ตอนที่2
น้ำผึ้งแสนหวาน
“วันนี้เราไปทักทายผู้คนที่นี่รอบๆหมู่บ้านกันนะจ๊ะ”
หญิงสาวเริ่มต้นจากการพาอนาคตสามี ไปเดินทักทายป้าๆน้าๆลุงๆ ในหมู่บ้าน
สาวๆแรกรุ่นต่างพากันมองชายหนุ่มผู้มาใหม่ด้วยสายตาให้ความสนใจ เพราะหน้าตาและรูปร่างของศรุตโดดเด่นกว่าที่สาวๆที่นี่จะเคยเห็นมาก่อน
“หมู่บ้านที่นี่อยู่กันแบบสบายๆดีนะครับ”
“สบายคือยังไงจ๊ะ” น้ำผึ้งคิดว่าที่เมืองใหญ่น่าจะต้องสบายกว่าที่นี่
“ไม่ต้องเร่งรีบ อยู่พร้อมหน้ากัน มีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะ แต่ละบ้านก็ดูรู้จักกันหมด” ชายหนุ่มอธิบาย
“ที่คุณศรุตอยู่ เขาไม่รู้จักกันเหรอ อยู่บ้านติดๆกันแบบนี้”หญิงสาวสงสัย
“ไม่เลยครับ บางบ้านอาจจะแทบไม่เคยเห็นหน้ากันเลย ว่าคนที่อยู่ข้างบ้านเราหน้าตาเป็นยังไง”
“เหงาแย่เลยนะแบบนี้” น้ำผึ้งทำหน้าไม่ชอบในสิ่งที่ชายหนุ่มเล่า
“อุ้ย!”
หญิงสาวมัวแต่มองหน้าชายหนุ่ม เพราะเดินคุยกันตลอดทาง จนสะดุดเข้ากับรากของต้นไม้ที่ลอยนูนขึ้นมาบนดิน
“เลือดเลย”
ศรุตหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าของเขาขึ้นมาซับเลือดจากเข่าของน้ำผึ้งที่ไหลซึมออกมา
“ไม่เป็นไรจ๊ะ เดี๋ยวกลับบ้านไปค่อยเอาน้ำล้างก็ได้” หญิงสาวเกรงใจแต่ศรุตก็ไม่ฟังยังคงใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเลือดต่อไป
“โอ๊ย!”
น้ำผึ้งพยายามจะลุกขึ้น แต่เมื่อเธอพยายามจะลงน้ำหนักลงไปที่เท้า กลับต้องทรุดตัวลงอีกทีด้วยความเจ็บปวดบริเวณข้อเท้า
“มาผมอุ้ม”
หญิงสาวยังไม่ทันจะตั้งตัว ก็ถูกคนร่างใหญ่อุ้มเธอด้วยแขนทั้งสองข้างลอยขึ้นจากพื้น น้ำผึ้งจึงทำได้แค่กอดคอชายหนุ่มไว้ เพราะกลัวจะหลุดออกจากมือเขา
เมื่อร่างกายของหญิงสาวอยู่ใกล้กับปลายจมูกของชายหนุ่ม เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นตัวที่หอมแบบธรรมชาติ ที่ไม่ได้ถูกตกแต่งด้วยน้ำหอมอย่างสาวชาวเมือง
“ตัวคุณหอมจัง”
แค่โดนศรุตอุ้ม น้ำผึ้งก็หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ยิ่งโดนเขาชมแบบนี้ เธอยิ่งอายจนเหมือนจะลืมหายใจ
“เป็นอะไรกันลูก ถึงต้องอุ้มกันมาแบบนี้”
มะเดื่อมองมาจากระเบียงหน้าบ้าน รีบวิ่งมาด้วยความตกใจเพื่อมาดูลูกสาวที่โดนชายหนุ่มจากเมืองใหญ่อุ้มมา
“น้ำผึ้งเขาสะดุดรากต้นไม้แล้วล้มครับ ข้อเท้าอาจจะพลิกหรืออักเสบ เดี๋ยวผมอุ้มเธอไปไว้บนบ้านก่อนนะครับ ”
คนเป็นแม่วิ่งตามไปด้วยความเป็นห่วงลูก ก่อนจะเตรียมการรักษาแบบวิถีชาวบ้านของคนที่นี่ จนน้ำผึ้งเริ่มอาการดีขึ้น
“ขอบคุณมากนะ ที่อุ้มฉันมา” หญิงสาวหันไปขอบคุณคนข้างๆ
“เปลี่ยนคำขอบคุณเป็นพาไปเที่ยวทุกวันเลยได้ไหม”
ชายหนุ่มคิดว่าหนทางที่จะทำให้เขากับน้ำผึ้งสนิทสนมกันให้ได้เร็วที่สุด คือการหาโอกาสไปไหนมาไหนด้วยกันสองต่อสอง
“เดี๋ยวฉันขอตัวไปทำอาหารเย็นก่อนนะ อยู่คุยกันไปก่อน”
มะเดี่ยวก็หวังว่าการที่เขาเปิดโอกาสให้คนทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกัน จะทำให้ได้รู้จักนิสัยใจคอกันมากขึ้น
“ดีขึ้นไหม” ศรุตใช้มือหนาจับไปที่ข้อเท้าของคนตัวเล็กที่นอนอยู่บนแคร่ไม้ไผ่
“ดีขึ้นแล้วจ๊ะ พรุ่งนี้ก็คงหาย ไม่ต้องกลัวฉันพาคุณไปเที่ยวได้แน่ๆ”
ชายหนุ่มหัวเราะให้กับคำพูดของคนที่นอนเจ็บขาอยู่ ขนาดเจ็บขาแบบนี้ยังมีอารมณ์คิดถึงคำที่เขาบอกให้เธอพาไปเที่ยวทุกวันอีก
หลังจากกินอาหารเย็นเรียบร้อย พระอาทิตย์ตกดินได้เพียงไม่นาน หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านก็ตกอยู่ในความเงียบ ศรุตนั่งมองพระจันทร์ด้วยความคิดถึงคนรัก เขาอยากรู้ว่าตอนนี้วราลีจะกำลังคิดถึงเขาอยู่ไหม แต่ที่นี่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ จึงทำได้แค่ส่งใจไป
กริ๊งๆ กริ๊งๆ
เสียงโมบายที่ทำจากระฆังใบเล็กที่ห้อยอยู่ที่หน้าต่างของห้องน้ำผึ้ง ดังเรียกสติของชายหนุ่มให้หันกลับมามองห้องข้างๆที่เปิดหน้าต่างอยู่
ตุ๊บ!
“คุณเข้ามาทำไม เดี๋ยวแม่ก็ว่าเอา”
น้ำผึ้งโวยวายด้วยความตกใจ แต่จะรีบวิ่งออกไปที่ประตูหน้าห้องก็ไม่ถนัดเพราะยังเจ็บขาอยู่
“อย่าเสียงดังไปสิ แม่คุณไม่ได้ยินหรอก” พูดจบชายหนุ่มก็เอื้อมมือไปปิดไฟกลางห้อง
“ปิดไฟ คนข้างนอกจะได้ไม่เห็น เดี๋ยวเขาจะนินทาคุณได้”
ศรุตให้เหตุผล ที่มันเป็นแค่เพียงส่วนหนึ่ง แต่ที่เขาปิดไฟเพราะหวังสร้างบรรยากาศ
“คุณเล่าให้ผมฟังบ้างสิ ว่าคนที่นี่วันๆเขาทำอะไรกันบ้าง ผมแค่อยากมีคนคุยด้วย คุณคงไม่ไล่ผมอีกนะ”
ศรุตไม่ได้นั่งฟังเหมือนอย่างที่ควรเป็น แต่เขากลับล้มตัวลงนอนข้างๆหญิงสาวที่กำลังกึ่งนอนกึ่งนั่งอยู่
“เช้ามาก็จะพากันไปทำนาบ้าง บางคนก็ปลูกถั่ว บางบ้านก็ปลูกต้นอโวคาโดกัน แต่ส่วนใหญ่ก็จะทำมากกว่าหนึ่งอย่าง”
น้ำผึ้งเล่าด้วยเจื้อยแจ้ว นานๆทีศรุตจะซักถามอะไรเพิ่ม แต่พอหญิงสาวหันมาอีกที กลับพบว่าชายหนุ่มที่นอนอยู่ข้างๆนอนหลับไปแล้ว
“คุณๆ คุณๆ ตื่น”
หญิงสาวพยายามปลุกอยู่นานแต่ก็ไม่การตอบสนองจากชายหนุ่ม เธอจึงตัดสินนอนโดยเอาหมอนกอดมาวางกั้นกลางไว้
กว่าจะข่มตาให้นอนหลับได้ ก็กินเวลาไปหลายชั่วโมง น้ำผึ้งถึงได้เผลอตัวหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้
“อุ๊ย!”
หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว เมื่อถูกมือหนาคว้าเอวของเธอมากอด แต่ก็ไม่กล้าเสียงดังเกินไป เพราะกลัวจะทำให้มารดาตื่น
“ปล่อยฉันจ๊ะคุณ” น้ำผึ้งพยายาดึงมือออก
“อีกไม่นานเราก็ต้องแต่งงานกัน ผมก็แค่กอดเอง ขอผมนอนกอดสักคืนนะ”
หัวใจกับสมองมันสั่งการกันไปคนละอย่าง น้ำผึ้งเลือกฟังเสียงของหัวใจ เธอยอมให้แขกผู้มาใหม่นอนกอดเธอตามที่เขาต้องการ
เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กไม่ขัดขืนอะไร มือหนาก็ค่อยๆซุกซน ลูบไล้แขนเรียว จนคนคนตัวเล็กนอนนิ่งจนแทบลืมหายใจ ด้วยความรู้สึกที่เธอไม่รู้ว่าจะเรียกมันว่าอะไร
ศรุตค่อยๆจับตัวหญิงสาวจากนอนตะแคงหันหลังให้เขา ให้ค่อยๆเปลี่ยนเป็นท่านอนหงาย
น้ำผึ้งพยายามขัดขืนด้วยการเกร็งตัว แข็งทื่อ เหมือนท่อนไม้ แต่ในที่สุดหญิงสาวก็นอนในท่าที่ชายหนุ่มต้องการ
แสงของพระจันทร์สาดเข้ามาในห้องนอน ทำให้ชายหนุ่มได้เห็นใบหน้างามของหญิงสาวที่นอนหลับพริ้ม ไม่กล้าแม้แต่จะลืมตาขึ้นมาสบตาเขา
ปากหนาค่อยๆ พรหมจูบไปทั่วใบหน้าของคนที่นอนหลับตา ก่อนจะค่อยๆเลื่อนต่ำลงมาจนถึงปากบางที่กำลังสั่นด้วยความรู้สึกที่เสียวซ่านอย่างบอกไม่ถูก
“อื่อ...”
น้ำผึ้งเผลอครางออกจากคอด้วยความกระสัน ที่ไม่รู้จะปลดปล่อยอารมณ์ที่เกิดขึ้นทางไหน
“อย่าจ๊ะคุณ”
น้ำผึ้งคว้ามือหนาที่กำลังจะสอดเข้าไปในเสื้อของเธอ เพื่อสัมผัสกับอกหนาที่เตร่งตรึงตามวัย
“ผมชอบคุณนะ” เสียงกระซิบข้างหูอย่างแผ่วเบาทำเอามือเล็กที่จับมือหนาไว้ค่อย ๆคลายออก
ตอนที่3หวาน...ไปทั้งตัว “มันไม่เร็วไปเหรอจ๊ะ” หญิงสาวเริ่มไม่แน่ใจ ว่าสิ่งที่เธอกับเขากำลังจะทำ มันถูกต้องแล้วใช่ไหม ไม่มีคำตอบจากปากของชายหนุ่ม เขากลับรุกเร้าเธอลงมาถึงซอกคอ ปากหนาพรหมจูบไปจนทั่ว เหมือนผึ้งที่กำลังดูดกินน้ำหวานจากเกสรดอกไม้อย่างไม่มีอะไรจะมาหยุดยั้งไว้ได้ “อื่อ...คุณ” น้ำผึ้งเรียกชายหนุ่ม เพราะตอนนี้ร่างกายเธอ มันปั่นป่วนจนแทบจะควบคุมตัวเองไว้ไม่อยู่ มือหนาสอดเข้าไปใบชุดชั้นในที่ปกปิดอกอวบไว้ ก่อนจะใช้นิ้วบดขยี้ยอดอกแห่งความสาว ที่กำลังเตร่งตรึง รอรับการสัมผัสจากนิ้วของชายหนุ่ม ด้วยความชำนาญ ไม่นานเสื้อชั้นในก็ถูกถอดออก ก่อนที่เสื้อลูกไม้ที่หญิงสาวสวมนอนจะถูกถอดตามออกมาด้วย ใครจะรู้ว่าหญิงสาวร่างเล็กเอวไม่ถึงยี่สิบห้านิ้ว จะมีหน้าอกที่ล้นไม้ล้นมือขนาดนี้ ศรุตสาละวนอยู่กับการบีบเคล้นสลับกับการใช้ปากดูดยอดอกชูชันอย่างเอร็ดอร่อย น้ำผึ้งบิดตัวไปมา เพื่อลดความเสียวซ่านที่ชายหนุ่มหยิบยื่นให้ ทุกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ตั้งแต่เล็กจนโต หญิงสาวไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน บา
ตอนที่4ครั้งแรกของหญิงสาว “วันนี้แม่จะไปตัวจังหวัด ถ้าเรื่องไม่เสร็จแม่อาจจะกลับพรุ่งนี้เช้า ดูแลทำกับข้าวกับปลาให้คุณศรุตกินด้วยนะลูก” มะเดื่อและชาวบ้านกำลังดำเนินการเรื่องมีการบุรุกที่ดินของรัฐจากคนนอกพื้นที่ เธอและผู้ใหญ่จึงต้องเข้าไปตัวจังหวัดเพื่อตามเรื่อง “จ๊ะแม่” แววตาของชายหนุ่มเป็นประกาย เพราะหมายความว่าคืนนี้เขาอาจจะได้อยู่กับหญิงสาวแค่เพียงสองคน “น้ำตกที่แม่คุณว่าอยู่ไกลมากไหม ศรุตหันไปถามหญิงสาวที่นั่งก้มหน้าอยู่บนเบาะข้างคนขับ มือทั้งสองข้างจับรัดกันแน่น ไม่กล้าแม้แต่จะหันมาสบตาคนถาม “ไกลเหมือนกันจ๊ะ สักชั่วโมงก็คงถึง เป็นน้ำตกเล็กๆ หลบจากสายตาผู้คน แต่รถคันใหญ่ๆแบบนี้พอเข้าได้ มีไม่กี่คนที่รู้จัก เพราะพวกเรากลัวมันจะถูกทำลายถ้ามีคนรู้จักมากขึ้น” น้ำผึ้งแอบหันมามองหน้าคนถาม แต่ก็หลบสายตาทันที เมื่อถูกอีกฝ่ายจ้องมองกลับ “อีกหน่อยถ้าเราแต่งงานกัน เธอต้องไปใช้ชีวิตที่ในเมืองสลับกับที่นี่ จะมาพูดจ๊ะแบบนี้ไม่ได้นะ เป็นถึงหลานสาวคนเดียวของเจ้าของโรงแรมระดับห้าดาว ต้องเปลี่ยนหางเสียงเป็น ค่
ตอนที่5แม่คะ...หนูพร้อมจะแต่งงาน เมื่อสงครามสวาทเสร็จสิ้นลง คนทั้งสองนอนพักจนหายเหนื่อยแล้ว จึงพากันลงเล่นน้ำตกเพื่อชำระล้างร่างกาย “ผมรักคุณนะน้ำผึ้ง” ศรุตโอบกอดภรรยาหมาดๆของเขาจากทางด้านหลัง เขาพูดในสิ่งที่คิดไว้แล้วว่าต้องพูด แต่ที่มันแตกต่าง คือเขาตั้งใจที่จะพูดคำว่ารักเพียงเพื่อให้หญิงสาวยอมแต่งงานด้วย กลับกลายเป็นการพูดคำว่ารักครั้งนี้ มันออกมาจากปากโดยที่ไม่ได้ฝืนหัวใจตัวเอง “น้ำผึ้งก็รักคุณค่ะ” ไม่มีอะไรที่หญิงสาวต้องอายอีกแล้ว มากกว่าคำบอกรัก เธอก็ยอมให้เขาทำมาแล้ว น้ำผึ้งใช้มือทั้งสองข้างจับมือที่กำลังกอดเธอไว้แน่น เหมือนกลัวว่าถ้าปล่อยมือแล้วจะเสียผู้ชายที่เธอรักไป “ถ้าแม่ของคุณกลับมา เราจะบอกท่าน ว่าเราจะเดินทางไปแต่งงานที่บ้านของคุรทรงวุฒิให้เร็วที่สุด คุณปู่ของคุณป่วยหนัก ท่านไม่ยอมรับการรักษา เรามีเวลาเหลือไม่มากที่จะทำให้ท่านสบายใจ ไม่ต้องเป็นห่วงอะไร” สำหรับน้ำผึ้งแล้ว นี่เป็นรักครั้งแรกในชีวิตของเธอ หญิงสาวมอบทั้งกายทั้งหัวใจให้เขาไปแล้ว เธอเองก็อยากแต่งงานให้เร็วที่สุดไม่ต่างจากศรุต เพียงแต่มีเหต
ตอนที่6กลัว “ทำไมคุณถึงไม่ยอมไปนอนกับฉัน คุณรักมันแล้วใช่ไหม” วราลีมองหน้าคนรักด้วยสายตาที่ทั้งเสียใจและผิดหวัง เธอไม่น่ายอมให้เขาไปแต่งงานกับผู้หญิงอื่นเลย “ลีคุณฟังผมนะ ตอนนี้คุณทรงวุฒิยังมีชีวิตอยู่ ถ้าเรื่องระหว่างเราถูกเปิดเผย ท่านยังไม่ได้มอบสมบัติให้ผมกับน้ำผึ้ง ท่านมีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนใจ ยกให้หลวงได้อย่างที่ท่านบอกทุกเมื่อเลยนะ” ชายหนุ่มไม่ตอบคำถาม เรื่องรักหรือไม่รัก แต่เขากลับยกเอาเหตุผลเรื่องสมบัติขึ้นมาพูดแทน “แต่ลีใจจะขาดแล้ว ตอนนี้เงินก็ไม่มี เงินเดือนที่คุณเคยให้มันก็ไม่พอ คุณจะให้ลีทำยังไงคะ” “ผมจะโอนเพิ่มให้คุณทุกเดือน แต่คงมากไม่ได้ เพราะอาจจะมีใครในโรงแรมตรวจสอบเจอแล้วไปรายงานคุณท่าน แต่คุณต้องสัญญาว่าจะไม่ทำให้น้ำผึ้งเขาไม่ไว้ใจผม” ชายหนุ่มยื่นข้อเสนอ “ลีสัญญาค่ะ แต่ลีคงต้องขอไปหาคุณบ้าง ไปในฐานะเพื่อนก็ได้” ความผูกพันที่เคยมีให้กัน ทำให้ศรุตใจอ่อน ยอมให้คนรักไปหาเธอที่บ้านของทรงวุฒิได้ แต่ห้ามเธอแสดงท่าทางกิริยาอะไรที่ดูเกินคำว่าเพื่อนในบ้านหลังนั้นเด็ดขาด “แล้วถ้าคุณทรงวุฒิ
ตอนที่7 ความสูญเสีย “ผมว่าคุณควรจะซื้อชุดนอน ชุดสำหรับไปงาน สักสี่ห้าชุดนะ” ศรุตเห็นแต่ภรรยาของเขาใส่แต่ชุดชาวเขาที่เธอเอาติดตัวมาเพียงไม่กี่ชุด “ราคาต้องแพงมากๆแน่เลยค่ะ น้ำผึ้งเกรงใจคุณ” “คุณเป็นภรรยาผม ผมก็ต้องดูแลคุณให้ดีที่สุด” เงินที่ทุกวันนี้ศรุตใช้จ่าย รวมทั้งเงินที่ให้กับวราลีไป เป็นเงินส่วนตัวของเขา ที่ได้จากเงินเดือนและรายได้พิเศษจากงานทนายความ ชุดต่างๆรวมๆกันแล้วเกือบสิบชุด ถูกเอาไปเก็บไว้ที่รถ เพราะวันนี้ชายหนุ่มตั้งใจ จะชวนภรรยาของเขาดูหนังสักเรื่อง “ยังไม่เคยเข้าโรงหนังเลยใช่ไหม”สามีถามภรรยาที่ดูท่าทางจะตื่นเต้น จนมือไม้เย็นเฉียบที่จะได้เข้าโรงหนังเป็นครั้งแรก“ยังเลยค่ะ เวลาจะเข้าห้องน้ำต้องทำอย่างไรคะ ในโรงหนังมีห้องน้ำไหม”น้ำผึ้งรู้สึกตื่นเต้นจนกลัว ว่าตัวเธอจะไปอยากเข้าห้องน้ำตอนที่หนังเริ่มฉาย“ในโรงหนังไม่มี แต่มาเข้าข้างนอกได้ ถ้าอยากมาเข้าคุณก็บอกเดี๋ยวผมพาออกมา”หนังเรื่องแรกในชีวิตของสาวชาวดอย เป็นหนังสบายๆ ไม่เครียดและไม่รุนแรงศรุตนั่งกุมมือภรรยาไว้ตลอด เพราะกลัวหญิงสาวจะรู้สึกกลั
ตอนที่8หอบความช้ำกลับบ้าน “น้ำผึ้ง คุณอยู่ไหน” ศรุตกลับเข้ามาที่ห้องนอน เพื่อจะพาภรรยาออกไปกินข้างข้างนอก แต่เขาเรียกเธอเท่าไหร่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา กระดาษแผ่นเล็กวางอยู่บนหัวเตียง ชายหนุ่มเหลือบไปเห็น เขาหยิบขึ้นมาอ่าน ด้วยหัวใจที่กำลังรู้สึกกลัว ‘คุณกลับไปหาคุณวราลีผู้หญิงที่คุณรักเถอะ ฉันขอเวลาทำใจแล้วจะกลับมาหย่าให้ถูกต้อง ลาก่อนค่ะ’ ศรุตยืนอ่านกระดาแผ่นเล็กด้วยความรู้สึกสับสนมึนงงไปหมด ว่ามันเกิดอะไรขึ้น น้ำผึ้งถึงได้มาหนีเขาไปแบบนี้ “หรือคุณได้ยินที่ผมคุยกับวราลี” ชายหนุ่มนึกขึ้นได้ ว่าภรรยาของเขาอาจมาได้ยินที่เขากับคนรักเก่าพูดกัน ศรุตรีบขับรถออกจากบ้านเพื่อตามหาน้ำผึ้ง เพราะคิดว่าเธอคงยังไปได้ไม่ไกล ชายหนุ่มขับรถไปตามเส้นทางที่เขาเคยพาเธอไป แต่กลับไม่เจอแม้แต่เงา ศรุตเป็นห่วงภรรยาจนแทบจะขาดใจ เพราะหญิงสาวไม่เคยไปไหนมาไหนคนเดียว “น้ำผึ้งคุณอยู่ไหน” จากชายหนุ่มที่หัวใจเข้มแข็ง ตอนนี้เขารู้สึกอ่อนแออย่างบอกไม่ถูก เหมือนร่างกายของเขาไร้หัวใจ เพราะเขาได้มอบมันไว้ให้กับหญิงสาวชาวดอยจน
ตอนที่9ง้อ ศรุตไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เขาต้องการอย่างเดียวคือการเอาครอบครัวของเขาคืนให้กลับมาเป็นอย่างเดิม การขับรถขึ้นเขาในเวลากลางคืนไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดนเฉพาะตอนถึงช่วงของทางเข้าหมู่บ้าน แต่ด้วยหัวใจที่มันเรียกร้อง ชายหนุ่มก็ทำได้ทุกอย่าง ความมืดบวกกับไม่คุ้นชินเส้นทาง ทำให้ชายหนุ่มขับรถหลงไปไกลจนถึงหมู่บ้านอื่น ก่อนที่จะจอดถามทางอย่างทุลักทุเลกว่าจะมาถึงหมู่บ้านของน้ำผึ้ง “เสียงรถใครมาดึกเชียว” มะเดี่ยวได้ยินเสียงเครื่องยนต์ตอนแรกก็ไม่แน่ใจ คิดว่าตัวเองฝันไป “น้ำผึ้งเอ๋ย ลงไปดูเป็นเพื่อนแม่หน่อย ใครก็ไม่รู้มา” “จ้าแม่” หญิงสาวรับปากและรีบเปิดประตูห้องนอนเดินตามมารดามาที่บันไดที่อยู่นอกตัวบ้าน “สวัสดีครับคุณแม่” ศรุตรีบลงจากรถมาทักทายแม่ยาย “เอ้า! ไหนว่าน้ำผึ้งมันบอกงานยุ่งเลยมาไม่ได้ แล้วนี้ตามมายังไง ห่างกันแค่ไม่ถึงวัน” มะเดื่อถามลูกเขยด้วยความสงสัย “สงสัยงานจะเสร็จเร็วจ๊ะ แม่ไปนอนต่อเถอะ เดี๋ยวน้ำผึ้งดูแลคุณศรุตเอง” หญิงสาวรีบชิงตอบก่อนสามี เพราะกลัวชายหนุ่มจะพ
ตอนที่10ความจริงทั้งหมด “ลีคุณไม่คิดจะหาเงินมาช่วยผมเลยใช่ไหม” ชูชาติหงุดหงิดใส่วราลีที่ไปเยี่ยมเขาที่โรงพัก เพราะเขาต้องทนอยู่ในห้องขังมาหลายคืนแล้ว “คุณคิดว่าฉันอยู่เฉยๆเหรอ หัวหมุนไปหมดแล้ว เงินไม่ใช่น้อยๆ หยิบยืมใครก็ไม่มีใครเขาให้” หญิงสาวนั่งลงข้างๆสามี ที่มีกรงเหล็กกั้นระหว่างเขากับเธออยู่ ด้วยความเหน็ดเหนื่อย “ไอ้ศรุตล่ะ มันหลงคุณจะตายทำไมไม่ไปขอมันมาให้ได้” “คุณคิดว่าฉันไม่ทำเหรอ คุณรู้ไหมมันรู้เรื่องของเราหมดแล้ว และมันก็ทิ้งฉันไว้ที่บ้านของมัน แต่ตัวมันขึ้นดอยไปกับเมียมันนู่น” เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ วราลียิ่งรู้สึกแค้น เธอกับศรุตรักกันอยู่ดี ๆเพราะข้อเสนอของทรงวุฒิที่มันมาล่อตาล่อใจทำให้เธอยอมให้ศรุตไปแต่งงานเพื่อหวังจะได้สมบัติกองโต แต่กลายเป็นเธอต้องเสียเขาไป “แล้วโง่ไปทำยังไงให้มันจับได้ล่ะ” ชูชาติตะคอกใส่หน้าหญิงสาวที่อยู่นอกห้องขัง “ใช่ฉันมันโง่ ถ้าคุณคิดว่าคุณฉลาดก็หาทางออกจากที่นี่เอาเองแล้วกัน” เมื่อความอดทนมันหมด หญิงสาวก็ไม่อยากอยู่ฟังคำด่าทอจากชูชาติอีก ตอนนี้เธอทั้ง
18อบอุ่นพร้อมหน้า “พรุ่งนี้ผมจะพาคุณไปฝากท้องนะ” ภาคินเดินประคองพาภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขา เข้าไปในบ้านที่เข้าตั้งใจไว้เพื่อเป็นบ้านของครอบครัวที่น่ารักของเขา “วันนี้ยิหวาไม่ต้องแอบเหมือนทุกๆครั้งที่มาที่นี่” คำพูดของหญิงสาว ทำให้ภาคิน สำนึกได้ว่าที่ผ่านมา เขาไม่เป็นลูกผู้ชาย เขาไม่ให้เกียรติผู้หญิงที่เขารัก ทำเหมือนเธอเป็นสิ่งไร้ค่า พอถึงเวลาที่เสียไป เขาถึงเพิ่งรู้ว่าเธอมีค่าแค่ไหน “ฉันขอโทษนะ ที่ทำให้เธอรู้สึกไม่มีค่า เรามาเริ่มต้นจุดเทียนกันใหม่ แต่เทียนเล่มนี้ จะมีทั้งความรักและความอบอุ่น เป็นกำบังคอยป้องกันทุกอย่าง ที่จะมาทำให้เทียนแห่งรักนี้ดับลง ฉันสัญญาจะรักและดูแลเธอกับลูกไปตลอดชีวิต” หญิงสาวเชื่อทุกคำที่ภาคินพูด เพราะทุกอย่างที่เขาทำในเวลานี้ มันเป็นบทพิสูจน์แล้ว “ขอบคุณนะคะ ที่ทำทุกอย่างเพื่อยิหวากับลูก” บ้านหลังนี้ ที่ภาคินเคยคิดว่ามันใหญ่เกินไป เพราะมีถึงสี่ห้องนอน แต่ตอนนี้ มันจะเหลือว่างแค่เพียงสองห้อง เพราะอีกห้องต้องเตรียมไว้ สำหรับลูกของเขาที่กำลังจะเกิดมา ศศิวัฒน์กลับไป
17เผชิญหน้ากับทุกปัญหา “ภาคินลูกไปไหนมาทั้งวัน คุณพ่อก็อีกคนยังไม่กลับมาเลย” ฐานิตาลุกออกจาโซฟา เดินมาหาลูกชายที่หน้าประตูบ้าน “ผมไปรับภรรยาผมกลับบ้านครับ” ภาคินยิ้มมุมปาก “ภรรยา ลูกหมายความว่าอะไร” ฐานิตายืนมองหน้าลูกชาย เธอไม่เข้าใจในสิ่งที่ภาคินพูด แต่มันต้องเป็นเรื่องที่เธอจะต้องไม่ชอบใจแน่ๆ “สวัสดีค่ะคุณท่าน” ยิหวาเดินตามหลังภาคินเข้ามา “หมายความว่ายังไง ที่ภาคินบอกว่าพาภรรยามา” ฐานิตายืนถลึงตาด้วยความไม่พอใจ“นี่ค่ะ ทะเบียนสมรสเราเพิ่งไปจดกันมา เมื่อช่วงบ่ายนี่เอง”ยิหวายื่นกระดาษในมือของเธอ ให้มารดาของภาคินดู เพื่อให้เธอได้เห็นชื่อชัดๆว่าใครสมรสกับใคร“ไม่จริ๊ง ไม่จริง ภาคินลูกจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ แม่ไม่ยอม”ฐานิตาเดินตามทั้งคู่เข้ามาในบ้าน โดยครั้งนี้ยิหวา ไม่ได้นั่งข้างล่างเหมือนแต่ก่อน เธอนั่งบนโซฟาข้างๆสามีของเธอ“ลูกจะต้องแต่งงานกับหนูลิตาเท่านั้น ” ฐานิตากระแทกเสียง“ก็ได้นะคะ ถ้าคุณลิตาจะยอมเป็นเมียน้อย” ยิหวาต่อปากต่อคำ“ยิหวา ฉันหลงคิดว่าเธอมันเป็นเด็กดี ที่แท้ก็ไม่ต่างอะไรกับแม่ของเธอ”ฐานิตาลืมตัว
16ตามหัวใจคืน “ยิหวา เธอหลบหน้าฉันทำไม” หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว เมื่อจำได้ว่าเสียงที่กำลังเรียกชื้อเธอนั้นคือใคร “คุณภาคิน คุณมาที่นี่ได้ยังไง”หญิงสาวพยายามดึงมือที่จับแขนเธอไว้แน่น แต่มันไม่ขยับเลย“เปิดประตูแล้วเข้าไปคุยกันในห้อง อยากมายืนเถียงกันให้อายคนอื่นเหรอ”ภาคินเคล้นเสียงหนักแน่น แต่เบาเพราะไม่อยากให้ใครได้ยิน“คุณจะตามฉันมาทำไม”ยิหวาตวาดเสียงแหลมใส่หน้าชายหนุ่มทันที เมื่อประตูถูกปิดลง“ก็เพราะเธอหนีออกมาแบบนี้ไง”ภาคินคว้าแขนเล็กไว้และดึงร่างบางอย่างแรง จนหญิงสาวแทบจะเซล้ม“ฉันไม่ได้หนีคุณ แล้วทำไมต้องหนี การที่ฉันจะไปอยู่ที่ไหนทำอะไร มันไม่ได้เกี่ยวกับคุณเลย เราก็เป็นแค่อดีตเจ้านายกับลูกสาวคนรับใช้แค่นั้น”ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดอะไรต่อ ชายหนุ่มก็ปิดปากของเธอด้วยปากของเขา สองมือหนาประคองใบหน้ารูปไข่ไว้ในมืออย่างทะนุถนอม“พอ หยุดเถอะ ฉันรักเธอ ยิหวา ได้ยินไหมฉันรักเธอ” ชายหนุ่มดึงหญิงสาวมากอดไว้ แล้วพูดอยู่ซ้ำๆแบบนั้น“คุณรักฉันไม่ได้ค่ะ คนที่คุณควรรักคือคุณลิตา เขาคือคนที่คุณกำลังจะแต่งงานด้วย”หญิงสาวกัดฟันพูดด้วยความแค้น เธอพูดทุกถ้อยคำช้าๆแ
15พบกันครั้งแรก “เราว่าแกไม่ต้องตามหาลูกสาวแล้วแหละ” คณินพูดเมื่อสายตาของเขาหันไปเห็นผู้หยิงสองคนที่เขาคุ้นเคยในร้านอาหารข้างๆ“ดาริน”ศศิวัฒน์มองตามสายตาของเพื่อนที่มองไปยัง ร้านอาหารอีกร้านที่อยู่ข้างกัน มีเพียงแค่ทางเดินเล็กๆในห้างกั้นอยู่“นานแล้ว แกยังจำได้อยู่อีกเหรอ” คณินแปลกใจที่เพื่อนของเขายังจำคนรักเก่าได้อยู่ ทั้งที่ทั้งสองคนไม่ได้เจอกันยี่สิบกว่าปี“ฉันไม่ได้ยังจำได้ แต่ฉันไม่เคยลืมต่างหาก” ศศิวัฒน์พูดจากหัวใจเราเข้าไปคุยกับทั้งคู่ตอนนี้คงไม่ดี เดี๋ยวเราว่ารอให้ ดารินกับยิหวาต้องแยกกันกลับบ้าน เรารอคุยกับยิหวาคนเดียวจะดีกว่าคณินเสนอความคิดเห็น และศศิวัฒน์ก็เห็นด้วย เพราะเขาไม่แน่ใจว่าดารินจะยังอยากเจอหน้าเขาอยู่ไหมในที่สุดสองคนแม่ลูกก็แยกกัน ดารินลงไปชั้นล่างเพื่อขึ้นรถกลับ ส่วนยิหวาเดินแยกไปทางร้านขายเครื่องเขียน“ยิหวา” คณินเรียกหลังจากเดินตามหญิงสาวไป“ยิหวา นี่ศศิวัฒน์เพื่อนของฉัน” คณินแนะนำเพียงเท่านี้ก่อน“สวัสดีค่ะคุณศศิวัฒน์” หญิงสาวยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อมนี่เป็นครั้งแรก ที่ศศิวัฒน์ได้มีโอกาสเห็นหน้าลูกสาวของเขา แบบตัวเป็นๆ และเธอก็มีหน้าตาที่เหมือน
14ความลับ “แกยังจำดารินได้ไหม” คณินเริ่มเข้าเรื่อง “จำได้สิ ผู้หญิงที่ฉันรักทั้งคนนะ แล้วแกถามถึงทำไม แกเจอดารินเหรอ” ศศิวัฒน์ทำท่ากระตือรือร้นอยากรู้ “อืม...เจอทุกวันเลย เจอมาหลายปีแล้วด้วย” คนตอบไม่พูดตรงๆ “หมายความว่าอะไรวะ คณินแกจะมายียวนเพื่ออะไร มีอะไรเกี่ยวกับดาริน แกพูดมาให้หมดเลย” ศศิวัฒน์รักและจริงใจกับดาริน เขาต้องการจะให้เธอเป็นภรรยาที่ถูกต้องกับเขา แต่ทุกอย่างก็พังลง เมื่อมารดาของเขาประกาศผ่านสื่อ ว่าเขากำลังจะแต่งงานกับหญิงสาวชั้นสูง ตั้งแต่นั้นมาศศิวัฒน์ก็ไม่เจอดารินอีกเลย “ดารินเขาอยู่ที่บ้านฉัน ตั้งแต่ที่แม่แกประกาศว่าแกจะแต่งงานนั่นแหละ” คณินเริ่มเล่า “เฮ้ย! แล้วทำไมแกไม่บอกฉัน แกรู้ไหมคณินว่าฉันตามหาดารินจนแทบบ้า” ศศิวัฒน์ขึ้นเสียง “ดารินเขาขอฉันไว้ เขาบอกถ้าฉันบอกแก เขาก็จะพาลูกในท้องหนีไปที่อื่น ฉันสงสารเด็ก” “ลูกในท้อง” ศศิวัฒน์พูดทวนคำพูดของเพื่อน เพราะเขาไม่เคยรู้เลย ว่าดารินท้อง “ใช่ ดารินเขาท้อง” คณินเน้นย้ำ เพราะหวังว่าเพื่อนจะพอเข้าใจ ว่าเรื่องราว
13ตามหา หนึ่งเดือนแล้ว ที่ภาคินไม่ได้เจอไม่ได้คุยไม่ได้ข่าวอะไรของหญิงสาวที่เขาสุดแสนจะคิดถึง ชายหนุ่มคิดถึงครั้งที่เขาไปเรียนอยู่อเมริกา เขาก็เคยทำกับเธอแบบนี้ เธอคงทั้งเจ็บทั้งเสียใจ ไม่ต่างกับเขา “คุณรู้ไหม ภาคินไม่ไปทำงานหลายวันแล้ว ผมถามหนูลิตา เธอก็บอกว่า ภาคินดื่มหนักเกือบทุกคืน” คณินทำงานที่เดียวกับลุกชายและลลิตา เขาถึงมีโอกาสได้สังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของลูกชาย “คุณคิดว่ายังไงคะ” ฐานิตาไม่เข้าใจ ว่าสามีต้องการจะบอกอะไร “ผมว่าการที่ยิหวาออกไปอยู่ข้างนอกแบบนี้ มันยิ่งทำให้ทุกอย่างแย่ ลูกชายเราเป็นแบบนี้ คุณคิดว่า คนอย่างหนูลิตาเขาจะอยากฝากชีวิตไว้ด้วยเหรอ” ฐานิตาเห็นด้วยกับคำพูดของสามี แต่เธอก็ไม่สามารถจะยอมรับความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างลูกชายเธอกับคนงานในบ้านได้ “ไม่ใช่ว่าฉันไม่สงสารลูกนะ แต่คุณจะให้ฉันยอมรับลูกคนรับใช้มาเป็นสะใภ้ ฉันทำใจไม่ได้หรอก” “คุณรังเกียจยิหวา เพียงเพราะมันเป็นลูกสาวคนใช้ใช่ไหม และถ้าสมมุติว่าวันนึง ลูกสาวคนใช้กลายเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของข้าราชการระดับสูงในบ้านเมืองเร
12เริ่มต้นชีวิตใหม่ หญิงสาวออกไปอยู่ข้างนอก โดยที่เธอบอกทุกคนยกเว้นภาคิน ฐานิตาเห็นด้วย เพราะเธอคิดว่าการที่ยิหวาออกไปอยู่ที่อื่น ลุกชายของเธอ น่าจะลืมเธอได้อีกไม่นาน และคงยอมที่จะแต่งงานกับลลิตา “ดาริน ถ้าเธอจะออกไปอยู่กับลูกสาวก็ได้นะ แต่ฉันขอเวลาหาคนใหม่มาแทนก่อน ส่วนป้าช้อยก็ให้แกอยู่ที่นี่ต่อเถอะ อย่าเอาแกไปลำบากด้วยเลย” ฐานิตาถึงจะรู้สึกเสียดายดาริน เพราะอยู่ด้วยกันมานานจนรู้ใจ แต่ก็ต้องยอมแลกกับการที่ลุกชายของเธอจะได้ห่างจากยิหวา “ค่ะคุณท่าน คงอีกสักพัก ถึงจะย้ายตามลูกไป” ดารินเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นแม่ดี ว่าฐานิตาก็ต้องอยากให้ลูกชายของเขาได้ผู้หญิงที่ดีที่สุด “น้าดารินครับ ผมไม่เห็นยิหวาหลายวันแล้ว เธอไปไหน” ภาคินเก็บความอยากรู้และไม่สบายใจไว้ไม่ไหวแล้ว เขาตัดสินใจเข้ามาถามดารินตรงๆ “ยิหวาเขาออกไปอยู่ข้างนอกแล้วค่ะ แต่น้าก็ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน เพราะเขาไม่ได้บอกไว้” ดารินไม่ได้โกหก เพราะลูกสาวของเธอไม่ได้บอกอะไร มากไปกว่า ว่าที่พักอยู่ใกล้กับที่ทำงาน “ทำไมต้องออกไปอยู่ข้างนอก
11ลาก่อน “เป็นอะไรไป หน้าซีดเชียว” ดารินเดินเข้ามาจับตัวลูกสาว เมื่อเห็ใบหน้าที่ซีดเซียว “แม่คะ ถ้าหนูหางานทำได้ เราไปอยู่ที่อื่นกันนะคะ” หญิงสาวพูดออกมาอย่างไม่ทันระวัง ว่ามารดาจะสงสัยว่าอยู่ดีๆทำไมเธอถึงพูดแบบนี้ “ทำไมพูดแบบนี้ล่ะ จะให้แม่ทิ้งคุณท่าน ทิ้งป้าช้อยไปได้ยังไงกัน” ดารินหันไปทไหน้าดุใส่ลูกสาว “เดี๋ยวไม่มีเรา คุณท่านก็หาแม่บ้านใหม่มาทำงาน แม่จะอยู่เป็นคนใช้เขาไปตลอดชีวิตเหรอ” ยิหวาไม่รู้เหมือนกัน ทำไมเธอถึงกล้าพูดแบบนี้ ทั้งที่ดารินก็สอนเธอตั้งแต่เล็กจนโต ว่าให้รู้จักและสำนึกในบุญคุณของครอบครัวอรรถจิรานนท์ ที่ทำให้เธอกับแม่ มีที่ซุกหัวนอนอย่างเช่นทุกวันนี้ “ยิหวา มันเกิดอะไรขึ้นกันลูก คุณท่านเรียกลูกไปพูดเรื่องอะไร ทำไมถึงออกมาแล้วพูดจาแบบนี้” ดารินเลี้ยงลูกมา เธอรู้ว่าลูกสาวของเธอ ไม่เคยคิดจะไปจากที่นี่ และอยู่ดีๆ ทำไมถึงได้มาพูดจาเอาจริงเอาจังแบบนี้ “ไม่มีอะไรหรอกค่ะแม่ หนูไปรีดผ้าต่อนะคะ” นับตั้งแต่วันนั้นยิหวาก็พยายามหางานทำ เอาที่อยู่ไกลจากบ้านของภาคินให้มากที่สุด
10ปล่อยมือหรือเดินต่อ เมื่อไฟถูกปิดลง ความคิดถึงที่ทั้งคู่ต่างถวิลหากันมาเกือบสามปี ก็เหมือนพายุ ที่ถูกปลดปล่อยมาในทันที เสื้อผ้าถูกถอดออกจากเรือนร่างบางเล็กของยิหวา อย่างรวดเร็ว จนเธอยังไม่ทันได้ตั้งตัว ปากหนาทั้งหอมทั้งจูบไปทุกส่วนของร่าง เหมือนเขาอยากจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว “คุณภาคินคะ ยิหวาเจ็บนะ” หญิงสาวร้องบอกเขา เพราะเธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังช้ำไปทั้งตัว ไม่มีเสียงตอบจากคนที่กำลังรุกราน แต่เขากลับใช้ทั้งสองมือบีบเคล้นอกอวบขึ้นมาก่อนจะใช้ปากหนาทั้งเลียและดูด อย่างกระหาย จนเจ้าของอกกลมต้องบิดไปทั้งตัวด้วยความเสียวซ่าน ที่เธอไม่ได้สัมผัสมันมานานแสนนาน “อ่า...อื้อ......” หญิงสาวกลั้นเสียงครางไว้ไม่ไหวอีกต่อไป โคมไฟหัวเตียงถูกดับลง พร้อมกับความเป็นชายของเขา ที่เข้ามาอยู่ในกลีบชมพูอวบของหญิงสาว สะโพกกลมขยับตามจังหวะที่ชายหนุ่มคอยควบคลุม ให้เธอเคลื่อนไหวตามจังหวะ จากสายน้ำที่ไหลอย่างเชื่องช้า ก็เปลี่ยนเป็นทะเล ที่ถูกเกลียวคลื่นโหมกระหน่ำจน คนตัวเล็กต้องจิกเล็บสวยลงไปบนแผ่นหลังของชายหนุ่