Share

บทที่ 0014

Penulis: สายธารสะท้อนเงา
“เฟ่ยชุ่ย เจ้าไปผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ของตนเองเสียก่อน” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พูดขึ้นด้วยใบหน้าที่เย็นชา “เจ้าไปดูแลหู่พั่วที่อยู่ในห้องให้ดี ข้าจักออกไปดูข้างนอกเสียหน่อย”

“พระชายาเพคะ” ใบหน้าของเฟ่ยชุ่ยพลันซีดลงไปในทันที ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “พระชายาอ๋องสามหาได้มาดีไม่ อีกทั้ง นางยังพาแม่นมกงเจิ้งซือมาด้วยอีก เกรงว่าพวกเราคงมิอาจปิดบังความลับไว้ได้อีกแล้วเพคะ”

“มีข้าอยู่ตรงนี้ทั้งคน” น้ำเสียงของฉินเหยี่ยนเย่ว์อ่อนลงไปเล็กน้อย นางยกยิ้มขึ้นมาก่อนจะตบไปที่ไหล่ของเฟ่ยชุ่ยเบา ๆ “เข้าไปรั้งรออยู่ในห้องดี ๆ เสีย ไม่ว่าจักเกิดอะไรขึ้น เจ้าห้ามออกมาเป็นอันขาด”

"จำไว้" ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลางชะโงกหน้าเข้าไปกระซิบสั่งการที่ข้างหูของเฟ่ยชุ่ยอยู่สองสามคำ

"จำได้หรือไม่?"

เฟ่ยชุ่ยพลันกำหมัดแน่น "จำได้แล้วเพคะ พระชายาโปรดระวังตัวด้วยนะเพคะ"

"เจ้าวางใจเถิด" ฉินเหยี่ยนเย่ว์จึงเดินออกมาภายในจวนในทันที พร้อมทั้งแย้มยิ้มที่มิได้แสดงถึงรอยยิ้มจ้องมองไปทางฉินเสวี่ยเย่ว์

ฉินเสวี่ยเย่ว์อารมณ์มิค่อยดีนัก ถึงแม้ว่านางจะผัดแป้งหนา ๆ ทับบนใบหน้าของตนเองนั้น แต่ก็พอจะมองออกว่า ช่วงนี้นางเลือดลมไหลเวียนมิค่อยดีเท่าใดนัก

“น้องสาว มิได้เจอเจ้านานเลย เหตุใดวันนี้จึงมีเวลาว่างมาหาข้าได้เล่า? หรือเจ้ายังติดใจเอาความเรื่องที่ทะเลสาบนั้นอยู่อีก เจ้าอยากจะรื้อฟื้นมันขึ้นมาอีกหรือไม่เล่า?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลันเดินย่างกรายเข้าไปหาพวกนางในทันที

“ในยามนี้ข้าเป็นพระเชษฐนีของท่าน” ฉินเสวี่ยเย่ว์พลางเชิดหน้าขึ้น “ฉินเหยี่ยนเย่ว์ เจ้ายังมีหน้ายกเรื่องในคราที่แล้วขึ้นมาพูดอีกหรือ?”

“เหตุใดข้าจึงพูดไม่ได้เล่า?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์จึงตอบกลับด้วยความเย็นชาว่า “ผู้ใดติดหนี้ย่อมต้องจ่าย ผู้ใดเป็นคนร้ายย่อมต้องชดใช้กรรม หากคนที่ตายไปแล้วต้องการจักมาแก้แค้น ก็มิอาจมาหาข้าได้ ข้าหาได้ทำสิ่งที่ละอายใจลงไปไม่”

สีหน้าของฉินเสวี่ยเย่ว์พลันแข็งค้างไปในทันที

เรื่องในคราก่อนนั้น เพียงเพื่อต้องการจะป้ายความผิดไปให้ฉินเหยี่ยนเย่ว์ นางจึงฉวยโอกาสที่ไห่ถังนอนหมดสติอยู่ในน้ำ จับนางกดลงไป ทำให้นางจมน้ำตายเพราะหายใจไม่ออก หลังจากนั้น นางแสดงงิ้วทุ่มสุดตัว เพื่อให้ท่านอ๋องสามสงสัยในตัวฉินเหยี่ยนเย่ว์ หากว่าฉินเหยี่ยนเย่ว์ต้องถูกจำคุกข้อหาสังหารคนนั้น เช่นนี้นางก็มิอาจพลิกตัวกลับมาผงาดได้อีก

เดิมทีนางคิดว่าคนโง่เง่าเช่นนั้นจักรู้สึกผิดจนยอมรับออกมาว่าตนเองทำการสังหารคนออกมานั้น

หากแต่ฉินเสวี่ยเย่ว์มิคิดเลยว่า ท่านอ๋องสามจักนำศพของไห่ถังกลับมา พร้อมทั้งกล่าวตักเตือนนางอย่างรุนแรง แม้แต่สีหน้าดี ๆ ก็หาได้มอบให้กับนางไม่

นางขโทยไก่ไม่สำเร็จ ซ้ำร้ายยังต้องมาเสียข้าวสารในกำมือไปอีก ทุกวันนี้ ยามที่นางหวนกลับไปคิดถึงเรื่องนี้เมื่อใดกลับรู้สึกเจ็บใจอยู่ทุกครา

“เรือนโยวหลานที่ข้าอาศัยอยู่ทรุดโทรมเป็นอย่างยิ่ง เกรงว่าจะเป็นการจะทำให้ทุกท่านเสียสายตา เช่นนั้นข้าขอมิเชิญทุกคนเข้าไปดื่มชาด้านในแล้วกัน” ฉินเหยี่ยนเย่ว์จ้องมองดูสีหน้าของฉินเสวี่ยเย่ว์อยู่ตลอด

“หิมะเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว ภายในครึ่งชั่วยามนี้ กรงว่าคงไม่หยุดง่าย ๆ เป็นแน่ อากาศที่หนาวเย็นเช่นนี้ เชิญพวกท่านกล่าวธุระของตนเองมาโดยไวเถิด” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ได้แต่กระชับเสื้อคลุมของตนเองเอาไว้

ฉินเสวี่ยเย่ว์เกลียดท่าทีของฉินเหยี่ยนเย่ว์ในยามนี้ยิ่งนัก นางได้แต่กำหมัดเอาไว้แน่น นัยน์ตาพลันเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความเกลียดชัง"หู่พั่วอยู่ที่ใด?"

ฉินเหยี่ยนเย่ว์หลับตาลงในทันที

ที่แท้

หู่พั่วที่กำลังจะหมดลมหายใจมาปรากฏอยู่ภายในเรือนของนางนั้น เป็นฝีมือของใครบางคนนั่นเอง

เป้าหมายก็คือ ต้องการให้การตายของหู่พั่วตกมาอยู่บนหัวของนาง

หากนางช้าไปสักนิดเดียวละก็ ปล่อยให้คนเจ็บเช่นหู่พั่วนอนจมกองหิมะอยู่นอกเรือนนั้น คงได้ถูกพวกนางหมายหัวเอาแน่ ๆ ทั้งยังไม่อาจแก้ต่างให้กับตนเองได้อีกด้วย

การเคลื่อนไหวของฉินเสวี่ยเย่ว์ในครานี้ ทั้งโหดร้ายและเลือดเย็นเสียยิ่งกว่าคราของไห่ถังเสียอีก

“วันอากาศหนาวเย็นเช่นนี้ หู่พั่วย่อมต้องอยู่ภายในตัวเรือนอยู่แล้ว” ฉินเหยี่ยนเย่ว์แสร้งทำเป็นแปลกใจออกมา “เจ้ารีบร้อนมาที่นี่ในวันหิมะตกหนักเช่นนี้ เพียงเพื่อต้องการมาหาหู่พั่วงั้นหรือ?”

“มิผิด เรียกหู่พั่วออกมาเสีย” ฉินเสวี่ยเย่ว์กล่าว“สองวันก่อน ข้าได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือจากหู่พั่ว นางกล่าวว่าตนเองกำลังถูกทรมานอยู่ภายในจวนอ๋องแห่งนี้ ให้ข้ารีบส่งคนมาช่วยเหลือนาง หากมาช้ากว่านี้ เกรงว่านางคงได้ถูกทรมานจนตายเป็นแน่”

"ทั้งหู่พั่วและข้าล้วนเป็นนายบ่าวที่ดีต่อกัน ข้ามิอาจเห็นคนตายแล้วมิหยิบยื่นมือออกมาช่วยเหลือได้"

"โอ้?" ฉินเหยี่ยนเย่ว์สะบัดมือไปเล็กน้อย

ก่อนที่มุมปากของนางจะยกยิ้มขึ้นมา พลางเอ่ยน้ำเสียงติดขบขันออกมาว่า "เจ้าได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือจากหู่พั่วงั้นหรือ?"

"มิผิด"

“สัญญาณขอความช่วยเหลือคืออันใดเล่า?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เอ่ยถาม

"เจ้าเล่าเสีย" ฉินเสวี่ยเย่ว์ผลักหญิงชรานางหนึ่งขึ้นไปข้างหน้า

หญิงชราผู้นั้นสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อหยาบ ผิวคล้ำ นิ้วมือหยาบกร้าน บนใบหน้าและใบหูยังมีรอยน้ำแข็งกัดอยู่อีกด้วย เพียงแค่มองก็รู้ได้ในทันทีว่าหญิงชราผู้นี้มีชีวิตที่ยากจนข้นแค้นต้องดิ้นรนทำงานใช้ชีวิตอยู่แต่ด้านนอกบ้าน

หญิงชราผู้นั้นนั่งคุกเข่าลงพร้อมด้วยร่างกายสั่นเทาในทันที “ทูลพระชายาเพคะ หญิงชราเช่นหม่อมฉันเป็นแม่ค้าขายเต้าหู้เพคะ ทุก ๆ วันหม่อมฉันมีหน้าที่ส่งเต้าหู้มายังจวนอ๋องแห่งนี้ ทว่า ไม่กี่วันก่อนนั้น ยามที่หม่อมฉันส่งเต้าหู้เสร็จและกำลังจะกลับบ้าน กลับพบเจอแม่นางน้อยนางหนึ่งที่วิ่งออกมา พร้อมด้วยบาดแผลที่เต็มไปทั่วร่าง”

“นางขอร้องให้หม่อมฉันช่วยเหลือนาง ทำเอาหม่อมฉันตกใจยิ่งนัก หาได้กล้าเข้ามายุ่งเรื่องนี้ไม่ ยามที่จะหนีออกมานั้น แม่นางน้อยกลับขอร้องอ้อนวอน ทำเอาหม่อมฉันถึงกับต้องใจอ่อน จึงได้นำความของแม่นางผู้นี้ไปบอกเล่าให้แก่พระชายาท่านอ๋องสามฟังเพคะ”

ฉินเหยี่ยนเย่ว์มองไปยังหญิงชราผู้นั้น ด้วยนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชา

แม้แต่พยานว่าความเท็จฉินเสวี่ยเย่ว์ยังไปตามหามาได้ ทั้งยังเอ่ยออกมาอย่างมีเหตุมีผลยิ่งนัก

ในเมื่อทั้งหลักฐานและพยานมากันครบเช่นนี้แล้ว เหลือเพียงแค่ไปนำตัวหู่พั่วที่ได้รับบาดเจ็บออกมาจากจวนของนาง เช่นนี้ ไม่ว่านางจักแก้ต่างให้ตัวเองเช่นไรก็มิอาจฟังขึ้นอีกแล้ว

“ เจ้าเห็นหู่พั่วเมื่อกี่วันก่อนกัน?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ

"สี่วัน ไม่ สามวันก่อนเพคะ" หญิงชราตอบ

“สรุปกี่วันกันแน่?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เพิ่มน้ำเสียงของตนเองให้ดังขึ้น “เรื่องแค่นี้เจ้ายังจำไม่ได้เสียด้วยซ้ำ?”

“สาม สามวันเพคะ” หญิงชราพลันตัวสั่นไปในทันที

“โอ้? สามวันก่อน” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลางกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม “นี่มิใช่เรื่องบังเอิญหรอกหรือ? เมื่อสามวันก่อน ข้าอยากจะกินน้ำแกงเต้าหู้ยิ่งนัก ทว่า คนในโรงครัวกลับบอกว่า คนที่มาส่งเต้าหู้นั้นเกิดอาการไม่สบาย จึงไม่อาจมาส่งเต้าหู้ได้ ท่านอ๋องเองก็มิคุ้นชินกับเต้าหู้จากเจ้าอื่นนัก นับตั้งแต่วันนั้น รายการอาหารที่มีเต้าหูจึงมิถูกจัดขึ้นสำรับภายในจวนอ๋องเป็นการชั่วคราว”

“ข้าอยากจะถามว่า เจ้าไปที่จวนอ๋องจวนใดกัน?”

ใบหน้าของหญิงชราพลันเปลี่ยนไปในทันที พร้อมทั้งแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยเหงื่อเย็น ๆ ไหลอาบลงมามากมาย

คำพูดที่นางเอ่ยออกมาเมื่อครู่นั้น ล้วนแต่เป็นสิ่งที่พระชายาท่านอ๋องสามสอนสั่ง เมื่อถูกตอบโต้กลับมาเช่นนี้ หญิงชราเองจึงมิรู้ว่าควรจะตอบกลับไปเช่นไร

“ในเมื่อช่วงนี้จวนอ๋องมิมีเต้าหู้มาส่งเลยนั้น เจ้ามาส่งเต้าหู้ให้ได้อย่างไรกัน? ส่งไปที่ใด? ผู้ใดเป็นคนรับเต้าหู้จากเจ้ากัน? เรือนที่ข้าอยู่นั้น นับว่าอยู่ไกลจากห้องเครื่องยิ่งนัก สาวใช้ของข้าไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าได้อย่างไรกันเล่า? นางมีลักษณะเช่นไร? สวมใส่อาภรณ์เช่นไร? พูด!" ฉินเหยี่ยนเย่ว์เอ่ยตะคอกออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

เมื่อหญิงชราถูกรัวคำถามเข้ามาเช่นนี้ ก็เกิดอาการมึนงงยิ่งนัก พลางหันไปหาฉินเสวี่ยเย่ว์โดยไม่รู้ตัว

“ป้า ท่านรู้หรือไม่ว่า โทษฐานการเอ่ยวาจาใส่ร้ายข้านั้นมีความผิดหนักหนาเพียงใด? หากท่านมิมีคำตอบดี ๆ มามอบให้กับข้าแล้วละก็ ข้าจักจับท่านส่งให้กับทางการเสีย” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เอ่ยออกมาตามตรง "ข้าเตือนท่าน ควรตอบตามจริงเสีย"

เมื่อได้ยินมาว่าจะจับส่งให้กับทางการนั้น หญิงชราพลันมีท่าทีตื่นตระหนกไปในทันที

นางเป็นเพียงคนขายเต้าหู้ในระแวกใกล้ ๆ เท่านั้น เป็นพระชายาอ๋องสามที่มอบเงินให้นางส่วนหนึ่ง ทั้งยังสอนให้นางเอ่ยคำพุดเหล่านั้นออกมา นางที่โลภเพราะเห็นแก่เงินนั้น จึงได้เอ่ยเล่าคำโกหกออกมาเช่นนี้

หากว่าถูกส่งตัวให้ทางการแล้วนั้น หลังจากที่ความจริงถูกเปิดเผย นางมิแคว้นคงต้องจบลงที่เข้าคุกเป็นแน่

“พระชายาเพคะ ได้โปรดยกโทษให้ข้าน้อยด้วย...” หญิงชราที่ตกใจกลัวนั้น รีบคุกเข่าโขกหัวเพื่อขอร้องอ้อนวอนในทันที

ฉินเสวี่ยเย่ว์มิคิดว่าหญิงชราจักไร้ประโยชน์มากถึงเพียงนี้ ทั้งยังคิดไม่ถึงด้วยว่าฉินเหยี่ยนเย่ว์จักมีวาจาที่คมคายมากถึงเพียงนี้ เพียงเอ่ยออกมามิเท่าไหร่ก็กดดันเสียจนทำเอาหญิงชรามาถึงทางตันในทันที

เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีนัก ฉินเสวี่ยเย่ว์จึงรีบเอ่ยขัดจังหวะหญิงชราในทันที "พี่สาวท่านจักกล่าวอันใดให้มากมาย นางก็แค่อยากจะพิสูจน์ว่าหู่พั่วยังอยู่ดีอยู่หรือไม่ หญิงชราผู้นี้อายุอานามมากแล้ว นางย่อจำผิดจำถูกบ้างเป็นธรรมดา พี่จักไปเค้นข้อมูลจากนางเช่นนี้หาได้มีประโยชน์ไม่”

ฉินเสวี่ยเย่ว์แสร้งทำเป็นเช็ดน้ำหูน้ำตาพลางกล่าวว่า "ท่านพี่ ท่านอย่าได้เข้าใจข้าผิดไป ช่วงนี้ข้ารู้สึกวิตกกังวลและไม่ค่อยสบายใจนัก ราวกับว่ามีเรื่องบางอย่างจะเกิดขึ้น จึงอยากมาเจอนางสักครั้ง ขอเพียงแค่พี่สาวให้ข้าได้เห็นหน้าค่าตาหู่พั่วก็พอ”

“ตราบใดที่ท่านพาหู่พั่วออกมาได้ เพื่อให้ข้าเห็นว่านางแข็งแรงอยู่สุขสบายดี เช่นนี้ข้าจักได้วางใจ”

แววตาของฉินเหยี่ยนเย่ว์พลันส่องประกายระยิบระยับออกมา

มิแปลกใจเลยที่ฉินเสวี่ยเย่ว์สามารถทำให้เจ้าของร่างเดิมหัวหมุนได้เช่นนี้ สตรีนางนี้มิเพียงแต่จิตใจโหดร้าย หากแต่นางยังเฉลียวฉลาดอีกด้วย

ฉินเสวี่ยเย่ว์วางแผนทุกอย่างได้เป็นอย่างดี ทั้งยังสมเหตุสมผลมากอีกด้วย หากว่านางมิระวังหรือช้าไปสักนิดเดียวละก็ คงได้ตกลงไปในกำดักหลุมพรางที่ฉินเสวี่ยเย่ว์สร้างเอาไว้แล้ว
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (2)
goodnovel comment avatar
Toy M
นี้มันจวนออ๋งนะอยู่เอาร่างคนเจ็บเข้ามาไว้ง่ายๆได้ไงไม่มีคนเห็นหรือ คนเฝ้าประตูไม่มีหรอ? แล้วชายาออ๋ง3พาคนบุกเข้ามาได้ด้วย ตีสาวใช้ตายชายาออ๋งจะต้องติดคุกโอ้ๆๆ นักเขียนก่อนเขียนก็คิดดีๆปรึกษาเพื่อนมั้งก็ได้นะ 15ตอนนี้เนี้ยมีแต่ความไม่สมเหตุสมผลเลย
goodnovel comment avatar
Chatree Sedakum
ขอบคุณครับ
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terkait

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 0015

    “ทั้งหู่พั่วและเฟ่ยชุ่ยช่วงนี้ต้องเก็บตัวเพื่อรักษาอาการป่วยอยู่ มิอาจให้พบผู้ใดได้” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลันกล่าวออกมา “หากพวกนางรักษาตัวจนหายเมื่อใดแล้ว ข้าจักให้หู่พั่วไปที่จวนท่านอ๋องสามเพื่อขอเข้าเฝ้าเจ้าเอง”หลังจากได้ยินฉินเหยี่ยนเย่ว์เอ่ยออกมาเช่นนั้น มุมปากของฉินเสวี่ยเย่ว์พลันยกยิ้มได้ใจขึ้นมาใ

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 0016

    “อุ๊ยตาย ขออภัยด้วยเพคะ บ่าวทำงานหนักจนเคยชินแล้ว แรงเลยมากเกินไปหน่อย ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหมเพคะ” แม้ปากของนางสกุลเฉินจะกล่าวขอโทษ แต่บนใบหน้าไม่ได้มีเจตนาขอโทษเลยสักนิดหลังจากฉินเหยี่ยนเย่ว์ยืนตรง ขมวดคิ้วแน่นยายเฒ่าผู้นี้ จงใจทำ จงใจออกแรงผลักไสนางการกระทำเมื่อครู่นี้ในมุมมองของคนนอกนั้นไม่ได้ท

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 0017

    “พระนาง บ่าวจะประคองท่านเข้าเรือนก่อนเพคะ” ตอนที่เฟ่ยชุ่ยเดินเข้ามา รองเท้าได้สัมผัสกับรอยเลือดแล้วรอยเท้าประทับลงไปบนพื้นหิมะ ทำให้สีค่อย ๆ จางลงสีขาวซีดและสีแดงสด สีสันที่อยู่ภายในความทรงจำมาโดยตลอด สีเหล่านั้น เป็นสีที่เข้าใกล้กับความตายมากที่สุดฉินเหยี่ยนเย่ว์จ้องมองเลือดสีแดงสดที่ใกล้เข้ามาเ

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 0018

    ฉินเหยี่ยนเย่ว์จิตใจไม่สงบนางไม่อยากทนรออีกต่อไป จึงสวมเสื้อคลุม ถือตะเกียงแล้วเดินไปทางห้องครัวใหญ่เปลวไฟภายในห้องครัวใหญ่กำลังส่องสว่างตอนนี้เป็นเวลาอาหาร คนในจวนท่านอ๋องเจ็ดไม่มาก หลังจากที่ส่งอาหารไปให้บรรดาเจ้านายแล้ว ก็เป็นเวลาที่บรรดาบ่าวรับใช้ทานอาหารตอนที่ฉินเหยี่ยนเย่ว์ผลักประตูเข้ามา

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 0019

    เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วพวกเขาต่างก็คิดไม่ถึงว่า ฉินเหยี่ยนเย่ว์ที่ท่าทางดูอ่อนแอจะสามารถพลิกคว่ำโต๊ะได้ ยิ่งคิดไม่ถึงว่า นางจะมีกำลังมากถึงขนาดนี้หม้อไฟและหม้อน้ำแกงเนื้อวัวที่อยู่บนโต๊ะ ไม่ว่าจะตกอยู่บนตัวของผู้ใด ก็อันตรายยิ่งต่อให้เป็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำในห้องครัวหลาย ๆ คนก็ไม่กล้

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 0020

    “ผู้ที่โดนน้ำร้อนลวกสองสามคนนั้น พวกเจ้าไปจัดการตนเองเสียก่อน ที่ข้ามียาสูตรลับ ทาแล้วแทบจะไม่ทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ หากทำตัวดีข้าจะให้ยาสูตรลับแก่พวกเจ้า หากทำตัวไม่ดี เช่นนั้นก็อย่าได้โทษข้า”ฉินเหยี่ยนเย่ว์พูดจบ ก็พาคนไปที่ห้องเลี้ยงนกพิราบภายในห้องครัวเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง พวกเขาถูกทำให้ตกตะลึง

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 0021

    “พวกเจ้าสองคน ปลุกเขาให้ตื่น” ฉินเหยี่ยนเย่ว์กำหมัดแน่น“พระชายา เป็นไปไม่ได้หรอกพ่ะย่ะค่ะ เขาดื่มสุราจนเมามายปลุกไม่ตื่น ต้องรอให้สุราหมดฤทธิ์พ่ะย่ะค่ะ” ผู้ชายคนหนึ่งกล่าว “พวกเราไปตามหาแม่นางเฟ่ยชุ่ยกันต่อเถิดพ่ะย่ะค่ะ”“พวกเข้าไปยกน้ำเย็นจัดมาหนึ่งกะละมัง เอาแบบที่มีเศษน้ำแข็งด้วย” ฉินเหยี่ยนเย่ว

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 0022

    ฉินเหยี่ยนเย่ว์ก้มหน้าจ้องมองเศษกระดูกที่อยู่ด้านข้าง รวมทั้งจานและกล่องอาหาร ที่ตกกระจัดกระจายอยู่ด้านข้างคิดว่าเป็นเพราะตาแก่นั่นคงมีอาการติดสุรา เมื่ออาหารเลิศรสที่อยู่ภายในกล่องอาหารก็ควบคุมตนเองไม่ได้ อยากจะลิ้มรสอาหารรสเลิศก่อน หลังจากที่กินอิ่มหนำสำราญแล้วค่อยกระทำการอันป่าเถื่อนต่อเฟ่ยชุ่ย

Bab terbaru

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1347

    แต่มูสเค้กอะไรนั่นเขายังกินไม่พอเลยรอยยิ้มฮ่องเต้หายไปทันที หลังจากหาข้ออ้างมาตำหนิตงฟางหลีอย่างรุนแรงหนึ่งยกไปแล้ว ก็โบกมือไล่พวกเขาสองสามีภรรยาออกไปตงฟางหลีสีหน้าสับสนเมื่อครู่เสด็จพ่อยังหัวเราะฮ่าฮ่าเสียงดังพลางเรียกฉินเหยี่ยนเย่ว์มา จู่ ๆ พลันเปลี่ยนสีหน้ามาตำหนิเขาหนึ่งยก และยังไล่พวกเขาออกไ

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1346

    หลังจากนั้นอีกหลายวันหลังจากฉินเหยี่ยนเย่ว์กลายมาอยู่ในสภาพไม่สนใจเรื่องโลกภายนอก ก็ติดคนอย่างยิ่งตงฟางหลีเดินหนึ่งก้าว นางก็เดินตามหนึ่งก้าว ไม่ห่างแม้แต่ก้าวเดียวอยู่ห่างแม้เพียงเล็กน้อย นางก็จะร้องไห้น้ำตาไหลอย่างที่เห็นแล้วรู้สึกสงสารตงฟางหลีทนเห็นท่าทางเช่นนี้ของนางไม่ได้ที่สุดเมื่อทำอะไรไ

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1345

    ตู้เหิงจึงรีบยกมือขึ้นอุดปาก พูดเสียงเบา “ท่านไม่ไล่กระหม่อมไปแล้วแน่ ๆ เลย”ลู่ซิวอับจนหนทางกับตู้เหิงที่แสนจะซื่อบื้อนักเขาถอนหายใจ ตบบ่าของตู้เหิงอย่างแรง พูดเพียงว่า “ดูแลตัวเองด้วย” แล้วเดินเข้าห้องไปสายตาขอความช่วยเหลือของตู้เหิงเบนไปทางเฉียนชิงหยางและเฟยอิ่ง“พวกท่านสองคนช่วยขอร้องแทนข้าที”

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1344

    ตงฟางหลีนึกถึงภาพที่ฝันเห็นหลังจากที่เขาผสานรวมเข้ากับฉินเหยี่ยนเย่ว์ ราวกับเป็นสายลมฝนในวสันต์ฤดูเหยี่ยนเย่ว์กลายเป็นเช่นนี้ก็ไม่เป็นไรขอเพียงมีใจตรงกัน พวกเขาก็สามารถพบเจอกันได้ทุกเมื่อนิ้วของตงฟางหลีสอดผ่านเส้นผมของนาง วางไว้บนริมฝีปากแล้วจุมพิตเบา ๆ “พักผ่อนดี ๆ ล่ะ ข้าจะไปเยี่ยมเจ้าบ่อย ๆ”ร

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1343

    ประมาทไปชั่วขณะ ก็ถูกพวกเขาแอบฟังเสียแล้วตงฟางหลีกวาดสายตาเย็นชามองพวกเขาครั้นเฟยอิ่งเห็นว่าเรื่องถูกเปิดโปงแล้ว ก็ไม่กล้าปากแข็ง รีบคุกเข่าลงทันที “ขอท่านอ๋องโปรดลงโทษด้วยพ่ะย่ะค่ะ”ลู่ซิวอับจนคำพูดกับตู้เหิงจอมปากสว่างมาก จึงตบเขาไปอย่างแรง “ท่านอ๋อง ท่านอย่าไปฟังที่ตู้เหิงพูดโม้เลยพ่ะย่ะค่ะ ตอน

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1342

    ตอนที่ตงฟางหลีตื่นขึ้นมาตู้เหิงกำลังนอนคว่ำอยู่ข้างกายเขา ร้องไห้ออกมาด้วยความเศร้าโศกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ด้านหลังตู้เหิงนั้น คือเฉียนชิงหยางและเฟยอิ่งที่มาทันทีหลังจากทราบข่าว รวมถึงลู่ซิวที่ถูกลากมาอย่างรีบร้อนคนทั้งห้องล้วนจับจ้องไปที่เตียงตงฟางหลีใบหน้าทะมึนประหนึ่งก้อนถ่านก่อนผล็อยหลับเขา

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1341

    อำนาจของเงามีมากเพยงใด เขารู้ดีอยู่แก่ใจสกุลโจวที่ควบคุมอำนาจมากมาย ไม่มีวันเป็นฝ่ายถอยไปเองแน่นอนทว่า ในยามนี้เงาก็ถูกควบคุมอยู่ในกำมือของอ๋องอี๋หยางในระหว่างนี้จะต้องเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นอย่างแน่นอน“หม่อมฉันมีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีบางอย่าง” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พูด “ในบันทึกเล่มนี้บอกว่าขุนนางสกุลโจวคน

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1340

    “สมุดบันทึกที่พวกศิษย์พี่ลู่จิ้นเก็บรักษา ส่วนใหญ่เป็นกรณีตัวอย่างของการรักษา น่าจะเป็นบันทึกที่ท่านปู่บันทึกไว้ทันที ไม่มีประโยชน์อะไรมาก”“แต่บันทึกที่จงใจทิ้งไว้ที่นี่ต่างออกไป ด้านในได้บันทึกของที่หม่อมฉันไม่รู้จักไว้อีกมาก และยังมีเบาะแสที่มีคุณค่ามากอีกจำนวนหนึ่งด้วยเพคะ”ฉินเหยี่ยนเย่ว์ลากตงฟ

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1339

    “ศิษย์พี่ไม่รู้”“เขาเองก็เป็นศิษย์ของนักพรตเต๋าเทียนหลิงเหมือนกัน” ตงฟางหลีพูด“ท่านโง่หรือเปล่า?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พูดอย่างขุ่นเคือง “ศิษย์พี่มิใช่ผู้ที่ปรับตัวกับหินจันทราได้เสียหน่อย ต่อให้ได้แหวนไปก็ไร้ประโยชน์ เขาไม่สามารถเข้ามาในโรงพยาบาลแห่งนี้ได้ ย่อมไม่มีทางเข้าใจพวกนี้”ตงฟางหลีครุ่นคิด พลั

Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status