Share

บทที่ 0017

Author: สายธารสะท้อนเงา
“พระนาง บ่าวจะประคองท่านเข้าเรือนก่อนเพคะ” ตอนที่เฟ่ยชุ่ยเดินเข้ามา รองเท้าได้สัมผัสกับรอยเลือดแล้ว

รอยเท้าประทับลงไปบนพื้นหิมะ ทำให้สีค่อย ๆ จางลง

สีขาวซีดและสีแดงสด สีสันที่อยู่ภายในความทรงจำมาโดยตลอด สีเหล่านั้น เป็นสีที่เข้าใกล้กับความตายมากที่สุด

ฉินเหยี่ยนเย่ว์จ้องมองเลือดสีแดงสดที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ สีหน้ายิ่งขาวซีด

“เฟ่ยชุ่ย ไม่ ข้าไม่เป็นอะไร เจ้าล้างเลือดออกก่อนเถิด ขอเพียงแค่ล้างเลือดออก ข้าจะหายเป็นปกติเอง” นางปากสั่น เหงื่อแตกพลั่ก

สำหรับผู้ที่เคยทำงานเป็นหมอเช่นนาง อาการกลัวเลือด หรือที่รู้จักกันในชื่อโรคกลัวเลือด เป็นอาการทางจิตประเภทหนึ่ง และเป็นตัวการหลักที่ทำลายอาชีพทางการแพทย์ของนาง

นางรักษาผู้คนให้หายดีมามากมาย แต่กลับรักษาตนเองให้หายดีไม่ได้

ทุกครั้งที่อาการกำเริบ ก็จะเป็นความทุกข์ยากอย่างหนึ่ง และวันนี้ยิ่งรุนแรงขึ้น

เฟ่ยชุ่ยทำได้เพียงไปนำน้ำมา แล้วล้างเลือดสีแดงสดบริเวณรอบ ๆ

หลังจากเลือดถูกล้างเรียบร้อยแล้ว แต่ภายในอากาศยังคงทิ้งกลิ่นคาวของเลือดเอาไว้

โชคดีที่หิมะตกหนัก หิมะสีขาวที่ล่วงโปรยปราย หลังจากแผ่นหินเปื้อนเลือดถูกหิมะกลบมิด อาการของฉินเหยี่ยนเย่ว์ก็กลับเป็นปกติเล็กน้อย

นางลุกขึ้นช้าๆ เนื่องจากลุกเร็วเกินไป ทำให้รู้สึกเวียนศีรษะรุนแรง ร่างกายโซไปเซมาสองสามที โชคดีที่จับราวกั้นเอาไว้ทันถึงได้ไม่หกล้ม

เฟ่ยชุ่ยรีบไปประคองนางเอาไว้ “พระนาง ท่านเข้าไปพักในเรือนก่อนเพคะ”

“อืม” ฉินเหยี่ยนเย่ว์กลับเข้าไปในห้อง

เปลวไฟจากการเผาถ่านไม้ในห้องกำลังลุกโชน เต็มไปด้วยความอบอุ่น ซึ่งแตกต่างจากความหนาวเหน็บด้านนอกอย่างสิ้นเชิง

เฟ่ยชุ่ยหยิบที่รองนั่ง ประคองนางเพื่ออบอุ่นร่างกายที่ด้านหน้าเตา

ฉินเหยี่ยนเย่ว์ยกมือที่สั่นเทาเข้าใกล้เตาไฟ ถ่านไม้เผาไหม้รุนแรง เปลวไฟที่พวยพุ่ง กลายเป็นดั่งมังกรไฟตัวหนึ่ง ที่กำลังเวียนวนพร้อมส่งเสียงคำรามรอบเตาไฟ

อบอุ่นร่างกายไปได้สิบนาที ในที่สุดร่างกายที่เยือกแข็งก็อบอุ่นขึ้น

“พระนาง เหตุใดข้อมือของท่านจึงกลายเป็นสีเขียวละเจ้าคะ” ตอนที่เฟ่ยชุ่ยเห็นข้อมือของนาง ก็ร้องขึ้นอย่างตกใจ “เขียวมากขนาดนี้ มองดูไปช่างน่าตกใจเหลือเกินเพคะ”

“ไม่เป็นอะไร แค่ฟกช้ำ ทายาหน่อยก็หายดีแล้วล่ะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เจ้าไม่ต้องกังวล” ฉินเหยี่ยนเย่ว์หมุนข้อมือ ยังรู้สึกเจ็บอยู่เล็กน้อย

ข้อมือนี้เรียวเล็กจนเกินไป ราวกับจะหักได้ทุกเมื่อ

ร่างกายร่างนี้ก็ค่อนข้างพ่ายผอม กำลังน้อยนิด ทั้งยังเจ็บออด ๆ แอด ๆ ตลอดเวลา ไม่ค่อยแข็งแรงสักเท่าใด

วันข้างหน้า นางจะต้องบำรุงเป็นอย่างดีเสียแล้ว ออกกำลังกายให้มาก เพื่อให้ร่างกายนี้แข็งแรงขึ้น

เฟ่ยชุ่ยหยิบยารักษาแผลฟกช้ำมา ค่อย ๆ ทาให้นาง แล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าพันเอาไว้ “พระนาง ท่านต้องทุกข์ทรมานแล้ว คนพวกนั้นทำเกินไปจริงเพคะ ทำร้ายหู่พั่วจนสภาพเป็นเช่นนั้นก็พอทนแล้ว ยังจะลงมือต่อพระนางอีก”

นางสูดจมูก “รังแกกันมากเกินไปแล้ว”

“ข้ามิได้เสียเปรียบ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เอ่ยพร้อมรอยยิ้ม

ไม่เพียงไม่เสียเปรียบ ยังทำให้ฉินเสวี่ยเย่ว์โมโหมากอีกด้วย

เดิมทีฉินเสวี่ยเย่ว์ก็มีอาการลมตับติดขัดอยู่แล้ว เพลิงโกรธพลุ่งพล่าน เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ เกรงว่าคงจะโมโหสุดขีด

โดยเฉพาะหลังจากที่นางสกุลเฉินถูกตัดนิ้วสามนิ้วขาด สีหน้าของฉินเสวี่ยเย่ว์ก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

“เดิมทีข้ามิได้อยากจะตัดนิ้วของนางเลย” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ถอนหายใจ

ในสถานการณ์เช่นนั้น นางดิ้นไม่หลุดจากการควบคุมของนางสกุลเฉิน ทำได้เพียงนำมีดออกมาป้องกันตัวเองเท่านั้น

แต่ การใช้มีดเฉือนนิ้วของนางสกุลเฉินก็จะนึกถึงเลือดสด ทันทีที่นึกถึงเลือดสีแดงสด มือก็จะสั่นไม่หยุด ควบคุมกำลังได้ไม่ดี มีดที่คมกริบ ถึงได้ตัดนิ้วของนาง

“ต่อให้พระนางไม่ได้เสียเปรียบ บ่าวก็ยังเป็นกังวลมากอยู่ดีเพคะ พระนาง ท่านไม่ทรงทราบว่า เมื่อครู่นี้บ่าวตกใจแทบแย่เพคะ พระชายาอ๋องสามที่เข้ามาใกล้ ถ้าเป็นบ่าว ก็คงจะกลัวไปตั้งนานแล้วเพคะ”

ฉินเหยี่ยนเย่ว์เอ่ยปลอบ “กลัวอะไรกัน? เจ้าให้ความร่วมมือค่อนข้างดีเลยมิใช่หรือ? เมื่อครู่นี้อย่าว่าแต่ฉินเสวี่ยเย่ว์พวกเขาถูกทำให้ตกใจแทบแย่เลย ต่อให้เป็นข้าก็ต้องตกใจเช่นกัน เจ้าแสดงได้ยอดเยี่ยมจริง ๆ”

ฝีมือการแสดงของเฟ่ยชุ่ย เกินกว่าที่นางคิดเอาไว้จริงๆ

ทันทีที่นางออกโรง ก็ทำให้ทุกคนล้วนตกใจกลัว ไม่เช่นนั้นแผนการก็คงจะไม่ราบรื่นได้ขนาดนั้น

เฟ่ยชุ่ยได้ยินคำชม ก็ยิ้มอย่างเขินอายเล็กน้อย

“หู่พั่วเป็นอย่างไรบ้าง?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ถาม

“ยังไม่ได้สติ แต่การหายใจมั่นคงขึ้นมากแล้วเพคะ” เฟ่ยชุ่ยมองไปทางนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเลื่อมใส “พระนางเก่งเหลือเกินเพคะ บ่าวยังคิดว่าหู่พั่วจะมิรอดเสียแล้ว ภายใต้การชี้แนะของพระนาง นางอาการดีขึ้นมากแล้วเพคะ”

“โชคดีที่พระนางทรงล่วงรู้ถึงแผนร้ายของพวกเขาได้ทันท่วงที ถ้าหากจัดการช้าไปกว่านี้อีกเพียงนิด เกรงว่าจะต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่เพคะ ค่อยยังชั่ว ที่พวกเราพ้นเคราะห์ไปได้หนึ่งครั้ง”

ฉินเหยี่ยนเย่ว์ยกตาขึ้นมา

พ้นเคราะห์ไปได้หนึ่งครั้งอย่างนั้นรึ?

เกรงว่าจะไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้น

เรื่องนี้มีเลศนัยอยู่สักหน่อย ผิดปกติที่ฉินเสวี่ยเย่ว์ยอมล่าถอยไปอย่างง่ายดาย

สตรีผู้นั้น เดิมทีตั้งใจแล้วว่าจะบุกเข้ามา

ต่อให้มีการแสดงของเฟ่ยชุ่ย ขู่ว่าเป็นวัณโณค นางก็ไม่มีทางเปลี่ยนความคิด

แต่ นางยอมถอยไปง่ายดาย เป็นเพราะหลังจากที่นางสกุลเฉินพูดอะไรบางอย่าง

นางสกุลเฉินเป็นมันสมองของฉินเสวี่ยเย่ว์ ความคิดเห็นที่ร้าย ๆ มากมายล้วนมากจากนาง นางจะต้องพูดเรื่องอะไรที่แย่ ๆ ถึงทำให้ฉินเสวี่ยเย่ว์ยอมถอย

ตามลักษณะนิสัยของฉินเสวี่ยเย่ว์และนางสกุลเฉิน เรื่องนี้อาจจะยังมีแผนสองอยู่

“เฟ่ยชุ่ย พรุ่งนี้ข้าจะเข้าวัง อาจจะกลับมาตอนดึก เจ้าจะต้องระวัง ห้ามปล่อยให้ผู้ใดเข้ามาอย่างเด็ดขาด” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เอ่ย รู้สึกจิตใจไม่สงบแปลกๆ

“บ่าวทราบแล้วเพคะ พระนาง ท่านเหนื่อยหรือเพคะ? สีหน้าไม่ค่อยดีเลยเพคะ” เฟ่ยชุ่ยเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง

“หิวนิดหน่อย อยากทานอะไรสักหน่อย” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เอ่ย “เจ้าทำงานมานานเช่นนี้แล้ว เกรงว่าจะเหนื่อยมากแล้วเช่นกัน วันนี้เจ้ามิต้องลงทำเองแล้ว ไปขออาหารดีจากที่ห้องครัวมาหน่อย หากพวกเขาทำให้เจ้าลำบากใจ เจ้าก็มาบอกข้า”

เฟ่ยชุ่ยพยักหน้า “เช่นนั้นบ่าวจะไปห้องครัวเพคะ”

“ใช่แล้ว” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ครุ่นคิด “เจ้าช่วยขอบะหมี่ผัดมาให้ด้วย แล้วก็นกพิราบ กับเห็ดถังเช่า”

“พระนางอยากเสวยน้ำแกงนกพิราบหรือเพคะ?” เฟ่ยชุ่ยเอ่ย “ที่ห้องครัวน่าจะมี จะขอมาพร้อมกันเลยเพคะ”

“ไม่ใช่ข้าดื่ม เป็นหู่พั่วที่ดื่ม เจ้าอย่าเอะอะไป แค่ขอวัตถุดิบมาก็พอ อย่าใช้น้ำแกงของห้องครัวใหญ่ ข้าจะสอนวิธีการเคี่ยวน้ำแกงให้เจ้า เช่นนี้น้ำแกงที่เคี่ยวออกมาเหมาะที่จะให้หู่พั่วดื่มมากกว่า”

เติมน้ำกับเกลือปรุงอาหารในผัดบะหมี่ สามารถทำเครื่องดื่มอิเล็กโทรไลต์จากน้ำข้าวง่าย ๆได้ เพื่อเสริมจุลธาตุที่หู่พั่วสูญเสียไป

น้ำแกงนกพิราบช่วยกระตุ้นการสมานแผล และค่อยข้างมีคุณค่าทางอาหารอีกด้วย

สำหรับหู่พั่วในตอนนี้ ที่สามารถทานได้ก็มีอาหารสองอย่างนี้เท่านั้น

“ขอบพระทัยพระนางเพคะ” เฟ่ยชุ่ยซาบซึ้งใจมาก หยิบเสื้อคลุม แล้วรีบเดินไปทาห้องครัว

ฉินเหยี่ยนเย่ว์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ

นางยืนอยู่ริมหน้าต่าง เปิดหน้าต่างออก ลมหนาวและเกล็ดหิมะพัดเข้ามาพร้อมกัน

ท้องฟ้าเริ่มมืด ภายในสภาพอากาศที่มืดครึ้ม สีของก้อนเมฆราวกับถูกแช่แข็งเอาไว้ กลุ่มเมฆไม่เคลื่อนไหว เกล็ดหิมะราวกับเสื่อ

ช่วงพลบค่ำของฤดูหนาว ท้องฟ้ามืดค่อนข้างเร็ว เมื่อครู่สภาพอากาศยังคงสว่างไสว เพียงพริบตาเดียวก็มืดเสียแล้ว

นางปิดหน้าต่างเรียบร้อยแล้ว หันหลังกลับไปจุดเทียน

แสงสว่างภายในห้องสว่างไสวขึ้นมาก

ฉินเหยี่ยนเย่ว์นั่งลง จ้องมองเปลวเทียนที่สั่นไหวไปมา

เทียนเผาไหม้ทีละน้อย ไส้เทียนยาวเกินไป แสงสว่างจึงดับลง นางตามหากรรไกร เพื่อนำมาตัดไส้เทียนทิ้ง เปลวเพลิงพุ่งขึ้นสองสามครั้ง ภายในห้องกลับมาสว่างตามเดิม

ฉินเหยี่ยนเย่ว์ขมวดคิ้ว ความไม่สงบภายในก้นบึ้งของหัวใจค่อย ๆ มลายหายไป

เทียนเผาไหม้ไปนานเช่นนี้แล้ว นับตั้งแต่เฟ่ยชุ่ยไปที่ห้องครัวจนกระทั่งตอนนี้ คำนวณเวลาก็เกือบหนึ่งชั่วยามแล้ว ตามหลักก็ควรจะกลับมาได้แล้ว

แต่ นางรอแล้วรอเล่า ก็ยังไม่เห็นนางกลับมา

นางมักจะคิดอยู่เสมอว่ามีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (1)
goodnovel comment avatar
Chatree Sedakum
ขอบคุณครับ
VIEW ALL COMMENTS

Related chapters

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 0018

    ฉินเหยี่ยนเย่ว์จิตใจไม่สงบนางไม่อยากทนรออีกต่อไป จึงสวมเสื้อคลุม ถือตะเกียงแล้วเดินไปทางห้องครัวใหญ่เปลวไฟภายในห้องครัวใหญ่กำลังส่องสว่างตอนนี้เป็นเวลาอาหาร คนในจวนท่านอ๋องเจ็ดไม่มาก หลังจากที่ส่งอาหารไปให้บรรดาเจ้านายแล้ว ก็เป็นเวลาที่บรรดาบ่าวรับใช้ทานอาหารตอนที่ฉินเหยี่ยนเย่ว์ผลักประตูเข้ามา

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 0019

    เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วพวกเขาต่างก็คิดไม่ถึงว่า ฉินเหยี่ยนเย่ว์ที่ท่าทางดูอ่อนแอจะสามารถพลิกคว่ำโต๊ะได้ ยิ่งคิดไม่ถึงว่า นางจะมีกำลังมากถึงขนาดนี้หม้อไฟและหม้อน้ำแกงเนื้อวัวที่อยู่บนโต๊ะ ไม่ว่าจะตกอยู่บนตัวของผู้ใด ก็อันตรายยิ่งต่อให้เป็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำในห้องครัวหลาย ๆ คนก็ไม่กล้

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 0020

    “ผู้ที่โดนน้ำร้อนลวกสองสามคนนั้น พวกเจ้าไปจัดการตนเองเสียก่อน ที่ข้ามียาสูตรลับ ทาแล้วแทบจะไม่ทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ หากทำตัวดีข้าจะให้ยาสูตรลับแก่พวกเจ้า หากทำตัวไม่ดี เช่นนั้นก็อย่าได้โทษข้า”ฉินเหยี่ยนเย่ว์พูดจบ ก็พาคนไปที่ห้องเลี้ยงนกพิราบภายในห้องครัวเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง พวกเขาถูกทำให้ตกตะลึง

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 0021

    “พวกเจ้าสองคน ปลุกเขาให้ตื่น” ฉินเหยี่ยนเย่ว์กำหมัดแน่น“พระชายา เป็นไปไม่ได้หรอกพ่ะย่ะค่ะ เขาดื่มสุราจนเมามายปลุกไม่ตื่น ต้องรอให้สุราหมดฤทธิ์พ่ะย่ะค่ะ” ผู้ชายคนหนึ่งกล่าว “พวกเราไปตามหาแม่นางเฟ่ยชุ่ยกันต่อเถิดพ่ะย่ะค่ะ”“พวกเข้าไปยกน้ำเย็นจัดมาหนึ่งกะละมัง เอาแบบที่มีเศษน้ำแข็งด้วย” ฉินเหยี่ยนเย่ว

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 0022

    ฉินเหยี่ยนเย่ว์ก้มหน้าจ้องมองเศษกระดูกที่อยู่ด้านข้าง รวมทั้งจานและกล่องอาหาร ที่ตกกระจัดกระจายอยู่ด้านข้างคิดว่าเป็นเพราะตาแก่นั่นคงมีอาการติดสุรา เมื่ออาหารเลิศรสที่อยู่ภายในกล่องอาหารก็ควบคุมตนเองไม่ได้ อยากจะลิ้มรสอาหารรสเลิศก่อน หลังจากที่กินอิ่มหนำสำราญแล้วค่อยกระทำการอันป่าเถื่อนต่อเฟ่ยชุ่ย

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 0023

    ยายแก่ผู้เป็นหัวหน้าพลันส่งสายตาไปให้บุรุษร่างใหญ่ทั้งสองคนในทันที บุรุษร่างใหญ่ทั้งสองมิกล้าคิดแข็งข้ออีกต่อไป พลางรีบส่งตัวตาเฒ่าหลานจอมขี้เมาไปยังห้องตอนขันทีในชั่วข้ามคืน เฟ่ยชุ่ยหาได้รับอันตรายใด ๆ ไม่ นางเพียงแต่มีอาการตกใจจนหน้าตาซีดขาวเพียงเท่านั้น ฉินเหยี่ยนเย่ว์ตบหลังมือของนางเล็กน้อย

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 0024

    ฉินเหยี่ยนเย่ว์จึงได้แต่มองนางด้วยรอยยิ้ม จนกระทั่งยายเฒ่าตระกูลซูกินอาหารจนเกลี้ยงมิมีเหลือ “ตัวเองทำตัวเองแท้ ๆ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์กล่าวออกมาลอย ๆ “นับว่าโชคดีที่เฟ่ยชุ่ยหาได้เป็นอันใดไม่ พวกเจ้าเองก็ได้รับบทเรียนกันแล้ว เช่นนั้นข้าจักไม่ติดใจเอาความอันใดอีก”“ทว่า หากยังมีครั้งต่อไปอีก” น้ำเสียงข

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 0025

    ภายในบริเวณเรือนโยวหลาน ฉินเสวี่ยเย่ว์ที่สวมใส่เสื้อคลุมขนาดใหญ่ พร้อมทั้งข้ารับใช้และหญิงชรามากมายกำลังยืนอยู่บนหิมะห้องที่หู่พั่วอาศัยอยู่นั้น กำลังถูกกองเพลิงกลืนกินพร้อมทั้งควันไฟมากมายที่ลอยขโมงโฉงเฉงร่างของหู่พั่วถูกคนนำห่อด้วยผ้า ก่อนจะนำออกมาวางไว้บนหิมะ ในยามที่แสงไฟสลัว ๆ เช่นนี้ เสมือนก

Latest chapter

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1347

    แต่มูสเค้กอะไรนั่นเขายังกินไม่พอเลยรอยยิ้มฮ่องเต้หายไปทันที หลังจากหาข้ออ้างมาตำหนิตงฟางหลีอย่างรุนแรงหนึ่งยกไปแล้ว ก็โบกมือไล่พวกเขาสองสามีภรรยาออกไปตงฟางหลีสีหน้าสับสนเมื่อครู่เสด็จพ่อยังหัวเราะฮ่าฮ่าเสียงดังพลางเรียกฉินเหยี่ยนเย่ว์มา จู่ ๆ พลันเปลี่ยนสีหน้ามาตำหนิเขาหนึ่งยก และยังไล่พวกเขาออกไ

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1346

    หลังจากนั้นอีกหลายวันหลังจากฉินเหยี่ยนเย่ว์กลายมาอยู่ในสภาพไม่สนใจเรื่องโลกภายนอก ก็ติดคนอย่างยิ่งตงฟางหลีเดินหนึ่งก้าว นางก็เดินตามหนึ่งก้าว ไม่ห่างแม้แต่ก้าวเดียวอยู่ห่างแม้เพียงเล็กน้อย นางก็จะร้องไห้น้ำตาไหลอย่างที่เห็นแล้วรู้สึกสงสารตงฟางหลีทนเห็นท่าทางเช่นนี้ของนางไม่ได้ที่สุดเมื่อทำอะไรไ

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1345

    ตู้เหิงจึงรีบยกมือขึ้นอุดปาก พูดเสียงเบา “ท่านไม่ไล่กระหม่อมไปแล้วแน่ ๆ เลย”ลู่ซิวอับจนหนทางกับตู้เหิงที่แสนจะซื่อบื้อนักเขาถอนหายใจ ตบบ่าของตู้เหิงอย่างแรง พูดเพียงว่า “ดูแลตัวเองด้วย” แล้วเดินเข้าห้องไปสายตาขอความช่วยเหลือของตู้เหิงเบนไปทางเฉียนชิงหยางและเฟยอิ่ง“พวกท่านสองคนช่วยขอร้องแทนข้าที”

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1344

    ตงฟางหลีนึกถึงภาพที่ฝันเห็นหลังจากที่เขาผสานรวมเข้ากับฉินเหยี่ยนเย่ว์ ราวกับเป็นสายลมฝนในวสันต์ฤดูเหยี่ยนเย่ว์กลายเป็นเช่นนี้ก็ไม่เป็นไรขอเพียงมีใจตรงกัน พวกเขาก็สามารถพบเจอกันได้ทุกเมื่อนิ้วของตงฟางหลีสอดผ่านเส้นผมของนาง วางไว้บนริมฝีปากแล้วจุมพิตเบา ๆ “พักผ่อนดี ๆ ล่ะ ข้าจะไปเยี่ยมเจ้าบ่อย ๆ”ร

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1343

    ประมาทไปชั่วขณะ ก็ถูกพวกเขาแอบฟังเสียแล้วตงฟางหลีกวาดสายตาเย็นชามองพวกเขาครั้นเฟยอิ่งเห็นว่าเรื่องถูกเปิดโปงแล้ว ก็ไม่กล้าปากแข็ง รีบคุกเข่าลงทันที “ขอท่านอ๋องโปรดลงโทษด้วยพ่ะย่ะค่ะ”ลู่ซิวอับจนคำพูดกับตู้เหิงจอมปากสว่างมาก จึงตบเขาไปอย่างแรง “ท่านอ๋อง ท่านอย่าไปฟังที่ตู้เหิงพูดโม้เลยพ่ะย่ะค่ะ ตอน

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1342

    ตอนที่ตงฟางหลีตื่นขึ้นมาตู้เหิงกำลังนอนคว่ำอยู่ข้างกายเขา ร้องไห้ออกมาด้วยความเศร้าโศกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ด้านหลังตู้เหิงนั้น คือเฉียนชิงหยางและเฟยอิ่งที่มาทันทีหลังจากทราบข่าว รวมถึงลู่ซิวที่ถูกลากมาอย่างรีบร้อนคนทั้งห้องล้วนจับจ้องไปที่เตียงตงฟางหลีใบหน้าทะมึนประหนึ่งก้อนถ่านก่อนผล็อยหลับเขา

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1341

    อำนาจของเงามีมากเพยงใด เขารู้ดีอยู่แก่ใจสกุลโจวที่ควบคุมอำนาจมากมาย ไม่มีวันเป็นฝ่ายถอยไปเองแน่นอนทว่า ในยามนี้เงาก็ถูกควบคุมอยู่ในกำมือของอ๋องอี๋หยางในระหว่างนี้จะต้องเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นอย่างแน่นอน“หม่อมฉันมีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีบางอย่าง” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พูด “ในบันทึกเล่มนี้บอกว่าขุนนางสกุลโจวคน

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1340

    “สมุดบันทึกที่พวกศิษย์พี่ลู่จิ้นเก็บรักษา ส่วนใหญ่เป็นกรณีตัวอย่างของการรักษา น่าจะเป็นบันทึกที่ท่านปู่บันทึกไว้ทันที ไม่มีประโยชน์อะไรมาก”“แต่บันทึกที่จงใจทิ้งไว้ที่นี่ต่างออกไป ด้านในได้บันทึกของที่หม่อมฉันไม่รู้จักไว้อีกมาก และยังมีเบาะแสที่มีคุณค่ามากอีกจำนวนหนึ่งด้วยเพคะ”ฉินเหยี่ยนเย่ว์ลากตงฟ

  • ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน   บทที่ 1339

    “ศิษย์พี่ไม่รู้”“เขาเองก็เป็นศิษย์ของนักพรตเต๋าเทียนหลิงเหมือนกัน” ตงฟางหลีพูด“ท่านโง่หรือเปล่า?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พูดอย่างขุ่นเคือง “ศิษย์พี่มิใช่ผู้ที่ปรับตัวกับหินจันทราได้เสียหน่อย ต่อให้ได้แหวนไปก็ไร้ประโยชน์ เขาไม่สามารถเข้ามาในโรงพยาบาลแห่งนี้ได้ ย่อมไม่มีทางเข้าใจพวกนี้”ตงฟางหลีครุ่นคิด พลั

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status