Share

บทที่ 0009

Author: สายธารสะท้อนเงา
“เหตุใดจึงโบยหงเย้า?” เขาเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง

“นางโบยสาวใช้ของหม่อมฉัน เหตุใดหม่อมฉันจึงโบยเขามิได้เพคะ?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์นั่งลง รินชาร้อนถ้วยหนึ่ง ใช้เล็บค่อย ๆ หยิบก้านชาออกมา “เพื่อสาวใช้คนหนึ่ง ท่านผู้เป็นท่านอ๋องถึงกับมาทวงความยุติธรรมด้วยองค์เองหรือเพคะ? ช่างน่าซาบซึ้งพระทัยยิ่งนัก”

ตงฟางหลีได้ยินคำเย้ยหยันที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวของนาง ขมวดคิ้ว ใช้น้ำเสียงควบคุมอารมณ์ที่เย็นเยือก “นางเป็นคนที่เสด็จแม่ส่งตัวมา เจ้ารู้หรือไม่ว่านี่หมายความว่าเยี่ยงไร?”

ฉินเหยี่ยนเย่ว์เท้าคาง “ท่านอ๋องโปรดชี้แจงให้กระจ่างด้วยเพคะ”

“ใช้ศาลเตี้ยลงโทษบ่าวรับใช้ถือเป็นความผิดร้ายแรง แม้ข้ามิคิดหยุมหยิม แต่เจ้าจะอธิบายกับทางเสด็จแม่เช่นไร?”

ฉินเหยี่ยนเย่ว์ครุ่นคิด พยักหน้า “สาวใช้ที่ชื่อว่าหงเย้าผู้นั้นใช้อำนาจบาตรใหญ่รังแกผู้อื่น แอบอ้างพระนามของพระสนมอวิ๋นกับท่านอ๋องกระทำเรื่องที่ไม่สามารถอภัยได้เพคะ เป็นแค่สาวใช้คนหนึ่งคาดไม่ถึงว่าจะใช้ศาลเตี้ยกับคนข้างกายของหม่อมฉัน ถ้าสืบหาความขึ้นมา เป็นความผิดร้ายแรงจริง ๆ เพคะ”

ตงฟางหลีจ้องมองนางด้วยสายตาล้ำลึกแวบหนึ่ง นับเป็นการเถียงข้าง ๆ คู ๆ ที่สมเหตุสมผล ข้อแก้ต่างเหมือนกันกับตอนที่นางต้องเผชิญหน้ากับพี่สาม

เขาแทบจะสามารถแน่ใจได้ว่า

ฉินเหยี่ยนเย่ว์ตรงหน้า นางไม่ใช่คนโง่เขลาคนนั้นอีกแล้ว

แต่ นางก็ยังเป็นฉินเหยี่ยนเย่ว์คนเดิม

ในระหว่างนี้ เกิดความผิดพลาดอะไรขึ้นกันแน่?

“ใช่แล้ว หม่อมฉันให้พวกองครักษ์นำความไปให้ท่าน ได้แจ้งหรือไม่เพคะ? ถ้าหากท่านอ๋องเข้าใจความหมายของคำพูดเหล่านั้น ก็จะต้องทรงทราบว่า หงเย้าผู้นั้นไม่กล้าไปฟ้องเอาความต่อหน้าพระพักตร์พระสนมอวิ๋นอย่างเด็ดขาด ท่านวางใจเถิดเพคะ เรื่องที่ท่านกังวลไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอนเพคะ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เอ่ย

ตงฟางหลีมองสำรวจนางอย่างละเอียด

ไม่ว่าเขาจะจ้องมองฉินเหยี่ยนเย่ว์อย่างไรนางก็ไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน ยังคงสง่าผ่าเผยเช่นเดิม

สตรีนางนี้ล่วงรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของหงเย้าแล้วจริง ๆ

แม้ไม่รู้ว่านางทราบมาจากที่ใดว่าหงเย้าก็คือหมากที่พี่สามจัดให้มาอยู่ข้างกายของเขา แต่ สิ่งที่สามารถแน่ใจได้ก็คือ นางทราบเรื่อง

ทั้งยัง ใช้โอกาสที่หงเย้ากระทำความผิดครั้งนี้ เอาคืนทุกสิ่งที่นางต้องแบกรับให้แก่พี่สามทั้งหมด

หงเย้าเพื่อให้ได้อยู่ในจวนท่านอ๋องเจ็ดต่อไป ไม่กล้าทำให้เรื่องราวบานปลาย ทำได้แค่เพียงก้มหน้ารับชะตากรรม

การกระทำครั้งนี้ ทั้งอำมหิตทั้งโหดร้าย

“ดูท่าทางของท่านอ๋อง เหมือนกับว่าคิดตกแล้วนะเพคะ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์จ้องมองท่าทางที่ไม่ไหวติงของตงฟางหลี จึงวางถ้วยชาลง เลิกคิ้ว “ลงไม้ลงมือกับพระชายาที่อภิเษกอย่างถูกธรรมนองคลองธรรมของท่านเพื่อสาวใช้เพียงคนเดียวไม่คุ้มค่า มา ดื่มชากันเถิดเพคะ”

ตงฟางหลีเยาะหยัน

สตรีผู้นี้ เตือนให้เราระวังสถานะในตอนที่เขากำลังชักแม่น้ำทั้งห้า

นางไม่โง่เขลาเลยจริง ๆ ในทางกลับกัน ยังกลายเป็นคนกล้าหาญมากอีกด้วย

ฉินเหยี่ยนเย่ว์รินน้ำชาถ้วยหนึ่งยื่นให้เขา “น้ำชารสชาติแย่ถ้วยหนึ่ง หวังว่าท่านอ๋องจะทรงให้อภัย”

ตงฟางหลีจ้องมองถ้วยชาที่ทำขึ้นจากดินเหนียว ด้านในถ้วยชามีก้านชานอนเรียงรายอยู่ เนื่องจากชงนานเกินไป น้ำกลายเป็นสีอำพันเข้ม มองดูแล้วน่าคลื่นเหียน

ใบชาชั้นยอดส่วนมากเป็นยอดอ่อนใบชา

ก้านชา มักเป็นที่นิยมใช้ในครอบครัวที่ยากจน เป็นครั้งแรกที่เขาได้ทราบว่า ภายในจวนอ๋องยังมีใบชาคุณภาพต่ำเช่นนี้อยู่ด้วย

ใบชาคุณภาพต่ำ ถ่านคุณภาพต่ำ ยังมีอาหารเหลือถูกวางไว้ที่หน้าประตูอย่างจงใจอีก...

คิดว่านางคงจงใจนำออกมาเพื่อให้เขาเห็น

“เจ้ากำลังตำหนิที่ข้าปฏิบัติต่อเจ้าอย่างโหดร้ายอย่างนั้นรึ?” ตงฟางหลีถาม

ฉินเหยี่ยนเย่ว์เลิกคิ้ว “อยู่ดี ๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงกล่าวถึงเรื่องพวกนี้เพคะ?”

นางจิบชาอึกหนึ่ง แล้วถอนหายใจ “อาหารหนึ่งจาน น้ำหนึ่งขัน มิได้ทำให้ความสุขเปลี่ยนไป ท่านอ๋องอย่าทรงคิดมากไปเลยเพคะ”

“อย่างนั้นรึ?” ตงฟางหลียิ้มเยาะ

“ท่านอ๋องก็เป็นเหมือนกับท่านเทพ มิดื่มกินอาหารของโลกมนุษย์ ย่อมไม่เข้าใจความทุกข์ยากของโลกมนุษย์ สิ่งของบางอย่างที่ท่านอ๋องคิดว่าคุณภาพต่ำ แต่อันที่จริงแล้วล้ำค่ายิ่ง อย่างเช่นน้ำชากานี้อย่างไรล่ะเพคะ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ชี้ไปที่ถ้วยชา “น้ำร้อนนี้ สาวใช้ของหม่อมฉันเป็นผู้ลากร่างกายที่เจ็บป่วยมานานไปรออยู่หลายชั่วยามถึงจะได้มาเพคะ”

“ตอนที่ท่านอ๋องเดินเข้าประตูมาคงจะมองเห็นอาหารเหลือที่วางอยู่หน้าประตูแล้วเช่นกัน สุนัขภายในจวนอ๋องส่วนมากถูกเลี้ยงอย่างประคบประหงม เมื่อเห็นอาหารพวกนั้นยังคร้านที่จะมาดมเลยเพคะ แต่นั่นเป็นอาหารที่สาวใช้ของหม่อมฉันไปขอร้องอ้อนวอนอยู่นานแสนนานถึงจะได้มา เพื่อให้ได้ทานอาหารร้อน นางถึงกับต้องเฝ้าอยู่ด้านนอกห้องครัว จนถูกกล่าวหาว่าเป็นขโมย ถูกคนทุบตีจนมีรอยฟกช้ำดำเขียวไปทั่วทั้งตัวเลยเพคะ”

“ของพวกนี้ มีค่าแค่ไม่กี่สตางค์ แต่มันแฝงไปด้วยน้ำใจที่มีค่าที่สุด เป็นของล้ำค่าที่ประเมินค่ามิได้เพคะ”

ตงฟางหลีมองสำรวจนางอย่างละเอียด เหมือนจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม “ในเมื่อเจ้าคิดว่านี่เป็นของล้ำค่าที่ประเมินค่ามิได้ ก็ควรต้องเห็นคุณค่าให้มาก วันข้างหน้าก็จงเพิ่มความทะนุถนอมให้มาก ๆ”

ฉินเหยี่ยนเย่ว์ตะลึงงันไปทันที

นางคิดไม่ถึงว่าตงฟางหลีจะหน้าทนเช่นนี้ นางอธิบายสถานการณ์ ก็เพียงอยากจะเตือนเขา ให้เขาเข้าใจว่าบ่าวรับใช้ในจวนอ๋องปฏิบัติต่อนางผู้ซึ่งเป็นพระชายาอย่างไรเท่านั้น

เพียงแค่ตงฟางหลียังพอมีเกียรติอยู่บ้าง ก็ควรจะทำอะไรบ้าง ยกระดับค่าใช้จ่ายในเรื่องอาหารและเสื้อผ้า นางค่อยฉวยโอกาสทวงคืนสิทธิและประโยชน์บางส่วนที่พระชายาพึงมี ให้เฟ่ยชุ่ยทรมานน้อยลงบ้าง

ผู้ชายคนนี้ตอกคำนางกลับด้วยท่าทีสบาย ๆ

“ท่านอ๋องมิต้องเตือน หม่อมฉันก็เห็นคุณค่าอยู่แล้วเพคะ อันที่จริงหม่อมฉันก็มิได้คิดเล็กคิดน้อย เกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่ายของอาหารและเสื้อผ้าเช่นนี้มากนัก กินอิ่มท้องมีเสื้อผ้าอุ่น ๆ ให้ใส่ก็เพียงพอแล้ว แต่ ถ้าหากมีบางคนรังแกกันมากเกินไป บีบบังคับหม่อมฉัน ไม่แน่ว่าหม่อมฉันอาจจะทำเรื่องอะไรบ้า ๆ ขึ้นมาก็ได้เพคะ”

“อย่างเช่น เหตุการณ์นองเลือดส่วนด้านหลังของจวนอ๋อง ท่านอ๋องจะต้องสั่งสอนพวกเขาให้ดี ๆ ชีวิตของคนมีเพียงชีวิตเดียวเพคะ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เลียนแบบท่าทางของเขา ใช้น้ำเสียงที่เย็นชาแต่ท่าทีสบาย ๆ

“เจ้ากำลังข่มขู่ข้าอย่างนั้นรึ?”

“มิบังอาจเพคะ”

นัยน์ตาของตงฟางหลีเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือก ในน้ำเสียงแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน “ฉินเหยี่ยนเย่ว์ หวังว่าเจ้าจะเข้าใจตำแหน่งและสถานการณ์ของตนเองอย่างชัดแจ้ง อยู่ในจวนอ๋องแห่งนี้ อย่าได้ทำเรื่องที่เลยเถิดมากเกินไป”

สีหน้าของฉินเหยี่ยนเย่ว์เย็นชา “ตงฟางหลี เรื่องสมัยก่อนเป็นข้าที่ทำผิดต่อท่าน ลากท่านเข้ามาในบ่อโคลน กลายเป็นตัวตลกของเมืองหลวง ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่ง ท่านถูกบังคับแต่งงานกับหม่อมฉันเพื่อรักษาชื่อเสียงของราชวงศ์ หม่อมฉันรู้สถานการณ์และสถานะของตนเองดี แต่ นี่มิใช่เหตุผลที่หม่อมฉันจะต้องได้รับการข่มเหงรังแกตอนอยู่ในจวนอ๋อง”

เป็นครั้งแรกที่ตงฟางหลีได้ยินนางเป็นฝ่ายเอ่ยถึงเรื่องนั้น ภายในใจสั่นสะท้านทันที สีหน้าแย่ลงเล็กน้อย

“ไม่ว่าจะพูดจากด้านใด พวกเราล้วนเป็นเหยื่อ หลังจากที่หม่อมฉันทราบว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนงานเลี้ยงเทศกาลวันไหว้พระจันทร์เป็นฝีมือของฉินเสวี่ยเย่ว์ หม่อมฉันได้ไปตามหาตัวนางเพื่อคิดบัญชีที่จวนท่านอ๋องสามด้วยความโกรธแค้น แต่ถูกสาวใช้ของนางกดน้ำจนจมน้ำตาย อาจจะเป็นเพราะดวงของหม่อมฉันยังไม่ถึงฆาต ยมบาลจึงไม่กล้ารับตัวไป หม่อมฉันจึงได้ฟื้นกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เป็นความโชคดีในความโชคร้าย หม่อมฉันเริ่มมีสติ และสมองปลอดโปร่งชัดเจนขึ้นแล้วเพคะ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์กล่าวทีเล่นทีจริง

“หม่อมฉันติดค้างบุญคุณของท่านอ๋องหนึ่งครั้ง บุญคุณครั้งนี้ หม่อมฉันจะชดใช้ให้แน่นอนเพคะ” นางกล่าว

“ชดใช้อย่างนั้นรึ?” ตงฟางหลียิ้มเยาะ เขาหลุบตาลง ขนตายาวสั่นเครือ มีความโศกเศร้าที่ขัดกับบุคลิคของเขาเอ่อล้นมาจากบนตัว “เจ้าจะชดใช้อย่างไร?”

ฉินเหยี่ยนเย่ว์กัดริมฝีปาก “รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสม หม่อมฉันจะขอหย่าเพคะ”

นางจ้องตาของตงฟางหลี “หม่อมฉันจะเตรียมการเป็นอย่างดี ไม่มีทางทำให้ท่านต้องอับอายแม้แต่น้อยอีก หลังจากที่หย่ากับหม่อมฉัน ท่านสามารถแต่งงานกับ...”

ตอนที่นางเอ่ยชื่อนั้นออกมา สีหน้าของตงฟางหลีเปลี่ยนไปทันที

ท่าทางที่สบาย ๆ มลายหายไป แทนที่ด้วยความโมโหโกรธเกรี้ยว

เพลิงโกรธแผ่ซ่าน เต็มไปทั่วทั้งภายในห้องทันที

ไม่รอให้ฉินเหยี่ยนเย่ว์ได้ปฏิกิริยาตอบโต้ นิ้วที่เรียวยาวของเขาก็บีบที่บริเวณลำคอของนางทันที
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (1)
goodnovel comment avatar
Chatree Sedakum
ขอบคุณครับ
VIEW ALL COMMENTS

Related chapters

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 0010

    “ฉินเหยี่ยนเย่ว์ มีเพียงเจ้า ที่ไม่คู่ควรที่จะเอ่ยถึงชื่อนั้น” น้ำเสียงของตงฟางหลีเย็นชาเขาบีบคอแน่นขึ้น สีหน้าของฉินเหยี่ยนเย่ว์เปลี่ยนเป็นสีม่วงเนื่องจากหายใจไม่ออกฉินเหยี่ยนเย่ว์หายใจไม่ออก พวกเขาอยู่ใกล้กันมาก จนสามารถมองเห็นใบหน้าของเขา ดวงตาของเขาได้อย่างชัดเจน เธอมองความโศกเศร้าจากนัยน์ตาค

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 0011

    ภายในเรือนโยวหลานเฟ่ยชุ่ยที่กำลังเก็บเศษซากแจกันที่แตกหักอยู่ด้วยหยาดน้ำตาคลอเบ้า พร้อมทั้งไหล่ทั้งสองข้างที่กำลังสั่นเทาเบา ๆ ฉินเหยี่ยนเย่ว์ที่นอนบนเตียงนั้น ได้แต่มองท่าทีผิดหวังของเฟ่ยชุ่ย ก่อนจะถอนหายใจออกมา “เฟ่ยชุ่ย ข้ามิเป็นอันใด เจ้าหยุดร้องไห้ได้แล้ว”เฟ่ยชุ่ยพลันซืดน้ำมูกเข้าไป “เดิมที

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 0012

    “เจ้าลืมวันมงคลของทุกเดือนไปแล้วหรือ?” ตงฟางหลีกล่าว “วันรุ่งพรุ่งนี้ เจ้าจักต้องเข้าวังพร้อมกับข้า ทั้งเสื้อผ้าอาภรณ์และเครื่องประดับต่างก็จัดเตรียมเอาไว้ให้เจ้าครบหมดแล้ว”ฉินเหยี่ยนเย่ว์ที่ฉุกคิดขึ้นมาได้ในทันทีว่า วันพระบรมราชสมภพขององค์จักรพรรดินั้นเป็นวันยี่สิบสามของเดือนหนึ่ง ฉะนั้นแล้ววันที่

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 0013

    “เฟ่ยชุ่ย พาคนไปอยู่ในที่อุ่น ๆ ที” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลันกำมือของตนเองเอาไว้แน่น “ข้ามิอาจสัมผัสเลือดได้ คุณทำเอง ได้หรือไม่?”เมื่อเฟ่ยชุ่ยได้ยินเช่นนั้น นางจึงพยักหน้าอย่างรวดเร็วในทันที "พระชายามิจำเป็นต้องลงมือเองก็ได้เพคะ บ่าวทำได้ บ่าวทำได้เพคะ”เฟ่ยชุ่ยจึงพาหู่พั่วไปที่ห้องของนางในทันทีฉินเหยี

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 0014

    “เฟ่ยชุ่ย เจ้าไปผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ของตนเองเสียก่อน” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พูดขึ้นด้วยใบหน้าที่เย็นชา “เจ้าไปดูแลหู่พั่วที่อยู่ในห้องให้ดี ข้าจักออกไปดูข้างนอกเสียหน่อย”“พระชายาเพคะ” ใบหน้าของเฟ่ยชุ่ยพลันซีดลงไปในทันที ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “พระชายาอ๋องสามหาได้มาดีไม่ อีกทั้ง นางยังพาแม่น

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 0015

    “ทั้งหู่พั่วและเฟ่ยชุ่ยช่วงนี้ต้องเก็บตัวเพื่อรักษาอาการป่วยอยู่ มิอาจให้พบผู้ใดได้” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลันกล่าวออกมา “หากพวกนางรักษาตัวจนหายเมื่อใดแล้ว ข้าจักให้หู่พั่วไปที่จวนท่านอ๋องสามเพื่อขอเข้าเฝ้าเจ้าเอง”หลังจากได้ยินฉินเหยี่ยนเย่ว์เอ่ยออกมาเช่นนั้น มุมปากของฉินเสวี่ยเย่ว์พลันยกยิ้มได้ใจขึ้นมาใ

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 0016

    “อุ๊ยตาย ขออภัยด้วยเพคะ บ่าวทำงานหนักจนเคยชินแล้ว แรงเลยมากเกินไปหน่อย ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหมเพคะ” แม้ปากของนางสกุลเฉินจะกล่าวขอโทษ แต่บนใบหน้าไม่ได้มีเจตนาขอโทษเลยสักนิดหลังจากฉินเหยี่ยนเย่ว์ยืนตรง ขมวดคิ้วแน่นยายเฒ่าผู้นี้ จงใจทำ จงใจออกแรงผลักไสนางการกระทำเมื่อครู่นี้ในมุมมองของคนนอกนั้นไม่ได้ท

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 0017

    “พระนาง บ่าวจะประคองท่านเข้าเรือนก่อนเพคะ” ตอนที่เฟ่ยชุ่ยเดินเข้ามา รองเท้าได้สัมผัสกับรอยเลือดแล้วรอยเท้าประทับลงไปบนพื้นหิมะ ทำให้สีค่อย ๆ จางลงสีขาวซีดและสีแดงสด สีสันที่อยู่ภายในความทรงจำมาโดยตลอด สีเหล่านั้น เป็นสีที่เข้าใกล้กับความตายมากที่สุดฉินเหยี่ยนเย่ว์จ้องมองเลือดสีแดงสดที่ใกล้เข้ามาเ

Latest chapter

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1343

    ประมาทไปชั่วขณะ ก็ถูกพวกเขาแอบฟังเสียแล้วตงฟางหลีกวาดสายตาเย็นชามองพวกเขาครั้นเฟยอิ่งเห็นว่าเรื่องถูกเปิดโปงแล้ว ก็ไม่กล้าปากแข็ง รีบคุกเข่าลงทันที “ขอท่านอ๋องโปรดลงโทษด้วยพ่ะย่ะค่ะ”ลู่ซิวอับจนคำพูดกับตู้เหิงจอมปากสว่างมาก จึงตบเขาไปอย่างแรง “ท่านอ๋อง ท่านอย่าไปฟังที่ตู้เหิงพูดโม้เลยพ่ะย่ะค่ะ ตอน

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1342

    ตอนที่ตงฟางหลีตื่นขึ้นมาตู้เหิงกำลังนอนคว่ำอยู่ข้างกายเขา ร้องไห้ออกมาด้วยความเศร้าโศกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ด้านหลังตู้เหิงนั้น คือเฉียนชิงหยางและเฟยอิ่งที่มาทันทีหลังจากทราบข่าว รวมถึงลู่ซิวที่ถูกลากมาอย่างรีบร้อนคนทั้งห้องล้วนจับจ้องไปที่เตียงตงฟางหลีใบหน้าทะมึนประหนึ่งก้อนถ่านก่อนผล็อยหลับเขา

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1341

    อำนาจของเงามีมากเพยงใด เขารู้ดีอยู่แก่ใจสกุลโจวที่ควบคุมอำนาจมากมาย ไม่มีวันเป็นฝ่ายถอยไปเองแน่นอนทว่า ในยามนี้เงาก็ถูกควบคุมอยู่ในกำมือของอ๋องอี๋หยางในระหว่างนี้จะต้องเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นอย่างแน่นอน“หม่อมฉันมีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีบางอย่าง” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พูด “ในบันทึกเล่มนี้บอกว่าขุนนางสกุลโจวคน

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1340

    “สมุดบันทึกที่พวกศิษย์พี่ลู่จิ้นเก็บรักษา ส่วนใหญ่เป็นกรณีตัวอย่างของการรักษา น่าจะเป็นบันทึกที่ท่านปู่บันทึกไว้ทันที ไม่มีประโยชน์อะไรมาก”“แต่บันทึกที่จงใจทิ้งไว้ที่นี่ต่างออกไป ด้านในได้บันทึกของที่หม่อมฉันไม่รู้จักไว้อีกมาก และยังมีเบาะแสที่มีคุณค่ามากอีกจำนวนหนึ่งด้วยเพคะ”ฉินเหยี่ยนเย่ว์ลากตงฟ

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1339

    “ศิษย์พี่ไม่รู้”“เขาเองก็เป็นศิษย์ของนักพรตเต๋าเทียนหลิงเหมือนกัน” ตงฟางหลีพูด“ท่านโง่หรือเปล่า?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พูดอย่างขุ่นเคือง “ศิษย์พี่มิใช่ผู้ที่ปรับตัวกับหินจันทราได้เสียหน่อย ต่อให้ได้แหวนไปก็ไร้ประโยชน์ เขาไม่สามารถเข้ามาในโรงพยาบาลแห่งนี้ได้ ย่อมไม่มีทางเข้าใจพวกนี้”ตงฟางหลีครุ่นคิด พลั

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1338

    ตงฟางหลีเลิกคิ้วขึ้นสูงนัยน์ตาน่ามองเปล่งประกายแสงดาวระยิบระยับหากทำเช่นนั้นแล้วสามารถมาถึงที่แห่งนี้ได้ สามารถมองเห็นนางได้ เขาจะต้องทำให้มากขึ้นถึงจะถูกต้องฉินเหยี่ยนเย่ว์มองสีหน้าของเขา ก็รู้แล้วว่าเขากำลังคิดเรื่องไม่ดีอันใดอยู่นางหยิกใบหน้าหล่อเหลาของเขา “ท่านเพลา ๆ ลงหน่อย อย่าเอาแต่คิดเรื

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1337

    การตกแต่งแปลกประหลาดยิ่ง และทั้งหมดเป็นของที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน“พี่เจ็ด ท่านใช้ได้เลยนี่เพคะ” ช่วงเวลาที่กำลังตื่นตะลึงอยู่นั้น เสียงคุ้นหูเสียงหนึ่งพลันดังขึ้นตงฟางหลีรีบหันไปมอง เห็นเพียงฉินเหยี่ยนเย่ว์นั่งบนเก้าอี้ด้วยใบหน้าบึ้งตึง“ท่านลงมือกับหม่อมฉันที่อยู่ในสภาพนั้นได้อย่างไร?” นางขบเขี้ยว

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1336

    ตงฟางหลีอุ้มฉินเหยี่ยนเย่ว์กลับไปที่เตียงฉินเหยี่ยนเย่ว์ดูเหมือนจะตกใจกลัว ขณะที่ร้องไห้ก็พลางส่ายหน้าเฮยตั้นคิดว่าตงฟางหลีกำลังรังแกนาง ขนตั้งชัน และส่งเสียงขู่คำรามออกมาจากในลำคอมันจ้องเขม็ง พร้อมที่จะโจมตีตงฟางหลีได้ทุกเมื่อ“เฮยตั้น เจ้าอย่ามายุ่ง นี่เป็นเรื่องของพวกเราสองคน ไม่เกี่ยวกับเจ้า”

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1335

    ตงฟางหลีรู้สึกไปไม่ถูกเล็กน้อยยังไม่ถึงเวลาอย่างที่คิด และเหยี่ยนเย่ว์ก็ยังไม่ฟื้นตัวดีด้วยตงฟางหลียังมีเรื่องที่ต้องทำเขาเอนตัวนอนอยู่สักพักหนึ่ง อยากจะออกไปอย่างเงียบ ๆทันทีที่ออกไป ฉินเหยี่ยนเย่ว์ก็แสดงสีหน้าน้อยใจสีหน้าที่แสดงออกมานั้น ตงฟางหลีก็ไม่มีทางรับมือได้เลย“เหยี่ยนเย่ว์ รอเจ้าตื่น

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status