"อีกไม่นานก็จะได้รู้แล้วครับอดทนหน่อยนะ" พี่สีครามจับมือใบตองกระชับแล้วปล่อยกลับไปขับรถมองมือเหมือนเดิมเมื่อถึงแยกที่ต้องเลี้ยว
"ตื่นเต้นจังเลยพี่สีคราม" บอกแฟนตัวเองเสียงสั้นอย่างควบคุมเอาไว้ไม่อยู่
ไม่ต้องปล่อยให้ใบตองต้องตื่นเต้นนานเกินไปเพราะบ้านของคุณยายพี่สีครามที่เป็นมรดกให้กับคุณแม่ของเขาอยู่ไม่ไกลจากอำเภอเมืองนักถือว่าเข้าเมืองสะดวกไม่ได้ไกลเหมือนรีสอร์ทและไร่ของเขาที่เป็นธุรกิจของครอบครัวตอนนี้
"ถึงแล้วครับใบตอง" พี่สีครามกดรีโมทเปิดรั้วบ้านแล้วเคลื่อนรถเข้าไปในรั้วบ้านจอดรถเอาไว้โรงรถที่มีรถยนต์สองคันสองเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว
"ค่ะ" ใบตองเอาแต่แอบแหล่ตามองสำรวจบ้านสองชั้นสไตล์ล้านนาประยุกต์ปรับปรุงขึ้นใหม่แต่ยังเหลือเค้าโครงเอกลักษณ์ให้ได้เห็นอยู่
"เอ้าใบตองลงมาได้แล้วเรา" แฟนหนุ่มฉถดแขนดึงให้เธอลงจากรถ
"ค่ะ" ใบตองเกรงเดินตามหลังพี่สีครามรู้สึกว่าตนเองขาสั้นจนเดินแทบไม่ไหว
"คุณพ่อคุณแม่ครับ ผมพาแฟนมาแนะนำครับ" พี่สีครามจูงมือใบตองเดินเข้ามาในห้องรับแขกที่มีชายหญิงวัยกลางคนท่าทางน่าเกรงขามนั่งคุยกันรออยู่ในห้องรับแขก
"อืม!" คุณพ่อหันมายิ้มบางๆ พร้อมพยักหน้ารับ
"..." ส่วนคุณแม่เพียงปาดสายตามองฉันแบบผ่านๆ แล้วก้มลงกดโทรศัพท์ในมือต่อโดยไม่สนใจจะเอ่ยทักทายฉันสักนิด
"สวัสดีค่ะคุณลุงคุณป้า หนูมีของมาฝากด้วยนะคะ" ใบตองยกกระเช้าของฝากมอบให้พวกท่าน
"สวัสดีหนูชื่อใบตองใช่ไหมตาครามบอกพ่อไว้แล้ว คราวหน้ามามือเปล่าก็ได้ไม่ต้องเอาอะไรมาก็ได้ เชิญตามสบายเลยลูก" คุณพ่อพี่สีครามรับของฝากแล้วส่งต่อให้แม่บ้านมารับไปเก็บพูดอย่างเป็นกันเองกับเธอ
"ค่ะคุณลุง" ใบตองยิ้มโล่งใจอย่างยินดีที่ท่านดูสบายๆ
"คุณแม่ครับจะไม่หันมามองหน้าว่าที่ลูกสะใภ้หน่อยเหรอครับ" พี่สีครามจับให้ฉันไปนั่งคุกเขาใกล้คุณแม่ของเขาพร้อมกัน เขาจับมืออวบของแม่ตัวเองเอามาวางไว้บนมือของฉันพร้อมยิ้มให้แม่ของเขาที่มองมายังฉันอย่างสำรวจ
"อืมชื่อใบตองสินะ เห็นตาครามบอกว่าเราเคยเรียนมัธยมที่เดียวกันกับตาครามเหรอ" ท่านถามแต่ไม่ได้ชักมือกับจากที่พี่สีครามจับมือของท่านมากุมมือของฉันเอาไว้
"ค่ะคุณป้า แต่ว่าหนูเป็นเด็กทุนตลอดหกปีไม่ได้มีฐานนะอะไรมากมายเหมือนคนอื่นหรอกค่ะ" พอท่านถามมาแบบนี้ก็คงอยากจะรู้เรื่องฐานะทางบ้านของใบตองซึ่งเธอก็เลือกที่จะบอกไปตามจริง่าตนเองเป็นเด็กทุนไม่ใช่ลูกหลานคนรวยเหมือนกับคนอื่นในโรงเรียนที่เคยเรียนจบมา
"อืมเด็กทุนเหรอ แล้วตอนนี้เรียนป.ตรีขอทุนด้วยไหมละ" ท่านถามต่อน้ำเสียเหมือนกำลังเหยียดหยามฉันจนพี่สีครามถึงกับอึดอักจะตอบแทนฉันขึ้นมา
"คุณแม่ครับพอเถอะ" ท่านตระหวัดสายตามองไปยังลูกชายตัวเองดุๆ
"แม่กำลังคุยอยู่อย่าเสียมารยาทซิสีคราม" พี่สีครามถึงกับหน้าเสียมองมายังฉันยิ้มให้กำลังใจกัน
"เปล่าค่ะหนูใช้ทุนทางบ้านเพราะหลังเรียนจบอยากเปิดโรงเรียนสอนพิเศษเล็กของเป็นของตนเองเลยไม่อยากขอทุนเพื่อผูกมัดการทำงานในอนาคตของตนเองค่ะ" ใบตองตอบตามที่ตนเองได้วางแผนเอาไว้คร่าวๆ ของตนเองกับสิ่งที่อยากจะทำในวันที่เรียนจบ
"ความคิดนับว่าใช้ได้ดี เรียนก็เก่งกิริยามารยาทก็เข้าท่าอืม" อยู่ๆ เหมือนคดีจะผลิกคุณแม่พี่สีครามกุมมือบีบเบาๆ พร้อมรอยยิ้ม
"คุณแม่! ก็ตกลงกันแล้วว่าจะไม่แสดงดุน้องทำไมแสดงซะตกใจหมอสมจริงแบนี้ครับ" พี่สีครามโวยวายขึ้น
"แม่ก็ยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อยมีแต่พวกเราที่กลัวกันไปก่อนเอง" คุณแม่พี่สีครามพูดขึ้นพร้อมกับทำท่าสะใจที่ได้แกล้งลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตัวเอง
"พ่อก็ขยิบตาให้แกแล้วนะตาครามแต่แกไม่หันมามองเอาแต่กางปีกปกป้องแฟนตัวเองอย่างตื่นตระหนกไปเองก่อน
"คุณแม่กับคุณพ่อรวมหัวกันแกล้งผมกับว่าที่ลูกสะใภ้เหรอครับเดียวเถอะจะไม่อุ้มหลานเลยเนอะใบตอง" พี่สีครามหันมาหาแนวร่วมอย่างฉัน
"พูดอะไรเนี้ยเจ้าตัวแสบอย่านะคนเขาลูกมีพ่อมีแม่อย่าได้คิดจะทำอะไรแบบนั้นน้องยังเรียนไม่จบรอน้องเรียนจบก่อนค่อยพูดเรื่องมีหลานให้แม่กับพ่อเข้าใจไหม" คุณแม่ดุพี่สีครามพร้อมกับสั่งสอนยกใหญ่
"ผมยัไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นใบตองยังไม่ได้ท้องครับ ผมแค่ขู่คุณแม่ให้กลัวเฉยๆ" พี่สีครามแก้ตัว
"เฮ้อเจ้าลูกชายตัวแสบ! หนูใบตองไปดูโต๊ะอาหารดีกว่าแม่ทำอาหารเอาไว้รอเราหลายอย่างลองไปซิมดูว่าชอบอันไหนมาคราวหน้าแม่จะได้ทำเอาไว้ให้กินเยอะๆ" คุณแม่พาฉันเดินไปยังโซนห้องอาหาร
"พอได้ลูกสาวคนใหม่ก็ลืมผมเลยนะครับคุณแม่"
"ธรรมดาก็ลูกชายคนเก่าชอบดื้อไม่น่ารักเหมือนลูกสาวคนใหม่เองนี่จะมาว่าแม่ไม่ได้นะ" คุณแม่หันมาขยิบตาที่แกล้งพี่สีครามได้โดยเอาฉันเข้าไปเป็นพวกของท่าน
หลังจากกลับมายังมหาลัยก็ทำให้ฉันได้ข้อสรุปว่าครอบครัวพี่สีครามมีพี่สาวอีกหนึ่งคนที่ทำงานอยู่ออฟฟิศไม่ว่างมาทานข้าวด้วยกันที่ยังไม่รู้ว่าจะคิดยังไงกับใบตอง แต่ทางพ่อแม่เขาใบตองถือว่าผ่านแล้วท่านให้ความเอ็นดูและสนับสนุนลูกชายรักใครก็รักด้วยทำให้ความสัมพันธ์ของเราสองคนไม่มีปัญหาเรื่องครอบครัวฝ่ายชาย
"พี่สีครามปิดเทอมนี้ขึ้นไปกรุงเทพไปพบครอบครัวใบตองด้วยนะคะ" พี่สีครามพอได้รับรู้ว่าเขาาก็ต้องไปพบทางบ้านฉันก็เหมือนจะมีอาการตื่นเต้นไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่
"ได้ครับ ว่าแต่คุณพ่อคุณแม่ใบตองกลับมาจากอเมริกาแล้วเหรอครับ" ฉันก็เล่าเรื่องครัวครัวให้เขาฟังครอบกับชวนให้เขาคุยวีดีโอคลอกับทั้งคุณยายและพ่อแม่ของฉันที่ทำงานอยู่ต่างประเทศด้วย
"มาอาทิตย์หน้าค่ะ บอกไว้ก่อนนะว่าคุณพ่อของใบตองโหดมาเพราะใบตองเป็นลูกสาวคนเดียวถึงจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่ก็หวงมากพี่สีครามระวังตัวเอาไว้ดีๆ ละ" ใบตองแกล้งขู่แฟนหนุ่มของตัวเอง
"อึก!ครับพี่จะพยายามทำตัวให้เข้าตาท่านเต็มความสามารถ"
"ดีมากค่ะ ใบตองต้องฝากความหวังเอาไว้กับพี่สีครามแล้วนะคะ" ฉันแกล้งทำหน้าคาดหวังเอามากๆ กับเขาจนพี่สีครามทำสีหน้าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัดออกมา
"ครับคุณแฟน"
หน้าบ้านใบตอง
"เอ้าพี่สีครามออกมาสิค่ะ" ใบตองที่ลงมาเปิดประตูรั้วรออยู่นานแฟนหนุ่มก็ไม่ยอมลงมาสักที
"ขอพี่ทำใจอีกแปบ" พี่สีครามบอกมาแบบนั้นทำเอาฉันที่พึ่งเคยเห็นแฟนตัวเองที่เก่งทุกเรื่องกับทำท่าหวาดกลัวแล้วอดรู้สึกขบขำไม่ได้
"ไม่ต้องแล้วเข้าไปข้างในกันเถอะค่ะพี่สีคราม คุณยายใบตองยังใจดีเหมือนเดิมไม่ต้องกลัว" ฉันฉุดลากแฟนหนุ่มของตนนเองเข้ามาในบ้านภายในบ้านมีพ่อแม่ยายที่นั่งรอคอยเราสองคนอยู่
"มากันแล้วเหรอใบตอง แล้วนี้ใคร" คุณพ่อทำเสียงเข้มมองสำรวจพี่สีครามตั้งแต่หัวจรดเท้า
"คุณพ่อขานี่พี่สีครามแฟนใบตองเราคบกันมาได้หนึ่งปีแล้วค่ะ" ฉันพาแฟนหนุ่มที่ยืดตัวเกรงขยับเข้ามาใกล้พวกท่านแล้วแนะนำตัว
"อืมเรียนจบอะไรมาละ" คุณพ่อถามเสียงเข้มอยู่
"ผมพึ่งเรียนจบเศรษฐศาสตร์เมื่อเทอมี่ผ่านมาครับ ตอนนี้ทำธุรกิจช่วยที่บ้านอยู่ครับ"
"คุณพ่อคค่ะพี่สีครามเขาทำงานช่วยที่บ้านตั้งแต่เรียนปีหนึ่งแล้วค่ะ ทั้งเรียนทั้งทำงานเก่งมากๆ เลย" ใบตองเล่าให้ครอบครัวตัวเองฟังอย่างภูมิใจในตัวฟนหนุ่มของตนเองและแอบอวดในความเก่งกาจของเขาไปด้วย
"อืม" คุณพ่อพยักหน้ารับในสิ่งที่ฉันเล่า
"เก่งใช่ไหมล่ะค่ะพ่อแฟนหนู" ใบตองได้ทีต้องรีบอวดแฟนหนุ่มของตนเองหน่อย
"แล้วจะแต่งานกันเลยไหมหลังจากใบตองเรียนจบเอ่อแล้วจะอยู่กรุงเทพหรือเชียงใหม่กัน" อยู่ๆ คุณพ่อก็ถามสิ่งที่ไม่คาดคิดสำหรับฉันและพี่สีครามขึ้น ทำเอาเราสองคนหันมาสบตากันอย่างอื่ออึงอย่างไปต่อไม่ได้
"ถ้าคุณพ่อคุณแม่คุณยายอนุญาตผมก็อยากขอหมั่นน้องใบตองเอาไว้ก่อนแล้วหลังจากน้องเรียนจบแล้วค่อยจัดงานแต่งงานกันจะว่าอะไรไหมครับ" พี่สีครามยิ้มให้ฉันแล้วพูดกับครอบครัวของฉันอย่างที่ฉันไม่คาดคิดเพราะเขาไม่เคยเกริ่นเรื่องนี้กับฉันมาก่อนเลย
"ถ้าหาเงินเลี้ยงดูตัวเองและลูกสาวพ่อได้เองโดยไม่พึ่งพ่อแม่เรา พ่อก็ไม่ได้จะขัดขวางอะไรเอาตามที่พวกลูกทั้งสองคิดว่าดีที่สุดสำหรับจนเองก็ตัดสินใจกันเอาแค่แล้วกันเรื่องนี้พวกเราไม่บังคับกักเกณฑ์อะไร แค่อยากถามดูเอาไว้เฉยๆ" เหมือนผู้ชายที่เป็นแฟนของฉันจะยิ้มหน้าบานแบบหุบเอาไว้ไม่อยู่แล้วตอนนี้เมื่อได้รับไฟเขียวจากว่าที่พ่อตาเต็มทีขนาดนี้
"แม่ก็เช่นกันจ๊ะเอาตามที่พ่อเขาพูดได้เลย"
"ส่วนยายก็คงต้องฝากน้องด้วยนะลูก" คุณยายกุมมือพี่สีครามเอามาวางไว้ทับลงบนมือของใบตอง
ในเมื่อครอบครัวของฉันก็ผ่านฉลุยไปด้วยดีเหมือนกันที่เหลือก็หลังจากใบตองเรียนจบแล้วในอนาคต
ถ้าถามว่าอ่านหนังสือเล่มเดิมที่จบไปแล้วอ่านกี่ครั้งมันก็จะจบเช่นเดิม
เปรียบเหมือนคู่รักที่เคยคบกันแล้วเลิกกันแล้วกลับมาคบกันอีกครั้งก็ต้องเลิกกันเหมือนเดิม
สำหรับคู่ของฉันนั้นมันไม่ใช่เลยเพราะมันยิ่งทำให้เราเข้าใจและรักกัมากขึ้นกว่าเดิมอีก
จบบริบูรณ์
“เฮ้ยน้องระวังตกท่อ!!!” ผู้ชายตะโกนเสียงดังห้ามใบตอง“กรี๊ด!!!” แต่ไม่ทันแล้วเพราะขาข้างหนึ่งของใบตองได้ก้าวลงไปอยู่ในท่อระบาดน้ำหน้าตึกเรียนเรียบร้อย โคตรเจ็บได้แผลแถมเลือดออกแน่ๆ ไม่ต้องสงสัยเพราะมัวแต่ก้มหน้ามองสมุดจดคำศัพท์ที่เป็นการบ้านโดยไม่สนใจทางเดินข้างหน้า สุดท้ายเดินตกท่อจนได้จะโทษใครได้นอกจากความเซ่อของตัวเอง“เฮ้อพี่ตะโกนบอกน้องแล้วนะ แต่เราอ่ะมัวแต่ก้มหน้าก้มตาเดินเองว่ะ” เสียงผู้ชายคนเดิมเดินเข้ามาใกล้ใบตองพอได้ยินเสียงพี่ผู้ชายคนเดิม ใบตองก็จำต้องเงยหน้าที่มีน้ำตาไหลออกมาเพราะความเจ็บแผลขึ้นมองพี่เขา…“น้องครับ! เฮ้ย!เราลุกไหวไหมหรือต้องให้พี่ช่วย” รุ่นพี่ผู้ชายในชุดม.ปลายยืนทำหน้ากลั้นขำมองมายังใบตอง แต่นอกจากเสียงที่ฟังดูอบอุ่นและหล่อมาก ใบหน้าหล่อๆ ของพี่เขาเหมือนพระเอกในซีรี่ย์ชื่อดังเลย คนอะไรหล่อมาก!น้องใจไม่ดีเลยเกิดมาสิบสี่ปีไม่เคยชอบผู้ชายสักครั้งในชีวิตแต่พอเห็นหน้าพี่เขาครั้งแรกมันรู้สึกใจเต้นแรงจนจะระเบิดออกมาแล้ว“ชะช่วยดึงหนูขึ้นไปจากท่อหน่อย” แผลเผลอไม่รู้สึกเจ็บแล้ว ตอนนี้มีแต่ความตื่นเต้นและเขินอายพี่เขามากกว่า“ได้ครับค่อยๆ ขยับนะ" พี่เขาช่วยดึงใบตองใ
“พวกมึงนำไปก่อนเลยเดี๋ยวแวะส่งน้องเขาแล้วเจอกันที่เดิมเลย” พี่สีครามบอกเพื่อนเขาแล้วสตาร์ทรถ“เอ่อๆ แล้วเจอกัน” พี่สีครามออกรถแล้วเร่งเครื่องขับเร็วจนใบตองเกือบหงายหลังตกรถ“พี่สีครามขับช้าๆ หน่อย หนูกลัว!!!” ใบตองตะโกนแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มของรถบิ๊กไบค์ กอดคอพี่เขาเอาไว้แน่นพร้อมกับหลับตาเอาไว้แน่น เหมือนความตายจะมาเยือนในหัวใจเป็นรอบที่สองในเวลาห่างกันไม่ถึงชั่วโมง“น้องจะรัดคอให้พี่หายใจไม่ออกจนขับรถเกิดอุบัติเหตุหรือไงวะ!!!” พี่สีครามดึงแขนทั้งสองข้างของฉันออกจากคอของเขาออก“พี่สีครามก็ขับรถช้าๆ หน่อย หนูกลัว!” เขาผ่อนความเร็วของรถลงแล้วขับช้าๆ พอรถวิ่งช้าใบตองก็มองไปรอบด้านเห็นว่ารถวิ่งเข้ามาในซอยบ้านตัวเองแล้ว ความโล่งใจเข้ามาเหมือนคนรอดตายแล้วยัยใบตองเอ๊ย!“หลังไหน!” ใบตองมองรถที่กำลังจะขับผ่านบ้านของตัวเองด้วยสีหน้าตื่นตกใจ“หลังนี้จอดๆ อย่าเลยนะพี่สีคราม” ใบตองตบบ่าของเขาให้หยุดรถจอดหน้าบ้านพอดี“อืมถึงแล้วลงไปดิ๊รีบ” ใบตองจับบ่ากว้างเอาไว้แล้วค่อยๆ ปีนลงจากเบาะรถบิ๊กไบค์ที่สูงสำหรับเด็กผู้หญิงม.สองอย่างเธอ“ใบตองขอบคุณพี่มากเลยนะคะสำหรับวันนี้” พอยืนได้มั่นคงกั
โรงเรียนนานาชาติเวลาผ่านมาเกือบ 3 เดือน“เป็นอะไรนั่งยิ้มอยู่คนเดียวยัยใบตอง!” เพื่อนสนิทสองคนของใบตองเดินเข้ามาตบบ่าของเธอให้รู้สึกตัวจากอาการนั่งยิ้มอยู่คนเดียว“ไม่มีอะไร” ใบตองไม่ยอมตอบคำถามเพื่อนสนิท“ไม่เชื่อบอกมาซะดีๆ เลยนะใบตอง” พอโดนเพื่อนสนิทตื้อไม่หยุดทำให้ใบตองยอมคายความลับของตัวเองให้เพื่อนฟัง“กรี๊ดยัยเบลพี่สีครามโอ๊ยหล่อมาก!ฉันอยากได้” ใบตองกำลังจะพูดแต่ยัยเพื่อนสนิทที่เริ่มแรกทำตัวอยากรู้อยากเห็นเรื่องของเธอ อยู่ๆ ก็กรี๊ดขึ้นมายิ้มหวานเยิ้มโดยไม่สนใจจะฟังคำตอบที่เธอจะเล่าให้ฟังเลยสักนิด ว่าแต่ยัยนัทตี้พูดถึงพี่สีครามใช่สีครามคนเดียวกันกับที่ทำให้ฉันนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ไหม เมื่อคิดแล้วก็ต้องหันหลังกลับไปมองผู้ชายที่เพื่อนกรี๊ดกร๊าด“พะพี่สีคราม…” ใบตองมองด้วยความนิ่งอึ้งปนความตื่นเต้นเจือความโหยหาใช่โหยหาฟังไม่ผิดหรอกเพราะหลังจากวันที่พี่สีครามช่วยใบตองจากอุบัติเหตุครั้งนั้น ตลอดภาคการศึกษาเธอก็บังเอิญได้เจอกับพี่สีครามบ่อยครั้งแต่เขากับทำเมินเหมือนคนไม่เคยรู้จักกัน ถึงแม้เธอจะยิ้มทักทายเขาก็มองผ่านด้วยความเฉยชาแบบไม่สนใจเธอเลย“ใช่พี่ครามหรือคนส่วนใหญ่เรียกว่าพี่ส
หลังเลิกเรียนใบตองเดินออกมาจากโรงเรียนเกือบห้าโมงเย็นทั้งที่สอบเสร็จตอนสี่โมงเย็นเพื่อนพากันกลับบ้านหมดแล้ว คิดว่าถ้าออกมาไม่ทันพี่สีครามเธอคงเอามาให้เขาพรุ่งนี้แทน แต่พอเดินออกมาถึงข้างกำแพงโรงเรียนก็เห็นพี่สีครามและกลุ่มเพื่อนนั่งคุยกันอยู่ยังไม่กลับบ้าน ใบตองเลยสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วเดินไปหาพี่สีคราม“พี่สีครามเสื้อที่บอกให้ซื้อชดใช้ค่ะ” ใบตองยื้นเสื้อให้พี่สีครามที่มองแล้วรับเสื้อไป“เด็กใหม่มึงเหรอสีคราม เอ้แต่ว่าหน้าคุ้นๆ นะน้อง” เอาอีกแล้วพี่บีมคราวก่อนบอกว่าใบตองเป็นลูกเมียน้อยพ่อพี่สีคราม มาเจอกันวันนี้บอกใบตองเป็นเด็กใหม่พี่ครามเฮ้อปากหมาจริงๆ รุ่นพี่กลุ่มนี้“ก็น้องที่กูไปส่งบ้านห่างจากโรงเรียนไปสองซอยเพราะเกิดอุบัติเหตุหน้าตึก5 ไอ้บีมมึงจะไม่คุ้นหน้าได้ยังไง”“อ่อๆ กูนึกออกแล้ว” พี่สีครามกับพี่บีมผูกขาดบทสนทนาสองคนโดยไม่สนใจใบตองเลยสักนิด“ถ้าอย่างนั้นหนูกลับบ้านก่อนนะคะพี่สีคราม” เมื่อไม่รู้จะยืนอยู่ต่ออีกทำไม ฉันเลือกที่จะเดินกลับบ้านดีกว่า“ครับ” ใบตองยิ้มให้พี่เจบีและพี่เขาก็ยิ้มตอบกลับเธอมาด้วยครั้งนี้ ก่อนที่จะสตาร์ทรถบิ๊กไบค์แล้วขับออกไปจากข้างกำแพงโรงเรียน แต่
ร้านคาเฟ่หน้าโรงเรียน“สรุปปิดเทอมนี้แกจะทำงานที่นี่ใช่ไหมใบตอง” ลูกค้ารายแรกที่ใบตองต้องมาเสิร์ฟให้คือเพื่อนสนิททั้งสองคนที่สอบเสร็จและรู้ว่าวันนี้หลังสอบใบตองจะเริ่มมาทดลองทำงานที่ร้านคาเฟ่หน้าโรงเรียน ความจริงร้านนี้เป็นร้านที่เปิดมาได้สองปีแล้วเจ้าของร้านเป็นลูกเจ้าของตึกเองเปิดเป็นคาเฟ่ทั้งชั้นบนและล่างมีโต๊ะให้นั่งเยอะ ลูกจ้างในร้านเดิมมีสี่คนแต่ลาออกไปหนึ่งคนทำให้คนขาดและพี่อุ้มเจ้าของร้านเลยประกาศรับสมัครพนักงานเพิ่มหนึ่งคน พอดีกับที่ใบตองเดินผ่านเพื่อไปถ่ายเอกสารก่อนกลับบ้านเห็นติดประกาศเลยสอบถามและขออนุญาตคุณยายจนได้มายืนใส่ผ้ากันเปื้อนสวมทับชุดนักเรียนโรงเรียนนานาชาติเดินเสิร์ฟตามที่ออเดอร์ลูกค้าสั่งมา ช่วงเย็นจะวุ่นวายมากเพราะเด็กเลิกเรียนและผู้ปกครองที่มารอรับลูกหลานจะเยอะเป็นพิเศษ“ใช่ ถ้าเบลกับนัทตี้ว่างก็สามารถมาเจอใบตองที่ร้านได้ทุกวัน ยกเว้นวันพุธนะหยุดจ้า”“พรุ่งนี้ยาวไปจนถึงสิ้นเดือนหน้า เบลต้องไปทัวร์ยุโรปกลับมามี้คงไม่ได้แวะมาเจอ แต่จะซื้อหนังสือนวนิยายฝรั่งมาฝากนะยัยใบตอง!” ยัยเบลลูกสาวบริษัทผลิตเครื่องดื่มชูกำลังยักษ์ใหญ่ของประเทศต้องไปเที่ยวรอบโลกช่วงปิดเทอมเป
ร้านคาเฟ่หน้าโรงเรียน1 เดือนผ่านไป“น้องใบตองไปเก็บจานและแก้วลูกค้าชั้นบนหน่อยนะคะ” พี่อุ้มบอกใบตองหลังจากเก็บโต๊ะเสร็จและมายืนหน้าเคาน์เตอร์“ได้เลยค่ะ” เวลารับเครื่องดื่มหรือพวกขนมเบเกอรี่ทางร้านจะให้ลูกค้าเดินมารับที่เคาน์เตอร์ด้วยตัวเอง โดยเรียกผ่านสัญญาณผ่านเครื่องเพจเจอร์แบบวงกลมสีดำพนักงานจะให้ลูกค้าตอนสั่งเมนูของทางร้านและจ่ายตัง แล้วพอลูกค้ากลับออกไปพนักงานในร้านจะต้องไปเก็บและทำความสะอาดโต๊ะเพื่อเคลียร์พื้นที่ให้ลูกค้าที่มาใช้บริการต่อไปอีก ถึงจะเป็นช่วงปิดเทอมของโรงเรียนนานาชาติที่ฝั่งตรงข้ามของร้าน แต่ด้วยตำแหน่งที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านธุรกิจทำให้มีคนมาใช้บริการเยอะและเมื่อหนึ่งเดือนที่ผ่านมามีโรงเรียนสอนพิเศษชื่อดังย้ายมาเปิดโดยเช่าตึกข้างร้านทำให้เด็กนักเรียนม.ปลายที่นิยมเรียนพิเศษเพื่อเตรียมสอบเข้ามหาลัยตามมาด้วย ลูกค้าใหม่ๆ ยิ่งเยอะขึ้นกว่าช่วงเปิดเทอมของโรงเรียนนานาชาติอีก ด้วยความที่โรงเรียนรัฐบาลไทยปิดภาคเรียนคนล่ะช่วงกับโรงเรียนนานาชาติทำให้ในคาเฟ่เต็มไปด้วยเด็กนักเรียนในชุดม.ปลายของโรงเรียนรัฐบาลที่มาใช้บริการในร้านคาเฟ่“ขออนุญาตทำความสะอาดนะคะ” ใบตองพูดกับลูก
หลังจากวันนั้นที่พี่สีครามไปส่งใบตองที่บ้านพี่เขาก็หายไปเลย ถ้านับแล้วก็ผ่านมาสองเดือนเต็มที่ไม่เห็นหน้าพี่สีครามหรือกระทั้งกลุ่มเพื่อนของเขาเองก็หายไปด้วย จากหนึ่งวันที่หายไปเป็นหนึ่งอาทิตย์ จนผ่านมาถึงหนึ่งเดือน และปัจจุบันเข้าเดือนที่สองที่พี่สีครามเขาเหมือนค่อยๆ หายไปจากชีวิตของใบตอง แต่ความเสียใจที่โดนย้ำว่าพี่เขาคิดกับเธอแค่น้องสาวก็คอยย้ำเตือนให้เธอเสียใจ จำได้คืนนั้นนอนร้องไห้จนถึงหกโมงเช้าขอบตาดำเป็นหมีแพนด้าเลย“น้องใบตองจ๊ะ เหม่ออะไรฮึเรา?” พี่อุ้มเจ้าของร้านและเจ้านายของใบตองเดินมาสะกิดแขนของเธอที่ยืนเหม่ออยู่หน้าเคาน์เตอร์คิดเงิน ตอนนี้เป็นเวลา10.30นาทีร้านพึ่งเปิดได้แค่30นาทีทำให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการยังมีไม่มาก“เปล่าค่ะ” ใบตองยิ้มให้พี่อุ้มอย่างคนที่ไม่มีอะไรจะพูดต่อ“ว่าแต่พรุ่งนี้สิ้นเดือนน้องใบตองก็ทำงานเป็นวันสุดท้ายแล้วเสียดายจัง พอเปิดเทอมพี่ขอให้ใบตองมาช่วยทำงานที่ร้านคาเฟ่เสาร์-อาทิตย์ได้ไหมจ๊ะ พี่จะให้ค่าจ้างสองวัน1000บาท” ด้วยความที่ใบตองเป็นเด็กที่ขยันขันแข็งไม่เคยลาหยุดมาทำงานตรงเวลาทุกวัน พี่เจ้าของร้านเลยอยากให้ทำช่วงเปิดเทอมด้วยอาทิตย์ล่ะ2วัน แค่วันหย
หลังเลิกงานใบตองเดินกลับบ้านเองเหมือนทุกวันในเวลา19.45นาที หลังจากปิดร้านเวลา19.00นาทีพนักงานภายในร้านก็ทำความสะอาดและเก็บโต๊ะล้างอุปกรณ์ชงเครื่องดื่มทิ้งขยะและกวาดถูพื้นทั้งชั้นล่างและชั้นบนของคาเฟ่เป็นอันเสร็จงานแล้วต่างก็แยกย้ายกลับบ้านของตัวเองเหมือนทุกวันตลอดที่เธอทำงานมาจะครบสามเดือน“ทำไมไม่นั่งวินกลับบ้าน” ใบตองถึงกับยิ้มออกเมื่อได้ยินเสียงของพี่สีครามที่มาเดินอยู่ข้างๆ กับเธอ“บ้านใบตองเดินไปแค่5นาทีเองเสียดายตัง เดินไปและดูของกินที่ขายข้างทางไปด้วยเผื่อซื้ออะไรอร่อยๆ กลับไปกินที่บ้านด้วย” ใบตองยิ้มไปด้วยขนาดที่พูดมองใบหน้าหล่อๆ ของพี่สีครามอย่างเคลิบเคลิ้ม“อืม” พี่สีครามตอบรับแล้วมองไปข้างหน้าโดยไม่หันมาสนใจใบตองอีก เธอถึงกับยิ้มค้างเก้อสะบัดหน้างอนๆ ใส่คนตัวสูงเอ่อทำเป็นไม่สนใจกันแบบนี้คิดว่าทำเป็นอยู่คนเดียวเหรอไงใบตองก็ทำเป็นเหมือนกันเชอะ“อาบังหนูเอาโรตีใส่ไข่หนึ่งอันแล้วก็อีกอันเอาใส่กล้วยช็อกโกแลตค่ะ” ใบตองเดินๆ อยู่แล้วสายตาของเธอก็เหลือบมองไปเห็นร้านโรตีเจ้าดังที่ปกติจะมีคนต่อแถวรอยาวมากแต่วันนี้ไม่มีลูกค้า นับว่าวันนี้เป็นโชคดีของเธอเพราะปกติจะไม่ได้กินเพราะเธอขี้
"อีกไม่นานก็จะได้รู้แล้วครับอดทนหน่อยนะ" พี่สีครามจับมือใบตองกระชับแล้วปล่อยกลับไปขับรถมองมือเหมือนเดิมเมื่อถึงแยกที่ต้องเลี้ยว"ตื่นเต้นจังเลยพี่สีคราม" บอกแฟนตัวเองเสียงสั้นอย่างควบคุมเอาไว้ไม่อยู่ไม่ต้องปล่อยให้ใบตองต้องตื่นเต้นนานเกินไปเพราะบ้านของคุณยายพี่สีครามที่เป็นมรดกให้กับคุณแม่ของเขาอยู่ไม่ไกลจากอำเภอเมืองนักถือว่าเข้าเมืองสะดวกไม่ได้ไกลเหมือนรีสอร์ทและไร่ของเขาที่เป็นธุรกิจของครอบครัวตอนนี้"ถึงแล้วครับใบตอง" พี่สีครามกดรีโมทเปิดรั้วบ้านแล้วเคลื่อนรถเข้าไปในรั้วบ้านจอดรถเอาไว้โรงรถที่มีรถยนต์สองคันสองเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว"ค่ะ" ใบตองเอาแต่แอบแหล่ตามองสำรวจบ้านสองชั้นสไตล์ล้านนาประยุกต์ปรับปรุงขึ้นใหม่แต่ยังเหลือเค้าโครงเอกลักษณ์ให้ได้เห็นอยู่"เอ้าใบตองลงมาได้แล้วเรา" แฟนหนุ่มฉถดแขนดึงให้เธอลงจากรถ"ค่ะ" ใบตองเกรงเดินตามหลังพี่สีครามรู้สึกว่าตนเองขาสั้นจนเดินแทบไม่ไหว"คุณพ่อคุณแม่ครับ ผมพาแฟนมาแนะนำครับ" พี่สีครามจูงมือใบตองเดินเข้ามาในห้องรับแขกที่มีชายหญิงวัยกลางคนท่าทางน่าเกรงขามนั่งคุยกันรออยู่ในห้องรับแขก"อืม!" คุณพ่อหันมายิ้มบางๆ พร้อมพยักหน้ารับ"..." ส่วนคุณแม่เพี
เมื่อตอนเย็นพี่สีครามพาฉันไปหาข้าวเย็นกินในห้างดังในเมืองพอกินเสร็จก็เดินซื้อของก่อนที่เขาจะมาส่งที่หอ"พี่สีครามขับรถกลับคอนโดดีๆ นะคะ""ครับ แต่ว่าคืนนี้พี่มีนัดกับเพื่อนออกไปเที่ยวร้านเหล้านะ" ฉันไม่ได้บังคับให้เขารายงายอะไรตัวเอง ให้อิสระในการใช้ชีวิตเหมือนก่อนที่เราจะกลับมาเป็นแฟนกันได้ตามสบาย"ค่ะ พี่สีครามก็จะดื่มเยอะมากถ้าขับรถไม่ไหมก็เรียกรถจากแอปให้ไปรับนะมันอันตรายใบตองเป็นห่วง" พี่สีครามยิ้มรั้นฉันเข้าไปกอดแต่ไม่ต้องห่วงว่าจะดูประเจิดประเจ้อจนคนเอาไปนินทาเพราะว่าคนของเขาติดฟิล์มดำมืดมองเขามมาไม่เห็นข้างใน"ครับ แต่หอมแก้มพี่หน่อยสิ" เขาอ้อนฉันพร้อมกับยื่นแก้มเข้ามารอ"ฟอดฟอด""พอใจยังคะ" พอหอมเสร็จฉันก็ดันตัวออกจากออ้อมกอดของเขา"พอใจแล้วครับ" พี่สีครามยิ้มหน้าบานที่ได้สมใจเขาแล้ว"ถ้าอย่างนั้นใบตองไปแล้วนะบายบ่ายค่ะ" พอลากันแล้วเธอก็ออกจากในรถเดินเข้าหอตามปกติแต่ว่าอยู่ๆ เจมส์ก็เข้ามายืนขวางหน้าเอาไว้เสียก่อน"เจมส์!" ถึงเราจะไม่ได้คบกันแต่ก็ยังคุยๆ กันแต่ฉันดันลืมเขาไปได้หลังจากตกลงคบกับพี่สีครามเมื่อคืนไม่น่าเลยยัยใบตองสมองทึบเอ้ยเธอทำอะไรลงไปเนี้ย"ขอเจมส์คุยด้วยได้ไหม
"พอแล้วใบตองไม่ไหวแล้ว" หลังจากเสร็จสมกันแล้วอยู่ๆ สิ่งแปลกปลอมที่อยู่ในตัวเธอก็แข็งตัวขึ้นมาอีกครั้ง จากประสบการณ์เมื่อครู่สอนให้เธอรู้ว่าเขาต้องการมันอีกครั้ง"แต่พี่ยังไม่พอ" พี่สีครามซุกไซร์ดูดสองเต้าอย่างหลงไหลสร้างความเสียวให้กับฉันไม่หยุด"แต่ว่านี่เป็นครั้งแรกของใบตองมันไม่ไหวแล้วพี่สีคราม" ฉันจับหน้าหล่อหน่าที่เงยขึ้นมาสบตากันของเรา"อืมก็ได้ครับ" พอเห็นสีหน้าอ่อนล้าซีดเชียวของเธอทำให้เขายอมผละตัวออกแม้จะเสียดายก็ตาม"ไปอาบน้ำอุ่นล้างตัวแล้วเข้าไปนอนพักบนเตียงนุ่มๆ ดีกว่าครับ" พี่สีครามอุ้มใบตองเดินเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำแล้วพามานอนบนเตียงของเขาทำเพียงนอนกอดเอาไว้"นอนสักตื่นแล้วเดียวพี่สั่งอาหารเย็นมาให้กินรอบดึก" เขาจูบหน้าผากของฉัน ที่พยักหน้ารับไม่มีแรงแม้จะพูดคุยกับเขารู้สึกว่าครั้งแรกใช้พลังงานไปมากจนเกินไปแล้ว"ใบตองครับลุกขึ้นมากินอะไรหน่อยค่อยหลับต่อ" แรงเขย่าให้รู้สึกตัวจากเจ้าของเสียงอันคุ้นเคยปลุกให้เธอรู้สึกตัวตื่น"อื่อกี่โมงแล้วค่ะพี่สีคราม" พอตื่นเต็มตาเรื่องราวตั้งแต่ตอนเย็นจนถึงตอนี้ก็ไหลเข้ามาจนรู้สึกเขินอายที่เรามีอะไรกันครั้งแรก"สี่ทุ่มครับ ตอนเย็นกินน้อยล
"ใบตองคุยกับใครเหรอ" ตอนนี้ฉันกำลังนั่งกินสุกี้เป็นมื้อเย็นกับพี่สีครามหลังจากกลับมาจากเที่ยวร่วมเดือนแล้ววันนี้แรกว่าเป็นวันแรกในรอบเดือนที่ฉันได้เจอหน้าเขา"อ่อคนคุยค่ะ" ก็ในเมื่อฉันกับพี่สีครามเป็นแค่รุ่นพี่รุ่นน้องกันจะเลือกว่าคนคุยก็ไม่ชัดเจนขนาดเจมส์ที่เข้ามาจีบฉันตลอดเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมาเลยด้วยซ้ำ"เดียวนะมีคนมาจีบใบตองเหรอ?" พี่สีครามถามเสียงขรึมมองมายังฉันดุๆ แต่ตัวฉันที่คิดว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรผิดเลยไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาเขาเลยจ้องกับพร้อมพยักหน้าตอบรับ"ใช่ค่ะ เขาเรียนวิดวะปี2อายุเท่ากันจีบใบตองมาเดือนกว่าแล้วแต่เรายังไม่ได้ตกลงคบกันหรอกนะคะตอนนี้""แล้วเรื่องของเราละ" สีหน้าพี่สีครามแสดงออกว่าเขากำลังโกรธไม่พอใจกับสิ่งที่ฉันกำลังบอกเล่าให้เขาฟังด้วยท่าทีไม่เดือดร้อนอะไรเลยแบบนี้"อ่อเราสองคนก็เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องตามที่พี่สีครามบอกอย่างไงละค่ะ""เลิกคุยกับมันซะ!" ใบตองสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ วางซ้อนรวบไว้ชามสุกี้แล้ว"ก็ใบตองโสดมีสิทธ์คุยกับใครก็ได้ไม่ได้ทำอะไรผิดชักหน่อย" พี่สีครามเหมือนคนกำลังระงับอารมณ์ที่กำลังเดือดดาลขึ้น"ไม่ผิดแต่ไม่ได้!" เขาจ้องเขม็งเหมือนจะเอาเรื
"แหม่ๆ กักเหรอเปล่าวะไอ้คราม" เพื่อนคนแรกของเขาแซวออกมา"ไอ้ครามแม้งตรงโว้ย!" เสียงเพื่อนคนที่สองของเขาพูดขึ้นตามมา"กูแม้งเดาถูกว่ะ" เพื่อนคนที่สามหันไปชกมือกับเพื่อนอีกคนของเขาพวกพี่ๆ ผู้ชายต่างเอ่ยปากแซวไม่หยุดกันอย่างคึกครื่นขึ้นมา แต่คนที่มีส่สนเกี่ยวข้องอย่างฉันกับรู้สึกอึดอัดขึ้นมาบ้าง"พวกมึงพอๆ ได้แล้วแยกย้ายไปทำกิจกรรมที่จองเอาไว้กันได้แล้ว" พี่สีครามบอกพร้อมกับผลักเพื่อนให้เลิกพูดแซวแล้วแยกย้ายกัน"เอ่อๆ ดูมันไล่พวกเราโว้ย" เพื่อนของพี่สีครามต่างโวยวายเสียงดังเหมือนกำลังแกล้งเขามากกว่าแล้วต่างแยกย้ายออกไปจากห้องอาหาร"ไปกันเถอะใบตอง" ฟ้าจับแขนฉันเขย่าเพื่อตามพวกพี่ๆ ไปเที่ยวในโปรแกรมต่อ"อือไปก็ไป" น้ำอิงกับฟ้าเดินไปพร้อมกับใบตองโดยไม่ได้พูดแซวแต่ก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่หยุดกิจกรรมแอดเวิร์นเจอร์ต่างๆ ที่มีให้ทำเช่นโหนสะลิงค์ลงจากที่สูง เป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ความกล้าให้ความรู้สึกหวาดเสียวแต่ก็สนุกมากเช่นกันหลังจากเล่น พวกเรานอนค้างอีกหนึ่งคืนแล้วก็กลับไปยังมหาลัยแต่เช้าเพื่อให้ได้พักก่อนจะต้องกลับไปเรียนหอพัก"นั่งลงตั้งหลายชั่วโมงสุดท้ายก็ถึงห้องสักที" น้ำอิงพูดขึ้นพร้อมจะทิ
"กว่าจะมาได้นะครับเสี่ยคราม!" พี่สีครามเดินเข้ามาในชุดเดิมตอนออกไปทำงานเมื่อตอนบ่าย"โทษทีนะพวกมึงกว่าจะเสร็จมีปัญหานิดหน่อยดีที่แก้ไขแล้วเสร็จเร็ว" พวกเพื่อนของเขาพยักหน้ารับ"พวกกูแค่แซวมึงเฉยๆ เข้าใจมึงไปทำงานไม่ได้มาเที่ยวอย่างเดียวเหมือนพวกกูเป็นกำลังใจให้โว้ยเพื่อน!" เพื่อนคนหนึ่งของเขาตบบ่าให้กำลังใจขนาดที่เดินไปนั่งลงวงเหล้าของพวกผู้ชาย"เออๆ ขอบใจ มาๆ ตั้งเตากินดื่มกันได้เต็มที่เลย" เมื่อเจ้าภาพที่เป็นเจ้าของสถานที่พูดเปิดกลุ่มวัยรุ่นทั้งหลายก็เริ่มเปิดเหล้าพร้อมกับปิ้งย่างกันควันไฟลอยคลุ้งไปทั่วเพราะถูกจุดพร้อมๆ กันหลายเตาจากทีแรกที่เตาของพวกผู้หญิงมีแต่น้ำหวานก็ถูกแทนที่ด้วยแอลกอฮอร์จากต่างประเทศอย่างเช่นโซจูที่กำลังเป็นที่นิยมสำหรับคอซีรี่ย์เกาหลีมีให้เห็นจนอดไม่ได้ที่จะไปซื้อมาลิ้มลองกันอย่างแพร่หลาย"เอ้าชน!!!" เสียงเฮฮาของกลุ่มวัยรุ่นดังขึ้นจากทีแรกที่ใบตองและเพื่อนอีกสองคนแอบเกร็งเพราะอายุน้องที่สุดและไม่ได้เป็นเพื่อนร่วมคณะกันเหมือนพวกพี่เขาก็เริ่มคุ้นชินจนเข้ากันได้ดีทำให้เกิดบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยหัวเราะกัน"ฮึก!ไม่ไหวแล้วค่ะพี่มินพอก่อน" ใบตองยกมือขึ้นห้
"อือเริ่มรู้สึกดีแล้ว" ใบตองรับยาดมมาดมเองพอมือว่างจากการจับยาดมแล้วน้ำอิงก็ไม่อยู่เฉยมีการบีบนวดตามต้นคอบ่าไหล่ให้กับใบตอง"เอาดื่มน้ำหวานจะได้สดชื่น" พี่สีครามหายปแล้วกลับมาพร้อมน้ำหวานหนึ่งขวดให้ฉันดื่ม"ขอบคุณค่ะ" เขาพยักหน้ารับ"เอานี้กุญแจห้องพวกมึงส่วนค่าห้องจ่ายคนล่ะห้าสิบเปอร์เซ็นต์ตามที่ตกลงกันไว้นะโว้ย" พี่สีครามพูดขึ้นพร้อมกับแจกจ่ายให้กุญแจห้องพักให้กับเพื่อนของเขา"เอ่อขอบใจมากเพื่อน" มองดูแล้วก็นับคร่าวทั้งเพื่อนผู้ชายและผู้หญิงสิบคนได้ก็รถตั้งสี่คันคนย่อมเยอะเป็นธรรมดาแล้วคือเธอดันมาเมารถอยู่คนเดียวน่าขายหน้านัก ใบตองได้แต่ยิ้มเจือนตอบรับการทักทายของรุ่นพี่เพื่อนพี่สีคราม"ให้น้องไปพักเถอะสีครามดูหน้าไม่ค่อยจะไหวแล้วนะมึง" เพื่อนครหนึ่งของเขามองมายังฉันอย่างเห็นใจส่วนคนอื่นๆ ก็มีมองมาแต่หลากหลายอารมณ์ตามปะสาคนที่ไม่คุ้นเคยกันสักเท่าไหร่"เอ่อๆ พวกมึงแยกย้ายกันไปพักผ่อนแล้วถ้าอยากทำกิจกรรมอะไรก็มาบอกที่เคาท์เตอร์เดียวพวกเขาจัดโปรแกรมให้อันนี้กูสั่งไว้แล้วฟรีได้เลย""ขอบใจมากเสี่ยคราม" เพื่อนอีกคนของพี่สีครามแซวเขา ส่วนเจ้าตัวก็หยักไหล่แบบยอมรับแล้วพากันเดินไปยังห้องพักต
ข้อความถูกส่งเข้ามาหลายครั้ง ทำให้ฉันจำต้องวางปากกาที่จดสรุปลงไว้แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านข้อความที่ถูกส่งเข้ามา"พี่มาถึงแล้ว" พร้อมทั้งรูปถ่ายใบหน้าหล่อเหลายิ้มแฉ่งนับสิบรูปถูกส่งเข้ามาในไลน์ไม่หยุด"โอเคค่ะเดียวใบตองลงไปนะ" เธอบอกเขาแล้วหยิบโทรศัพท์กับกระเป๋าสะตังค์เพราะว่าคิดจะแวะไปเซเว่นเพื่อซื้อของกินมาตุนเอาไว้ในตู้เย็นที่ของกินกำลังจะหมดลง"มาแล้วค่ะ รอนานไหม" ใบตองยิ้มให้คนตัวสูงที่เล่นเกมส์ในโทรศัพท์เช่นเดิมเพราะเขาวางเครื่องลงก็เห็นเกมส์ในหน้าจอแสดงอยู่ฉันถึงรู้"ไม่นานครับ พี่ซื้อทั้งข้าวทั้งขนมและของกินเล่นมาให้เราหลายอย่างเลยกินกันเถอะ" พี่สีครามเปิดข้าวกล่องให้ฉันแล้วเลื่อนมาตรงหน้า"ขอบคุณพี่สีครามมากนะคะ" ฉันยกมือไหว้ขอบคุณน้ำใจของเขา"ไม่เป็นไรครับ" เขาพยักหน้ารับ"แล้วค่าข้าวพวกนี้เท่าไหร่คะเดียวใบตองออกเงินช่วย""ไม่ต้องหรอกครับ ถือว่าพี่เลี้ยงแล้วกันมื้อนี้" พอเขาพูดมาแบบนี้ทำให้ฉันรู้สึกเกรงใจขึ้นมาเลย"ไม่เอาค่ะ ใบตองเกรงใจขอจ่ายตังค์ช่วยนะ" ฉันไม่ยอมแพ้และไม่อยากเอาเปรียบเอามากนัก"แต่พี่ไม่เอาครับเต็มใจเลี้ยง กินเถอะจะได้รีบขึ้นไปทำรายงานต่อยังไงล่ะ" เอาส่ายห
"นี่คือเหตุผลที่แม้กระทั้งโซเซียลพี่สีครามก็ไม่อัพเดรสอะไรเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา..." พอคิดว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเจอกับความยากลำบากของชีวิตที่ถาโถมเอาใสคงไม่ใช่ว่าจุดเริ่มต้นของเขาเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่โดนฉันบอกเลิกหรอกนะ"นั้นก็ใช่ แต่ว่ามันมีอีกเหตุผลนึงที่ไม่อยากเล่นโซเซียล" พี่สีครามที่ได้ยินฉันพึมพำกับตัวเองก็เฉลยออกมา"อีกเหตุผลนึงคืออะไรพอบกได้ไหมคะ" เราสองคนมองสบตากันนิ่ง ฉันมองเขาอย่างรอคอยคำตอบส่วนเขาก็กระตุกยิ้มมุมปากก่อนจะเอ่ยบอก"เพราะใบตองยังไงล่ะ" พอได้รับคำตอบที่คาดการเอาไวว้ในใจก็ถึงกับหน้าเสียเพราะตนเองคนเป็นสิ่งที่เขาอยากจะลบออกไปแม้กระทั้งโลกโซเซียลก็ไม่เล่นเพราะไม่อยากจะเห็นแม้กระทั้งรูปถ่าย"ไม่ต้องทำหน้าเศร้าขนาดนั้นเลยครับ พี่ไม่ได้จะหมายความแบบที่ใบตองกำลังคิดอยู่แน่" สติเริ่มกับมาเมื่อเขาบอกว่าไม่ใช่เพราะตัวเองใบตองก็มีความโล่งใจเกินขึ้น"แล้วทำไม""เพราะคิดถึง" จากที่หน้าซีดฉันรู้สึกว่าใบหน้าเริ่มรู้สึกร้อนพร่าวและขึ้นสีแดงระรื่นแน่นอนตอนนี้"..." หาคำพูดมาต่อบทสนทนาของเราได้อีกต่อไปเลยทีนี้"เอ้าเงียบเลย แล้วใบตองไม่คิดถึงพี่บ้างเลยเหรอครับ" คำถามของเขาเหมือ