ทางด้านเมษาวันนี้ก็ไม่ได้อยู่ดูแลหลานดีเพราะเจคอปดันลากเธอมาที่ยบ้านของเขาเพื่อที่จะคุยเรื่องการเตรียมตัวไปวันงานที่กำลังจะถึงในอีกไม่ถึงอาทิตย์
เมษามาถึงบ้านเจคอปได้ชายหนุ่มก็พาเธอเข้ามาในห้องแต่งตัวห้องใหญ่ที่หญิงสาวเองก็ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะมีห้องมีแต่ของแต่งตัวผู้หญิงในบ้าน
"โหนี่คุณมีชุดผู้หญิงเต็มตู้แบบนี้เลยเหรอ...หรือว่าคุณชอบแบบนี้" เมษาเปิดตู้ลายหินอ่อนตู้ใหญ่ในห้องก็เห็นเสื้อผ้าผู้หญิงเต็มไปหมดจึงเอ่ยหยอกชายหนุ่มหน้าระรื่นและแอบคาใจเล็กน้อยเรื่องที่ทำไมเขาถึงมีของผู้หญิงในบ้านเยอะขนาดนี้
"หยุดเพ้อเจ้อเลย..ชุดนี้คุณลองใส่ดูหน่อยสิ" เจคอปไม่ได้อธิบายว่าทำไมเขาถึงมีของพวกนี้ได้แต่ยืนเลือกมชุดให้หญิงสาวได้ลองใส่เพราะรู้ว่าเธอขนาดตัวเท่ากับเจ้าของเสื้อผ้าพวกนี้
"โป๊ไปหรือเปล่าคุณ" เมษามองชุดผ้าซาตินสีครีมเกาะอกกระโปรงยาวแหวกลึกด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยมั่นใจนักเพราะดูจะเปิดเนื้อหนังเกินไป
"ไม่หรอกน่าที่นี่เค้าก็แต่งแบบนี้" มือหนาดันตัวหญิงสาวให้เข้าไปเปลี่ยนชุดห้องลอง
"คุณ.."
"มีอะไร"
"ฉันรูดซิปไม่ได้" ไม่นานนักเมษาก็ต้องเอ่ยเรียกเจคอปเพราะตอนนี้เธอรูดซิบหลังไม่ได้
"โอเคเดี๋ยวผมช่วย.." ทำให้เจคอปต้องรีบเปิดห้ประตูองลองเพื่อจัดการรูดซิบให้หญิงสาว
"....อืมเรียบร้อยแล้ว.."
"......" สิ้นเสียงของเจคอปเมษาก็รีบหันหน้ากลับมาหาชายหนุ่มให้เขาดูว่าเธอแต่งตัวแบบนี้แล้วแป็นอย่างไรบ้างแต่เหมือนเธอจะไม่ได้คำตอบอะไรเพราะเขาแต่จ้องเธอไม่วางสายตาโดยที่ไม่เอ่ยอะไรออกมาสักคำจนหญิงสาวต้องยื่นมือเขย่าแขนคนตรงหน้า
"เป็นอะไรทำไมมองฉันแบบนั้น" เมษาหน้าเสียแล็กน้อยที่ชายหนุ่มไม่ให้คำตอบเธอเสียทีว่าเธออยู่ในชุดนี้แล้วเป็นยังไงบ้างเธอยิ่งไม่ค่อยมั่นใจอยู่ด้วย
"อ่อ...ก็ผมไม่เคยเห็นคุณใส่ชุดแบบนี้เลย" เจคอปได้สติก็รีบก้มหน้างุดเพราะเธออยู่ในชุดนนี้แล้วดูสวยหวานแปลกตามากไม่อยากจะคิดว่าหากเธอแต่งหน้าทำผมแล้วจะสวยขนาดไหน
"ฉันดูดีไหม"
"อืม.. มากเลย" เมื่อได้รับคำตอบเช่นนั้นหญิงสาวก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ปลื้มใจที่คนตรงหน้าเอ่ยชมแถมยังใจเต้นอย่างประหม่าแปลกๆอีกด้วย
"ส่วนรองเท้าเอาเป็นคู่นี้ก็แล้วกัน" เจคอปเลือกรองเท้าส้นสูงหัวแหลมเป็นหนังแก้วใสประดับเพชรเล็กน้อยของแบรนด์ดังให้กับหญิงสาวที่นั่งอยู่บนโซฟาได้สวมใส่
"คุณก็มีของผู้หญิงทุกอย่างเลยนะคะ"
"ใช่... แต่ยกเว้นชุดชั้นในถ้าคุณอยากได้ก็บอกไซส์มาเดี๋ยวผมโทรสั่งให้"
"อีตาบ้านี่..ว้ายย.." ดวงตากลมมองค้อนชายหนุ่มที่พูดกวนประสาทเธอก่อนจะลุกยืนอย่างมั่นใจจนเกือบจะหน้าทิ่มเพราะส้นสูงมันสูงมากดีที่เจคอปประคองหญิงสาวเอาไว้ได้ทัน
"เอ่อ...นี่คุณเคยใส่ส้นสูงหรือเปล่า" เจคอปเห็นท่าจะไม่ดีแล้วหากหญิงสาวใส่ส้นสูงไม่เป็นคงต้องฝึกกันอย่างเร่งด่วน
"ที่ฉันเคยใส่ไม่สูงขนาดนี้"
"คงต้องฝึกกันหน่อยแล้วล่ะ”
ครู่ต่อมา
"...ตั้งใจเดินหน่อยสิอย่าเอาแต่กังวล" ตอนนี้เมษากำลังตั้งใจที่จะเนบนส้นสูงราคาแพงนี้มากแต่กว่าเธอจะก้าวออกแต่ละก้าวก็ช้าเสียเหลือเกินจนชายหนุ่มจะต้องบอกให้เธอนั้นเลิกกังวล
"อ..อ๊ายยยย..." ไม่ทันขาดคำที่เจคอปพูดเมษาก็ข้อเท้าพลิกจนร้องเสียงดังดีที่เจคอปอยู่ไม่ห่างจึงรับตัวเธอเอาไว้ได้แต่เธอก็เจ็บอยู่ดี
เย็นของวัน
"ทำไมอุ้มกันมาแบบนั้นล่ะ" ว่านรักที่กำลังนั่งดูลูกๆของพวกเธอเล่นอยู่ที่หน้าบ้านเห็นเจคอปอุ้มเมษาลงมาจากรถก็ต้องรีบลุกขึ้นดู
"นั่นสิ...เมษาเป็นอะไร" ไรอันเอ่ยถามเจคอปก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ให้เจคอปวางเมษาลง
"ฝึกใส่ส้นสูงจนข้อเท้าแพลงน่ะสิ"
"ปวดมากไหมเมเดี๋ยวฉันเอายามานวดให้" ว่านรักก้มลงดูข้อเท่าเมษาเห็นว่ามันแดงมากจึงจะเข้าไปเอายามานวดให้
"ไม่เป็นไรว่านคุณเจคนวดให้แล้ว" เมษารีบดึงมือว่านรักเอาไว้
"พรุ่งนี้ผมให้คุณพักวันนึง...โอเคหรือเปล่า" เจคอปเห็นทีจะต้องให้เมษาพักก่อนสักวันแล้วค่อยฝึกกันต่อยังพอมีเวลาอีกสองสามวัน
"ค่ะ..."
"หมดธุระแล้วฉันกลับก่อน..." หลังจากที่ส่งหญิงสาวเรียบร้อยแล้วเจคอปต้องรีบกลับเพราะต้องกลับไปทานข้าวที่บ้านของพ่อเขาเย็นนี้
"ขับรถดีๆล่ะ"
หลังจากที่เจคอปกลับไปแล้วว่านรักก็พยุงเมษาเข้ามาในห้องนอนของเพื่อนเธอ
"แกกับคุณเจคนี่ดูสนิทสนมกันแปลกๆน้าาา.." เมื่ออยู่กันสองคนว่านรักก็อดถามถึงเรื่องความสนิทสนมของเมษากับเจคอปไม่ได้
"ก..ก็ปกตินี่" ปากหญิงสาวตอบว่าแกติแต่อาการเขินจนหน้าแดงยังไงก็ปกปิดว่านรักไม่ได้อยู่ดี
"ไม่ปกติตอนแกหน้าแดงนี่แหละชอบเค้าเหรอ" ว่านรักอมยิ้มอ่อนเพราะเธอมองแค่นี้ก็ร้แล้วว่าเมษาคิดกับเจคอปอย่างไร
"ถามอะไรเนี่ยไปอาบน้ำแล้ว..." เมษาที่เก็บอาการเขินไม่อยู่จึงรีบเดินกะเผลกหนีเข้าห้องน้ำไป
"เขินจนต้องหนีเลยเหรอ.." ส่วนว่านรักก็เอ่ยเย้าหยอกตามหลังเสียงระรื่น
ตกดึก
"เอ่อ...นี่..ใครคะทำไมหน้าตาเหมือนเมเลย" หลังจากเด็กๆหลับแล้วว่านรักที่กำลังเก็บของตรงลิ้นชักที่หัวเตียงเธอก็เห็นว่ามีกรอบรูปหล่นอยู่หลังลิ้นชักจึงหยิบขึ้นมาดูภาพในมือของเธอเป็นหมอเจมส์สามีของเธอและเจคอปที่กอดคอผู้หญิงที่รูปร่างหน้าตาเหมือนกับเมษาไม่มีผิด
"อ๋อ...มินโฮรินแฟนเก่าเจคน่ะเธอเสียไปสองปีแล้ว..ตั้งแต่โฮรินเสียเจคก็ไม่เคยยุ่งกับผู้หญิงคนไหนอีกเลยจะเห็นตอนนี้ก็มีแต่เมษา"
"นี่อย่าบอกนะคะว่าที่คุณเจคมาสนิทกับเพื่อนฉันเป็นเพราะเมษาหน้าเหมือนแฟนเก่าเค้า" ว่านรักชักเริ่มหน้าเสียเล็กน้อยเพราะรู้ว่าเพื่อนเธอกำลังมีใจให้เจคอปและหากชายหนุ่มเห็นเมษาเป็นเพียงแค่ตัวแทนแฟนเก่าคงไม่ดีแน่
"ไม่ใช่หรอกคนอย่างเจคแยกแยะทุกอย่างชัดเจน..." ไรอันไม่ได้คิดแบบว่านรักสักนิดเพราะเขารู้จักนิสัยเพื่อนของเขาดี"อืม...อย่างนั้นฉันก็ค่อยโล่งใจค่ะ""ทำไมต้องโล่งใจ..มีอะไรหรือเปล่า" ไรอันเหลือบสายตามองคนเป็นภรรยาอย่างคราแครงใจ"เอ่อ..ไม่มีค่ะนอนกันเถอะ" ร่างบางปฏิเสธที่จะตอบก่อนจะล้มตัวนอนลงใต้ผ้าห่มผืนหนา"ถ้าคุณไม่ตอบคืนนี้ไม่ให้พักแน่" ไรอันรวบกอดภรรยารักไว้แน่น"ไรอัน...ทำไมเป็นคนแบบนี้คะ""ตอบมาเดี๋ยวนี้เลย""ฉันก็แค่..คิดว่าเพื่อนฉันคงชอบคุณเจคค่ะ" ด้วยความที่อยากพักผ่อนจึงตอบสามีเธอไปแต่โดยดี"อืม...งั้นเหรอ..ผมก็คิดเหมือนคุณเลยแต่เป็นเจคที่เหมือนจะชอบเมษานะ" ไรอันคลายกอดว่านรักเล็กน้อยยอมรับว่าเขาก็คิดเรื่องสองคนนี้เหมือนกัน"จริงเหรอคะ" ว่านรักยิ้มอ่อนดีใจที่ดูเหมือนเมษาและเจคอปจะใจตรงกัน"อืม... ตอนนี้แค่คิดแต่ต้องดูกันต่อไปว่าจะจริงอย่างที่คิดหรือเปล่า" ไรอันยังไม่รับปากว่าความคิดของเขาถูกแค่ต้องรอดูต่อไปเท่านั้น วันต่อมา"อ้าวคุณมาทำอะไรเหรอ" เมษานั่งเล่นอยู่หน้าบ้านเห็นเจคอปขับรถเข้ามาจึงแปลกใจว่าเขามาทำอะไรที่นี่ทั้งที่วันนี้ก็บอกเองว่าให้เธอพัก"อ๋อ...มาหาเด็กๆน่ะ" คนตั
ชั่วโมงต่อมา"ตื่นเต้นจังเลยว่าน" เมื่อมาถึงในงานสองสาวดูจะตื่นเต้นกันเป็นพิเศษเพราะงานนี้คนค่อนข้างเยอะอยู่พอสมควร"ฉันก็เหมือนกันถึงจะพบเจอคนบ่อยตอนที่ทำงานที่นี่แต่ก็ไม่เคยเจอเยอะขนาดนี้นับว่างานนี้ใหญ่จริงๆเลยนะเป็นเกียรติที่ผลงานแกจะได้มาประมูลที่นี่" ว่านรักจับมือเมษาไว้แน่นเมื่อก่อนเธอเองก็ทำงานกับคนเยอะแยะมากมายแต่งานนี้เธออดประหม่าไม่ได้จริงๆ"รู้สึกภูมิใจจัง..อยากจะรู้ว่ารูปของฉันจะได้ราคาประมูลเท่าไร" เมษาไม่คิดไม่ฝันว่าเธอจะมาอยู่จุดนี้จะมาเป็นศิลปินที่ผู้คนต่างให้ความสนใจผลงานของเธอ"นั่นสิ" ว่านรักยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เพราะเธอก็ภูมิใจไปกับเมษาด้วยเช่นกันครู่ต่อมาตอนนี้เมษาและเจคอปอยูในงานเพียงแค่สองคนเพราะไรอันและว่านรักพาเด็กๆไปเดินเล่นข้างนอกเนื่องจากพอเจอคนมาทักทายมากหน้าหลายตาเข้าเจ้าสองแสบก็เริ่มงอแง"คุณ..ภาพวาดของฉันจะได้ประมูลตอนไหน" เมษาเริ่มนั่งไม่ติดเมื่อตอนนี้รูปภาพของศิลปินท่านอื่นเริ่มประมูลกันไปบ้างแล้วและแต่ละภาพผู้คนก็สู้ราคากันจนใจขาดเลยทีเดียว"อีกเดี๋ยวก็ได้ขึ้นประมูลแล้ว" เจคอปจับมือเมษาเอาไว้แน่นเพื่อให้เธอลดอาการประหม่าลงเพราะอีกไม่กี่ภาพก็จะเป็นภ
สามวันต่อมา วันนี้เจคอปเข้ามารับเมษาที่บ้านไรอันแต่เช้าเพราะรู้ว่าเธอใกล้ถึงกำหนดที่จะกลับเมืองไทยแล้วเขามีที่ที่หนึ่งที่อยากจะพาหญิงสาวไปดู"ที่นี่เป็นบ้านที่ผมซื้อไว้นานแล้ว" เจคอปพาเมษาออกมาจากบ้านของไรอันไม่ไกลนักแล้วเขาก็เลี้ยวเข้ามาในบ้านหลังสีขาวที่สร้างโครงสร้างผิดแปลกไปจากบ้านที่นี่อยู่มากเพราะมันเหมือนบ้านคนในเกาหลีหรือญี่ปุ่นมากกว่าบ้านในอเมริกา"ที่นี่มีแต่อุปกรณ์วาดภาพคุณก็ชอบวาดภาพเหมือนกันเหรอ" เมษาเดินเข้ามาในบ้านตรงกลางเป็นห้องโล่งทางซ้ายเป็นห้องนั่งเล่นเล็กๆส่วนขวามือเป็นห้องใหญ่ที่เป็นกระจกทั้งหมดพอเธอเดินเข้ามาด้านในพบว่าในห้องนี้น่าจะเป็นห้องที่เอาไว้สร้างสรรค์งานศิลปะเพราะที่นี่มีอุปกรณ์วาดภาพและพวกสีค่อนข้างครบครันจึงหันมาถามชายหนุ่มด้วยสีหน้าที่ค่อนข้างแปลกใจเพราะเขาไม่เคยบอกเธอเลยว่าเขาชอบวาดภาพเหมือนกัน"ก็เคยลองวาดแต่ก็ไม่ได้เก่งเท่าไรคุณชอบที่นี่หรือเปล่า" เจคอปพอจะวาดเป็นอยู่บ้างเพราะแฟนเก่าของเขาเป็นคนสอนแต่เขาก็ไม่ได้ชอบมันจนวาดเก่งเป็นมืออาชีพแบบเมษาที่เขาพาหญิงสาวมาที่นี่เพราะเขาอยากรู้ว่าเธอชอบที่นี่หรือไม่หากชอบเขาก็อนุญาตให้เธอมาที่นี่ได้ตลอดเวลา
เช้าวันต่อมา"คุณตัวร้อนทั้งคืนเลยกินข้าวกินยาก่อนนะครับ" "ค่ะ.." เมื่อคืนเมษาเป็นไข้ตัวร้อนจนเจคอปต้องเช็ดตัวให้ทั้งคืนเมื่อหญิงสาวตื่นมาในช่วงเช้าเจคอปจึงให้เธอรีบทานข้าวทานยาเสียก่อน"ผมขอโทษที่ทำให้คุณป่วย" คนตัวโตโผเข้ากอดร่างบางด้วยความรู้สึกผิดไม่คิดว่าการกระทำของเขาจะทำให้หญิงสาวถึงกับไข้ขึ้น บ่ายของวัน"อือ...อืม.." หลังจากที่เมษาทานข้าวทานยาเรียบร้อยในช่วงเช้าเธอก็นอนพักผ่อนจนตื่นมาในช่วงบ่ายตอนนี้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นกว่าเมื่อเช้ามากพอสมควร"ตื่นแล้วเหรอครับ..คุณดูนี่สิ" เจคอปที่นั่งวาดรูปหญิงสาวที่กำลังหลับด้วยดินสอพักใหญ่เมื่อเธอตื่นขึ้นมาเขาก็วาเสร็จพอดีจึงรีบอวดหญิงสาวให้เธอได้ดูว่าเขาก็มีฝีมือพอตัวเหมือนกัน"หืม..คุณก็มีฝีมือเหมือนกันนะคะ" "ตอนคุณหลับน่ารักที่สุดเลย" "ตอนตื่นไม่น่ารักหรือไง" หญิงสาวเอ่ยน้ำเสียงอ่อน"น่ารักมาก""......" น้ำเสียงทุ้มว่าจบหญิงสาวก็ก้มหน้างุดไม่คิดว่าคนอย่าเขาจะปากหวานเป็นด้วยเหมือนกัน เย็นของวัน"เล่ามาเดี๋ยวนี้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น" หลังจากที่เมษากลับมาได้ว่านนรักก็เค้นสอยบสวนเพื่อนเธอเป็นการใหญ่"คือ..." เมษาไม่ได้คิดจะปิดบั
"...." สิ้นเสียงของมินแฮนาเมษาก็ตัวชาวาบพูดอะไรไม่ออกน้ำตารื้นขึ้นมากะทันหัน"คุณคิดว่าเค้าเป็นผู้ชายประเภทไหนก็คิดเอานะคะ" มินแฮนาเห็นท่าทีของเมษาเธอก็ค่อนข้างพอใจเมื่อว่าจบก็หันหลังกลับออกไปทันที ในส่วนของเมษาหลังจากที่มินแฮนากลับไปแล้วเธอก็เดินเข้ามาในบ้านร้องให้อย่างคนที่ไร้สติจนว่านรักต้องรีบถามด้วยความตกใจ"เม..เม...เป็นอะไร""ฮึก..ฮือๆๆๆ..ฮื่อๆๆๆๆ...ฉันมันโง่เอง""ใจเย็นๆก่อนนะ" ว่านรักพาเมษามานั่งที่โซฟาปลอบใจอยู่พักใหญ่จนได้คำตอบจากเมษาว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทางด้านเจคอปตอนนี้ก็อยู่รอเมษากลับมาที่บ้านของไรอันเขายังยุ่งกับการคุยโทรศัพท์เรื่องที่บ้านไม่น้อยเพราะต้องการให้คนรื้อห้องของมินโฮรินไปให้เร็วที่สุดไม่ใช่ว่าเขาพึ่งจะอยากรื้อแต่เขาเองก็พึ่งจะมีเวลาอยู่บ้านนานๆก็คราวนี้"ครับรื้อของห้องนั้นให้หมดเลย.." "รื้ออะไรของแก" ไรอันขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเพื่อนของเขาคุยโทรศัพท์จบ"พวกห้องเก่าโฮริน...พึ่งจะได้ฤกษ์รื้อนานๆจะอยู่บ้านที""อืม...รื้อก็ดีแล้วล่ะ" ไรอันเห็นด้วยที่เจคอปจะรื้อเพราะหาเมษารู้ว่าของพวกนั้นเป็นของใครเธอก็คงจะไม่โอเคเท่าไรนัก"ไปไหนกันมาเหรอครับ" เจ
"ยากล่อมประสาทนิดหน่อย...เพื่อที่จะได้ง่ายต่อการจัดการกับเธอไง..หึ่..พี่สาวฉันเองฉันยังจัดการให้พ้นทางเลยนับประสาอะไรกับคนอื่นอย่างเธอ" ยาที่มินแฮนาใส่ให้เมษาเป็นเพียงยาที่ทำให้เป็นอมพาตทั้งตัวชั่วคราวแต่คนที่ทานเข้าไปจะได้ยินทุกอย่างที่เธอพูดแต่ต่อต้านอะไรเธอไม่ได้"เธอนี่มัน..อือ.." เมษานอนแน่นิ่งน้ำตาไหล"ยานี่ไม่ทำให้เธอหลับหรอกนะแค่มึนๆเธอจะได้เห็นเวลาที่เลือดเธอไหลนองบนพื้นยังไงล่ะ" มินแฮนานั่งลงตรงหน้าของเมษาก่อนจะชูมีดพกขึ้นมาและพูดด้วยท่าทีที่ไม่สะทกสะท้านว่าการทำร้ายหรือฆ่าคนมันผิด"อือ..." เมษากลัวจนน้ำตาไหลพรากพยายามจะขยับตัวเท่าไรเธอก็ขยับไม่ได้แกร๊กกและแล้วทั้งสองหนุ่มก็เข้ามาช่วยเมษาได้ทันเพราะเขาถามพนักงานที่นี่แล้วว่ามินแฮนาพาใครมาที่นี่หรือเปล่าและเขาก็ได้รู้ว่ามินแฮนาพาเมษามาที่นี่จริงๆจึงรีบขอคีย์การ์ดสำรองขึ้นมาที่ห้องของมินแฮนา"ทำอะไรของคุณ" เจคอปเข้ามาเห็นมินแฮนาถทอมีดอยู่จึงผลักเธอออกไปอย่างรวดเร็วทันที“เมษา...” ไรอันเข้ามาดูเมษาก็รู้ว่าเธอน่าจะถูกมอมยาแน่นอนไม่อย่างนั้นคงไม่นอนนิ่งเอาแต่น้ำตาไหลอยู่แบบนี้ไม่อยากจะคิดว่าหากพวกเขาเข้ามาไม่ทันอะไรจะเ
ไร่ปาริชาตยามสายของวันแดดกำลังอ่อนๆคนงานในไร่ปาริชาตต่างก็แยกย้ายกันทำหน้าที่ของตนแประจำที่ห่างกันไม่มากนักบางคนลงผักใหม่บางคนดายหญ้าบางคนเก็บผลผลิตนับเป็นภาพที่น่าสบายตายิ่งนักไร่ปาริชาตนี้มีอาณาเขตอยู่ที่ภาคเหนือของประเทศไทยกินเนื้อที่เกือบพันไร่เดิมทีเป็นของคุณหญิงปาริชาตภรรยาท่านทูตหลังจากที่เธอเสียแล้วไร่นี้ก็ตกเป็นของปฐพีลูกชายคนเดียวของเธอด้วยปฐพีไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่นานๆจะกลับมาสักครั้งเลยตั้งให้คนเก่าคนแก่ที่อยู่กับไร่นี้มานานอย่างปราโมทย์เป็นคนดูแลทุกอย่างของไร่และให้คนที่ไม่มีที่ทำกินมาทำไร่ที่นี่ฟรีโดยมีปราโมทย์เป็นคนจัดการแบ่งสันปันส่วนให้เท่าๆกันเมื่อปฐพีได้เสียชีวิตไปแล้วสมบัติทุกอย่างก็ตกอยู่กับเขมิกาซึ่งเธอก็ไม่ได้ดูดำดูดีไร่นี้เท่าไรนักจนคนในไร่ก็หวั่นใจกันว่าที่นี่อาจจะถูกขายเพราะเขมิกาไม่เคยให้คำตอบพวกคนในไร่เลยว่าจะให้พวกเขานั้นอยู่ต่อกันหรือไม่ 20.00 น.“กลับมากันซะดึกเลยลูกเจ้าคมผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะ” ชายชราอย่างปราโมทย์ที่นั่งอยู่บนชายเรือนไม้หลังใหญ่เห็นหลานสาวทั้งสองกลับมาบ้านเลยเอ่ยถามถึงเรื่องลูกของอาคมที่พึ่งคลอดว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย“ผู้หญิงจ่ะ
“อะไรนะเค้าเคยจะตามฆ่าแกเหรอ...เค้าจะแค้นแกเรื่องอะไรในเมื่อทุกอย่างมันก็เป็นอุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้เกิด แล้วเค้าใหญ่มาจากไหนถึงขนาดจะฆ่าใครก็ทำเป็นว่าเล่นแบบนี้” ว่านรักเล่าให้เมษาฟังว่ามาคนๆคนนี้ตามฆ่าเธอเพราะเธอดันไปขับรถชนน้องสาวของเขาจนตายและที่เธอหนีมาอยู่ที่ไร่นี้ก็เพราะก่อนหน้านี้เธอเคยถูกตามล่ามาแล้วรอบหนึ่งเมษที่ฟังอยู่ถึงกับกำมือแน่นไม่ อยากจะคิดเลยว่าจะมีคนที่จิตใจโหดเหี้ยมแบบนี้อยู่จริงๆ“ถ้าเป็นคนธรรมดาฉันคงไม่ต้องหนีมาอยู่ที่นี่หรอก นั่นไรอัน ฮิลล์ มาเฟียใหญ่ที่โน่นเลย” ว่านรักเอ่ยด้วยสีหน้าละห้อย“ฉันถามแกจริงๆนะว่านแกเป็นคนประมาทจนขับรถชนคนขนาดนั้นเลยเหรอ” เมษาคิดไปคิดเธอไม่อยากจะเชื่อว่าเพื่อนเธอจะประมาทถึงขนาดนั้นได้อย่างไร“คือ..ก็..วันนั้นฉันดื่มมานิดหน่อย” ใบหน้านวลเอ่ยจบก็หลบสายตาคนที่กำลังจ้องอยู่เล็กน้อยคำตอบและพฤติกรรมของว่านรักทำให้เมษารู้ได้ทันทีเลยว่าเพื่อนเธอกำลังโกหก“แกโกหก..ฉันจำได้ว่าแกแพ้แอลกอฮอลล์...บอกมาให้หมดไม่อย่างนั้นฉันจะเค้นแกให้รำคาญตายไปเลย” มือน้อยยกชี้หน้าว่านรักก่อนจะเอ่ยเสียงแข็งคาดโทษ“เอ่อ..คือ...” “พูดมาเดี๋ยวนี้” หลังจากถูกเค้นคร