Share

บทที่ 2 ชื่อเสียงที่ไม่ดี

Auteur: sanvittayam
last update Dernière mise à jour: 2024-12-30 14:42:46

บทที่ 2

ชื่อเสียงที่ไม่ดี

แสงอาทิตย์สาดส่องทะลุผ้าม่านเข้ามาจนแยงตา จ้าวเยว่ที่­กำลังนอนอย่างมีความสุขอยู่บนเตียงขยี้ตาเล็กน้อย ก่อนจะลุก­ขึ้นมานั่งอย่างเหนื่อยหน่าย ปากก็ร้องตะโกนเรียกสาวใช้

“ผิงผิง ๆ”

“ผิงผิงมาแล้วเจ้าค่ะ”

ผิงผิงเดินกึ่งวิ่งเข้ามายังห้องนอนของจ้าวเยว่ ในมือของนางมีอ่างใส่น้ำใบหนึ่งกับผ้าสีขาวสำหรับเช็ดหน้า

“ข้าขอท่านแม่ไปไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้ว ว่าอยากเปลี่ยนผ้าม่านใน­ห้องของข้าให้เป็นสีดำ ยามเช้าแดดจะได้ไม่ส่องเข้ามากระทบตาข้า” จ้าวเยว่บ่นพึมพำ

“ได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ จวนเรือนจะใช้ผ้าสีดำก็ต่อเมื่อเป็น­งานศพเท่านั้น ถ้าเอามาใช้ในห้องนอน มันจะไม่เป็นมงคล”

ผิงผิงแย้ง เรื่องนี้นางเห็นด้วยกับมารดาของอีกฝ่าย

“ช่างเรื่องมงคลไม่มงคลนั่นปะไร ข้าอยากได้แบบที่สะดวกต่อข้า” จ้าวเยว่ยังยืนยันความคิดของตน

นางไม่เคยใส่ใจเรื่องมงคลหรือไม่มงคล เพราะเชื่อว่าทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้นจากผลของการกระทำมากกว่า

ผิงผิงถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะนำอ่างล้างหน้ามาวางบน­โต๊ะเครื่องแป้ง จ้าวเยว่ก้มหน้าลงไปใช้สองมือวักน้ำขึ้นมาล้าง­หน้าเล็กน้อย และรับผ้าสีขาวมาเช็ดหน้าอย่างเบามือ

“งานเลี้ยงที่จวนของท่านโหวในช่วงเย็นวันนี้ คุณหนูจะไม่ไปจริง ๆ หรือเจ้าคะ” ผิงผิงถาม

“ไม่ไป” จ้าวเยว่ตอบเสียงราบเรียบ ราวกับว่าไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเลย

ผิงผิงเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี คำสั่งของจ้าวฮูหยินที่ให้นาง­มาเอ่ย นางก็ได้เอ่ยแล้ว เพราะฉะนั้นหากว่าคุณหนูไม่ทำตามก็­คงจะไม่ใช่ความผิดของนาง

แต่ถึงอย่างไรหญิงสาวก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี

“คุณหนูลองคิดดูอีกทีเถอะเจ้าค่ะ ดีไม่ดีในงานอาจจะมี­ขนมกุ้ยฮวาหิมะที่คุณหนูชอบก็ได้”

“มีแล้วจะอย่างไร แค่ขนมกุ้ยฮวาหิมะ ข้าแค่สั่งให้เจ้าไปซื้อ­มาให้ข้า ก็ได้นี่”

“ถ้าคุณหนูไม่ไป นายท่านกับฮูหยินจะเสียหน้าได้นะเจ้าคะ”

“ไม่มีวันเสียหน้าหรอก เจ้าอย่าลืมสิว่าข้าคือสตรีที่เกียจคร้านที่สุดของเมืองนี้ ต่อให้ข้าไม่ไปงานเลี้ยงในครั้งนี้ คงไม่มีใครตำหนิท่านพ่อกับท่านแม่ได้หรอก เจ้าเชื่อข้าสิ” จ้าวเยว่ตอบกลับอย่างไม่ทุกข์ร้อน

ผู้คนต่างก็รู้กันทั่ว ว่าคุณหนูของเจ้ากรมการคลังผู้นี้เกียจ­คร้านถึงเพียงไหน บางคนถึงขั้นเอาไปนินทาว่าครอบครัวท่าน­เจ้ากรมตามใจนางนี้มากเกินจนเสียผู้เสียคน เป็นสตรีเสียเปล่ากลับทำตัวเกียจคร้าน เป็นที่ขายหน้าบิดามารดาไปทั่ว แต่ว่าจ้าวเยว่กลับไม่สนใจคำนินทาพวกนั้น และยังคงทำตัวเกียจคร้านเหมือนเดิม

ด้วยชื่อเสียงที่ไม่ค่อยดีของนาง จึงทำให้ไม่เป็นที่หมายปองของบุรุษใดในฉางอันเลย

จ้าวเยว่ผู้เลยวัยปักปิ่นมาร่วมปีกว่าแล้ว จึงยังไม่ได้ออกเรือนกับเขาเสียที

เอ่ยถึงขนมกุ้ยฮวาหิมะแล้ว จ้าวเยว่ก็รู้สึกอยากกินขึ้นมา

­นี่เป็นระยะเวลาถึงสามเดือนแล้ว ที่นางนั้นไม่ได้ลิ้มรสขนมกุ้ยฮวาหิมะที่ตนเองโปรดปราน เนื่องจากร้านเหลาเสี่ยวชื่อที่ทำ­ขนมชนิดนี้ จะทำเพียงแค่ปีละสี่ครั้ง เพราะดอกไม้ที่ใช้ในการทำ­ขนมชนิดนี้ จะบานเพียงแค่สามเดือนครั้งเท่านั้น ซึ่งตอนนี้ก็­ครบรอบสามเดือนพอดี ซึ่งที่จริงนางลืมไปแล้วด้วยซ้ำ แต่เพราะผิงผิงเอ่ยขึ้นมา จึงนึกขึ้นได้

“ผิงผิง พวกเราไปซื้อขนมกุ้ยฮวาหิมะกัน” จ้าวเยว่เอ่ยชวน

“คุณหนูจะออกไปข้างนอกหรือเจ้าคะ เอ่อ...ผิงผิงออกไปซื้อ­ให้ก็ได้เจ้าค่ะ” ด้วยความเกียจคร้านของผู้เป็นนาย ผิงผิงจึงไม่คิดว่าจ้าวเยว่จะออกไปข้างนอกด้วยตนเอง

จ้าวเยว่หันมาเอ่ยกับสาวใช้ของตน

“วันนี้ข้าอยากออกไปด้วยตนเอง ข้าออกจากจวนครั้งที่แล้วก็เมื่อสองเดือนก่อน ตอนแอบไปซ้อมยิงธนูที่สนามฝึกของกองทัพ ไม่รู้ว่าข้างนอกเป็นอย่างไรบ้างแล้ว แคว้นฉางอันตอนนี้ครึกครื้นกว่า­แต่ก่อนหรือไม่ อีกอย่าง ข้าอยากกินขนมอย่างอื่นด้วยจึง­อยากจะไปเลือกดู”

“ไปขออนุญาตฮูหยินก่อน ดีหรือไม่เจ้าคะ”

จ้าวเยว่ขยิบตาใส่ผิงผิงหนึ่งที่

“ถ้าไปขอ มีหรือท่านแม่จะให้ไป ข้าว่าพวกเราแอบออกไปทางประตูหลังดีกว่า”

“ไม่ได้นะเจ้าคะ หากถูกจับได้ขึ้นมา คุณหนูอาจจะถูกกักบริเวณอีก” ผิงผิงค้าน

ให้อย่างไรนางก็มองว่าคุณหนูของนาง สมควรไปรายงานให้ฮูหยินทราบเสียก่อน

“แต่ปกติข้าก็ทำตัวเหมือนกักบริเวณตนเองอยู่แล้วนี่นา”

จ้าวเยว่แย้งอย่างขบขัน ตัวนางไม่ได้ออกไปนอกจวนบ่อย ๆ สักหน่อย หากถูกลงโทษก็คงไม่ต่างจากทุกวันนี้ ที่ต้องเก็บตัวอยู่แต่­ในจวนหรอก

หลังจากนั้นจ้าวเยว่ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินฉับ ๆ ไปที่ประตูด้านหลังของจวน ผิงผิงที่พยายามเอ่ยห้ามแล้วห้ามอีกได้­แต่­เดินตามไป สายตาสอดส่องมองหน้าหลัง ด้วยเกรงว่าจะมีใครมาเห็นเข้า และในที่สุดทั้งสองก็ออกมาอยู่บนถนนสายเล็ก ๆด้านหลังจวน

จวนของท่านเซียวโหว

งานเลี้ยงที่จวนของท่านเซียวโหวเริ่มตั้งแต่ยามโหย่ว งาน­เลี้ยงจัดขึ้นอย่างใหญ่โตที่ลานกว้างภายในจวน ทางเดินเข้าไปก่อนจะถึงหน้างาน มีสะพานไม้ทอดผ่านลำคลองขนาดเล็กที่มีฝูง­ปลาสีสันสวยงามแหวกว่าย

ราวสะพานประดับประดาด้วยบุปผาสีม่วง ขาว และชมพู  ตามเสาก็ตกแต่งด้วยผ้าสีม่วงขาวพลิ้วไหวเต็มไปหมด โต๊ะถูกจัดเป็นสองฝั่ง โดยไล่เรียงตามตำแหน่งของผู้มาร่วมงาน มีเพียงโต๊ะของ­ท่านเจ้าเมืองเท่านั้น ที่จัดตั้งไว้ตรงกลางชั้นบนสุด

อากาศเริ่มเย็นลงในทุกขณะตามช่วงเวลาที่ล่วงผ่าน อาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าส่องแสงสีส้ม ขับให้ภาพงานเลี้ยงดูอบอุ่นและ­ครึกครื้น แขกเหรื่อเริ่มทยอยเข้ามาในงาน ทั้งเหล่าบัณฑิต คน­ของ­ทางการ รวมถึงคหบดีต่าง ๆ เริ่มหลั่งไหลเข้ามา งานเลี้ยงครั้งนี้เชิญแขกร่วมร้อยคน ภายในงานจึงดูวุ่นวายยิ่ง

เจ้ากรมการคลังจ้าวฝู่กับฮูหยิน นั่งอยู่ตำแหน่งขวามือ ใกล้­กับท่านโหวที่สุด

ตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติมาก ต้องเป็นคนที่ท่านโหวสนิทและไว้เนื้อเชื่อใจเท่านั้น จึงจะสามารถนั่งได้ ส่วนบุตรชายทั้งสองของจ้าวฝู่นั้น นั่งที่ตำแหน่งไกลออกไป ซึ่งมีแต่บุรุษนั่งอยู่ด้วยกัน

ฝั่ง­ตรงข้ามจ้าวฝู่เป็นซูม่อเยี่ย เจ้ากรมทะเบียนราษฎร์ ผู้ซึ่งไม่ค่อยชอบพอจ้าวฝู่สักเท่าไร

แล้วการที่จ้าวเยว่ไม่ได้มาร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ ก็ไม่อาจหลุดรอดสายตาของซูม่อเยี่ยไปได้

“บุตรสาวของท่านเจ้ากรมการคลังไม่ได้มางานเลี้ยงด้วย­อย่างนั้นหรือ ทำเช่นนี้ มิเป็นการไม่ให้เกียรติท่านโหวหรอกรึ” ซูม่อเยี่ยเอ่ยขึ้นต่อหน้าจ้าวฝู่และท่านโหว

จ้าวฝู่ที่อุตส่าห์เงียบมานาน และคิดว่าไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นแล้วถึงกับหน้าชา เขาไม่คาดคิดว่าซูม่อเยี่ยจะใช้เรื่องนี้มาเล่นงานตนจึงรีบแก้ตัวออกมาว่า

“วันนี้จ้าวเยว่ไม่สบาย ข้าจึงให้นางพักผ่อนอยู่ที่จวน ต้องขอ­อภัยท่านโหวด้วย”

“หึ! ไม่ใช่เพราะความเกียจคร้านหรอกหรือ จึงไม่อยากมา” ซูม่อเยี่ยเอ่ยพร้อมแสยะปากใส่

“เอาเถอะ ๆ นางไม่สบายก็อย่ารบกวนเลย พวกเราสนใจกับ­งานเลี้ยงตรงหน้าจะดีกว่า” ท่านโหวตัดบท

ถึงแม้ว่าพวกขุนนางทั้งหลายจะรู้อยู่แล้ว ว่าจ้าวเยว่นั้นเป็น­สตรีเกียจคร้าน และเดิมทีก็ไม่ได้สนใจอะไร ทว่าการปฏิเสธงาน­เลี้ยงครั้งนี้ ได้ทำให้ชื่อเสียงของนางย่ำแย่หนักขึ้นกว่าเก่า เพราะว่างานเลี้ยงนี้ ถือเป็นงานสำคัญ ท่านโหวเป็นถึงขุนนางใหญ่ของฉางอัน และตำแหน่งโหวนั้น ถือว่าเป็นผู้มีอำนาจรองจากฮ่องเต้กับท่านอ๋องเลยทีเดียว

 ณ ศาลาชมดาว

ศาลาชมดาวเป็นที่นั่งของบรรดาหญิงสาวที่มาจากตระกูลขุนนางต่าง ๆ พวกนางถูกจัดให้นั่งที่ตรงนี้โดยเฉพาะ เพราะเป็นจุด­ที่ชายหนุ่มในงานสามารถมองเห็นพวกนางได้ถนัด ถ้าหากต้องตาต้องใจสตรีนางใด ก็จะสามารถเข้ามาสนทนาด้วยได้

“นี่..เจ้าว่าจ้าวเยว่นางป่วยจริงหรือไม่” สตรีสูงศักดิ์นาง­หนึ่งเอ่ยขึ้น

“หึ..ข้าว่านางไม่ได้ป่วยหรอก หญิงเกียจคร้านอย่างนั้นคง­ไม่­อยากจะมางานเลี้ยงกระมัง” เสียงเอ่ยดังมาจากทางด้านหลัง

เป็นเสียงของซูหลิงเจียว บุตรีของซูม่อเยี่ยเจ้ากรมทะเบียนราษฎร์นั่นเอง

สตรีนางเดิมหันหลังกลับมาถามว่า “เจ้ารู้ได้อย่างไร ถึงแม้ว่านางจะเกียจคร้าน แต่ครั้งนี้อาจจะป่วยจริง ๆ ก็ได้”

ซูหลิงเจียวส่ายศีรษะเล็กน้อยก่อนเอ่ยขึ้น “ฟ่านถงถง เจ้านี่ช่างไร้­เดียงสาเกินไปแล้ว เจ้าว่าที่บิดานางเอ่ยนั้นเชื่อถือได้อย่างนั้นหรือ ผู้เป็นบิดาย่อมปกปิดความผิดของลูกตัวเองอยู่แล้ว แล้วทำไมข้าถึงรู้น่ะหรือ...ก็เพราะว่าเมื่อยามเว่ย ข้ายังเห็นนางออกมาซื้อขนมที่­ตลาดอยู่เลย”

“หรือที่นางไม่ยอมออกมาพบผู้คน เป็นเพราะว่านางมีรูป­โฉมที่ไม่งดงาม จึงไม่อยากมารวมกลุ่มกับพวกเรา ด้วยกลัวว่าจะ­อับอาย” หวังเว่ยเถียนบุตรีของหวังรั่วคหบดีผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น

เมื่อทุกคนได้ยินประโยคนี้ของนาง ก็พากันหัวเราะร่วนอย่างสนุกสนาน และเชื่อกันไปว่าจ้าวเยว่นั้น น่าจะมีรูปโฉมที่ไม่งดงาม จริง ๆ

“ที่เจ้าเอ่ยนั้นไม่ถูกต้อง ถ้าเจ้าได้เห็นนาง เจ้าจะต้องตะลึงเพราะว่าจ้าวเยว่นั้นมีรูปโฉมที่งดงามยิ่ง” ฟ่านถงถงบอก

“ข้าก็เห็นเช่นเดียวกันกับพี่ถงถง ข้าเคยเห็นนางครั้งหนึ่งที่­ร้านขายภาพวาด” ซูหนิงน้องสาวของซูหลิงเจียวเอ่ย

ซูหลิงเจียวส่งสายตาดุน้องสาวของตน

“ซูหนิง เจ้าหยุดเอ่ยเดี๋ยวนี้”

“จริงสิ ในฉางอันนี่จะมีใครงามเท่าคุณหนูซูหลิงเจียวอีกล่ะ ต่อให้เป็นจ้าวเยว่ก็เถอะ จะอย่างไรก็สู้พี่หลิงเจียวของพวกเราไม่ได้แน่นอน” หวังเว่ยเถียนเอ่ยยกยอ

ซูหลิงเจียวยิ้มรับอย่างพึงพอใจ ก่อนจะลอยหน้าลอยตาส่ง­สายตาไปทางกลุ่มของบุรุษ ที่กำลังยืนสนทนากันอยู่ที่ลานฝั่ง­ตรง­ข้าม

ที่จริงแล้วจ้าวเยว่ ผู้ซึ่งไม่สนใจเรื่องของความงามนั้น มีรูป­โฉมที่งดงามมาก จนมิอาจหาสตรีใดในฉางอันเทียบเทียมได้ด้วย­รูปร่างแบบบางอ่อนช้อย ทำให้นางดูเป็นหญิงสาวที่หวานหยด­ย้อย ขัดกับกิริยาที่ซุกซนของนาง

ผิวพรรณที่ขาวผุดผ่องจากการขัดถูทุกวัน ใบหน้าที่มีเลือด­ฝาดดั่งสาวแรกรุ่น โดยที่ไม่ต้องแต่ง­แต้มชาดให้แดงเหมือนกับสตรีนางอื่น ใบหน้ารูปไข่ที่สมมาตรตามแบบของหญิงงาม ทำให้นางดูเพียบพร้อม ราวกับโฉมสะคราญที่เดินออกมาจากภาพวาดของจิตร­กรเลื่องชื่อ

งานเลี้ยงดำเนินไปอย่างครึกครื้น ขุนนางผู้ใหญ่สนทนาถึงเรื่องจวนเมือง หรือไม่ก็ครอบครัวของตนอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ เหล่า­บุรุษต่างก็สนทนาเกี่ยวกับเรื่องการฝึกฝนวรยุทธ์ หรือไม่ก็พวก­ตำราความรู้ต่าง ๆ ส่วนสตรีเองก็สนทนากันถึงเรื่องความงามและเรื่องออกเรือน

เหล่าสตรีส่วนใหญ่ที่มาในงานนี้ ต่างก็หมายปองเซียวเฟิง บุตรชายของท่านเซียวโหวกันทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่ซูหลิงเจียว เมื่อเซียวเฟิงปรากฏกายขึ้นท่ามกลางหมู่บุรุษ รูปโฉมที่หล่อเหลาของ­เขา ก็เป็นที่สะดุดตาของบรรดาหญิงสาวในงานยิ่งนัก

ซูหลิงเจียวพยายามส่งสายตาให้เขาไม่หยุด แต่ชายหนุ่มก็­มิได้สนใจเลยแม้แต่น้อย

เนื่องจากคนที่เขากำลังมองหาคือจ้าวเยว่ต่างหาก

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Related chapter

  • จ้าวเยว่ สตรีเกียจคร้านของท่านแม่ทัพ   บทที่ 3 ทำตัวเกียจคร้าน

    บทที่ 3 ทำตัวเกียจคร้านตกเย็นภายในจวนเหลือเพียงจ้าวเยว่กับบรรดาบ่าวไพร่ เนื่องจากท่านพ่อท่านแม่ พากันไปงานเลี้ยงที่จวนท่านเซียวโหวกัน­หมด รวมทั้งพี่ชายทั้งสองของนางด้วย ดังนั้นหญิงสาวจึงทำ­ตัว­ราวกับว่าตนเองเป็นกระต่ายที่ออกจากโพรง มาเที่ยวเล่นอย่าง­สนุกสนานเริ่มจากตอนกลางวัน แอบหนีออกจากจวนไปซื้อขนมกุ้ยฮวาหิมะที่ตลาด และกลับเข้าจวนโดยไม่ถูกจับได้ ความสำเร็จครั้งนี้จ้าว­เยว่ภูมิใจยิ่งนัก พอกลับมาแล้ว ก็กินขนมจิบชาอย่างสบายอารมณ์ ช่วงที่ทุกคนเตรียมตัวจะไปงานเลี้ยง นางก็เอาแต่นอนแช่­น้ำอย่างมีความสุข จะมีใครสุขสบายเท่านางคงไม่มีอีกแล้วกระมังพี่ชายทั้งสองเห็นว่าน้องสาวของตนไม่ยอมไปงานเลี้ยง เกรง­ว่าอยู่คนเดียวแล้วจะเหงา จึงได้เตรียมของเล่นไว้ให้ก่อนไป ของเล่นชิ้นนั้นเป็นแจกันที่ทำจากดินเผาใบหนึ่ง และลูกธนูที่หัวทื่อไปแล้ว อีกราวยี่สิบกว่าดอก ของเล่นที่ว่านี้ ก็คือการปาลูกดอกลงไปในแจกันนั่นเองพอทุกคนออกจากจวนไปแล้ว หญิงสาวก็เรียกบ่าว­ไพร่มา­รวมตัวกันที่สวนหลังจวนพอทุกคนมากันครบแล้ว จ้าวเยว่ก็­กระแอมหนึ่งครั้งก่อนจะเอ่ย“นี่คือของเล่นที่พี่ใหญ่กับพี่รองทำให้ข้า ข้าเห็นว่าเล่นคน­เดียว

    Dernière mise à jour : 2024-12-30
  • จ้าวเยว่ สตรีเกียจคร้านของท่านแม่ทัพ   บทที่ 4 งานเลี้ยงน้ำชา

    บทที่ 4 งานเลี้ยงน้ำชา“เห็นทีท่านพ่อกับท่านแม่คงจะเอาจริงแล้วล่ะน้องสาม”จ้าวอวี้เฉินกล่าวขึ้น เมื่อคล้อยหลังบิดามารดา“ท่านพี่ พวกท่านต้องช่วยข้านะ ข้าไม่อยากเรียนปักผ้า ทำอาหาร จัดดอกไม้ ทำรองเท้า อะไรพวกนั้น ให้ข้าไปฝึกยิงธนู ขี่­ม้ายังดีเสียกว่า”จ้าวเยว่ขอร้องพี่ชายทั้งสอง และทำสายตาราว­กับว่าพวกเขาจะต้องช่วยนางเป็นแน่ จ้าวหลู่เจินมองหน้าน้องสาวแล้วถอนหายใจอย่างหมดหวัง“ไม่ใช่ว่าไม่อยากช่วย แต่มันช่วยไม่ได้ เจ้าเองก็ลองทำตามที่ท่านพ่อกับท่านแม่บอกก่อนจะเป็นไร ข้าว่าไม่ยากเกินไปหรอกน่า”“หรือว่าเจ้าจะแต่งให้กับเซียวเฟิงดี ข้าว่าพวกเจ้าอาจจะเข้า­กันได้ดีก็เป็นได้” จ้าวอวี้เฉินแนะนำ เพราะหากมองกันตามฐานะ ก็ถือว่าทั้งสองเป็นคู่ที่เหมาะสมกันจ้าวเยว่เอามือเท้าคางนั่งมองพื้นอย่างหมดความหวัง“ได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ ข้ากับเซียวเฟิงเป็นสหายกัน จะออกเรือนไปกับเขาได้อย่างไร อีกอย่าง คนที่ทั้งเก่งทั้งฉลาดอย่างเขา คงไม่อยากได้ข้าเป็นภรรยาเป็นแน่ พวกท่านว่าจริงหรือไม่”“ก็จริงของเจ้า” พี่ชายทั้งสองเอ่ยพร้อมกัน“เอาล่ะ เดี๋ยวค่อยคิดกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป นี่ก็ดึกแล้วข้าขอตัวไปนอนก่อน ราตรีสวัสด

    Dernière mise à jour : 2025-01-01
  • จ้าวเยว่ สตรีเกียจคร้านของท่านแม่ทัพ   บทที่ 5 เรื่องของข้าไปหนักหัวคนอื่นหรือไร

    บทที่ 5 เรื่องของข้าไปหนักหัวคนอื่นหรือไรในงานเลี้ยงครั้งนี้ สตรีวัยเยาว์ทั้งหลายถูกจัดให้ไปนั่งรวมกันตรงลานที่อยู่ไกลออกไป แต่ว่าบัดนี้พวกนางส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่นั่นกันแล้ว เพราะต่างพากันไปชุมนุมอยู่ที่ศาลาชมดาวกันหมด ทว่าจ้าวเยว่ก็หาได้สนใจ เนื่องจากสิ่งที่นางสนใจในตอนนี้ ก็มีแต่เรื่องอาหารการกินเท่านั้นนางถูกจับแต่งตัวตั้งแต่ยามอู่ โดยอยู่ในห้องตลอดและไม่ได้กินอะไรเลย พอจะหยิบอะไรเข้าปากสักหน่อย ก็ถูกช่างแต่งหน้าสะกิด­เตือนว่าจะทำให้ชาดที่ทาปากเลอะได้ จะดื่มน้ำก็ยังห้ามดื่มมาก­เกินไป เพราะอาจทำให้ปวดเบาจนวุ่นวายต้องเข้าห้องน้ำ ซึ่งแน่นอนชุดที่นางสวมใส่วันนี้ ก็ไม่สะดวกในเรื่องนั้นนัก ทำให้ตอนนี้หญิงสาวหิวจนแทบจะเป็นลมแล้วจ้าวเยว่ก้าวฉับ ๆ ไปยังจุดที่พี่ชายทั้งสองนั่งอยู่ บรรดาบุรุษเห็นสตรีที่งดงามมานั่งด้วย ก็พากันตะลึง ไม่คิดว่าจะมีสตรีนางใดหาญกล้าถึงเพียงนี้ ซึ่งตอนนี้จ้าวเยว่มานั่งลงตรงกลางระหว่างพี่ชายทั้งสองเรียบร้อยแล้ว“บนโต๊ะของพวกท่านมีอะไรให้กินบ้างเจ้าคะ ข้าหิวจะแย่อยู่แล้วเจ้าค่ะ”จ้าวเยว่เอ่ยขึ้นแล้วก็มองไปที่อาหารบนโต๊ะของพี่ชายจ้าวหลู่เจินมองหน้าน้องสาว ก่อนเอ่

    Dernière mise à jour : 2025-01-01
  • จ้าวเยว่ สตรีเกียจคร้านของท่านแม่ทัพ   บทที่ 6  โต้กลับอย่างเจ็บแสบ

    บทที่ 6 โต้กลับอย่างเจ็บแสบ“เดี๋ยวนี้ไม่ได้มีการลงโทษแบบนั้นแล้ว สมัยนี้คือราชวงศ์ถังไม่ใช่ราชวงศ์กวน” หวังเว่ยเถียนเถียงกลับมาอย่างถือดี ทั้ง ๆ ที่ใน­ใจนั้นหวาดหวั่นไม่น้อยจ้าวเยว่หันไปมองหน้าหวังเว่ยเถียนช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น“ไม่มีแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้ อย่า­ลืมสิ ว่าบิดาของข้าเป็นเจ้ากรมการคลัง อีกทั้งยังสนิทกับท่าน­เซียวโหว แล้วท่านเซียวโหวก็เป็นขุนนางใหญ่ในราชสำนัก และหากฝ่าบาทให้นำการลงโทษนี้มาใช้ใหม่อีกครั้ง พวกเจ้าคิดว่าจะเป็นอย่างไร”บรรดาสตรีทุกนางต่างพากันปิดปากเงียบ มิมีผู้ใดกล้าต่อ­ปากต่อคำกับจ้าวเยว่สักคน เพราะไม่มีบิดาของผู้ใดที่จะมียศ­ตำแหน่งเทียบเท่ากับบิดาของนาง เว้นก็แต่บิดาของซูหลิงเจียว แต่ซูหลิงเจียวกลับวางท่าสุขุมไม่โต้ตอบอะไรหวังเว่ยเถียนเมื่อนึกคำเอ่ยออก ก็เอ่ยขึ้นมา“เจ้าคิดว่าวาจาที่มาจากสตรีที่มีชื่อเสียงไม่ดีเช่นเจ้า ฝ่าบาทจะรับฟังอย่างนั้นหรือ เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน”คำเอ่ยของหวังเว่ยเถียนประโยคนี้ มิได้สร้างความสั่นสะเทือนใด ๆ ให้กับจ้าวเยว่เลยแม้แต่น้อย ซ้ำร้ายนางยังหัวเราะออกมาเสียด้วยซ้ำหลังจากที่ฟังจบ“หวังเว่ยเถียนนะ

    Dernière mise à jour : 2025-01-25
  • จ้าวเยว่ สตรีเกียจคร้านของท่านแม่ทัพ   บทที่ 7 ศึกทางทิศเหนือจบลง

    บทที่ 7 ศึกทางทิศเหนือจบลงณ เมืองอวี้โจว แคว้นสือเจ้า ทางตอนเหนือของแคว้นฉางอันตะวันออก เฉินฉิงตะลีตะลานหลบหนี เมื่อเห็นประตูเมืองถูกตีแตก เขามีสภาพกระเซอะกระเซิง แต่ก็ไม่อาจละวางหน้าที่ในมือลงได้ ชาย­หนุ่มยังคงกวาดสายตาอย่างกระวนกระวายแล้ววิ่งไปอย่างไร้ทิศทางเวลานี้จวนเจ้าเมืองกำลังเกิดเพลิงไหม้ ในใจเขาคิดว่าอย่างไรต้องหามันให้เจอ ก่อนที่กองกำลังของศัตรูจะมาถึงแล้วชิงมันกลับไป สุดท้ายจึงกัดฟันวิ่งเข้าไปในจวนที่กำลังเกิดเพลิงไหม้ ทว่าด้านในเปลวไฟลุกท่วมโชติช่วงรุนแรง เรือนทั้งหลังกำลังจมอยู่ในกองเพลิง ขื่อ­ คานพังถล่มอย่างต่อเนื่อง จนเขาต้องผงะถอยไปหลายก้าว‘เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ตราประทับจะต้องถูกแย่งชิงคืนไปเป็นแน่ แต่ข้าไม่ยอมแค่นี้แน่ ข้าเป็นถึงแม่ทัพแดนใต้ของแคว้นสือเจ้า จะต้องนำมันไปให้ท่านอ๋องให้ได้’อารมณ์ความฮึกเหิมพุ่งขึ้น เขาหมุนตัวกลับหมาย­จะกลับไปแลกชีวิตกับแม่ทัพเสวี่ย ทว่าเพิ่งออกจากจวนนั้นได้ไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าม้าฝูงหนึ่งกำลังวิ่งตรงมาทางเขา ซึ่งนั่นก็คือเสวี่ยช่างเจิ้น แม่ทัพแห่งแคว้นฉางอันนั่นเองเฉิงฉิงอาศัยแสงจากเปลวเพลิงที่เบื้องหลัง แล้วพยายามเพ่งเล

    Dernière mise à jour : 2025-01-25
  • จ้าวเยว่ สตรีเกียจคร้านของท่านแม่ทัพ   บทที่ 8 สมรสพระราชทาน

    บทที่ 8 สมรสพระราชทานแม่ทัพเสวี่ยเมื่อมาถึงเมืองหมิงเวย ก็มุ่งหน้าไปที่พระราชวังโดยไม่หยุดพักที่ใด ถึงแม้ว่าเขาจะเหน็ดเหนื่อยจากการกรำศึกมา­เป็นเวลาหลายเดือน แต่ทว่าความมุ่งมั่นในการทำเพื่อแผ่นดินของเขานั้นสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด จึงต้องนำรายงานไปกราบทูลฮ่องเต้ด้วยตนเอง อีกทั้งยังมีตราประทับของท่านแม่ทัพใหญ่ ที่จะต้องส่งคืนให้ถึงมือ รวมถึงเครื่องบรรณาการต่าง ๆ ที่ยึดมาได้จากเมือ­งอวี้โจว“เร่งฝีเท้าเร็วเข้า อย่าให้ฝ่าบาทต้องรอนาน” แม่ทัพเสวี่ยเอ่ย­ขึ้นด้วยเสียงจริงจังขบวนของแม่ทัพเสวี่ยเปลี่ยนจากการเดินเท้าด้วยความเร็วมาเป็นวิ่งเหยาะ เพื่อให้เคลื่อนที่ได้เร็วกว่าเดิมโดยครั้งนี้แม่ทัพเสวี่ยนำทหารมาด้วยเพียงหนึ่งร้อยนายเท่านั้น ส่วนทหารที่เหลือในกองทัพ ได้ถูกสั่งการให้เดินทางกลับเข้าค่ายทหารซึ่งตั้งอยู่นอกเมืองไปเรียบร้อยแล้วในเวลาเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ขบวนของแม่ทัพหนุ่มก็เคลื่อนมาถึงพระราชวัง“แม่ทัพเสวี่ยมาถึงแล้ว!” เสียงทหารเฝ้าประตูวังดังขึ้นแม่ทัพเสวี่ยเดินตรงเข้าไปยังท้องพระโรงแต่เพียงผู้เดียว ส่วนรองแม่ทัพและทหารที่เหลือ ต่างยืนรออยู่หน้าประตู พร้อมกับเคลื่อนย้ายเหล่าเครื่อง

    Dernière mise à jour : 2025-01-25
  • จ้าวเยว่ สตรีเกียจคร้านของท่านแม่ทัพ   บทที่ 9 ข่าวกระจายแพร่ออกไป

    บทที่ 9 ข่าวกระจายแพร่ออกไปข่าวการสมรสพระราชทาน ระหว่างคุณหนูสกุลจ้าวและแม่­ทัพเสวี่ยช่างเจิ้นนั้นได้แพร่สะพัดไปทั่วฉางอัน ผู้คนต่างให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก เพราะไม่คิดว่าเจ้าสาวจะเป็นจ้าวเยว่ เนื่องจากนางมีชื่อเสียงที่ไม่ดีนัก อันมาจากความเกียจคร้านของนาง จนบางคนถึงกลับเอาไปนินทากันต่าง ๆ นานาในโรงน้ำชาแห่งหนึ่ง ซูหลิงเจียว หวังเว่ยเถียน และสตรีอีกสองสามนาง กำลังนั่งจิบน้ำชากันอยู่ ภายในโรงน้ำชาแห่งนี้กำลังเล่าลือกันปากต่อปากถึงเรื่องสมรสพระราชทานครั้งนี้เช่นกัน“เจ้าคิดว่าเมื่อจ้าวเยว่แต่งเข้าจวนของแม่ทัพเสวี่ยแล้ว นางจะอยู่ได้หรือไม่” หวังเว่ยเถียนเอ่ยขึ้นอย่างเย้ยหยัน เพราะมั่นใจเหลือเกินว่าจ้าวเยว่นั้นไม่มีอะไรที่เทียบเคียงกับท่านแม่ทัพได้เลยซูหลิงเจียวจิบน้ำชาคำหนึ่งก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่­ต่างกัน “ข้าว่านางอยู่ได้ไม่นานหรอก คนเกียจคร้านอย่างนาง ไหนเลยจะทำหน้าที่ฮูหยินที่ดีได้”“ใช่ ๆ ข้าเห็นด้วย ไหนจะเรื่องการดูแลเรือน ไหนจะเรื่องปรนนิบัติสามี ข้าว่านางทำไม่ได้หรอก ดีไม่ดีนางได้วิ่งออกมาจากจวนตระกูลเสวี่ย ตั้งแต่สามวันแรกที่แต่งเข้าจวนด้วยซ้ำ” สตรีนางหนึ่งกล่าวเ

    Dernière mise à jour : 2025-01-25
  • จ้าวเยว่ สตรีเกียจคร้านของท่านแม่ทัพ   บทที่ 10 ไม่สามารถขัดขืนได้

    บทที่ 10 ไม่สามารถขัดขืนได้เมื่อได้รับคำสั่งแน่ชัดแล้ว จ้าวเยว่ก็ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับการ­แต่งงานในครั้งนี้ เพราะต่อให้เป็นคนอื่นที่ไม่ใช่นาง ก็คงทำอะไรไม่ได้อยู่ดี และแม้จะไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้นางจะต้องออกเรือน แต่เรื่องการแต่งงานของนางคงต้องเกิดขึ้นในวันใดวันหนึ่งอยู่ดี เนื่องจากท่านแม่คงไม่ยินยอมจ้าวเยว่เดินมาที่บ่อปลาในสวนหลังจวนอีกเช่นเคย เนื่องจากทุกครั้งที่นางรู้สึกไม่สบายใจ ไม่ชอบใจ น้อยใจ หรือว่าโกรธ ก็จะมาสนทนากับเหล่าสหายปลาที่แหวกว่ายไปมาอยู่ตรงนี้เสมอถึงแม้ว่าพวกมันจะเป็นแค่ปลา ไม่สามารถกล่าววาจาโต้ตอบใด ๆ ได้ก็จริง แต่เมื่อเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้พวกมันฟังแล้ว พวกมันก็จะรับฟังแต่โดยดี จนนางรู้สึกสบายใจขึ้นจ้าวเยว่นั่งลงที่ข้างบ่อปลา หยิบกิ่งไม้ที่อยู่ข้าง ๆ ขึ้นมาแล้ว­ตีน้ำเบา ๆ “เจ้าปลาทั้งหลาย พวกเจ้าคิดว่าเรื่องของข้านั้นน่า­เป็นกังวลหรือไม่ ทำไมข้าถึงได้รู้สึกว่าการแต่งงานครั้งนี้ เป็น­อะไรที่ข้าไม่ยินดียินร้ายเอาเสียเลย ข้ารู้สึกลึก ๆ ว่าตนเองไม่ได้­อยากจะแต่งงานเลย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะขัดขืนไปทำไม หรือว่าหัวใจของข้าจะด้านชาไปเสียแล้ว อีกอย่าง ถ้าข้าออกเรือนไป จะท

    Dernière mise à jour : 2025-01-25

Latest chapter

  • จ้าวเยว่ สตรีเกียจคร้านของท่านแม่ทัพ   ตอนพิเศษ 6 จ้าวเยว่ – เสวี่ยช่างเจิ้น ครอบครัว

    ตอนพิเศษ 6จ้าวเยว่ – เสวี่ยช่างเจิ้นครอบครัวคุณชายเสวี่ยชางเยว่อายุได้สิบหกหนาวแล้ว เขาเพิ่งเรียนจบชั้นปีสุดท้ายจากสำนักศึกษา อีกทั้งยังได้รับตำแหน่งในกองทัพ เป็นถึงหัวหน้าหน่วยพลทหารราบถือทวนอีกด้วย ผลจากการฝึกฝนตั้งแต่ยังเด็ก จึงทำให้ฝีมือทวนของเขาเป็นรองเพียงแค่บิดาเท่านั้น นอกจากนั้นต่างก็ประลองแพ้เขาราบคาบ พลทหารทุกคน จึงยอมรับในฝีมือที่เก่งกาจเกินอายุของเขาเสวี่ยชางเยว่มีน้องสาวคนหนึ่ง ปีนี่ก็อายุย่างเข้าเก้าหนาวแล้ว มีนามว่าเสวี่ยหรูหราน เป็นเด็กสาวหน้าตาน่ารัก ชอบเล่นซุกซนเหมือนบุรุษ ดูไปแล้วทั้งหน้าตาและนิสัยเหมือนกับจ้าวเยว่ไม่มีผิด นางชอบฝึกยุทธ์กับพี่ชาย และที่แตกต่างจากจ้าวเยว่อย่างหนึ่ง ก็คือนางมีฝีมือในเรื่องของศาสตร์ของสตรี ทั้งการเย็บปักถักร้อย เขียนอักษร วาดภาพ ทำอาหาร นางล้วนทำได้ดีเป็นอย่างยิ่งด้วยความที่เป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา รูปหน้างามประดุจสตรีเหมือนบิดาไม่มีผิด อีกทั้งยังอัธยาศัยดี วาจาไพเราะ บุตรสาวตระกูลต่างๆ จึงพากันหมายปอง ไม่ว่าจะเดินไปที่ใดในเมืองผานหยาง ย่อมมีหญิงสาวมองตามเขาอยู่เป็นประจำ บางคนถึงกับโยนผ้าเช็ดหน้าให้กลางถนนเลยก็มีและเสวี่ยชางเยว

  • จ้าวเยว่ สตรีเกียจคร้านของท่านแม่ทัพ   ตอนพิเศษ 5 จ้าวเยว่ – เสวี่ยช่างเจิ้น ปกป้องเมือง

    ตอนพิเศษ 5จ้าวเยว่ – เสวี่ยช่างเจิ้นปกป้องเมืองเซียวเฟิงกับซูหนิงได้รับการต้อนรับอย่างดี วันแรกที่พวกเขามาถึงเสวี่ยช่างเจิ้นก็จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ให้อย่างอบอุ่น อีกทั้งยังให้รองแม่ทัพเว่ยเป็นผู้พาทั้งสองทั้งสองเที่ยวที่เมืองผานหยางซึ่งเป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่า ฟ่านตวนคงจะให้ฟ่านหลินหลินเป็นคนตามไปด้วย ในเมื่อบุตรชายของท่านมหาเสนาบดีมาเมืองผานหยางทั้งที เจ้าเมืองอย่างเขา จะไม่เอาอกเอาใจได้อย่างไร“รองแม่ทัพเว่ย ท่านเห็นว่าข้าควรจะซื้อสิ่งใดไปฝากท่านพ่อกับท่านแม่ดี ที่เมืองผานหยางมีสิ่งใดน่าสนใจหรือไม่”เซียวเฟิงเอ่ยถามขึ้น พลางสายตาก็กวาดมองไปบนถนนกลางเมือง ที่มีของขายมากมายอยู่เต็มไปหมด มากมายเสียจนไม่รู้ว่าจะซื้อสิ่งใดกลับไปฝากทุกคนที่จวนดีฟ่านหลินหลินที่มีนิสัยขี้ประจบเอาใจไม่ต่างจากบิดา มีดีก็ตรงที่นางฉลาดกว่า และรู้จักวิเคราะห์สถานการณ์ จึงได้แนะนำไปว่า“ถ้าหากสำหรับบุรุษแล้วล่ะก็ จำพวกแผ่นป้าย หรือว่าตราสัญลักษณ์ที่ทำจากหยกของช่างที่นี่ฝีมือดีอย่างยิ่ง หากว่าท่านราชบัณฑิตอยากจะสั่งทำ ก็ใช้เวลาเพียงแค่สี่ห้าวันเท่านั้นเจ้าค่ะ แต่หากสำหรับสตรีแล้ว แป้งผัดหน้าที่นี่มีคุณภาพสูงไม่

  • จ้าวเยว่ สตรีเกียจคร้านของท่านแม่ทัพ   ตอนพิเศษ 4 จ้าวเยว่ - เสวี่ยช่างเจิ้น เสวี่ยชางเยว่

    ตอนพิเศษ 4จ้าวเยว่ - เสวี่ยช่างเจิ้น เสวี่ยชางเยว่จวนแม่ทัพใหญ่เสวี่ยที่เมืองผานหยางในคืนหิมะตกหนัก จวนแม่ทัพก็วุ่นวายเป็นการใหญ่ สาวใช้วิ่งวุ่นไปทั่วจวน เพื่อเตรียมของไว้รอหมอตำแยที่กำลังเดินทางมา ภายในห้องมีทั้งเสวี่ยฮูหยิน ฮูหยินผู้เฒ่า แล้วก็เสวี่ยช่างเจิ้น ที่กำลังกุมมือของจ้าวเยว่ไว้­แน่น และคอยบอกนางว่า ให้อดทนอีกสักหน่อย“ประเดี๋ยวหมอตำแยก็มาแล้ว เจ้าอดทนอีกหน่อยเถิดนะ”เสวี่ยช่างเจิ้นบอกกล่าวกับภรรยา พร้อมกับกระชับมือบางไว้แน่นจ้าวเยว่ที่เพิ่งจะเคยคลอดลูกเป็นครั้งแรกก็หวั่นใจเล็กน้อย นางหันไปถามเสวี่ยฮูหยินว่า “ท่านแม่ ตอนที่ท่านคลอดท่านพี่นั้น เจ็บปวดเพียงใดเจ้าคะ”“เจ็บปวดเพียงชั่วครู่ เมื่อเจ้าได้ยินเสียงลูกก็จะหายเจ็บปวดเอง”เสวี่ยฮูหยินตอบพร้อมกับให้กำลังใจลูกสะใภ้ที่กำลังมอบทายาทให้ตระกูลเสวี่ยคนแรกน้ำร้อนสองอ่างถูกนำมาวางไว้ที่โต๊ะด้านข้างเตียง ฤดูเหมันต์อากาศหนาว จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำให้ทารกที่คลอดออกมาได้รับความอบอุ่น และยังต้องให้ความอบอุ่นแก่ผู้เป็นแม่เช่นกัน ผิงผิงจึงน้ำผ้าชุบน้ำอุ่นมาเช็ดตามใบหน้าและแขนขา ให้คุณหนูของตนรถม้าของจวนแม่ทัพที่ส่งให้ไปร

  • จ้าวเยว่ สตรีเกียจคร้านของท่านแม่ทัพ   ตอนพิเศษ 3 ซูหนิง - เซียวเฟิง แต่งงาน

    ตอนพิเศษ 3ซูหนิง - เซียวเฟิงแต่งงานเมื่อเซียวเฟิงกลับมาถึงจวน ก็เดินตรงไปที่ห้องโถงใหญ่ทันที แต่ทว่าบิดาและมารดากลับไม่มีใครอยู่ที่จวน ท่านเซียวโหวมีงานที่ต้องหารือกับฮ่องเต้เรื่องการสร้างเขื่อนเก็บน้ำที่เมืองต้าข่าย เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ต้องเผชิญกับภาวะน้ำท่วมอยู่ทุกปี ส่วนเซียวฮูหยินนั้นไปงานเลี้ยงน้ำชาที่จวนชินอ๋อง เขาจึงตัดสินใจกลับเข้าเรือนของตนเองไปก่อน ให้ท่านทั้งสองกลับมาก่อน ค่อยนำเรื่องที่เขาตั้งใจไว้ ไปแจ้งให้พวกท่านทราบวันนี้เซียวเฟิงรู้สึกเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก ความจริงที่เขาแอบชอบซูหนิงมาตั้งนานแล้วนั้นได้เปิดเผยออกไปเสียที เมื่อก่อนเขายังสับสนว่า รักนางเหมือนน้องสาวหรือว่ารักนางเหมือนคนรักกันแน่ มาวันนี้ก็ได้เข้าใจตัวเองแล้ว อีกทั้งยังเป็นที่น่ายินดีอย่างมากที่นางตกลงแต่งให้เขา ความสุขกายสบายใจเช่นนี้เพิ่งจะเกิดขึ้นในรอบปี ทำเอาเขายิ้มหน้าบานตลอดทั้งวัน“นายน้อยจะแช่น้ำหรือไม่ขอรับ”หวังเหมิงบ่าวรับใช้ประจำกายของเซียวเฟิงเอ่ยถามขึ้น เขาเห็นนายน้อยดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ก็คิดว่านายน้อยคงอยู่ในช่วงเวลามีความสุขเป็นแน่ ช่วงเวลาที่มีความสุขเช่นนี้ เหมาะแก่การแช่น้ำเป็นท

  • จ้าวเยว่ สตรีเกียจคร้านของท่านแม่ทัพ   ตอนพิเศษ 2   ซูหนิง - เซียวเฟิง ข้าจะแต่งกับท่าน

    ตอนพิเศษ 2 ซูหนิง - เซียวเฟิงข้าจะแต่งกับท่านคำตอบของซูหนิงทำให้เซียวเฟิงรู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่ง จนเขาแทบอยากจะถามคำถามนางต่อ แต่ก็ข่มใจไว้ และห้ามตนเองว่า อย่าได้ตื่นเต้นจนเสียอาการ มิเช่นนางอาจจะรู้สึกกลัวหรือระมัดระวังตัวอย่างมากจนไม่เป็นตัวของตัวเองก็เป็นได้“แล้วลักษณะของบุรุษที่เจ้าชมชอบเป็นอย่างไรบ้างล่ะ ต้องแข็งแกร่งเก่งกาจถึงขั้นเป็นแม่ทัพเลยหรือไม่” เซียวเฟิงหยั่งเชิงถามออกมา และรอคอยคำตอบอย่างมีหวังการที่ได้รู้ว่าบุรุษในใจของซูหนิงเป็นอย่างไรนั้น ส่งผลต่อการสนทนาของทั้งสองเป็นอย่างมาก หากว่าคำตอบของซูหนิงเป็นเหมือนกับที่เขาคาดคิดไว้ การสนทนานี้จะดำเนินต่อไปอย่างมีความหวัง แต่ถ้าหากว่าคำตอบของนางไม่ได้เป็นดังที่คาด บทสนทนาก็อาจจะสะดุดลงได้ หรือถึงขั้นมีผู้ใดผู้หนึ่งต้องเสียใจ เซียวเฟิงจึงตั้งหน้าตั้งตารอคอยคำตอบนี้จากปากนางซูหนิงวางถ้วยน้ำชาในมือลง แล้วแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ปลอดโปร่ง ราวกับว่าบนท้องฟ้าจะมีใบหน้าของบุรุษผู้นั้นขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น สุดท้ายแล้วนางก็หันมามองเซียวเฟิง ก่อนจะเอ่ยขึ้น“ข้าชมชอบบุรุษที่ใจดีและเข้าใจข้าเป็นที่สุด” นี่คือคำตอบที่มาจาก

  • จ้าวเยว่ สตรีเกียจคร้านของท่านแม่ทัพ   ตอนพิเศษ 1 ซูหนิง - เซียวเฟิง ข้าอยากอยู่เคียงข้างสามีเช่นกัน

    ตอนพิเศษ 1 ซูหนิง - เซียวเฟิงข้าอยากอยู่เคียงข้างสามีเช่นกันขบวนรถม้าของตระกูลเสวี่ยเคลื่อนออกจากหน้าจวนไปแล้ว บริเวณด้านหน้าของจวนตระกูลเสวี่ยเวลานี้จึงเหลือเพียงคนตระกูลจ้าวที่มองขบวนรถม้าของจ้าวเยว่ด้วยสายตาที่อาลัยอาวรณ์ อีกทั้งยังมีเซียวเฟิงและซูหนิงที่ยังคงไม่ไปไหน ทั้งสองมองตามหลังรถม้าไปด้วยความเศร้าสร้อย ราวกับว่าทุกอย่างจะหยุดหมุน เมื่อพวกเขาทั้งสามคนไม่ได้อยู่ด้วยกันเมื่อรถม้าของตระกูลเสวี่ยพ้นสายตา คนตระกูลจ้าวจึงเดินทางกลับจวนตนเอง แม้จะมีสายตาอาลัยอาวรณ์ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้เสียใจที่บุตรสาวของตนเองต้องไปอยู่ที่เมืองอื่นเลย นี่อาจจะเป็นเพราะว่า เขยขวัญได้เลื่อนยศเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ของกองกำลังปกป้องดินแดนเหนือ ดังนั้นแม้จะจากลา แต่ควรดีใจจึงจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องแต่สำหรับเซียวเฟิงและซูหนิงนั้นไม่ใช่เลย พวกเขารู้สึกราวกับว่าขาดคนสำคัญไป เนื่องจากทั้งสามเป็นสหายกันมานาน ไม่ว่าเรื่องราวอันใดก็จะร่วมทำด้วยกันเสมอ แม้แต่ตอนที่จ้าวเยว่แต่งงาน พวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกห่างเหินกันเลยสักครั้งเดียว ทั้งสองยังคงจำได้ถึงวันที่ชักชวนกันปีนหลังคาของจวนตระกูลจ้าว ในคืนหนึ่งก่อนที่จ้า

  • จ้าวเยว่ สตรีเกียจคร้านของท่านแม่ทัพ   บทส่งท้าย เพราะรัก

    บทส่งท้าย เพราะรักค่ายทหารที่เมืองผานหยางนี้ดูจะเล็กกว่าที่เมืองหลวงอยู่เล็กน้อย เนื่องจากมีทหารประจำการเพียงแค่หนึ่งแสนห้าหมื่นนาย ทหารหนึ่งแสนห้าหมื่นนายนี้ ดูแลชายแดนเหนือโดยเริ่มตั้งแต่เมือง­ผานหยางไปทางทิศตะวันออก ในส่วนของเมืองผานหยางไปทางทิศตะวันตก ซึ่งก็คือเมืองเซี่ยงตง อยู่ในความดูของกองทัพหลวงแต่ถ้าหากว่ากองทัพหลวงต้องการกำลังเสริมเมื่อใด กองทัพปกป้องแดนเหนือนี้ ก็พร้อมที่จะยกทัพไปช่วยทันทีทหารบางส่วนจดจำเสวี่ยช่างเจิ้นได้ เมื่อเห็นว่าเขาจะมาเป็นแม่ทัพใหญ่คนใหม่แทนแม่ทัพรั่วหยางก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง วิ่งกรูกันมาต้อนรับ จนแทบจะยกทั้งเสวี่ยช่างเจิ้นทั้งม้าเข้าไปในค่ายเมื่อเห็นจ้าวเยว่ พวกเขายิ่งยินดีมากขึ้นไปอีก เมื่อสตรีที่อาจหาญเลื่องชื่อผู้นี้ มาเยือนถึงค่ายทหาร“ท่านแม่ทัพกับฮูหยินเชิญด้านในขอรับ” ทหารเฝ้าประตูบอกพร้อมกับเดินนำหน้าพวกเขาไป“พวกเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ฮูหยินก็มาด้วย หากเป็นไปได้ฮูหยินจะให้เกียรติมาฝึกสอนพลธนูที่ค่ายก็ได้นะขอรับ” หัวหน้าพลธนูกล่าวออกมาอย่างคาดหวัง“เอาล่ะ ๆ อย่าเพิ่งวุ่นวายกันเลย เดี๋ยวข้าไปหาท่านแม่ทัพกับรองแม่ทัพทั้งหลายก่อน จากนั้นถึงจ

  • จ้าวเยว่ สตรีเกียจคร้านของท่านแม่ทัพ   บทที่ 62 ถึงเมืองผานหยาง

    บทที่ 62ถึงเมืองผานหยางวัดเหล่ากวงซี ดูเหมือนจะเป็นวัดเพียงแห่งเดียวในเมืองสวีโจวนี้ เนื่องจากเมืองสวีโจวเป็นเมืองเล็ก ๆ ไม่ได้มีผู้คนอาศัยอยู่มากนัก ก็เลยไม่มีสถานที่ต่างๆ ให้ไปเที่ยวสักเท่าไหร่ จะมีก็แต่วัด­เหล่ากวงซีแห่งนี้ แล้วก็ตลาด ส่วนนอกเมืองก็มีแม่น้ำหวังอิ่งที่กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ตั้งแต่อวี๋ตงตงสร้างอ่างเก็บน้ำจ้าวเยว่ยืนรออย่างกระวนกระวายใจ เมื่อไม่เห็นว่าสามีของตนจะตามมาเสียที ดังนั้นอวี๋ตงตงจึงพาทั้งสามคนเดินเล่นรอบ ๆ วัดก่อน ยังไม่ได้เข้าไปข้างใน“ฮูหยินไม่ต้องรีบร้อนไป ตอนนี้ท่านพี่ช่างเจิ้นคงน่าจะออกจากจวนแล้ว” อวี๋ตงตงเอ่ยบอกกับจ้าวเยว่อวี๋ตงตงเอ่ยยังไม่ทันขาดคำ ก็มีเสียงควบม้าดังมาจากทางด้านหน้าของวัดผู้มาเป็นเสวี่ยช่างเจิ้นอย่างที่คาดไว้ เขารีบกระโดดลงจากม้า แล้ววิ่งมาทางที่พวกจ้าวเยว่ยืนอยู่ในทันที“ขออภัยขอรับ ท่านย่า ท่านแม่ เมื่อคืนลูกดื่มหนักไปหน่อย ทำให้ตื่นสาย” เสวี่ยช่างเจิ้นขอโทษขอโพยท่านแม่และท่านย่าของตน“ดีที่เจ้ายังมาทันเวลาไหว้พระ เข้าไปกันเถอะ”ฮูหยินผู้เฒ่าดูจะอารมณ์ไม่ดีเล็กน้อย ที่หลานชายมาสาย ทว่าก็ไม่ได้ดุด่าว่ากระไร เพียงแต่เดินนำเข้า

  • จ้าวเยว่ สตรีเกียจคร้านของท่านแม่ทัพ   บทที่ 61 รับตำแหน่งใหม่

    บทที่ 61รับตำแหน่งใหม่ก่อนถึงวันเดินทางราวสิบห้าวัน ตระกูลเสวี่ยก็ต้องทำการเตรียมตัว โดยผู้ดูแลงานนี้ก็คือจ้าวเยว่ถึงแม้ว่าทุกคนในครอบครัวจะไปอยู่กันที่เมืองผานหยางแต่­ทว่าจวนนี้ก็ยังต้องมีคนคอยอยู่ดูแล จ้าวเยว่ตัดสินใจไว้ ว่าจะทิ้งบ่าวไพร่ไว้บางส่วนให้ดูแลจวนนี้จ้าวเยว่หยิบสมุดออกมาเล่มหนึ่ง แล้วไล่จดรายการสิ่งของที่มีในเรือนทั้งหมด โดยแยกเป็นแต่ละส่วนทั้ง ห้องโถง เรือนบูรพา เรือนอุดร เรือนประจิม ลานหน้าบ้าน จนครบทุกที่ จากนั้นจึงนำเอารายการเหล่านั้นมาให้เสวี่ยฮูหยินกับฮูหยินผู้เฒ่าเลือกดู ว่าจะเอาสิ่งของใดไปด้วยบ้างส่วนสิ่งของที่ไม่ได้เอาไปนั้น จ้าวเยว่สั่งให้บ่าวไพร่ไปซื้อผ้ามาจำนวนหนึ่ง แล้วทำการห่อไว้เป็นอย่างดี เพื่อกันไม่ให้เกิดความเสียหายและฝุ่นจะได้ไม่เกาะอีกด้วยบ่าวไพร่ที่จะตามไปที่เมืองผานหยางนั้น จ้าวเยว่ให้พวกเขาตัดสินใจเลือกเอาตามความสะดวก ผู้ที่อยากอยู่ในหมิงเว่ย ก็ให้ทำหน้าที่เฝ้าเรือนนี้ ส่วนผู้ที่อยากติดตามไปยังเมืองผานอยาง ก็ให้ไปด้วยกัน แต่ก็เกิดปัญหาขึ้นมาจนได้ เนื่องจากบ่าวไพร่ทุกคนต่างก็อยากติดตามจ้าวเยว่กับเสวี่ยช่างเจิ้นไปที่เมืองผานหยาง จนต้องบอกเล่ากัน

Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status