันแสบจริงๆนะไอ้ผู้อุปการะ"นายหัวใหญ่ที่สบถทันทีหลังจากที่เห็นรูปภาพพร้อมข้อความที่ไอ้ยศส่งมาให้เขาเดชที่เดินทางไปเคลียร์คลังสินค้าที่อิตาลีแทนผู้เป็นนายหัวอย่างอัสลาน มีความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติเหมือนจะมีข่าวรั่วไหลเรื่องคู่ค้า นี่ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่จ้องจะยึดอำนาจการค้าสีดำของผู้เป็นเจ้านาย และได้ข่าวว่ามันกำลังเดินทางมาที่ประเทศไทย เขาจึงต้องรีบกลับมาเพื่อรายงานเจ้านายและหาลู่ทางในการกำจัดพวกมันให้สิ้นซาก เขาเตรียมขึ้นเครื่องวันนี้เดินทางกลับไทยทันทีมาหยาและอัสลานหลังจากที่ได้ทานข้าวเสร็จเรียบร้อยเขาก็รีบพามาหยาขับมอเตอร์ไซค์กลางแดดเปรี้ยงตรงไปที่ร้านขนมทันที ใจเขา
เช้าวันหยุดของทั้งสองคน มาหยาที่เมื่อคืนกลับจากร้านมาดึกเธอก็ตื่นสายเลยเกือบ 9 โมงเช้า ส่วนอัสลานที่จริงเป็นคนติดการนอนตื่นเช้าแต่อยากจะนอนกอดมาหยาต่ออีกหน่อยก็แกล้งหลับ มาหยาที่ตื่นแล้วค่อย ๆ แกะมือหนาที่กอดตัวเองออก แต่เหมือนโดนแกล้งเพราะแกะยังไงก็แกะไม่ออก “นายหัวอัสลาน !! ไม่ต้องแกล้งมาหยาเลยจ้ะ มาหยารู้ว่าตื่นก่อนมาหยา อย่าทำเป็นแกล้งหลับนะจ๊ะ”มือเรียวเล็กฟาดลงไปที่ต้นแขนแกร่งดัง เพียะ “โอ๊ย เจ็บ มายหา เดี๋ยวนี้กล้าตีฉันเลยหรอ โดนยังงี้ต้องโดน!!!”อัสลานจัดการฟัดเธอบนเตียงไปมาพร้อมกับจั๊กจี้มาหยา สองคนที่นอนหัวฟูฟ่องเป็นสิงโตทั้งคู่ที่เห็นหน้ากันตอนเช้าก็ถึงกับหัวเราะร่วน “กล้าตีฉันใช่ไหม นี่แนะ จั๊กจี้ เอาให้หัวเราะตายไปเลย รอบนี้เธอตายแน่มาหยา”อัสลานที่อายุ 40 แต่กลับทำแบบเด็กเวลาอยู่กับมาหยาเขารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในชีวิตเป็นอย่างมาก “ฮ่า ฮ่า นายหัว ไม่เอา ยอมแล้ว มาหยาขโทษ อย่า อย่า ฮ่า ฮ่า นายหัว”มาหยาที่หัวเราะดังลั่น “ฉันจะยอมยกโทษให้ หอมแก้มก่อน เดี๋ยวปล่อยให้ไปอาบน้ำแล้วเราไปหาอะไรกินกัน”มาหยาทำตามอย่างว่าง่าย เพร
“พวกมึงเอาของไปไว้หลังรถให้หมด อย่าให้กูเห็นนะ”คำสั่งที่ออกจากปากของอัสลานทันทีที่เขาเหยียบถึงร้านขนมของมาหยา บอร์ดี้การ์ดวิ่งมารับกระเป๋าแสนแพงของมาหยาแทบไม่ทัน“เตรียมรถเลยกูจะกลับบ้านสวนตอนนี้”เสียงที่เปล่งออกมามองจากดาวอังคารยังมองออกว่าอารมณ์ไม่ได้ “นายหัวจ๊ะเป็นอะไร ทำหน้าบูดแบบนี้เดี๋ยวไม่หล่อนะจ๊ะ”มาหยาที่ทำท่าทางออดอ้อนนายหัวอัสลานจอมขี้วีน ห้านาทีสี่อารมณ์เดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวอารมณ์เสีย เธอปรับตัวแทบไม่ทัน “ขึ้นรถเลยมาหยา ถ้าอยู่นานกว่านี้เดี๋ยวร้านข้าง ๆ มันจะพังซะเปล่า ๆ แล้วไอ้ของขวัญเนี่ยทิ้งได้ไหม เดี๋ยวซื้อให้ใหม่” “ทิ้งไม่ได้จ้ะ !! นายหัวอนุญาตแล้วนะจ๊ะ ห้ามคืนคำแบบนี้นะจ๊ะแล้วนายหัวใหญ่ก็ซื้อมาตั้งแพง มาหยาไม่อยากจะทำร้ายความรู้สึกใครนะจ๊ะ”มาหยาที่อยู่บนรถหรูก็อธิบายเหตุผลให้กับ นายหัวอัสลานฟัง “งั้นก็ตามใจ..!! มึงขับได้เร็วแค่นี้หรือไง หรือจะให้กูลงไปขับเองห๊ะ !!”บอร์ดี้การ์ดที่ได้ยินเสียงตวาดกร้าวของนายหัวอัสลานถึงกลับหน้าถอดสีเลย “ครับนาย ผมจะขับให้เร็วขึ้นครับ” มาหยาที่สงสารพี่บอดี้การ์ดก็ต้องรีบทำ
หลังจากทุกอย่างผ่านพ้นไปมาหย่าก็เริ่มปรับตัวและใจเย็นลงเธอที่นั่งอยู่ในอ้อมกอดของอัสลานไม่ห่างแม้แต่ในขณะที่ยศจอบปลายกระบอกปืนมาที่อัสลานเขากับนิ่งสงบและกอดเธอเอาไว้แน่นเธอไม่เคยรู้สึกกลัวอะไรขนาดนี้มาก่อนเลย"มาหยาเมื่อกี้เธอตกใจหรือเปล่า"น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง"ตกใจมากเลยจ้ะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเป็นห่วงนายหัวอัสลานมากนะจ๊ะ"แค่คำที่มาหยาพูดว่าเป็นห่วงเขาก็ทำให้เขารู้สึกอารมณ์ดีขึ้นเป็นเท่าตัว เขาใช้มือหนารูปไปที่หัวทุยของมาหยาด้วยความเอ็นดู"ขอบคุณที่เธอเป็นห่วงฉันนะ ฉันจะดูแลปกป้องเธอเองถ้ายังมีฉันอยู่ใครหน้าไหนก็ทำอะไรเธอไม่ได้ทั้งนั้น"อัสลานพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง"เรากินข้าวกันดีกว่านะจ๊ะจะได้กลับไปพักผ่อนนายหัววันนี้ก็ยุ่งมาทั้งวันแล้ว""เอาสิเธอกินข้าวเยอะๆจะได้มีแรงทำงาน"อัสลานพยายามทำตัวให้เป็นปกติทั้งที่ใจของเขาตอนนี้ทั้งโกรธและโมโหลูกน้องของไอ้นายหัวใหญ่ที่กล้าเอาปลายกระบอกปืนมาจ่อหน้าเขา แต่เขาเป็นห่วงร่างบางตรงหน้ากลัวเธอจะตกใจไปมากกว่านี้จึงต้องข่มอารมณ์ทั้งหมดเอาไว้ขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งทานข้าวกันอยู่และปรับอารมณ์ให้เป็นปกติไวน์ที่เจ้ายศลูกน้อง
“ก็มาหยาของผม ก็ต้องหวงเป็นธรรมดา”เขาพูดแบบไม่สบอารมณ์นัก นี่ถ้าเขาไม่ดึงเธอหลบก็คงยืนทื่อให้ไอ้นายหัวใหญ่ขี้หลี่นี่กอดเธอแน่ ๆ ยิ่งคิดยิ่งโมโห มาหยาที่เขินอายกับคำชมของนายหัวใหญ่ ซึ่งปกติไม่เคยชมเธอแบบนี้เลย ไหงวันนี้ดันมาชมเธอซะหวานเลี่ยนเลย มาหยาที่โดนคนตัวโตลากให้ไปหลบอยู่ข้างหลัง บังเธอซะมิดเลย “ขอเชิญคุณผู้อุปการะกับมาหยาไปชั้นสองโซน VIP ดีกว่าครับตรงนี้คงไม่ค่อยสะดวก เดี๋ยวมื้อนี้ผมเป็นเจ้าภาพเลี้ยงเองดีกว่า” “ไม่ละครับผมมีปัญญาจ่ายได้ แค่นี้ผมคงไม่ล้มละลาย” มาหยาที่ฟังสองนายหัวผู้ยิ่งใหญ่แย่งกันจ่ายค่าอาหารเธอถึงกับต้องกุมขมับเลยทันที ปกติสองคนนนี้ขึ้นชื่อเรื่องความดุเป็นอันต้น ๆ เลย แค่ใครพูดไม่เข้าหูก็แทบจะนอนจมกองดินเลยส่วนอัสลานเธอยังไม่เคยเห็นเขาในโหมดโหดสุดขีดและคิดว่าคงไม่อยากเห็นด้วย “มาหยาว่าเราขึ้นไปชั้นสองกันก่อนดีกว่านะค่ะ จะได้ทานข้าวแล้วคุยธุระของเรากัน”มาหยารีบเปลี่ยนเรื่องเพื่อห้ามทับใหญ่ “ไอ้ยศเอาไวท์ที่ดีที่สุดมาเปิดให้มาหยา พร้อมกับเด็กซักคนสองคนไว้ดูแลนายหัวอัสลาน” “ครับนาย”คนทั้งสามเดินผ่านผู้คนที่จ้องมองกันตาเป็นมันเพราะนายหัวทั้งสองที่หล่อเข้ม ไม